ม็อบเลิกเร็ว ‘ถอดใจหรือหักมุม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบเลิกเร็ว ‘ถอดใจหรือหักมุม’

ม็อบเลิกเร็ว 'ถอดใจหรือหักมุม'20 กันยายน 2563 – 17:59 น.

‘ม็อบเพนกวิน-รุ้ง’ มาเร็วเคลมเร็ว ยุติม็อบชนิดกองเชียร์อารมณ์ค้าง แกนนำถอดใจ หรือลดความสุ่มเสี่ยง 

++
    การประกาศชัยชนะยกแรกของ“เพนกวิน” แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หลังจาก “รุ้ง” เดินไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้กองเชียร์บางส่วนออกอาการงงๆ 
  “สมชัย ศรีสุทธิยากร”ยังโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.2563
    “1.ผู้ชุมนุมในช่วงเช้า น่าจะอยู่ที่ไม่เกินหมื่นคน เป็นกลุ่มที่ยืนหยัดค้างคืน ถือเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่สามารถเป็นภาพที่สวยงามมีพลัง แบบ 14 ตุลา 2516  ทั้งนี้เพราะเงื่อนไขจำกัดหลายประการ
    2.การประกาศบนเวทีของผู้นำการชุมนุม ที่เปลี่ยนเส้นทางจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังที่ใหม่ที่ไม่ได้ชี้แจงชัดเจน  เป็นนาทีที่สุ่มเสี่ยงและน่าเป็นห่วงที่สุด..” 
    ปฏิกิริยาการยุติการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ยังเป็นข้อถกเถียงในสื่อโซเชียล 
    บางเสียงว่า แกนนำม็อบหักมุม ไม่เสี่ยงแตกหัก แสดงความมีวุฒิภาวะของแกนนำม็อบ
    ความต่างระหว่าง “มีอาการถอดใจ” กับ “มีวุฒิภาวะ” ก็อยู่กับมุมมองของกองเชียร์แต่ละฝ่าย 

++
มวลชนไม่ตามเป้า
++
 นับแต่มีนัดหมายชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แถลงครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะปักหลักพักค้าง และเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล
 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ คาดการณ์จะมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 2 แสนคน โดยเลือกท้องสนามหลวง เป็นสถานที่ปักหลักพักค้าง ส่วนสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์เป็นเป้าหลอก
 เอาเข้าจริง “จำนวน” มวลชนช่วงเวลาพีกสุดประมาณ 4 ทุ่ม ก็ไม่ถึง 5 หมื่นคน แม้จะประกาศบนเวทีว่า เต็มสนามหลวง แต่ของจริงก็แค่ครึ่งสนามหลวงแบบหลวมๆ 
 เนื่องจากไม่มี “มวลชนจัดตั้ง” เหมือนตอนม็อบเสื้อแดง จึงทำให้มวลชนเหลือถึงรุ่งเช้าแค่หลักหมื่น การจะไปตามเป้าหมายเดิม คงไม่ประสบความสำเร็จจึงต้องถอย
++
ฝ่ายรัฐตั้งรับแข็งแกร่ง
++
 ฝ่ายความมั่นคง ไม่เชื่อว่า ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จะไปทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่สำคัญใกล้เคียง จึงวางแนวป้องกันไว้ที่จุดแรกที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และจุดที่ 2 คือสะพานมัฆวานรังสรรค์ 
 รอบทำเนียบรัฐบาล 4 ด้าน มีแนวตั้งรับแท่งแบริเออร์ แท่งซีเมนต์ และลวดหนาม 
  เหนืออื่นใด หน่วยข่าวความมั่นคงรู้แผนที่จะไปวางหมุด “คณะราษฎรใหม่” ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จึงให้ ส.ว.คนหนึ่งปูดข่าวนี้ 
  แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เลยตัดสินใจฝังหมุดคณะราษฎรใหม่ กลางท้องสนามหลวงแทน
 กลางดึกคืนวันเสาร์ ตำรวจนครบาลคงได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จึงนำรถเมล์มาวางแนวป้องกันถนนราชดำเนินใน ฝั่งศาลฎีกาเพราะเส้นทางนี้จะไปทำเนียบองคมนตรีได้ 
 เมื่อเจอแนวต้านที่แข็งแกร่ง “เพนกวิน” และสหาย จึงปรับแผนไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี และส่ง “รุ้ง” ไปยื่นหนังสือข้อร้องเรียนแทน
++
ม็อบหักมุม
++
 อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่เชียร์ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ก็มองว่า การเปลี่ยนแผนไม่ไปทำเนียบรัฐบาล คือ แกนนำม็อบได้สร้าง”เซอร์ไพรส์” โดยปักหมุดสนามหลวง และไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี โดยไม่เคลื่อนไปทำเนียบรัฐบาล
  แสดงถึง “วุฒิภาวะ” ของแกนนำม็อบวัย 18-19 ปี พวกเขามีความสุขุมรอบคอบ ไม่ได้มุทะลุ แกนนำม็อบเด็กคิดถึงการปกป้องมวลชนมากกว่าและคิดยาวกว่า
 สรุปว่า แกนนำม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประเมินมวลชนสูงเกินจริง และขาดประสบการณ์ในสถานการณ์ “ม็อบเผชิญหน้า” จึงต้องพลิกเกมเล่นใหม่ 

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง “นิทานหลอกเด็ก” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง “นิทานหลอกเด็ก”

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง "นิทานหลอกเด็ก"20 กันยายน 2563 – 15:10 น.

