สุนทรให้การบ้านพัฒนาที่ดิน เน้นใช้เทคโนโลยี-รักษาระบบนิเวศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706195

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานของกรมพัฒนาที่ดิน โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่า อยากเร่งรัดคือการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งการขยายจำนวนหมอดินอาสา และการให้ค่าตอบแทนหมอดินอาสาอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ นายสุนทร ได้มีนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงาน 11 ประการ ดังนี้ 1.งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้น้อมนำพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มากำหนดเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงาน โดยเน้นให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้รับประโยชน์จากการพัฒนา และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน 2.การอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นภารกิจสำคัญในการช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในพื้นที่เกษตรกรและพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย 3.การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก แหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นมาตรการเพิ่มความมั่นคงของน้ำในภาคการเกษตร มีความสำคัญต่อการบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง รวมทั้งเป็นพื้นฐานของการผลิตในระดับชุมชนในการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์

4.การพัฒนาหมอดินอาสา ควรเพิ่มจำนวนหมอดินให้สอดคล้องกับจำนวนเกษตรกรในหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาความรู้และให้ค่าตอบแทนหมอดินอาสา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการร่วมดูแลทรัพยากรดินและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรในระดับพื้นที่ 5.ด้านฐานข้อมูล Agri-Map เป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ จะต้องพัฒนาให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และทั่วถึง 6.การลดต้นทุนการผลิต ดำเนินการให้ความรู้ สาธิต และฝึกปฏิบัติแก่เกษตรกร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปุ๋ยเคมีราคาแพง ให้ใช้สารอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมี

7.การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ โดยพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเพิ่มจำนวนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น 8.การพัฒนางานวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในพื้นที่ รวมทั้งสามารถนำไปใช้กับเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มผลผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 9.การบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน เพื่อต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิน ซึ่งเป็นการพัฒนาในระดับต้นน้ำสู่การพัฒนาสินค้าเกษตรในระดับกลางน้ำ หรือด้านการตลาดในระดับปลายน้ำ 10.การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ ด้วยความรวดเร็วอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และ 11.การพัฒนาบุคลากรส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านองค์ความรู้คุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานทำงานอย่างมีความสุขทำงานด้วยความโปร่งใส และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

สสจ.อำนาจเจริญ เตือนประชาชน ให้รักษาสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706196

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากอากาศที่เปลี่ยนแปลง กลางคืนหนาวเย็นกลางวันร้อน อาจส่งผลให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศไม่ทัน ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย จึงขอให้รักษาสุขภาพทั้งตัวเอง คนใกล้ชิด บุตรหลานโดยเฉพาะเด็กในวัยต่ำกว่า 1 ขวบ เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ให้รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ไม่เข้าไปในสถานที่รวมคนหมู่มาก รักษามาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด กลางคืนถึงช่วงเช้าให้รักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ หากรู้สึกไม่สบายให้ไปพบแพทย์ หรือตรวจสุขภาพกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที และที่สำคัญขอเชิญชวนประชาชน กลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้สูงอายุ60 ปีขึ้นไป, ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและหญิงตั้งครรภ์) ผู้ปกครองเด็กอายุ 6  เดือน 4 ปี และประชาชนทั่วไป  ที่รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือนมารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้นได้แต่บัดนี้เป็นต้นไป ได้ที่โรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้านทุกแห่ง เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโควิด-19 และลดความเสี่ยงจากอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ โทร. 0-4552-3520 ต่อ 308 ในวันเวลาราชการ หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน สายด่วนโทร.1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

รองฯกรมข้าวตรวจเยี่ยม ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706200

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะลงพื้นที่ตามแผนการตรวจติดตามกำกับงานตามนโยบายกรมการข้าว เข้าตรวจรับทราบผลการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี โดยมี น.ส.ฑิฆัมพร สุทธิฤทธิ์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ภายในศูนย์ฯ คอยต้อนรับ

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าวได้รับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน รวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหาโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยการปฏิบัติที่ดี (GAP Seed) โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง พร้อมกับมอบนโยบายการทำงานในโครงการแผนงานผลิตเมล็ดพันธุ์ และให้กำลังใจแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังสติปัญญาและความสามารถ รวมทั้งยึดมั่นในประโยชน์ที่พี่น้องชาวนา จะได้รับเป็นหลัก

