กลิ่นปฏิวัติ ‘ทหารพม่า’ จี้สอบโกงเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456801

กลิ่นปฏิวัติ’ทหารพม่า’จี้สอบโกงเลือกตั้ง

กลิ่นปฏิวัติ'ทหารพม่า'จี้สอบโกงเลือกตั้ง

29 มกราคม 2564 – 16:33 น.

ปมโกงเลือกตั้ง “ผบ.สส.” คุย “ซูจี” ไม่จบ ทหารพม่าไม่ได้บอกว่า จะไม่มียึดอำนาจ ม็อบขยับ รถหุ้มเกราะเคลื่อน

++
    วันที่ 29 ม.ค.2564 สำนักข่าวออนไลน์หลายแห่ง ในสหภาพเมียนมา ได้รายงานว่า มีการเคลื่อนกำลังยานเกราะล้อยาง 2 คัน พร้อมรถบรรทุกลำเลียงทหาร 6 ล้อ 5 คัน เข้าไปในเมืองล่าเสี้ยว รัฐฉานตอนเหนือ และมีภาพยานเกราะล้อยาง 2 คัน จอดอยู่ที่วงเวียนอูถ่องโบ่ ใกล้ทะเลสาบกั่นด่อจี เขตบะฮาน นครย่างกุ้ง

กลิ่นปฏิวัติ'ทหารพม่า'จี้สอบโกงเลือกตั้ง

           รถหุ้มเกราะที่ย่างกุ้ง 

เวบข่าวบางสำนัก พาดหัวตัวเป้ง “ได้กลิ่นรัฐประหาร” ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างกองทัพเมียนมากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แห่งสหภาพเมียนมา
    เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2564 ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมา ได้กล่าวหาว่ามีความผิดปกติอย่างกว้างขวางกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไป และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบความผิดปกติดังกล่าว
    กองทัพเมียนมา อ้างว่า มีการโกงผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 8.6 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมกับจี้ให้ กกต.เมียนมา ออกมาแสดงความผิดชอบ

กลิ่นปฏิวัติ'ทหารพม่า'จี้สอบโกงเลือกตั้ง

                    รถหุ้มเกราะในหล่าเสี้ยว

วันที่ 28 ม.ค.2564  พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการสูงสุด กองทัพแห่งชาติ ได้แสดงท่าทีทางการเมืองในสุนทรพจน์ ที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ เดอะ เมียวดี เดลี่ กระบอกเสียงของกองทัพว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่อยู่ในฐานะสูงกว่ากฎหมายทั้งหมด และควรได้รับการเคารพและปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หากไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามเจตนารมณ์แล้ว อาจมีความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ
ถอดรหัสได้ว่า กกต.เมียนมา ยังเมินเฉยต่อการทุจริตเลือกตั้งครั้งใหญ่นี้ กองทัพเมียนมาไม่มีทางเลือก ต้อง “ยกเลิกรัฐธรรมนูญ” โดยการทำรัฐประหาร

กลิ่นปฏิวัติ'ทหารพม่า'จี้สอบโกงเลือกตั้ง

               ซูจี กับผู้นำทหารพม่า

+
จี้สอบโกงเลือกตั้ง
++
    ตั้งแต่ปลายปี 2563 กองทัพเมียนมา ได้เรียกร้องซ้ำหลายครั้งต่อ กกต.เมียนมา ให้เปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้ง และข้อเรียกร้องดังกล่าว ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
    ผลการเลือกตั้งเมื่อ 8 พ.ย.2563 พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) พรรคฝ่ายรัฐบาล กวาดชัยชนะไปได้ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนในเรื่องการตัดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง และพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) พรรคฝ่ายค้านที่ทหารเมียนมาให้การสนับสนุน ก็ชี้ว่า มีการโกงการเลือกตั้ง
    วันที่ 26 ม.ค.2564 กองทัพเมียนมา ตั้งโต๊ะแถลงเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโกงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา โดยนำเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ กกต.ทำผิดพลาด 8.6 ล้านกรณี มาโชว์นักข่าวด้วย
    เมื่อนักข่าวถามว่า หาก กกต.ไม่ยอมตรวจสอบการโกงเลือกตั้ง และสภาสหภาพฯ ไม่นำเรื่องทุจริตเลือกตั้งเข้าไปถกในสภาฯ กองทัพเมียนมา จะทำรัฐประหารหรือไม่? 
    พลจัตวา ซอ มิน ทุน  เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากคณะกรรมาธิการข่าวของกองทัพแห่งชาติเมียนมา กล่าวว่า เราไม่ได้พูดว่ากองทัพจะยึดอำนาจ และเราไม่ได้พูดว่า จะไม่ทำรัฐประหารเช่นกัน สิ่งที่เราสามารถพูดได้คือ เราจะปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงรัฐธรรมนูญด้วย
    อนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2564 พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพแห่งชาติ บรรยายพิเศษทางไกลผ่าน Video Conference ให้แก่นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันประเทศ (NDC) สถาบันวิชาการป้องกันแห่งชาติเมียนมา กรุงเนปิดอว์ ความตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่กำหนดถึงกฎเกณฑ์การปกครองทางด้านการเมืองอย่างกว้าง ๆ กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดรูปบริหารในทางการเมืองของรัฐหรือประเทศ หากไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ชอบระบอบรัฐธรรมนูญยกมาเป็นข้ออ้างในการล้มเลิกกฎหมายนี้ นั่นหมายความว่าจะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ

เบื่อสะตอ “วิฑูรย์” บ่สนไผ ขอไปตายบุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456782

เบื่อสะตอ “วิฑูรย์” บ่สนไผ ขอไปตายบุรีรัมย์

เบื่อสะตอ "วิฑูรย์" บ่สนไผ ขอไปตายบุรีรัมย์

29 มกราคม 2564 – 14:21 น.

ไปตามคาด ดาวฤกษ์แห่งอีสาน อย่าง “วิฑูรย์” เบื่อการเมืองแนวสะตอ ขอไปโตในบ้านหลังใหม่แถวบุรีรัมย์ 

++
นับแต่ ทักษิณ ชินวัตร นำพาพรรคไทยรักไทย ลงสนามเลือกตั้งปี 2544 สถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ภาคอีสาน ก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ด่วน..’วิฑูรย์ นามบุตร’ ยื่นลาออกพ้นสมาชิก ‘ปชป.’ แล้ว
 

เบื่อสะตอ "วิฑูรย์" บ่สนไผ ขอไปตายบุรีรัมย์

สามสิงห์อีสาน วิฑูรย์ อิสสระ และสุทัศน์

ผ่านมา 2 ทศวรรษ ยามใดที่มีการเลือกตั้ง ค่าย ปชป. กำชัยได้ ส.ส.เขต ไม่เกิน 4 คน เฉพาะสนามอุบลราชธานี และอำนาจเจริญ เท่านั้น    

เลือกตั้งปี 2562 ปชป.อีสาน เหลืออยู่ ส.ส.เขตแค่ 2 คน ที่สนามอุบลราชธานี คือ “วุฒิพงษ์ นามบุตร” เขต 3 อุบลราชธานี  (หลานชายวิฑูรย์) และ “แนน” บุณย์ธิดา สมชัย เขต 8 อุบลฯ (ลูกสาวอิสสระ)    