ภาพจำในอดีต วิถีชนบทแต่ละหมู่บ้าน ผู้สูงวัยถูกล้อมวงด้วยเด็กๆ เพื่อฟังนิทาน เมื่อวันเวลาผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนไป อย่างรวดเร็ว เรื่องเล่าในอดีตบางครั้งก็เป็นได้เพียง นิทานหลอกเด็ก บทวิเคราะห์โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

         ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณยายเป็นนักเล่านิทานประจำหมู่บ้าน มีเด็กหลายคนมาล้อมวงคอยฟังนิทานจากคุณยาย ทุกคนจะเงียบกริบและตั้งใจฟังอย่างสนุกสนาน นิทานเป็นความบันเทิงเดียวที่เด็กๆ จะได้รับในยุคนั้น ก่อนที่เทคโนโลยีจะมาแยกระยะห่างระหว่างบุคคลออกไปจนหมดสิ้น

       โลกปัจจุบันเปลี่ยนไป ข่าวสารสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำกัดสถานที่และเวลา การที่คนเราได้รับรู้อะไรเพียงบางส่วน อาจทำให้เข้าใจว่าตนเองรู้แจ้ง ทำให้เกิดความมั่นใจในองค์ความรู้ของตนเอง ที่ได้มาโดยปราศจากประสบการณ์หรือไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นจริงเลย อาจทำให้บุคคลนั้น ยิ่งมั่นใจในความรู้ของตนเองและแสดงออกถึงอาการที่แข็งกราว มั่นใจในตนเอง ทั้งที่มีความรู้เพียงครึ่งๆ กลางๆ อาจบอกได้ว่า เป็นการหลงผิดก็เป็นได้

      ส่วน โลกของนิทาน(หลอกเด็ก) สมัยผมฟังนิทาน ส่วนหนึ่งเพื่อความบันเทิงและรับคำสอนจากผู้ใหญ่สอนเราผ่านนิทานว่า โลกนี้มี ธรรมะกับอธรรม มีฝ่ายพระเอกกับฝ่ายผู้ร้าย บางคนเกิดมาเพื่อยิ้มละไมเป็นคนดีไปตลอดชีวิต บางคนเกิดมาเพื่อแยกเขี้ยวยิงฟันเป็นคนร้ายไม่ได้เลิก

        และเด็กทุกคนก็ควรตัดสินใจเลือกอยู่ข้างพระเอก ถ้าไม่ได้เป็นพระเอกอย่างน้อยเป็นลูกน้องพระเอกก็ยังดี ทุกอย่างถูกกำหนดเช่นนั้น แต่อย่างไรผู้ใหญ่ก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องผีเป็นเรื่องสุดท้าย เพื่อให้เราเข้านอนด้วยความกลัวและหลับไปอย่างเร็ว จนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่

          เป็นอันว่า ในหมู่มนุษย์ของเราอันเป็นสัตว์ครองโลก จัดว่าฉลาดที่สุดแล้ว (เท่าที่ทราบ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่) มีสมองมากที่สุดแล้ว ตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้ปล่อยให้เด็กเห็นโลกตามที่มันเป็น

        ซึ่งเด็กแต่ละคนควรจะโตขึ้นมา ด้วยวิธีแยกแยะของตัวเอง ว่าสิ่งใดควรฝังใจ ฝังจำ ยึดมั่นเป็นคุณงามความดีกันแน่ ทำอย่างไร เราจะให้เด็กเห็นความจริง คนๆ หนึ่งไม่ได้อยู่ข้างดีหรือข้างร้ายมาแต่เกิด ทุกคนมีที่มาที่ไป ทุกคนเผลอทำชั่วบ้าง มีแก่ใจทำดีบ้าง เด็กๆ สามารถโตขึ้นมาแบบทันเหตุการณ์ไม่ตกข่าว ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าข่าวสารไม่ได้น่าเสพไปทั้งหมด หลายเรื่องไม่ต้องรู้ก็ได้ 

        ย้อนกลับมาที่ การศึกษาของประเทศไทย ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นการจัดการศึกษา โดย มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกใน ความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

        หรือว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นผลจากการจัดการศึกษาที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างมากมาย จนคนที่ออกแบบการศึกษายังรับมันไม่ได้ หรือเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของข่าวสารเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น       

          การได้รับองค์ความรู้ที่ไม่สมบูรณ์ โดยปราศจากประสบการณ์จริง ถ้าเป็นผลไม้ที่ยังไม่สุกก็รีบเด็ดมารับประทาน จึงไม่อร่อยอย่างที่คาดหวัง แม้จะเป็นไปในรูปแบบไหนก็ดีผลที่ได้รับก็ยังคงเป็นความเสียหายของบ้านเมือง อยากฝากให้ทุกคนลองไตร่ตรองดู

       แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมย้อนคิดถึงอดีต เพราะ มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่งออกมาเล่า “นิทานหลอกเด็ก” ผ่านสื่อหลายช่องทางกระจายไปทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นนิทานก่อนนอน เรื่องผี น่าจะเป็นการกล่อมให้เด็กนอน

‘อานนท์’บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ ‘แดง 112’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘อานนท์’บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ ‘แดง 112’

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'20 กันยายน 2563 – 14:45 น.

ทนายอานนท์ เล่นเกมเสี่ยงสุดๆ วัดใจฝ่ายถืออำนาจ ท้าพิสูจน์พลังขวาพิฆาตซ้าย… คอลัมน์ ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

          ภารกิจปักหมุดคณะราษฎร 2563 ผ่านไปด้วยดี ไม่มีเหตุร้าย แต่คำปราศรัยของ “อานนท์ นำภา” ในเวทีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่บริเวณสนามหลวง คงสร้างความปวดหัวให้ฝ่ายความมั่นคงอยู่ไม่น้อย

       อ่านข่าว : ‘ศรีสุวรรณ’ โพสต์ปักหมุดคณะราษฏร2563  ให้มันจบที่ ‘เรือนจำ’

         จริงๆแล้ว การปราศรัยของอานนท์ในช่วงหลังๆ ก็วนอยู่กับเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ เพียงแต่คืนวันเสาร์กลางทุ่งพระเมรุ อานนท์ได้ขยายเรื่อง 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน แบบตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม

         แม้ตัวทนายอานนท์ จะย้ำว่า การปราศรัยของเขาอยู่ภายใต้กรอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยากเห็นบ้านเมืองอยู่ภายใต้ระบอบนี้ ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลย

         แต่ประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ไม่ได้คิดแบบนั้น สำรวจปฏิกิริยาในทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊คอีกฟากฝั่งหนึ่ง ล้วนแสดงความไม่พอใจทนายอานนท์ อารมณ์ประมาณขวาพิฆาตซ้าย เมื่อ 44 ปีที่แล้ว 

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'
'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'

        ++

         ทนายลาบก้อย

         ++

         ความเป็นแกนนำมวลชนแบบอานนท์ นำภา อาจแตกต่างจากแกนนำ นปช. หรือแกนนำพันธมิตรฯ อานนท์ ไม่เคร่งครัดเรื่องชีวทรรศน์ เป็นคนชอบกินลาบก้อย และร้องหมอลำตามร้านเหล้า

         “มีท่อน้ำเลี้ยงจากสวิส 20,000 บาท แบ่งให้เยาวชนที่มาจากร้อยเอ็ด 10,000 บาท ที่เหลือ 10,000 บาท คืนนี้เป็นค่าอาหารหลังเวทีครับ ทนายอานนท์จะทำลาบก้อย ซอยจุ๊ ให้กิน”

         สเตตัสในเฟซบุ๊คทนายอานนท์ เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.2563 ไม่ต่างจากที่เขาให้สัมภาษณ์เวบ The Isaander ว่า “กินลาบมันมีความเป็นเพื่อนเป็นชุมชน..มีกินลาบกินข้าวกัน แล้วก็ใช้ทำกิจกรรมกัน กินลาบต้านรัฐประหาร กินลาบก็จะพ่วงด้วยเรื่องอื่น”

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'

ทนายอานนท์ นำภา

         ปีที่มีรัฐประหาร 19 กันยา อานนท์เรียนกฎหมายที่รามคำแหง วันหนึ่ง “หนูหริ่ง” สมบัติ บุญงามอนงค์ ตั้ง “เครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร” อานนท์ก็ไปอ่านบทกวี บนเวทีต้านเผด็จการที่ท้องสนามหลวง

         สมัยโน้น สนามหลวงคือ แหล่งรวมพลคนไม่เอาสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นชูชีพ ชีวสุทธิ์(ลุงสนามหลวง), สุรชัย แซ่ด่าน, ดา ตอร์ปิโด, ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฯลฯ

         แนวคิดพังเพดานหรือทะลุเพดาน แบบเพนกวิน หรือทนายอานนท์ในวันนี้ ก็มีเชื้อไฟมาจากเวทีม็อบเล็กๆ กลางสนามหลวง เมื่อปี 2550 

       ++

         รับช่วงภารกิจ “แดง 112”

         ++

         ปี 2552 อานนท์ จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบเนติบัณฑิต

         หลังการสลายการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 อานนท์รับทำคดีทางการเมือง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้แก่คนเสื้อแดงจำนวนมาก

         นอกจากนี้ “ทนายน้อย” หรือทนายอานนท์ ยังรับว่าความคดี 112 ให้คนเสื้อแดง จึงได้ใกล้ชิด อาจารย์หวาน -สุดา รังกุพันธ์ และไม้หนึ่ง ก. กุนที แกนนำกลุ่มปฎิญญาหน้าศาล ที่มีความคิดอุดมการณ์แบบ “แดงปีกซ้าย”

         กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล พยายามรวบรวมรายชื่อขอแก้ไข ม.112 ระดมคนเสื้อแดงปีกฮาร์ดคอร์ หาบกล่องรายชื่อไปยื่นสภาฯ แต่ร่างแก้ไข ม.112 ก็ถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถีบทิ้งไม่ไยดี

         ต่างจากเที่ยวนี้ 10 ข้อเสนอของเพนกวิน หรือหนึ่งความฝันของอานนท์ มีพรรคก้าวไกล เป็นทัพหน้าในสภา ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดพระมหากษัตริย์

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'
'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'
'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'

‘แดง’มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘แดง’มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน19 กันยายน 2563 – 18:38 น.

มาตามนัด คนเสื้อแดงหลั่งไหล เข้าร่วมม็อบ 19 กันยา ไม่สนแกนนำ นปช.

++
    เป็นไปตามที่กลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุมประเมินไว้ว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงประมาณ 1 แสนคน
    ที่แน่ๆ คือ คนเสื้อแดงจำนวนมากเดินทางมาถึงสนามหลวง ตั้งแต่เช้าวันที่ 19 ก.ย.2563
  

 นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แกนนำคนเสื้อแดงภาคตะวันตก และแดงราชบุรี โพสต์เฟซบุ๊คว่า “วันแห่งพันธกิจร่วมกันของฝ่ายประชาธิปไตยทุกคน สำหรับคนเสื้อแดง หากเป็นคนเสื้อแดง และถึงวันนี้ ก็เป็นแดงสีไม่ตก และอยู่ในสถานะที่มีความพร้อมทั้งกำลังและเวลาที่จะออกไปร่วมชุมนุมได้ ต้องออกไปร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ออก”

'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

                                  ธงแดง ที่มีรูป เสธ.แดง              

หมอพงษ์ศักดิ์บอกว่า “วันที่ 19 กันยายน นี้ ปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลพวงจากการเคลื่อนไหว ที่ต่อเนื่องมาตลอดของ คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ นปก. นปช. และ มวลชนคนเสื้อแดง”                           
++
แดงปริมณฑล
++
    จากการสังเกตการณ์ของทีมผู้สื่อข่าวพบว่า คนเสื้อแดงที่มาร่วมเป็นกองหนุน “ม็อบนักศึกษา” ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงกรุงเทพฯ และปริมณฑล 
    1.กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดย ไก่ บิ๊กแมน และเหล่าแม่ยกเสื้อแดง 
    2.กลุ่มเส้นทางสีแดง ของ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง ที่เคยร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในอดีต
    3.กลุ่มแดงเมืองนนท์ หรือกลุ่มเมืองนนท์ไม่ทน กลุ่มนี้เดินทางมาโดยเรือโดยสารจากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าพระจันทร์ พร้อมกับเพนกวิน 
    4.กลุ่มแดงลำลูกกา นำโดย ศรรัก ทองชัย และสมชาติ นาคบรรจง
    5.กลุ่มแดงตะวันตก มาจากนครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี
    5.กลุ่ม นปช.ภาคเหนือ มาจากเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา อุตรดิตถ์ และเชียงราย 

