เปรียบเทียบ’ ข้อกล่าวหา-คำชี้แจง’ ซื้อเรือดำน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปรียบเทียบ’ ข้อกล่าวหา-คำชี้แจง’ ซื้อเรือดำน้ำ

เปรียบเทียบ' ข้อกล่าวหา-คำชี้แจง' ซื้อเรือดำน้ำ25 สิงหาคม 2563 – 19:17 น.

เป็นประเด็นร้อน..การจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ 22,500 ล้านบาทเมื่อมีการขยายผลนำไปโจมตีรัฐบาลและ”ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร”ส.ส.เพื่อไทย ออกมาตั้งข้อกล่าวหาหลายข้อ ขณะที่กองทัพเรือยกคณะนายทหารออกมาชี้แจงละเอียดยิบ ..แล้วเหตุผลฝ่ายไหนน่าเชื่อถือมากกว่ากัน

หลังจากนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564  ออกมาตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท ทั้งเรื่องการทำสัญญาไม่ถูกต้อง เป็น”จีทูจี” เก๊ , ซื้อเรือดำน้ำลำเดียวก็พอ เพราะสัญญาผูกมัดแค่ลำเดียว ,ไหนบอกว่าซื้อ 2 ลำ แถม 1 ลำ  แต่ทำไมกลายเป็นซื้อ 3 ลำ, บ้านเมืองกำลังยากลำบากหลังเจอวิกฤต” โควิด – 19″ จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้งบประมาณจำนวนมากซื้อเรือดำน้ำในช่วงนี้ 

ในขณะที่กองทัพเรือ  คณะนายทหารได้ออกมาชี้แจงถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำอย่างละเอียดยิบ แก้ข้อกล่าวหาและตอบข้อสงสัยในทุกประเด็น 
 ต่อไปก็อยู่ที่ประชาชนอย่างเราๆเจ้าของภาษีที่ฟังจากทั้งสองฝ่ายแล้ว จะเลือกเชื่อว่าฝ่ายไหนมีเหตุผลมากกว่ากัน และเกาะติดกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร

เปรียบเทียบ' ข้อกล่าวหา-คำชี้แจง' ซื้อเรือดำน้ำ

“ก้าวไกล” ไถลเถลือก คบเด็กสร้างบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ก้าวไกล” ไถลเถลือก คบเด็กสร้างบ้าน 

"ก้าวไกล" ไถลเถลือก คบเด็กสร้างบ้าน 25 สิงหาคม 2563 – 09:50 น.

ก้าวไกลจะเป็นพรรคสภา หรือพรรคปฏิวัติ ท้าทายการนำของ “พิธา” ท่ามกลางกระแสสูงของม็อบปลดแอก คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พรรคก้าวไกล ภายใต้การนำของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ตกอยู่ในอาการอิหลักอิเหลื่อ กรณีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเล่นบทพรรคฝ่ายค้าน หรือจะวิ่งตามเด็ก 

ตอนที่พรรคเพื่อไทย นำพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลก็ถอนตัว ไม่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติในนาทีสุดท้าย เพราะพรรคเพื่อไทย ตั้งเงื่อนไขห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2

อ่านข่าว… “ก้าวไกล” โพสต์ จุดยืน ห้ามขวางแก้รธน.หมวดสำคัญ สนับสนุนตั้งส.ส.ร.

"ก้าวไกล" ไถลเถลือก คบเด็กสร้างบ้าน 

พรรคก้าวไกล แถลงจุดยืนแตะหมวด 1-2

จุดยืนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล ถูกวิจารณ์มากมาย มีทั้งเชียร์ และทั้งแช่ง 

จู่ๆ ส.ส.พรรคก้าวไกลคนหนึ่งออกมาพูดว่า พรรคก้าวไกลคงแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ไม่สำเร็จ เพราะเสียงสนับสนุนไม่พอ ซึ่งพรรคก้าวไกลมีเพียง 54 เสียง 

คราวนี้ ทัวร์ลงพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะ 2 ศาสดา “สมศักดิ์-ปวิน” ถล่มเสียเละเทะ 

ร้อนถึง “พิธา” ต้องออกแถลงการณ์ “จุดยืนและข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล” พร้อมยืนยันว่า หมวด 1 และหมวด 2 ต้องแก้ไขได้ 
++
ไม่ใช่พรรคปฏิวัติ
++
“พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” นักวิชาการคนเดียวที่กล้าออกมาสวนกระแสม็อบปลดแอก 

“พรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกลเป็นพรรคในระบบสภา ไม่ใช่ “พรรคปฏิวัติ” ที่รวมเฉพาะ “พวกฮาร์ดคอร์ซ้ายสุด” ไว้ในที่เดียว บัญชาการจากผู้นำข้างบน สู่ล่างไปยังสมาชิกจำนวนหยิบมือ แล้ว “ชูธง” นำหน้าขบวนมวลชนไป “สู้รบในสงคราม”..” 

พรรคก้าวไกล ไม่ใช่พรรคปฏิวัติ เพราะในวัยหนุ่ม พิชิตต้องหนีภัยเผด็จการ ไปอยู่ใต้ร่มธงพรรคปฏิวัติไทย แถวอีสานใต้ จึงรู้ซึ้งในเรื่องนี้ดี  

“..พรรคสภานั้นรวมผู้คนหลากหลายความคิดที่มีอุดมการณ์กว้างๆ ร่วมกัน ฐานมวลชนก็คือคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนนับล้าน สารพัดความคิดความเชื่อและต่างระดับความเข้าใจ การเคลื่อนไหวของพรรคสภาจึงต้องคำนึงถึงสมาชิกและฐานมวลชนที่กว้างกระจายหลากหลายมาก แล้วยังถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบและกฎหมายมากมาย” 

"ก้าวไกล" ไถลเถลือก คบเด็กสร้างบ้าน 

เพนกวิน ผิดหวังพรรคเพื่อไทย แต่เข้าใจพรรคก้าวไกล

พิชิตพยายามยกตัวอย่างพรรคสภาในอดีต แต่ไม่ระบุว่าพรรคอะไร 

“ในประวัติศาสตร์ พรรคสภาที่ “ชูธงก้าวหน้าสุดๆ” โดยไม่ดูสถานการณ์ ไม่ช้าก็พรรคแตก สูญเสียมวลชนส่วนใหญ่ไป เหลือแค่ “แฟนคลับฮาร์ดคอร์” จำนวนหยิบมือ สุดท้ายก็โดดเดี่ยว เหี่ยวเฉาหรือถูกทำลายไป..” 

