ฝ่ายค้านแตกเหตุ ‘กรุง’ ชนะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฝ่ายค้านแตกเหตุ ‘กรุง’ ชนะ

ฝ่ายค้านแตกเหตุ 'กรุง' ชนะ9 สิงหาคม 2563 – 20:55 น.

ผลเลือกซ่อมปากน้ำ เพื่อไทยบู๊ก้าวไกล ตัดแต้มกันเอง ส่งพระเอกกรุง กลับเข้าสภาอีกหน

เป็นชัยชนะอีกสนามหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ โดยการหาเสียงเรื่องของท้องถิ่น ไม่มีแกนนำระดับรัฐมนตรี ลงหาเสียงในพื้นที่เขต 5 สมุทรปราการ แม้แต่คนเดียว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

:พลังประชารัฐชนะ หลังผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ มาลำดับ1

: เทียบฟอร์ม “กรุง” ป่ารอยต่อ “สลิลทิพย์”เด็กแม้ว

 แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ออกแบบการหาเสียงเลือกตั้งให้เรื่องท้องถิ่น ไม่ใช่ระดับชาติ

 ชัยชนะของ “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” วัดความนิยมของรัฐบาลประยุทธ์ไม่ได้ เพราะทีมงานกรุง มิได้ขายภาพผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนโยบายพรรคพลังประชารัฐ

 ตรงกันข้าม ทีมงานกรุง เน้นความเป็น ส.ส.คนท้องถิ่น พบง่ายใช้คล่อง จึงเป็นความสำเร็จของ “กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า” ภายใต้การนำของอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1

++

ฝ่ายค้านแตก

++

นับแต่พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคเสรีรวมไทยตัดสินใจส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งซ่อม เขต 5 บางบ่อ บางเสาธง และบางพลี(บางตำบล) สื่อทุกสำนักประเมินตรงกันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะตัดคะแนนกันเอง

 พรรคก้าวไกล ปักธงหวังเอาชนะที่สนามนี้ให้ได้ จึงเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส. นำเอา “อิศราวุธ ณ น่าน” ลงสนามแทนตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ผู้สมัคร ส.ส.คนเดิม

 แกนนำพรรคก้าวไกล ประเมินว่า มีต้นทุนอยู่ 3 หมื่นคะแนนจากการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 และมี ส.ส.สมุทรปราการ 1 คนคือ วุฒินันท์ บุญชู ที่เขต 4 (บางพลี)

 กระแสแฟลชม็อบ กระแสเบื่อประยุทธ์ น่าจะเป็นคุณแก่พรรคก้าวไกล

 สัปดาห์สุดท้าย พรรคก้าวไกลสะดุด เมื่อ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยกทีม ส.ส.เพื่อไทยลงหาเสียงช่วย “ส.ส.เล็ก” สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ หาเสียงอย่างคึกคัก 

“คุณหญิงสุดารัตน์” ชูแคมเปญ “เลือกเพื่อไทยพรรคเดียว เลือกให้ขาด” แถมเลือกเพื่อไทย ไม่มีแปลงร่างเป็นงูเห่า

 แกนนำพรรคก้าวไกล รู้สึกไม่พอใจในประเด็น “งูเห่า” เพราะการพูดทำนองนี้ ก็เท่ากับดิสเครดิตพรรคก้าวไกล

 ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคก้าวไกล จึงให้สัมภาษณ์ตอบโต้พรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง พร้อมกับชูคำขวัญ “เลือกฝ่ายค้านตัวจริง เลือกก้าวไกล”

 การหาเสียงโค้งสุดท้าย จึงเป็นการแย่งคะแนนกันเอง ระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกล ด้วยการชูแคมเปญ “ฝ่ายค้านตัวจริง-ตัวปลอม”

++

เสรีพิศุทธ์เอาจริง

++

 พรรคเสรีรวมไทย ส่งผู้สมัคร ส.ส.หน้าเดิม “มานะ บุญนาค” แบบเอาจริง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคตะลุยหาเสียงเต็มที่

 แถมได้ ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ที่ลงสนามเมื่อปี 2562 ในสีเสื้ออนาคตใหม่(เดิม) ประกาศลาออกจากพรรคก้าวไกล หันไปสนับสนุนมานะ บุญนาค พรรคเสรีรวมไทย

 ดังนั้น ฐานเสียงฝ่ายประชาธิปไตยในเขต 5 สมุทรปราการ จึงถูกแย่งชิงจาก 3 พรรคคือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคเสรีรวมไทย

 จากแผนเดิมที่พรรคก้าวไกล หวังโหนแฟลชม็อบ ทำให้คนหลั่งไหลมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กลับไม่เป็นตามที่หวัง

 สรุปว่า กลยุทธ์จัดตั้ง ของพรรคพลังประชารัฐ หรือทีมสมุทรปราการก้าวหน้า ทำงานได้เข้าเป้า ทำให้ “กรุงศรีวิไล” กลับเข้าสภาฯอีกครั้ง

ฝ่ายค้านแตกเหตุ 'กรุง' ชนะ
ฝ่ายค้านแตกเหตุ 'กรุง' ชนะ
ฝ่ายค้านแตกเหตุ 'กรุง' ชนะ
ฝ่ายค้านแตกเหตุ 'กรุง' ชนะ

ม็อบต่างรุ่น ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ เพลงนี้ไม่ร้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบต่างรุ่น ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ เพลงนี้ไม่ร้อง

ม็อบต่างรุ่น 'แสงดาวแห่งศรัทธา' เพลงนี้ไม่ร้อง9 สิงหาคม 2563 – 15:00 น.

