‘ทอน’ หลบจอมเก๋า ‘สมนึก’ ศึกเทศบาลนนท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456234

‘ทอน’ หลบจอมเก๋า ‘สมนึก’ศึกเทศบาลนนท์

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

24 มกราคม 2564 – 16:00 น.

แค่ปี่กลองดังขึ้น “ธนาธร” สั่งคณะก้าวหน้าลุยศึกเทศบาลอีกครั้ง แต่แปลกใจ ไยหลบสนามเทศบาลนครนนท์

ลุยแล้ว! คณะก้าวหน้า เชียงใหม่ ได้เปิดตัว “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร

เนื่องจาก “เหมา ธีรวุฒิ” เป็นเจ้าของร้าน “หมอดูทักว่าจะได้ลาบ แอนด์คราฟท์เบียร์” ที่มีหลายสาขาในเขตเทศบาลเชียงใหม่ และเขาได้ฉายาว่า “บิดาแห่งคราฟต์เบียร์” แห่งภาคเหนือ

แสดงว่า ศึกนายกเล็กหนนี้ คณะก้าวหน้าไม่ถอย เหมือนตอนชิงเก้าอี้ นายก อบจ.เชียงใหม่ ไม่ส่งใครลงสมัครเลย ทำให้ฐานคะแนนเอฟซีธนาธร เทไปให้พรรคเพื่อไทย

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

ไม่มีเทศบาลนครนนท์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
คณะก้าวหน้ามาแล้ว ลุยสนามเลือกตั้งเทศบาล ควบคู่การเคลื่อนไหวนอกสภา
 

ดังนั้น ศึกเลือกตั้งนายกเล็กเชียงใหม่ คณะก้าวหน้าชนเพื่อไทยโดยตรง พ่วงด้วยแชมป์เก่าตระกูล “บูรณุปกรณ์” 

ที่น่าผิดหวังของเอฟซีธนาธร คือ คณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้ประกาศแล้วว่า จะส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกเล็ก 6 แห่งคือ เทศบาลนครปากเกร็ด, เทศบาลเมืองบางกรวย,เทศบาลเมืองบางกร่าง, เทศบาลเมืองพิมลราช, เทศบาลตำบลบางพลับ และเทศบาลตำบลปลายบาง แต่ไม่มี “เทศบาลนครนนทบุรี” 

ดูเหมือนว่า แกนนำคณะก้าวหน้าเมืองนนท์ จะพุ่งเป้าไปที่ “เทศบาลนครปากเกร็ด” มากที่สุด ต้องวัดใจ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ว่า จะสู้หรือหลบให้นายกเทศมนตรนครนนท์ 8 สมัย 

อีกด้านหนึ่ง วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด 7 สมัย น้องชาย-สุชาติ บรรดาศักดิ์ อดีต ส.ส.นนทบุรี หลายสมัย ฐานมวลชนอาจไม่แข็งแกร่งเท่ากับ “นายกสมนึก” แกนนำคณะก้าวหน้า นนทบุรี จึงปักธงจองไว้เลย

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกฯปากเกร็ด เจอศึกหนัก

แชมป์เก่าเดินสาย

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 สภาเทศบาลนครนนทบุรี มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้เทศบาลนครนนทบุรีจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 520,000 โดส ราคาโดสละ 500 บาท เป็นวงเงินงบประมาณรวม 260 ล้านบาท

ดังที่รู้กัน “สมนึก ธนเดชากุล” นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี 8 สมัย ได้รับลูกจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรื่องท้องถิ่นควรจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด หลังจากนั้น “นายกสมนึก” ก็ลุยให้ข่าวกับสื่อมวลชน 

ปกติ “นายกสมนึก” ไม่ค่อยเปิดตัว แต่เที่ยวนี้ เดินสายพบสื่อหลายค่าย รวมถึงการเปิดใจให้สัมภาษณ์สำนักข่าววอยซ์ทีวี ของตระกูลชินวัตร

จุดยืนของนายกสมนึก ในสนามการเมืองระดับประเทศนั้น ก็ยืนข้างฝ่ายไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย

ทุกวันนี้ อุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี หลายสมัย และคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ ก็เดินเคียงข้างนายกสมนึก เสมือนเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว

นายกสมนึก แห่งทีมพลังหนุ่ม เล่นบทโชว์กล้ามให้นักการเมืองรุ่นลูกรุ่นหลานได้ชม เลยออกอาการใจฝ่อ ไม่มีใครกล้าเสนอตัวลงสนามในนามคณะก้าวหน้า

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

นายกสมนึก เดินสายพบสื่อ

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456212

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

24 มกราคม 2564 – 12:13 น.

สวนทางเฮียบุ๊ง “โตโต้” สยายปีกการ์ดวีโว่ ยึดกุม “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” การ์ดอาชีวะเดินหน้าไล่ประยุทธ์

 จากบทสัมภาษณ์ขนาดยาวของ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร ในเวบไซต์ themomentum ทำให้รู้ว่า ประเด็น “การ์ดรักษาความปลอดภัย” ของม็อบราษฎร เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย 
 เฮียบุ๊งเล่าว่า ช่วงกลางเดือน ธ.ค.2564 เฮียบุ๊งพาแกนนำราษฎรทุกกลุ่มไปพูดคุยที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี และปรับขบวนใหม่ ก่อนจะกลับมาให้ “เพนกวิน”ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ได้ยุบการ์ดคณะราษฎรทุกกลุ่มแล้ว

จากนั้น เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แจ้งข่าวเปิดรับสมัครสตาฟฟ์ราษฎร และหน่วยสันติวิธี เข้ามาทำหน้าที่แทนการ์ด 20 กว่ากลุ่ม

ใครก็ตามที่สมัครเข้ามาเป็นสตาฟฟ์ราษฎรและหน่วยสันติวิธี ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ เพื่อป้องกันการถูกแทรกซึมเข้ามาหาข่าวหรือป่วนม็อบ

“ที่สำคัญคือไม่เอาคนแก่ จะเอาแต่เด็กวัยรุ่นอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาเราเจอปัญหาคนแก่เป็นลมในม็อบเพราะไปยืนอยู่ทัพหน้าเยอะมาก มันไม่สมควร ถ้าคุณแก่ คุณต้องไปยืนข้างหลัง ไม่ใช่ว่าเรารังเกียจคนสูงอายุนะ แต่การขับเคลื่อนมันไม่ควรต้องให้ใครมาเป็นภาระของใคร” เฮียบุ๊ง กล่าว

ถ้อยแถลงของเฮียบุ๊ง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มการ์ดคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก เพราะทีมการ์ดเสื้อแดง ส่วนใหญ่อายุเยอะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
การ์ดสองหน้า “สมบัติ” แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ
 