หลังเลือกตั้งไม่นาน มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ปชป. ปรากฏว่า 3 ผู้อาวุโสอีสาน อย่าง สุทัศน์ เงินหมื่น, อิสสระ สมชัย และ วิฑูรย์ นามบุตร เลือกอยู่คนละขั้ว โดย “สุทัศน์-อิสสระ” เลือก พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส่วน “วิฑูรย์” เลือก จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค    

เมื่อ “จุรินทร์” เป็นหัวหน้าพรรค ได้จัดทัพใหญ่ วางตัว “ไชยยศ จิรเมธากร” เป็นรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบภาคอีสาน แต่วิฑูรย์ ในฐานะอดีตแม่ทัพอีสาน ไม่มีตำแหน่งใดๆ ทั้งที่เทเสียงสาขาพรรค หนุนหัวหน้าอู๊ดด้า    

ตอนเลือกตั้ง 2562 “วิฑูรย์” ผิดหวังอย่างแรง เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ตอนนั้นจัดให้เขาอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 40 เหมือนไม่ให้ค่าให้ราคานักการเมืองอาวุโส    

พลันที่มีการเลือกหัวหน้าพรรค วิฑูรย์เลือกแทงหวย “อู๊ดด้า-เสี่ยต่อ” ด้วยหวังที่จะมีตำแหน่งในพรรค และหลานชาย-วุฒิพงษ์ นามบุตร ได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ เกรดเอ แต่เขากลับไม่ได้อะไรเลย    

นี่คือฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ ส.ส.อุบลฯ 8 สมัย สังกัดพรรค ปชป.ตั้งแต่สมัยแรก ต้องยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป.    

เหตุผล 4-5 ข้อที่วิฑูรย์ลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป.นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ของสมาชิกพรรค ปชป. เขต อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ วิฑูรย์ พูดบนเวทีด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ่อยครั้ง

เบื่อสะตอ "วิฑูรย์" บ่สนไผ ขอไปตายบุรีรัมย์

วุฒิพงษ์ นามบุตร

++
ขุนพลอีสาน
++
แม่ทัพอีสานค่าย ปชป.คนปัจจุบัน อย่างไชยยศ จิรเมธากร ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ และหนนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 28 แต่ไม่ได้เป็น ส.ส.         

ไชยยศเป็น ส.จ.เขต อ.บ้านดุง จ.อุดรฯ และก้าวขึ้นเป็น ส.ส.อุดรฯ พรรค ปชป. ปี 2531 ครอบครัวของเขา สนิทกับ “คุณหญิงแอ๋ว” คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ มายาวนาน จึงถูกเรียกขานว่า เป็น ส.ส.อีสาน สายสะตอ    

หลัง ปชป.เสื่อมมนต์ขลัง กระแสทักษิณมาแรง ไชยยศ ก็สอบตกมากกว่าสอบได้ กระทั่งเลือกตั้ง 2550 ไชยยศย้ายสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และเป็น รมช.ศึกษาธิการ รัฐบาลอภิสิทธิ์ โควตาเพื่อแผ่นดิน    

เลือกตั้ง 2554 ไชยยศย้ายกลับมาลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี สีเสื้อปชป. ก็สอบตกอีก แต่ได้เป็นรองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลภาคอีสาน     

ไชยยศเป็นนักเลือกตั้งสายพันธุ์เดียวกับ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค จึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นแม่ทัพอีสาน 

เบื่อสะตอ "วิฑูรย์" บ่สนไผ ขอไปตายบุรีรัมย์

ไชยยศ จิระเมธากร แม่ทัพอีสาน

++
“นามบุตร” ยืนยง
++
พูดตามตรงๆ หากพรรค ปชป. ไม่มีตระกูล “นามบุตร” และ “สมชัย” ปชป.สายอีสาน ก็คงสูญพันธุ์ไปแล้ว    

วิฑูรย์ นามบุตร เล่นการเมืองท้องถิ่นใน อ.เขื่องใน มานาน และเป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2535 และไม่เคยสอบตก    

ช่วงที่ “แบรนด์ทักษิณ” มาแรง กวาด ส.ส.อีสาน เป็นกอบเป็นกำ กระแส ปชป.ตกต่ำทั้งประเทศ แต่ตระกูล “นามบุตร” ไม่เคยแพ้ค่ายทักษิณ     

เลือกตั้งปี 2550 ส่งหลานชาย-วุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต ส.จ.อุบลฯ เขต อ.เขื่องใน ลงสนาม ส.ส.เขต เป็น ส.ส.อุบลฯ ส่วนตัวเขาขยับขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ    

ยุคสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการพรรค ปชป. วิฑูรย์ ได้รับการโปรโมตเป็นแม่ทัพอีสาน และได้ตำแหน่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์    

เลือกตั้งปี 2554 “อภิสิทธิ์” มอบให้ “คุณหญิงกัลยา” เป็นแม่ทัพภาคอีสาน วิฑูรย์ก็ยังดูแลเฉพาะอุบลฯ เขต 3 และยโสธร    

ด้วยความมั่นใจในฐานเสียง อ.เขื่องใน และ อ.ม่วงสามสิบ “วิฑูรย์” จึงตัดสินใจทิ้งค่าย ปชป.ยุค “สะตอสามัคคี” ภาค 2 ไปสังกัดค่ายสีน้ำเงิน หรือค่ายบุรีรัมย์    

วิฑูรย์เป็น ส.ส.ประเภทดาวฤกษ์ ลงสนามครั้งใด ก็ได้รับชัยชนะ ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ ‘ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456771

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ ‘ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม’

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤติ 'ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม'

29 มกราคม 2564 – 13:17 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม จุรินทร์ ถึงทางตัน กอดคอเฉลิมชัย แฝดมหากาพท์เดินคู่มีแต่เรื่องเพราะดาวเป็นอริ ราศีเจอศึกหนัก รอบอายุเข้าเคราะห์ ตกดวงขัดแย้ง แตกแยก นำทัพแตก ตกดวงปะทะ เบียดเบียน ให้ลูกพรรคอึดอัดใจ สร้างความไม่เข้

ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม  จุรินทร์ ถึงทางตัน  กอดคอเฉลิมชัย  แฝดมหากาพย์เดินคู่มีแต่เรื่องเพราะดาวเป็นอริ  ราศีเจอศึกหนัก  รอบอายุเข้าเคราะห์  ตกดวงขัดแย้ง  แตกแยก นำทัพแตก  ตกดวงปะทะ  เบียดเบียน  ให้ลูกพรรคอึดอัดใจ   สร้างความไม่เข้าใจ  ก่อให้เกิดปัญหาดวงศัตรู   รวมกันแล้วแย่  แยกกันแล้วอยู่

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤติ 'ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม'

