เปิดทาง ‘ชัชชาติ’ พท.ทิ้งเสาชิงช้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455815

เปิดทาง ‘ชัชชาติ’พท.ทิ้งเสาชิงช้า

เปิดทาง 'ชัชชาติ'พท.ทิ้งเสาชิงช้า

20 มกราคม 2564 – 14:35 น.

สัญญาณชัดเพื่อไทย เปิดทาง “ชัชชาติ” ลุยเดี่ยวสนามเมืองกรุง “เฉลิม” ขุนศึกฝั่งธนฯ การันตี

++
    ศึกชิงทำเนียบเสาชิงช้า คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2564 แต่สื่อหลายสำนักเริ่มพูดถึงหนาหู เพราะมีความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่ส่งสัญญาณชัดว่า จะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  
    สำหรับพรรคเพื่อไทย เมื่อเช้าวันที่ 20 ม.ค.2564 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 
    ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ร.ต.อ.เฉลิม” ได้กล่าวว่า “เรากำลังหารือแต่ยังไม่มีข้อยุติ แต่สำหรับสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคจะส่งลงทุกเขต ใครที่เคยอยู่ก็มาแจ้งความจำนงว่า ขอลงต่อ ใครที่ไม่กลับมาเราจะหาคนใหม่ และจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะคนๆ เดียวกับผิดชอบทั้ง กทม.ไม่ได้..”

เปิดทาง 'ชัชชาติ'พท.ทิ้งเสาชิงช้า

              เฉลิมมีบทบาทในพรรคเพื่อไทยมากขึ้น 

    จับน้ำเสียงของขุนศึกฝั่งธนฯ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และเป็นไปตามความคาดหมาย พลันที่ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ออกจากพรรคไป แกนหลักของค่ายเพื่อไทย ก็จะเปิดทางให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ลุยเดี่ยว

++
เจ๊หน่อยขวางทาง
++
    ปีที่แล้ว สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงมติพรรคในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาบุคคลผู้มีความเหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้ง
    “คุณหญิงหน่อย”ประกาศชัดว่า จะต้องทาบทามชัชชาติ กลับมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยให้ได้ แต่หลังจากนั้น “ชัชชาติ” ยังยืนยันจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ
    ลึกๆแล้ว สมัยที่ภูมิธรรม เวชยชัย ยังนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค ก็สนับสนุนแนวทางของชัชชาติว่าจะลงอิสระ และเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่คุณหญิงหน่อยกลับไม่เห็นด้วย ดึงดันที่จะให้ชัชชาติมาลงในนามพรรค

เปิดทาง 'ชัชชาติ'พท.ทิ้งเสาชิงช้า

            ชัชชาติลุยเดี่ยว เพื่อไทยหนุนหลังเงียบๆ

    เมื่อพรรคเพื่อไทย ได้อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นเลขาธิการพรรคฯ ก็มี “ชัชชาติ” จะกลับคืนพรรคเพื่อไทย และเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของเพื่อไทย
    สุดท้าย ชัชชาติ ต้องแถลงผ่านสื่อโซเชียลว่า “ข่าวที่ออกมาว่าผมจะกลับไปทำงานการเมืองกับพรรค หรือหลีกทางให้ผู้สมัครบางท่านนั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ ตอนนี้ผมยังลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาของชุมชนต่างๆในนามอิสระ อย่างต่อเนื่องครับ”
    รายงานข่าวจากเพื่อไทย ระบุว่า “คนแดนไกล” และ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เห็นด้วยกับการตัดสินใจของชัชชาติ ที่ลงสนาม กทม. โดยไม่สังกัดพรรค และเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย 

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน ‘ราษฎร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455793

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน ‘ราษฎร’

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน 'ราษฎร'

20 มกราคม 2564 – 12:20 น.

มิทันเริ่มม็อบใหญ่ “การ์ดโป๊ะแตก” ลดทอนความน่าเชื่อถือ แกนนำขาใหญ่ปวดหัว แถมหวั่น “ทีมจรยุทธ์” โตโต้ล้ำเส้น คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

+
    หลังม็อบสามย่านจบไป พร้อมเสียงระเบิด “บุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร แกนนำคนสำคัญของกลุ่มราษฎร หรือที่การ์ดเสื้อแดงเหน็บแนมว่าเป็น “เจ้าของม็อบ” ได้ออกมาชี้แจงเรื่อง “องค์กรนำ” และคณะกรรมการกลาง เปรียบเช่น “ปูลิตบูโร” ผู้กำกับและชี้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง 
    พูดง่ายๆ ม็อบราษฎร ต้องมีการชี้นำอย่างเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ใครนึกอยากทำอะไรก็ทำ 
    ระหว่างที่รอการปรับขบวน ปรับองค์กรการนำ ได้เกิดกรณี “เยล” มงคล สันติเมธากุล   สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าบ้านพักแถวสมุทรปราการ ภายหลัง “เยล” ถูกปล่อยตัวกลับมาโดยปลอดภัย
    ต่อมา ตำรวจสมุทรปราการ ระดมทีมสืบสวนลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไปตามคำให้การ แต่ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาของพาดหัวข่าว “โอละพ่อ การ์ดราษฎรสร้างเรื่องถูกอุ้ม”
    ปกรณ์ พรชีวางกูร ถึงกับออกอาการเซ็ง โพสต์สั้นๆว่า “สุดท้ายที่กุพูดไปมันก็ถูกทุกอย่าง
การรักษาขบวนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกุมองว่าเป็นพวกเดียวกันกุถึงได้ทักท้วง ท้ายสุด ก็ไม่ผิดจากที่กุเคยบอกไว้เลยสักนิด ปล.กุปวดหัววะ ขอพักสักระยะนะ ม็อบเมิบอะไรช่วงนี้อย่าเพิ่งมาถามไรกุ กุเหนื่อยจะคุย” 

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน 'ราษฎร'

            เฮียบุ๊ง พ่อยกแห่งชาติ

    ถ้าย้อนไปดูสมัยแดงทั้งแผ่นดิน การ์ด นปช. หรือการ์ดคนเสื้อแดง ก็มีวีรกรรมมากมาย พวกเขาเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ถ้า “เฮียบุ๊ง” อยากจัดการให้เป็นเอกภาพ คงต้องไปปรึกษาอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ที่วันนี้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ

การ์ดคือจุดอ่อน
++
    ด้วยคอนเซปต์ “ทุกคนคือราษฎร” และ “ทุกคนคือแกนนำ” แต่การชุมนุมบนท้องถนนในรอบปีที่แล้ว ลึกๆแล้ว ก็มีคนบริหารจัดการ และผู้ที่รับผิดชอบการ์ดอาสาร้อยพ่อพันแม่โดยตรงคือ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร และ “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ ในฐานะท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร
    แนวร่วมการ์ดราษฎรมี 3 กลุ่มหลัก คือ  การ์ดภาคีเพื่อประชาชน, การ์ดวีโว่ และการ์ดที่ผ่านการฝึกอบรบมา โดยแต่ละกลุ่มจะมีพี่ใหญ่ คอยกำกับทีมอีกชั้นและร่วมวางแผนภารกิจการชุมนุมเป็นครั้ง ๆ ไป
    การ์ดภาคีเพื่อประชาชน ได้รวมการ์ดอาสาอย่างน้อย 10 กลุ่มมาไว้ภายใน โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีกลุ่มย่อยอีก โดยมี “เก่ง อาชีวะ” และ “เอ็ม ปลดแอก” รับบทพี่ใหญ่ โดยกลุ่มการ์ดราษฎร ที่ “เยล” สังกัดอยู่ ก็ขึ้นกับพี่ใหญ่-เอ็ม ปลดแอก 
    กรณี “เยล” กุข่าวเรื่องถูก กอ.รมน.อุ้มแล้วปล่อยตัวมา ก็คงต้องแจกแจงออกมาให้ชัด ทำโดยความคึกคะนอง หรือมีใครวางแผนปลุกม็อบ?

++
หน่วยจรยุทธ์
++
    การ์ดอาสากลุ่มแรกที่เข้ามาดูแลการชุมนุมของคณะราษฎร คือ “การ์ดวีโว่” เป็นการรวมตัวกันของนักศึกษาและประชาชนราว 200-300 คน โดยมี “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” เป็นหัวหน้า

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน 'ราษฎร'

           โตโต้ หัวหน้าหน่วยจรยุทธ์วีโว่ 

    สืบเนื่องจากการทะเลาะวิวาทระหว่างการ์ดอาชีวะ กับการ์ดวีโว่ ในการชุมนุมที่หน้า ร.11 รอ.ช่วงต้นเดือน ธ.ค.2563 ทำให้ “โตโต้” ปิยรัฐ หัวหน้าการ์ดกลุ่มวีโว่ ประกาศยุติการทำหน้าที่ 
    ด้านแกนนำราษฎร จึงได้มอบให้ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก เป็นแม่ทัพการ์ดคนใหม่ 
    หลังจากนั้น “โตโต้” แม่ทัพการ์ดวีโว่ ก็เคลื่อนไหวในลักษณะ “ม็อบจรยุทธ์” ไม่ได้ขึ้นต่อแกนนำราษฎร และไม่ได้รับผิดชอบการดูแลความปลอดภัยในการทำกิจกรรม
    โตโต้ประเมินว่า กรุงเทพฯ มีตรอกซอกซอยเยอะ เหมาะแก่การเคลื่อนไหวจรยุทธ์ จึงเห็นการ์ดวีโว่โผล่มาขายกุ้งเมื่อปลายปีที่แล้ว
    รวมถึงโผล่ไปปลดธงชาติ แล้วก็ชักธงแดง 112 ขึ้นสู่ยอดเสาที่หน้า สภ.คลองหลวง ปทุมธานี 

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ‘ลุงพล’ ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455768

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ‘ลุงพล’ ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง 'ลุงพล' ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา

20 มกราคม 2564 – 09:28 น.

‘ซินแสเข่ง’ผ่าดวง ‘ลุงพล’ ชีวิตพลิกผัน ฝันสลายเพียงชั่วพริบตา ดาวพระเคราะห์ทับดวงชะตาลางร้ายตั้งแต่ตุลาปัญหาความแตกแยก อารมณ์ร้อน ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ปี 64 หากไม่ปรับตัว แก้ไขในความผิดพลาด ของตนเองที่เกิดขึ้น ก็ยากที่จะได้รับการอภัย ต่อการกระทำ

“ซินแสเข่ง”   ผ่าดวงวิกฤต   ชีวิตพลิกผัน ฝัน ลุงพล ล่มสลาย เพียงชั่วพริบตา  ดาวพระเคราะห์ทับดวงชะตา  ลางร้ายตั้งแต่เดือนตุลาปัญหาความแตกแยก  อารมณ์ร้อน  มักใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง และจังหวะรอบอายุ เข้าเคราะห์  เชื่อมั่นไร้สติคิดนอกกรอบ  หงุดหงิด  เข้าใจยาก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  จุดสาเหตุความขัดแย้ง  สองอารมณ์อยู่ในตนเอง ปัญหารุ้มเร้า  ท้ายสุดระเบิดกับนักข่าว เป็นจุดล่มสลาย เพียงชั่ว ข้ามคืน  เหตุเพราะความเครียดที่เกิดขึ้นประกอบกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือแตกแยก  หมอปลา คุณอุ๊บ  วิริยะ หรือจะเป็นทนายความ ที่เคยให้ความช่วยเหลือ  ถอนตัว  เพราะรอบอายุ ที่สร้างความขัดแย้งให้กับตนเอง ประกอบกับ สภาวะทางจิตไม่ปกติ  คิดว่าทำทุกอย่าง ถูกต้องเสมอ จนเป็นเรื่องของความผิดพลาด ที่ถูกกระจาย ไปทั้งประเทศ 

“ซินแสเข่ง”    อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน   โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวง ลุงพล ไชยพล   แห่งบ้านกกกอก  ในคดีน้องชมพู่เสียชีวิตและได้ถูกทางเจ้าหน้าที่กดดันขนาดหนัก   ประกอบกับระยะเวลาที่ผ่านมา  ลุงพล  มุ่งมั่นตนเองไปทางความเชื่อมากเกินไป  จนกลายเป็นเรื่องของการหลงทาง  โดยไม่สนใจในแนวทางที่หลายคนปูทางไว้ให้  เพื่อก้าวชีวิต  สู่การเป็นศิลปิน  เป็นดารา  ตลอดจนถึงการเป็น พรีเซนเตอร์   จากปี 63  ที่ผ่านมา ชีวิตพลิกผัน   มีชื่อเสียง   เพราะดวงปีส่งเสริมให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ   ทั้งได้รับโอกาสบันทึกเสียง เป็นสะพานเชื่อม ที่จะก้าวสู่ ความเป็นศิลปิน ตลอดจนถึง อนาคตที่รุ่งโรจน์กับการเป็นนักแสดง  โดยคุณอุ๊บ  วิริยะ  สนับสนุนและเส้นทาง สู่การเป็นพรีเซนเตอร์  ของปิ๋ม  ซีโฟร์  แต่เมื่อถึงช่วงจังหวะ ที่มีผลกระทบ เดินทางผิด  จากเหตุที่ผ่านมา  ลุงพล ใช้เวลา ไปกับเรื่องของความเชื่อ  ทุ่มตนเองกับการปฏิบัติไปทางเรื่องของ ไสยศาสตร์และการสร้างพญานาค  โดยไม่คำนึงถึงบุคคลรอบข้าง   ที่ทุกคนอยากสร้างชื่อเสียงให้กับลุงพล   เพราะการสร้างชื่อเสียงนั้นไม่ใช่สร้างเพียงชั่วคราวก็ดัง   จนเป็นเหตุให้ คนที่เคยให้ความช่วยเหลือ ต้องถอนตัวและแยกย้ายกัน สร้างความผิดหวัง กับลุงพล เป็นอย่างมาก   จากเหตุของดาวพระเคราะห์ทับดวงชะตาจนเกิดความเครียดจากปัญหารุมเร้า  จนถึงช่วงท้ายของปี 63 ดาวพระเคราะห์โคจรทับดวงชะตาชีวิต ตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิด ปัญหาความขัดแย้งมาโดยตลอด   ความคิดขัดแย้ง รุมกระหน่ำ ซ้ำเติมหลายเรื่องหลายสาเหตุ  ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา ประกอบกับเป็นรอบอายุ ที่เข้าเคราะห์ เป็นเหตุมีเหตุหงุดหงิดไม่สบายใจ   ก่อให้เกิดอารมณ์แปรปรวน  ก่อความรุนแรง  กับนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์  และจากมรสุมที่เกิดขึ้น จากการที่เคยได้รับการเอาใจใส่  แต่เมื่อทุกคนห่างหาย ความเครียดก็เข้ามาแทน ปัญหาความขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้ง ก็เกิดขึ้น 

