แขวน ‘บ้านใหญ่’ ระทึก ‘นายก อบจ.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455472

แขวน ‘บ้านใหญ่’ระทึก ‘นายก อบจ.’

แขวน 'บ้านใหญ่'ระทึก 'นายก อบจ.'

17 มกราคม 2564 – 11:32 น.

เช็คชื่อว่าที่นายก อบจ. 44 จังหวัด กกต.ยังไม่รับรอง คนเด่นคนดังเพียบ

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณารับรองผลการเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ครบถ้วนทั้ง 76 จังหวัดแล้ว โดย กกต. ประกาศรับรองนายก อบจ. 32 จังหวัด และ ส.อบจ. รวม 1,946 ราย จากจำนวนสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด 2,316 ราย 

ส่วน นายก อบจ. และ ส.อบจ. ที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน แบ่งเป็น นายก อบจ. 44 จังหวัด และ สมาชิก อบจ. 370 ราย

อย่างไรก็ตาม กกต.ยังมีเวลาถึง 19 ก.พ.2564 ในการพิจารณาว่าจะให้ใบเหลือง ใบแดง หรือรับรองผลการเลือกตั้ง ถ้าครบกำหนด 60 วันแล้ว กกต.ยังไม่รับรองผล ก็ต้องส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา แต่ระหว่างนั้น ให้ กกต.รับรองผลไปก่อน

ดังนั้น ว่าที่นายก อบจ. 44 จังหวัด จึงต้องลุ้นระทึกไปจนกว่าจะครบ 60 วัน โดยส่วนใหญ่เป็นอดีตนายก อบจ.หลายสมัย หรือตัวแทนของ “บ้านใหญ่” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ย้อนรอย’หน่อย-บิ๊กกี่’ เรื่องเก่าเล่าวนไป

บ้านใหญ่รอก่อน

 1.ฉะเชิงเทรา : “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย บิดา ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ 
 2.ชลบุรี : วิทยา คุณปลื้ม อดีตนายก อบจ. ทายาทกำนันเป๊าะ ตัวแทนบ้านใหญ่แสนสุข 
 3.นครปฐม : “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลูกชายคนโตของไชยา สะสมทรัพย์ ที่รับมรดกการเมือง “กลุ่มชาวบ้าน” นำทีมลงสมัครนายก อบจ.ครั้งแรก
 4.พระนครศรีอยุธยา : “ซ้อสมทรง” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล อดีตนายก อบจ.หลายสมัย และตัวแทนบ้านใหญ่วังน้อย
 5.ระยอง : “อาช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ อดีตนายก อบจ. พี่ใหญ่ของตระกูล “ปิตุเตชะ” แห่งบ้านค่าย 
 6.ลพบุรี : “นายกแตน” อรพิน จิระพันธุ์วาณิช อดีตนายก อบจ. ที่รับไม้ต่อจากสามี-สุบรรณ จิระพันธุ์วานิช (เสียชีวิตแล้ว) ตัวแทนตระกูล “จิระพันธุ์วาณิช” 
 7.สมุทรสาคร : “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต ส.ส. บุตรชาย “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ. ที่เปิดทางให้ลูกชายเล่นการเมืองท้องถิ่นแทนตัวเอง
 8.สระแก้ว : “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง มารดา 2 ส.ส.สระแก้ว “ฐานิสร์-ตรีนุช” และน้องสะใภ้ เสนาะ เทียนทอง
 9.สระบุรี : “เสี่ยจ้อน” สัญญา บุญหลง อดีตนายก อบจ.นครนายก ย้ายสนามจากนครนายกมาสระบุรี เพื่อฟื้นฐานการเมืองของตระกูล “อดิเรกสาร” 
 10.สุพรรณบุรี : บุญชู จันทร์สุวรรณ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย สายตรง “ศิลปอาชา” และ “เที่ยงธรรม” 
 11.สมุทรปราการ : นันทิดา แก้วบัวสาย ลงสนามการเมืองท้องถิ่นครั้งแรก ตัวแทนตระกูล “อัศวเหม” 
 12.ตรัง : “โกเล้ง” บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หัวหน้าทีมกิจปวงชน ตัวแทนตระกูล “โล่สถาพรพิพิธ” บ้านใหญ่ย่านตาขาว
 13.ยะลา : มุขตาร์ มะทา อดีตนายก อบจ.หลายสมัย น้องชาย “วันนอร์” ประมุขบ้านใหญ่ศรียะลา
 14.นราธิวาส : กูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ.(เกือบจะผูกขาด) บิดาของ “กูเฮง-วัชระ” 2 ส.ส.นราธิวาส 

เครือข่ายภูมิใจไทย 

 พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ประกาศส่งผู้สมัครนายก อบจ.อย่างเป็นทางการ แต่ก็ทราบกันดีว่า ผู้สมัครคนใดบ้าง มีสายสัมพันธ์กับ ส.ส.ค่ายสีน้ำเงิน
 1.นครพนม : ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาว “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม รองประธานสภาผู้แทนฯ
 2.บึงกาฬ : แว่นฟ้า ทองศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย และภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 
 3.บุรีรัมย์ : ภูษิต เล็กอุดากร เจ้าของโม่หิน อดีต ส.อบจ. สายตรงบ้านใหญ่ “ศิลาชัย” ลงสนามแทนกรุณา ชิดชอบ อดีตนายก อบจ.
 4.เลย : “นายกอาร์ต” ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ อดีตนายก อบจ. 5 สมัย บิดา ธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคภูมิใจไทย
 5.อำนาจเจริญ : วันเพ็ญ ตั้งสกุล ตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่อำนาจเจริญ ที่ได้รับการสนับสนุนจากศักดิ์สยาม ชิดชอบ 
 6.มหาสารคาม : คมคาย อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ. ที่รับช่วงต่อจากยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ.ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพอีสานค่ายสีน้ำเงิน  

ค่ายเพื่อไทย

 1.เชียงใหม่ : “ส.ว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล “ชินวัตร”
 2.น่าน : นพรัตน์ ถาวงศ์ อดีต ส.อบจ. และมี ส.ส.น่าน เพื่อไทย 3 คน เป็นกำลังหนุน
 3.พิจิตร : พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ตัวแทนบ้านใหญ่ “ภัทรประสิทธิ์” ไม่ได้ลงสนามในนามเพื่อไทย แต่ก็ได้อดีต ส.ส.พิจิตร สายตรงเฮียเพ้ง สนับสนุน
 4.สกลนคร : ชูพงศ์ คำจวง อดีตผู้สมัครนายก อบจ. ไม่ได้ลงสนามในนามเพื่อไทย แต่ก็มี ส.ส.สกลนคร เพื่อไทย 4 คน เป็นกองหนุน
 5.มุกดาหาร : จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ได้แรงหนุนจาก 2 ส.ส.มุกดาหาร เพื่อไทย 
 6.ยโสธร : วิเชียร สมวงศ์ อดีต ส.อบจ. น้องชาย บุญแก้ว สมวงศ์ ส.ส.ยโสธร 
 7.อุบลราชธานี : กานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ. น้องชาย เกรียง กัลป์ตินันท์
 8.ปทุมธานี : พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปประจ่าง ลงสมัครในนามกลุ่มคนรักปทุม แต่ก็มี ส.ส.ปทุมธานี เพื่อไทย ส่วนหนึ่งให้การช่วยเหลือ

เครือข่าย ปชป.

 พรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัคร นายก อบจ. ในนามพรรคแค่ 3 คน แต่ในหลายสนาม ก็เป็นการต่อสู้กันเอง
 1.สงขลา : ไพเจน มากสุวรรณ์ อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน ตัวแทนพรรค ปชป. เอาชนะค่ายพลังประชารัฐไปได้
 2.นครศรีธรรมราช : กนกพร เดชเดโช มารดา ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.เมืองคอน 
 3.ชุมพร : นพพร อุสิทธิ์ ตัวแทนจาก “บ้านใหญ่จุลใส” ได้รับการสนุนจาก สุพล จุลใส และชุมพล จุลใส 2 ส.ส.ชุมพร 
 4.ประจวบคีรีขันธ์ : “เฮียไล้” สราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ พี่ชาย “นายกเกียร์” ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ อดีตนายก อบจ.ประจวบฯ
 5.สุราษฎร์ธานี : พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว อดีตกำนันคนดัง ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ปชป.ตระกูล “นิลวัชรมณี” 
 6.ภูเก็ต : เรวัต อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต ค่าย ปชป.  
 7.พัทลุง : วิสุทธิ์ ธรรมเพชร อดีตนายก อบจ. และน้องชาย สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง ปชป.

เครือข่ายหลายขั้ว

 1.กาญจนบุรี : “หมอหนุ่ย” สุรพงษ์ ปิยะโชติ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ได้แรงหนุนจาก ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ
 2.กาฬสินธุ์ : ชานุวัฒน์ วรามิตร ลูกชายแม่ชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ. มีกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ หลายพรรคสนับสนุน
 3.ชัยภูมิ : อร่าม โล่ห์วีระ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ หลายสมัย ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ชัยภูมิ บางกลุ่ม
 4.เชียงราย : “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ทายาทตระกูล “วันไชยธนวงศ์” 
 5.นนทบุรี : พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย มีหลายพรรคสนับสนุน
 6.อุตรดิตถ์ : ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายก อบจ. 5 สมัย
 7.แม่ฮ่องสอน : อัครเดช วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย
 8.ร้อยเอ็ด : เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ดหลายสมัย และตระกูล “จุรีมาศ” สนับสนุน
 9.ระนอง : “สจ.อิทธิ์” ธนกร บริสุทธิ์ญาณี อดีตรองประธานสภา อบจ.ระนอง มีนักการเมือง 3 พรรคหนุน

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455471

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

17 มกราคม 2564 – 11:20 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564 หวังล้มรัฐบาล ล้มสถาบันฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ตกหลุมพราง ท่อน้ำเลี้ยงต่างแดน อานนท์ เพนกวิน และ รุ้ง ปนัสยา ชี้เหตุตกดวงดาวดับ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต  ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564  หวังล้มรัฐบาล ล้มสถาบันฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ตกหลุมพราง ท่อน้ำเลี้ยงต่างแดน อานนท์ เพนกวิน และ รุ้ง ปนัสยา ชี้เหตุตกดวงดาวดับคิดแก้ดวงเมือง คาดยังไม่ถึงเวลา เพราะชะตาชีวิตไม่อำนวย หากคิดหวังเร่งรีบ ดับเส้นทางชีวิตเปลี่ยน พลิกชะตา รอวันตกอับมีโอกาศติดคุก ดับชีวิตอนาคตตนเอง พบแต่ความหายะนะ เพราะการกระทำที่ขาดประสพการณ์ และดวงยังไม่แข็งพอ ทำลายอนาคตที่สดใสของเป้าหมายเส้นทางชีวิต ทั้งที่อนาคตน่าจะมีโอกาศที่ดีกว่า ตำแหน่งหน้าที่การงาน งานราชการ   และการเป็นผู้นำทางการเมืองหากถึงเวลา แต่ปัจจุบันเลือกเส้นทางที่ผิดคิดจนตัวตาย อนาคตดับ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ นาทีสุดท้ายของการเป็นนายกฯ 2 ธันวาคม ชี้ “ประยุทธ์” ผิดหรือไม่
 

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ถึงดวงดาว โชคชะตา ฟ้าลิขิต ของกลุ่ม 3 ผู้นำ ม็อบคณะราษฎร ผู้นำนิสิตนักศึกษา กลุ่มผู้ทำลาย สถาบันฯ และรัฐบาล ตามสั่งคนแดนไกลทั้ง เพนกวิน พริษฐ อานนท์ และรุ้ง ปนัสยา ว่าดวงชะตาของทั้ง 3 คนมีโอกาส และเป้าหมายแห่งความสำเร็จถึงจะแตกต่างกัน แต่ถ้าไม่คิดแหกด่านชีวิตก่อนก็มึโอกาศไปได้ดี เพราะมีดวงชะตาที่ดี ที่มีเส้นทางอนาคตที่ไปได้ดี แต่ไม่ใช่เวลานี้ที่วัยยังไม่ถึงวาระ เพราะชีวิตคนเรามีจุดเปลี่ยนของชีวิต แต่ 3 ผู้นำม๊อบคิดชิงสุกก่อนหาม คิดก้าวข้ามกระโดดทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา อีกทั้งเลือกเส้นทางชีวิต เป็นการกระทำที่ผิดพลาด ตรงข้ามกับดวงชะตาที่ไม่ใช่เป้าหมายที่จะต้องทำเพราะทุกคนมีจังหวะชีวิต แต่ถ้าเลือกจังหวะไม่ถูก อนาคตมีแต่คำว่าดับอย่างเดียว สำหรับชะตาชีวิตของ เพนกวิน  พริษฐ คิดเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเพราะอารมณ์ดื้อรั้น คิดก้าวข้ามกระโดด ว่าตนเองสามารถทำได้ ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีอายุที่ไม่ยืน อานนท์ มีโอกาศประสพความสำเร็จบนเส้นทางชีวิต แต่ไม่ใช่เส้นทางทนายความ เพราะชีวิตเหมือนนั่งเก้าอี้ 3 ขามาเกิด  เลือกทางเดินบนทางสองแพร่งที่มีหลุมพรางเหวลึก  พร้อมที่จะกระชากทำให้ชีวิตพบกับความวินาสได้ และ ส่วน  รุ้ง ปนัสยา  มีความคิดการเป็นผู้นำสูง  แต่มักจะใช้ความคิดตนเองเป็นใหญ่ ชีวิตกับงานราชการ  มีโอกาศได้รับตำแหน่งผู้บริหารที่ดี  แต่ถ้าไม่คิดเลือกเส้นทางลัดที่มุ่งสู่ทางวิบัติของชีวิต  ด้วยการหมิ่นสถาบันฯ  เป็นทรชนปลดแอก  หลงทางชีวิตยับ  อาจพลิกไปสู่ความหายนะในอนาคต  เส้นทางวิถีชีวิตลากไปสู่ความวิบากกรรม  ที่อยากให้ผู้นำกลุ่มปลดแอก   3  คนนี้ได้หันกลับไปมองกลุ่มรุ่นพี่ที่ผ่านมา  หรือนักการเมืองบางคน มีใครบ้างที่ทำสำเร็จ  ที่มีแต่คุก  กับชีวิตในต่างแดนที่ต้องหลบหนี  พลัดพรากถิ่นฐานบ้านเกิดต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดนและจบชีวิตในต่างแดน  อย่างไม่มีโอกาศได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ซินแสเข่ง สรุปเพิ่มเติม ว่าหากคิดอยากเล่นการเมือง เมื่อถึงวาระโอกาศของชีวิต และมีประสพการณ์อย่างเพียงพอ ก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองได้ แต่ต้องเล่นตามตรอกออกตามประตู ตามกติกา และเตือนกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่คิดจะเปลี่ยนประเทศ หรือพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน หรือล้มสถาบันฯ ดวงเมืองประเทศไทย เพราะทั้งชีวิตนี้เชื่อว่าคงเป็นไปไม่ได้ ถึงจะสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินสิ้นความเป็นไทย ก็เป็นไปกับความล่มสลายความเป็นไทย ที่อาจจะเป็นไป