ซินแสเข่ง”  อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง    ผู้อำนวยการ   สถาบัน โหราศาสตร์   พยากรณ์   แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์ผ่าดวงวิกฤติ   เส้นทางพรรคประชาธิปัตย์ ยุคปี 63- 64   มีผลกระทบ ต่อการบริหารงาน ดวงปะทะเบียดเบียน  ก่อให้เกิดความขัดแย้งของหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ จุรินทร์   ลักษณวิศิษฏ์  เพราะใช้ความคิด ของตนเองเป็นที่ตั้ง   คิดส่วนตัวว่าตนเองทำแล้วถูกต้อง  ดื้อรั้น ในการปฏิบัติงาน  มักจะคิดเบียดเบียนตัวเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ  สร้างความขัดแย้ง  กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง   สร้างความวิตกกังวลให้เกิดขึ้น  ลูกพรรคอยู่ยาก  ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่เข้าใจ  กับเหตุที่ไม่ควรเกิด บวกกับ  เฉลิมชัย  ศรีอ่อน  เลขาธิการพรรค ประชาธิปัตย์ ถึงความขัดแย้งภายใน กับรอยร้าว  หากอยู่ร่วม  หัวหน้าพรรคมีสิทธิ์พังได้  โอกาศที่จะพลิกฟื้นประสานรอยร้าวยากมาก  เหตุผลอย่างหนึ่งที่พากันร่วมตกต่ำในการบริหารงาน  ต้องมีใครพร้อมที่จะสละเรือ  พร้อมที่จะถอนตัว  จะเป้นหัวหน้าพรรค หรือจะเป็นเลขาธืการพรรค  เพื่อให้พรรคนั้นอยู่รอด  เพราะหากเดินทางร่วมกัน   ปัญหาความขัดแย้งไม่จบระหว่างหัวหน้าพรรค กับเลขาธิการพรรค   มรสุมครั้งนี้ทำ  รักเรือล่มแน่นอน  เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น  ขาดความน้ำหนึ่งใจเดียวเอาเรื่องส่วนตัว  และผลประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่   ถ้าวัดกันระหว่างดวงหัวหน้าพรรค  กับเลขาธิการพรรค  หัวหน้าพรรคปีนี้ตกดวงราศีกำลังอ่อนแรง   เลขาธิการกำลังจะแข็งกว่า   แค่ถ้าคาดการณ์อนาคต  ปีต่อไป  ทั้งหัวหน้า และเลขา  ก็ไปไม่รอดด้วยกันทั้งคู่

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤติ 'ประชาธิปัตย์เตรียมล่ม'

ซินแสเข่ง”  วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า  ทั้งดวงทั้งราศี  และรอบอายุของ  หัวหน้าพรรค  คุณจุรินทร์  ลักษณวิศิษฐ  มีผลกระทบอยู่หลายช่องทางเพตาะดาวที่มีผลปะทะ  ที่จะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกพรรค  ต้องเร่งรีบในการประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้น  และความคิดให้ถอยหลังบ้างอย่าเดินหน้าด้วยตนเองตลอด  เพราะอุปสรรคทั้งที่ในดวงชะตานั้น  ถูกกดดวงชะตาแทบจะไม่มีอำนาจแข็งพอ กำลังดวงที่อ่อนแรงพร้อมที่จะมีเหตุล่มสลายได้ทุกโอกาศ และปัญหาที่แทรกแซงสร้างความขัดแย้งจะรุนแรงมากขึ้น  

ทนายแดง “คารม” หักดิบ ปีกซ้าย “ป๊อก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456759

ทนายแดง “คารม” หักดิบ ปีกซ้าย “ป๊อก”

ทนายแดง "คารม" หักดิบ ปีกซ้าย "ป๊อก"

29 มกราคม 2564 – 11:26 น.

วิถีทนายเสื้อแดง “คารม” สู้เพื่อคนรากหญ้า มาตั้งแต่ยุคพรรคพลังธรรม พร้อมแตกหัก “ส้มปีกซ้าย” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำแดงปีกซ้าย เคยโพสต์เฟซบุ๊คถึงบทบาท “ทนายเสื้อแดง” คารม พลพรกลาง ไว้ว่า “ช่วงที่มีการจับกุมคนเสื้อแดงในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือมาตรา 112 หลายคน รวมทั้งคดีอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง จนติดคุกติดตะราง ระหว่างปี 2553 -2557 ทนายความ คารม พลพรกลาง มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างแข็งขัน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
เปิดใจ”คารม พลพรกลาง”เสียความรู้สึกแต่ยังรัก”ธนาธร-ปิยบุตร”

ทนายแดง "คารม" หักดิบ ปีกซ้าย "ป๊อก"


ทนายคารม คนรักสถาบันฯ

    อดีตแกนนำแดงสายไม่เอา ม.112 ชื่นชมว่า “เป็นความกล้าหาญและเสียสละเป็นอย่างยิ่ง”     

สำหรับบทบาททนายเสื้อแดง ที่ช่วยเหลือคดี ม.112 เป็นหน้าที่และภารกิจเชิงอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อมวลชน แต่จุดยืนทางการเมืองเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง    

ชั่วโมงนี้ คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์สื่อว่า การที่พรรคก้าวไกล ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงมีแนวคิดร่วมกับม็อบราษฎรให้มีการปฏิรูปสถาบันนั้น โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว และจะไม่ร่วมเซ็นชื่อ ยินดีและพร้อมหากถูกขับออกจากพรรค    

แนวคิดและจุดยืนของ ส.ส.พรรคก้าวไกลอีกหลายคน ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 และข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ ของม็อบราษฎร

++
ซ้ายใหม่
++
เปิดศักราชใหม่ “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า สวมวิญญาณนักวิชาการปีกซ้าย เดินหน้าชูธง “ยกเลิก ม.112” พร้อมเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไข ม.112    

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2563 จำนวน 31,268 คน ในจำนวนนี้พบว่า อย่างน้อย 25 ราย เป็น ส.ส. พรรคก้าวไกล    

พลันที่มีข่าวนี้ออกไป ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในหมู่มวลชนราษฎร รวมถึงกองเชียร์พรรคสีส้ม เมื่อมี ส.ส.พรรคก้าวไกล บางคนออกมาสวนแนวคิดยกเลิก 112 “อาจารย์ป๊อก” จึงโพสต์วิจารณ์แรงๆ    

“หาก ส.ส. ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ลิดรอนเสรีภาพและอำนาจประชาชน กฎหมายที่แปลง “ประชาชน” ผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ให้กลายเป็น “ไพร่” แล้ว ส.ส. ก็เป็นเพียงคนที่หายใจไปวันๆ เพื่อตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง อำนาจ ของตนเท่านั้น”    

ทนายแดง "คารม" หักดิบ ปีกซ้าย "ป๊อก"

สองสหาย ลุยยกเลิก ม.112

สรุปว่า ส.ส.คนนั้น เป็นแค่ “พนักงานของรัฐ” ไม่ใช่ “ผู้แทนประชาชน”     

ตอนแรกที่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตรและธนาธร เก็บงำความเป็น “ซ้ายใหม่” ไว้ในเสื้อคลุมสีส้ม ถึงขั้นยอมถูก “นักวิชาการ” สายไม่เอาสถาบันฯ ด่าทอเสียๆ หายๆ เมื่อพวกเขาไม่มีนโยบายแก้ไข ม.112 มาแต่แรก    

ปิยบุตรสารภาพว่า “สมัยผมเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมยอม “กลืนเลือด” ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ..”    