กยท.ขานรับยุทธศาสตร์ยางพารา20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706197

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจต่างๆ ให้ความสำคัญในเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาเลือกใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมที่มีความเหมาะสม ซึ่งรวมถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยางพารา อย่างเช่นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก และกลุ่มผู้ซื้อในหลายประเทศที่มีนโยบายการรับซื้อน้ำยาง ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางที่ได้จากสวนยางพาราที่ผ่านการรับรองการจัดการภายใต้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Stewardship Council : FSCĬ) กยท.จึงเดินหน้าส่งเสริมสวนยางพาราของไทยให้เข้าสู่ระบบการรับรองป่าไม้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ยางพารา ระยะ 20 ปี ทั้งการรับรองป่าไม้ (Forest Certification)แบ่งเป็น การรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Forest Management Certification : FM) และการรับรองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้และการค้า (Chain of Custody Certification : CoC) จึงครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการปลูกสร้างสวนยาง เก็บเกี่ยวแปรรูป จนถึงการซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์จากยางพาราผ่านระบบตลาดยางพาราของ กยท.และหน่วยธุรกิจ ถือเป็นการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมยางพาราอย่างครบวงจร ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย

“ตลาดกลางยางพาราของ กยท.และตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราทั่วประเทศ จะเป็นช่องทางซื้อขายระหว่างผู้ซื้อกับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ผลิตยางตามมาตรฐาน FSCĬ โดย กยท.จะเข้าไปมีส่วนช่วยหาตลาดรองรับผลผลิตยางของเกษตรกรด้วย เบื้องต้น มีหลายบริษัทให้ความสนใจและแจ้งยอดสั่งซื้อผ่าน กยท.มาแล้ว กว่า 10,000 ตัน” นายณกรณ์ กล่าว

ว่าที่ สส.ตราด หาเสียงก่อนยุบสภาคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706198

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ตราดก่อนหมดวาระอีก 2 เดือนเริ่มคึกคัก และลงตัวในเรื่องของผู้สมัครในแต่ละพรรคการเมือง โดยขณะนี้ มี 5-6 พรรคการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยพรรคเพื่อไทยที่มีนายทินวัฒน์ เจียมอุย รองนายกอบจ.ตราด เป็นว่าที่ผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้กำลังปรับอาคารของโรงแรมเหลายาอินแลนด์มาใช้เป็นศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยจังหวัดตราด และนำป้ายหาเสียงประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีภาพของ นางสาวพินทองธาร ชินวัตรอยู่ในหลายนโยบายทั้งเรื่องการปราบปรามยาเสพติดและการให้ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ซึ่งติดตามเส้นทางสายสำคัญของจังหวัดตราดและในทุกอำเภอด้วย

ขณะที่นายวศิน พงษ์ศิริ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ตราด จากพรรคภูมิใจไทย นำป้ายของพรรคภูมิใจไทยมาติดตามถนนสายต่างๆ โดยเน้นในเรื่องการพักชำระหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลอดดอกเบี้ย คนละ 1 ล้านบาท ซึ่งติดตั้งมาก่อนที่พรรคเพื่อไทย และมีสติ๊กเกอร์ติดผนังและรถยนต์ที่เขียนข้อความนโยบายของพรรคภูมิใจไทยได้แจกจ่ายไปตามฐานคะแนนของพรรคภูมิใจไทยกว่า 5,000 ใบขณะเดียวกันพยายามผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของจังหวัดตราด เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่งจนสำเร็จ การผลักดันให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะช้าง และโครงการอื่นๆ ในจังหวัดตราดอีกหลายโครงการ และยังตั้งศูนย์ประสานงานของพรรคภูมิใจไทยในตำบลสังกระแจะอีกด้วย

ส่วนนายกิตติธัช ไชยอรรถ ว่าที่ผู้สมัครสส.ตราดของพรรคพลังประชารัฐ หลังจากลาออกจากพรรคสร้างอนาคตไทย และมาสมัครในพรรคพลังประชารัฐ และได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัครสส.ตราดในนามพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกหาเสียงและพบกับประชาชนในจังหวัดตราดทันทีพร้อมนำป้ายประชาสัมพันธ์ของพรรคพลังประชารัฐที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค รวมอยู่ด้วยมาติดประกบกับพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนไม่แตกต่างกัน