++
เอาใจเด็ก
++
หลังทนายอานนท์ นำภา แกนนำคณะประชาชนปลดแอก แสดงความไม่พอใจในบทบาทของพรรคก้าวไกล กรณีแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 

“พิธา” จึงออกแถลงการณ์ “จุดยืนและข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล”   

พูดกันตรงๆ พรรคก้าวไกลก็รู้อยู่แก่ใจว่า เสียงไม่พอ แต่ก็ต้องยืนยันว่าจะแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 เพื่อเอาใจม็อบปลดแอก 

“เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ยังยืนยันว่า “วันนี้ ผมเสียใจมากที่ทราบว่าหลายพรรคการเมืองจะไม่แก้รัฐธรรมนูญในหมวดสอง หรือหมวดพระมหากษัตริย์ ทั้งที่เป็นหมวดที่มีปัญหามากและเป็นรากเหง้าของปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในหลายสิบปีที่ผ่านมา..” 

ดูเหมือน “เพนกวิน” พยายามประนีประนอมกับพรรคก้าวไกล “จากการสอบถามไปยังพรรคก้าวไกล ได้ความว่าทางพรรคจะยังยืนยันแก้รัฐธรรมนูญหมวดสอง แต่เนื่องจากเสียงในสภาของพรรคก้าวไกล มีไม่พอจะยื่นขอแก้รัฐธรรมนูญเอง จึงจะรอไปอภิปรายในชั้นแปรญัตติครับ” 

10 ข้อเสนอ ของกลุ่มเพนกวิน อาจพาให้พรรคก้าวไกล ไถลเถลือกไปสู่จุดจบเหมือนพรรคอนาคตใหม่ก็เป็นได้

พิษเพนกวิน บูลลี่ “ป๊อก” พิชิตอัดเจียม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษเพนกวิน บูลลี่ “ป๊อก” พิชิตอัดเจียม

พิษเพนกวิน บูลลี่ "ป๊อก" พิชิตอัดเจียม24 สิงหาคม 2563 – 15:45 น.

พิษเพนกวิน บูลลี่ “ป๊อก” พิชิตอัดเจียม พิชิตจะไม่ทน เมื่อสมศักดิ์ เจียมฯ ออกมาบูลลี่ “ปิยบุตร” และยกยอปอปั้นเด็กอย่างเพนกวิน 

++
ประเด็นปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง ที่ทนายอานนท์ ,เพนกวิน และรุ้ง ไปปราศรัยตามเวทีแฟลชม็อบทั่วไทย ได้นำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่าง “เยาวชนปีกก้าวหน้า” กับนักการเมืองสายสีส้มใหม่ 

สรุปว่า ทนายอานนท์ , เพนกวิน และรุ้ง ปนัสยา กำลังถูก ส.ส.พรรคก้าวไกล ลอยแพ กรณีการปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง

อ่านข่าว…   อนาคตขบถ ‘เพนกวิน’ บนทางเสี่ยง

พิษเพนกวิน บูลลี่ "ป๊อก" พิชิตอัดเจียม

พิชิต ลิขิตกิจสมบรูณ์

“สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” นักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้แสดงความไม่พอใจ “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ไม่แสดงความกล้าหาญ เหมือนเด็กๆอย่างเพนกวิน และรุ้ง ปนัสยา  

วันนี้ ปิยบุตร เป็นแกนนำคณะก้าวหน้า ได้ออกมาอธิบายเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ เป็นฉากๆ แต่สมศักดิ์ก็ยังออกอาการเบื่อหน่าย 

“ปิยบุตร พูดมากกว่าตอนเป็น ส.ส และเมื่ออานนท์ เพนกวิน รุ้ง ฯลฯ พูดไปแล้ว พูดง่ายๆ รอให้พวกนั้นลงมือทำไปก่อน…พูดง่ายๆ ปล่อยให้ พวกเด็กๆ ทำหน้าที่นำไปเรื่อยๆ แล้วดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ” 

พิษเพนกวิน บูลลี่ "ป๊อก" พิชิตอัดเจียม

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

“เจียม” ชื่อที่เด็กๆ เรียกเขา ตบท้ายอัดปิยบุตรแบบไม่ไว้หน้า “ชาตินี้ เราคงไม่ได้เห็นปิยบุตร ผู้แทนมวลชนออกนำหน้า ชูประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เป็นแน่แท้”

++
พิชิตโต้เดือด
++
พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเคยเข้าป่าอีสานใต้ หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ได้โพสต์เฟซบุ๊กโต้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล 

อาจารย์พิชิตชี้ว่า พรรคก้าวไกล เป็นพรรคสภา ไม่ใช่พรรคปฏิวัติ และในประวัติศาสตร์ ก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว 

“..พรรคสภาที่ “ชูธงก้าวหน้าสุดๆ” โดยไม่ดูสถานการณ์ ไม่ช้าก็พรรคแตก สูญเสียมวลชนส่วนใหญ่ไป เหลือแค่ “แฟนคลับฮาร์ดคอร์” จำนวนหยิบมือ สุดท้ายก็โดดเดี่ยว เหี่ยวเฉาหรือถูกทำลายไป” 

พิษเพนกวิน บูลลี่ "ป๊อก" พิชิตอัดเจียม

อาจารย์พิชิต วิจารณ์อาจารย์สมศักดิ์ว่า การกระทำต่อปิยบุตรนั้น ติดมาจาก พคท. ที่มักใช้การ “วิจารณ์-วิจารณ์ตนเอง” แต่ในยุคนี้ เรียกว่า “ล่าแม่มด” หรือ “อินเตอร์เน็ตบูลลี่” 

“ใช้กับสลิ่ม (ซึ่งก็ใช้วิธีบูลลี่แบบเดียวกัน) ยังพอทน แต่เอามาใช้ในหมู่มิตรสหายกันเอง แบบนี้ใช้ไม่ได้ ฉายา “สตาลินบนอินเตอร์เน็ต เผด็จการทางความคิด” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย” 

มีเพื่อนคนเดือนตุลากลุ่มหนึ่ง มักจะวิจารณ์อาจารย์สมศักดิ์ว่า “สตาลินบนอินเตอร์เน็ต เผด็จการทางความคิด”

“เจี๊ยบ” ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เจี๊ยบ” ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม

"เจี๊ยบ" ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม24 สิงหาคม 2563 – 14:10 น.

