ขุดปูม “ทักษิณ-มินอ่องหล่าย” ภาพอดีตยังหลอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457461

ขุดปูม “ทักษิณ-มินอ่องหล่าย”ภาพอดีตยังหลอน

5 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:42 น.

เจาะเวลาหาอดีต “ทักษิณ” คลิปถั่งเช่าเขย่าขวัญอีกครั้ง เผยสัมพันธ์ลึกซึ้ง “มินอ่องหล่าย”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
ลีลาผู้นำรัฐประหารเมียนมาคนล่าสุด พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย ถือว่าไม่ธรรมดา โดยการแต่งตั้งพลเรือน โดยเฉพาะนักการเมือง ที่แยกตัวออกมาจากพรรคเอ็นแอลดี เข้ามาดำรงตำแหน่งในสภาบริหารแห่งรัฐ และคณะรัฐมนตรี 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 
“มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว

 

ทักษิณ สมัยที่มาทำบุญในเมียนมา

นักวิเคราะห์การเมืองไทยบางคน มองว่า นายพลพม่าผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ อาจจะเลียนแบบคณะทหารไทย ในการยึดอำนาจปี 2549 และปี 2557 ที่พยายามดึงนักการเมืองในเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร มาเป็นพวก      

ความจริงแล้ว พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย มีความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของไทยหลายคนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนักการเมืองไทย มิได้หมายความว่า เขาเป็นลูกบุญธรรมของพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีเท่านั้น    

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เคยมีกรณี “คลิปถั่งเช่า” อันลือลั่น ซึ่งบทสนทนาของผู้ชายสองคน ได้บอกเล่าถึงความสนิทสนมระหว่างอดีตผู้นำไทยคนหนึ่ง กับ ผบ.สส.กองทัพเมียนมาได้เป็นอย่างดี

++
โอเวอร์รีแอ๊ก
++
ถ้ายังจำกันได้ สมัยที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2544 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ได้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเรื่องของการวางนโยบายระหว่างประเทศของไทยและเมียนมา เห็นได้ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งที่จะเจรจาด้านธุรกิจการค้ากับเมียนมา แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ ไม่สู้จะกระตือรือร้นนัก

เดือน มิ.ย.2545 ทหารเมียนมา เปิดยุทธการปราบปรามชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน

ไทย-เมียนมา และได้รุกเข้ามาในเขตแดนของไทย ตอนนั้น กองทัพภาคที่ 3 ได้ตอบโต้ทหารพม่าอย่างรุนแรง อดีตนายกฯทักษิณ ได้วิพากษ์วิจารณ์ปฏิกริยาตอบสนองที่กองทัพไทยมีต่อกองทัพเมียนมา เป็นการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือ “โอเวอร์ รีแอ๊ก”    

ก่อนหน้ารัฐประหาร 2557 ทักษิณโผล่เมียนมา

ปลายปี 2545 พล.อ.สุรยุทธ์จึงถูกโยกจาก ผบ.ทบ.ไปเป็น ผบ.สส. จนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2546      

เวลานั้น ฟากฝั่งเมียนมา พล.อ.หม่องเอ รองประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้นำหมายเลข 2 รองจากนายพล ตาน ฉ่วย ประธาน SPDC    

ขณะที่ พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย กำลังเป็นนายทหารดาวรุ่ง และได้รับการดูแลจากนายพลตานฉ่วย เป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการในรัฐฉานตะวันออก และผู้บัญชาการทหารภาคสามเหลี่ยม รัฐฉาน 

++
คลิปถั่งเช่า
++
เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี “มินอ่องหล่าย” ก็ขยับขึ้นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นสมาชิกของสภาป้องกันและความมั่นคงแห่งชาติ (NDSC) และเป็นมือทำงานของเต็งเส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาสมัยนั้น    

ห้วงเวลานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมาแน่นแฟ้น ช่วงปี 2556 มีสื่อบางสำนัก ได้นำคลิปเสียงการสนทนาของผู้ชาย 2 คน มาเผยแพร่ ซึ่งเรียกกันว่า “คลิปถั่งเช่า”     

มินอ่องหล่าย นายพลที่สนิทสนมนายทหาร และนักการเมืองไทย

สื่อทุกสำนักต่างนำเสนอข่าวนี้อย่างครึกโครม เพราะเสียงสนทนาของชายคนหนึ่งคล้ายอดีต รมช.กลาโหม กับทักษิณ ชินวัตร    

ตอนหนึ่งของคลิปถั่งเช่า ได้มีการพูดถึง “มินอ่องหล่าย” และ “เต็งเส่ง” ที่มีความสนิทสนมกับทักษิณเป็นอย่างมาก    

ในปี 2556 สำนักข่าว Eleven media group รายงานว่า ทักษิณเดินทางไปที่เมืองทวายเพื่อเข้าดูท่าเรือของโครงการทวาย และช่วงสงกรานต์ ทักษิณได้พบ พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย ที่บ้านพักหรูเชิงเขาในเขตมัณฑะเลย์     

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลซูจี เพิ่งประกาศยกเลิกโครงการทวาย เพราะกลุ่มทุนจีนเพิ่งก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ในรัฐยะไข่    

ก่อนการรัฐประหาร 2557 ทักษิณได้เข้าพักที่โรงแรมชาเทรียม ย่างกุ้ง โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมข้าราชการเดินทางเข้าพบจำนวนมาก มีการระบุว่า ทักษิณมาเพื่อทำบุญแก้กรรม    

เมื่อเกิดรัฐประหารในเมียนมา มิเพียงเรื่องมินอ่องหล่ายเป็น “ลูกบุญธรรมป๋าเปรม” จะถูกนำมาขยายในสื่อฝ่ายหนุนม็อบราษฎร แต่กรณี “คลิปถั่งเช่า” ก็ถูกนำมาขยี้แผลเก่าของทักษิณ ชินวัตร ในโลกออนไลน์ และสื่อฝ่ายต้านม็อบสามนิ้ว

เช็กเสียงรัฐบาล vs ฝ่ายค้าน ก่อนศึกซักฟอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457398

เช็กเสียงรัฐบาล vs ฝ่ายค้าน ก่อนศึกซักฟอก

4 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:33 น.