ขณะที่นายประทีป เลขาพันธ์ ที่เดิมสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยผ่านกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แต่เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดตัวร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ นายประทีป เลขาพันธ์ ได้ลาออกมาร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมรื้อป้ายศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐจังหวัดตราดทิ้งไป แล้วนำป้ายพรรครวมไทยสร้างชาติมาติดแทน และได้ประกาศนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติให้ชาวตราดได้รับรู้ผ่านการพบปะพี่น้องประชาชนชาวตราดแล้ว

กฟก.หารือนายกสภาฯ แนะแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/706128

กฟก.หารือนายกสภาฯ แนะแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร

กฟก.หารือนายกสภาฯ แนะแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.48 น.

กฟก. ยกทีมเข้าพบนายกสภาทนายความ หารือแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้บรรลุผลตาม MOU

วันที่ 23 ม.ค. 66 นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการ สำนักงาน กฟก. พร้อมด้วยนางรัชฎาภรณ์  แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารฯ  และคณะผู้บริหาร เข้าพบ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำเสนอรายชื่อตัวแทนสภาทนายความที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่คณะกรรมการบริหารสภาทนายได้ส่งรายชื่อมาให้สำนักงาน กฟก. โดยสภาทนายความยินดีให้ความร่วมมือการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายให้เกษตรกรสมาชิก กฟก. ทุกกรณีตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ที่ได้ทำร่วมกันก่อนหน้านี้และในอนาคตจะมีการกำหนดหลักสูตรเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเห็นชอบการจัดเวทีสร้างความเข้าใจให้ผู้เกี่ยวข้องซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.-008

‘อลงกรณ์’พัฒนาโค-แข่งวัวลานเพชรบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705968

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงแผนการพัฒนาโคพื้นเมืองและกีฬาวัวลาน สำหรับปี 2566 ว่าภายหลังการประชุมรวมพลคนปศุสัตว์หารือระหว่างกรมปศุสัตว์ จ.เพชรบุรี ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและกลุ่มผู้เลี้ยงโคพื้นเมืองและวัวลานครั้งที่ 1 เพื่อรับฟังปัญหาและร่วมวางแนวทางการพัฒนาโคพื้นเมืองและการแข่งขันวัวลานกีฬาประเพณีพื้นบ้านปีนี้สำนักงานปศุสัตว์ จ.เพชรบุรี มีแผนดำเนินการพัฒนาโคพื้นเมืองและวัวลานภาคตะวันตกอย่างเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การพัฒนาฟาร์ม การป้องกันโรค การยกระดับปศุสัตว์แปลงใหญ่ การอนุรักษ์พันธุ์โคพื้นเมือง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของเพชรบุรี การส่งเสริมประเพณีการประกวดวัวสวยงาม วัวเทียมเกวียนและการแข่งขันวัวลาน การพัฒนาตลาดเพื่อยกระดับราคา

ทั้งนี้ จะจดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาวัวลาน พร้อมกับสร้างสนามกีฬาแข่งวัวลานที่เป็นมาตรฐาน เช่นเดียวกับสนามม้าแข่งในประเทศไทยและในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่มีระเบียบและกฎหมายรองรับ และจะเปิดให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าชมวัวลานกีฬาประเพณีวิถีไทย ในรูปแบบเกษตรท่องเที่ยวเป็นการสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้กับวัวลานเพชรบุรี ซึ่งถือเป็นต้นตำรับประเพณีการแข่งวัวลานในประเทศไทย รวมทั้งการส่งเสริมวัวเทียมเกวียน การประกวดพันธุ์วัวและวัวสวยงาม โดยมีศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จ.เพชรบุรี (ศูนย์ AIC มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี) และหน่วยงานเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านการวิจัยพัฒนาและต่อยอด

อย่างไรก็ดี จะเปิดสนามแข่งวัวลานที่เพชรบุรีเป็นครั้งแรก ในเดือนแรกของปีนี้ เพื่อเปิดศักราชใหม่ของการส่งเสริมพัฒนาโคพื้นเมืองและวัวลาน ภายใต้แนวทางเพชรบุรีโมเดล ซึ่งเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนมีเป้าหมายเข็มมุ่งชัดเจน ทำได้ไวทำได้จริง

กรมฝนหลวงฯ ครบ 1 ทศวรรษ จัดกิจกรรมสุดพิเศษตลอด 3 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705972