                                            'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน
                                            กลุ่มแดงลำลูกกา

'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

                      สถานี UDD NEWS ของ นปช.สาย ธิดา ถาวรเศรษฐ์

มีข้อน่าสังเกตว่า กลุ่มแดงอีสาน มาน้อยกว่าที่คาด อาจเป็นเพราะพายุโนอึลพัดผ่าน ชาวบ้านยังห่วงเรื่องน้ำท่วมบ้าน                            'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน
                         สมบัติ ทองย้อย การ์ดเสื้อแดง 

 การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น ไม่ได้ขึ้นต่อการนำของแกนนำ นปช. พวกเขาประกาศ “หนูเป็นกองหน้า ป้าเป็นกองหนุน” มานานแล้ว

ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม”

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

19 กันยายน 2563 – 16:50 น.

ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม” ม็อบ 19 กันยา แค่ซ้อมจริงหรือ แกนนำม็อบประชาชนปลดแอก เตรียมรับไม้ต่อเดือนตุลาคม

++
เริ่มแล้ว ม็อบเบิ้ม-เบิ้ม 19 กันยา ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายหน่วยข่าวความมั่นคงประเมินว่า ไม่ใช่การชุมนุมครั้งสุดท้าย สอดรับกับ “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผ่านหน้าเฟซบุ๊กว่า 

อ่านข่าว…   “ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

อานนท์ นำภา

“วันที่ 19-20 ก.ย. เป็นการซักซ้อม เรียนรู้สะสมกำลังและประสบการณ์สำหรับคณะผู้จัดที่ยังค่อนข้างใหม่ ส่วนงานจริงน่าจะเป็นกลาง-ปลายเดือนตุลาคม แต่ถ้าฝ่ายรัฐกดดัน ปิดกั้น ใช้มาตรการแข็งกร้าว งานซักซ้อมนี้ก็อาจกลายเป็นงานจริงไปเลยก็ได้”     

ดังที่เราทราบว่า ภาพรวมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในยุครัฐบาลประยุทธ์ มี 2 ขบวนคือ

“คณะประชาชนปลดแอก” ที่ชู 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน

“แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ที่พังเพดานการเรียกร้องไปสู่ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง

จริงๆแล้ว แกนนำทั้งสองขบวนนี้ ก็คนกลุ่มเดียวกัน เพียงแต่แบ่งบทการแสดง ไม่ได้ขัดแย้งกัน

คิวม็อบ 19 กันยา เป็นเรื่องของ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 

ส่วนคิวต่อไป เป็นหน้าที่ของคณะประชาชนปลดแอก ที่รอรับไม้ต่อจากแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ สายเพนกวิน สายรุ้ง
++
ม็อบปลดแอก
++
การชุมนุมมวลชนขนาดใหญ่ครั้งแรก นับแต่รัฐประหาร 2557 จัดการโดย “คณะประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2563 เป็นก้าวแรก ก่อนที่ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” จะรับไม้ต่อ     

ตัวละครหลักของคณะประชาชนปลดแอกคือ  “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี อดีตสภานิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นเดียวกับเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตประธานสภานิสิต นิสิตคณะรัฐศาสตร์     

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

เพื่อน ส.ส.โรม อยู่เบื้องข้างม็อบปลดแอก

ปี 2561 ฟอร์ด ทัตเทพ สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และเข้าร่วมเครือข่ายคนรุ่นใหม่ หรือ NGN Revive ของพรรค ในฐานะเครือข่ายคนรุ่นใหม่กรุงเทพฯ     

นอกจากฟอร์ด ก็ยังมี “อั๋ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์โฆษก สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) , ณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตประธานพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์ และแกนนำแฟลชม็อบ เป็นองค์การนำประชาชนปลดแอก    

“อานนท์ นำภา” ไม่ใช่คณะนำ แต่ก็คล้ายกับเสนาธิการของคณะประชาชนปลดแอก 

++
เพื่อนโรม
++
ภาพเปิดแกนนำประชาชนปลดแอก ก็คือเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่วงในนักกิจกรรมต่างรู้ดีว่า  “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” ของ “โรม” รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นกองหนุนให้แก่รุ่นน้อง    

แฟลชม็อบ “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย เพื่อขับไล่จอมวายร้าย และปกป้องประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จัดโดยกลุ่มเพื่อน ส.ส.โรม    

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

รุ้ง ปนัสยา

อานนท์ นำภา ได้จุดไฟม็อบด้วยเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ” อันเป็นที่มาของ 1 ความฝันของคณะประชาชนปลดแอก    

“ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว แม่ทัพกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย  ร่วมกับ “ปอ” กรกช แสงเย็นพันธ์ และ “ธนพล พันธุ์งาม” สองนักกิจกรรมในนาม “กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์” ที่เคยเคลื่อนไหวคัดค้าน คสช. ร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่    

ผ่านจากม็อบ 19 กันยา หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ก็คงได้พบกับม็อบเบิ้มๆ จากคณะเพื่อน ส.ส.โรม ในช่วงเดือน ต.ค.นี้

“ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 19 กันยายน 2563 – 13:20 น.

“ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา  รอมา 14 ปี “ธนาธร” สานต่อภารกิจต้านเผด็จการปี 2549 หนุน “ม็อบเพนกวิน” พังระบอบกินคน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.2563 เพราะเป็นวันครบรอบ 14 ปี แห่งการก่อรัฐประหาร 19 กันยา 

อ่านข่าว…  คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 
    

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 

ธนาธร เข้าร่วมชุมนุมต้านรัฐประหาร 19 กันยา เมื่อปี 2549

แฟนเพจคณะก้าวหน้า โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โพสต์ว่า “14 ปี ระบอบกินคน เริ่มมาตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาจนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน”    

แกนนำคณะก้าวหน้า ทั้งธนาธร ปิยบุตร และช่อ พรรณิการ์ ยังปลุกเร้าให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมให้เยอะๆ

“พอกันที 14 ปีของระบอบกินคน สูบเลือดสูบเนื้อประชาชน ทำลายทุกอย่างเพื่อให้คนไม่มีคนไม่กี่ตระกูลได้ครองอำนาจ”

จริงๆ แล้ว ธนาธร และผองเพื่อน ได้ลุกขึ้นต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยา หลังการยึดอำนาจไม่ถึง 2 เดือน

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา  เครือข่าย 19 กันยาฯ ชุมนุมท้องสนามหลวง

++
กลุ่มพังเพดาน
++
ดังที่ทราบกัน “กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” เป็นมวลชนกลุ่มแรกๆ ที่ออกมาชุมนุมต่อต้านคณะรัฐประหาร 2549 ที่ท้องสนามหลวง    

แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ มาจากบอร์ดราชดำเนิน เวบพันทิป ที่รวมตัวกันในนาม “คนรักทักษิณ” และจากเวทีการชุมนุมของกลุ่มแท็กซี่-คาราวานคนจน ที่สวนจตุจักร     

ตอนหลัง มีการจัดตั้งกลุ่ม นปก. แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ฯ บางส่วน จึงแยกตัวออกไปรวมตัวเป็น “สภาประชาชนต้านเผด็จการ” โดยมี สุรชัย แซ่ด่าน ,“ดา ตอร์ปิโด” และสมยศ พฤกษาเกษมสุข  เป็นแกนนำ    

กลุ่มสภาประชาชนฯ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่พยายามพังเพดานการต่อสู้ ไม่หยุดแค่ต้านเผด็จการทหาร แต่ทะลุไปที่ระบอบอำมาตยาธิปไตย    

สิ่งที่กลุ่มสภาประชาชนฯ พูด ก็คือ เนื้อหา 10 ข้อเสนอของเพนกวิน และสหายนั่นเอง 

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา  ธนาธร ปลุกเร้าผู้คนให้เข้าร่วมชุมนุมที่ธรรมศาสตร์

++
เพื่อนธนาธร
++
ก่อนที่จะก่อเกิดกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เมื่อปลายปี 2549 “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” เป็นการรวมตัวของนักศึกษา นักกิจกรรม กลุ่มเล็กๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ    

เครือข่ายนี้ มีนักวิชาการ และอดีตนักกิจกรรม สนนท.รวมกลุ่มกันขึ้นมา โดย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และผองเพื่อน รวมถึง “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล เข้าร่วมด้วย     

วันที่ 18 มี.ค.2550 เครือข่าย 19 กันยาฯ ระดมมวลชนได้ประมาณ 2,000 คน จัดการชุมนุมและเดินขบวนในโอกาสครบรอบ 6 เดือนการรัฐประหาร โดยเดินขบวนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์    

ถัดมา วันที่ 18 พ.ค.2550 “คนเดือนตุลา” กลุ่มหนึ่งสุมหัวคิดออกแบบองค์กรร่วมชื่อ “แนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร” (นปตร.) พร้อมกับนัด 22 กลุ่ม มาประชุมกันที่ธรรมศาสตร์    

องค์กร นปตร. ตั้งได้ไม่กี่วัน เกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่ผู้ประสานงานและผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องการไปร่วมกับกลุ่มนักการเมืองสายทักษิณ “ธนาธร” และเพื่อน จึงนำเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร ไปจัดกิจกรรมทางวิชาการแทน    

ธนาธร รอเวลาฟ้าสีทองมาถึง 14 ปี พวกเขาจึงหวังที่จะให้ “ระบอบกินคน” จบที่คนรุ่นนี้

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย18 กันยายน 2563 – 16:26 น.

โนอึลมาแรง ฝนถล่มลาวใต้ เขื่อนเซกะหมาน 3 เร่งระบายน้ำ ชาวบ้านหวั่นเขื่อนแตกซ้ำรอยปี 2559

++
    ตั้งแต่เช้าวันที่ 18 ก.ค.2563 อิทธิพลพายุโนอึล ที่ขึ้นฝั่งตอนกลางของเวียดนาม ส่งผลให้มีฝนตกหนักทั่วภาคใต้ของ สปป.ลาว 
    สื่อโซเชียลลาวได้นำแพร่ภาพน้ำท่วมในตัวนครปากเซ แขวงจำปาสักและอีกหลายเมืองทางแขวงสาละวัน

ล่าสุด บริษัท ไฟฟ้าเซกะหมาน 3 จำกัด ออกหนังสือด่วนเรื่อง “เขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 3” จะเพิ่มการระบายน้ำ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 18 ก.ย.นี้ โดยเพิ่มจาก 30 ล้าน ลบ.ม. จนถึง 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือภัยน้ำท่วม

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย

                                      หนังสือแจ้งการระบายน้ำ


เขื่อนไฟฟ้าเซกะหมาน 3 ตั้งอยู่ที่บ้านดากยรัง เมืองดากจึง แขวงเซกอง ซึ่งเขื่อนแห่งนี้ลงมือก่อสร้างมาแต่ปี 2549 เป็นการร่วมทุนโดยรัฐบาลลาว กับรัฐวิสาหกิจเวียดนาม และเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้า เมื่อปี 2556 โดยมีสัญญาสัมปทาน 29 ปี 