“เจี๊ยบ” ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม หลายคนอยากรู้ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ลูกสาวใคร? ถึงห้าวจัด แท้จริงแล้ว เธอเป็นลูกสาวกำนันคนดัง สายบ้านใหญ่ นครปฐม

++
ส่องทวิตเตอร์ในยามนี้ ไม่มีใครแรงเกิน “เจ๊เจี๊ยบ” เจ้าของปั๊มน้ำมันพีที สวนตะไคร้ เมืองเจดีย์ใหญ่  

ถ้าพลังประชารัฐ มี “เอ๋ ราชบุรี” หรือ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี เป็นเกรียนคีย์บอร์ด ฟากฝ่ายค้าน ก็มี “เจี๊ยบ นครปฐม” หรือ “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ  

อ่านข่าว…  มี”เอ๋ ราชบุรี” ก็ต้องมี “เจี๊ยบ นครปฐม”

อ่านข่าว… จำชื่อไว้ “เจี๊ยบ นครปฐม” ผู้ล้มโขลงช้างบ้านใหญ่
 

"เจี๊ยบ" ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม

เจี๊ยบ กับพ่อ-กำนันสัมพันธ์ และมารดา

ล่าสุด “เจ๊เจี๊ยบ” ทวีตข้อความ “#ตามหาลูกประยุทธ์ เทรนด์อันดับ 1 ใน twitter วันนี้ ถึงคิวลูกของคุณแล้ว”
 ฝั่งกองแช่งรัฐบาลอ่านแล้วสะใจ ฝั่งกองเชียร์ลุงตู่ แค้นหนัก ถึงกับออกปากถาม “..เจี๊ยบ ลูกใครวะ”
++
ลูกใครหว่า?
++
สมัยที่ “เจ๊เจี๊ยบ นครปฐม” เคลื่อนไหวต้าน คสช. ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แถวหน้าโรงแรมมิตรสัมพันธ์ เมืองนครปฐม นักข่าวท้องถิ่น จะรายงานข่าวว่า อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เป็นลูกสาว”กำนันหัวโต” กำนันคนดังแห่ง ต.นครปฐม 

คนต่างพื้นที่ อาจไม่รู้จัก “กำนันหัวโต” แต่คนเมืองเจดีย์ใหญ่ร้องอ๋อ..ทันที เพราะกำนันหัวโต เข้าออกบ้านใหญ่ “สะสมทรัพย์” เป็นว่าเล่น 

ในตระกูลสะสมทรัพย์ กำนันหัวโต จะสนิทกับ “หัวหน้าอ้อน” หรือ “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ มากที่สุด  

จริงๆแล้ว พี่น้องตระกูล “สะสมทรัพย์” ที่คลุกคลีกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ก็มีเสี่ยอ้อน ไชยา และเสี่ยหมวย-อนุชา สะสมทรัพย์

"เจี๊ยบ" ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม

ไชยา สะสมทรัพย์ และกำนันสัมพันธ์ พ่อของเจี๊ยบ
++
พลพรรครักทักษิณ
++
สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ตระกูล “สะสมทรัพย์” ยกทัพมาช่วยทักษิณ ชินวัตร “หัวหน้าอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ เฟื่องฟูสุดๆ  

กำนันหัวโต-สัมพันธ์ โชคปมิตต์กุล อดีตกำนัน ต.นครปฐม และเจ้าของ บจก.สัมพันธ์ปิโตเลียม ก็สนับสนุนทักษิณ และไทยรักไทย 

หลังรัฐประหาร 2549 “เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ลูกสาวกำนันหัวโต จึงนำพาคนรักทักษิณแถวนครปฐม เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหาร 

ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน เจ๊เจี๊ยบจึงปรากฏตัวแถวแดงเวทีเล็ก หรือแดงตาสว่าง ของสุรชัย แซ่ด่าน 

"เจี๊ยบ" ห้าว ลูกสาวกำนันดังขาใหญ่คอนถม

กำนันสัมพันธ์ ลมใต้ปีกลูกสาว

ต้นปี 2557 ขณะที่ กปปส.ปิดกรุงเทพฯ เจ๊เจี๊ยบกับกำนันหัวโต ได้เคลื่อนไหวในนาม “กลุ่มสันติภาพ นครปฐม” ภายใต้ชื่อเฉพาะกิจ คณะปวงชนชาวไทย 20 ล้านเสียง เดินทางมามอบดอกกุหลาบและข้าวกล่องให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม 

ถัดมา เจ๊เจี๊ยบในฐานะประธานกลุ่มสันติภาพ นครปฐม นำพลังมวลชน กว่า 150 คน อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้กองทัพ ต้องถอนกองกำลังทหารออกจากพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งหมดภายใน 7 วัน  

พูดง่ายๆ เจ๊เจี๊ยบไม่เอา กปปส. และมองว่า ทหารอยู่ข้าง กปปส. มีเพียงตำรวจเท่านั้นที่อยู่ข้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในตอนนั้น 

เมื่อเกิดรัฐประหาร 2557 เจ๊เจี๊ยบและสามี จึงออกร่วมกิจกรรมของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และสนิทสนมกับรังสิมันต์ โรม และเพื่อนๆ  

บรรดาแกนนำนักศึกษาหัวก้าวหน้า รุ่นเดียวกับโรม จึงเรียก “แม่เจี๊ยบ” กันทุกคน

เขย่า “ปิตุเตชะ” “ธนาธร” ท้ารบ “สาธิต” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขย่า “ปิตุเตชะ” “ธนาธร” ท้ารบ “สาธิต”

เขย่า "ปิตุเตชะ" "ธนาธร" ท้ารบ "สาธิต"24 สิงหาคม 2563 – 12:30 น.

เขย่า “ปิตุเตชะ” “ธนาธร” ท้ารบ “สาธิต” ” ธนาธร”ชิงไประยอง ก่อนหน้า “บิ๊กตู่” เปิดตัวขุนพลก้าวหน้า ท้ารบตระกูล “ปิตุเตชะ” บ้านใหญ่เมืองระยอง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จะไปประชุม ครม.สัญจร ที่ระยอง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ชิงตัดหน้าไปเปิดปฏิบัติการ “เขย่าท้องถิ่นระยอง” ที่สวนสน และบ้านเพ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2563

อ่านข่าว… โถ”ธนาธร”เกลียดตัวกินไข่

เขย่า "ปิตุเตชะ" "ธนาธร" ท้ารบ "สาธิต"

ในนามประธานคณะก้าวหน้า “ธนาธร” ได้เปิดตัว สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ระยอง, บุศรินทร์ ธงศรีเจริญ ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลบ้านเพ, พัฒนพงศ์ หนูอุดม ว่าที่ผู้สมัครนายกฯ เทศบาลมาบตาพุด และ รุ้งรชต ธิติวรดา ผู้สมัครเข้ารับการสรรหานายกฯ เทศบาลบ้านฉาง 

ตัดกลับมาที่แฟนเพจ “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในนามเจ้าบ้านที่จะต้อนรับนายกฯ ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี 

“ผมต้องขอภัย คนระยองทุกท่านนะครับ หาก 2 วันนี้ 24-25 ส.ค. ท่านอาจพบความไม่สะดวกบ้าง ไม่ว่าเรื่องรถติดในเมือง ขบวนรถจำนวนมาก หรือเรื่องการรักษาความปลอดภัยผู้นำ..” 