“ซินแสเข่ง”   กล่าวช่วงระหว่าง เดือนพฤศจิกายน  ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา และ  ในปี 2564 ตลอดทั้งปี หากลุงพล ไม่ปรับตัว หรือยอมรับ   แก้ไขในความผิดพลาด ของตนเองที่เกิดขึ้น ก็ยากที่จะได้รับการอภัย ต่อการกระทำ  และอนาคตข้างหน้าที่จะมีเส้นทางชีวิตที่ดีก็จะล่มสลายไป  ถึงเวลานี้โอกาสก็ยังไม่สาย  หากจะแก้ไข  อย่าให้คำว่าสันดานเดิมมาทำให้ชีวิตต้องวิบัติ   ส่วนเรื่องคดีผิดหรือไม่ผิด  เป็นผู้กระทำหรือไม่ก็ต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย  แต่ก็ยังเชื่อใจเหมือนหมอปลาเคยพูดไว้เหมือนเดิม

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง 'ลุงพล' ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455707

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงวิกฤติ  ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ

19 มกราคม 2564 – 16:04 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ ตกดาวมฤตยู ดาวพระเคราะห์เชื้อโรคร้าย โคจรทับดวง ปี 2563 และต่อเนื่อง ปี  2564 พร้อม คร่าชีวิตมนุษย์โลก เป็นมหันตภัย ที่จะก่อให้ความวินาสที่เกิดขึ้น ภายใต้การโคจรทับดวงเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ ตกดาวมฤตยู ดาวพระเคราะห์เชื้อโรคร้าย โคจรทับดวง ปี 2563 และต่อเนื่อง ปี  2564 พร้อม คร่าชีวิตมนุษย์โลก เป็นมหันตภัย ที่จะก่อให้ความวินาสที่เกิดขึ้น ภายใต้การโคจรทับดวงเมือง และส่งผลให้เกิดความยืดเยื้อเรื้อรังอย่างไม่รู้จบ มีโอกาศที่จะเป็นไฟลามทุ่ง เพราะตกดวงปะทะ 100 ปี จากโรคร้ายไข้หวัดใหญ่ยุคนั้น ปีนี้กลายพันธ์เป็นเชื้อไวรัสเคมีชีวภาพ ที่พร้อมจะคร่าชีวิตมนุษย์มากกว่าการทำลายบ้านเมือง ประกอบกับดาวเสาร์ ดาวพระเคราะห์ ตกดวงผู้นำรัฐบาล บิ๊กตู่ ขัดแย้ง ศัตรู จากผู้ไม่หวังดี ยุแหย่ สร้างความแตกแยก กับผู้หวังล้มรัฐบาล ล้มสถาบันฯ แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 112 เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ทำไปก็แก้ไม่ได้เหนื่อยเปล่า

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย จากการติดตามดวงดาว ที่มีอานุภาพแห่งความหายะนะของโลก100 ปี แห่งการสูญเสีย  จากการเดินทางของ ดาวมฤตยู ตกดวงฑูตมรณะ ทั้งในไทย และต่างประเทศรอบโลก ระวังกับเหตุสงคราม ซึ่งมีอานุภาพแห่งดาวมฤตยูสร้างความหายะนะได้วิกฤติภัยมฤตยูเชื้อโรคโควิด กับทุกประเทศทั้งเอเซีย และยุโรป เจอด้วยกัน และสร้างความล่มสลายถึงเศรษฐกิจทรุดหนัก ปั่นป่วน เพราะสาเหตุความรุนแรงของโรคร้าย ในรอบ 100 ปี ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลจากดวงดาวที่บอกเหตุ และหวังเตือนคนไทยไม่ให้ประมาท เพราะในขณะที่ดาวมฤตยู ดาวพระเคราะห์ ดาวเสาร์ ที่เข้ามาแทรก กลับมีผลต่อเนื่องในปี 2564 ยือเยื้อตลอดทั้งปี ที่ภาครัฐจะควบคุมอย่างไรไม่ให้ มหันตภัยร้ายโควิด 19 แพร่ขยายเติบโตเป็นวงกว้างมากขึ้น และหนักมากขึ้น เพราะเป็นดาวแห่งความตายจากการประมาท หากควบคุมได้ หรือดาวโคจรเปลี่ยนทิศทาง ปัญหาวิกฤติก็อาจจะลดแรงปะทะลงได้  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ด้วยเหตุนี้จากการติดตามเส้นทางโคจรของดวงดาว ที่ชี้เหตุร้าย จึงต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนทุกช่วงจังหวะเดือน และ15 วัน อีกทั้งรัฐบาลจะต้องปฏิบัติในเชิงรุก พร้อมเตือนภัยให้ประชาชนไม่ประมาท   

อีกทั้งมรสุมหนักของการเมืองที่ควบคู่กับยามนี้ ที่รัฐบาลจะต้องเตรียมการรับมือ และปราบปรามไม่ให้ยืดเยื้อ ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้คนไทยหาความสุขไม่ได้ ซ้ายก็เชื้อโรคระบาด ขวาก็การเมือง และกลุ่มต่อต้านรัฐบาล    

เพราะจากดาวเสาร์ ดาวพระเคราะห์ และดาวพฤหัส ที่จะทำให้มีเหตุการณ์ เดินทางของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และอาจเจอเหตุการปะทะให้เกิดความล่มสลาย จากผู้ที่จะก่อความรุนแรง อย่างน้อยเกิดแล้วต้องจบ และต้องยอมรับกับเหตุรุนแรง จากดวงผู้นำที่ตกดวงศัตรู ผลร้ายรอบด้านจากความอิจฉาริษยา ไม่ประสงค์ดี ยุแหย่ สร้างความแตกแยก ปลุกปั่นให้บ้านเมืองเกิดกุลียุค ก่อจราจลเกิดขึ้น ซึ่งความจริง ไม่มีใครอยากให้ความรุนแรง แต่ถ้าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามวิถีกรรม ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าในปี 2565 ประเทศไทยก็จะย่างเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อดวงเมืองครบรอบปีขาลอีกครั้งหนึ่งในรอบ  241 ปี

ที่มา..ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง

จบแล้ว “ลุงพล” แตกหักสื่อนักปั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455706

จบแล้ว “ลุงพล” แตกหักสื่อนักปั้น

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

19 มกราคม 2564 – 15:54 น.