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

โตโต้ แม่ทัพวีโว่ ขอโชว์เดี่ยว

โตโต้โชว์เดี่ยว

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2564 ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ (wevo) แถลงผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คโตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep เกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้ในปี 2564  ว่า ฝ่ายประชาธิปไตยเองแม้จะเป็นการรวมแม่น้ำ ห้วย หนอง คลองบึง จากหลากหลายสาย แต่ก็มีเป้าประสงค์เดียวกันคือ มหาสมุทร 

 “ดังนั้น หากจะมีความคิดเห็นไม่ใช่แนวทางที่คิดว่าใช่ ก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกทางที่เหมาะสมกับตน เรียกว่า “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่เลว

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

ขยายสาขาวีโว่ ไปอีสาน

โตโต้และการ์ดวีโว่ ได้ประกาศแยกตัวออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะ “ม็อบจรยุทธ” ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังการ์ดวีโว่ปะทะกับการ์ดปลดแอก  

วันนี้ โตโต้กลับไปบ้านเกิด จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเปิดรับคนรุ่นใหม่ให้เป็นการ์ดวีโว่ สาขา 2 ซึ่งเมื่อการเลือกตั้ง 2562 โตโต้ลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 ในสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ได้หมื่นกว่าคะแนน หลังพ่ายเลือกตั้ง โตโต้หันไปทำกิจกรรมนอกสภา 

องค์กรการ์ดวีโว่ ไม่ได้ขึ้นต่อองค์กรราษฎร เพราะโตโต้ยึดหลัก “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” พร้อมกับขยายสาขาวีโว่ออกไปต่างจังหวัด

“สู้ยกใหม่นี้ ต้องสู้อย่างมียุทธศาสตร์สอดรับนโยบายเดียวกันกับ แกนหลักอย่าง wevo ส่วนกลาง” หากทำตามที่โตโต้เสนอ ม็อบคนรุ่นใหม่ ก็ไม่ต่างจากขบวนการคนเสื้อแดงในอดีต ที่แยกเป็นองค์กร นปช. กับแดงเสรี(แดงเวทีเล็ก)

แดงเสรีจะเคลื่อนไหวในประเด็นแหลมคม พุ่งเป้าโจมตีสถาบันฯ จึงไม่ยอมรับการนำของ นปช. ที่ยึดแนวทางสู้ไป กราบไป  

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

การ์ดอาชีวะ เดินขบวนไล่ประยุทธ

เสียงการ์ดอาชีวะ

ปีที่แล้ว การชุมนุมของกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ ในลักษณะม็อบไม่มีแกนนำ การ์ดสายอาชีวะได้รับการชื่นชมมากมาย แต่ตอนหลัง การ์ดอาชีวะที่มีหลายก๊กหลายก๊วน ได้สร้างความวุ่นวาย จนนำมาสู่การยุบการ์ดทุกกลุ่ม

ล่าสุด แอดมินเพจฟันเฟืองนนทบุรี – Gear Of Red Nonthaburi ได้โพสต์ว่า “ผมขอพูดในนามส่วนตัวว่า ทุกวันนี้ม็อบเรา ได้เดินมาผิดเส้นทางที่ควรจะเดินแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการที่จะไล่รัฐบาล และต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้  พวกเราควรทำ  ข้อ 1กับข้อ 2 ก่อน  ไม่ใช่หรือ  ผมขอประกาศในนามส่วนตัวว่า เมื่อถึงเวลาที่พวกเราพร้อมเดินหน้าทางการเมืองอีกครั้ง  ขอให้มวลชนมาร่วมกับเราอีกครั้งหนึ่ง..”

พูดง่ายๆ กลุ่มอาชีวะต้องการขับไล่ประยุทธ์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นลำดับแรก เรื่องปฏิรูปสถาบันฯ มาเป็นลำดับหลัง

วันที่ 24 ม.ค.2564 กลุ่มลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ ทำกิจกรรมเดินขบวนจาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่รัฐบาลประยุทธ์

ม็อบเดินทัพทางไกลรอบนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการ์ดปลดแอก และการ์ดอาชีวะสาย “เกวลัง ธัญญเจริญ” หรือ “เก่ง อาชีวะ” หรือ “เก่ง นครหลวง”

นี่คือรูปธรรม “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ตามที่โตโต้เสนอไว้ แต่จะบานปลายกลายเป็น “แยกกันเดิน ตีกันเอง” หรือไม่? ต้องติดตามดูกันต่อไป

สงครามเงา ‘นายกเล็ก’ ปชป.เมืองคอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456176

สงครามเงา’นายกเล็ก’ปชป.เมืองคอน

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

23 มกราคม 2564 – 18:42 น.

ชิงเก้าอี้นายกเล็กเมืองคอน ตระกูลศักดิเศรษฐ์พ่วงเดชเดโช ชนตระกูลแก้วภราดัย

++
    9 ปีที่แล้ว ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช สร้างความประหลาดใจให้แก่สภากาแฟเมืองคอน เมื่อ กณพ เกตุชาติ ลูกชายของ สมนึก เกตุชาติ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ที่นั่งเก้าอี้นายกเล็กมานานเกือบ 30 ปี พ่ายแพ้ให้แก่ เชาวน์วัศ เสนพงศ์ พี่ชายของ เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 
    มิเพียงเท่านั้น ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ทีมของสมนึก เกตุชาติ ก็พ่ายแพ้แก่ทีมเชาวน์วัศ
    สำหรับการเลือกตั้งนายกเล็กเมืองคอนในปีนี้ ชัดเจนแล้ว เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช จะไม่ลงสนาม โดยตระกูล “เสนพงศ์” จับมือ กนกพร เดชเดโช ว่าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ขอสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 
    เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2564 “กนกพร” นำทีมพลังเมืองนคร เปิดสำนักงานอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ในตัวเมืองนครฯ เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งชิงเก้านายกเล็กเมืองคอน

++
ตระกูลศักดิเศรษฐ์
+++
    อดีต ส.ส.หนุ่มใหญ่ ได้เปิดตัวผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ – ทีมพลังเมืองนคร พร้อมสเตตัส “ร่วมมือกันสร้างเมือง..ฟังทุกเสียง ใส่ใจทุกปัญหา เข้าถึงทุกความต้องการ #เทศบาลของทุกคน ได้โปรดสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เป็นนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช”
    อภิชาต เป็นน้องชายของชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย หลังลาออกจากค่ายมติชน อภิชาตลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2548 ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก และเป็น ส.ส.มาอีก 2 สมัย