บริษัท Song Da ของเวียดนาม เป็นผู้ก่อสร้างเขื่อนเซกะหมาน 3 มีกำลังผลิตไฟฟ้า 250 เมกะวัตต์ และไฟฟ้าที่ผลิตได้ 90% ส่งขายเวียดนามภาคใต้ 

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย

                               เขื่อนเซกะหมาน 3 (แฟ้มภาพ) 

ข่าวเซกะหมาน 3 เร่งระบายน้ำ ทำให้ชาวเมืองดากจึงขวัญผวา เนื่องจากเขื่อนแห่งนี้ เคยเกิดเหตุอุโมงค์ไฟฟ้าแตก ส่งผลให้มวลน้ำทะลักท่วมบ้านดากยรัง เมืองดากจึง แขวงเซกอง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2559

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย

     อุโมงค์ไฟฟ้าของเขื่อนเซกะหมาน 3 ที่เคยแตก ปี 2559 

เหตุการณ์เขื่อนแตกครั้งนั้น ทางการลาวได้ปิดข่าว และไม่มีชาวบ้านลุกขึ้นมาร้องเรียนเรื่องความเสียหาย เนื่องจากประชากรชาวเมืองดากจึง เป็นชนกลุ่มน้อย ตั้งชุมชนกระจัดกระจายตามที่ราบสูง 
    

พิษโนอึล เขื่อนลาวระบายน้ำ หวั่นแตกซ้ำรอย

                                 เขื่อนเซกะหมาน 3 (แฟ้มภาพ)

อนึ่ง เหตุการณ์เขื่อนแตกที่เมืองดากจึง แขวงเซกอง เกิดขึ้นก่อนกรณีคันดินของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แตก มวลน้ำถล่ม 13 หมู่บ้าน เสียหายหนักกว่าเขื่อนเซกะหมาน 3

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 18 กันยายน 2563 – 15:35 น.

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา  เหมือนไฟต์ล้างตา 3 ปีก่อน ม็อบคนอยากเลือกตั้งไปไม่ถึงทำเนียบ แต่ปีนี้ “ม็อบเพนกวิน” ทะลุทำเนียบ

++
วันสุกดิบก่อนนัดรวมพลที่ธรรมศาสตร์ พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า เปิดหน้าระดมคนเข้าร่วมการชุมนุมให้ถึงเป้าคือหลักแสน    

อ่านข่าว…   พี่ยึดได้ น้องก็ยึดได้ ม็อบธรรมศาสตร์

อ่านข่าว…  เปิดโฉม ก๊วนเพื่อนโรม พี่เลี้ยงเด็กปลดแอก
 

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 

อานนท์ นำภา

พรรคเพื่อไทย กลัวตกกระแส ยึดชายขอบสนามหลวงเป็นกองบัญชาการ อ้างคอยช่วยเหลือลูกๆหลานๆ     

สมทบด้วยพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคพลังปวงชน ส่ง ส.ส.เข้ามาสังเกตการณ์ด้วย
++
คนอยากเลือกตั้ง
++
เมื่อค่ำวันที่ 21 พ.ค.2561 “โรม” รังสิมันต์ โรม, อานนท์ นำภา, “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ, “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา ,“บอล” ธนวัฒน์ วงศ์ไชย และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ในนาม “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ได้ยึดหน้าประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นำพามวลชนกลุ่มหนึ่งปักหลักพักค้าง    

รุ่งขึ้นวันที่ 22 พ.ค.2561 “โรม” และ “จ่านิว” ประกาศนำมวลชนประมาณ 500 คน บุกทำเนียบรัฐบาล เพียงแต่เคลื่อนขบวนพ้นประตูด้านสนามหลวง ก็เจอตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งด่านสกัด    

ยื้อกันอยู่พักใหญ่ สุดท้าย โรมและคณะ นำม็อบคนอยากเลือกตั้ง ก็ยอมถอย แต่ อานนท์ นำภา ได้นำมวลชนกลุ่มเล็กๆเดินทางมาถึงบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แต่ก็ฝ่าด่านตำรวจไปไม่ได้

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 

รังสิมันต์ โรม ขอล้างตา

นั่นคือ ภาพอดีตแห่งความล้มเหลวของม็อบคนอยากเลือกตั้ง แต่วันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป แนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ก็ตั้งเป้าไปทำเนียบรัฐบาล     

มวลชนไม่แค่ 500 คน หากประเมินกันว่าขั้นต่ำ 5 หมื่นคน และอาจทะลุแสนคน 

++
คนหน้าเดิม
++
“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ มือลุยของม็อบคนอยากเลือกตั้ง ในปีนี้ โตโต้เป็นหัวหน้าการ์ดม็อบ 19 กันยา    

“ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน ไม่มีอะไรเกินความคาดหมาย เราได้เตรียมแผนรองรับไว้หมดแล้ว  ถึงวันที่ 19 ก.ย. ทุกอย่างจะเรียบร้อย  ขอให้มาแต่ตัวกับใจถึงๆ ก็พอ แล้วพบกัน”    

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 

จ่านิว มาแล้ว

โตโต้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่สนามฟุตบอล เพราะทีมการ์ดอาสา ได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว    

นอกจากนี้ โตโต้ยังประสานกับแกนนำแฟลชม็อบภาคอีสาน 10 กว่าจังหวัด ที่จะนำกำลังคนเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยรถตู้    

เช่นเดียวกับ “บอล” ธนวัฒน์ วงค์ไชย ที่ประสานกับแกนนำเสื้อแดงภาคเหนือ “พี่น้องทางเหนือ จะขนทัพกันเข้ากรุงเทพไปร่วมชุมนุมใหญ่กับนักศึกษา ที่ธรรมศาสตร์ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน รวมถึงอุตรดิตถ์ไปกันแบบเบิ้มๆ แน่นอนครับ”    

คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 

รอชมอภินิหารเพนกวิน

ส่วน “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ที่ต้องหลบภัยชั่วคราว เนื่องจากมีข่าวจะโดนอุ้ม ในช่วงหลัง จ่านิวออกเดินสายไปปราศรัยทางภาคเหนือ และภาคอีสาน    

สำหรับ อานนท์ นำภา ทนายความหัวก้าวหน้า พร้อมแกนนำประชาชนปลดแอก เป็นกองหนุนแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม    

ปลายเดือน ต.ค.2563 คณะประชาชนปลดแอก จะจัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง หนนี้ระดมคนเป็นแสน จัดหนักจัดเต็ม 

ล่มสลาย นปช.มีแต่หัว มวลชนปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ล่มสลาย นปช.มีแต่หัว มวลชนปลดแอก

ล่มสลาย นปช.มีแต่หัว มวลชนปลดแอก18 กันยายน 2563 – 08:25 น.

ล่มสลาย นปช.มีแต่หัว มวลชนปลดแอก ใกล้ 19 กันยา คนเสื้อแดงทิ้ง “แกนนำ นปช.” มากขึ้นเรื่อยๆ ขอเป็นสหายศึกร่วมเยาวชนก้าวหน้า คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
“เสื้อแดง” ถูกพูดถึงเยอะ ก่อนวันดีเดย์ “ม็อบ 19 กันยา” ซึ่งหน่วยข่าวความมั่นคงก็ประเมินว่า มวลชนคนเสื้อแดงจะเข้าร่วมชุมนุมเยอะ

อ่านข่าว…   ของจริงไม่ฝัน นักศึกษา กับ “คนเสื้อแดง”

“ชินวัฒน์ หาบุญพาด” อดีตแกนนำ นปช. ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 17 ก.ย.2563 ว่า “ได้ข่าวว่าแกนนำ นปช. และกปปส.พร้อมทั้งพันธมิตรฯ จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก่อนวันที่ 19 ก.ย. ขอบอกว่าไม่เกี่ยวกับผม วันนี้ แกนนำ นปช.ไม่มีแล้ว”    

ขอย้ำคำว่า “วันนี้ แกนนำ นปช.ไม่มีแล้ว” เพราะไปส่องเฟซบุ๊กคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย ที่พูดเป็นเสียงเดียวกับชินวัฒน์    

จริงๆ แล้ว องค์กร นปช. ไร้เอกภาพมาปีกว่า นับแต่แกนนำ นปช.ที่เหลืออยู่ แยกทางกันเดิน ในช่วงเลือกตั้งปี 2562    

วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แยกตัวไปอยู่ที่ศูนย์ข่าวยูดีดีนิวส์ ที่อาคารเอเวอรี่มอลล์ (นิวเวิลด์เดิม) สี่แยกแคราย นนทบุรี     

ส่วน จตุพร พรหมพันธุ์ และสำนักข่าว Peace News ยังอยู่ที่ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว รอเวลาย้ายไปรังใหม่ แถวซอยนวลจันทร์    

เมื่องานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีที่แล้ว จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อม อารีย์ ไกรนรา, ยศวริศ ชูกล่อม, เกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ และธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ เดินทางไปลงทะเบียนสมัครเป็น “จิตอาสาเฉพาะกิจ” 
++
ธิดาส่งไม้ต่อ
++
“ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. ใช้สื่อออนไลน์ UDD news เป็นกระบอกเสียง เสนอข้อความคิดความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ม็อบ 19 กันยา ทุกวัน    

จุดยืนของธิดานั้น สนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชนนักศึกษาเต็มที่ พร้อมเรียกร้องให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์    

อาจารย์ธิดาใช้คำว่า “คนเสื้อแดงเป็นสหายร่วมศึกกับเยาวชน”     

“แม้พวกคุณจะเป็นเยาวชน  แต่คุณมีต้นทุนและมีผู้สนับสนุนอยู่มากมาย  กล้าไปเลย..คุณต้องสู้ทั้งการเมือง, สู้ทั้งทางอุดมการณ์และวัฒนธรรม  เพราะว่าถ้าอุดมการณ์และวัฒนธรรมของประเทศไทยยังเป็นจารีตและอำนาจนิยม  มันก็จะทำให้การเมืองของเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้”    

ด้วยปูมหลังอาจารย์ธิดา เคยเป็นกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) จึงต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากกว่าการยุบสภา หรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 

++
จตุพรห่วงเด็ก
++
ด้านจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน  นปช. ยังเฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk เกือบทุกวัน โดยแสดงทัศนะตรงไปตรงมาต่อขบวนการเยาวชนปลดแอก และกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม
หลายทัศนะของจตุพร สร้างความไม่พอใจให้คนเสื้อแดงบางกลุ่ม ถึงกับยัดเยียดคำว่า “สลิ่ม” ให้ประธาน นปช.    

กองเชียร์ม็อบเด็กจำนวนไม่น้อย ที่ต่อต้านจตุพร และผลักให้ไปอยู่ฝั่งเดียวกับคนเสื้อเหลือง หรือ กปปส.    

ยิ่งมีภาพจตุพร ไปร่วมวงกินดื่มกับอดีตแกนนำพันธมิตรฯ ยิ่งทำให้เขากลายเป็นสลิ่ม รวมถึงบางคนไปงัดภาพเก่าสมัยที่เขาเป็น “จิตอาสา” มาโจมตีอีก    

“ผมรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ผมไม่มีวันทรยศต่อขบวนการต่อสู้ ผมมีจุดยืน และยึดหลักการพูดคุยเพื่อลดความรุนแรง และให้เกิดสันติวิธี นอกจากนี้พี่น้องคนเสื้อแดงมีใจให้ขบวนการคนหนุ่มสาวทั้งสิ้น ผมเข้าใจสถานการณ์ และผมรู้เวลาของผมเช่นเดียวกัน รวมทั้งผมต้องการให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาประสบชัยชนะเพื่อเป็นความหวังในอนาคต”    

ด้วยประสบการณ์ที่เห็นเลือด น้ำตา และความตาย มาจากเดือน พ.ค.2535 และเดือน พ.ค.2553 จตุพรจึงเป็นกังวล ไม่อยากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ไอ้ไข่ฟีเวอร์ การเมือง ‘คนคอน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไอ้ไข่ฟีเวอร์ การเมือง ‘คนคอน’

ไอ้ไข่ฟีเวอร์ การเมือง 'คนคอน'17 กันยายน 2563 – 16:17 น.