ลุงพลหัวร้อน ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ เซเลบบ้านกกกอกเก็บทรงไม่อยู่ ระเบิดอารมณ์ใส่นักข่าวช่องดัง ที่เคยปลุกปั้นกันมา

++
สถานการณ์บ้านกกกอก มุกดาหารร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ “ลุงพล” เกิดเหตุกระทบกระทั่งกับนักข่าวทีวีช่องดัง    

เช้าวันที่ 19 ม.ค.2564 ลุงพล หรือไชย์พล วิภา พร้อมยูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิด เดินทางไปรวมตัวกันที่ลานพญานาค ดูเหมือนลุงพลไม่ค่อยสบอารมณ์ทีวีช่องดังไปออกข่าวว่า ตัวเขากับป๋าแต๋น ได้หอบข้าวของออกจากหมู่บ้านกกกอก ไม่รู้ว่าหายไปไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง …  สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

ลุงพล ตอนเช้าที่บ้านกกกอก ก่อนจะเกิดอาการหัวร้อน

ตกสาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร เดินทางมาตรวจสอบ “ไม้ตะเคียนแม่โสรภี” ซึ่งลุงพลอ้างว่าไหลมาตามน้ำ จึงนำขึ้นมาตั้งศาลให้ชาวบ้านกราบไหว้ และมีการรับบริจาคเงิน โดยมีคนไปร้องเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ให้เข้ามาตรวจสอบ    

เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร พร้อมกับกองทัพนักข่าว และยูทูบเบอร์ที่มารอติดตามทำข่าว ระหว่างที่ลุงพลยืนยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชี้แจงการเข้ามาตรวจสอบ ลุงพลหันไปเจอนักข่าวภาคสนามช่องดัง พยายามแย่งไมค์มาถือ โดยบอกว่า “ขอถือหน่อย ปล่อยๆ ไม่เป็นไร ขอผมถือหน่อยดิ” จากนั้นก็เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และตบหลังนักข่าวคนดังกล่าว ก่อนที่ยูทูบเบอร์กลุ่มหนึ่งเข้าไปช่วยห้ามและกันลุงพลออกไป    

สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ลุงพลพาเจ้าหน้าป่าไม้เข้าไปคุยที่บ้านพัก แต่ลุงพลเหลือบเห็นนักข่าวช่องดังอีก จึงปรี่เข้าไปหา ก่อนจะตะโกนถามว่า “คุณมาถ่ายคุณขออนุญาตผมหรือยัง” พูดซ้ำหลายหน จนยูทูบเบอร์ ที่ติดตามลุงพล ต้องรีบเข้ามาห้ามบอกว่า “ใจเย็นๆ”         

ตอนท้าย ลุงพลตะโกนชื่อนักข่าวอีกคนหนึ่ง ซึ่งสังกัดเดียวกันกับนักข่าวคนแรกที่กระทบกระทั่งกับลุงพล ว่า “พี่โจ้ ห้ามถ่ายผมนะ”

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

คลิปนี้ร้อนแรงที่สุด

++
ปมในใจ
++
หลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางกลับไป บรรดายูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิดลุงพล ได้ไลฟ์สดขอร้องแฟนคลับให้เข้าใจภาวะ “คับแค้นใจ” ของลุงพล จึงระเบิดอารมณ์ออกมา และขอแรงใจให้ป๋าแต๋นลุงพล    

แกนนำหลักของยูทูบเบอร์สายลุงพล นำโดยป้าจำรอง สหายลุงพล พร้อมกับช่องยูทูบเบอร์อีกประมาณ 10 ช่อง    

ดังที่ทราบกัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รายการเล่าข่าวของช่องดัง ได้ขยี้ข่าวลุงพลในประเด็นเรื่องความแตกแยกกับหมอปลา-อุ๊บ วิริยะ ,เงินบริจาคสร้างวัดภูหลวง และไม้ตะเคียน    

ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว “ลุงพล” โด่งดังจนกลายเป็นเซเลบ เพราะมีทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ส่งทีมงานนักข่าวมากินนอนที่บ้านกกกอก มุกดาหาร เพื่อรายงานข่าวเรื่องของลุงพล-ป๋าแต๋นทุกวัน    

การนำเสนอข่าวลุงพล บ้านกกกอกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ข่าวน้องชมพู่เสียชีวิต” ถูกขยี้-ขยายจนเกินกรอบความเป็นข่าว หน้าที่ของสื่อก็จะถูกตั้งคำถามอย่างดุเดือด     

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

ป้าจำรอง สายลุงพล ตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม

ข่าวลุงพลถูกลากยาวในหน้าจอช่วงไพรม์ไทม์ร่วม 4 เดือน จนผู้คนเริ่มพูดถึงว่า เมื่อไหร่ข่าวดราม่าลุงพลแห่งบ้านกกกกอก จะจบเสียที     

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด วิเคราะห์ว่า แม้ข่าวลุงพลจบไป แต่ไม่นาน “ข่าวใหม่-เรื่องใหม่” ก็จะมาแทนที่ เพราะนี่คือกลยุทธ์เรียกเรตติ้ง เพราะตราบใดที่ธุรกิจสื่อต้องพึ่งพาโฆษณา โฆษณาที่ก็เลือกลงเงินเพราะดูจากเรตติ้ง ข่าวจึงต้องดังและปังเสมอ    

ชั่วโมงนี้ ข่าวความขัดแย้งระหว่างลุงพลกับหมอปลา-อุ๊บ วิริยะ ถูกขยี้ขยายผลอีกครั้ง แต่หนนี้ ลุงพลไม่ใช่พระเอกของทีวีช่องดัง เนื่องจากลุงพลเลือกที่จะไปยืนข้างฝั่งช่องยูทูบ    

สงครามข่าวสารเริ่มต้น เมื่อลุงพลประกาศงดให้สัมภาษณ์สื่อหลัก และมียูทูบเบอร์เป็นองครักษ์พิทักษ์    

สถานการณ์การเผชิญหน้าที่ดำเนินมา 2-3 สัปดาห์ จึงระเบิดขึ้นในเช้าวันที่ 19 ม.ค.2564 นักข่าวภาคสนามตกเป็นเหยื่ออารมณ์เซเลบบ้านกกกอก 

“เอก ต๋อม ป๊อก” 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455652

“เอก ต๋อม ป๊อก” 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

19 มกราคม 2564 – 11:55 น.