ม็อบรุ่นใหม่ ไม่ร้อง “แสงดาวแห่งศรัทธา” เจ้าแม่เสื้อแดง “ธิดา” มีคำตอบเรื่องนี้

ปรากฏการณ์แฟลชม็อบ ภาค 2 ทำให้นักวิชาการ และนักวิเคราะห์สถานการณ์ ต้องปรับมุมมองกันใหม่ เนื่องจากเยาวชน นิสิต นักศึกษายุคนี้ มีกลยุทธ์ในการทำกิจกรรมที่หลากหลาย

อ่านข่าว :  “อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2

 “ธิดา ถาวรเศรษฐ์” อดีตประธาน นปช. และคนเดือนตุลา ผ่านสมรภูมิการชุมนุมทางการเมืองมาแต่ปี 2516 ,ปี 2535 และปี 2553

 เมื่อไม่นานมานี้ “ธิดา” ได้จัดรายการเล่าถึงคนในเรือนจำ ในหัวข้อ “ม็อบต่างรุ่น ต่างวัฒนธรรม ต่างยุทธวิธี” แต่เป้าหมายอุดมการณ์เดียวกัน

 “ ดิฉันขอพูดคำว่า “ต่างรุ่น” ก่อน อย่างตัวดิฉันมาตั้งแต่ 40 กว่าปีมาแล้วในการต่อสู้ ผ่านการต่อสู้ตั้งแต่ 2516 มาจน 2563 นอกจากคนในรุ่นดิฉันซึ่งมีอยู่ไม่ใช่น้อย ก็ยังมีรุ่นที่เราเรียกกันว่า Baby Boomer (อายุ 55–73 ปี) รุ่นนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นคนอนุรักษ์นิยมก็จริง แต่คนที่ต้องการประชาธิปไตยก็มีเยอะ แล้วถัดมาก็เป็นคนรุ่น Gen X (อายุ 40–45 ปี)”

 ธิดา บอกว่า ผู้ชุมนุมเรียกร้องหาประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Gen Z

 “รุ่น Gen Z ที่เราเห็นขณะนี้มากที่สุด บางม็อบที่เห็นเป็นรุ่นนักเรียน 70% ทั่วไป 30% (ทั่วไปหมายถึงคนแก่และคนค่อนข้างแก่)”

 ประเด็นหนึ่งที่อาจารย์ธิดา หยิบยกมาพูดถึงเกี่ยวกับผู้รักประชาธิปไตยต่างรุ่น ซึ่งอยู่ในม็อบเดียวกัน แต่ร้องเพลงต่างกัน

 การชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2535 ก็รวมกันทุกรุ่น ไม่มีช่องว่างระหว่างรุ่น ร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ผลงานการประพันธ์ของ จิตร ภูมิศักดิ์

 การชุมนุมของคนเสื้อเหลือง ปี 2551 และม็อบเสื้อแดง ปี 2535 ผู้ชุมนุมก็ร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา”

 “ในอดีตเมื่อเวลามีการชุมนุมขนาดใหญ่ทุกรุ่นก็รวมกันหมด เขาเรียกว่าช่องว่างระหว่างรุ่นค่อนข้างน้อย..”

 สำหรับม็อบเยาวชนปลดแอก หรือแฟลชม็อบ ร้องเพลงอะไร ธิดาเฉลย “ตอนนี้คุณจะร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ไม่ใช่ว่าเชยอย่างเดียวนะ คนที่ฟัง 70% เขาไม่getด้วย” 

พวกเขาร้องเพลง “แฮมทาโร่” หรือเพลง “Do You Hear the People Sing?” แล้วแปลงมาเป็นเพลงไทย

 คนรุ่นใหม่รู้จักและเชิดชู “จิตร ภูมิศักดิ์” แต่พวกเขาไม่ร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา”

 “เด็ก ๆ เขาก็รู้จักนะ แต่เขาไม่ร้องเพลงนั้น เขาร้องเพลงที่เขาอยากร้อง”

 อดีตประธาน นปช. ยอมรับในความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ “เขามีครีเอทีฟ ไอเดียเก่งมากและแตกต่างจากประเทศอื่นด้วย ดิฉันบอกได้เลยว่า ถามว่าทำไมต้องคิดแตกต่าง เพราะประเทศอื่นเขาไม่ต้องมาสู้กันด้วยเรื่องโง่ ๆ เรื่องแบบนี้เขาเลิกสู้กันแล้ว เขาไปสู้เรื่องอื่น แต่ของเรามันต้องมาสู้ด้วยอำนาจรัฐที่แข็งกล้าที่อนุรักษ์นิยมสูง ดังนั้นความคิดครีเอทีฟของเด็ก ๆ มันจึงสร้างสรรค์มาก และไม่เหมือนใครในโลกด้วยซ้ำ”

 สำหรับเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ยังเคยเป็นกรณีวิวาทะระหว่างคนเสื้อเหลือง กับเสื้อแดง โดยฝ่ายหนึ่งมองว่า จิตร ภูมิศักดิ์ แต่งไว้ในขณะที่ถูกคุมขัง โดยอำนาจของเผด็จการ ดังนั้น คนเสื้อเหลืองไม่ควรนำร้องบนเวทีม็อบ

 มาถึงวันนี้ คนรุ่น Y ไม่สนใจเพลงเก่าๆเหล่านี้ พวกเขาร้องเพลงที่อยากร้องเท่านั้น

ม็อบต่างรุ่น 'แสงดาวแห่งศรัทธา' เพลงนี้ไม่ร้อง

ม็อบปลดแอก เอาไม่อยู่ บิ๊กตู่เดินเกมไหน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบปลดแอก เอาไม่อยู่ บิ๊กตู่เดินเกมไหน

ม็อบปลดแอก เอาไม่อยู่ บิ๊กตู่เดินเกมไหน9 สิงหาคม 2563 – 12:05 น.

