สหกรณ์ตราดส่ง’เงาะสีทอง’ลุยดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้

สหกรณ์ตราดส่ง'เงาะสีทอง'ลุยดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้

สหกรณ์ตราดส่ง’เงาะสีทอง’ลุยดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.04 น.

30 เมษายน 2568 นายธนภัทร จาวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) นางสาววรรณพร บัณทิตภูวนนท์ สหกรณ์จังหวัดตราด นางชนัญกาญจน์ บัญญวัตวิวัฒน์ เกษตรอำเภอเขาสมิง พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางไปยังสวนเงาะของ นางอุไร ละม่อน ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อติดตามการเก็บเกี่ยวผลผลิตเงาะพันธุ์ตราดสีทอง รุ่นแรก ปีฤดูกาล 2568 เพื่อตรวจสอบคุณภาพผลผลิต ก่อนที่จะส่งเงาะพันธุ์สีทองไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรและผลไม้จากประเทศไทย เพื่อเปิดตลาดประเทศในแถบเอเชียตะวันออกกลาง

นายธนภัทร กล่าวว่า “แม้การส่งออกผลไม้ไทยไปยังดูไบจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายเอกชนหลายเจ้าส่งออกไปบ้างแล้ว แต่ในปี 2568 นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ “ระบบสหกรณ์” จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ “เงาะไทย” ที่กำลังถูกผลักดันให้เป็นตัวแทนสินค้าคุณภาพของเกษตรกรภาคตะวันออก”

ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ยังกล่าวอีกว่า “สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) ได้รับโอกาสจากกรมการค้าภายใน ให้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดดูไบ ซึ่งอาจเป็นโอกาสใหม่ในการขยายช่องทางจำหน่ายผลผลิตของสมาชิกผ่านระบบสหกรณ์โดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดหลักของสหกรณ์ฯ อยู่ที่เวียดนาม แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่สูง ทำให้สหกรณ์ต้องเร่งหาตลาดทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาราคาผลผลิต

ขณะที่ นางสาววรรณพร มองว่า ตลาดดูไบ ที่มีศักยภาพสูงในการนำเข้าผลไม้ไทย เพราะผลไม้ไทยมีคุณภาพดี ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ การนำสินค้าไปทดลองจำหน่ายครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เงาะและมังคุดเท่านั้น แต่ยังมีผลไม้ชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย นอกจากนี้แล้ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมีแผนร่วมกับเครือข่ายสหกรณ์ นำผลไม้คุณภาพดีจำหน่ายภายในประเทศด้วย โดยจะเริ่มจากการทำแพ็กเกจขนาดเล็ก เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ที่นิยมบริโภคในปริมาณไม่มากในแต่ละครั้ง โดยในหนึ่งแพ็กเกจจะรวมผลไม้หลายชนิดไว้ด้วยกัน และจะเป็นปีแรกที่เริ่มโครงการ โดยตั้งใจให้ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครได้เป็นกลุ่มต้นแบบในการทดลองชิมผลไม้คุณภาพเทียบเท่าสินค้าส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าสหกรณ์ไทย

ขณะเดียวกันในปี้มีผลผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออก ต้องยอมรับว่า ราคาผลผลิตอาจปรับลดลงตามกลไกตลาด แต่ทางสหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้สมาชิกผลิตเงาะที่มีคุณภาพ พร้อมขายผ่านระบบที่ช่วยให้เข้าถึงราคาดีและตลาดที่เหมาะสม รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป สหกรณ์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย จาก “หีบใหญ่” มาสู่ “แพ็กเล็ก” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในเมือง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการซื้อเงาะเป็นกิโลกรัม แต่เน้นปริมาณเล็ก ๆ เช่น 5–10 ลูกต่อแพ็ก พร้อมคัดคุณภาพทุกลูก

.025

‘นฤมล’ติดตามความสำเร็จ แปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 จ.นครพนม ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้เกษตรกร

'นฤมล'ติดตามความสำเร็จ แปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 จ.นครพนม ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้เกษตรกร

‘นฤมล’ติดตามความสำเร็จ แปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 จ.นครพนม ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้เกษตรกร

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.59 น.