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

             อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เปิดตัวแล้ว

    การเลือกตั้งปี 2562 อภิชาตเว้นวรรค มีแต่พี่ชาย-ชำนิ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่สอบตก ช่วงการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ชำนิ-อภิชาต ร่วมกับตระกูล “เดชเดโช” ตั้งกลุ่มพลังเมืองนคร ส่งกนกพร เดชเดโช ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ. ได้รับชัยชนะตามความคาดหมาย
    เมื่อประสบความสำเร็จจากสนาม อบจ. ทีมพลังเมืองนคร ก็เดินหน้า หวังยึดเก้าอี้นายกเล็กเมืองคอนให้ได้

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

             กนกพร เปิดสำนักงาน อภิชาติ อดีต ส.ส.ลงสนามเทศบาล

++
ทีมสมนึก
++
    เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2562 ที่สำนักงานทีมสมนึก อ.เมืองนครศรีธรรมราช “ดร.โจ” กณพ เกตุชาติ หัวหน้าทีมสมนึก ได้ประกาศตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งมีการเปิดตัวทีมบริหารทั้งรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช 

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

              ลูกชายอดีต ส.ส.วิทยา ร่วมทีม ดร.โจ

    ตั้งแต่แพ้เลือกตั้งหนที่แล้ว “กณพ” ได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลฯ ตลอด 9 ปีไม่มีหยุด  และที่น่าสนใจ ในทีมบริหารของกณพ ปรากฏชื่อ พูน แก้วภราดัย ลูกชายของวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมทีมด้วย
    ดังที่รู้กัน ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราชหนที่ผ่านมา วิทยา แก้วภราดัย สนับสนุน นนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ ลงสู้กับ “กนกพร” มารดา ส.ส.ชัยชนะ เดชเดโช ที่มีตระกูลศักดิเศรษฐ์ และเสนพงศ์ หนุนช่วย
    ธรรมชาติคนการเมือง ปชป.เมืองคอน มักจะแข่งกันเองในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น และการเลือกตั้งนายกเล็กเมืองคอน ก็หนีไม่พ้นศึกคนกันเอง

วิถี ‘ทยา’ เบ้าหลอม ‘ศรีวิกรม์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456154

วิถี ‘ทยา’เบ้าหลอม ‘ศรีวิกรม์’

วิถี 'ทยา'เบ้าหลอม 'ศรีวิกรม์'

23 มกราคม 2564 – 15:34 น.

เบ้าหลอม “ศรีวิกรม์” ทำให้ “ทยา” เข้าสู่สังเวียนการเมือง สู่ทำเนียบเสาชิงช้า คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ยังไม่มีวี่แววว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายในเร็ววันนี้ แต่ผู้อาสาหน้าใหม่ ก็เริ่มเปิดตัวกันแล้ว ในรอบสัปดาห์ที่ผ่าน ชื่อของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ ทยา ทีปสุวรรณ ถูกสื่อพูดถึงมากที่สุด
    ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนว่า ภรรยา-ทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นแน่นอน แต่จะเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม
    “เขาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อการเมือง คงไปห้ามไม่ได้ ผมเป็นสามียังห้ามไม่ได้” ณัฏฐพล กล่าวถึงความมุ่งมั่นของภรรยา
    “ตั้น” ณัฏฐพล และทยา เข้าสู่สังเวียนการเมืองในช่วงเดียวกัน เลือกตั้ง 2550 ตั้นลงสมัคร ส.ส.เขต 10 กทม. แต่สอบตก ต่อมา มีเลือกตั้งซ่อมปี 2552 ตั้นจึงสอบได้ และเป็นผู้อำนวยการพรรค ส่วน ทยาก็เข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. 
    ทั้งคู่ได้รับการสนับสนุนจากสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้น 
    ทยาจัดอยู่ในนักการเมืองสายแข็ง มีบุคลิกต่างจากพี่ชาย-พิมล ศรีวิกรม์ เธอน่าจะเป็นส่วนผสมทางการเมืองของเฉลิมพันธ์-คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์
    ปัจจุบัน ทยาเป็นผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์ และกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างโรงเรียนและวิทยาลัย ริมถนนสุขุมวิทให้เป็นโรงเรียนนานาชาติ

++
เบ้าหลอมศรีวิกรม์
++
    หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ประชาธิปไตยเบ่งบาน พรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย พงส์ สารสิน มาชวน “คุณหญิงอ๋อย” หรือ คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ไปอยู่พรรคกิจสังคม ที่มี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค
    คุณหญิงศศิมา เป็นกรรมการบริหารพรรคกิจสังคม และรองเลขาธิการพรรค ในการเลือกตั้ง 2518 คุณหญิงศศิมา ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตพระโขนง แพ้ พิชัย รัตตกุล ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เพียง 200 กว่าคะแนน
    เลือกตั้ง 2519 คุณหญิงศศิมาลงเขตเดิม แข่งกับคนเดิม แม้เธอจะค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็ปรากฏว่าพ่ายแพ้ไปพันกว่าคะแนน
    ดูเหมือนคุณหญิงศศิมาจะไม่ค่อยมีโชคการเมืองมากนัก แม้การเลือกตั้งปี 2531 เธอจะกลับมาลงสมัคร ส.ส.เขตพระโขนง ในสีเสื้อพรรคประชาชน (พรรคที่มาสามี-เฉลิมพันธ์ ก่อตั้งและเป็นหัวหน้าพรรค) ก็ยังสอบตกอีกครั้งจนได้
    สำหรับเฉลิมพันธ์นั้น ต่างจากภรรยา-ศศิมา เขาชอบพรรค ปชป.มานานแล้ว หลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เวลานั้น พ.อ.(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรค และเฉลิมพันธ์เป็นเลขาธิการของพรรค
    เลือกตั้ง 2522 เฉลิมพันธ์ลงสมัคร ส.ส.ที่เขตพระโขนง ในสีเสื้อ ปชป. ก็สอบตก พ่ายกระแสประชากรไทยฟีเวอร์ และเว้นวรรคไปหนึ่งสมัย ก่อนจะมาลงสนาม ส.ส.อีกครั้งปี 2529 จึงได้เป็น ส.ส.กทม.สมัยแรก
    ปี 2531 เฉลิมพันธ์และอดีต ส.ส.จำนวนหนึ่ง ลาออกจากพรรค ปชป. อันเป็นตำนาน “กลุ่ม 10 มกรา” เฉลิมพันธ์ตั้งพรรคประชาชน และย้ายสนามไปลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ด้วยการชักชวนของ เลิศ หงษ์ภักดี อดีต ส.ส.นครราชสีมา (เลิศ หงษ์ภักดี เป็นบิดาของระนองรักษ์ และพ่อตาของไพโรจน์ สุวรรณฉวี)
    ปี 2533 เฉลิมพันธ์ ได้นำพรรคประชาชนไปรวมตัวกับพรรคก้าวหน้าของ อุทัย พิมพ์ใจชน พรรครวมไทยของ ณรงค์ วงศ์วรรณ และพรรคกิจประชาคมของ บุญชู โรจนเสถียร กลายเป็น “พรรคเอกภาพ” หลังรัฐประหาร 2534 คณะทหาร รสช.จั้งตั้ง “พรรคสามัคคีธรรม” โดยมีพ่อเลี้ยงณรงค์ เป็นหัวหน้าพรรค เฉลิมพันธ์ถูกดึงเข้าไปร่วมด้วย และมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค
    เฉลิมพันธ์-ศศิมา มีบุตรธิดารวม 4 คนคือ พิมล, ชัยยุทธ,วิกร และทยา เมื่อเฉลิมพันธ์วางมือทางการเมือง “พิมล” บุตรชายคนโตเข้ามาเล่นการเมืองในยุคมนต์รักประชานิยม