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอเชิญประชาชน เยาวชนและผู้สนใจร่วมงานวันสถาปนากรมฝนหลวงฯ พบกับกิจกรรมสุดพิเศษ โชว์ผลงานเด่นด้านปฏิบัติการฝนหลวง งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง เครื่องบินทำฝนหลวงปลดประจำการ รับฟังงานเสวนา ระหว่างวันที่25-27 มกราคมนี้ ณ กรมฝนหลวงฯมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งในปีนี้เป็นปีครบรอบปีที่ 10 กรมฝนหลวงฯ ได้เตรียมกิจกรรมหลากหลายให้ประชาชนได้เข้าชมผลงานการปฏิบัติงานของกรมฝนหลวงฯ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อาทิ กิจกรรมเปิดบ้านฝนหลวง (Fonluang Open House) เพื่อนำเสนอผลงานการวิจัยที่โดดเด่น เช่น จรวดดัดแปรสภาพอากาศ อุปกรณ์พ่นสารฝนหลวงจากพื้นสู่ก้อนเมฆ เครื่องบินเป้าอากาศไร้นักบินเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงเมฆอุ่น สารฝนหลวงที่ใช้งานได้ในสภาพอากาศที่ความชื้นไม่ถึงร้อยละ 60 เป็นต้น มีการจัดแสดงเครื่องมือตรวจสภาพอากาศฝนหลวง และระบบข้อมูลสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงให้ถูกที่ถูกเวลา รวมทั้งได้นำเครื่องบินทำฝนหลวงที่ปลดประจำการแล้วมาโชว์ในงานอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีงานเสวนาแผนยุทธศาสตร์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมทั้งการลงนามบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที

“ภายในงานพี่น้องประชาชนจะได้ทำความรู้จักกับกรมฝนหลวงฯ ประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง ผู้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานตำราฝนหลวงพระราชทาน ให้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติการฝนหลวง รวมถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ทรงใช้หลักการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์บริหารจัดการน้ำในอากาศ ดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดเป็นฝนตกในพื้นที่ห่างไกลแหล่งน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้งให้ประชาชนคนไทย ซึ่งได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

งานวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงฯ จัดระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2566 ณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ผู้เข้าชมงานจะได้รับชมนิทรรศการผลงานปฏิบัติการฝนหลวงในหลากหลายมิติที่พัฒนาต่อยอดเรื่อยมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งนอกจากภารกิจหลักในการบรรเทาและป้องกันภัยแล้งแล้ว ปฏิบัติการฝนหลวงยังครอบคลุมถึงปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อนเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค-บริโภค เติมน้ำในดินเพิ่มความชุ่มชื้นลดสาเหตุการเกิดไฟป่า ปฏิบัติการดับไฟป่า ปฏิบัติการทำลายพายุลูกเห็บ ซึ่งผู้เข้าชมงานจะได้รับความเพลิดเพลินร่วมไปกับความเข้าใจปฏิบัติการขึ้นทำฝนหลวงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเราจะเชิญนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมชมงานวันสถาปนากรมฝนหลวงฯ ครบรอบ 10 ปีในครั้งนี้เพื่อสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจงานฝนหลวงให้แก่เยาวชนด้วย” นายสุพิศกล่าว

“ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯทุกคนจะมุ่งมั่นสานต่องานศาสตร์พระราชา ปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อช่วยแก้ไขและบรรเทาปัญหาของประชาชนและเกษตรกรให้สมดั่งพระราชปณิธาน รัชกาลที่ 9 พร้อมกับพัฒนาต่อยอดงานในอีก 7 ด้าน ได้แก่ การทำฝนหลวงแบบเต็มอิ่ม เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าส่งเสริมงานวิจัย เพิ่มจำนวนอาสาสมัครฝนหลวง ยกระดับวัฒนธรรมองค์กร และยกระดับธรรมาภิบาลในภาครัฐ ซึ่งในวาระครบรอบปีที่ 10 และปีต่อไปนี้พี่น้องทั้งประเทศจะได้ประจักษ์ว่าฝนหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้พระราชทานมาจะอยู่เคียงข้างเป็นกำลังสนับสนุนด้านน้ำให้เกษตรกรและประชาชนคนไทยตลอดไป” นายสุพิศกล่าวในตอนท้าย