คณะประชาชนปลดแอกรุกหนัก ตั้งเป้าหมื่นคน ชุมนุมใหญ่ 16 สิงหา “พี่น้อง 3 ป.” จะรับมืออย่างไร … คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมอบให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นผู้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน นิสิต นักศึกษา เพื่อหาทางออกร่วมกัน

 แต่สถานการณ์การชุมนุมแฟลชม็อบในวันนี้ มีพัฒนาการถึงขั้นยกระดับเป็นการชุมนุมใหญ่แล้ว

 ฝ่ายความมั่นคง ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อแกนนำแฟลชม็อบจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้มีปฏิกิริยาตอบโต้จากเยาวชนคนรุ่นใหม่แล้ว ทั้งที่เวทีย่อยหน้า สน.ห้วยขวาง และศาลอาญา รัชดา รวมถึงเวทีใหญ่ สกายวอล์ค

++

3 ป.เจอ 3 ม็อบ

++

 นับจากปี 2549 จนถึงปี 2563 เมืองไทยเผชิญกับการชุมนุมทางการเมืองขนาดใหญ่มาแล้ว 3 ม็อบคือ ม็อบพันธมิตรฯ (ปี 2549-2551) ,ม็อบ นปช. (ปี 2552-2553) และม็อบ กปปส.(ปี 2556-2557)

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “พี่น้อง 3 ป.” ต่างก็ผ่าน 3 ม็อบใหญ่มาแล้ว พวกเขามีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วง

 ม็อบเสื้อเหลือง “บิ๊กป๊อก” เป็นผู้บัญชาการทหารบก ม็อบเสื้อแดง “บิ๊กป้อม” เป็น รมว.กลาโหม “บิ๊กป๊อก” เป็น ผบ.ทบ. และ “บิ๊กตู่” เป็น รอง ผบ.ทบ. ส่วนม็อบ กปปส. บิ๊กตู่เป็น ผบ.ทบ.

 สำหรับ “ม็อบปลดแอก” ในปีนี้ แกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีความคิดและอุดมการณ์ ต่างจากแกนนำม็อบรุ่นเก่า รวมถึงรูปแบบวิธีการเคลื่อนไหวชุมนุมก็เปลี่ยนไป

 อย่างไรก็ตาม “พี่น้อง 3 ป.” มีประสบการณ์และบทเรียนจากการชุมนุมทางการเมืองมาแล้ว ย่อมเข้าใจถึงกลเกมท้องถนนเป็นอย่างดี

 ม็อบปลดแอกปีนี้ มีส่วนผสมของพลังมวลชนตามธรรมชาติ และอิทธิพลความคิดจากพรรคการเมืองหน้าใหม่ ไม่ใช่ม็อบจัดตั้งเพียวๆ

++

ตั้งเป้าหมื่นคน

++

 เปิดตัวไปแล้ว “คณะประชาชนปลดแอก” (Free People) อย่างเป็นทางการ ที่พัฒนารูปองค์กรจากเครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง

 มีแกนนำหลักคือ “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี และ ”อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. ในฐานะโฆษกของคณะประชาชนปลดแอก

 พวกเขาจัดแฟลชม็อบที่สกายวอล์ค หน้าห้างมาบุญครอง เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 8 ส.ค.2563 ได้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมมากกว่า 2 พันคน

 การชุมนุมที่สกายวอล์ค เหมือนเป็นการเปิดตัวบรรดาแกนนำของคณะประชาชนปลดแอก ก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 16 ส.ค.2563 นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 คณะประชาชนปลดแอก ยังยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3.ยุบสภา

 ไม่ขอร่วมเวทีรับความคิดเห็นที่รัฐบาลจะจัดขึ้น พร้อมประกาศต่อต้านการรัฐประหาร และไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ

 การชุมนุม 16 ส.ค. คาดหมายว่า จะมีคนเข้าร่วมชุมนุมหมื่นกว่าคน และจะไม่ปักหลักพักค้าง 

จับตา ‘อานนท์’ ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับตา ‘อานนท์’ ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน

 จับตา 'อานนท์' ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน8 สิงหาคม 2563 – 17:59 น.

อานนท์ นำภา พร้อมจะไปเชียงใหม่ ขณะที่กลุ่มพลังมวลชนภาคเหนือ รวมตัวปกป้องสถาบัน

++
    สถานการณ์การนัดรวมพลของ “แนวร่วมประชาชนปลดแอกเชียงใหม่” ในวันที่อาทิตย์ที่ 9 ส.ค.2563 ที่ประตูท่าแพ ได้รับการจับตามองจากฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
    เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2563 อานนท์ นำภา ทนายความนักเคลื่อนไหวมวลชน ได้โพสต์ว่า จะเดินทางไปร่วมกิจกรรมกับแนวร่วมประชาชนปลดแอกเชียงใหม่ ในวันที่ 9 ส.ค.นี้
    อานนท์ยืนยันจะไปพูดในหัวข้อเดิม ที่เคยปราศรัยในกิจกรรมของกลุ่มมอกะเสด 

    หลังจากนั้น อานนท์ นำภา ได้ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีตาม ม.116 และศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขห้ามกระทำผิดซ้ำ
    อานนท์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตัวเขาเองยังจะหน้าไปปราศรัยในเวทีต่างจังหวัดเหมือนเดิม

 จับตา 'อานนท์' ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน

                                   แนวร่วมประชาชนปลดแอกเชียงใหม่ ยืนยันจัดการชุมนุมมวลชน มีอานนท์ นำภา ปราศรัย 

++
รวมพลังปกป้องสถาบัน
++
    พลันที่มีข่าวว่า อานนท์ นำภา จะเดินทางมาปราศรัยที่เชียงใหม ได้มีความเคลื่อนไหวของพลังมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งทันที
    วันที่ 7 ส.ค.2563 วังนคร ไชยมงคล ที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายสมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยรวมพลังสร้างชาติ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ จำนวนกว่า 100 คน ได้รวมตัวถือป้ายบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมอ่านแถลงการณ์ของสมาพันธ์ฯ เพื่อแสดงจุดยืนในการให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่จวบจ้างล่วงเกินสถาบัน 