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455423

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

16 มกราคม 2564 – 16:41 น.

หนังชีวิต “ลุงพล-ป้าแต๋น” บ้านกกกอกยังไม่จบ ยูทูบเบอร์สายลุง เปิดศึกทีวีดิจิตอลช่องใหม่

++
    ดังที่ทราบกัน ได้เกิด “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งมียูทูบเบอร์มากกว่า 40 ช่อง ได้มาปักหลักเกาะติดชีวิต “ลุงพล-ป้าแต๋น” เพื่อนำไปทำคลิปอัพลงช่องยูทูบของตัวเอง ทำยอดวิว สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ  

 มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ยูทูบเบอร์เหล่านี้ เปรียบเสมือน “กองทัพสื่อ” ส่วนตัวของลุงพล หรือไชย์พล วิภา 
    เมื่อเร็วๆนี้ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปที่บ้านนายอนามัย และ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อแม่ของน้องชมพู่ บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร แต่ไม่ได้ไปพบลุงพล

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

                 ลุงพล และกองทัพยูทูบเบอร์

    วันนั้น นักข่าวจากทีวีดิจิตอล 2-3 ช่อง รวมทั้งนักข่าวสื่อหลักจำนวนหนึ่งที่ตามอัจฉริยะไปบ้านกกกอก ได้ถือโอกาสไปสัมภาษณ์ลุงพล ถึงประเด็นที่อัจฉริยะเข้ามาจับคดีน้องชมพู่ โดยลุงพลไปอยู่ที่สำนักสงฆ์ภูหลวง
    เมื่อนักข่าวสื่อหลักตามไปเจอลุงพล ปรากฏว่า กลุ่มยูทูบเบอร์เข้ามาขวาง และแจ้งว่า ลุงพลไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ 2 เดือน จนเกิดเหตุชุลมุน ขณะที่ลุงพลนั่งเงียบ
    จากเหตุการณ์ยูทูบเบอร์ทำตัวเป็น “องครักษ์พิทักษ์ลุงพล” ทำให้รายการเล่าข่าวยอดนิยมจากทีวิดิจิตอล 2 ช่อง ได้เปิดประเด็นข่าว “ลุงพลเปลี่ยนไป” โดยตามสัมภาษณ์คนใกล้ชิดอย่างหมอปลา และอีกหลายคน

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

               ยูทูบเบอร์สายลุงพล

++
เจ้าของหมู่บ้านตัวจริง
++
    สำหรับหมู่บ้านยูทูบเบอร์ สวนยางวิลเลจ ที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราวนั้น ทีวีดิจิตอลช่องหนึ่งไปออกข่าวว่า ลุงพลซื้อที่ดินบริเวณสวนยาง ข้างบ้านตัวเอง ทำเป็นหมู่บ้านยูทูบเบอร์ หารายได้เข้ากระเป๋า
    ประเด็นนี้ กลุ่มยูทูบเบอร์สายลุงพล ได้ไปสัมภาษณ์ “พอลลี่” ภัทรนาฎ เชื้อคมตา เจ้าของสวนยางพารา และลานมัน ที่เป็นฐานที่มั่นของยูทูบเบอร์

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

              พอลลี่ เจ้าของสวนยางวิลเลจ และหมู่บ้านยูทูบเบอร์

    “พอลลี่” ปฏิเสธข่าวลุงพลซื้อที่ดินในสวนยางพารา พร้อมเปิดเผยว่า หมู่บ้านยูทูเบอร์เกิดจากเรื่องบังเอิญ โดยเริ่มสร้างกระท่อมหลังเเรกอยู่ในสวนยาง เพื่อจะใช้นอนกับสามี 
    ช่วงข่าวน้องชมพู่ และตามมาด้วยเรื่องของลุงพล-ป้าแต๋น ก็มี “ยูทูบเบอร์” จำนวนมากมาทำคลิปลุงพล ในบ้านกกกอก ไม่มีรีสอร์ตให้เช่าพักเลย ซึ่งรีสอร์ตที่ใกล้ที่สุดคือ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ห่างจากบ้านกกกอก 30 ก.ม. ทำให้ยูทูเบอร์บางคนไม่สะดวก จึงขอเช่าพื้นที่กางเต็นท์นอน

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

                สวนยางของพอลลี่

 พอลลี่จึงทำกระท่อมหลังแรกให้ยูทูบเบอร์ช่อง Salina หนูนา เช่าพัก ตามมาด้วยยูทูบเบอร์อีกหลายคน ตอนนี้มีกระท่อม 8  หลัง โดยหมู่บ้านยูทูบเบอร์ เปิดให้บริการโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.กระท่อม ค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท รวมค่าน้ำ-ค่าไฟ 2.เต็นท์สนาม ค่าเช่าวันละ 50 บาท รวมค่าน้ำ-ค่าไฟ
    เวลานี้ พอลลี่ ได้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ไฟฟ้า เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ และร้านอาหารตามสั่ง

ย้อนรอย ‘หน่อย-บิ๊กกี่’ เรื่องเก่าเล่าวนไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455415

ย้อนรอย’หน่อย-บิ๊กกี่’ เรื่องเก่าเล่าวนไป

 ย้อนรอย'หน่อย-บิ๊กกี่' เรื่องเก่าเล่าวนไป

16 มกราคม 2564 – 14:52 น.