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ใกล้เข้ามาทุกขณะ กลางเดือนนี้ก็เริ่มขึ้นแล้ว เช็กเสียงรัฐบาลและฝ่ายค้าน มีจำนวนเท่าไหร่ ห่างกันมากน้อยแค่ไหน และหวังผลได้แค่ไหนกับการซักฟอกครั้งนี้

ยังคงฝุ่นตลบกันอยู่กับการตกลงระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลเกี่ยวกับกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคล 10 รัฐมนตรีว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ดี

เบื้องต้นฝ่ายค้านต้องการ 45 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาลบอกว่า 35 ชั่วโมงก็พอ เอาเฉพาะเนื้อๆ ประเภท” ขี่ม้าเลียบค่าย” วกไปวนมาไม่เข้าประเด็นเสียที หลอกด่าฟรี ไม่เอา ส่วนวันอภิปรายก็คือ 16-19 ก.พ. และลงมติวันที่ 20 ก.พ. นี้  

สำหรับรัฐมนตรีที่จะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีทั้งสิ้น 10 คน จาก 3 พรรครัฐบาล คือพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับ​เสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะทำให้รัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น 

มาตรา  151 รัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า “มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

และมาตรา 170 รัฐธรรมนูญ บัญญัติว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ 

( 3 ) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ

มาถึงตรงนี้ต้องมาเช็กเสียงรัฐบาลและฝ่ายค้านว่าแต่ละฝ่ายมีมากน้อยกว่ากันเท่าไหร่ 

ส.ส.เท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้มีจำนวน 487 คน (จากจำนวนเต็ม 500 คน)

จำนวน ส.ส. 487 คน แยกเป็น

– ฝ่ายรัฐบาล 277 คน

– ฝ่ายค้าน 210 คน

 รัฐบาล 277  เสียง ประกอบด้วย

–  พลังประชารัฐ 121 เสียง

– ภูมิใจไทย 61  เสียง 

– ประชาธิปัตย์ 51  เสียง

– ชาติไทยพัฒนา 12  เสียง

– เศรษฐกิจใหม่ 6  เสียง

– รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง

– พลังท้องถิ่นไท 5  เสียง

– ชาติพัฒนา 4  เสียง

– รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง

– พลังชาติไทย 1  เสียง

– ประชาภิวัฒน์ 1  เสียง

– ไทยศรีวิไลย์ 1   เสียง

– พลังไทยรักไทย 1  เสียง

– ครูไทยเพื่อประชาชน 1   เสียง 

– ประชาธรรมไทย 1   เสียง

– พลเมืองไทย 1   เสียง

– ประชาธิปไตยใหม่ 1  เสียง 

– พลังธรรมใหม่ 1  เสียง

– ไทรักธรรม 1   เสียง 

ส่วน ฝ่ายค้าน 210 คน

 ฝ่ายค้าน 210 เสียง  ประกอบด้วย

– เพื่อไทย 134   เสียง

– ก้าวไกล 53    เสียง

– เสรีรวมไทย 10  เสียง

– ประชาชาติ 7   เสียง

– เพื่อชาติ 5   เสียง

– พลังปวงชนไทย 1  เสียง 

 เฉพาะซักฟอกครั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์  จากพรรคเศรษฐกิจใหม่  ร่วมกับฝ่ายค้าน ทำให้ฝ่ายรัฐบาลเสียงลดเหลือ 275 เสียง  ส่วนฝ่ายค้านเสียงเพิ่มเป็น 212 เสียง

 แต่เสียงฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน  ก็ยังห่างกันถึง 63 เสียง

แน่นอนว่าฝ่ายค้าน คงไม่หวังถึงขนาดล้มรัฐบาลได้ทันทีจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้  แต่ก็ได้เขย่าเสถียรภาพ ความชอบธรรมของรัฐบาลไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันสุกงอม

‘มินอ่องหล่าย’ ขอ 1 ปี 6 เดือน คืนสู่ประชาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457374

‘มินอ่องหล่าย’ขอ 1 ปี 6 เดือน คืนสู่ประชาธิปไตย

4 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:00 น.

‘มินอ่องหล่าย’ ขอสัญญานำเมียนมากลับสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง ภายในปีหน้า ระหว่างนี้ทุกอย่างจะดำเนินไปตามปกติ

++
    หลังรัฐประหาร 1 ก.พ.2564 สำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเมียนมา ประกาศการจัดตั้ง “สภาบริหารแห่งรัฐ” (State Administration Council-SAC) ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2551 มาตรา 419 ซึ่งจะมีบทบาทไม่ต่างจากสภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ (SLORC) หรือ สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) ซึ่งเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของคณะเผด็จการทหารในอดีต

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2564 พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.สส. ในฐานะประธานสภาบริหารแห่งรัฐ ได้พบกับนักธุรกิจ ,ประธานสมาคมอุตสาหกรรม,การค้า,การโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงเนปิดอว์ 
    พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้บอกกับภาคธุรกิจว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการชั่วคราว จะไม่มีการเบี่ยงเบนไปจากวิถีแห่งประชาธิปไตย กิจกรรมทุกอย่างจะดำเนินต่อไปตามปกติ โดยไม่มีการหยุด

         มินอ่องหล่าย พบตัวแทนภาคธุรกิจของเมียนมา   

 กองทัพเมียนมา ยังคงจะเปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ปกติในการเลือกตั้ง และดำเนินการกับผู้ที่รับผิดชอบตามกฎหมายการเลือกตั้ง หมายถึง กกต.ชุดเก่า
    ผู้นำการรัฐประหารเมียนมา ย้ำว่า หลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 1 ปีสิ้นสุดลง จะมีการเลือกตั้งใหม่ ภายใน 6 เดือน เพื่อให้พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง ได้ตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ ปี 2551
    สรุปว่า คณะรัฐประหาร จะอยู่ในอำนาจ 1 ปี 6 เดือน ก่อนโอนถ่ายอำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 
    ย้อนไปเมื่อกลางดึก วันที่ 1 ก.พ.2564 พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้ออกประกาศโอนอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ มาไว้ที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และแต่งตั้งรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานสำคัญต่างๆ   