“หมอตี๋” ต้องแจกแจงให้ชาวระยองได้เข้าใจ โดยเฉพาะมาตรการรักษาความปลอดภัยผู้นำ เนื่องจาก “ไมค์ ระยอง” และแนวร่วมคณะก้าวหน้า เมืองระยอง รอชู 3 นิ้วอยู่แล้ว

เขย่า "ปิตุเตชะ" "ธนาธร" ท้ารบ "สาธิต"


++
บารมีนายกช้าง
++
พูดถึงเมืองระยองในรอบ 10 ปีมานี้ ตระกูล “ปิตุเตชะ” จัดว่าเบอร์ต้นๆ ของผู้มากบารมีเหนือการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ 

ไล่มาตั้งแต่ “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง, “ส.จ.เปี๊ยก” เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสภา อบจ. ระยอง , “เสี่ยทุ่น” ธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 3  และ  “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข  

ช่วงปี 2544-2548 จ.ระยอง ถือว่าเป็นฐานกำลังของทักษิณ ชินวัตร เมื่อได้ เสริมศักดิ์ การุญ อดีต ส.ส.ระยอง หลายสมัย และยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ ส.ส.ระยอง (เสียชีวิตแล้ว) น้องชาย “เจ้าแม่บ้านเพ” กิมห่อ ลี้เซ่งเฮง เป็นแม่ทัพ 

ปรากฎการณ์คนเสื้อเหลือง ทำให้ระยองเปลี่ยนไป ตั้งแต่การเลือกตั้ง 2550 เป็นต้นมา พรรคประชาธิปัตย์ และตระกูล “ปิตุเตชะ” ก็ยึดครองระยอง
 

เขย่า "ปิตุเตชะ" "ธนาธร" ท้ารบ "สาธิต"

ทุกวันนี้ เสริมศักดิ์ การุญ จอมเก๋าก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย สายเลือดเพื่อไทยคนสุดท้าย “สมพงษ์ โสภณ” อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ และเป็น ส.ส.ระยอง เขต 4 

++
‘ติ๋ว’เพื่อนเจ๊หน่อย
++
“ติ๋ว” สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ระยอง ในนามคณะก้าวหน้านั้น เป็นเจ้าของธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อชุมชน จากหมู่บ้านชุมชนประมงพื้นบ้านเล็กๆ วันนี้ “ขาหย่างโฮมสเตย์” มีชื่อเสียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวติด 1ใน 10 ของที่ท่องเที่ยวของจันทบุรี  

เหนืออื่นใด สว่างจิตต์ กับสามี-สุธี เป็นเพื่อนรักของ “เสี่ยจิ้น” สมยศ ลีลาปัญญาเลิศ สามีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  
 

เขย่า "ปิตุเตชะ" "ธนาธร" ท้ารบ "สาธิต"

“ไมค์ ระยอง” รอต้อนรับ “นายกฯ ประยุทธ์”

ช่วงมีข่าวโควิดรอบ 2 คุณหญิงสุดารัตน์ลุยเดี่ยวลงเยี่ยมเยียนชาวระยอง สว่างจิตต์และคณะก้าวหน้าระยองออกมาต้อนรับด้วยความอบอุ่น 

รอชมอภินิหารของ “ไมค์ ระยอง” และชาวคณะก้าวหน้า ในวันที่ “บิ๊กตู่” เหยียบชายหาดบ้านเพ

14 ตุลา ความทรงจำ ของใครของมัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

14 ตุลา ความทรงจำ ของใครของมัน

14 ตุลา ความทรงจำ ของใครของมัน23 สิงหาคม 2563 – 13:15 น.

ม็อบปลดแอก จะเหมือน 14 ตุลา หรือไม่? คนเดือนตุลาบอกเล่าเรื่องในอดีต บนจุดยืนและอุดมการณ์แตกต่างกันในวันนี้

         ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของนักเรียนนิสิต นักศึกษากลุ่มต่างๆ กำลังรุกคืบไปทั่วประเทศ พร้อมข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ หยุดคุกคาม-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่-ยุบสภา ภายใต้ 2 เงื่อนไขไม่มีการรัฐประหารและไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พร้อม 1 ความฝันคือ ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

        อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตุลาเดือด ก้าวแรก ‘บิ๊กบี้’ กับม็อบปลดแอก

         มีทั้งความเหมือนและความต่างในประวัติศาสตร์การชุมนุมของนักเรียน-นักศึกษา ครั้งใหญ่สุด เมื่อ 47 ปีที่แล้ว

++

เสียงจากผู้นำนักศึกษา

++

         เมื่อหลายวันก่อน ทีมข่าวช่องพีพีทีวี ได้สัมภาษณ์ “บุญส่ง ชเลธร” 1ใน 13 ขบถเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ปี 2516 เกี่ยวกับปรากฏการณ์ม็อบปลดแอก เปรียบเทียบเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

         “บุญส่ง” มองว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเป็นความคิดอันบริสุทธิ์ของเด็ก เพราะสมัยที่ตนเคลื่อนไหวในยุคปี 2516 ก็คิดเองไม่มาใครชักนำ หรือบงการอยู่เบื้องหลัง  

    ตอนหนึ่ง บุญส่งยังขอโทษคนรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ได้จบที่รุ่นพวกเขา จึงเป็นภาระตกมาถึงเด็กรุ่นนี้

         “บุญส่ง” ฝากถึงรัฐบาลให้ทำความเข้าใจกับข้อเรียกร้องต่างๆ และตอบสนองให้ตรงจุด ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการไป ใส่ร้ายป้ายสี ยัดข้อหา หรือไปจัดตั้งกลุ่มต่อต้านนักศึกษา ใช้สื่อปลุกระดมโจมตีเด็ก เพราะนอกจากไม่สามารถหยุดยั้งพลังอันบริสุทธิ์ของพวกเขาได้แล้ว ยังอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการนองเลือดซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

 ++

ความลับเดือนตุลา

++

         อีกด้านหนึ่ง “วินทร์ เลียววาริณ” นักเขียนชื่อดัง ได้เขียนซีรีส์ประวัติศาสตร์ที่เราลืม ตอน “ความลับเดือนตุลาคม” เผยแพร่ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คของตัวเอง เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2563