พลันที่คุณหญิงหน่อย ทิ้งค่ายชินวัตร ก็มีข่าว “บิ๊กดีล” เรื่องเก่าของ “บิ๊กกี่” นำมาเล่าใหม่วนไป คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    หลายคนที่ไม่ได้ตามข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ชื่อแปลกๆ อาจจะงง เมื่อเห็น “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ค Sudarat Keyuraphan ตอบโต้คนปล่อยข่าวมั่วๆ เนื่องมีสำนักข่าวออนไลน์ จั่วหัวว่า คุณหญิงหน่อย จับมือพลเอก “น.” ตั้งพรรคใหม่ แถมโยงไปหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
    “ขอเรียนยืนยันว่า จากพฤษภาทมิฬ35 ผ่านมาถึงวันนี้ 29ปี ตลอดชีวิตทางการเมือง ดิฉันยืนตรงข้ามเผด็จการมาโดยตลอด ดิฉันยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 
    นอกจากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ยังนำภาพเก่าสมัยที่ร่วมกับ “มหาจำลอง” ลงสู่ท้องถนน ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของกลุ่ม จปร.5 นำโดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร 

 ย้อนรอย'หน่อย-บิ๊กกี่' เรื่องเก่าเล่าวนไป

             ต้องงัดหลักฐาน สมัยต้านเผด็จการมายืนยัน 

    บังเอิญเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ได้รู้จักกับคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่ง “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ (17 มี.ค.2559) เวลานั้น “บิ๊กกี่” เป็นที่ปรึกษา คสช. และสมาชิก สนช. ซึ่งหลังรัฐประหาร 2557 มีการพูดถึงเรื่องการปรองดองเยอะ 
    “ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ รู้จักกันมานานแล้ว ตั้งแต่ผมเป็นนายทหารกองทัพภาคที่ 1 เอากำลังไปสลายการชุมนุมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เห็นคุณหญิงสุดารัตน์อยู่ในเต็นท์ของ พล.ต.จำลอง ก็มองไปมองมา แล้วที่สนิทกันมาก ตอนที่นายกฯทักษิณ ลงเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 พล.อ.ประวิตร เป็นผู้บัญชาการทหารบก จึงให้ผมเป็นนายทหารประสานงานด้านการเมืองกับพรรคต่างๆ รวมถึงคุณหญิงสุดารัตน์ ปีนั้น พรรคไทยรักไทย ได้ 300 กว่าเสียง”

 ย้อนรอย'หน่อย-บิ๊กกี่' เรื่องเก่าเล่าวนไป

               พล.อ.นพดล ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อปี 2559 เรื่องคุณหญิงสุดารัตน์

    เส้นทางในอาชีพทหารของ “บิ๊กกี่” นั้น ภายหลังจบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 17 ชีวิตราชการของนายทหารคนดัง จะอยู่ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.)เป็นหลัก

++    
บิ๊กดีลของใคร?
++
    ช่วงรัฐบาล คสช. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รั้งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีกลาโหม ได้เคยนัดตัวแทนพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง มาคุยเรื่องการปรองดองที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งตอนนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ก็นำทีมพรรคเพื่อไทย มาพูดคุยด้วย จนเป็นที่มาของร่างสัญญาประชาคมสร้างความปรองดอง 10 ข้อ ขึ้นมา
    นัยว่า ผู้ประสานงานคือ พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักของบิ๊กป้อม และในแวดวงการเมืองก็จะมักจะมองว่า “คุณหญิงหน่อย” ต่อสายตรงถึง “3 ป.” ได้ โดยผ่านคอนเนกชั่นของ “บิ๊กกี่” 
    อย่างไรก็ตาม คุณหญิงหน่อยจะปฏิเสธข่าวเรื่อง “บิ๊กดีล” มาโดยตลอด และการแสดงออกต่อสาธารณชน ก็ประกาศจุดยืนไม่เอาเผด็จการทหาร ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ
    แม้แต่ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยครั้งหลังสุด คุณหญิงหน่อยต้องลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรค และลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ยังมีข่าวลือเรื่องบิ๊กดีลตามไล่หลังมา 
    ดูเหมือนว่า นักการเมืองสายตรง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” จะเชื่อข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณหญิงแห่งบ้านวังทองหลาง กับประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ โดยผ่านคอนเนกชั่นยี่ห้อบิ๊กกี่ 

++
เล่าวนไป
++
    ปี 2547 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในยุคที่ “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เป็น รมว.กลาโหม สมัยรัฐบาลทักษิณ ตอนนั้น พล.อ.นพดล เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม 
    เวลาเพียงปีเดียวในตำแหน่ง ผบ.ทบ. “บิ๊กป้อม-บิ๊กกี่” ได้สร้างสัมพันธ์กับนักการเมืองอย่างมากมาย เพราะภายในพรรคไทยรักไทย มีหลายก๊กหลายก๊วน
    โดยเฉพาะกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เจ้าแม่เมืองหลวง บิ๊กกี่ก็สนิทสนมกับ อรทัย ฐานะจาโร ลูกสะใภ้บิ๊กเหวียง ที่เป็น ส.ส.กทม.อยู่
    “บิ๊กป้อม” เป็นนายทหารที่เติบโตในยุคนักเลือกตั้ง จึงรู้จัก ส.ส.ทุกพรรค และเรียนรู้วิชาการเมืองจากนักการเมืองจอมเก๋าเหล่านี้
    ต้นทุนการเมืองที่สะสมมานานนับสิบปี จึงทำให้ “บิ๊กป้อม-บิ๊กกี่” ตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์สำเร็จ รวมถึงการปั้นพรรคพลังประชารัฐให้เป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล
    ข่าวปั้นพรรคไทยสร้างไทย จึงลอยลมมาแต่ต้นปี ร้อนถึงคุณหญิงหน่อยต้องออกมาโต้โดยฉับพลันทันที

‘ลุงทองลุน’ ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455336

‘ลุงทองลุน’ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

15 มกราคม 2564 – 17:03 น.