วิถี 'ทยา'เบ้าหลอม 'ศรีวิกรม์'

                อีฟ ทยา อยู่ในสายแข็งมาตั้งแต่เด็กๆ

++
ลูกไม้ใต้ต้น
++
    ทยา เติบโตในครอบครัวที่ประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจคือหัวข้อหลักบนโต๊ะอาหาร ทำให้การเมืองได้ซึมเข้าในเนื้อตัวของเธอ 
    “อีฟ” ทยา แต่งงานกับ “ตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ บุตร วีระพันธ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และผู้บริหารองค์กรธุรกิจอีกหลายแห่ง

วิถี 'ทยา'เบ้าหลอม 'ศรีวิกรม์'

             ตั้น-ทยา คู่ชีวิตการเมือง 

    กำนันสุเทพชักนำให้ “ตั้น-ทยา” เข้ามาสู่ชายคาพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงการเลือกตั้ง 2550 ทยามีบทบาทสำคัญในการช่วยสามีหาเสียงเลือกตั้ง จนถูกทาบทามเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. (สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยแรก) โดยรับผิดชอบด้านการศึกษา พัฒนาสังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว กีฬา และการต่างประเทศ
    ประสบการณ์ในทำเนียบเสาชิงช้า ทำให้ทยา ตั้งเป้าอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม. เมื่อโอกาสมาถึง เธอจึงเสนอตัวเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456064

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

22 มกราคม 2564 – 14:07 น.

ลาวเครียด พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2 ราย เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และเชียงราย 

++
หลังจาก สปป.ลาว ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเป็นเวลา 46 วัน ก็ตรวจพบผู้ติดโควิด 2 ราย ที่เดินทางมาจากประเทศไทย

วันที่ 22 ม.ค.2564 ท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุข สปป.ลาว ได้เปิดการแถลงข่าวว่า คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันการระบาดของโควิด-19 ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2 กรณี (ผลการตรวจซ้ำจากศูนย์วิเคราะห์ในนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 21 ม.ค.2564)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน 

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

ท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุข
    

++
แรงงานลาว
++
กรณีแรก เป็นหญิงลาว วัย 33 ปี อาชีพกรรมกร ประวัติการเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อ ก.ค.2563 เนื่องจากสถานการณ์โควิด นายจ้างไทยได้ปิดกิจการลง จึงเดินทางกลับบ้านที่แขวงจำปาสัก    

วันที่ 18 ม.ค.2564 เดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่าน จ.ศรีสะเกษ ถึง จ.อุบลฯ จากนั้น เหมารถตู้ร่วมกับเพื่อนกรรมกรลาวรวม 8 คน ผ่านด่านช่องเม็ก เข้า สปป.ลาว ทางการลาวได้นำตัวกรรมกรลาวทั้งหมดไปกักตัวที่ศูนย์หลัก 21 เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก โดยมีการเก็บตัวอย่างไปตรวจหาเชื้อโควิดทุกคน    

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

ไทม์ไลน์ หญิงลาวจากกรุงเทพฯ ไปจำปาสัก

วันที่ 20 ม.ค.2564 ผลตรวจหาเชื้อจากห้องวิเคราะห์แขวงจำปาสัก ปรากฏว่า หญิงวัย 33 ปี มีผลเป็นบวก เพื่อความแน่ใจ จึงส่งตัวอย่างไปตรวจที่นครหลวงเวียงจันทน์ ผลเป็นบวก จึงนำตัวหญิงวัย 33 ปีเข้ารักษาที่ รพ.แขวงจำปาสัก 

++
นักท่องเที่ยวชาวจีน
++
กรณีที่สอง คนจีนวัย 29 ปี วันที่ 18 ม.ค.2564 เดินทางจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ลักลอบขี่เรือข้ามโขงมาที่เมืองห้วยซาย แขวงบ่อแก้ว พักอยู่ 1 คืน จึงเหมารถตู้ไปส่งที่แขวงหลวงน้ำทา ได้เข้าโรงแรมกงเอ้อ เมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา     

วันที่ 19 ม.ค.2564 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลวงน้ำทา ได้เก็บตัวอย่างจากชายจีนไปตรวจ พบผลเป็นบวก และได้ส่งตรวจซ้ำที่นครหลวงเวียงจันทน์ ยืนยันว่า ผลเป็นบวก   

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

ไทม์ไลน์ คนจีน เดินทางจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปแขวงหลวงน้ำทา

จากการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอีก 2 ราย ทำให้ สปป.ลาว มียอดสะสมผู้เชื้อโควิด-19 เป็น 43 ราย นับแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปีที่แล้ว

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456049

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

22 มกราคม 2564 – 11:58 น.