         วินทร์ เลียววาริณ ได้ตั้งคำถามไว้ตอนหนึ่งว่า

         “ฟ้าสีทองผ่องอำไพแห่ง 14 ตุลาคม 2516 เป็นภาพสวยงามที่ทุกคนเห็นและเชื่อว่าพลังประชาชนโค่นระบอบเผด็จการ ทว่าในสายตาของคนหลายคน มันยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

         ทำไมระบอบถนอม-ประภาสจึงยอมลงจากอำนาจ ทั้งที่ด้วยกำลังทหารตำรวจสามารถบดขยี้ผู้ชุมนุมได้? ทำไมหลังการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนยุติแล้ว กลับเกิดเหตุที่หน้าพระตำหนักจิตรลดา? ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนและบานปลายเป็นการฆ่ากัน? เหตุการณ์หน้าพระราชวังในวันที่ 14 ตุลาฯเกิดขึ้นโดยธรรมชาติของมัน หรือว่ามีการเสี้ยมเขาควายให้ชนกันโดยกลุ่มที่ไม่เผยตัวตน? ใครเป็นพวกที่โทรศัพท์ไปตามบ้านต่าง ๆว่าทหารฆ่าประชาชน? ใช่มือที่สามหรือไม่? ทำไมหลังจากจอมพลถนอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงยังมีการปราบปรามผู้ชุมนุม?…”

         ในช่วงนี้ มีคนเดือนตุลา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับม็อบปลดแอก ตามจุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละคน ต่างมีมุมมองและเรื่องเล่าเหตุการณ์ในอดีต แตกต่างกันไป

         สำหรับนักเขียนรุ่นใหม่อย่างวินทร์ ได้ฝากแง่คิดไว้ว่า “เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีเบื้องลึกกว่าที่เราเห็นหรือไม่ เราไม่รู้…แต่เรารู้ว่าฟ้าสีทองผ่องอำไพนั้นซ่อนเมฆดำหนาไว้เบื้องหลัง”

ตุลาเดือด ก้าวแรก ‘บิ๊กบี้’ กับม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตุลาเดือด ก้าวแรก ‘บิ๊กบี้’ กับม็อบปลดแอก

ตุลาเดือด ก้าวแรก 'บิ๊กบี้' กับม็อบปลดแอก23 สิงหาคม 2563 – 11:30 น.

ประเมินว่า สถานการณ์ม็อบปลดแอก จะยกระดับช่วงเดือน ต.ค.นี้ “บิ๊กบี้” แม่ทัพบกคนใหม่ จะตกอยู่กลางไฟม็อบ… คอลัมน์..ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

          สถานการณ์ “ลุกขึ้นสู้” ในนามคณะประชาชนปลดแอก และอื่นๆอีกมากมาย เป็นปรากฏการณ์ใหม่ ต่างจากม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดง และ กปปส.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บิ๊กบี้ ว่าที่ ผบ.ทบ.ลูกผสม วงเทวัญ-บูรพาพยัคฆ์ 

          ประเมินกันว่า ห้วงเดือนตุลาคม ม็อบปลดแอกจะยกระดับการกดดันรัฐบาลประยุทธ์ และรัฐสภา ให้ทำตามข้อเสนอของพวกเขา

          ลำพังพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้าน พร้อมใจร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่างเดียว อาจหยุดม็อบไม่ได้ เพราะข้อเสนอของกลุ่มเพนกวิน และสหาย ทะลุเพดานไปแล้ว

          กองทัพในฐานะผู้ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะวางตัวอย่างไร ในสถานการณ์เผชิญหน้าแตกหักอย่างนี้

++

ม็อบกับ ผบ.ทบ.

++

          ต้นปี 2549 ปรากฏการณ์สนธิ ได้ยกระดับเป็นการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือม็อบเสื้อเหลือง ขับไล่รัฐบาลทักษิณ

   แรงกดดันของม็อบเสื้อเหลืองเพิ่มทวีมากขึ้น ขณะเดียวกัน ม็อบคนรักทักษิณ ก็ผุดขึ้นในภาคเหนือและภาคอีสาน

          พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ประกาศตัวเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารที่เรียกตัวเองว่า “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.2549

        ช่วงปี 2551-2553 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้น ก็ต้องเผชิญทั้งการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มพันธิตรฯ และการลุกฮือของคนเสื้อแดง แต่ “บิ๊กป๊อก” ก็นำพากองทัพฝ่าคลื่นลมแรงมาได้

         ปี 2556-2557 มีการชุมนุมใหญ่ของ กปปส. คู่ขนานกับ นปช.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับไม้ต่อจากบิ๊กป๊อก พยายามวางตัวเป็นกลาง แต่สุดท้ายก็ต้องทำการรัฐประหาร

++

บิ๊กบี้กลางไฟม็อบ

++

          คงทราบกันแล้วว่า ในส่วนการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีในส่วนกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้วางตัว “พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้” ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ.คนใหม่

          “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เตรียมทหาร รุ่นที่ 22 (ตท.22) นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 33 (จปร.33)

          ช่วงแรกของการรับราชการทหาร “บิ๊กบี้” เข้ารับราชการในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี ก่อนจะมาเติบโตบนเส้นทาง “นายทหารหมวกแดง” กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี

          สมัยที่ “บิ๊กบี้” เป็น รอง ผบ.ร.31 รอ. ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ “บิ๊กแดง” ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

          พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยังได้รับพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็น นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ตั้งแต่ปลายปี 2561

          ในปีเดียวกันนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่ง ผช.ผบ. ช่วงปลายปี 2562

          นักข่าวสายทหารทราบดีว่า “บิ๊กบี้” ได้รับการโปรโมตและถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.มาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

          ภารกิจปกป้องสถาบันฯ คือหัวใจสำคัญของกองทัพบกยุคบิ๊กบี้ นายทหารคอแดง

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา22 สิงหาคม 2563 – 18:18 น.