ประชาชนลาวดีใจคัก ได้ “ลุงทองลุน” คุมพรรค-คุมประเทศ สปป.ลาว ก้าวสู่ยุคผู้นำการเมืองสายปัญญาชน รุ่นที่ 3

++
    เปิดศักราชใหม่ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใน สปป.ลาว เมื่อคณะบริหารพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้ดำเนินกองประชุมใหญ่ผู้แทนพรรคทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 13-15 ม.ค.2564 
    ทำไมการประชุมใหญ่ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวทุก 5 ปี จึงมีความสำคัญต่อประชาชนลาว 7 ล้านคน? 
    ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า 2 ธ.ค.2518 เป็นวันประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” (สปป.ลาว) เปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ “ระบอบประชาธิปไตยประชาชน”
    ระบอบดังกล่าว มี 3 เสาค้ำคือ พรรคนำพา ,รัฐคุ้มครอง และประชาชนเป็นเจ้า ซึ่งพรรคนำพา หมายถึงพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ผู้นำพาทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นผู้กุมอำนาจการเมือง และชี้นำบัญชากองกำลังติดอาวุธโดยตรง 

++
ทองลุนผงาดคุมพรรค
++
    การประชุมผู้แทนทั่วประเทศของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 11 ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 13  ม.ค.2564 โดยมีตัวแทนสมาชิกพรรคทั่วประเทศเกือบ 4 แสนสหาย จำนวน 768 สหาย เดินทางมาจาก 17 แขวง 1 นครหลวง รวมถึงกระทรวงทบวงกรมต่างๆ 
    ระหว่างการประชุม 3 วัน กองทัพประชาชนลาว และกรมตำรวจลาว ได้จัดกำลังชุดพิเศษเต็มอัตราศึก เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วนครหลวงเวียงจันทน์  โดยเฉพาะบริเวณศูนย์ประชุมแห่งชาติ หลัก 6 เมืองไซทานี 
    ไฮไลต์ของการประชุม จะอยู่การเลือก “คณะกรรมการบริหารพรรค” และ “คณะกรมการเมืองประจำศูนย์กลางพรรค” ชุดที่ 11 ซึ่งจะบ่งชี้ว่า ใครจะเป็นประธานประเทศ? ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี? ใครจะเป็นประธานสภาแห่งชาติ?
    วันที่ 15 ม.ค.2564 กองประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศ ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 11 ได้ปิดลงด้วยผลสำเร็จ และมีการประกาศผลการเลือกตั้งภายในพรรค 
    ปรากฏว่า สหาย ทองลุน สีสุลิด ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการใหญ่ คณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว สมัยที่ 11 เพราะได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จากการเลือกตั้งของผู้แทนสมาชิกพรรค 700 กว่าคน
    ปัจจุบัน สหายทองลุน เป็นนายกรัฐมนตรี และตามธรรมเนียมปฏิบัติ สหายทองลุน จะได้เป็นประธานประเทศ สปป.ลาว คนใหม่ หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ ในวันที่ 21 ก.พ.2564 โดยจะมีการนำเสนอชื่อต่อที่ประชุมสมาชิกสภาแห่งชาติ

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

                       ลุงทองลุน เลขาธิการพรรคคนใหม่ และว่าที่ประธานประเทศ 

    สำหรับรายนาม กรมการเมืองพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีอำนาจสูงสุด มี 13 สหาย ประกอบด้วย 1.สหาย ทองลุน สีสุลิด
2.สหาย พันคำ วิพาวัน
3.สหาย นางปานี ยาทอตู้
4.สหาย บุนทอง จิดมะนี
5.สหาย ไซสมพอน พมวิหาน
6.สหาย พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด
7.สหาย คำพัน พมมะทัด
8.สหาย สินละวง คุดไพทูน
9.สหาย สอนไซ สีพันดอน
10.สหาย กิแก้ว ไขคำพิทูน
11.สหาย พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง 
12.สหาย นางสีใส ลือเดดมูนสอน
13.สหาย สะเหลิมไซ กมมะสิด
    อนึ่ง คณะบริหารศูนย์กลางพรรคฯ ประกอบด้วยกรรมการสมบูรณ์ 71 สหาย และกรรมการสำรอง 10 สหาย 
    สหายนำทั้งหมดนี้คือ ผู้กุมชะตากรรมคนลาว 7 ล้านคน และเป็นผู้กำหนดทิศทางของ สปป.ลาว ไปอีก 5 ปี นับจากวันนี้เป็นต้นไป 

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

                        โฉมหน้ากรมการเมืองพรรค 13 สหาย ผู้มีอำนาจสูงสุดใน สปป.ลาว

++
สู่รุ่นปัญญาชน
++
    กองประชุมใหญ่ผู้แทนพรรคฯ ครั้งที่ 1 ของพรรคประชาชนลาว (ชื่อเดิม) มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ถึง 14 เม.ย.2498 ที่เมืองเวียงไซ แขวงหัวพัน 
    มีผู้เข้าประชุม 20 สหาย และกองประชุมได้เลือก 5 สหาย เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ สหายไกสอน พมวิหาน, สหายหนูฮัก พูมสะหวัน, สหายคำแสง สีวิไล, สหายสีสะหวาด แก้วบุนพัน และสหายบุนพม มะหาไซ โดยสหายไกสอน เป็นเลขาธิการพรรคฯ 
    ภายหลังที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค มีการคัดเลือกอีก 3 สหายเป็นกรรมการพรรคเพิ่มเติม คือ สหายสุพานุวง ,สหายพูมี วงวิจิด และสหายพูน สีปะเสิด 

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

                    เป้าหมายใหญ่ในการพัฒนาประเทศจากนี้ไปอีก 5 ปี

    จากสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 11 ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ที่มีการผลัดเปลี่ยนกันมาเป็นรุ่นๆ ซึ่งใบหน้าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ กว่าร้อยละ 80 เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ 
    นับจากนี้ไป สปป.ลาว ได้ก้าวสู่ยุคที่มี “ผู้นำรุ่นที่ 3” นำพาประเทศให้หลุดพ้นจากสภาพประเทศด้อยพัฒนา และปิดฉากผู้นำรุ่นสงครามปฏิวัติ 

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป “ปิยบุตร” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455284

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป “ปิยบุตร”

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

15 มกราคม 2564 – 10:10 น.

มาแบบเบิ้มๆ “ปิยบุตร” ยอมรับไม่แตะ 112 เป็นตราบาป ได้เวลาลบรอยแผลเป็นทางการเมือง เสนอ “ยกเลิก 112”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หายหน้าไปพักใหญ่ หลังคณะก้าวหน้าพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ. วันนี้ “ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล” กลับมาแบบเบิ้ม-เบิ้ม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“หมอวรงค์” ซัด “ปิยบุตร” แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เร่งส.ส.ให้เสนอกฏหมายยกเลิกม.112
 

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

นักวิชาการ และคนเสื้อแดง เสนอแก้ ม.112

เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นักการเมืองในสภาฯ เสนอ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112 “ป๊อก” บอกว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ดังที่เขาเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส    

“ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก”     

ขณะเดียวกัน ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า เมื่อสภาเปิดประชุมอีกครั้ง พรรคก้าวไกลจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึง มาตรา 112 เพื่อคุ้มครองและประกันเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนตามหลักการขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย

++
ไม่แตะ 112 ตราบาป
++
เมื่อ 11 ปีที่แล้ว วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ก่อการจัดตั้ง “คณะนิติราษฎร์” โดยนักวิชาการหนุ่ม-ปิยบุตร ก็เป็น 1 ใน 7 ผู้ก่อการเสนอให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549 และเสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112    

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปิยบุตรได้แสดงความเห็นเชิง “ปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง” หลายเวที รวมถึงการสนับสนุนให้แก้ไข ม.112     

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

ปิยบุตร สมัยเสนอแก้ ม.112 ในนามคณะนิติราษฎร์

ต้นปี 2561 ปิยบุตรจับมือธนาธร ตั้งพรรคอนาคตใหม่ กลับไม่ได้พูดถึงการแก้ไข ม.112 จึงทำให้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์อย่างรุนแรง    

“ผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข”    

ผ่านมาถึงวันนี้ ปิยบุตร ยอมรับสารภาพว่า “สมัยผมเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมยอม “กลืนเลือด” ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ..”    