เดินหน้าไปแล้ว “ลาว เมียนมา กัมพูชา” ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน รัสเซีย และอินเดีย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประเด็นการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลไทย กลายเป็นเรื่องการเมือง เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กถึงปัญหาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล ตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยไม่ได้รับการจัดซื้อวัคซีน ที่มีการครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม และทำไมประเทศไทยถึงยังไม่มีการเริ่มฉีดวัคซีน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน
 

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

วัคซีนจากรัสเซียถึงเมืองลาว

หลังจากนั้น ได้มีตอบโต้จากฝ่ายรัฐบาลอย่างดุเดือด รวมถึงการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีไลฟ์เฟซบุ๊กวิจารณ์การนำเข้าวัคซีนโควิด-19 อ้างบิดเบือนข้อมูลและพาดพิงสถาบันฯ    

ขณะที่ประเทศไทยยังวุ่นอยู่กับการเมืองเรื่องวัคซีนโควิด มองไปรอบบ้านเรา ก็มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนป้องกันโควิดอย่างน่าสนใจ    

สปป.ลาว เพิ่งได้รับวัคซีนป้องกันโควิดล็อตแรกจากรัสเซีย ก่อนหน้านั้น ลาวได้รับวัคซีนจากจีน และมีการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ไปแล้ว    

เมียนมา ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากอินเดีย 1.5 ล้านโดส และเริ่มฉีดให้กลุ่มเสี่ยงก่อน ซึ่งรัฐบาลเมียนมาได้สั่งซื้อวัคซีนอินเดียตั้งแต่กลางปีที่แล้ว    

กัมพูชา จะได้รับการช่วยเหลือด้านวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน และสมเด็จฮุน เซน ประกาศอาสาฉีดวัคซีนจากจีนเป็นคนแรก 

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

++
วัคซีนมิตรภาพ
++
วันที่ 21 ม.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้มีพิธีมอบ-รับวัคซีนป้องโควิด-19 สปุกนิก วี(Sputnik V) ชุดแรกจากรัสเซีย โดยท่านวลาดีเมียร์ กาลินิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ สปป.ลาว และท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุขลาว เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว     

ในพิธีรับมอบวัคซีนป้องโควิดชุดแรกจากรัสเซียแก่ตัวแทนรัฐบาลลาว ท่านวาลาดีเมียร์ กาลินิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำ สปป.ลาว กล่าวคำปราศรัยที่สรุปใจความได้ว่า   

1.วัคซีน Sputnik V ชุดแรก โดยรัฐบาลรัสเซีย มอบให้แก่รัฐบาลลาว ด้วยการช่วยเหลือที่ล้ำค่าของ “กองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย” 

2.รัสเซีย-ลาว ได้มีข้อตกลงเห็นดีที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด Sputnik V จำนวน 2 ล้านโดส ให้แก่ สปป.ลาว นั่นหมายความว่า 25% ของประชากรลาว จะได้รับยาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากรัสเซีย    

ท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้มีแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดมาแต่กลางปีที่แล้ว โดยติดต่อกับสหพันธ์วัคซีนสากล Gavi , COVAX FACILITY ,ประเทศเพื่อนมิตรทางยุทธศาสตร์ ,ประเทศภาคี และองค์การจัดตั้งสากล เพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนลาว    

ปัจจุบัน ลาวมี 3 แหล่งที่จะได้รับการช่วยเหลือด้านวัคซีน คือ 1.Sinopharm จากจีน 2.Sputnik V จากรัสเซีย 3.วัคซีนที่ได้จาก COVAX FACILITY, GAVI  

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

ซูจีซื้อวัคซีนจากอินเดีย

++
ซื้อวัคซีนอินเดีย
++
จาก สปป.ลาวข้ามไปทางสหภาพเมียนมา วันที่ 21 ม.ค.2564 อองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้แถลงข่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เฉลี่ย 400 คนต่อวัน และมีข่าวดี เมียนมา จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากอินเดีย จำนวน 1.5 ล้านโดส สำหรับ 750,000 คน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเมียนมา จะฉีดให้กลุ่มเสี่ยงก่อน คือ  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่รัฐบาล แต่ละคนต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกันครั้งละ 28 วัน     

ช่วงปีใหม่ ออง ซาน ซูจี ได้กล่าวสารอวยพรแก่ประชาชนชาวเมียนมา ผ่านทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ MRTV โดยแจ้งว่า รัฐบาลเมียนมา ลงนามสัญญาจัดซื้อจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากอินเดียแล้ว และจะฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อนเป็นกลุ่มแรกในเดือน ก.พ.นี้ จากนั้นจะขยายกลุ่มผู้ที่ต้องได้รับวัคซีนเป็นลำดับไป จนกระจายลงไปถึงประชาชนทั่วประเทศ 

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

สมเด็จฮุนเซน อาสาฉีดวัคซีนคนแรก

++
จีนให้เปล่า
++
เมื่อไม่กี่วันมานี้ สำนักข่าวท้องถิ่นของกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศอาสาฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 Sinopharm จากจีนเป็นคนแรกของกัมพูชา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนภายในประเทศว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง    

สมเด็จฮุน เซน เปิดเผยว่า กัมพูชาจะได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 1 ล้านโดส ของ Sinopharm โดยทางรัฐบาลจีนได้มอบให้รัฐบาลกัมพูชา สำหรับการฉีดวัคซีน 500,00 คน

นโยบายด้านการศึกษาที่ว่างเปล่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456038

นโยบายด้านการศึกษาที่ว่างเปล่า

นโยบายด้านการศึกษาที่ว่างเปล่า

22 มกราคม 2564 – 10:47 น.

สอบ O-NET เป็นเรื่องความสมัครใจ สอบไล่เป็นเรื่องของโรงเรียน สะท้อนนโยบายที่ว่างเปล่า ไร้ทิศทาง ไม่รับผิดชอบ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งควรจะรับผิดชอบร่วมกัน..โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

การที่ กระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า การสอบO-NET เป็นการสอบตามความสมัครใจ  ไม่ให้นำผลสอบ O-NET ไปร่วมตัดสินผลการเรียน จนกระทั้งมาถึงการเลื่อนชั้นอัตโนมัติ ที่โรงเรียนสามารถกำหนดการวัดและประเมินผลของตัวเองได้ว่าจะจัดแบบไหน เป็นผลกระทบที่วงการศึกษาได้รับจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่ที่แย่กว่าคือ เป็นคำถามในคำตอบที่ไม่เคยมีคำตอบที่สิ้นสุด

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุปถึงการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 28 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดระลอกใหม่ สพฐ. ยืนยันเปิดตามกำหนดเดิมที่จะเปิดเรียนในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ซึ่งเมื่อเปิดเรียนแล้วขอให้โรงเรียนทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามแนวทางที่ สพฐ. กำหนด
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ส่วนที่ผู้ปกครองมีความกังวลว่าการเรียนผ่านออนไลน์ทำให้เด็กเรียนได้ไม่เต็มที่ และอาจไม่สามารถทำข้อสอบเพื่อเลื่อนชั้นได้นั้น เรื่องนี้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล เพราะ สพฐ. ให้นโยบายโรงเรียนทุกแห่งแล้วว่า การเลื่อนชั้นอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องสอบปลายภาคเรียนสามารถทำได้ แต่ครูผู้สอนต้องหาวิธีการประเมิน ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นการสอบ เช่น แจกใบงานฝึกหัดให้เด็กทำส่งได้ เป็นต้น ซึ่งครูจะต้องประเมินเด็กเป็นรายบุคคลแทน 