 จับตา 'อานนท์' ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน


    ก่อนหน้าที่พวกเขาจะเดินทางมาแสดงพลังที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ สมคิด เลิศเกียรติดำรงค์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองป่าครั่ง และประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นประธานการประชุมจัดตั้ง “สมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยรวมพลังสร้างชาติ” มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ร่วมแก้ไขปัญหาในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำปัญหาเพื่อเสนอภาครัฐ 

 จับตา 'อานนท์' ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน
 จับตา 'อานนท์' ไปเชียงใหม่ เผชิญกลุ่มต้าน

                         สมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยรวมพลังสร้างชาติ แสดงพลังรักชาติ 

ถัดมา สมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยรวมพลังสร้างชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีกลุ่มบุคคลได้ออกมาเคลื่อนไหวยุยงให้เกิดความแตกแยก ใส่ร้าย จาบจ้วงสถาบัน ทางสมาพันธ์ฯ ขอเรียกร้องดังนี้
    1.ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว หยุดกล่าวร้านจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน
    2.หยุดยุยงให้ประชาชนเกิดความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
    3.ทางสมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทย ขอสนับสนุนส่งเสริม สร้างความรัก ความสามัคคีและความแข้มแข็งในชุมชน สมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยยืนหยัดในการให้ทุกคนเคารพกฎหมาย เพื่อให้สังคมอยู่อย่างสงบสุข

ส่องแกนนำ’ประชาชนปลดแอก’ให้จบที่รุ่นเพนกวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องแกนนำ’ประชาชนปลดแอก’ให้จบที่รุ่นเพนกวิน

ส่องแกนนำ'ประชาชนปลดแอก'ให้จบที่รุ่นเพนกวิน8 สิงหาคม 2563 – 15:07 น.

ไผเป็นไผ “คณะประชาชนปลดแอก” นัดม็อบใหญ่ พบแกนนำหัวก้าวหน้า สายตรง “เพนกวิน”

++
    ม็อบใหญ่อาจมาเร็วกว่าที่คิด เมื่อเกิดเหตุจับกุมแกนนำและแนวร่วมกลุ่มเยาวชนปลดแอก 
    วันที่ 7 ส.ค.2563 กลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้ยกระดับจัดตั้งองค์กรเป็น “คณะประชาชนปลดแอก” (Free People) อย่างเป็นทางการ และเตรียมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 16 ส.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ส่องแกนนำ'ประชาชนปลดแอก'ให้จบที่รุ่นเพนกวิน

                  ฟอร์ต เยาวชนปลดแอก 

  สถานการณ์เปลี่ยนไปเร็วมาก หลังมีการจับกุมอานนท์ นำภา ทำให้ “เพนกวิน” และเครือข่ายสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) นัดชุมนุมที่สกายวอล์ก ปทุมวัน ในเย็นวันเสาร์ที่ 8 ส.ค.2563
++

++

รวมแฟลชม็อบเมืองกรุง
++
    คณะประชาชนปลดแอก พัฒนารูปองค์กรจากเครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง 
    1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำโดย “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี
    2.สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) โดย ”อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. ในฐานะโฆษกของคณะประชาชนปลดแอก 

ส่องแกนนำ'ประชาชนปลดแอก'ให้จบที่รุ่นเพนกวิน

 อั่ว สนท.


    3.กลุ่มโดมปฏิวัติ ม.ธรรมศาสตร์ โดย ณัฐชนน ไพโรจน์ 
    4.กลุ่มประชาลาด ม.เทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง โดยกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ
    5.กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ม.เทคโนโลยีมหานคร โดย ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ผู้จัดกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย”
    6.กลุ่มเสรีเทย พลัส นำโดยศุกรียา วรรณายุวัฒน์ และสิรภพ อัตโตหิ ผู้จัดกิจกรรม “ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล” 
    หากพิจารณาจากกลุ่มต่างๆ ที่มารวมกันเป็นกลุ่มประชาชนปลดแอก ทั้งหมดล้วนเป็นเครือข่ายของ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ อดีตประธานสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีความพยายามรวบรวมเครือข่ายนักศึกษาที่อยู่ใน กทม. ให้เป็นหนึ่งเดียว 

ส่องแกนนำ'ประชาชนปลดแอก'ให้จบที่รุ่นเพนกวิน

                     เพนกวิน และพรรคโดมปฏิวัติ ยังเป็นแกนหลัก 

++
จริงหรือแค่ยุบสภา
++
    ในการแถลงข่าวคณะประชาชนปลดแอก พวกเขายังยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3.ยุบสภา แต่จะต้องไม่ได้มาจากการรัฐประหารเกิดอีก หรือการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ 

ส่องแกนนำ'ประชาชนปลดแอก'ให้จบที่รุ่นเพนกวิน


    ลึกๆแล้ว แกนนำคณะประชาชนปลดแอก อยากยกระดับข้อเรียกร้อง เหมือนกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ‘เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย’ เพื่อปกปักรักษาประชาธิปไตย และขับไล่อำนาจมืดจาก จัดโดยกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย และ มอกะเสด 
    แต่คงมีผู้ใหญ่บางคน เตือนไว้ว่า “อย่าล้ำหน้ามวลชน” อาจเป็นเงื่อนไขให้เกิดฝ่ายต่อต้านขบวนการนักเรียน นิสิต นักศึกษา
    ถึงกระนั้น ได้เกิดขบวนการพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เริ่มก่อตัวในโซเชียล ที่ จ.เชียงใหม่ และประกาศต่อต้าน “อานนท์ นำภา”ที่จะมาปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง 
    การเคลื่อนไหวนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มประชาชนปลดแอก ดูล่อแหลม และเสี่ยงภัยสูง เพราะแกนนำบางคน วาดฝันปลุกม็อบใหญ่ เปลี่ยนแปลงให้ถึงราก 

สูตร 2 สหาย’อานนท์’ทัพหน้า กองหนุน ‘โรม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สูตร 2 สหาย’อานนท์’ทัพหน้า กองหนุน ‘โรม’

สูตร 2 สหาย'อานนท์'ทัพหน้า กองหนุน 'โรม'8 สิงหาคม 2563 – 11:45 น.