มันเป็น “ตราบาป” และเป็น “แผลเป็น” ในชีวิตทางการเมืองของเขา  

++
ทนายเสื้อแดง
++
ถ้าจำกันได้ วันที่ 12 มี.ค.2563 มีกระแสข่าว คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ อาจจะไม่ไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกล    

ช่วงนั้น มี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ 9 คน ย้ายไป สังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อมีแกนนำค่ายสีส้มเกลี้ยกล่อม ทนายคารมก็ไม่ทิ้งพรรคก้าวไกล    

“คาคม” เป็นชาวบ้านคำบอน ต.หัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ชื่อ-นามสกุลเดิมคือ ชิตธิพงษ์ พลทะกลาง เมื่อจบนิติศาสตร์ รามคำแหง คารมได้ตั้งบริษัทสำนักกฎหมายอยู่แถว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี 2538    

เลือกตั้งปี 2539 คารมลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 พรรคพลังธรรม ยุคทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค แต่บังเอิญเป็นช่วงพลังธรรมขาลง คารมได้แค่ 8,520 คะแนน     

ปี 2544 ทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย คารมก็ตามมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค หวังอยากลงสมัคร ส.ส.อีกหน แต่ก็ไม่ที่ทางให้เขา ทั้งสนามนนทบุรี และบ้านเกิด-ร้อยเอ็ด    

หลังหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 คารมเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เมื่อเขาอาสาเป็นทนายความให้ความช่วยเหลือแกนนำ และสมาชิกกลุ่ม นปช.    

เส้นทางของคารม คือนักเลือกตั้ง ไม่ใช่นักเคลื่อนไหวปีกซ้าย ที่มีจุดยืนและแนวคิดเหมือนอาจารย์ป๊อก และก๊วนเพื่อนเอก

ใคร..คุมเทศบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456730

ใคร..คุมเทศบาล

ใคร..คุมเทศบาล

29 มกราคม 2564 – 06:00 น.

วันที่ 28 มี.ค.นี้ เป็นวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล  ประชาชนอย่างเราๆก็ควรออกไปใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้ง “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ที่ใกล้ตัวและสำคัญนี้ แต่ตามโครงสร้างและกฎหมาย คุณรู้หรือไม่ว่า.. “เทศบาล” อยู่ในกำกับดูแลของใคร

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เคาะออกมาแล้ว ให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศ จำนวน 2,472 แห่งในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมนี้

แม้ว่า“เทศบาล” เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าโครงสร้างของ”เทศบาล”เป็นอย่างไร

แน่นอนว่าคนที่เราลงคะแนนเลือกเข้าไปเป็น”นายกเทศมนตรี” จะทำหน้าที่บริหารเทศบาล โดยนายกเทศมนตรีจะตั้งทีมบริหารของตนเองขึ้นมา เช่น รองนายกเทศมนตรี ,เลขานุการนายกเทศมนตรี ,ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี 

ส่วน “สมาชิกสภาเทศบาล”ที่เราเลือกเข้าไป ก็จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารคือ นายกเทศมนตรีและทีมงาน

แต่มันไม่ใช่แค่นั้น..

เพราะว่าตามโครงสร้างและอำนาจตามกฎหมาย ผู้ที่”กำกับดูแล” เทศบาลในระดับบนอีกที ก็คือ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดและ รมว. มหาดไทย

**อำนาจในการกำกับดูแลเทศบาล**

พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ( ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน)

ส่วนที่ 6 การกำกับดูแล

มาตรา 71 บัญญัติว่า  ให้ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลเทศบาลในจังหวัดนั้นให้ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่โดยถูกต้องตามกฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับของทางราชการ

ในการนี้ให้มีอำนาจหน้าที่ชี้แจง แนะนำ หรือตักเตือนเทศบาลและตรวจสอบกิจการ เรียกรายงานและเอกสารหรือสถิติใด ๆ จากเทศบาลมาตรวจ ตลอดจนเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลมาชี้แจงหรือสอบสวนก็ได้

อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบหมายให้นายอำเภอปฏิบัติการแทนสำหรับเทศบาลที่อยู่ในอำเภอนั้น ก็ได้

โดยสรุป  โดยทั่วไปอำนาจในการกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต่อเทศบาล มี ดังนี้

(1) อำนาจในการชี้แจง  แนะนำ และตักเตือน

(2) อำนาจในการตรวจสอบกิจการของเทศบาล

(3) อำนาจในการเรียกรายงานและเอกสารหรือสถิติต่างๆจากเทศบาลเพื่อตรวจสอบการทำงานของเทศบาล

(4) อำนาจในการเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลมาชี้แจงหรือสอบสวน

  ทั้งนี้เพื่อควบคุมให้เทศบาลปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย

  **อำนาจในการสั่งเพิกถอนหรือสั่งให้ระงับการกระทำ**

  มาตรา 72 บัญญัติว่า

  เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตามมาตรา 71 ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอซึ่งได้รับมอบหมายเห็นว่า การปฏิบัติการของเทศบาลเป็นไปในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลหรือเสียหายแก่ราชการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมีอำนาจหน้าที่ในการชี้แจง แนะนำ หรือตักเตือนผู้ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการดังกล่าว หรือในกรณีเห็นสมควรจะสั่งเพิกถอนการกระทำหรือให้ระงับการปฏิบัติของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไว้ก็ได้

 โดยสรุป ก็คือ หากผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เห็นว่า นายกเทศมนตรีหรือทีมงานบริหารของนายกเทศมนตรี มีการปฏิบัติอันอาจสร้างความเสียหายให้แก่เทศบาล ก็มีอำนาจในการเพิกถอนหรือระงับการกระทำดังกล่าวได้

** ผู้ว่าฯหรือนายอำเภอมีอำนาจสั่งให้นายกเทศมนตรี  รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาล หยุดปฏิบัติหน้าที่-ออกจากตำแหน่งได้**

มาตรา73  บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏและมีหลักฐานตามสมควรต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอว่านายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาล 

(1) จงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

(2)ปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่

(3)ประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยเร็ว

เมื่อนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาลผู้ใด ถูกตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อรอฟังผลการสอบสวนก็ได้ หากเห็นว่าการคงอยู่ในหน้าที่ของผู้นั้นต่อไปอาจเกิดการเสียหายแก่เทศบาลหรือเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือมีพฤติการณ์ที่แสดงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏขึ้นนั้นชัดแจ้ง

มาตรา 73/1 เมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกสอบสวน ถ้าเป็นการดำเนินการสอบสวนของนายอำเภอให้นายอำเภอรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาและสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจากตำแหน่ง

แต่ถ้าเป็นการดำเนินการสอบสวนของผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานให้ รมว.มหาดไทยพิจารณาและสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจากตำแหน่ง