กลิ่นทุจริตเอื้อประโยชน์เต็มๆ! โป๊ะแตกสุดแรง เอกสารรฟม.ปรับแก้เงื่อนไขทีโออาร์ รถไฟฟ้าสีส้ม โผล่ว่อนทันควัน หลังบริษัทรับเหมายักษ์ดิ้นพล่านร้องค้าน

           โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรีวุ่นหนัก  ผู้บริหาร รฟม.ส่อตุกติก  แอบปรับเปลี่ยนเงื่อนไขทีโออาร์    “บีทีเอส” รับไม่ได้กติกาใต้โต๊ะ  เดิมยึดกรอบผู้เสนอผลตอบแทนสูงสุดให้รัฐ  โดนแต่งเติมประเด็นเทคนิค เข้าทางผู้ประเมินเต็มๆ  เอื้อประโยชน์กลุ่มธุรกิจสัมพันธ์ลึกการเมือง

            กลายเป็นปมร้อนที่ต้องวัดใจ  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร  ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. กำลังถูกใบสั่งให้ทุกวิถีทาง เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางธุรกิจ   กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายยักษ์แห่งหนึ่ง

          โดยความเป็นมาของ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ทางรฟม.ได้มีการเปิดให้มีการซื้อเอกสารประกวดราคาไปก่อนหน้านานแล้ว และมีบริษัทเอกชนใหญ่ ๆ  ให้ความสนใจมากถึง 10 ราย  ด้วยหลักการที่รับรู้ รับทราบ ตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะยึดเอาผลการประมูลว่าด้วยผลตอบแทนต่อรัฐ  หรือ  ผู้ให้ราคาตอบแทนสูงสุดเป็นตัวชี้วัด  โดยมีไทม์ไลน์สำคัญ คือ   รฟม.กำหนดให้มีการยื่นซองประมูลในเดือนก.ย.ที่จะถึงนี้

          ส่วนขั้นตอนการประมูลโครงการดังกล่าว   จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ   ซึ่งมี นายกิตติกร ตันเปาว์  ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม.   เป็นประธาน   ส่วนคณะกรรมการฯดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน  พ.ศ.2562  เนื่องด้วยเพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท  โดยเอกชนต้องออกแบบและก่อสร้างงานโยธา รวมทั้งลงทุนจัดหาและให้บริการระบบรถไฟฟ้า  

           ขณะที่หลักเกณฑ์การตัดสิน   รฟม.กำหนดในเงื่อนไขทีโออาร์ กำหนดไว้อย่างชัดเจน   ว่า    ในการประเมินและเปรียบเทียบข้อเสนอนั้น      ผู้ยื่นข้อเสนอที่มี  NPV  ของสุทธิผลประโยชน์สุทธิสูงที่สุด   จะได้รับการประเมินให้เป็นผู้ชนะการประมูล   ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติทั่วไป หลังจากผู้ประมูลมีคะแนนผ่านเกณฑ์  ทั้งด้านคุณสมบัติและด้านเทคนิคมาก่อน  

          แต่ปรากฏว่าภายหลังข้อกำหนด  ว่าด้วยเงื่อนไขการประมูลเผยแพร่สู่สาธารณะ  กลับเกิดปรากฎการณ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในภายหลัง  ด้วยผลสืบเนื่องจากข้อเรียกร้องของบริษัทผู้รับเหมาแห่งหนึ่ง  ผ่านการทำหนังสือร้องเรียนไปยัง  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร.   ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจดูแลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ   โดยระบุว่าไม่ควรพิจารณาให้ผู้ชนะเป็นผู้ที่เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุด   แต่ควรพิจารณาจากผู้ที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่รัฐในภาพรวมที่จะทำให้โครงการสำเร็จได้

          นี่จึงเป็นที่มาของข้อพิรุธที่กำลังนำไปสู่ความวุ่นวายสำหรับการเดินหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชน   ที่ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักองภาครัฐ เพราะมีการตรวจพบว่าข้อพิรุธ ว่าด้วยการแก้ไขคุณสมบัติของผู้ชนะการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นเรื่องจริง

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา

           เนื่องจากพบเอกสารหลุดรอด ปรากฏออกมาว่า  มีการเพิ่มเติมประเด็นการตัดสินผลประมูล   ในข้อเสนอด้านเทคนิค  โดยเฉพาะเงื่อนไขว่าด้วย เทคนิคด้านการก่อสร้างงานโยธา    ซึ่งจะมีการนำไปคิดคำนวณผลการประเมินด้านเทคนิค   ด้วยอัตราส่วนถึงร้อยละ 50     และผลการประเมินด้านเทคนิค   ยังต้องถูกนำไปพิจารณาประกอบกับผลคะแนนทางการเงิน   ต่างจากเงื่อนไขเดิมที่กำหนดไว้ในทีโออาร์

          ข้อสังเกตสำคัญ   ก็คือ  โดยข้อเท็จจริง   นายระภาส คงเอียด   ผู้อำนวยการ สคร.   เพิ่งจะส่งต่อหนังสือร้องเรียนของบริษัทรับเหมากอสร้างแห่งหนึ่งไปยัง รฟม.   เพื่อแจ้งไปยังคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ   โดยระบุว่า     เป็นข้อเสนอของผู้รับเหมาบางรายที่ให้พิจารณา     เกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่กับเกณฑ์ราคา   จากเดิมที่แยกพิจารณาข้อเสนอแต่ละด้าน  ขณะที่ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯฉบับใหม่ ไม่ได้กำหนดว่าทำได้หรือไม่ได้    จึงต้องเป็นการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ   ในการพิจารณาว่าจะยินยอมปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ทีโออาร์   ตามข้อเสนอของบริษัทผู้รับเหมาบางรายนั้นทำได้หรือไม่  

           และหากทำได้จะมีกฎหมายใดมารองรับ รวมทั้งเหตุผลที่ต้องใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว   เพราะผู้ซื้อเอกสารรายอื่นอาจยื่นข้อเสนอ  ให้ยึดเงื่อนไขทีโออาร์เดิม ดังนั้นที่ประชุมจะต้องหาข้อสรุปให้ได้  แต่กลับปรากฏว่ามีเอกสารเงื่อนไขของทางรฟม.  ว่าด้วยการปรับเปลี่ยนข้อการพิจารณา เงื่อนไขการประมูลใหม่ออกมาล่วงหน้า  พร้อมกำหนดรายละเอียดพร้อมสรรพ   เสมือนหนึ่งมีการตกลงไว้ล่วงหน้า  จะมีการดำเนินการตามข้อร้องเรียนของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายดังกล่าว

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา

          โดยมีรายงานข่าวว่า  ก่อนหน้านั้น  นายณัฐศักดิ์ ชัยชนะ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย  บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส)   ได้เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือ   ให้กับนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36   โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่มีนายกิตติกร ตันเปาว์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. และรักษาการรองผู้ว่าการ รฟม. (วิศวกรรมและก่อสร้าง) เป็นประธานคณะกรรมการ

          นายณัฐศักดิ์   กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสือดังกล่าว     เนื่องจากได้รับทราบข่าวว่ามีผู้ยื่นซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มบางราย  ได้ทำหนังสือขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขประมูล  ซึ่งทางบีทีเอส ในฐานะเป็นผู้ซื้อซองประมูลด้วยเช่นกัน จึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประมูล     ภายหลังที่มีการดำเนินการตกลงเงื่อนไขกับฝ่ายเอกชนไปแล้ว    จึงได้มายื่นหนังสือเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านแนวการทำงานของ รฟม.