ขณะที่การสอบ โอเน็ตของเด็ก ป.6 และ ม.3 ในปีนี้นั้น สพฐ. ได้แจ้งประกาศแล้วว่า ไม่มีการนำคะแนนโอเน็ตมาเป็นผลต่อการเลื่อนชั้น หรือการสอบเข้าต่างๆ แต่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ยังต้องประกาศจัดสอบโอเน็ตอยู่ แต่เป็นความสมัครใจ โรงเรียนไม่มีสิทธิบังคับนักเรียนอย่างเด็ดขาด เป็นการจบแบบหักมุม หลังจากที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ยึดมั่นกับเวลาเรียนและวัดผล ในการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบแรกว่า นักเรียนจะต้องมีเวลาเรียนครบ 200 วันต่อ 1 ปีการศึกษา เห็นได้ชัดจากการเลื่อนระยะเวลาปิดเรียนเปิดเรียน หรือการไม่ปิดภาคเรียนในภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2563 แต่สุดท้ายก็จบแบบไม่คาดหวังอะไร แต่คนที่หนักใจและต้องตัดสินใจแทนผู้บริหารระดับสูง คือ นักเรียน และครูผู้สอน ด้วยคำสวยหรูที่ว่า “ตามความสมัครใจ” ช่างเป็นนโยบายที่ว่างเปล่าจริงๆ  

‘จักรทิพย์-ชัชชาติ’ พรรคอำพราง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455958

‘จักรทิพย์-ชัชชาติ’พรรคอำพราง

'จักรทิพย์-ชัชชาติ'พรรคอำพราง

21 มกราคม 2564 – 15:47 น.

อุ่นเครื่องสนามผู้ว่าฯ กทม. แนวโน้ม “ชัชชาติ-จักรทิพย์” ไม่สังกัดพรรค แต่มีพวกหนุน

++
    ทำไปทำมา สองพรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ” อาจเลือกแนวทางเดียวกัน ไม่ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 
    ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า พรรคยังไม่ได้พูดคุยกันเรื่องการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ขณะเดียวกันกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น  มาตรา 34 ระบุว่า พรรคการเมืองจะยุ่งเกี่ยวกับตัวแทนผู้สมัครไม่ได้
    “แนวทางของพลังประชารัฐ คงจะยึดหลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด” หมายความพรรคจะไม่ส่งผู้ใดลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
    ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พูดไม่เต็มปากเต็มคำ เรื่องเพื่อไทย จะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

++
บิ๊กแป๊ะโหมโรง
++
    เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2564 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) ได้ส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ถึงประชาชนในกรุงเทพฯ  โดยใช้วิธีการส่งทางไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน ข้อความบนการ์ดอวยพร ระบุว่า “Happy New Year 2021 สวัสดีปีใหม่ 2564 ขอให้ทุกท่านมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี ด้วยความปรารถนาดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” 
    ก่อนหน้านั้น “บิ๊กแป๊ะ” โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ว่า “สวัสดีปีใหม่ครับ คนไทยทุกท่าน กระผม จักรทิพย์ ชัยจินดา ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ และติดตามกระผมเสมอมา”
    เป็นความชัดเจนอีกระดับหนึ่งของ “บิ๊กแป๊ะ” สำหรับการเตรียมตัวลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
    ปลายปีที่แล้ว  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันชกมวยไทยมหากุศล และมอบทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้า ซึ่งจัดโดย ณรงค์ รัสมี ส.ก.เขตหนองจอก 
    ผู้คนส่วนใหญ่ยังจำภาพบิ๊กแป๊ะ ในฐานะ ผบ.ตร. ที่ทำงานอย่างจริงจัง ติดดิน พร้อมลุยไปกับลูกน้องอย่างเต็มที่ เหมือนครั้งที่เหตุการณ์ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และกรณีกราดยิงโคราช ซึ่งจุดนี้คงเป็นจุดขายในสนามการเมืองท้องถิ่น 

'จักรทิพย์-ชัชชาติ'พรรคอำพราง

                 บิ๊กแป๊ะ ลุยแล้ว

++
ชัชชาติมาก่อนใคร
++
    ต้นเดือน ธ.ค.2562  “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เปิดตัวลงสนามชิงเก้าอี้ประมุขทำเนียบเสาชิงช้า ด้วยอีเวนท์ “ชัชชาติ ชวนคุย คนกรุงเทพฯ ช่วยคิด” ที่ลานกิจกรรม ชุมชนโรงหมู คลองเตย พร้อมกับเปิดชื่อ “กลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม” (Better Bangkok)

'จักรทิพย์-ชัชชาติ'พรรคอำพราง

            ชัชชาติ หาเสียงมาสองปีเศษแล้ว 

    นับแต่นั้นมา “ชัชชาติ” ก็เดินหน้าทำการบ้านลงพื้นที่ เพื่อหาแนวทางมาพัฒนากรุงเทพมหานคร และได้ข้อสรุปว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยอิสระ
    เมื่อเร็วๆนี้ “ชัชชาติ” เสนอให้ กทม.ใช้งบประมาณของตัวเองจัดหาวัคซีนโควิด-19 เอง คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 8,000 ล้านบาท ฉีดให้กับคน กทม.และผู้ที่ทำงานใน กทม. 8 ล้านคน
    ดูเหมือนว่า ทั้ง “ชัชชาติ” และ “จักรทิพย์” คงจะสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่สังกัดพรรค

การ์ดสองหน้า “สมบัติ” แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455933

การ์ดสองหน้า “สมบัติ” แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

การ์ดสองหน้า "สมบัติ" แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

21 มกราคม 2564 – 13:09 น.