หม่อนไหม-อ.ต.ก. เปิดช่องจัดจำหน่าย สินค้าผู้ผลิตผ้าไหม จัดกิจกรรมการตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705971

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมกับ นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ยกระดับความร่วมมือส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ในการจำหน่ายผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมหรือโครงการ รวมทั้งเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประเทศชาติ โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือต่อกัน ซึ่งมีนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและสักขีพยาน

นายประกอบกล่าวว่า กรอบข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว อ.ต.ก.เป็นผู้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ตลาด อ.ต.ก.ให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการ และกรมหม่อนไหม เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการจัดจำหน่ายผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากการวิจัยและพัฒนา ส่วนกรมหม่อนไหมเป็นผู้ดำเนินการประสานงานในการจัดหาเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการในการจัดหาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาของกรมหม่อนไหม เพื่อนำมาจำหน่ายอย่างเหมาะสม รวมถึงให้การสนับสนุน ส่งเสริมการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือกลยุทธ์ด้านการตลาด ตลอดจนกำหนดราคาในการจำหน่ายอย่างเหมาะสม โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านการตลาด และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

‘สุนทร’มอบนโยบาย8ด้าน กรมฝนหลวงฯช่วยเหลือเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/705970

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรมรองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงฯ และเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ เข้าร่วม ว่ากรมฝนหลวงฯ ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ มีภารกิจเฉพาะด้านในการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ป่าไม้และเขื่อนเก็บกักน้ำ ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติด้านต่างๆ เช่น ปัญหาหมอกควันไฟป่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นต้นตลอดจนการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บอีกด้วย

นายสุนทรกล่าวอีกว่า ได้มีนโยบาย/งานสำคัญ 8 ด้าน ที่กรมฝนหลวงฯ ต้องขับเคลื่อน ได้แก่ 1. การต่อยอดตำราฝนหลวงพระราชทาน โดยการกำหนดยุทธศาสตร์เป้าหมายงานวิจัย เพิ่มศักยภาพงานวิจัย เพื่อการพัฒนาต่อยอดวิธีการหรือเทคนิคทำฝนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การวิจัยเพื่อเพิ่มสูตรหรือปรับสูตรสารฝนหลวง การวิจัยปรับวิธีการทำฝนหรือดัดแปรสภาพอากาศ รวมถึงการศึกษาวิจัยเพื่อนำไปใช้ในกระบวนงานสนับสนุน เช่น วิจัยเพื่อลดการใช้กำลังคนในการบดโปรย เป็นต้น 2.การปฏิบัติการฝนหลวงหรือการทำฝนหลวงให้ประชาชนเห็นผลแบบประทับใจ หมายถึงการระดมทรัพยากรทำฝนในพื้นที่เป้าหมายให้เพียงพอในเชิงปริมาณน้ำ ให้มีความชุ่มชื้นเพียงพอภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อที่จะย้ายไปดำเนินการพื้นที่เป้าหมายอื่นในแบบเดียวกัน

3.นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพมาใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน เช่น เครื่องบินแบบใหม่ที่เหมาะสม การนำอากาศยานไร้นักบินมาใช้ในการทำฝน การตรวจสภาพอากาศซึ่งจะสามารถลดต้นทุนได้ การคิดค้นวิธีการโปรยสารแบบอัตโนมัติแทนใช้คนโปรยปรับเครื่องมือและวิธีการบดสารฝนหลวง เป็นต้น 4.สารฝนหลวง ควรมีการปรับวิธีการจัดเก็บสารฝนหลวงให้คงสภาพคงคุณสมบัติได้นานที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน 5.การใช้เครื่องบินให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด 6.ขยายเครือข่ายอาสาฝนหลวง ขยายการรับรู้ การมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานและเกษตรกรให้ได้มากที่สุด 7.ให้ความสำคัญด้านการบริหารงานบุคคล ควรมีการวิเคราะห์และทำแผนปรับปรุงโครงสร้าง/กรอบอัตรากำลังให้เหมาะสม และ 8.ให้ความสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานอาคาร เช่น โรงเก็บและซ่อมเครื่องบิน โรงเก็บสาร สนามบินบ้านพัก และครุภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อความคล่องตัวในการบริหาร การปฏิบัติการและยกระดับคุณภาพชีวิตของข้าราชการ ต้องมีการจัดทำแผนระยะสั้นระยะยาว