ทั้งนี้คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นที่สุด

ทั้งหมดนี้ก็จะได้คำตอบแล้วใช่ไหมว่า แม้เทศบาลจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เราเลือกบุคคล เข้าไปทำหน้าที่บริหารเทศบาลและเลือกคนเข้าไปตรวจสอบการทำงานของเทศบาล

แต่กระทรวงมหาดไทย โดยรัฐมนตรี  ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ เป็นผู้คอยดูแลอยู่ห่างๆ และพร้อมที่จะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดทันที หากการปฏิบัติงานของเทศบาลนั้นๆ มีปัญหาเกิดความเสียหายแก่ราชการ บ้านเมืองและประชาชน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง:ไขข้อสงสัยเรื่องต้องรู้’เลือกตั้งเทศบาล’

พรรคร่วม รบ.ไม่แข่งกันเอง “มารยาทการเมือง” หรือแค่ “วาทกรรม” หวังรักษาเก้าอี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456722

พรรคร่วม รบ.ไม่แข่งกันเอง “มารยาทการเมือง” หรือแค่”วาทกรรม”หวังรักษาเก้าอี้ 

พรรคร่วม รบ.ไม่แข่งกันเอง "มารยาทการเมือง" หรือแค่"วาทกรรม"หวังรักษาเก้าอี้ 

28 มกราคม 2564 – 20:21 น.

ทันทีที่ศาลรธน.วินิจฉัยให้”เทพไท เสนพงศ์”ส.ส.นครศรีฯเขต3 พ้นตำแหน่งและต้องมีการเลือกตั้งซ่อมก็เกิดกระแส”พรรคร่วมรัฐบาล”แย่งกันส่งผู้สมัคร จึงมีการทวงถามเรื่อง”มารยาททางการเมือง”จาก ปชป.เจ้าของพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาก็มีแข่งกันเองของพรรคร่วมฯในการเลือกตั้ง

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายเทพไท เสนพงศ์  ส.ส.เขต 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช จากพรรคประชาธิปัตย์ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. สืบเนื่องจากคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ก็เกิดกระแส”พรรคร่วมรัฐบาล” แย่งกันส่งผู้สมัครลงชิงการเลือกตั้งซ่อม ที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 7 มี.ค.64 เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคตัวเอง จะได้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นในทางการเมือง
ในขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องการรักษาเก้าอี้นี้ไว้ จึงเกิดปรากฎการณ์ออกมาแถลงข่าวกดดัน”พรรคพลังประชารัฐ” ให้ทบทวนการส่งผู้สมัครลงแข่ง เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน รวมถึงออกแนวทวงบุญคุณที่การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ส่งลงแข่งกับพรรคร่วมรัฐบาล 

การที่นายสัณหพจน์ ออกมาแถลงข่าวเช่นนี้ ถือว่าไม่มีมารยาททางการเมืองโดยอ้างว่าในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งซ่อมแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสมุทรปราการ “

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองโฆษกพรรคฯ แถลงข่าวตอบโต้กรณีที่นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราชเขต 2 พรรคพลังประชารัฐและรองโฆษกพรรค ออก
มาแถลงข่าวการเตรียมคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. นครศรีธรรมราช หลังจากนายเทพไท เสนพงศ์  จากพรรคประชาธิปัตย์พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.
หากมองย้อนไปดูการเลือกตั้งซ่อม 3 จังหวัด ที่พรรคประชาธิปัตย์ อ้างถึงคือ ขอนแก่น กำแพงเพชร สมุทรปราการ นั้น ก็พบว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ส่งผู้สมัครทั้ง 3 สนามจริง ทั้ง การเลือกตั้งซ่อม เขต 7 จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.62 มีแค่พรรคพลังประชารัฐแข่งกับ พรรคเพื่อไทย โดยนายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ สามารถเอาชนะไปได้ด้วย 40,252 คะแนน 
ส่วนการเลือกตั้งซ่อม เขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 23 ก.พ.63 ก็มีแค่พรรคพลังประชารัฐแข่งกับพรรคเพื่อไทย โดยนายเพชรภูมิ อาภรรัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ เอาชนะไปได้ด้วย 45,687 คะแนน 
และการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.63 ก็เป็นการแข่งระหว่างพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล โดยนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก จากพรรคพลังประชารัฐ สามารถเอาชนะไปได้ด้วย 46,747 คะแนน

แต่การเลือกตั้งซ่อมทั้ง 3 จังหวัด เมื่อดูรายละเอียดแล้วก็จะพบว่า ไม่ใช่พื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เพราะการเลือกตั้งใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้คะแนนเป็นอันดับสองเลย ดังนั้น การออกมาเหมือนทวงบุญคุณพรรคพลังประชารัฐ ที่จะไม่ให้ส่งผู้สมัคร ก็คงไม่ถูกต้องทั้งหมด

และเมื่อดูการเลือกตั้งเขต 3 นครศรีธรรมราช ก็จะพบว่าพรรคพลังประชารัฐ สามารถทำคะแนนได้ลำดับที่ 2 แพ้ให้กับนายเทพไทเพียง 4,568 คะแนนโดยนายเทพไทได้33,310 คะแนนขณะที่นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้ไป 28,742 คะแนน

ซึ่งถ้าหากวิเคราะห์จากตัวเลขนี้ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ก็มีสิทธิ์ชนะเลือกตั้งซ่อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จะตกลงกันออกมาแบบไหน

 และเมื่อย้อนไปดูการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาว่า มีการแข่งกันเองของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ก็พบว่า มี
 อย่างการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 23 ต.ค.62 ก็พบว่า พรรคร่วมรัฐบาล ก็ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งกันเอง โดยเป็นการแข่งกันระหว่าง พรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนาสามารถเอาชนะไปได้ด้วย 37,675 คะแนน ตามมาอันดับ 2 นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ 28,216 คะแนน และอันดับ 3 นายสุรชัย อนุธโต จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 18,425 คะแนน

โดยถ้าหากดูจากข้อมูล ก็จะพบว่า การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยส่งผู้สมัครลงแข่งกับพรรคร่วมรัฐบาล

ดังนั้น การเรียกร้อง “มารยาททางการเมือง”ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ก็คงเป็นเพียง”วาทกรรมทางการเมือง” เพื่อหวังรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช เท่านั้น เพราะหากดูจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็จะพบว่า มีทั้งหมด 8 เขต พรรคประชาธิปัตย์ สามารถเอาชนะไปได้ 5 เขต ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ชนะไปได้ 3 เขต 
นั่นเท่ากับว่า ในจังหวัดนี้ เป็นพื้นที่แข่งขันกันระหว่าง 2 พรรคอยู่แล้ว เพราะในข้อมูล การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 6 เขต ที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ สลับกันอยู่ลำดับ ที่ 1 และ 2

อาจตีความได้ว่า การเริ่มออกมาตอบโต้กัน ไม่ใช่เรื่องการขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นหาเสียงเลือกตั้งซ่อมเท่านั้น

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456622

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

28 มกราคม 2564 – 08:37 น.