           ทั้งนี้หากการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36   มีมติการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหลักเกณฑ์การประมูลจริง   ทางบริษัทคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการใดต่อไป เพราะมีผู้ซื้อซองหลายรายในโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ซึ่งย่อมได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกัน   

          สำหรับรายละเอียดของหนังสือของบีทีเอส    ระบุว่า      ด้วยได้ทราบข่าวว่ามีผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี  รายหนึ่งได้ทำหนังสือเพื่อให้มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนการประเมินและเปรียบเทียบ    ข้อเสนอเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับการประเมินให้เป็นผู้ชนะการคัดเลือก  โดยเสนอว่าไม่ควรพิจารณาให้ผู้ที่เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดเป็นผู้ชนะการคัดเลือก แต่ควรพิจารณาปัจจัยและผลประโยชน์อื่นๆ เช่น ข้อเสนอด้านเทคนิคร่วมด้วย    จึงใคร่ขอเรียนถามรฟม.ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากหากเป็นความจริง   บริษัทฯเห็นว่าถ้ามีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินข้อเสนอดังกล่าว จะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญ และไม่เคยมีการดำเนินการในลักษณะนี้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและภาคเอกชนมาก่อน

          นอกจากนี้ บริษัทเห็นว่าผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการนี้ได้ ตะต้องผ่านเกณฑ์ด้านต่างๆของรฟม. ซึ่งจะต้องเป็นบริษัทหรือกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการดำเนินงานสูง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทที่ผ่านเกณฑ์จะไม่ทำตามข้อเสนอที่ได้ยื่นต่อรฟม. อีกทั้งบริษัทที่ยื่นข้อเสนอยังต้องมีภาระรับผิดชอบค้ำประกันต่อ รฟม. ด้วย

          ที่สำคัญการพิจารณาผู้ชนะการคัดเลือกโดยใช้ข้อเสนอทางเทคนิค  ทั้งๆที่ได้มีการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการคัดเลือกมาแล้ว จะเป็นช่องทางที่ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม หรืออาจเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้ การพิจารณาผู้เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดให้กับรัฐให้เป็นผู้ชนะการประมูล จึงจะเป็นการก่อประโยชน์สูงสุดแก่รัฐโดยแท้ และมีความโปร่งใสเป็นธรรมมากที่สุด บริษัทฯจึงเห็นว่าเป็นการไม่สมควรถ้าหากจะมีการปรับแก้วิธีการการประเมินข้อเสนอดังกล่าว

          นอกจากนี้บริษัทฯยังเห็นว่าแม้การร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในครั้งนี้ จะมิใช่การจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานภาครัฐ แต่การยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการในข้อเท็จจริงข้างต้น เทียบเคียงได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ ซึ่งแม้ไม่ได้มีการกำหนดไว้ในกฎหมายร่วมลงทุนก็ตาม แต่คณะกรรมการคัดเลือก  ควรต้องนำกฎกระทรวงการคลังกำหนดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานของรัฐที่ใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่ได้ พ.ศ. 2560 มาใช้บังคับโดยอนุโลม  เนื่องด้วยถือเป็นการอุทธรณ์ที่ไม่สามารถกระทำได้ตามเงื่อนไขกฎหมาย

2 ศาสดาว่าไง ‘ปิยบุตร’ ลุยปฏิรูปสถาบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

2 ศาสดาว่าไง ‘ปิยบุตร’ ลุยปฏิรูปสถาบัน

2 ศาสดาว่าไง 'ปิยบุตร' ลุยปฏิรูปสถาบัน22 สิงหาคม 2563 – 16:53 น.

“ปิยบุตร” ลุยปฏิรูปสถาบันฯ หลัง “สองศาสดา” เคยจิกกัดถึงความไม่กล้า อาศัย “พลังเด็ก” วิ่งฝ่าพายุ

++
    เพียงแค่ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” โพสต์ว่า “มีข่าวลือหึ่งว่าจะมีรัฐประหาร” ภายในฝ่ายประชาธิปไตย ก็ปั่นกระแสข่าวรัฐประหาร ผ่านทวิตเตอร์ จนกลายเป็นอุปาทานหมู่
    เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2563  พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวลือ “รัฐประหาร” ในช่วงนี้มากว่า “เป็นข่าวเท็จ” โดยเฉพาะสถานการณ์ของประเทศปัจจุบัน ที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีความพยายามสร้างข่าวเท็จ ปลุกให้เกิดความหวาดระแวงกันในสังคมมากขึ้น 
    วันเดียวกัน ไพศาล พืชมงคล เจ้าสำนักธรรมนิติ โพสต์เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ตอนหนึ่งระบุว่า “ข่าวลือเรื่องรัฐประหาร ไม่สอดคล้องกับลมฟ้าอากาศในฤดูกาลนี้”
    ข่าวปล่อยจากปาก “ปวิน” ศาสดาของเด็กปลดแอก จึงน่าจะเป็นการปั่นกระแสต้านรัฐประหาร และเรียกผู้คนให้ไปร่วมชุมนุม 19 ก.ย.2563 ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

++
2 ศาสดา 2 แกนนำ
++
    หลังทราบผลเลือกตั้ง 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการสนับสนุนจาก “เฟิร์สโหวต” และคนชั้นกลาง จนได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.เขต เกินความคาดหมาย
    เวลานั้น “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้แสดงความผิดหวังในผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ในขณะนั้นคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ไม่กล้าหาญพอที่จะเสนอนโยบายปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง

2 ศาสดาว่าไง 'ปิยบุตร' ลุยปฏิรูปสถาบัน

                        ปวิน-สมศักดิ์ 


    โดยเฉพาะปิยบุตร ปวินคาดหวังสูงว่า อาจารย์ป๊อก จะสานต่อเจตนารมณ์ของ “คณะนิติราษฎร์” ในการแก้ไขมาตรา 112 โดยบรรจุไว้ในแนวทางนโยบายของพรรค 