 พร้อมกัน กองทัพเมียนมา ได้ประกาศการจัดตั้งสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council) ภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 419 ซึ่งเป็นคณะที่มีบทบาทมากที่สุด ได้แก่สภาบริหารแห่งรัฐ จำนวน 11 คน 
    สภาบริหารแห่งรัฐ ประกอบด้วย 1.พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธาน 2.พล.อ.โซ วิน รองประธาน 3.พล.อ.เมี๊ยะ ทูน อู กรรมการ 4.พล.อ.ติ่น อ่อง ซาน กรรมการ 5.พล.อ.หม่อง หม่อง จ่อ กรรมการ 6.พล.ท.โม มิ่น ทูน กรรมการ 7.พะโด มาน เงม หม่อง กรรมการ 8.อู เตง ญุ่น กรรมการ 9.อู ขิ่น หม่อง ส่วย กรรมการ 10.พล.ท.อ่อง ลิน ดวย เลขานุการ และ 11.พล.ท.แย วิน อู เลขานุการร่วม

หายไปไหน บอดี้การ์ด ‘ซูจี’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457358

หายไปไหน บอดี้การ์ด ‘ซูจี’

4 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:59 น.

5 ปีในอำนาจของ “ซูจี” มีบอดี้การ์ดชื่อ “เชอรี่” ยืนข้างกายตลอด วันนี้ เชอรี่หายไปไหน เอฟซีบอดี้การ์ดถามหา

++
    พลันที่กองทัพเมียนมา ยึดอำนาจ และจับกุมตัว อองซานซูจี ในโลกโซเชียล มีสาวกบอดี้การ์ดของอองซานซูจี ได้เข้าไปโพสต์แสดงความเห็นมากมาย ผ่านเฟซบุ๊ค Cherry Htet รวมถึงในกลุ่มปิด We Love Cherry Htet ส่วนใหญ่ก็จะถามว่า เธอไปอยู่ไหน? พวกเรายังรักเธออยู่
    เนื่องจาก “เชอรี่ ฮัต” (Cherry Htet) องครักษ์หมายเลข 1 ของอองซานซูจี เป็นเน็ตไอดอลของชาวพม่า มีคนติดตามเฟซบุ๊คเธอมากมาย

           ไม่ว่าซูจี จะไปไหน ต้องมีเธอตามเป็นเงา

++
หมาป่ากับลูกแกะ
++
    หลังรัฐประหารในเมียนมาได้เพียง 1 วัน มีรายงานข่าวว่า ตำรวจเมียนมาได้ทำสำนวนคำฟ้อง อองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ต่อศาลแขวงเนปิดอว์ ในข้อหาครอบครองอุปกรณ์สื่อสาร โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งระหว่างการตรวจค้นบ้านพักของเธอ ตำรวจพบวิทยุสื่อสารหลายเครื่อง ปรากฏว่าทุกเครื่องไม่มีใบอนุญาต ซึ่งถือว่าละเมิดกฎหมายการส่งออกและนำเข้าสินค้าของเมียนมา
    แหล่งข่าวในพรรคสันติบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า วิทยุสื่อสารเหล่านั้น ถูกนำมาใช้งานภายในกองกำลังรักษาความปลอดภัย และยามรักษาการณ์ ประจำบ้านพักที่ปรึกษาแห่งรัฐ ในกรุงเนปิดอว์
    ว่ากันว่า กองทัพเมียนมา พยายามยัดข้อหาครอบครองวิทยุสื่อสารเถื่อน เพื่อหาเหตุกักขังซูจี รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองในอนาคต 
    เป็นที่ทราบกันดีว่า นับแต่ อองซานซูจี ขึ้นเป็นดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ เทียบเท่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงเมียนมา ได้จัดทีมอารักขาความปลอดภัยจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “หน่วย SWAT” (หน่วยสวาท) ชาย-หญิง ประมาณ 20 คน มาดูแลเธอ

++
บอดี้การ์ดคนดัง
++
    ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่อองซานซูจี อยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ เธอเดินทางไปราชการทั้งในและนอกประเทศ ก็จะปรากฏภาพบอดี้การ์ดหญิง นัยน์ตาคมกริบยืนอยู่ข้างกายทุกหนทุกแห่ง และแทบไม่น่าเชื่อ บอดี้การ์ดซูจีคนนี้ กลายเป็นเน็ตไอดอล ที่มีชาวพม่าติดตามเธอ ผ่านโซเชียลมากมาย

        เชอรี่ ฮัต ตำรวจหน่วย SWAT กลายเป็นเน็ตไอดอล

    บอดี้การ์ดหญิงคนนี้ชื่อ เชอรี่ ฮัต (Cherry Htet) ชาวหงสาวดี หรือ พะโค จบการศึกษาจาก Dagon University ย่างกุ้ง สมัครเข้าเป็นตำรวจหน่วยพิเศษ และถูกคัดเลือกมาเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวซูจี 

    เชอรี่ บอดี้การ์ดสาว มีเฟซบุ๊ค Cherry Htet ที่มีคนติดตามหลายแสนคน รวมถึงเหล่าเอฟซีของเชอรี่ ได้สร้างแฟนเพจ We Love Cherry Htet , Cherry Lay-Nay Pyi Taw , Forever Love Cherry Htet และ Cherry Cherry & Forever DASSK

            ความน่ารักของเธอ จึงมีเอฟซีเยอะ 

    นัยว่า ครอบครัวของเชอรี่ เป็นผู้สนับสนุนของพรรคเอ็นแอลดี เธอจึงได้รับความรัก ความไว้วางใจ จากซูจีมากเป็นพิเศษ 

        ซูจี รักและเมตตาเธอมาก

    ในยุคดิจิตอล เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่บอดี้การ์ดคนหนึ่ง จะครองใจชาวเมียนมาได้ไม่แพ้อองซานซูจี นอกจากนั้น ทีมงานอารักขา ยังได้เปิดแฟนเพจ SWAT เมียนมา เผยแพร่การทำงานของทีมอารักขาอองซานซูจี

    หลังการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา ตำรวจหน่วยอารักขาอองซานซูจี ก็ถูกเรียกตัวกลับต้นสังกัด รวมถึงตัวเชอรี่ ฮัต ด้วย

    อย่างไรก็ตาม เหล่าสาวกของเชอรี่ ยังอยากทราบว่า เธอกลับไปประจำการสังกัดตำรวจหน่วยไหน  

เลือกตั้งซ่อม มารยาทการเมือง “พปชร. – ปชป.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457334

เลือกตั้งซ่อม มารยาทการเมือง “พปชร. – ปชป.”