ลอยแพการ์ด ปมขัดแย้งในขบวนการราษฎร “สมบัติ ทองย้อย” การ์ดเสื้อแดง จัดหนักเจ้าของม็อบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ

++
ยังไม่จบ กรณีมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล การ์ดราษฎร ถูกอุ้มหาย โดย กอ.รมน. แต่ตำรวจปากน้ำ เปิดกล้องวงจรปิดพบว่า มงคลแอบซ่อนตัวอยู่ในที่พักใกล้กับสถานที่ที่อ้างว่าถูกอุ้มหายตัวไป จึงได้ออกหมายเรียกเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง 

อ่านข่าว…  “กองทัพบก”รับ “เยล” การ์ดราษฎร เป็นทหาร จัดฉากโดนอุ้ม หนีราชการ

การ์ดสองหน้า "สมบัติ" แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

สมบัติ สมัยเป็นการ์ดม็อบคนอยากเลือกตั้ง ปี 61

ตามมาด้วยกองทัพบกแถลงว่า มงคลเป็นทหารกองประจำการผลัด 1/61 สังกัดศูนย์การทหารราบ และหนีราชการไปเมื่อ ธ.ค. 2562 และต้นสังกัดได้จำหน่ายว่าหนีราชการเมื่อ ม.ค.2563 พร้อมแจ้งสัสดีอำเภอในภูมิลำเนา หลังจากนั้น สัสดีได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบตัวจะต้องส่งให้หน่วยต้นสังกัด เพื่อนำตัวส่งศาลทหาร    

ส่วนทีมการ์ดราษฎร เผยแพร่แถลงการณ์ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ทางทีมทำดีที่สุดแล้วในภาวะคับขัน แต่หากมงคลกุเรื่องขึ้นมาเอง ต้องรอให้เจ้าตัวมาชี้แจงถึงเหตุผล และขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการต่อไป    

ปฏิกิริยาจากฝ่ายขบวนต้านเผด็จการ ต่างก็พุ่งเป้าไปที่ “เยล” เคยเป็นทหารมาก่อน อาจถูกส่งเข้ามาเป็นสายลับในม็อบราษฎร    

ขณะที่ “สมบัติ ทองย้อย” แกนนำการ์ดคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “กรณีเจ้าเยลที่ตำรวจจับได้ว่าไม่ได้โดนลักพาตัว และอาจโดนหรือโดนข้อหาแจ้งความเท็จ ตอนนี้น้องกำลังถูกขุดคุ้ยว่าอาจเป็นสายตำรวจหรือทหารเข้ามาเล่นสกปรก เพื่อทำให้เสียขบวน..แทนที่จะช่วยกันหาว่าใครคือต้นคิด วางแผนให้ทำแบบนี้…มาโยนขี้ให้เด็ก นี่ถ้าแผนนี้ไม่ถูกจับได้ เยลและคนคิดแผนคือวีรบุรุษ..”    

พักหลัง สมบัติแสดงความเห็นวิจารณ์พวกเดียวกันบ่อย อาศัยความเก๋าและประสบการณ์โชกโชน จึงทำให้แกนนำเด็กๆ ไม่กล้าตอแยการ์ดเสื้อแดงรายนี้มากนัก    

ระยะหลัง สมบัติเริ่มรู้ว่า “ม็อบ” มีเจ้าของ ไม่ใช่ทุกคนคือแกนนำ เหมือนที่พูดๆกันมา เขาจึงเหน็บแนม “เจ้าของม็อบ” เป็นระยะๆ  

การ์ดสองหน้า "สมบัติ" แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

การ์ดรุ่นเก๋า เจอเจ้าของม็อบสั่งสอน ทนไม่ไหว

++
แดงเสรี
++
สมบัติ ทองย้อย เป็นตัวละครเล็กๆ สมัยแดงทั้งแผ่นดิน ในนามการ์ด นปช. แม้วันนี้ องค์กร นปช.ยังมีอยู่ แต่ก็ไม่มีพลัง เหมือนเด็กหัวโตขาลีบ เพราะมีแต่แกนนำ ไร้มวลชนรองรับ    

สมบัติ และคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ได้ออกมาร่วมเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกหน ในฐานะเสรีชน ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการ    

การชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.2563 สมบัติจัดทีมการ์ดอาสา ประมาณ 100 คน ให้การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม หลายคนสงสัยว่า เหตุใดกลุ่มนักศึกษา จึงไว้ใจสมบัติ     

ถ้าจำกันได้ รังสิมันต์ โรม , “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ อานนท์ นำภา ออกแบบการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลประยุทธ์ให้รีบจัดการเลือกตั้ง โดยจัดกิจกรรมตั้งแต่ต้นปียาวไปถึง 22 พ.ค.2561 สมบัติ ทองย้อย ได้อาสามาเป็นการ์ดให้น้องๆ     

การ์ดเสื้อแดงวัย 50 ปีเศษ จึงรู้จักมักคุ้นแกนนำนักศึกษาบางคนเป็นอย่างดี 

++
ม็อบมีเจ้าของ
++
ปลายปีที่แล้ว มีการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เกิดกรณีการ์ดราษฎรถีบรถชาวบ้าน     

“เจ้าของม็อบ” กระจายข่าวทันทีว่า ผู้ก่อเหตุเป็นการ์ดของคนเสื้อแดง เป็นกลุ่มการ์ดที่อยู่นอกระบบ     

“สมบัติ” หัวหน้ากลุ่มการ์ดเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษทันที เรื่องน่าจะจบ แต่ไม่จบ เพราะ “เจ้าของม็อบ” โพสต์เฟซบุ๊คต่อว่าต่อขานการ์ดเสื้อแดงอีก ทั้งที่สมบัติเคลียร์กับประธานไมค์ จาดนอก ที่หลังเวทีปราศรัยแล้ว    

นับจากวันนั้นมา สมบัติรู้สึกไม่พอใจ “เจ้าของม็อบ” รายนั้นเอามากๆ กระทั่ง เจ้าของม็อบประกาศว่า มีคณะกรรมการกลางคอยดูแลจัดการม็อบ ใครจะทำม็อบ ต้องแจ้ง จะปล่อยให้ทำกันตามอำเภอใจไม่ได้ สมบัติจึงจัดให้เป็นชุด    

“จะทำม็อบ นอกจากจะต้องขอกับตำรวจแล้ว ต้องขอเจ้าของม็อบด้วยนะเฮ้ย ไอ้พวกม็อบเล็กๆ”    

“แกนนำจะไปม็อบต้องมีการอนุมัติจากคณะกรรมการ แต่ไม่ได้ไปเพราะอุดมการณ์  ที่อยากจะออกไป เพราะการเรียกร้องสิ่งที่ไม่ถูกต้อง งั้นถามเลย แกนนำมีเงินค่าตัวไหมในการออกงานแต่ละครั้ง คณะกรรมการเขาจ่ายกันยังไงอยากรู้ คิดเป็นชม. หรือครั้งละ นี่แกนนำประชาธิปไตยหรือนักร้องซุปตาร์วะ”    

นี่คือหลังฉากขบวนการสามนิ้ว ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งระหว่างรุ่นในม็อบราษฎร

‘ลุงพล’ คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455837

‘ลุงพล’ คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

20 มกราคม 2564 – 16:34 น.