“รมว.นฤมล”ติดตามความสำเร็จ แปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1” จ.นครพนม ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้เกษตรกร ลั่น มั่นใจราคายางจะต้องกลับไปสูงเหมือนเดิม และจะสูงขึ้นในอนาคต

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลงานดำเนินงานตามนโยบายยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ลิ้นจี่นครพนม 1 และพบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีนางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ ณ แปลงใหญ่ลิ้นจี่นครพนม 1 อุทัยรัศมี ลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครพนม เป็นอีกพืชหนึ่งที่มีศักยภาพเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตรงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายให้ “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกประมาณ 2,969 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 2,500 ตันต่อปี โดยให้ผลผลิต 50 – 180 กิโลกรัมต่อต้น เมื่อต้นอายุ8 – 10 ปีมีการรวมกลุ่มขึ้นทะเบียนแปลงใหญ่ 1 แปลง และขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ของจังหวัดนครพนม อีกทั้ง มีเกษตรกรและผู้สนใจจากนอกพื้นที่นำไปปลูกสร้างรายได้ เช่น จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี เป็นต้น
          
โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ไทย สามารถส่งออกและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งลิ้นจี่ก็เป็นหนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย กระทรวงเกษตรฯ จึงมีความภาคภูมิใจในสินค้าเกษตรไทยที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก และพร้อมเดินหน้าสนับสนุน และบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรอย่างครอบคลุมทุกมิติ 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า วันนี้ได้มาให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ ผู้ปลูกลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 เป็นพันธุ์พิเศษที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GI ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และในจังหวัดนครพนมยังมีผลไม้อื่น ๆ ที่มีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศเยอะมาก โดยกระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรได้รับการดูแลเพิ่มเติมตามขอเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งได้มีการมอบโฉนดเพิ่มการเกษตรเพิ่มเติมเพื่อจัดสรรที่ดินให้พี่น้องเกษตรกรหรือเรื่องน้ำ ที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเพาะปลูกและดูแลไม้ผล โดยตนได้มอบให้กรมชลประทานศึกษาทบทวนแนวทางการก่อสร้างสถานีสูบน้ำในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม 

ส่วนเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างดิน กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมพัฒนาที่ดิน ได้มีการจัดเตรียมปุ๋ย น้ำหมัก และอื่น ๆ เพื่อให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกพี่น้องเกษตรกรให้สามารถใช้ทรัพยากรทางการเกษตรได้อย่างเต็มที่ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตอบโจทย์ตามนโยบายและ สร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้เกษตรกร

”สำหรับพี่น้องชาวสวนยางขอให้สบายใจได้ในเรื่องของราคายาง เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางการรับซื้อและขายยางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นธรรมต่อทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถทำให้ราคายางกลับไปจุดเดิมและจะสูงกว่าเดิมในอนาคต ทั้งนี้ ในส่วนของพืชบางชนิดที่อยู่นอกเหนืออำนาจการกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ นั้น จะมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อลดกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุดต่อไป“ศ.ดร.นฤมล กล่าว
 

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ติดตามคณะ’นายกฯ-รมว.เกษตรฯ’ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของด่านศุลกากรนครพนม

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ติดตามคณะ'นายกฯ-รมว.เกษตรฯ' ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของด่านศุลกากรนครพนม

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ติดตามคณะ’นายกฯ-รมว.เกษตรฯ’ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของด่านศุลกากรนครพนม

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.06 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ติดตามคณะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของด่านศุลกากรนครพนม

วันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น.นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ติดตามคณะนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนในพื้นที่ ณ ด่านศุลกากรนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

– 006

‘กรมชลฯ’ร่วมคณะ ครม.ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน จ.นครพนม

'กรมชลฯ'ร่วมคณะ ครม.ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน จ.นครพนม

‘กรมชลฯ’ร่วมคณะ ครม.ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน จ.นครพนม

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.16 น.