สองขาสูตรใหม่ “ก้าวไกล-อานนท์” ต่างจากยุคเสื้อแดง อุดมการณ์ของอานนท์และแฟลชม็อบ ไปไกลกว่าที่คิด คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ย้อนรอยการชุมนุมมวลชน “แดงทั้งแผ่นดิน” ปี 2552-2553 ได้เห็นภาพยุทธศาสตร์ 2 ขา คือ นปช. และพรรคเพื่อไทย โดยมีคนแดนไกล คอยส่งภาพและเสียงมาที่ชุมนุมทุกคืน
    ตัดกลับมา พ.ศ.นี้ บริบทสังคมเปลี่ยนไป เด็กๆที่โตมากับม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อแดง และม็อบ กปปส. ได้เคลื่อนไหวทำกิจกรรมที่หลากหลาย แต่มีเนื้อหาเข้มข้น ไปไกลกว่าคน        เสื้อแดง
  

    อย่างไรก็ตาม ภาพการต่อสู้นอกสภากับในสภา ก็ยังมีอยู่ โดยความสัมพันธ์เชิงอุดมการณ์ของตัวละครหลัก จากยุค คสช. มาจนถึงยุค คสช.ภาคนักเลือกตั้ง
    ระหว่าง “อานนท์ นำภา” พี่ใหญ่ของเยาวชนปลดแอก กับ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

++
ก้าวไกลมาเต็มทีม
++
    หลังศาลอนุมัติหมายจับแกนนำและผู้ปราศรัยในการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกอย่างน้อย 7 คน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน. สำราญราษฎร์ ระบุเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดอาญา ม.116 
    สองคนแรกที่ถูกจับกุมคือ “อานนท์ นำภา” ทนายความสิทธิมนุษยชน และ “ภาณุพงศ์ จาดนอก” แกนนำกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย 
    หลังจากมีข่าวการจับกุม 2 แกนนำม็อบเยาวชนปลดแอก พรรคก้าวไกลได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการจับกุมทันที 
    รังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ทิ้งเวทีหาเสียงที่เขต 5 สมุทรปราการ พาเพื่อน ส.ส.อีก 7-8 คน เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อเตรียมใช้ตำแหน่งประกันตัวอานนท์ และภาณุพงศ์

สูตร 2 สหาย'อานนท์'ทัพหน้า กองหนุน 'โรม'

                         โรม และเพื่อน ส.ส.พรรคก้าวไกล มาให้กำลังใจอานนท์

++
เขาคือทองใบ 2
++
    หลังรัฐประหาร 2557 อานนท์ นำภา ทนายความคนเสื้อแดง โคจรมาพบกับนักกิจกรรมจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างรังสิมันต์ โรม และจ่านิว-สิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ในการรับเป็นทนายความสู้คดีให้กับน้องๆนักศึกษา
  

ทนายอานนท์ เปรียบตัวเองกับน้องนักศึกษา เหมือนยุค 14 ตุลา ที่ผู้นำนักศึกษา ได้ทนายทองใบ ทองเปาด์ เป็นพี่เลี้ยงด้านคดีความ
    “พวกเขาก็อาจจะเป็นเสกสรรค์สมัยนั้น เสกสรรค์เรียก ทองใบ ทองเปาด์ ว่าพี่นะ แล้วพวกนี้ก็เรียกผมว่าพี่  คือเหมือนกับประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแล้วเราไปเป็นตัวละครในนั้น เหมือนกงล้อประวัติศาสตร์”
    

 ปี 2560 รังสิมันต์ โรม เปลี่ยนชื่อจากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็นกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มีการรวมตัวแบบหลวมๆ คือ “โรม” รังสิมันต์ โรม, “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ, “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา

  ตอนนี้ อานนท์ นำภา สวมหมวกสองใบคือ เป็นทนายความและนักกิจกรรมการเมือง เข้าร่วมกลุ่มกับน้องๆ นักศึกษา

สูตร 2 สหาย'อานนท์'ทัพหน้า กองหนุน 'โรม'

                            ม็อบคนอยากเลือกตั้งในอดีต 


     กลางปี 2561 รังสิมันต์ โรม และปิยะรัฐ จงเทพ ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา โรมอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับ 16 ได้เป็นว่าที่ ส.ส. แต่โตโต้ไปสมัคร ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์ ได้คะแนนหมื่นกว่า สอบตก
    กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง น่าจะจบภารกิจไปแล้ว แกนนำหลังม่านจึงดีไซน์ “แนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบ กกต. และปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษา
    เมื่อรังสิมันต์ โรม เข้าไปอยู่ในสภา ด้านนอกสภา อานนท์ นำภา รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กๆ อย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ แห่งสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย และคนอื่นๆที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

สูตร 2 สหาย'อานนท์'ทัพหน้า กองหนุน 'โรม'

                     ทนายอานนท์ เป็นพี่เลี้ยงนักกิจกรรมรุ่นน้อง 


    จึงไม่น่าแปลกใจที่ “โรม” จะขยับอย่างเร็ว เพื่อดูแลมิตรสหายร่วมอุดมการณ์อย่าง อานนท์ นำภา

รู้จัก’อานนท์’จุดไฟม็อบใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้จัก’อานนท์’จุดไฟม็อบใหญ่

รู้จัก'อานนท์'จุดไฟม็อบใหญ่7 สิงหาคม 2563 – 18:19 น.