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร ไฟต์บังคับ ศึกเมืองคอน ปชป.แชมป์เก่า เจอผู้ท้าชิง พปชร. รอวัดใจลุงป้อม จะสู้ต่อมั้ย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทน เทพไท เสนพงศ์ ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค.2564 มีแนวโน้มจะเป็นการต่อสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศึกเมืองคอน “พงศ์สินธุ์” รับไม้ “เทพไท”
 

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

เทพไท ลุ้นส่งน้องชายลงสนาม    

ย้อนไปดูการเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2562 กลายเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 8 เขต แต่ผลการเลือกตั้ง บอกได้คำเดียวว่า หักปากกาเซียน 3 เขต    

เขต 1 นริศา อดิเทพวรพันธุ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 สมัย ค่าย ปชป. พ่าย รงค์ บุญสวยขวัญ ค่าย พปชร. ,เขต 2 วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ค่าย พปชร. ,เขต 7 สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย พ่าย สายัณห์ ยุติธรรม ค่าย พปชร.    

เฉพาะเขต 3 อ.พระพรหม, อ.เฉลิมพระเกียรติ, อ.ชะอวด และ อ.จุฬาภรณ์ ปรากฏว่า เทพไท ได้ 33,310 คะแนน ส่วนอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ค่าย พปชร. 28,742 ห่างกัน 4,568 คะแนนเท่านั้น

++
3 ตระกูลร่วมใจ
++
วันที่ 28 ม.ค.2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เทพไท เสนพงศ์ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.     

ด้านเทพไท กล่าวว่า หลายคนในพรรคจะเสนอชื่อผู้สมัคร ส่วนตัวเองก็มีสิทธิ์เสนอชื่อเช่นกัน เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม    

จริงๆแล้ว 3 ตระกูลการเมืองนครศรีธรรมราช คือ “เสนพงศ์” , “เดชเดโช” และ “ศักดิเศรษฐ์” มีสัญญาใจต่อกัน เกี่ยวกับการต่อสู้ในสนามท้องถิ่น และเลือกตั้ง ส.ส.    

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

พงศ์สินธุ์ ถูกวางตัวไว้แล้ว

ยกแรก 3 ตระกูล หนุน “กนกพร เดชเดโช” มารดา มารดา ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงสมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในนามทีมพลังเมืองนคร ซึ่งได้รับชัยชนะ รอการรับรองจาก กกต.    

ยกที่สอง ตระกูล “เสนพงศ์” เปิดทางให้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ในนามทีมพลังเมืองนคร โดย เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ไม่ลงสนาม    

ยกที่สาม พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายเทพไท จะลงสมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช เพราะเดิมทีมีข่าวชำนิ ศักดิเศรษฐ์ จะวางตัวให้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 หากเทพไท หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.    

เมื่อ “อภิชาต” ไปลุยสนามนายกเล็กเมืองคอน ก็ถึงทีของ “พงศ์สินธุ์” ลงสนามเขต 3 แทนพี่ชาย

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

พงศ์สินธุ์ ถูกวางตัวไว้แล้ว

++
ขอโอกาสอีกหน
++
พลันที่ทราบข่าว “เทพไท” หลุด ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เบื้องต้น ส.ส.ภาคใต้ส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่า พร้อมที่จะสนับสนุน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้สมัครคนเดิมของพรรคลงสนาม แต่ก็ต้องรอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา    

หัวหน้าอู๊ดด้า เปรยกับนักข่าวไปแล้วว่า กรณีพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผู้สมัคร ส.ส.แข่งขันเอง ว่าเป็นเรื่องแต่ละพรรคจะตัดสินใจ ไม่อยากเอ่ยคำว่า มารยาทการเมือง    

สำหรับค่าย พปชร. ก็ต้องลุ้นลุงป้อม จะเอายังไง เพราะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปีที่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่แข่งกันเอง ยกเว้นเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา เจอกับพรรค ปชป.    

“อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” เป็นคน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองมา 30 ปี เป็นปลัดอำเภอมาหลายอำเภอในจังหวัดภาคใต้และภาคกลาง จนย้ายกลับมา จ.นครศรีธรรมราช เป็นปลัดชะอวด 2 ครั้ง ปลัดอำเภอจุฬาภรณ์ 1 ครั้ง ปลัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 ครั้ง และเป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ครั้ง 3 ปี    

ก่อนลงสมัคร ส.ส. อาญาสิทธิ์ เป็นนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่อกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็ได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง    

แพ้กันไม่ถึง 5 พันแต้ม อาญาสิทธิ์ก็อยากแก้มือ หวังว่า ลุงป้อมจะเห็นใจ 

ศึกเมืองคอน ‘พงศ์สินธุ์’ รับไม้ ‘เทพไท’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456580

ศึกเมืองคอน’พงศ์สินธุ์’รับไม้ ‘เทพไท’

ศึกเมืองคอน'พงศ์สินธุ์'รับไม้ 'เทพไท'

27 มกราคม 2564 – 17:30 น.

ปิดเกม ส.ส.เมืองคอน 4 สมัย “เทพไท” แต่ไม่ปิดทางตระกูลเสนพงศ์ ถึงคิวน้องเล็ก “พงศ์สินธุ์” รับไม้ต่อ

++
    ในที่สุด “เทพไท เสนพงศ์” ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (4) มาตรา 96(2) 
    อันเนื่องจาก กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ กรณีศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษา จำคุก เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  2 ปี  โดยไม่รอการลงโทษและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
    ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดให้ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วันนับ แต่วันที่ตำแหน่งส.ส.ว่างลง จึงคาดว่า กกต.จะมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 7 มี.ค.2564 
    ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อ 24 มี.ค.2562 สำหรับ จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 (อ.พระพรหม ,อ.เฉลิมพระเกียรติ ,อ.จุฬาภรณ์ และ อ.ชะอวด ) เทพไทได้ 33,310 คะแนน ชนะ อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พลังประชารัฐ ได้ 28,742 คะแนน เป็น ส.ส.สมัยที่ 4 ได้ไม่ถึงครึ่งเทอม ก็ต้องยุติชีวิต ส.ส.ลงชั่วคราว
    มีรายงานข่าวจากในพื้นที่นครศรีธรรมราช เทพไทได้เตรียมตัวมาแต่ปลายปีที่แล้ว นับแต่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ส.ส.ของเขา
    ฉะนั้น คนในเขตเลือกตั้งที่ 3 ก็จะพบเห็นเทพไท พาน้องชาย-พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช ไปงานบุญประเพณีต่างๆ แถว อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ อ.พระพรหม เสมือนเป็นการแนะนำตัวให้คนรู้จักไปโดยปริยาย 

ศึกเมืองคอน'พงศ์สินธุ์'รับไม้ 'เทพไท'