สามสหาย “เอก ต๋อม ป๊อก” วางยุทธศาสตร์ปี 2564 เป็นปีแห่งการปฏิรูปสถาบันฯ เคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
ความเคลื่อนไหวของ “สามสหาย” ค่ายสีส้ม ต้อนรับศักราชใหม่ถือว่า ไม่ธรรมดา ส่งสัญญาณความร้อนแรงของสถานการณ์การเมือง ทั้งในและนอกสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง.. ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป “ปิยบุตร”    

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

ธนาธร เล่นประเด็นวัคซีนป้องกันโควิด

14 ม.ค.2564 “ต๋อม” ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊คเรื่องหยุดใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือปราบปรามทางการเมือง    

วันเดียวกัน “ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็เสนอ “ยกเลิก 112” แถมสารภาพว่า การไม่เสนอแก้ไข ม.112 เป็นนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ คือตราบาปในชีวิตของเขา    

18 ม.ค.2564 “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกโรงวิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา     

เป้าหมายของวิจารณ์นโยบายวัคซีนของธนาธร ไม่ได้อยู่ที่ประยุทธ์ หากแต่ต้องการพูดถึงเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ มากกว่า    

ปีที่แล้ว สามสหาย “เอก ต๋อม ป๊อก” พยายามไม่นำพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้าไปลงถนนกับขบวนการราษฎร เพียงแต่รับบทกองหนุน ช่วยเหลือด้านคดีความต่างๆ แต่ปีนี้ พวกเขาน่าจะมีแอ๊คชั่นมากกว่าที่เป็นอยู่

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

ชัยธวัช เลขาธิการพรรคก้าวไกล

++
ฟ้าเดียวกัน
++
ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิดอะไร “เอก ธนาธร” กับ “ต๋อม ชัยธวัช” เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์สมัยที่ทั้งคู่เป็นนักศึกษาหัวก้าวหน้า ทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัยในนาม “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนนท.)    

กระทั่งวันหนึ่ง เพื่อนร่วมอุดมการณ์จาก สนนท. ได้ร่วมกันก่อตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ผลิตวารสารฟ้าเดียวกัน และหนังสือแนวประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ ออกมาเป็นระยะๆ     

ล่าสุด สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เพิ่งทำคลอดหนังสือ “พระพรหมช่วยอำนาจให้ชื่นฉ่ำ : เศรษฐกิจการเมืองว่าด้วยทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หลัง 2475”     

หนังสือเล่มใหม่นี้ ได้สำรวจพระราชทรัพย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และในระยะเปลี่ยนผ่าน พร้อมทำความเข้าใจการเกิดขึ้นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การแยกระหว่างทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และทรัพย์สินส่วนพระองค์ในอดีต ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร รวมไปถึงบทบาทการลงทุนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์    

วันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค.2564 เวลา 13.00-16.00 น. จะมีกิจกรรมชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ ผ่านระบบ Zoom Video Conference โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นผู้นำสนทนา 

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

ปิยบุตร เล่นใหญ่ “ยกเลิก ม.112”

++
112 ริกเตอร์ภาคแรก
++
“ป๊อก” ปิยบุตร เป็นศิษย์รุ่นแรกของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แห่งสำนักนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ หลังจบปริญญาเอกกฎหมายจากฝรั่งเศสก็มาเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และร่วมก่อตั้งคณะนิติราษฎร์     

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลายคนคงจำ “ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์” ได้ เมื่อคณะนิติราษฎร์ มีข้อเสนอทางวิชาการสุดแหลมคม เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112    

ก่อนขยายแนวร่วมและพัฒนาเครือข่ายเป็น “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” หรือ ครก.112 ประกาศล่าชื่อประชาชนร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. …ต่อรัฐสภา     

การเคลื่อนไหวของ ครก.112 ถูกเรียกขานว่า ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์ สะท้านสะเทือนแผ่นดิน เพราะเวลานั้น ไม่มีใครกล้าเสนอเรื่องแหลมคมแบบนี้ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าว ก็ถูกตีตกไปโดยน้ำมือของพรรคเพื่อไทย    

ฉะนั้น กรณีอาจารย์ป๊อก มาร่วมกับเสี่ยเอก แห่งไทยซัมมิท ตั้งพรรคอนาคตใหม่ จึงมีเสียงวิจารณ์ทำนองว่า พรรคอนาคตใหม่ก็คือ พรรคนิติราษฎร์ ร้อนถึง วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ต้องออกมาแจกแจงว่า คณะนิติราษฎร์จบไปแล้ว     

“ปิยบุตร คนหนุ่มต้องการผจญภัย เห็นการเปลี่ยนแปลง ส่วนตนไม่ต้องผจญภัยเพราะอยู่เฉยๆก็มีภัยมา อย่าเรียกพรรคอนาคตใหม่ว่าพรรคนิติราษฎร์ไม่ใช่ ตนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา ไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่ความสัมพันธ์ครู อาจารย์ เพื่อน มันตัดไม่ได้”     

มาถึง พ.ศ.นี้ อาจารย์ป๊อกรู้สึกว่า ผิดบาปอย่างมากที่ไม่ตัดสินใจนำประเด็นแก้ไข ม.112 มาเป็นนโยบายพรรคอนาคตใหม่    

อาจารย์ป๊อกจึงชูธง “ยกเลิก 112” ในวันที่ “ม็อบราษฎร” คึกคักหนักแน่นดั่งแผ่นผา

ลาวล้ำ หวยออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455598

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

18 มกราคม 2564 – 16:40 น.

หวยลาวออนไลน์ “หวย 6 ตัว” ถูกรางวัลรับ 400 ล้านกีบ ซื้อหวยผ่านแอพ ผ่าน SMS 

++
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หวยลาวหรือหวยพัดทะนาลาว เป็นหวยยอดนิยมในหมู่นักเสี่ยงโชคชาวไทย โดยเฉพาะคืนวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี ประมาณ 2 ทุ่ม คอหวยเมืองไทยจะเฝ้าชมการออกสลากรางวัลหวยลาว ผ่านแฟนเพจหวยพัดทะนาลาวกันอย่างคึกคัก

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

โฆษณาหวย 6 ตัว

ล่าสุด เพจหวยมือ SMS หรือสาขาหวยพญานาค ได้โฆษณาผลิตภัณฑ์ใหม่ “หวย 6 ตัว” โดยสามารถหาซื้อได้ทุกช่องทาง    

“วันที่ 18.01.2021 นี้ ข้อยสิเป็นเศรษฐีใหม่ ถูกเลข 6 ตัว 400,000,000 กีบ” หรือ “วันจันทร์นี้ ถูกเลข 6 ตัว กับสาขาหวยพญานาค สัญญา สิไปขอเจ้ามาเป็นลูกสะใภ้แม่ข้อย” หรือ “เลข 2 ตัว 3 ตัว ก็บ่เคยถูก ไม่เป็นไร บารมีข้อย เหมาะสมกับเลข 6 ตัว”    