4 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:06 น.

จากเลือกตั้งซ่อมนครปฐม-กำแพงเพชร ถึงเมืองคอน ว่าด้วยมารยาทางการเมือง ระหว่าง พปชร. กับ ปชป.

++
เรื่องไม่เป็นเรื่อง กรณี 2 พรรคการเมืองใหญ่ ของประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ ที่ช่วงชิงความได้เปรียบในศึกเลือกตั้งซ่อม เขต 3 นครศรีธรรมราช ตามมาด้วยวาทกรรม “มารยาททางการเมือง” ของพรรคร่วมรัฐบาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…
เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช “ประชาธิปัตย์” อาการหนัก
 

พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ว่าผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรค ปชป.

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถามของนักข่าว เกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 แทนเทพไท เสนพงศ์ ว่า ถ้าประชาธิปัตย์เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประชาธิปัตย์ก็จะไม่ส่งผู้สมัคร แต่จะให้เจ้าของที่นั่งเดิมที่เป็นพรรคร่วมเป็นผู้ส่ง ซึ่งประชาธิปัตย์เคยเป็นแกนตั้งรัฐบาลมาหลายครั้งและได้ปฏิบัติมาเช่นนี้โดยตลอด     

นี่คือ มารยาททางการเมือง ตามที่หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวอ้างถึง และมีอดีต ส.ส.ค่าย ปชป.บางคน ขยายปมขัดแย้งไปถึงเรื่องจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล     

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้พูดอะไรมากมายนัก แต่มีแนวโน้มว่า ค่าย พปชร. จะส่ง อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงสนามทำศึกล้างตาอีกหน    

การเลือกตั้งซ่อม จะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค.2564 แต่สมรภูมิแห่งญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ จะเกิดขึ้นภายในเดือน ก.พ.นี้ รอชมอภินิหารของพลพรรค ปชป.สายใต้     

พูดถึง “มารยาททางการเมือง” ในเวทีเลือกตั้งซ่อม นับแต่ปี 2562-2563 มีการเลือกตั้งซ่อมไปแล้ว 6 ครั้ง คือ เชียงใหม่ เขต 8, นครปฐม เขต 5 ,ขอนแก่น เขต 7, กำแพงเพชร เขต 2, ลำปาง เขต 3 และสมุทรปราการ เขต 6 โดยภาพรวม เป็นการต่อสู้ระหว่างตัวแทนพรรครัฐบาล กับฝ่ายค้าน    

ยกเว้นการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม และกำแพงเพชร ที่มีดราม่าภายในพรรคร่วมรัฐบาล

อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ

++
เลือกซ่อมนครปฐม
++
เมื่อ จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม เขต 5 พรรคอนาคตใหม่ (พรรคก้าวไกล) ลาออก เพราะป่วยหนัก ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไม่ได้ จึงมีเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น เมื่อปลายปี 2562    

เผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทย อดีต ส.ส.นครปฐม ที่สอบตก เมื่อเลือกตั้งทั่วไป ต้นปี 2562 เป็นตัวยืนขอแก้มือ และ สุรชัย อนุตธโต อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ขอลงสนามด้วย     

ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว พรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส. นครปฐม เขต 5 ก็เสนอตัวลงสนามเช่นกัน แต่ พล.อ.ประวิตร เบรกไว้ เพราะเกรงจะไปตัดคะแนนกันเอง     

เลือกตั้งซ่อมหนนั้น กลายเป็นศึก 2 พรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านแข่งกัน ปรากฏว่าเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ชนะเลือกตั้ง    

เวลานั้น ไม่มีแกนนำพรรคขาใหญ่คนไหน พูดเรื่องมารยาททางการเมือง 

++
เลือกซ่อมกำแพงเพชร
++
ต้นปี 2563 มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 แทนตำแหน่ง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ปรากฏว่า เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พรรคพลังประชารัฐ ชนะ กัมพล ปัญกุล พรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนนที่ไม่ทิ้งห่างกันมากนัก    

สำหรับสมรภูมิกำแพงเพชร มีดราม่าภายในพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ นพ.ปรีชา มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นใบลาออกลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป. เมื่อ 5 ก.พ.2563 เนื่องจากความไม่พอใจคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ไม่รับข้อเสนอของตัวเขา ที่จะให้ลูกชาย-สุขวิชชาญ มุสิกุล ลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อม กำแพงเพชร เขต 2    

เดิมที สุขวิชชาญ มุสิกุล ลงแข่งกับไวพจน์ ในการเลือกตั้งทั่วไป แต่ก็แพ้ชนิดไม่ได้ลุ้น แต่เมื่อมีเลือกตั้งซ่อม นพ.ปรีชา ก็ต้องการให้ลูกชายลงแข่ง เพราะประเมินว่า “เพชรภูมิ” ไม่แกร่งเหมือนไวพจน์    

สุดท้าย พรรค ปชป.ตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในรอบการเลือกตั้งซ่อม เพราะยึดถือเป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับพื้นที่ที่เคยมีการเลือกตั้งซ่อม ว่าจะไม่ส่งผู้สมัครตัดคะแนนกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเป็นมารยาทของพรรคร่วมรัฐบาล     

ด้วยเหตุนี้ นพ.ปรีชา จึงรู้สึกน้อยใจผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ และร่อนจดหมายลาออกจากพรรคทันที 

ฟันอาญา ‘ซูจี’ คุมตัว 15 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457287

ฟันอาญา ‘ซูจี’คุมตัว 15 วัน

3 กุมภาพันธ์ 2564 – 19:51 น.