            ภาพ 3 พี่น้อง เทพไทแจกมาแต่ปีที่แล้ว 

++
สายล่อฟ้าตัวจริง
++
    เทพไทเป็นคนแรกของตระกูล “เสนพงศ์” แห่ง อ.เชียรใหญ่ ที่เล่นการเมือง ก่อนที่เขาจะดึงพี่ชาย-เชาวน์วัศ และน้องชายอีก 2 คนคือ มาโนช และพงศ์สินธุ์ มาลงสนามการเมืองท้องถิ่น
    เทพไท อดีตนายก อศมร. จากเวทีการเมืองในรามคำแหง ก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ โดยเป็น “ผู้ช่วย ส.ส.” ของ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่อยู่พรรคพลังธรรม ปี 2531 และเมื่อชำนินั่งตำแหน่ง รมช.มหาดไทย สมัยรัฐบาลชวน เทพไทได้ตำแหน่งเลขานุการ รมช.มหาดไทย หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
    กระทั่ง ชำนิย้ายจากพรรคพลังธรรม มาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เทพไทยก็ตามมาด้วย และประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช อยู่หลายหน แต่ก็ยังไม่มีโอกาส
    เลือกตั้งปี 2548 เทพไท สวมเสื้อ ปชป.ลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 แทนตรีพล เจาะจิต อดีต ส.ส.หลายสมัย และนั่นเป็น ส.ส.สมัยแรกของเขา
    แม้จะเป็น ส.ส.หน้าใหม่ ไม่กี่พรรษา แต่ด้วยความช่ำชองเกมการเมือง เทพไทจึงโดดเด่นเป็นดาวสภา และเป็นผู้แทนคลื่นลูกใหม่ของพรรค

++
ยุคทองของเสนพงศ์
++    
    8-9 ปีที่แล้ว ต้องยกให้ตระกูล “เสนพงศ์” สยายปีกยึดการเมืองท้องถิ่น จ.นครศรีธรรมราช โดยเชาวน์วัศ เสนพงศ์ ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช และมาโนช เสนพงศ์ ก็ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช
    เทพไทยังส่งน้องชาย-พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ เป็นรองนายกเทศมนตรีฯ และปี 2560 หัวหน้า คสช. มีคำสั่งให้เชาวน์วัศ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างการตรวจสอบข้อเรียกร้อง พงศ์สินธุ์ได้ทำหน้าที่รักษาการนายกเล็กเมืองคอน แทนพี่ชาย ผ่านไป 1 ปีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้มีคำสั่งให้เชาวน์วัศ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามเดิม เมื่อ 30 ต.ค.2561
    เมื่อกลับมาสู่ทำเนียบนายกเล็ก เชาวน์วัศ ได้สั่งเปลี่ยนทีมผู้บริหารยกชุด ที่ไม่มีชื่อพงศ์สินธุ์ น้องชาย และช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ทีมงานของเชาวน์วัศ กลับไปช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 นครศรีธรรมราช
    อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่า เทพไทจะดันพงศ์สินธุ์ ลงสมัครชิงเก้าอี้ “นายกเล็ก” เมืองคอน แต่ถึงชั่วโมงนี้ มีความชัดเจนว่า อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ น้องชายชำนิ จะลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครฯ และมีการเปิดตัวไปแล้ว

ศึกเมืองคอน'พงศ์สินธุ์'รับไม้ 'เทพไท'

          พงศ์สินธุ์ อดีตรองนายกฯ เทศบาลนครฯ เตรียมตัว ส.ส.แทนพี่ชาย 

    ว่ากันว่า ทีมพลังเมืองนครและตระกูล “เสนพงศ์” ที่หนุน กนกพร เดชเดโช ว่าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ได้ตกลงกันแล้วว่า สนาม “นายกเล็ก” เมืองคอน เปิดทางให้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช
    ส่วนสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ถึงคิวของ พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ที่จะรับไม้ต่อจากพี่ชาย

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด “นักการเมืองลาว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456519

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด “นักการเมืองลาว”

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

27 มกราคม 2564 – 13:16 น.

ลาวฉีดวัคซีนโควิดจีนเข็มแรก รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข รับการฉีดวัคซีน พร้อมแพทย์-พยาบาลกว่า 600 คน 

++
วัคซีนป้องกันโควิด-19 ลอตแรกที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้รับมานั้นคือ วัคซีน Sinopharm ที่ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัท Sinopharm และรัฐบาลจีน มอบให้ลาวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 โดส จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ 3 ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน
 

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

ท่านบุนกอง สีหาวง รมว.สาธารณสุขลาว รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด เข็มแรก

ในเบื้องต้น ปลายปีที่แล้ว มีการฉีดรอบที่ 1 ให้กลุ่มเสี่ยง ได้แก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำด่านสากล และพนักงานที่ต้องดูแลคนป่วยประจำศูนย์กักตัว จำนวน 298 คน ในนี้ มีคนฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 173 คน ใช้วัคซีน 423 โดส ซึ่งได้รับผลดี และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ     

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงเดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไป เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีภูมิคุ้มกัน โดยในวันที่ 27 ม.ค.2564 ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 2 จุดคือ โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง และโรงหมอมะโหสด นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข600 กว่าคน จากโรงหมอใกล้เคียงเข้าร่วมรับการฉีดวัคซีนด้วย    

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

ท่านสมดี ดวงดี รองนายกฯ และท่านบุนกอง รมว.สาธารณสุข อาสารับการฉีดวัคซีน

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว รายงานว่า ที่โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง ท่านสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบาดของโควิด-19 และ รศ.ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีสาธารณสุข ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก      

กล่าวได้ว่า ท่านสมดี และท่านบุนกอง เป็นนักการเมืองลาวสองคนแรก ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนลาว     

ท่านบุนกอง รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิดที่นำมาฉีดให้กลุ่มเสี่ยงนั้น ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทซิโนฟาร์มของจีน ซึ่งวัคซีนชนิดนี้ ได้มีการฉีดในประเทศจีนมาแล้ว 3 รอบ สำหรับประชากรจีน 1 ล้านคน    

รัฐมนตรีสาธารสุขลาว ยังได้เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ประชาชนลาวว่า ภายในปี 2564 สปป.ลาว จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ประชาชนลาวได้ 1 ล้าน 5 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 22 ของประชากรลาว 7 ล้านคน และคาดว่า ปี 2566 ลาวจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด 

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

แพทย์และพยาบาลลาว ฉีดวัคซีน 600 คน

++
แจงกรณีวัคซีนรัสเซีย
++
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 มีพิธีรับมอบวัคซีนป้องโควิดชุดแรกจากรัสเซียแก่ตัวแทนรัฐบาลลาว โดยท่านวาลาดีเมียร์ กาลินิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำ สปป.ลาว กล่าวว่า วัคซีน Sputnik V ชุดแรก โดยรัฐบาลรัสเซีย มอบให้แก่รัฐบาลลาว ด้วยการช่วยเหลือที่ล้ำค่าของ “กองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย”     

นอกจากนี้ รัสเซีย-ลาว ได้มีข้อตกลงเห็นดีที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด Sputnik V จำนวน 2 ล้านโดส ให้แก่ สปป.ลาว นั่นหมายความว่า 25% ของประชากรลาว จะได้รับยาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากรัสเซีย    

ปรากฏว่า สื่อออนไลน์ลาวหลายสำนักได้เสนอข่าวว่า รัสเซียมอบวัคซีนป้องกันโควิด 2 ล้านโดสให้แก่ลาว ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง    

วันที่ 26 ม.ค.2564 ท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุขลาว ได้ชี้แจงว่า ลาวได้รับวัคซีน Sputnik V จากรัสเซีย เพียง 1,000 โดส สำหรับ 500 คนเท่านั้น และทูตรัสเซียบอกว่า ให้ลาวลงทะเบียนจองวัคซีน Sputnik V โดยเร็ว ฝ่ายรัสเซียจะรักษาจำนวน 2 ล้านโดสไว้ให้ลาว โดยสามารถจัดซื้อได้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ    

สรุปว่า ข่าว สปป.ลาวได้รับวัคซีนรัสเซีย 2 ล้านโดส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จึง “บ่เป็นความจริง” 

อยู่ไหน “ทยา” “บิ๊กป้อม” อกอุ่น ฤาหนุน “จักรทิพย์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456496

อยู่ไหน “ทยา” “บิ๊กป้อม” อกอุ่น ฤาหนุน “จักรทิพย์”

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

27 มกราคม 2564 – 10:44 น.