ภาษาลาวคำว่า “เลข” หมายถึง “หวย” ปกติหวยลาว จะมีหวย 5 ตัว,หวย 4 ตัว, หวย 3 ตัว ,หวย 2 ตัว และหวย 1 ตัว สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ “หวย 6 ตัว” ซื้อ 1000 กีบ ถ้าถูกหวย ได้เงินรางวัล 400 ล้านกีบ (อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท แลกได้ 334 กีบ) เป็นของกลุ่มผู้ค้าหวยมือ SMS หรือหวยพญานาค    

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

การซื้อหวยผ่าน SMS

หวย 6 ตัว รอบปฐมฤกษ์นั้น สามารถซื้อได้ 3 ช่องทางคือ ซื้อกับคนขายหวย สาขาหวยพญานาค ,ซื้อทางมือถือผ่านเบอร์ว้อดแอพ โทรซื้อ 8899 และซื้อทางข้อความ sms  

จริงๆแล้ว การขายหวยออนไลน์ในลาวมีมานานหลายปีแล้ว เมื่อรัฐวิสาหกิจหวยพัดทะนาลาว ได้ให้เอกชนเข้ามาสัมปทานดำเนินการขายหวย โดยหวยมือถือ sms เป็นเจ้าแรกที่ขายหวยออนไลน์    

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

การซื้อหวยผ่านแอพ JDB YES

นอกจากนี้ คนลาวยังสามารถซื้อหวยผ่านแอพพลิเคชั่น JDB YES ของธนาคารร่วมพัดทะนา (JDB) ซื้อก็ง่าย เมื่อถูกรางวัล มีการโอนเงินเข้าบัญชีทันที     

อนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2563 กระทรวงการเงิน ได้มีข้อตกลงเรื่องออกเลขรางวัลหวยพัดทะนา จากสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็น 2 ครั้ง โดยมอบให้บริษัท รัฐวิสาหกิจหวยพัดทะนาลาว ออกเลขรางวัลหวยพัดทะนาลาว ในวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น.     

การออกเลขรางวัลให้โปร่งใส ดำเนินการถ่ายทอดสดทางสถานีโทละพาบแห่งชาติ ช่อง 1 สถานีวิทยุแห่งชาติ และแฟนเพจเฟซบุ๊คหวยพัดทะนาลาว

สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455579

สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

18 มกราคม 2564 – 14:30 น.

สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก กกกอกเดอะซีรีส์ ตอน “วิกฤตลุงพล” เจอทั้งศึกในศึกนอก มิตรกลายเป็นศัตรู จะไปไหวมั้ย

++
ละครทีวีเรื่อง “กกกอก เดอะซีรีส์” กลับคืนสู่จออีกครั้ง แต่หนนี้ เนื้อเรื่องเปลี่ยนไปจากเดิม “ลุงพล” ไม่ได้เป็น “พระเอก” เหมือนเก่า นักเล่าข่าวคนดัง เริ่มขยี้ปมขอรับบริจาคเงิน และการแยกทางของยูทูบเบอร์รายหนึ่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

ภาพในอดีต ลุงพล ป้าแต๋น อุ๊บ และหมอปลา

ย้อนไปเมื่อ 7-8 เดือนที่แล้ว ทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ได้ส่งนักข่าวไปปักหลักทำข่าวคดีน้องชมพู่เสียชีวิตปริศนา ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จนทำให้สองสามีภรรยา “ไชยพล วิภา” และ “สมพร หลาบโพธิ์” หรือ “ลุงพล-ป้าแต๋น” กลายเป็นคนดัง มีแฟนคลับทั่วประเทศ    

บวกกับตัวละครอย่าง “อุ๊บ วิริยะ”(วิริยะ พงษ์อาจหาญ) นักปั้นดารา และ “หมอปลา” ( หมอปลาช่วยด้วย) คนดังมีเงิน มีเพื่อนสื่อมวลชน เข้ามาโอบอุ้มลุงพล จึงทำให้กระแส “สงสัย” แปรเป็น “สงสาร” มีผู้คนเดินทางมาให้กำลังใจลุงพลถึงบ้านกกกอก    

นอกจากนั้น เหล่ายูทูบเบอร์ก็เดินทางเข้ามาเกาะติดรายงานชีวิตลุงพลผ่านช่องยูทูบ ส่งผลให้ยูทูบเบอร์ มีรายได้งดงาม เพราะคลิปลุงพลเรียกยอดวิวได้เยอะ     

ย่างเข้าปี 2564 สถานการณ์บ้านกกกอกได้เปลี่ยนไป เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างลุงพล กับนักปั้นมือทอง ระหว่างสื่อทีวีดิจิตอลกับยูทูบเบอร์     

ชั่วโมงนี้ ถ้าดูหน้าจอทีวีดิจิตอล ลุงพลจะดูเหมือน “ผู้ต้องสงสัย” ในหลายเรื่อง ตรงกันข้ามกับช่องยูทูบที่บ้านกกกอก ลุงพลยังเป็น “ฮีโร่” ของแฟนคลับ 

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

บููมน้อยร้อยเอ็ด ถอนตัวออกจากบ้านกกกอก

++
มิตรเป็นศัตรู
++
ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของวิริยะ พงษ์อาจหาญ หรืออุ๊บ วิริยะ กับลุงพล ว่ามีปมเหตุอันใด จึงต้องกลายเป็นคู่ขัดแย้งกัน    

วันนี้ มีข่าวอุ๊บ วิริยะ เตรียมปรึกษาทนายความ เพื่อแจ้งความเอาผิดลุงพล กรณีละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หลังมีการนำรูปตัวเองไปร่วมเปิดบัญชีขอรับบริจาค สร้างศาลาวัดภูหลวง จ.มุกดาหาร     

นักปั้นมือทองบอกว่า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะตัวเองไม่มีส่วนรู้เห็นในการรับบริจาค และไม่เคยเห็นเงินจำนวนนี้    

ด้าน “หมอปลา” ก็เตรียมปรึกษาทีมทนายความ เพื่อเดินหน้าตรวจสอบเครื่องดักฟังที่พบในรถลุงพล หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำ โดยต้องการให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาบุคคลที่นำเครื่องนี้มาแอบติดไว้ 

++
สองปมบริจาค
++
เรื่องลุงพลกับเงินบริจาคนั้น มี 2 กรณีคือ การทอดผ้าป่าบูรณะพื้นศาลาการเปรียญ วัดภูหลวง บ้านกกกอก มียอดรวมเงินบริจาคทั้งสิ้น 886,934.82 บาท    

ล่าสุด นักข่าวทีวีดิจิตอลไปสอบถามพระอาจารย์สมบัติ อภิสัมโธ ประธานสำนักสงฆ์ภูหลวง กรณีความคืบหน้าการเทปูนศาลาสำนักสงฆ์ภูหลวง เนื้อที่ 870 กว่าตารางเมตร โดยประธานสำนักสงฆ์บอกว่า รู้สึกเบื่อ เพราะตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ก็มีเรื่องวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง บางครั้งทำให้อาตมาถูกกลุ่มยูทูเบอร์ที่ตามติดชีวิตลุงพล รวมไปถึงบรรดาแฟนคลับมาต่อว่าเสียๆ หาย ๆ    