วันนี้ (29 เม.ย. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านศุลกากรนครพนม โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมติดตามการขับเคลื่อนงานดังกล่าว

ที่ประชุมได้รับฟังรายงานสถานการณ์การค้าชายแดนในพื้นที่ และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม รวมทั้งความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน – ศูนย์การค้าส่งชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 – ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

– 006

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ร่วมประชุม ครม.สัญจรนครพนม หนุนพัฒนาพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

'อธิบดีกรมชลประทาน'ร่วมประชุม ครม.สัญจรนครพนม หนุนพัฒนาพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ร่วมประชุม ครม.สัญจรนครพนม หนุนพัฒนาพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.06 น.

วันนี้ (29 เมษายน 2568) ที่หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม ตำบลนาราชควาย อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2568 โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 และผู้แทนภาครัฐ เข้าร่วมประชุม ในส่วนของกรมชลประทาน นำทีมโดย นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการนำเสนอแผนพัฒนาจังหวัดต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุน การบริการและโลจิสติกส์

มอเตอร์เวย์ M81 เปิดให้วิ่งฟรีรับ ‘มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี@กาญจนบุรี’ 3-12 พค.นี้

มอเตอร์เวย์ M81 เปิดให้วิ่งฟรีรับ 'มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี@กาญจนบุรี' 3-12 พค.นี้

มอเตอร์เวย์ M81 เปิดให้วิ่งฟรีรับ ‘มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี@กาญจนบุรี’ 3-12 พค.นี้

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

งาน “มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี@กาญจนบุรี” มอเตอร์เวย์ M81 เปิดให้บริการฟรี 10 วัน ระหว่างวันที่ 3-12 พ.ค. “รมว.มท.” เตรียมเป็นประธานเปิดอย่างเป็นทางการ 3 พ.ค.นี้ คาดเงินสะพัดมหาศาล

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.68 ที่ผ่านมา นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรีศุภมงคล บูชาถ่ายเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการการจัดงาน เดินทางไปเป็นประธานแถลงข่าว การจัดงาน “มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี @ กาญจนบุรี”ที่จัดขึ้นบริเวณลานอเนกประสงค์ทางลงโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M.81) ติดถนนหมายเลข 324 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

งานแถลงข่าวมีนายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยงานภาครับ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก 

การจัดงาน “มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี @ กาญจนบุรี”เพื่อต้องการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี ซึ่งถือเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการเกษตรของภาคตะวันตก โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ต่อยอดสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง การจัดงาน “มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี @ กาญจนบุรี” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-12 พ.ค.2568 รวม 10 วัน 

ล่าสุดวันนี้ 29 เม.ย.68 นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ด้วยจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำหนดจัดงานมหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี @ กาญจนบุรี ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิต การตลาดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงบนฐาน BCG ตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 

วัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางตลาดให้กับสินค้าเกษตรคุณภาพ สร้างโอกาสให้กับเกษตรกรในการเรียนรู้ด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ซึ่งกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป นักเรียน และนักศึกษา จากจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี นำสินค้ามาจำหน่ายในงาน จำนวนทั้งสิ้น 200 ร้านค้า 

โดยช่วงเวลา 19.00-20.00 น.วันเสาร์ที่ 3 พ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรแฟร์สามบุรี @ กาญจนบุรี ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตการตลาดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงบนฐาน BCG ตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 อย่างเป็นทางการ อีกครั้งหนึ่ง