โหมโรงสนามเมืองกรุง หมอกควันข่าวลือปกคลุม พปชร. “บิ๊กป้อม” หนุนจักรทิพย์จริงมั้ย? จะเอาทยาไปอยู่ที่ไหน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
จู่ๆ ปี่กลองเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ดังขึ้นมาก่อนเทศกาลจริง เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และทยา ทีปสุวรรณ เปิดหน้าขันอาสาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ณัฏฐพล” ยอมรับ “ทยา” เสนอตัวชิงผู้ว่าฯกทม.จริง
 

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

บิ๊กป้อม หนุนจักรทิพย์จริงหรือ?

บังเอิญว่า สองคนนี้ อยู่ฟากฝ่ายเดียวกัน จึงมีข่าวกอสสิปมากมาย ตามด้วยบทวิเคราะห์ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์    

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2564 มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมายังที่ทำการพรรค พปชร. โดยไม่ได้เข้าร่วมกรรมการบริหารพรรค แต่ได้เรียก ส.ส.กลุ่มหนึ่งขึ้นไปพบที่ห้องทำงาน ขอให้สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในศึกผู้ว่าฯ กทม.     

เชื่อว่า จะต้องมีคนในพรรค พปชร. ออกมาปฏิเสธข่าวชิ้นนี้ เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไปแล้วว่า พรรคอาจเลือกแนวทางไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เหมือนตอนเลือกตั้ง อบจ.ทั่งประเทศ 

++
ไม่ส่งแต่หนุน
++
วันนี้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. สลัดคราบนายตำรวจมาดขรึม มาเล่นโซเชียล ในฐานะบุคคลสาธารณะ พร้อมกับคำขวัญประจำตัว “ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมสร้าง สะอาด ปลอดภัย แก้ปัญหาฉับไว”    

เฉพาะบัญชีแฟนเพจเฟซบุ๊ก “จักรทิพย์ ชัยจินดา” ทีมงานบิ๊กแป๊ะ ได้จัดทำคลิปสั้นๆ อาทิเช่น ดูแลร่างกายยังไง? ,จักรทิพย์ ชัยจินดา ชอบหยอกลูกน้อง จริงหรือไม่? ,ทำไม? โดนัทชิ้นละ 1,000  บาท, ทำไม? ต้องลุยเอง และไปช่วยหมูป่า มีอะไรไปบ้าง?    

เหมือนเป็นการโหมโรงสร้างแบรนด์ใหม่ เป็นคนธรรมดาๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย และพร้อมอาสารับใช้คนกรุงเทพฯ    

บิ๊กแป๊ะถือเป็นคนมากคอนเนคชั่น กว้างขวางทุกวงการ ผ่านตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)โดยตำแหน่ง ใกล้ชิดตึกไทยคู่ฟ้า และบ้านป่ารอยต่อฯ     

พล.ต.อ.จักรทิพย์ จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 36 เทียบเท่ากับเตรียมทหาร รุ่นที่ 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก    

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

บิ๊กแป๊ะ ชิมลางเปิดตัวผ่านสื่อโซเชียล

เหนืออื่นใด บิ๊กแป๊ะ เป็น ผบ.ตร.ยุค คสช. และอยู่ในตำแหน่งยาวนาน จึงคุ้นเคยอย่างแนบแน่นทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา    

สิ่งที่บิ๊กแป๊ะขาดหายคือ ฐานมวลชนของนักการเมืองท้องถิ่น ที่มีความสำคัญยิ่ง จะแพ้หรือชนะ ปฏิเสธบทบาทของหัวคะแนนเหล่านี้ไม่ได้    

จึงเป็นที่มาของข่าวไม่คอนเฟิร์มว่า บิ๊กป้อมเรียก ส.ส.กลุ่มหนึ่งมาคุยให้หนุนบิ๊กแป๊ะ

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

ทยา พร้อมแล้ว สำหรับสนามเมืองกรุง

++
ไม่ส่งก็ลงสนาม
++
เป็นที่ทราบกันดีว่า นับแต่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ  ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาธิการ และ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้น เป็นแม่ทัพเมืองหลวง    

ปัจจุบัน ส.ส.กทม.ของค่ายพลังประชารัฐ ก็มีหลายกลุ่ม แต่อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. รวมถึงอดีต ส.ก.จำนวนหนึ่ง ต่างรู้จักมักคุ้นกับณัฏฐพล และพุทธิพงษ์ มาตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์ เหล่านี้คือต้นทุนการเมืองระดับหนึ่ง     

ณัฏฐพล เริ่มเคลื่อนไหวส่งสัญญาณว่า ทยา-คู่ชีวิตของเขา เอาจริงกับสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.    

วันที่ 21 ม.ค.2564 ณัฏฐพล ได้พบกับ พล.อ.ประวิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยในเรื่องที่ทยาตัดสินใจเสนอตัวลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และมั่นใจว่ามีโอกาสที่จะชนะ    

วันที่ 22 ม.ค.2564 ณัฏฐพล เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นณัฏฐพลให้สัมภาษณ์สื่อ ปฏิเสธว่า นายกฯ ไม่ได้เรียกมาพูดคุยเรื่องภรรยาจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.    

จะอย่างไรก็ตาม “ทยา” อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ได้ตัดสินใจเดินหน้าลงสนามเมืองกรุงแน่ ไม่ว่าพรรค พปชร.จะสนับสนุนหรือไม่? บิ๊กป้อมจะหนุนหรือไม่?     

มีรายงานข่าวว่า ทยาได้ซุ่มฟอร์มทีมงานไว้นานแล้ว โดยเธอมีประสบการณ์การเลือกตั้งมาแต่สมัยช่วยสามีหาเสียงสมัคร ส.ส.หนแรก จนกระทั่งได้เข้าไปทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.    

บรรดาอดีต ส.ก. และอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ สายลุงกำนัน ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทยา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสานต่อ บวกกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พปชร.หลายคน ที่ยังไปมาหาสู่กับทยาอยู่        

ทายาทตระกูลการเมือง “ศรีวิกรม์” จึงเชื่อว่า เธอไม่ได้ลงสนามแบบคนมือเปล่า และไร้คอนเนกชั่นการเมืองท้องถิ่น