อานนท์ นำภา ผู้จุดไฟม็อบปลดแอก ไม่ใช่แค่ทนายตัวเล็กๆ หากแต่เป็น “เสนาธิการ” ม็อบไล่ประยุทธ์

++
    จังหวะที่ “อานนท์ นำภา” ทนายความคนดัง ถูกจับกุม ช่วงบ่าย 3 โมง(7 ส.ค.2563) วันเดียวกัน แกนนำเยาวชนปลดแอก (FreeYOUTH) และสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ได้จัดการแถลงข่าวการจัดตั้ง “คณะประชาชนปลดแอก” อย่างเป็นทางการ 
    พร้อมกันนั้น แกนนำคณะประชาชนปลดแอก ได้ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ วันที่ 16 ส.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 
    คณะประชาชนปลดแอกจะดำเนินการตาม 2 หลักการ คือ ต้องไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก และต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
    ที่สำคัญ  แกนนำคณะประชาชนปลดแอก จะไม่ปิดกั้น อานนท์ นำภา หากจะขึ้นเวทีปราศรัย เพราะทำให้ประชาชนตาสว่างมากขึ้น

รู้จัก'อานนท์'จุดไฟม็อบใหญ่

                        กลุ่มประชาชนปลดแอก 

++
สายล่อฟ้า
++
    ในเฟซบุ๊คส่วนตัวของ อานนท์ นำภา ประมาณ 15 ชั่วโมง มีข้อความว่า “ชุมนุมใหญ่กลางเดือนนี้ ปุ๊ ฟ้าเดียวกัน พนันว่า 10,000 up ใครจะพนัน ว่ามา..” 
    จากข้อความดังกล่าว ทำให้ “อานนท์” ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นเสนาธิการม็อบเยาวชนปลดแอก ก็ไม่น่าจะผิดไปจากนี้
    เนื่องจากคณะประชาชนปลดแอก นัดชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค.นี้ และชื่อ “ปุ๊ ฟ้าเดียวกัน” ก็เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และเป็นเพื่อนของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 
    หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับจากศาลอาญา เข้าจับกุมอานนท์ บริเวณคอนโดมิเนียม ใจกลางกรุง ย่านห้วยขวาง 
    “อานนท์” เพิ่งปราศรัยเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง ในกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” จัดโดยกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย และ มอกะเสด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ส.ค.2563
    หลังจากวันนั้น อานนท์ถูกกลุ่มนักวิชาการที่พยายามแก้ไขมาตรา 112 ยกย่องว่าเป็นผู้กล้า อานนท์จึงประกาศว่า จะไม่ขึ้นปราศรัยในเวทีใด ๆ หากไม่ให้พูดความจริงเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง

รู้จัก'อานนท์'จุดไฟม็อบใหญ่

++
ทนายน้อย
++ 
    อานนท์ นำภา เป็นชาวร้อยเอ็ด จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบเนติบัณฑิต ในปี 2552 หลังสำเร็จการศึกษา อานนท์ทำงานกับสำนักงานกฎหมายมีสิทธิ์ ซึ่งช่วยเหลือชาวบ้านที่รวมตัวเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมแล้วถูกดำเนินคดี 
    หลังการสลายการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 อานนท์รับทำคดีทางการเมือง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้แก่คนเสื้อแดงจำนวนมาก ทั้งคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, คดีเผาศาลากลาง และคดีมาตรา 112 จึงได้ฉายา “ทนายความเสื้อแดง”

รู้จัก'อานนท์'จุดไฟม็อบใหญ่

                        ทนายอานนท์ เคลื่อนไหวต้านเผด็จการมานาน


    ต่อมา อานนท์ตั้งสำนักงานของตัวเองชื่อ “สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์” และรัฐประหาร 2557 อานนท์เข้าร่วมเป็นทนายความอาสากับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง รวมถึงคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
    อานนท์สวมหมวกหลายใบ ไม่ใช่แค่เป็นทนายความ หากแต่ยังรับบทเสนาธิการ ขบวนการต่อต้านเผด็จการมาตั้งแต่ปี 2558  

เปิด 10 อาชีพตลาดแรงงานต้องการหลังโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิด 10 อาชีพตลาดแรงงานต้องการหลังโควิด-19

เปิด 10 อาชีพตลาดแรงงานต้องการหลังโควิด-197 สิงหาคม 2563 – 17:45 น.

เปิด10 อาชีพที่ตลาดแรงงานยังต้องการมากที่สุด หลังโควิด -19 เริ่มคลี่คลายในประเทศไทย

กรมประชาสัมพันธ์ เปิด10 อาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการมากที่สุดและแนวโน้มสำหรับการทำงานในยุคนิวนอร์มอลหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19คลีคลาย

 โดยข้อมูลดังกล่าวมาจาก 3 เว็บไซต์จัดหางาน ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ได้แก่ CobsDB, Jobbkk, Jobtha ที่ได้รวบรวมและคาดการณ์ว่าหลังสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยคลี่คลาย กลุ่มอาชีพที่มีตำแหน่งงานว่างและต้องการแรงงานมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

1.อาชีพด้านงานขายเช่น พนักงานขายหน้าร้าน, พนักงานขายออนไลน์, เจ้าหน้าที่ให้บริการด้านข้อมูลสินค้า,งานขายประกัน และ พนักงานขายทางโทรศัพท์

2.ขนส่งและคลังสินค้าเช่น เจ้าหน้าที่จัดเรียงคลังสินค้า, เจ้าหน้าที่จัดส่งสินค้า, เจ้าหน้าที่จัดการสต๊อก โดยอาชีพนี้เลือกเข้างานป็นกะได้ และความต้องการอาชีพนี้อยู่ทุกพื้นที่

3.อาชีพด้านไอทีซึ่งปัจจุบันมีความหลากหลาย เช่น โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ Web Developer และผู้ดูแลระบบ

4.วิศวกรเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความต้องการสูง รองรับการลงทุนของบริษัทต่างประเทศที่มาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต การจัดการโรงงาน การดูแลมาตรฐานของโรงงาน รวมถึงการดูแลระบบเครื่องจักร เครื่องกล เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพสูง

5.ช่างเทคนิคเช่น ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ มีส่วนสำคัญในแรงงานการผลิต ทั้งโรงงาน ออฟฟิศ และหน่วยการผลิต มีความต้องการผู้ที่จบการศึกษาสายอาชีวะจำนวนมาก