ตำรวจพม่าดำเนินคดีอาญา “อองซานซูจี” และอดีตประธานาธิบดีหลายข้อหา เบื้องต้นกักขัง 15 วัน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ค Mawkunmagazine ของเมียนมา ได้รายงานข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอองซานซูจี ที่ถูกกองทัพเมียนมาควบคุมตัวไว้ โดยอ้างข้อเขียนของ Kyi Toe แกนนำคนสำคัญของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ว่า สำนักงานตำรวจกรุงเนปิดอว์ดำเนินคดีกับ ออง ซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ในข้อหาครอบครองอุปกรณ์สื่อสาร โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื้อหาในสำนวนคดีของเจ้าพนักงานระบุว่า ในระหว่างการตรวจค้นบ้านพักของเธอในกรุงเนปิดอว์ ตำรวจพบวิทยุสื่อสารหลายเครื่อง ปรากฏว่าทุกเครื่องไม่มีใบอนุญาต ซึ่งถือว่าละเมิดกฎหมายการส่งออกและนำเข้าสินค้าของเมียนมาด้วย

คำฟ้องของตำรวจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว

หลังจากตำรวจบุกค้นบ้านของอดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐอองซานซูจี เมื่อเช้าวันที่ 1 ก.พ.2564 ได้พบอุปกรณ์โทรคมนาคมจากกองกำลังรักษาความปลอดภัย และยามรักษาการณ์ ตามมาตรา 8 ของกฎหมายนำเข้าและส่งออก มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปีในข้อหาครอบครองอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ผิดกฎหมาย 

เบื้องต้น Kyi Toe แกนนำพรรคเอ็นแอลดี ระบุว่า ออง ซาน ซูจี จะถูกควบคุมตัว 15 วันเป็นอย่างน้อย ก่อนนำตัวส่งขึ้นศาล

อองซานซูจี และอูวินมินต์ เจอคดีอาญาหลายข้อหา

ขณะที่ อูวินมินต์  อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ถูกดำเนินคดีในหลายข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่รวมถึงการรวมกลุ่มในวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ด้วยการลงพื้นที่พบปะกับกลุ่มผู้สนับสนุน ในช่วงหาเสียงก่อนการเลือกตั้งปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมา และสำนักงานตำรวจเมียนมาในเนปิดอว์ ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และไม่มีใครทราบว่า ออง ซาน ซูจี ถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานที่แห่งใด

“มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457199

“มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว

3 กุมภาพันธ์ 2564 – 08:37 น.

แปลกแต่จริง รัฐมนตรีต่างประเทศจีนบินพบ “ซูจี” และ “มินอ่องหล่าย” ก่อนหน้าการรัฐประหารใต้รัฐธรรมนูญ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พลันที่กองทัพเมียนมา อาศัยมาตรา 417 รัฐธรรมนูญ ปี 2551 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 1 ปี ซึ่งเป็นการทำรัฐประหารใต้รัฐธรรมนูญครั้งแรกของโลก นานาชาติฝั่งตะวันตก ส่งเสียงคัดค้านอึงมี่ เรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซานซูจี และนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…
รู้จัก “มินอ่องหล่าย” ลูกบุญธรรม “ป๋าเปรม” 

รมต.ต่างประเทศจีน พบมินอ่องหล่าย เมื่อ 11 ม.ค.2564    

ขณะที่ หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่นครปักกิ่งว่า “เราได้รับทราบสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา และอยู่ในกระบวนการทำความเข้าใจสถานการณ์”    

พร้อมกับยืนยันว่า “จีนเป็นมิตรประเทศของเมียนมา เราหวังว่าทุกฝ่ายในเมียนมาจะสามารถรับมือกับความแตกต่างภายใต้รัฐธรรมนูญ กรอบของกฎหมาย และพิทักษ์เสถียรภาพของสังคมและการเมือง”     

นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลายคนมองว่า จีนรับรู้มาก่อนว่าต้องเกิดการยึดอำนาจในเมียนมา เนื่องจากวันที่ 11-12 มกราคม 2564 หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา    

รมต.ต่างประเทศจีน พบอองซานซูจี เมื่อ 12 ม.ค.2564

ห้วงเวลานั้น ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอองซานซูจี กับกองทัพเมียนมา เรื่อง กกต.กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง เริ่มตรึงเครียด เมื่อตัวแทนกองทัพเมียนมา ขอให้เลื่อนการเปิดประชุมสภาฯ ออกไปก่อน แต่ฝ่ายอองซานซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี) ปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้น    

บังเอิญ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนมาเยือนเมียนมา ในจังหวะเมียนมามีวิกฤตการเมือง ย่อมเป็นเรื่องไม่ธรรมดา

++
มังกรรู้ดี
++
ย้อนไปวันที่ 11 ม.ค.2564 หวังอี้ รมต.ต่างประเทศจีน ได้พบกับอูวินมิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา(เวลานั้น) และอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ(เวลานั้น) ได้หารือกันในประเด็นความมั่นคงชายแดน ความร่วมมือระดับภูมิภาค และบทบาทของจีนในการสร้างสันติภาพในเมียนมา และการส่งผู้ลี้ภัยโรฮิงญากลับประเทศ     

วันถัดมา(12 ม.ค.) หวังอี้ ได้พบกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพแห่งชาติ ได้หารือกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเศรษฐกิจ     

นอกจากนี้ การมาเยือนเมียนมาของหวังอี้ ก็ได้บอกว่า จีนจะมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ 1 ลอตโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวัคซีนกับเมียนมาต่อไป    

การประท้วงเชิงสัญลักษณ์ในย่างกุ้ง

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่อองซานซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) บริหารประเทศ ได้แสดงออกถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับจีน ด้านหนึ่ง กรณีโรฮิงญา ส่งผลให้นานาชาติกดดัน “ซูจี” จึงทำให้จีนเข้ามามีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงไปโดยปริยาย    

อย่างไรก็ตาม จีนยังสนับสนุนกองทัพเมียนมา และมีอิทธิพลเหนือกองกำลังชาติพันธุ์ในรัฐฉาน และรัฐคะฉิ่น   

++
ต้านเผด็จการ
++
ประเทศตะวันตก อาจรู้สึกแปลกใจ หลังการรัฐประหาร บรรยากาศตามเมืองต่างๆของเมียนมา ทั้งกรุงเนปิดอว์ และกรุงย่างกุ้ง เงียบสงัด ไม่มีทีท่าว่าประชาชนจะเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพเมียนมาแต่อย่างใด 

การประท้วงเชิงสัญลักษณ์ในย่างกุ้ง    

มีเพียงกลุ่มพลังมวลชนของพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ที่ออกมาชุมนุมแสดงจุดยืนสนับสนุนกองทัพเมียนมา ในเขตย่างกุ้ง    

ส่วนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้เรียกร้องให้กองทัพปล่อยตัวอองซานซูจีโดยเร็ว ก็ยังไม่มีการปลุกระดมให้สมาชิกพรรคออกมาชุมนุมบนท้องถนน    

การประท้วงเชิงสัญลักษณ์ในย่างกุ้ง

ที่น่าสนใจ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ของเมียนมาจำนวนหนึ่ง เชิญชวนผ่านโซเชียลให้แสดงอารยะขัดขืน หยุดงาน ไม่ยอมรับการรัฐประหาร โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.นี้เป็นต้นไป    

เมื่อค่ำวันที่ 2 ก.พ.2564 ประชาชนในนครย่างกุ้งออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการเข้ายึดอำนาจของกองทัพ ด้วยการจุดเทียน พร้อมกับชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านอำนาจเผด็จการ นอกจากนี้ ยังมีการบีบแตรรถยนต์ และเคาะหม้อ กระทะ กะละมังตามอาคารที่พักอาศัย     

โลกยุคดิจิตอล กองทัพเมียนมามิอาจปิดกั้นการสื่อสารสมัยใหม่ได้ จึงมีชาวพม่าจำนวนไม่น้อยที่ใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ แสดงจุดยืนต่อต้านการรัฐประหารโดยสันติ

เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช “ประชาธิปัตย์” อาการหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457168

เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช “ประชาธิปัตย์” อาการหนัก

2 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:50 น.

เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีฯ แทน “เทพไท เสนพงศ์”ที่ถูกศาล รธน.ชี้ให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแชมป์พื้นที่นี้อยู่ แต่เลือกตั้งซ่อม 7 มี.ค.นี้ ไม่ง่ายเสียแล้วเมื่อพลังประชารัฐ มีท่าทีส่ง”อาญาสิทธิ์”ลงแข่งหวังล้างตานัดสำคัญ

พี่น้องตระกูล“เสนพงศ์”ที่ผงาดทางการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นในห้วง 10 ปีมานี้ถูกพูดถึงอย่างมากหลังจาก “นายเทพไท เสนพงศ์”อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ถึงจุดสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งด้วยการถูกวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งโดยศาลรัฐธรรมนูญเป็นอันต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุ“ต้องคำพิพากษาคดีทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช มีโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง” เป็นวิบากกรรมแผลฉกรรจ์

ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 3 ของนครศรีธรรมราช เป็นอันว่างลง 1 ตำแหน่งสร้างความตระหนกให้กับประชาธิปัตย์ไม่น้อย มีเสียงร่ำลือว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคบางคนออกอาการหวาดวิตก นำมาซึ่งการเรียกหามารยาททางการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันกันเอง

และแสดงความเป็นสถาบันทางการเมืองอันเก่าแก่ด้วยการประกาศสรรหาตัวผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งแทน เทพไท เสนพงศ์ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเรื่องของกระบวนการสรรหาเป็นเพียง”พิธีกรรมทางการเมือง”เท่านั้นหรือไม่ โดยมีการมองว่าการสืบทอดทายาททางการเมืองอาจสำคัญกว่า ..ชื่อของ พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายของ “เทพไท เสนพงศ์” จึงเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในเขตนี้แทน 

ส่วนพรรคคู่แข่งที่จะส่งตัวผู้สมัครเห็นจะมี “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำคะแนนไล่หลัง “เทพไท เสนพงศ์”มาเพียง 4 พันกว่าคะแนนเท่านั้น สร้างความหวาดเสียวให้กับ “ประชาธิปัตย์”มาแล้ว

มาครั้งนี้ คงจะไม่พ้น “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ที่จะลงสมัครรับ้เลือกตั้งในเขตนี้อีกครั้ง นัยหนึ่งนี่คือการล้างตานัดสำคัญของ “อาญาสิทธิ์” และพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนพรรคกล้าของ “นายกรณ์ จาติกวณิช” นักการเมืองเลือดเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตัดสินใจแยกทางกับประชาธิปัตย์แล้วไปก่อตั้งพรรคกล้า ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กรณ์” รู้ไส้รู้พุง “เทพไท” และ“ประชาธิปัตย์” เป็นอย่างดีอยู่แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้เขาส่ง สราวุฒิ สุวรรณรัตน์ นักการเมืองรุ่นใหม่เลือดใหม่ที่ลงสมัครในนามพรรคกล้า พร้อมชนกับ “น้องชายเทพไท” และ “อาญาสิทธิ์”

เมื่อดูคุณสมบัติกันแบบรายตัวเทียบกันแล้ว “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” ไม่เคยผ่านการเลือกตั้งในสนามระดับชาติมาก่อน แต่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ที่มีพี่ชายอีกคนคือ “เชาว์วัศน เสนพงศ์” นายกเทศมนตรี 