อาจารย์ป๊อกถึงขั้นบอกว่า นี่คือ “ตราบาป” ฝังในจิตใจของเขา และเป็น “แผลเป็น” ในชีวิตทางการเมืองของเขา     

ในที่สุด อดีตแกนนำคณะนิติราษฎร์ ก็แสดงตัวเป็นกองหนุนเด็กๆ จะเคลื่อนไหวรณรงค์ให้ยกเลิก 112 นำพลังคนรุ่นใหม่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส. เสนอร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112 

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

คนเสื้อแดงที่หนุนแก้ ม.112

++
บทเรียนเพื่อไทย
++
ปี 2555 อาจารย์ปิยบุตร ในนามคณะนิติราษฎร์ ได้ร่วมกันจัดทำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 แล้ว ส่งไม้ต่อให้ “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” (ครก. 112) ได้ล่ารายชื่อประชาชนสนับสนุนร่างดังกล่าว เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภา    

วันที่ 29 พ.ค.2555  คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) นำโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จึงเคลื่อนขบวนสู่สภา โดยใช้คนหาบกล่องรายชื่อประชาชน 3 หมื่นกว่าคน ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 เมื่อถึงรัฐสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 สมัยนั้น เป็นตัวแทนรับมีรายชื่อทั้งหมด 12 กล่อง    

ต่อมา ประธานรัฐสภา “สั่งจำหน่ายเรื่อง” โดยให้เหตุผลว่า “หลักการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550” สร้างความผิดหวังอย่างแรงให้แก่นักวิชาการปีกซ้ายทั้งหลาย    

นักวิชาการหัวก้าวหน้าและกลุ่มแดงอิสระ ต่างฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย กรณีการแก้ไข ม.112 เพราะเวลานั้น คนเสื้อแดงก็เห็นด้วยกับแนวคิดคณะราษฎร์ แต่พวกเขาก็ผิดหวังอย่างแรง เมื่อ 300 เสียงในสภาฯ นำโดยเพื่อไทยตีตกร่างแก้ไข ม.112    

จึงมีคำถามว่า อาจารย์ป๊อกพลิกเกมมาเล่นประเด็นร้อน “ยกเลิก 112” ได้ถามคนแดนไกลหรือยัง 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ ‘จ้าวเหว่ย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455216

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ ‘จ้าวเหว่ย’

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

14 มกราคม 2564 – 17:15 น.

ยืนยันชาวจีนติดโควิด ในสามเหลี่ยมทองคำ ลาวไม่แถลงข่าว สะท้อนบารมี “จ้าว เหว่ย”

++
    หลังมีคำสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง ปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว ก็มีข่าวลือมากมายว่า พบคนจีนติดเชื้อโควิดในกาสิโนคิงส์โรมัน แต่ทางการลาว ก็ไม่ได้แถลงชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด

วันที่ 14 ม.ค.2564 เวบไซต์ Laotiantimes.com ได้นำเสนอรายงานข่าวว่า คนงานชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด พบผลเป็นบวก เมื่อเขาเดินทางกลับประเทศจีน
    ชายคนดังกล่าว มีไข้และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมืองต้นผึ้ง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2564 จากนั้น เขาถูกย้ายไปที่โรงพยาบาลประจำแขวงบ่อแก้ว ก่อนที่จะถูกอพยพไปยังประเทศจีน ในที่สุดแพทย์จีนตรวจซ้ำ จนทราบผลว่า คนงานชาวจีนติดเชื้อโควิด จึงแจ้งข่าวมายังโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว
    ด้วยเหตุนี้ แขวงบ่อแก้ว จึงมีประกาศปิดเมืองต้นผึ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 14 วัน (12-25 ม.ค.2564) นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

                   การตรวจหาเชื้อโควิด ในเมืองต้นผึ้ง 

    โดยครั้งแรก มีชาวพม่าร่วมกับคนลาว ลักลอบนำชาวจีน 2 คน ที่ทำงานในร้านคาราโอเกะที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ข้ามโขงมาซ่อนตัวที่บ้านมอม เมืองต้นผึ้ง และพาขึ้นรถตู้ไปพักที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ก่อนจะเดินเท้าข้ามพรมแดนช่วงบ่อเต็น-บ่อหาน จนถูกตำรวจจีนจับได้ นำไปตรวจหาเชื้อโควิด พบผลเป็นบวก

++
บารมีจ้าวเหว่ย
++
    เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีด่านเข้า-ออกอยู่ 2 แห่งคือ ด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้ามบ้านสบรวก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และด่านบ้านมอม ตรงข้าม จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา
    ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีกาสิโนคิงส์โรมัน ,โรงแรม 5 ดาว, สถานบันเทิง, ตลาดจีน ,โรงงานอุตสาหกรรม และการทำเกษตรกรรม โดยการบริหารงานของ จ้าว เหว่ย ประธานกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ในฐานะประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
    กรณีคนงานชาวจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ติดเชื้อโควิด ก็ไม่มีรายละเอียดว่า คนงานรายนี้ทำงานในส่วนใด แต่ตรวจสอบในโซเชียลชาวเมืองต้นผึ้ง ก็มีบางกระแสว่าเป็นพนักงานของกาสิโนคิงส์โรมัน 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

             คนงานชาวจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 

    นับแต่มีการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรก ทางการแขวงบ่อแก้ว ได้สั่งปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำยาวนานกว่า 8 เดือน เพิ่งมีการผ่อนปรนให้เข้า-ออก ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่แล้ว
    จ้าว เหว่ย เป็นนักธุรกิจชาวจีน ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับกลุ่มผู้นำทางการเมืองในลาว ซึ่งในช่วงโควิดต้องปิดอาณาจักรสามเหลี่ยมทองคำ จ้าว เหว่ย ได้เดินทางไปเยือนแขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน เพื่อหาลู่ทางการลงทุนใหม่ๆ 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

              จ้าว เหว่ย ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสามเหลี่ยมทองคำ

   กรณีชาวจีนรายนี้ หากเป็นพนักงานในกาสิโนจริง ก็อาจส่งผลสะเทือนมาถึงเมืองไทย หากว่า มีนักเสี่ยงโชคชาวไทยที่อาศัยช่องทาง จ.ท่าขี้เหล็ก ข้ามไปด่านบ้านมอม เพื่อเข้าไปเล่นการพนันที่กาสิโนคิงส์โรมัน 

ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455141

ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

ขายฝันเก่า "มิ้ง-อ้วน" ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

14 มกราคม 2564 – 09:18 น.

ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ งูเห่าเขย่าเพื่อไทย เปิดปฏิบัติการถ่ายเลือด คัดทิ้งเลือดเสีย “มิ้ง-อ้วน” นำทัพ สร้างฝันใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พรรคเพื่อไทยยังวุ่นไม่จบ เมื่อ ส.ส.คนหนึ่งล็อบบี้ให้เพื่อนถอนชื่อคำร้องวินิจฉัย สิระ เจนจาคะ แม้แกนนำพรรคจะรู้ว่าเป็นใคร? แต่ไม่กล้าลงโทษขั้นเด็ดขาด เหมือนกรณี “3 งูเห่า” ทำได้แค่ภาคทัณฑ์ไว้

ขายฝันเก่า "มิ้ง-อ้วน" ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

ภูมิธรรม แกนนำหลักของเพื่อไทย ยุคถ่ายเลือ

สภาพคุมกันไม่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ทักษิณ ชินวัตร ต้องลงมือผ่าตัดพรรค ด้วยการส่ง “คนใกล้ชิด” เข้ามาบริหารจัดการหลังม่าน และนี่คือจุดแตกหัก ที่ทำให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลาออกจากพรรคไป พร้อมอดีต ส.ส.จำนวนหนึ่ง    

วันที่ 14 ม.ค.2564 พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค และอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค แจกข่าวเรื่องต้อนรับอดีตผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จะมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย นำโดย สุธรรม แสงประทุม และ กิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการอิสระ      

“สุธรรม” เคยเป็นรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัย, รัฐมนตรีศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ในสมัยแรกของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หลังสุด สุธรรมลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 28 พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ก่อนพรรคจะถูกยุบไป     

จริงๆแล้ว “สุธรรม-กิตติ” 2 ชื่อนี้ที่รีเทิร์นเพื่อไทย ไม่ได้เรียกเสียงฮือฮาอะไรหรอก แต่เป็น “สัญลักษณ์” ของเพื่อไทยยุคฟื้นฟู โดยตั้งเป้าให้เป็นดัง “พรรคไทยรักไทย” ในอดีต    

เหมือนที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ถือโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งชัยชนะของพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ(ภาษาอังกฤษ) ผ่านช่องยูทูบ Thai Enquirer ความยาว 47 นาที ซึ่งทักษิณได้อธิบายปัจจัยแห่งชัยชนะของไทยรักไทย ด้วยชุดนโยบายประชานิยม     

ทักษิณบอกชัดว่า เขาจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมายิ่งใหญ่ และแบรนด์ทักษิณยังแข็งแรง  

ขายฝันเก่า "มิ้ง-อ้วน" ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

สุธรรม รีเทิร์นบ้านเก่า

++
รีแบรนด์ ทรท.
++
กลางปีที่แล้ว “กลุ่มแคร์” (CARE-Continue Ability Renew Efficiency) ได้เปิดตัวแกนนำคณะผู้ห่วงใยประเทศ ประกอบด้วย “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย, “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล    

เวลานั้น ข่าวกอสสิปการเมืองก็ชี้เป้าว่า นี่คือขุนพลตัวจริง ของ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ที่ถูกส่งเข้ามาทำงานหลังม่านพรรคเพื่อไทย     

ถ้าจำกันได้ ยุคแรกๆของการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย “มิ้ง-อ้วน” ใช้ตึกชินวัตรคอมพิวเตอร์ ย่านสี่แยกราชวัตร เป็นฐานบัญชาการรวบรวมผู้คน และสร้างชุดนโยบาย ก่อนจะย้ายไปตึกชินวัตร  3 ย่านวิภาวดี     

อาจารย์กิตติ ลิ่มสกุล ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคลังสมองพรรคไทยรักไทย ที่ร่วมคิดร่วมสร้างชุดประชานิยม “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือโครงการ OTOP    

คาดว่า หลังจากนี้ คงจะมีการเปิดตัวอดีต ส.ส. หรือเทคโนแครต ที่สร้างพรรคไทยรักไทยให้ยิ่งใหญ่ เพื่อรองรับการถ่ายเลือดครั้งใหญ่  

++
เตือนคนทิ้งพรรค
++
ระยะหลัง พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ มักทำตัวเป็นกระบอกเสียงของพรรค คอยปะฉะดะกับฝ่ายตรงข้าม    

ล่าสุด “พิชัย” ออกมาเคลียร์ประเด็นความแตกแยกวุ่นวายในพรรค โดยยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยเข้มแข็งและแข็งแกร่ง พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปั่นป่วนตามที่มีกระแสข่าวการโจมตีพรรคแต่อย่างใด พรรคมีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถครบทุกด้าน และมีคนรุ่นใหม่ที่เก่งและฉลาด พรรคมีแนวทางและหลักคิดที่ดี  ซึ่งจะเป็นความหวังของประเทศและประชาชนได้อย่างแน่นอน    

วันนี้ เสี่ยพิชัยจึงทำหน้าที่ไปรวบรวมคนเก่าๆ สมัยไทยรักไทย ให้กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย คล้ายจะบอกว่า เมื่ออดีต ส.ส.บางกลุ่มย้ายออกไป ก็มีคนใหม่เข้ามา     

แถมเสี่ยพิชัยยังเตือนผู้ที่ออกจากพรรคไป อย่าสร้างความปั่นป่วนให้กับพรรค ทำนองว่าอย่าคิดเผาบ้าน

ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455081

ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

 ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

13 มกราคม 2564 – 17:09 น.

ปริศนาชายจีนติดโควิดในกาสิโนลาว แขวงบ่อแก้วสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง ปิดเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ

++
    ช่วงวันที่ 11 ม.ค.2564 มีข่าวลือทั่วเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ว่า ชาวจีนคนหนึ่งมาเล่นพนันในกาสิโนคิงส์โรมัน ประสบอุบัติเหตุ ถูกส่งไป รพ.แขวงบ่อแก้ว ตรวจพบเชื้อโควิด ต่อมา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกาสิโน ได้ปิดทาง-ออก ห้ามรถยนต์ผ่านเข้าเขตสถานบันเทิง ตลาด และกาสิโน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ปิดกาสิโนยาว ลาวส่งแรงงานพม่ากลับ

รุ่งขึ้น(วันที่ 12 ม.ค.2564) แฟนเพจเฟซบุ๊ค เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้โพสต์ชี้แจงข่าวลือดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นความจริง พร้อมประกาศว่า ยังเปิดให้มีการเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำได้ตามปกติ  

 ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

 วันเดียวกัน รองเจ้าแขวงบ่อแก้ว ในนามหัวหน้าคณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมโควิดขั้นแขวง ได้ทำหนังสือถึงเจ้าเมืองต้นผึ้ง และคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 
    1.เห็นชอบให้ปิดเทศบาลเมืองต้นผึ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่ 12-25 ม.ค.2564
    2.มอบให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ ที่ประตูเข้าเมืองต้นผึ้ง และสี่แยกบ้านโพนโฮม 
    3.ให้เมืองต้นผึ้ง ใช้กำลังทหาร ตำรวจ ประจำการตามจุดตรวจดังกล่าว 
    คำสั่งปิดเมือง ปิดสามเหลี่ยมทองคำของแขวงบ่อแก้ว ทำให้ข่าวลือเรื่องชาวจีนติดโควิด มีน้ำหนัก มีความน่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง แต่ทางการแขวงบ่อแก้วไม่ได้ยืนยันในเรื่องนี้ รวมถึงคณะกรรมการป้องกัน ควบคุมโควิดระดับชาติ ก็ไม่ได้แถลงเกี่ยวกับกรณีคนจีนตรวจโควิด มีผลเป็นบวก

ตกเย็น คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้ออกมาตรการคุมเข้ม ไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์ ห้ามรถสัญจรเข้า-ออก ร้านขายอาหารห้ามนั่งกินในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านได้ปิดห้างสรรพสินค้า ร้านบันเทิง ร้านคาราโอเกะ ร้านเกมออนไลน์ ฯลฯ 

 ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

ช่วงที่โควิดระบาดต้นปี 2563 รัฐบาลลาวได้สั่งปิดด่าน ทั้งด่านสากล ด่านประเพณี ห้ามคนเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และกาสิโนคิงส์โรมัน ก็ปิดลงชั่วคราว
    ปลายปีที่แล้ว สถานการณ์โควิดในลาวคลี่คลาย ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ จึงผ่อนปรนให้เปิดกาสิโน และห้างร้านต่างๆ ในสามเหลี่ยมทองคำ โดยมีนักพนันชาวจีน เมียนมา และไทย ที่แวะเวียนไปเล่นพนันที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา แล้วก็ข้ามโขงมาเล่นกาสิโนคิงส์โรมัน 
    ดังที่รู้กัน “จ้าว เหว่ย” ประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีความสนิทสนมกับ “ผู้นำรัฐบาลลาว” และเริ่มมีขยายบทบาทการลงทุนทำธุรกิจด้านเกษตรกรรม และท่องเที่ยวไปยังแขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455044

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

13 มกราคม 2564 – 13:28 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ ดาวมฤตยู โคจรทับดวงเมือง ดวงโลก กับเหตุวุ่นวาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากคนดวงตกอาจถึงฆาตได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต สาวเสพยาเค นมผง อายุถึงฆาต  ดับชีวิต   ด้วยวัยเบญจเพส  รวมถึงการเสียชีวิตหมู่และอาการสาหัส  ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ ดาวมฤตยู โคจรทับดวงเมือง  ดวงโลก  กับเหตุวุ่นวาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ตกเหตุคร่าชีวิตให้ล้มหายตายจาก  โรคภัยร้ายไวรัสโควิดคร่าชีวิต  ก่อให้เกิดสงครามจราจลตกเหตุบ้านการเมืองวุ่นวาย รวมถึงภัยพิบัติ  ด้วยอิทธิฤทธิ์ความรุนแรง  ก่อความวินาสให้เกิดทุกข์ระทม  บ่งบอกถึงการจู่โจมทะลุทลวง   ขัดแย้งประหัตประหาร  หากคนดวงตกอาจถึงฆาตได้   

ซินแสเข่ง  อาจารย์ ชนม์ทรรศน์    ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์ดวงดาวโคจรเหตุให้ปัจจุบันถึงขั้นวิกฤตของ ดวงเมือง  ด้วยอิทธิพลที่มีกำลังที่รุนแรง  ทำให้โลก  และประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสภาวะความวุ่นวาย ที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก  ขัดแย้ง  ทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้ง  และถึงขั้นประหัตประหาร   เพราะดวงเมืองอยู่ในกำลังที่อ่อน  ต่อดาวมฤตยูที่มีความรุนแรงของการสร้างเหตุ  ของดาวมฤตยู  เป็นปมสาเหตุ ทำให้เกิดเหตุอาเพศให้โรคภัย  ความขัดแย้ง  การสูญเสียดับชีวิต ของสาววัยเบญจเพศ  ที่ดวงตก พร้อมเพื่อน  นส.สุทธินี  หรือน้องมายด์  พร้อมเพื่อนด้วยวัยเบญจเพศเดียวกัน  และ  ที่เสียชีวิตดับหมู่  เนื่องจากเสพยาเคนมผง  ถึงกับเสียชีวิตกว่า 10 ศพ เพราะอยู่ในช่วงต้นปีของเดือนมกรา  ที่ถูกคลุมโคจรทับด้วย  ดาวมฤตยูดาวแห่งฑูตมรณะ  ที่ทำให้มีโอกาสเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นได้ตลอด  และทุกเหตุที่เป็นการทำลาย  ทั้งในและต่างประเทศในระยะนี้  ตลอดถึงภัยพิบัติ   หากชีวิตใครที่ถึงฆาตด้วยวัย  เบญจเพส  ยิ่งต้องควรระวังมากขึ้น  เพราะเป็นรอยต่อของชีวิต

ซินแสเข่ง  ได้วิเคราะห์เพิ่มเติม   ถึงดวงชะตา ของนางสาวสุทธินี  หรือน้องมายด์   เป็นเด็กที่มีความพยายาม   มีความอดทนมีความตั้งใจ   อยากจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จก็จะตั้งเป้าหมายตนเองเอาไว้เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง   แต่ในพื้นฐานดวงชะตานั้น  เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ด้วยเหตุนี้อาจจะผิดหวังเรื่องของความรัก  ชีวิตครอบครัว  และทำให้เดินทางผิด โดยหวังเสพยาเสพติด เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาปมของชีวิตที่ผิดหวังและคาดว่าอาจจะช่วยแก้ปัญหาชีวิตของตนเองได้  แต่เมื่อมาถึงจุดจุดหนึ่ง เข้าสู่วัยเบญจเพส ยิ่งต้องระวังตนเองมากขึ้น ประกอบกับ ในช่วงระยะเวลานี้ ภาวะบ้านเมืองที่ตกอยู่ในช่วงของ ดาวมฤตยู ทูตแห่งมรณะ พร้อมที่จะทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่าง ประกอบกับ โรคร้ายไวรัสโควิค – 19    ตกระบาดหนัก ภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำ ทำให้เกิดความเครียด และหวังเสพยา เพื่อช่วยคลี่คลาย แต่ก็ถึงจุดสุดท้าย ของชีวิต