6.เจ้าหน้าที่บัญชีเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านในการจัดการ เพื่อรองรับการยื่นภาษีของบริษัท ปิดสรุปงบ เพื่อให้องค์กรนำตัวเลขนี้ไปพัฒนาธุรกิจต่อไป

7.เจ้าหน้าที่การเงินดูแลเรื่องการวางบิล ซื้อขาย ทวงหนี้ วางแผนการชำระหนี้ จัดการหนี้สินของบริษัท ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน

8.เจ้าหน้าที่ธุรการและงานจัดซื้อที่คอยดูแลเรื่องการประสานงาน งานเอกสารขององค์กร ยังมีความต้องการอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

9.อาชีพบริการลูกค้า งานต้อนรับ แม้ว่าเทรนด์ธุรกิจจะเปลี่ยนไป แต่องค์กรก็ยังจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลกับลูกค้าหรือผู้บริโภค เกี่ยวกับบริการหลังการขาย รวมถึงงาน Call Center

10.อาชีพการตลาดและประชาสัมพันธ์ผู้ช่วยคิดแผนโปรโมชัน ทำงานร่วมกับทีมขายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ช่องทางโฆษณาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับความต้องการผู้บริโภค 

ดูเหมือนว่า 10 อาชีพ ดังกล่าวมีความต้องการในตลาดแรงานในปัจจุบัน หลังโควิด-19 คลีคลาย แต่ในภาพรวมตัวเลขผู้ว่างงานและการเลิกจ้างยังอยู่ในอัตราที่น่าเป็นห่วง  เพราะจากการสำรวจของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือน พ.ค. 2563 พบว่ามีตัวเลขการจ้างานในประเทศไทย 11,391,965 คน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (พ.ศ.2562) 148,980 คน หรือเฉลี่ยการจ้างงานลดลง 1.29% ต่อปี

ทั้งนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน จัดโครงการจ้างงานระยะสั้นเป็นเวลา 2 เดือนเริ่มเดือนสิงหาคม- กันยายน 2563  จ้าง 230 คนทั่วประเทศ รายได้ 10,500 บาทต่อเดือน  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 4,830,000 บาท

อนึ่งแรงงานที่ได้รับการจ้างในครั้งนี้ เป็นลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากจำนวนลูกจ้าง 919,410 (ข้อมูลเมื่อวันที่ 31กรกฏาคม 2563 )

….กมลทิพย์  ใบเงิน  เรียบเรียง…..

ลึกซึ้ง ‘ส.ว.ก๊อง’ บนทางอัยการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลึกซึ้ง ‘ส.ว.ก๊อง’ บนทางอัยการ

ลึกซึ้ง  'ส.ว.ก๊อง' บนทางอัยการ7 สิงหาคม 2563 – 14:33 น.

คอนเนกชั่น ส.ว.2551 ทำให้ “ส.ว.ก๊อง” รู้จัก “ผู้ใหญ่” ในองค์กรอัยการ งานบวชต้องมา

++
    คดีบอสขับรถชนตำรวจ จากกรุงเทพฯ ถูกลากโยงมาถึงเชียงใหม่ เมื่อ จารุชาติ มาศทอง พยานปากเอกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
    บังเอิญ “จารุชาติ” เป็นลูกจ้างในสำนักงานของ “ส.ว.ก๊อง” ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ และมีข้อสงสัยว่า ใครเอาโทรศัพท์กับซิมของจารุชาติไป        ซึ่งผลสอบสวนทราบแล้วว่า “ล้าน” พศิน อัคเดชธนโชติ ลูกน้องคนสนิทของ ส.ว.ก๊อง เป็นคนเอาซิมของจารุชาติไปทำลายทิ้ง
    “ล้าน” อ้างว่า มีภาพคู่จารุชาติหลายภาพ และตนเองจะลงสมัครนายกเทศมนตรี ต.สุเทพ จึงไม่อยากให้ภาพเหล่านั้นหลุดไปถึงมือคู่แข่ง
    บังเอิญว่า เพจดังได้นำภาพงานบวชของ ส.ว.ก๊อง เมื่อไม่นานมานี้มาแพร่ทางหน้าแฟนเพจ ในนั้น มีภาพของจารุชาติ และข้าราชการระดับสูงไปร่วมงานหลายคน

ลึกซึ้ง  'ส.ว.ก๊อง' บนทางอัยการ

                           สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ยืนยันหนุน ส.ว.ก๊อง สู้ศึก อบจ.เชียงใหม่

++
งานบวชไม่ธรรมดา
++
    เมื่ออาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.2563 สื่อออนไลน์สายกีฬา ได้นำเสนอข่าว “ส.ว.ก๊อง” ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ประธานสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นงานใหญ่ในแวดวงคนการเมืองและลูกหนังเมืองเหนือ 

ลึกซึ้ง  'ส.ว.ก๊อง' บนทางอัยการ

                                    งานบวช ส.ว.ก๊อง 


    ที่น่าสนใจจากข่าวแจกของสโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ได้ระบุชื่อแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน นอกจาก สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ยังปรากฏชื่อของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักอัยการสูงสุดและอัยการภาค 5 

ลึกซึ้ง  'ส.ว.ก๊อง' บนทางอัยการ

                       แกนนำเพื่อไทย ภาคเหนือไปร่วมงานบวช ส.ว.ก๊อง 

++

ทำไมอัยการ 
++
    ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.เชียงใหม่ ปี 2551 คนเชียงใหม่เรียก “ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร” ว่า “ทนายก๊อง” หรือ “ทนายขวัญใจคนรากหญ้า” 
    ชูชัย นิติศาสตร์รามคำแหง, เนติบัณฑิตไทย ได้ยึดอาชีพทนายความ กระทั่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. โดยการสนับสนุนของ “เจ๊แดง”
    ระหว่างที่เป็น ส.ว.เชียงใหม่ ปี 2551-2557 ชูชัย จะเกาะกลุ่มอยู่กับ ส.ว.สายที่ได้รับการสนับสนุนจากคนการเมือง สีเสื้อเพื่อไทย
    สมัยเป็น ส.ว. “ทนายก๊อง” มีบทบาทไม่ธรรมดา  เขาได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา ,เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พรบ.องค์กรอัยการ พ.ศ.2553 และประธานคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติอัยการสูงสุด ปี 2556
  