2 ศาสดาว่าไง 'ปิยบุตร' ลุยปฏิรูปสถาบัน

                               ปิยบุตร หนุนพรรคก้าวไกล แก้ไข รธน. หมวดพระมหากษัตริย์
       

ย้อนไปช่วงกลางปี 2561 พรรคอนาคตใหม่ ประกาศนโยบายพรรค โดยเน้นที่การปฏิรูปกองทัพและชำระล้างมรดก คสช. แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการแก้ไข ม.112 เพราะถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่สมควรที่จะมาบรรจุเป็นนโยบายหาเสียง


ทำนองเดียวกัน สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ชำแหละต่อว่า “ผู้นำอนาคตใหม่ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา…พอคุณเล่นการเมือง คุณไม่เสนออะไรที่จะแก้ปัญหาที่ตัวเองพูดเลย”

++
วิ่งตามสองศาสดา
++
    หลังแฟลชม็อบ ภาค 2 เด็กๆ ออกมาชูป้าย “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” พร้อมนำภาพของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มาชูเหนือศรีษะ สะท้อนถึงอิทธิพลทางความคิดของ 2 นักวิชาการผู้ลี้ภัยต่อเยาวชนจำนวนไม่น้อย
    เมื่อม็อบเยาวชนปลดแอกจุดติด และพลพรรคของ “เพนกวิน-ปนัสยา” ชู 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ
    พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า จึงกระโจนเข้ารับลูกต่อ ล่าสุด “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ร่ายยาวเรื่อง “ทำไมการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จึงไม่ควรกำหนดเงื่อนไขว่าห้ามแก้ไข หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ?”
    เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกเว้นพรรคก้าวไกล มีมติให้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ห้ามมิให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ 
    ทั้งปิยบุตร และธนาธร ได้ปั้นวาทกรรม “เรื่องกระอักกระอ่วนใจ” เพื่อโน้มน้าวให้ผู้คนทั้งสังคม คล้อยตามกับสิ่งที่ “เพนกวิน” และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอ
    ใครกันแน่ “กระอักกระอ่วนใจ” คงต้องย้อนไปอ่านบทวิพากษ์ของ 2 ศาสดา เมื่อปีที่แล้ว 

พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท ‘บารมี’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท ‘บารมี’

  พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท 'บารมี' 22 สิงหาคม 2563 – 14:30 น.

พิษม็อบปลดแอก สมัชชาคนจน แยกเป็น 2 ทาง “บารมี” เดินหน้าชน แต่ “ป้าย ปากมูล” ไม่ไปด้วย

++
    นับแต่เกิดม็อบนักเรียน-นักศึกษารอบใหม่ มีความขัดแย้งปะทุขึ้นในสังคมไทยอีกครั้ง ไม่ต่างจากยุคเสื้อสี และลงลึกถึงในครอบครัว พ่อแม่-ลูก
    แม้แต่ภายในขบวนการภาคประชาชน ก็มีความเห็นต่าง ถึงขั้นออกแถลงการณ์ เปิดหน้าชนกันเลยทีเดียว
    อันสืบเนื่องจากวันที่ 19 ส.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแสดงหมายจับ “บารมี ชัยรัตน์” ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน หนึ่งในผู้ต้องหาจากกรณีเข้าร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก 18 ก.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 
    ถัดจากนั้นไม่นาน สมัชชาคนจนได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 สนับสนุนข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก และ เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อนายบารมี ชัยรัตน์ และแกนนำนักเรียนนักศึกษาทุกคน 

  พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท 'บารมี'

                          บารมี และสมัชชาคนจน 

++
ปากมูลเทบารมี
++
    จู่ๆ สมัชชาคนจนอีกปีกหนึ่ง กลับออกแถลงการณ์ลอยแพ “บารมี ชัยรัตน์” สร้างความสับสนในหมู่กองเชียร์ฝ่ายประชาธิปไตย
    เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2563 สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง “ปัญหาคนจน บนเขาควายความขัดแย้งทางการเมือง”
    ช่วงแรก สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ย้ำว่า เน้นการเคลื่อนไหว ผลักดันการแก้ไขปัญหาปากท้อง วางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่การเมือง หรือคู่ขัดแย้งทางการเมืองฝ่ายใด 

    ส่วนกรณีการจับกุมแกนนำการชุมนุมคือ บารมี ชัยรัตน์ ได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมอย่างมากนั้น สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอนำเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
    1. การเข้าร่วมเคลื่อนไหวของนายบารมี ชัยรัตน์ เป็นการกระทำของบุคคล ไม่เกี่ยวข้อง หรือได้รับฉันทามติ จากสมัชชาคนจน ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ
    2. การออกแถลงการณ์สมัชชาคนจน ของกลุ่มนายบารมี ชัยรัตน์ ที่จะนำมวลชนซึ่งเป็นชาวบ้านผู้เดือดร้อน เข้าไปชุมนุมทางการเมืองนั้น เป็นการกระทำที่จะนำไปสู่ ความขัดแย้งใน         มวลหมู่สมาชิก ที่ชาวบ้านจำนวนมาก รวมตัวกันเพื่อผลักดัน เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ไม่ใช่นำไปต่อสู้ทางการเมือง การกระทำดังกล่าวจะเป็นการทำลาย             ขบวนการ  ประชาชน
    3. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอปฏิเสธ และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อการกระทำใด ใด ของนายบารมี ชัยรัตน์ ที่จะมีขึ้นในอนาคต
    4. สิ่งที่นายบารมี ชัยรัตน์ กับพวก ได้กระทำนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสมัชชาคนจน เป็นการกระทำเฉพาะเพียงบางส่วน ซึ่งขัดกับหลักปฏิบัติของ               ขบวนสมัชชาคนจน ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน อันเรียกได้ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
    5. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอให้นายบารมี ชัยรัตน์ ยุติการแอบอ้าง การใช้ชื่อสมัชชาคนจน ในการเคลื่อนไหว หรือร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง

  พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท 'บารมี'

                               ป้าย ปากมูล และสมัชชาคน กรณีปากมูล 

++
คนจน 2 ปีก
++
    สรุปว่า ขบวนการสมัชชาคนจน ได้แยกออกเป็น 2 กลุ่มคือ สมัชชาคนจน ที่มี “บารมี ชัยรัตน์” เป็นผู้ประสานงาน
    ส่วนสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล นำโดย กฤษกร ศิลารักษ์ อดีตแกนนำต่อต้านการสร้างเขื่อนราษีไศล และผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปากมูล  
    กฤษกร ศิลารักษ์ หรือ “ป้าย ปากมูล” มีแนวทางการต่อสู้ต่างจากกลุ่มสมัชชาคนจน ของบารมี ชัยรัตน์    

      ที่แน่ๆ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สายอีสาน ไม่ค่อยชอบการนำสมัชชาคนจนแบบ “ป้าย ปากมูล”