“พงศ์สินธุ์” ยังไม่เคยผ่านการเลือกตั้งในสนามใดมาก่อน ด้วยบุคคลลิกที่เป็นคนนิ่งๆเงียบๆออกจะเรียบร้อย ไม่ถนัดพูดจาแบบ “เทพไท” สนามนี้จึงเป็นสนามสำคัญที่ “พี่จัดให้”

แม้ “เทพไท เสนพงศ์” จะจัดให้ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า“ผวา”คืออาการที่ซ่อนอยู่ลึกๆ สำหรับชื่อ “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” จากพรรคพลังประชารัฐ ผู้ที่จะมาเป็นคู่แข่ง

“อาญาสิทธิ์” เคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอหลายอำเภอในภาคใต้รวมทั้งอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอหนึ่งในเขตเลือกตั้งนี้ และที่สำคัญเขาถูกหมายมั่นปั้นมือจากผู้ไม่เอาประชาธิปัตย์ และปฏิเสธพี่น้องเสนพงศ์ ถือเป็นนัดล้างตาที่สำคัญ จากคะแนนของเทพไท เสนพงศ์ ที่ 33,310 คะแนน อาญาสิทธิ์ ที่ 28,742 คะแนน ในสนามเลือกตั้งถือเป็นคะแนนที่ไม่ห่างและเฉียดฉิวทีเดียว “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” จึงเจองานหินและภาระหนักอยู่ที่ “พี่จัดให้”จะไหวหรือไม่ แต่บอกได้ว่ากระอักแน่

ส่วน “สราวุฒิ สุวรรณรัตน์” ผู้สมัครจากพรรคกล้า เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ผ่านการสรรหาเฟ้นเลือกจาก “กรณ์ จาติกวณิช” ที่เดินทางมาอยู่ในพื้นที่อำเภอชะอวด ฝังตัวทำการเมืองมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรค    “ข้าวอิ่ม”ที่ “กรณ์” เป็นผู้ผลักดันบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุข้าวเกรดพรีเมี่ยม คือกระจูดสานผลิตมาจาก ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด เขตเลือกตั้งที่ 3 พื้นที่นี้

การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นที่คาดหวังลึกๆของ “กรณ์” ว่าการทำการเมือง การสร้างคุณประโยชน์ในพื้นที่มีแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนเช่นพรรคกล้าจะเป็นทางเลือกให้กับชาวบ้าน มากกว่าการสืบทอดทายาททางการเมืองที่ชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย

การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องติดตามและจับตาอย่างใกล้ชิด หากจะให้ฟันธงคงบอกได้เพียงว่า ประชาธิปัตย์อาการหนัก และกระอักเลือด คงจะเป็นอาการที่ไม่น่าจะผิดไปจากนี้

กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล รายงาน

ปล่อยซูจี ต้านเผด็จการ จุดยืนนายแบบพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457152

ปล่อยซูจี ต้านเผด็จการ จุดยืนนายแบบพม่า

2 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:57 น.

นายแบบพม่านัยน์ตาคม แสดงจุดยืนคัดค้านรัฐประหาร เรียกร้องปล่อยซูจี มีเอฟซีแห่แชร์มากมาย

++
    ปฏิกิริยาชาวพม่า หลังกองทัพเมียนมาจับกุมอองซานซูจี และแกนนำพรรคเอ็นแอลดี พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แตกต่างกันไป บรรดาสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ย่อมไม่เห็นด้วย และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ส่วนสมาชิกพรรคยูเอสดีพี ที่สนับสนุนกองทัพเมียนมา ต่างแสดงความดีอกดีใจ

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ค Paing Takhon ของ ไป่ ตะขุ่น หรือไป๋ ทากุน นายแบบชื่อดังชาวพม่า ได้แสดงจุดยืนคัดค้านรัฐประหาร ต่อต้านอำนาจเผด็จการทหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัว อองซานซูจี

              เรียกร้องปล่อยซูจี

“We strongly condemn Military coup. We demand immediate release of state counseller Daw Aung San Suu Kyi, President U Win Myint, civilian government ministers and elected members of perliment.
We demand to respect 2020 election results and form new civillian government soonest by NLD led perliment”

“เราขอประณามอย่างรุนแรงต่อการรัฐประหาร เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี ประธานาธิบดีอูวินมิน คณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาที่ได้รับการเลือกตั้งมาโดยทันที เราเรียกร้องให้เคารพผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2563 และเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่มีพรรคเอ็นแอลดีเป็นแกนนำ”
ไป๋ ทากุน ได้ติดแฮชแท็กจำนวนมาก เช่น #SaveMyanmar , #releaseaungsansuukyi, #US, #UN, #PresidentBiden 

               ไป๋ ทากุน แสดงความเห็น 

++
ขวัญใจสาวไทย
++
    Paing Takhon หรือไป๋ ทากุน หนุ่มเซอร์ผมยาวหน้าหวานคนนี้ มาพร้อมกับความสูง 178 เซนติเมตร ขึ้นแท่นนายแบบแถวหน้า กวาดพรีเซนเตอร์แบรนด์ดังในประเทศเมียนมามากมาย แถมความหล่อของเขายังระบาดมาถึงเมืองไทย 

    สำหรับเมืองไทย ไป๋ ทากุน ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นทูตการท่องเที่ยวของพม่าในประเทศไทยด้วย
    เพจ Paing Takhon มีผู้ติดตาม 1,009,977 คน (เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 2 ก.พ.2564)เฉพาะโพสต์ประณามการรัฐประหารที่เขาเพิ่งเผยแพร่ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน มีคนกด Like กว่า 1.1 แสนคน ถูกแชร์ไปกว่า 3.2 พันครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 4.8 พันคน

    อนึ่ง ในประเทศเมียนมา เป็นที่รู้กันว่า ศิลปินนักร้อง ดารา นายแบบ นางแบบ นางงาม ส่วนใหญ่จะชื่นชอบอองซานซูจี วีรสตรีผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตย ฤดูการหาเสียงเลือกตั้ง คนบันเทิงพม่า จะแสดงตัวอย่างเปิดเผยว่า ใครเชียร์พรรคไหน? มีนักร้องพม่าจำนวนมากที่ขึ้นเวทีหาเสียงให้พรรคเอ็นแอลดี 

คนละครึ่ง “พงศ์สินธุ์-อาญาสิทธิ์” สงครามใจรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457105

คนละครึ่ง “พงศ์สินธุ์-อาญาสิทธิ์” สงครามใจรัฐบาล

คนละครึ่ง "พงศ์สินธุ์-อาญาสิทธิ์" สงครามใจรัฐบาล

2 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:33 น.