ที่สำคัญช่วงเวลาจัดงานดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้เปิดให้ทดลองใช้ถนนมอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี ด้วยการให้บริการวิ่งฟรีตลอดสาย ระยะทาง 96 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่  3-12 พ.ค.นี้  เพื่อรองรับผู้ที่จะมาเที่ยวงาน ” มหกรรมเกษตรแฟร์ สามบุรี ” กาญจนบุรี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินสะพัดในพื้นที่เป็นจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน

อธิบดีทวีศักดิ์ ลงพื้นที่นครพนม ติดตามผลการดำเนินงานการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map

อธิบดีทวีศักดิ์ ลงพื้นที่นครพนม ติดตามผลการดำเนินงานการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map

อธิบดีทวีศักดิ์ ลงพื้นที่นครพนม ติดตามผลการดำเนินงานการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.15 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการพื้นที่แปลงเกษตรกร(นายประสิทธิ์ แสนทวีสุข) เพื่อตรวจเยี่ยม และให้ขวัญกำลังใจกับเกษตรกร โครงการพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map โดยมี นายสุทธิดล วงษ์จันฬา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 นายศราวุธ ศิริลักณ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครพนม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมติดตามผลการดำเนินงาน ณ บ้านนาขาม หมู่ที่ 4 ตำบลปลาปาก อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม

ซึ่งเดิมพื้นที่ของเกษตรกรอยู่ในพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว สภาพพื้นที่ราบเรียบ มีความลาดชัน 0-2  % ลักษณะของดินเป็นดินตื้นถึงชั้นลูกรัง ดินบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย ปฏิกิริยาดินเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดเล็กน้อย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว ซึ่งสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 โดยสถานีพัฒนาที่ดินนครพนม ได้เข้ามาดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของเกษตรกรโดยการปรับโครงสร้างพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น การปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 1 เน้าการสร้างคันดิน การปรับปรุงแปลงนาลักษณะที่ 2 (ทำร่อง/คูน้ำ) ทางลำเลียงในไร่นา และบ่อดักตะกอนดิน และสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการปรับปรุงบำรุงดิน เช่น การผลิตปุ๋ยหมัก พด.  การผลิตน้ำหมักชีวภาพ ส่งเสริมการใช้พืชปุ๋ยสดปรับปรุงบำรุงดิน และส่งเสริมและสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่ดินกรดด้วยปูนโดโลไมท์ และปรับเปลี่ยนเป็นการทำการเกษตรผสมผสาน อาทิ ปลูกข้าว พืชผักสวนครัว กล้วย ข้าวโพดหลังนา หญ้าเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้นายประสิทธิ์ แสนทวีสุข ยังเป็นต้นแบบของโครงการพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map ที่ช่วยส่งเสริมและจูงใจให้เกษตรกรในพื้นที่อื่น ๆ ปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นการผลิตที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ตลาด เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการผลิต อันจะส่งผลให้มีรายได้เพิ่มและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาภาคการเกษตรให้มีความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกรต่อไป

-(016)

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดสกลนคร

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดสกลนคร

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดสกลนคร

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.39 น.

วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 11.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดสกลนคร โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธิยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหการณ์ เป็นประธานในการเปิดพิธี พร้อมด้วย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อมอบนโยบาย พบปะเกษตรกร และรับฟังปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่พร้อมมอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ โรงเรียนกุสุมาลย์วิทยาคม อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร

ทั้งนี้ในเวลา 13.35 น. ได้ร่วมงานเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านโพนแพงเจียวรนนท์อุทิศ เพื่อขึ้นบินสำรวจพื้นที่เกษตรกรรมและการปลูกข้าวนาปรัง ปีเพาะปลูก 2567 / 68 บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยหินชะแนนใหญ่ ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
 

สพข.9 ชูเกษตรกรต้นแบบขุดสระน้ำ ‘บ่อจิ๋ว’ เพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

สพข.9 ชูเกษตรกรต้นแบบขุดสระน้ำ 'บ่อจิ๋ว' เพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

สพข.9 ชูเกษตรกรต้นแบบขุดสระน้ำ ‘บ่อจิ๋ว’ เพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.41 น.

โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานของกรมพัฒนาที่ดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรได้มีแหล่งน้ำกักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทำการเกษตรนอกเขตชลประทาน สระน้ำมีขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)การขุดสระน้ำในไร่นาช่วยบรรเทาผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง ภัยแล้งหรือขาดแคลนน้ำ ทำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้สร้างผลผลิตและรายได้เพิ่ม   

ทั้งนี้ “การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในไร่นาฯ จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถมีอายุการใช้งานได้นานขึ้น เช่น ปลูกหญ้าแฝกรอบขอบบ่อเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และชะลอการสะสมของตะกอนในบ่อ “เกษตรกรท่านใดมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของตนเองและสนใจขุดสระน้ำ ขนาด 1,260 ลบ.ม. สามารถติดต่อไปยังสถานีพัฒนาแต่ละจังหวัดทั่วประเทศได้

กรมพัฒนาที่ดิน โดย สถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พาไปลงพื้นที่เกษตรกรตัวอย่าง นางสำราญ แจ่มใสดี เกษตรกร ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ที่เข้าร่วมโครงการฯ กับ กรมพัฒนาที่ดิน พัฒนาแหล่งน้ำพัฒนาพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/YpKPFMwCWM4

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ติดตามคณะ’นายกฯ’ลงพื้นที่สกลนคร ขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำยั่งยืน

'อธิบดีกรมชลประทาน'ติดตามคณะ'นายกฯ'ลงพื้นที่สกลนคร ขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำยั่งยืน

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ติดตามคณะ’นายกฯ’ลงพื้นที่สกลนคร ขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.01 น.

วันนี้ (28 เมษายน 2568) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่บึงหนองหารและการบริหารจัดการน้ำ ณ สวนสาธารณะดอนเกิน อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายสิทธิพร พฤติพิบูลธรรม เลขานุการกรม นายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายภัคภาค คุณะเกษม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 5 นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 ได้ร่วมลงพื้นที่พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และความคืบหน้าโครงการดังกล่าว

บึงหนองหาร จังหวัดสกลนคร ถือเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 76,322 ไร่ มีลำน้ำไหลเข้ารวม 21 สายรอบทิศทาง การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ดำเนินการโดยคณะทำงานบริหารจัดการน้ำในหนองหาร โดยมี กรมชลประทานและกรมประมงเป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมกันควบคุมระดับน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ควบคุมน้ำ (Rule Curve) ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อน้ำท่วมในเขตชุมชน โดยเฉพาะเทศบาลนครสกลนคร ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาก จะทำการตัดยอดน้ำผ่านร่องช้างเผือกในอัตรา 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีประตูระบายน้ำลำน้ำพุง–น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอาคารควบคุมหลัก พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง

ในปัจจุบัน กรมชลประทานมีแผนดำเนินการปรับปรุงบริหารระดับน้ำในหนองหาร ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในลำน้ำก่ำ รวมถึงการปรับปรุงพนังกั้นน้ำ การก่อสร้างแก้มลิง และระบบระบายน้ำป้องกันชุมชน เพื่อช่วยเหลือพื้นที่กว่า 24,000 ครัวเรือน พื้นที่ชลประทาน 109,000 ไร่ และพื้นที่ได้รับการป้องกันอีก 39,000 ไร่

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาความเหมาะสมในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำในลุ่มน้ำพุง – น้ำก่ำ จังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม เพื่อบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ โดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรน้ำของประเทศ ในด้านการบริหารน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและสร้างความมั่นคงของน้ำเพื่อการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) นอกจากนี้ ยังมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเก็บกักน้ำสนับสนุนการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเป็นประจำ รวมถึงการศึกษาการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในลุ่มน้ำพุงและลุ่มน้ำก่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำท้ายหนองหาร เสริมสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายอีกด้วย