กรณีที่ 2  การก่อสร้างรูปปั้นพญานาคปาริตนาคราช ที่ข้างบ้านลุงพล ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งลุงพลได้เปิดรับบริจาคได้เงินมาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ได้มีเสียงทักท้วงจากฝ่ายใด 

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

ช่องแมงกะบี้ ถ่ายคลิปกระท่อมบูมน้อยร้อยเอ็ด ไม่มีคนอยู่แล้ว

++
ยูทูบเบอร์แยกทาง
++
จะว่าไปแล้ว กรณี “กองทัพยูทูบเบอร์” องครักษ์พิทักษ์ลุงพล ปะทะสื่อหลัก น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รายการเล่าข่าวของทีวีดิจิตอล หันมาเปิดศึกตามขุดคุ้ยปมเงินบริจาค และรายได้ของลุงพล สมัยที่มีงานอีเวนท์เดินสายโชว์ตัว รวมถึงการรีวิวสินค้า    

ล่าสุด สุรชัย สุวรรณกิจ อายุ 28 ปี เจ้าของช่อง “บูมน้อยร้อยเอ็ด” ได้เก็บข้าวของออกจากบ้านกกกอก พร้อมกับให้สัมภาษณ์ช่องทีวีดิจิตอล พูดถึงพฤติกรรมอีกด้านหนึ่งของลุงพลกับกองทัพยูทูบเบอร์    

ก่อนหน้านั้น หมอปลาก็เคยแฉว่า ลุงพลเปลี่ยนไป เพราะเชื่อฟังยูทูบเบอร์บางกลุ่มคอยจัดการโน่นนี่นั่น     

เท่าที่ตรวจสอบจากช่องยูทูบสายลุงพล ก็ยังไม่มีเสียงโต้ตอบออกมาจากฟากฝั่งลุงพล กรณีที่บูมน้อยร้อยเอ็ดออกมาแฉพฤติกรรมกรรมของยูทูบเบอร์บางคน    

ละครกกกอกเดอะซีรีส์ ภาค 2 มีความเข้มข้นมากกว่าภาคแรก เพราะลุงพล เผชิญทั้งศึกในและศึกนอก

“ราษฎร” ยุคนำรวมหมู่ ปิดฉากม็อบออแกนิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455548

“ราษฎร” ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

18 มกราคม 2564 – 10:57 น.

“ราษฎร” ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก “ทุกคนคือแกนนำ”จบแล้ว ม็อบราษฎรมีเจ้าของ มีปูลิตบูโร คอยชี้นำทุกสิ่งทุกอย่าง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
บรรดาราษฎรทั้งหลาย ส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าวกันในโซเชียล ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พลันที่ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุว่า ตัวเธอเองเป็นโฆษกอย่างเป็นทางการของกลุ่ม “ราษฎร” พร้อมกับเปิดตัวเพจ ‘ราษฎร’ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2564 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  รุ้ง ปนัสยา โร่แจง แกนนำ – กลุ่มราษฎร ไม่เกี่ยวข้องม็อบสามย่านขอโปรดระวังข้อมูลข่าวสาร

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

รุ้ง โฆษกราษฎร

อีกด้านหนึ่ง “บุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร แกนนำคนสำคัญของกลุ่มราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ลืมแจ้งเรื่องสำคัญให้ทุกคนทราบ ว่าตอนนี้กลุ่มราษฏรเรามีโฆษกแล้วนะ คือ… น้องรุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากนี้ไม่ว่าจะมีประเด็นอะไรก็ตาม ให้ไปฟังและถามจากน้องรุ้งกันนะครับ และคำพูดของน้องรุ้ง ก็คือคำพูดของกลุ่มราษฎรครับผม”    

ปฏิริยาจากฟากฝั่งเดียวกันก็ตามมา แอดมินเพจ “คณะราษฎร” ได้แสดงความเห็นผ่านแฟนเพจว่า “อันราษฎรนั้น มีทั้งราษฎรแท้และราษฎรเก๊ ม็อบราษฎรหาได้มีทุกคนเป็นแกนนำอย่างที่เขาหลอกลวงไม่-รุ้ง ปนัสยาไม่ได้กล่าวไว้    

เนื่องจากเคยมีคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ” และมีการจัดการชุมนุมโดยเสรี เรียกกันว่าม็อบธรรมชาติหรือม็อบออแกนิก แต่ระยะหลัง ม็อบเยอะ ปัญหาแยะ จึงทำให้แกนนำขาใหญ่ได้สุมหัวกันคิดแผนการใหม่     

เข้าใจว่า กลุ่มแกนนำราษฎร คงเตรียมเปิดตัวและจัดการชุมนุมใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่มิทันได้ลงมือกระทำการใดๆ ก็มีกลุ่มการ์ดปลดแอก นัดชุมนุมที่สามย่าน โดยไม่บอกกล่าวแกนนำระดับเบิ้ม-เบิ้ม ทำให้ “รุ้ง” ต้องชิงประกาศตัวในนามโฆษกราษฎร เพื่อป้องกันคนเข้าใจผิด

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

เพนกวิน ผู้ชี้นำราษฎร

++
ปรับขบวนใหม่
++ 
ปลายปีที่แล้ว ม็อบราษฎร มีการชุมนุมใหญ่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็หยุดไปในช่วงโควิดกลับมาระบาดรอบใหม่ จึงมีเสียงสะท้อนว่า ม็อบถอย ม็อบแผ่ว แต่อานนท์ นำภา หรือเพนกวิน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีถอย ปีหน้าม็อบใหญ่มาแน่     

ถ้าส่องในแฟนเพจปกรณ์ พรชีวางกูร  ก็จะพบความเคลื่อนไหวของบรรดาแกนนำราษฎร โดย “เฮียบุ๊ง” เล่าว่า มีการประชุมขยายวงที่เชียงใหม่ช่วงปลายปี 2563    

ประเด็นหนึ่งที่มีการสรุปบทเรียนคือ ม็อบย่อยที่มีมากเกินไป ส่งผลภาพลักษณ์ม็อบใหญ่เสียหาย    

“คือการทำม็อบย่อย แล้วใช้ชื่อเดียวกับม็อบใหญ่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาคใหญ่คือ… คนมองว่าม็อบแผ่ว ทั้งๆ ที่ม็อบใหญ่ที่เป็นทางการในแต่ละครั้ง เรามีตัวเลขคนเข้าร่วมยืนพื้นที่ 2-3หมื่นคนแน่นอนในทุกไฟต์ แต่ม็อบย่อบม็อบเล็กมีคนหลักร้อยหรือหลายๆ ม็อบมีคนหลักสิบ น้อยมากที่จะมีคนเข้าร่วมมากกว่าหลักพันขึ้นไป..”    