ไม่ถอย “อาญาสิทธิ์” ขอทำศึกตระกูล “เสนพงศ์” กลายเป็นสงครามใจพรรคร่วมรัฐบาล คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วันที่ 2 ก.พ.2564 ที่เรือนไทยทักษิณา อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มีการประชุมของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 นครศรีธรรมราช เพื่อคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อม ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” เป็นตัวแทนพรรค

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…
หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร
 

คนละครึ่ง "พงศ์สินธุ์-อาญาสิทธิ์" สงครามใจรัฐบาล


พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์

จากนี้ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ ,ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมการสรรหา และราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคฯ ก็จะนำชื่อพงศ์สินธุ์ เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 5 ก.พ.นี้    

เอาเข้าจริง สนามเขต 3 นครศรีธรรมราช ก็จะเป็นศึกคนกันเอง ระหว่างค่าย ปขป. กับค่ายพลังประชารัฐ พรรคฝ่ายค้านไม่มีโอกาสแจ้งเกิด    

มาดูจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.ชะอวด 67,340 คน, อ.จุฬาภรณ์ 24,563 คน, อ.เฉลิมพระเกียรติ 24,695 คน และ อ.พระพรหม 34,692 คน รวมผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตนี้ 151,290 คน    

หากว่า พงศ์สินธุ์ลงสนาม โดยไม่มีคู่แข่งจากพลังประชารัฐ โอกาสชนะ ได้เป็น ส.ส.แทนพี่ชายก็มีสูง

คนละครึ่ง "พงศ์สินธุ์-อาญาสิทธิ์" สงครามใจรัฐบาล

เทพไท ขอโอกาสให้น้องชาย

++
ขาใหญ่เทพไท
++
เทพไท เสนพงศ์ เป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช สมัยแรก เมื่อปี 2548 โดยลงสนามที่เขตเลือกตั้งที่ 6 อ.บางขัน, อ.ทุ่งใหญ่, อ.นาบอน, อ.ถ้ำพรรณรา และ อ.ฉวาง (เฉพาะ ต.ฉวาง ต.นากะซะ)     

กระทั่งการเลือกตั้งปี 2562 สมรภูมิเมืองคอน จำนวน ส.ส.ลดจาก 9 คน เหลือ 8 คน จึงต้องการแบ่งเขตกันใหม่ ใครคือ อดีต ส.ส.ค่าย ปชป. ที่ต้องยอมถอยออกไป?    

เดิมทีอำเภอในเขตเลือกตั้งที่ 3 ก็คือเขตเลือกตั้งที่ 4 ในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2554 ซึ่งเจ้าของพื้นที่คือ อภิชาต การิกาญจน์ และก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด อภิชาต ขอลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป.    

เทพไท จึงย้ายสนามข้ามเทือกเขาหลวง มาลงสนามเขต 3 ฝั่งทะเล และได้เป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช สมัยที่ 4     

จริงๆแล้ว ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ค่าย ปชป.เมืองคอน ยังมีปัญหาที่เขตเลือกตั้งที่ 6 อ.ร่อนพิบูลย์, อ.ลานสกา, อ.ช้างกลาง และอ.นาบอน เมื่อตระกูล “เดชเดโช” ต้องการส่ง “สจ.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช ลงสนาม ลงสนาม    

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 จึงต้องเสียสละ ไม่ลงสมัคร ส.ส.เขต ตามคำร้องขอของพี่ชาย-ชำนิ ศักดิเศรษฐ์    

นัยว่าเป็นสัญญาใจของชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ,เทพไท เสนพงศ์ และกนกพร เดชเดโช มารดา สจ.แทน ว่า จะเป็นพันธมิตรสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ในนามทีมพลังเมืองนคร    

ด้วยเหตุนี้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ จึงเปิดตัวลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ภายใต้การดูแลของกนกพร เดชเดโช ว่าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ส่วนพงศ์สินธุ์ อดีตรองนายกเล็กเมืองคอน ก็ไปสนาม ส.ส.เขต 3 แทนพี่ชาย-เทพไท 

คนละครึ่ง "พงศ์สินธุ์-อาญาสิทธิ์" สงครามใจรัฐบาล

นายอำเภอคนดัง ค่ายลุงป้อม

++
อาญาสิทธิ์ไม่ถอย
++
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ได้มีมติว่า จะส่งคนลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อม เขต 3 แต่อดีตผู้สมัคร ส.ส.อย่าง “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ไม่ใส่เกียร์ถอย ประกาศพร้อมรบทุกเวลา    

“นายอำเภออาญาสิทธิ์” รับราชการอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.จุฬาภรณ์ ตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอ ยันนายอำเภอ รู้จักผู้คนแถวนั้นเป็นอย่างดี    

การเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว อาญาสิทธิ์ นักการเมือหน้าใหม่ ลงสนามชนเทพไท อดีต ส.ส. ที่มีความพร้อมในทุกด้าน แต่แพ้ไปแค่ 4 พันแต้ม ถือว่า นายอำเภออาญาสิทธิ์ มีเสียงสนับสนุนจากคนในพื้นที่ไม่น้อยเลย    

ก่อนลงสมัคร ส.ส. อาญาสิทธิ์ เป็นนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่อแพ้เลือกตั้ง กลับเข้ารับราชการใหม่ ได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง     

นายอำเภอรุ่นใหม่ไฟแรง จึงขอโอกาสจาก “ลุงป้อม” อีกครั้ง ขอแก้มือโค่นตระกูล “เสนพงศ์” ลงให้ได้