ลุงพลพลิกเกม ดึง “ทนายรัชพล-ทนายตั้ม” สู้คดี ปลุกใจยูทูบเบอร์สู้ไปด้วยกัน ขอโทษสื่อน้อมรับผิด

++
    สถานการณ์บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร กลับสู่ภาวะปกติ “ลุงพล” พลิกเกม ดึงทนายรัชพล ศิริสาคร มานั่งแถลงข่าวขอโทษสื่อมวลชน แสดงความรับผิดต่อพฤติกรรมคุกคามนักข่าวทีวี 2-3 ช่อง
    อันเนื่องจากวันที่ 19 ม.ค.2564 จากกรณีที่ ไชย์พล วิภา หรือลุงพล พยายามแย่งไมโครโฟน ทุบหลัง “ฟ้า” นภัส ปราณีตพลกรัง ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ระหว่างการทำข่าว เหตุเกิดที่ศาลพญานาค ข้างบ้านลุงพล บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ภายหลังนภัสเข้าแจ้งความต่อตำรวจสถานีตำรวจภูธรกกตูม ในข้อหาทำร้ายร่างกาย 
    ต่อมา ทีมข่าวอัมรินทร์ ได้ถอนตัวกลับทันที รวมถึง “โจ้ อัมรินทร์” ที่มาฝังตัวอยู่ที่สวนยางวิลเลจ และมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านยูทูบเบอร์ ก็เก็บข้าวของออกจากหมู่บ้านกกกอกไปเช่นกัน
    เย็นวันเดียวกันนั้น ลุงพลและกลุ่มยูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิด เดินทางไปรับทนายรัชพล ที่สนามบินอุดรธานี และกลับถึงบ้านกกกอกประมาณสองทุ่ม
    เมื่อเวลา 22.16 น. ลุงพลและทนายความรัชพล ให้สัมภาษณ์ในรายการเอาให้ชัด ทางสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 ดำเนินรายการโดยนายเอกรัฐ ตะเคียนนุช โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันที่ลานพญานาค ขอโทษสื่อทุกสำนัก และน้อมรับผิดในการกระทำต่อนักข่าวช่องอัมรินทร์

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

             ป่าไม้มาขนไม้ตะเคียนออกจากจุดบูชา ไปเก็บไว้พิสูจน์ทราบ 

++
อัมรินทร์เปลี่ยนทีม
++
    บ่ายสอง วันที่ 20 ม.ค.2564 ลุงพล และป้าแต๋น พร้อมทนายรัชพล เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ต่อหน้ากองทัพสื่อ ทั้งช่องทีวีดิจิตอล และยูทูบเบอร์

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

                ลุงพลแถลงข่าว 

    ก่อนหน้านั้น ลุงพลได้คุยทางโทรศัพท์กับหนุ่ม กรรชัย ในรายการโหนกระแส ช่อง 33 มีเนื้อหาใจความเหมือนที่ให้สัมภาษณ์ช่องวัน 31 
    ย้อนไปดูบรรยากาศช่วงใกล้เที่ยง นักข่าวช่อง 3 และทีวีอีกหลายช่องเดินทางมาถึงหน้าบ้านลุงพล รวมถึงทีมนักข่าวช่องอัมรินทร์ ที่เปลี่ยนทีมข่าวเข้ามาทำงานในพื้นที่ ซึ่งทีมใหม่นี้ก็เคยมาทำข่าวที่หมู่บ้านกกกอก จึงรู้จักมักคุ้นกับกลุ่มยูทูบเบอร์บ้านกกกอก
    เนื่องจากช่องอัมรินทร์ ส่งทีมข่าวมาเกาะติดบ้านกกกอกนานกว่า 7-8 เดือน จึงผลัดเปลี่ยนทีมขึ้นมาทำข่าวน้องชมพู่ 
    ว่ากันตามตรง รายการเล่าข่าวของช่องอัมรินทร์ และช่องไทยรัฐทีวี ทำให้ลุงพลและป้าแต๋นโด่งดัง กลายเป็นเซเลบ มีเอฟซีมากมาย 
    ต่อจากนั้น ช่องยูทูบเบอร์ก็แห่ตามมาเกือบร้อยช่อง แต่ปักหลักอยู่บ้านกกกอก และบ้านกกตูมประมาณ 20 ช่อง 
    เมื่อเกิดสวนยางวิลเลจ มียูทูบเบอร์มากางเต็นท์พัก รวมถึงสั่งทำกระท่อม โดยยูทูบเบอร์ 8 รายที่ได้นอนกระท่อม ทางช่องอัมรินทร์ก็ส่งนักข่าวมาจองกระท่อมหลังหนึ่ง โดยกินนอนร่วมกับยูทูบเบอร์สายลุงพล

++
ผู้ใหญ่บ้านหาย
++
    หลังจบการแถลงข่าวที่บ้านลุงพลตอนบ่ายสอง ทนายรัชพลเดินทางกลับกรุงเทพฯ ลุงพลไม่ได้ไปส่งถึงสนามบินอุดรธานี แต่มารวมตัวส่งทนายที่หน้าบ้าน โดยลุงพลและยูทูบเบอร์ ได้จับกลุ่มพูดคุยกันต่อ ตอนหนึ่งลุงพลแจ้งว่า “ทนายตั้ม” จะเข้ามาดูแลเรื่องคดีความต่างๆ เพราะนับจากวันนี้ไป คงต้องเผชิญกับศึกหนัก
    ลุงพลบอกว่า พวกเรายังเหมือนเดิม “จะสู้ไปด้วยกันมั้ย” ส่วนยูทูบเบอร์ก็ขอร้องให้ลุงพลใจเย็นๆ อย่าหัวร้อน
    มีข้อน่าสังเกต ยูทูบเบอร์สายลุงพลบางช่อง ได้ไปทำคลิปหมู่บ้านยูทูบเบอร์ โดยถ่ายภาพกระท่อมของโจ้ อัมรินทร์ 34 ที่มาปักหลักเกาะติดลุงพล จนได้รับความไว้วางใจจากเหล่ายูทูบเบอร์ให้เป็น “ผู้ใหญ่บ้าน” 

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

                กระท่อมของโจ้ อัมรินทร์ ไม่มีคนอยู่แล้ว

    โจ้ อัมรินทร์ ก็สนิทกับลุงพล เพราะกินนอนอยู่ที่สวนยางข้างบ้านลุงพลหลายเดือน แต่วันเกิดเหตุกระทบกระทั่งกัน ลุงพลได้ตะโกนว่า “พี่โจ้ ห้ามถ่ายผมนะ..”
    ด้วยเหตุนี้ โจ้ อัมรินทร์ จึงต้องเก็บข้าวของออกจากกระท่อมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งสาวกลุงพลในยูทูบบางช่อง ได้แสดงความเห็นต่อการหายตัวไปของผู้ใหญ่บ้านยูทูบเบอร์ต่างๆนานา