เมื่อม็อบมีคนน้อย สื่อก็ออกข่าวว่า ม็อบแผ่ว ม็อบหมดกระแส “เฮียบุ๊ง” บอกว่า “ปัญหานี้เราก็ยกขึ้นมาคุยกันในที่ประชุม ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า… ไม่ควรทำ”    

ด้วยเหตุนี้เอง พลันที่เกิดม็อบย่อยหน้าสามย่านมิตรทาวน์ “รุ้ง” จึงแจ้งข่าวทันทีว่า แกนนำราษฎร ไม่ได้เป็นคนนัดหมาย แต่กลายเป็นประเด็นร้อน “รุ้งเทม็อบ”  

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

อานนท์ เสนาธิการราษฎร

++
ปูลิตบูโรคุมม็อบ
++
ตอนที่คณะราษฎร และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายทำกิจกรรมการเมืองและจัดการชุมนุมใหญ่ ก็มีเสียงเรียกร้องให้จัดตั้ง “องค์กรนำ” เป็นหนึ่งเดียว แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากแกนนำคนรุ่นใหม่ เลยเป็นที่มาของคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ”  

ถ้าอ่านจากที่ “เฮียบุ๊ง” เล่าเรื่องการประชุมแกนนำระดับสูงที่เชียงใหม่ จึงทราบว่า ได้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกลาง” เปรียบเช่น “ปูลิตบูโร” เป็นผู้กำกับและชี้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง    

“เฮียบุ๊ง” เป็นคนแรกที่บอกว่า มีคณะกรรมการกลางของกลุ่มราษฎรแล้ว ดังนั้น ใครจะทำกิจกรรมใดๆ หรือจัดการชุมนุม ต้องแจ้งต่อปูลิตบูโร    

“ถ้าหากใครจะทำ ให้แจ้งกับคณะกรรมการกลาง ถ้ากรรมการเห็นด้วยก็จะส่งแกนนำหลักให้ไปเข้าร่วม จะมีทีมงานในด้านต่างๆ เข้าไปสนับสนุน เพื่อตัดปัญหาไปทำม็อบกันเองแล้วก็เกิดปัญหา”    

บังเอิญช่วงต้นปี มีโควิด เฮียบุ๊งแจงว่า “แต่เรายังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการออกไป เพราะตอนนี้น้องๆหลายๆส่วน ต่างแยกย้ายไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายหลังจบการประชุม”    

สรุปว่า มวลชนราษฎร ปี 2564 จะเคลื่อนไหวอะไร ต้องอยู่ภายใต้การชี้นำของปูลิตบูโร “ราษฎร” เหมือนแกนนำพันธมิตรฯ แกนนำ นปช. และแกน กปปส. 

‘ทอน’ ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455490

‘ทอน’ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112

'ทอน'ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112

17 มกราคม 2564 – 14:11 น.

คณะก้าวหน้ามาแล้ว ลุยสนามเลือกตั้งเทศบาล ควบคู่การเคลื่อนไหวนอกสภา

เซียนการเมืองบางสำนัก อาจคิด “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จะถอยจากสนามเทศบาล เพราะหลังจบศึก อบจ. ก็เงียบหายไปเลย

เมื่อมีความชัดเจน วันเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล กกต.กำหนดวันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค.2564 “ธนาธร” ในนามคณะก้าวหน้า ก็โผล่มาประกาศรับสมัครผู้ร่วมอุดมการณ์ ลงลุยการเมืองท้องถิ่นระดับเทศบาล

ดังที่ทราบกัน จะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง เทศบาลนคร 30 แห่ง, เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล  2,247 แห่ง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แขวน ‘บ้านใหญ่’ระทึก ‘นายก อบจ.’

คณะก้าวหน้า ได้ทดสอบสนามท้องถิ่นไปแล้ว โดยส่งผู้สมัครนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. 42 จังหวัด ปรากฏว่า พ่ายแพ้ทุกสนามสำหรับนายก อบจ. แต่ได้สมาชิกสภา อบจ.มาจำนวนหนึ่ง

แม้การปราชัยครั้งนั้น จะถูกโดนเสียดเย้ยว่า “แพ้แบบแลนด์สไลด์” นั้น แต่ธนาธร ไม่ถอย

“คณะก้าวหน้า ยืนยันภารกิจยุติรัฐราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ด้วยการส่งตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับ”

จริงๆแล้ว คณะก้าวหน้าได้มีการรับสมัครและเฟ้นหาทั้งตัวแทนชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลได้แล้วจำนวนหนึ่ง เพียงแค่รอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

'ทอน'ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112

เมืองนนท์นำร่อง

ปลายปีที่แล้ว คณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้เชิญชวนบุคคลที่พร้อมลงมือเปลี่ยนแปลงเทศบาล และ อบต. ให้แจ้งเจตจำนงมาได้เลย ดูเหมือนว่า คณะก้าวหน้า นนทบุรี จะเป็นสาขาแรกที่เปิดแนวรบท้องถิ่นต่อไป

ล่าสุด เพจคณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้แจ้งว่า มีผู้สนใจลงสมัครนายกเล็ก และสมาชิกสภาเทศบาลฯ ครบแล้ว 6 แห่ง ได้แก่เทศบาลนครปากเกร็ด, เทศบาลเมืองบางกรวย,เทศบาลเมืองบางกร่าง, เทศบาลเมืองพิมลราช, เทศบาลตำบลบางพลับ และเทศบาลตำบลปลายบาง 

ส่วนเทศบาลนครนนท์ ทีมงานคณะก้าวหน้านนทบุรี กำลังเฟ้นหาตัวอยู่ เช่นเดียวกับเทศบาลเมืองบางบัวทอง และเทศบาลเมืองบางใหญ่

จะว่าไปแล้ว ภารกิจสนามเลือกตั้งเทศบาล อาจไม่หินเท่า อบจ. เพราะพื้นที่ไม่กว้าง การหาเสียงทำง่ายกว่า 

'ทอน'ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112



ยกเลิก 112

นอกเหนือสมรภูมิเลือกตั้ง ในปี 2564 คณะก้าวหน้า คงขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับกลุ่มราษฎร ดูสัญญาณจาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่โพสต์เสนอ “ยกเลิก ม.112” 

ปิยบุตรบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เพราะวันนี้ มีเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส.ที่จะร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก 112 
อดีตแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ เสนอว่า ส.ส.ฝ่ายค้านควรเสนอร่างยกเลิก ม.112 เข้าไป ควบคู่การเปิดพื้นที่ให้กับการรณรงค์ยกเลิก ม.112 นอกสภา เรียกว่ากดดันต่อเนื่องต่อไป

จริงๆแล้ว การเคลื่อนไหวชุมนุมต้านเผด็จการ ในต่างจังหวัด สาขาของคณะก้าวหน้า ก็ได้ให้การสนับสนุนแฟลชม็อบอยู่แล้ว