ดราม่าจากวัดเจดีย์ ยังมีมาเรื่อยๆ กรณีวิวาทะนักการเมือง “คนคอน” สะท้อนไอ้ไข่ฟีเวอร์ของจริง

++
    ดราม่าวัดเจดีย์ไอ้ไข่ กรณี บิณฑ์ และเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เข้าไปไลฟ์สด ยังไม่จบ หลังจากที่พระอาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ให้สัมภาษณ์ว่าทั้งคู่ฝ่าฝืนคำสั่งของวัดเข้าไปไลฟ์สดที่บริเวณรูปปั้นไอ้ไข่ จนมีการสั่งพักงานพนักงานทั้งหมด 16 คนที่มีหน้าที่ดูแล เพราะอนุญาตให้บิณฑ์เข้าไปไลฟ์ 
บิณฑ์ 

วันที่ 17 ก.ย.2563 สองพี่น้องดารานักบุญ เดินทางไปวัดเจดีย์ไอ้ไข่ เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ 16 คน ที่โดนพักงานเพราะพวกเขา พร้อมจะจ่ายเงินชดเชยให้ทั้ง 16 คน แต่ไม่คาดหวังว่า จะได้พบเจ้าอาวาสวัดเจดีย์
    นี่เป็นกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความดังของไอ้ไข่ กุมารเทพ ซึ่งเมื่อปลายเดือน ส.ค.2563 เมื่อคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้เเทนราษฎร ขอเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการร้องเรียนจากผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในวัดเจดีย์

++
ผู้แทนเขตบ้านไอ้ไข่
++
    เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2563 “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8  โพสต์เฟซบุ๊คว่า “#ไอ้ไข่สำแดงเดช ดึงนักท่องเที่ยวล้นวัด ทำเศรษฐกิจเมืองคอนคึกคัก ผู้โดยสารแน่น ทุกเที่ยวบิน” แถม ส.ส.ปุ้ย ยังติดแฮชแท็ก #บ้านใครใครก็รัก #ไอ้ไข่ #ไอ้ไข่วัดเจดีย์ 
    คำว่า “บ้านใครใครก็รัก” หมายความว่า “ส.ส.ปุ้ย” พิมพ์ภัทราเป็นชาว ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งวัดเจดีย์ ก็ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.สิชล เช่นกัน
    ส.ส.ปุ้ย เป็นลูกสาวของ มาโนช วิชัยกุล อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ และเธอเป็น ส.ส.เขต 8 (สิชล,ขนอม,นบพิตำ และพรหมคีรี) มา 3 สมัยแล้ว
    ช่วงปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรค ปชป. ลุกขึ้นมาโพสต์เฟซบุ๊คกรณีคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้เเทนฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบตามการร้องเรียนของผู้ขายลอตเตอรี่รายหนึ่ง อ้างว่าไปขายในวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) จ.นครศรีธรรมราช แล้วโดนคุกคาม 
    “บ้านใครใครก็รัก บ้านใครใครก็หวง นี่คือหัวใจ คือความศรัทธาของคนในบ้านจะไม่ให้คนเขาหวงแหนได้อย่างไร ตนในฐานะเด็กสิชลโดยกำเนิด และเป็นผู้แทนพี่น้องประชาชนชาวสิชลนครศรีธรรมราช วันนี้ตนขอออกตัวแบบชัดๆ มาปกป้องวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) ที่ตกเป็นกระแสไม่เว้นแต่ละวัน”
    ในวันที่ กมธ.ชุดดังกล่าวไปที่วัดเจดีย์ ส.ส.ปุ้ย และเพื่อน ส.ส.นครศรีธรรมราช อีกสองคนก็เข้าไปร่วมฟังด้วย
    “วัดย่อมมีกฎวัด บ้านย่อมมีกฎบ้าน กว่าที่วัดร้างวัดหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จักจะเจริญเติบโตรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกอย่างทุกวันนี้นั้น ล้วนเกิดขึ้นจากความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชนร่วมมือร่วมใจกันด้วยความเข้มแข็ง วันนี้เกิดจากพลังศรัทธาจริง ๆ บำรุงคนที่ทำมาหากินทั้งในวัด นอกวัด..”

ไอ้ไข่ฟีเวอร์ การเมือง 'คนคอน'

                                  บางถ้อยแถลงของ ส.ส.ปุ้ย

++
ส.ส.นักวิชาการ
++
    สำหรับคนต้นเรื่องที่นำนักการเมืองบุกวัดเจดีย์นั้น คือ “รงค์ บุญสวยขวัญ” ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาสนาศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้นำ กมธ.จากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เข้ารับฟังการสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ที่ใช้ชื่อว่า ภาณุวัชร พรมพัตร ตัวแทนผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่า ชมรมผู้ขายลอตเตอรี่นครศรีธรรมราชได้เข้าไปขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในวัดเจดีย์ แล้วถูกชายฉกรรจ์ใช้อิทธิพลคุกคาม

ไอ้ไข่ฟีเวอร์ การเมือง 'คนคอน'

                                   ส.ส.รงค์ พรรคพลังประชารัฐ

    นัยว่า ส.ส.รงค์ ก็เจอแรงต้านหนักเหมือนกัน ทั้งโซเชียล และในพื้นเขต 8 พร้อมข่าวลือกระพืดพัดมากมาย