 ด้วยการที่ ส.ว.ก๊อง เคยทำงานเกี่ยวกับองค์กรอัยการ จึงได้รับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ลงสมัครเพื่อคัดเลือกเป็น “กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนบุคคลภายนอก” เมื่อเดือน ม.ค.2563 
    ส.ว.ก๊อง สมัครเป็น ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กร หรือด้านการบริหารจัดการ (ก.อ.บุคคลภายนอก) 
    นี่คือคำตอบของความสัมพันธ์ระหว่าง ส.ว.ก๊อง กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานอัยการสูงสุด  

ปากน้ำเดือด’หน่อย’ ขุดงูเห่า ชิงแต้มก้าวไกล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปากน้ำเดือด’หน่อย’ ขุดงูเห่า ชิงแต้มก้าวไกล

ปากน้ำเดือด'หน่อย' ขุดงูเห่า ชิงแต้มก้าวไกล7 สิงหาคม 2563 – 10:26 น.

สงครามปากน้ำ ฝ่ายค้านฟัดกันนัว “เจ๊หน่อย” ชูเลือกเพื่อไทยไม่เป็นงูเห่า ก้าวไกลสวนคืนปมงูเห่าฝากเลี้ยง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    3 วันสุดท้าย ก่อนเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งซ่อม ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.2563 การหาเสียงเข้มข้นกว่าที่คิด
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นำทีม ส.ส.ลงพื้นที่เขต 5 สมุทรปราการ เพื่อช่วย สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ต่อเนื่อง
    ด้านพรรคก้าวไกล จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ ส่ง 54 ส.ส.พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่เขต 5 ช่วย “พีท” อิศราวุธ ณ น่าน
    ที่เงียบที่สุดกลายเป็นพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีแกนนำระดับรัฐมนตรีลงพื้นที่ มีแต่พระเอกกรุง และทีมงานสมุทรปราการก้าวหน้าลุยเก็บแต้ม
    โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมปากน้ำ จึงกลายเป็นศึกคนกันเองบรรเลงเพลงรบ ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล แย่งชิงคะแนนในฟากฝ่ายประชาธิปไตย

ปากน้ำเดือด'หน่อย' ขุดงูเห่า ชิงแต้มก้าวไกล

                    คุณหญิงหน่อยลุยเต็มที่ 

++
ไม่เป็นงูเห่า
++
    เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายว่า พรรคเพื่อไทยจะส่ง 3 ข้อสำคัญถึงคนบางพลี บางบ่อ และบางเสาธง
    1.สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ เป็นลูกหลานชาวสมุทรปราการ และอดีต ส.ส.3 สมัย ในห้วงที่ถูกรัฐประหาร จะถูกอำนาจรัฐและเงินกดทับ แต่สลิลทิพย์ไม่มียอมเปลี่ยนขั้ว ต่างจากหลายคนที่ย้ายพรรคไปหาประโยชน์ในข้างหน้า
    “เลือกสลิลทิพย์ ไม่มีทางเป็นงูเห่า อย่างแน่นอน”
    2.เลือกสลิลทิพย์ จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่จะพลังแสดง ร่วมกันกับเยาวชนนิสิตนักศึกษาว่า ประชาชนไม่เอารัฐบาลนี้อีกต่อไปแล้ว
    3.เรากำลังสู้กับเผด็จการ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยพรรคเดียวอย่าให้เสียงแตก
    จริงๆ ประเด็นนี้ คุณหญิงหน่อย ตั้งการ์ดไม่รัดกุม จึงโดนสวนเรื่อง “งูเห่าฝากเลี้ยง” จากพรรคก้าวไกล

ปากน้ำเดือด'หน่อย' ขุดงูเห่า ชิงแต้มก้าวไกล

                           สลิลทิพย์ สุขวัฒน์

++
ฝ่ายค้านตัวจริง
++
    วันที่ 5 ส.ค.2563 อำนาจ สถาวรฤทธิ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ ออกโรงโต้ “คุณหญิงหน่อย” ทันที
    ปมร้อนที่ “เฮียอำนาจ” ต้องแจกแจงคือ เลือกเพื่อไทย ไม่มีทางเป็นงูเห่า แสดงว่า ผู้พูดจงใจกระทบพรรคก้าวไกล หรืออดีตอนาคตใหม่ ที่เคยเกิดเหตุ ส.ส.ย้ายพรรคไปจำนวนหนึ่ง
    “แน่นอนการพูดในลักษณะนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้สมัครของพรรคก้าวไกลที่ย้ายพรรคมา ภายหลังพรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ เรื่อง ส.ส.งูเห่าในทางการเมืองรู้กันดีว่าใครกินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง การออกมาหาเสียงเช่นนี้ ผมมองว่าเป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์”
    ปกติ “เฮียอำนาจ” เป็นคนพูดน้อย เป็นมือปฏิบัติการ แต่คราวนี้ ก้าวไกลไม่ทน 


    แกนนำก้าวไกลปากน้ำ จึงชูคำขวัญในคืนหมาหอนว่า เลือกฝ่ายค้านตัวจริง ต้องเลือกก้าวไกล เพราะเลือกอีกพรรคจะเป็นฝ่ายค้านปลอมๆ  

ปากน้ำเดือด'หน่อย' ขุดงูเห่า ชิงแต้มก้าวไกล

                               ก้าวไกล ชูฝ่ายค้านตัวจริง