ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์12 สิงหาคม 2563 – 15:09 น.

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์ แกนนำม็อบธรรมศาสตร์คือใคร ไม่เพียงแต่ฝ่ายความมั่นคงจะตามหา คนทั่วไปก็อยากทราบ เพราะกล้าทะลุเพดาน 

++
ปฏิกิริยาหลังกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” มีมากมายหลายเรื่องราว ทั้งภายในฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายตรงข้าม 

สิ่งหนึ่งที่ผู้สนใจการชุมนุมแฟลชม็อบ อยากทราบว่า ใครเป็นแกนนำ “ธรรมศาสตร์และการชุมนุม”  

อ่านข่าว…   “ปวิน” จิกกัด ก้าวไกลไม่ทน

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์

“รุ้ง ปนัสยา” แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม

ที่เปิดหน้าเป็นเสมือนโฆษกกลุ่มธรรมศาสตร์ และการชุมนุมคือ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษกสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และนักศึกษาคณะคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
++
เพื่อนเพนกวิน
++
ก่อนแฟลชม็อบภาค 2 จะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณี “วันเฉลิม” หายตัวไป ก็จะมีภาพของ “รุ้ง” ปนัสยา และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชีวารักษ์ ทำกิจกรรมทางการเมืองในนาม สนท. 

ย้อนไปแฟลชม็อบภาคแรก เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2563 ได้มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังธรรมศาสตร์ ทวงคืนอนาคต” ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต  

วันนั้น ปนัสยา ร่วมกับ พริษฐ์ ชิวารักษ์ และณัฐชนน ไพโรจน์ หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ มธ. เป็นแกนนำจัดกิจกรรมดังกล่าว 

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์

รุ้งจะเคลื่อนไหวคู่กับเพนกวิน

สำหรับการชุมนุมที่ลานพญานาค ครั้งใหม่ “เพนกวิน” และพรรคโดมปฏิวัติ ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ แต่ “รุ้ง” ยังเข้าร่วมทำกิจกรรมในฐานะโฆษก สนท. 

ดังนั้น รุ้งจึงเป็นผู้แถลงข่าวเป็นระยะๆ รวมถึงการเปิดเผยถึงรูปแบบการการตั้งเวที พร้อมจอแอลอีดีขนาดใหญ่เป็นฉาก อุปกรณ์แสงสีสำหรับการใช้แสดงดนตรี และการปราศรัยด้วย ซึ่งจะแตกต่างจากการชุมนุมที่ผ่านๆมา  

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมวันนั้น ไม่ได้มีการเปิดเผยแกนนำจัดกิจกรรมคนอื่นๆ นอกจากตัวรุ้งคนเดียว
++
อมธ.ยุคใหม่
++
ช่วงก่อนการจัดกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ในหน้าเพจองค์การนักศึกษามหาวิทยาธรรมศาสตร์ (อมธ.) จะมีข่าวการเตรียมการจัดการชุมนุมใหญ่ต่อเนื่อง 

หากพิจารณาเผินๆ นึกว่า อมธ.จัดการชุมนุมเอง ดีแต่มีเพจธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นกระบอกเสียงคนจัดงานแทน 

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์

น้ำผึ้ง นายก อมธ.คนปัจจุบัน

หลังมีข่าวเชิงลบต่อการชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เกี่ยวกับข้อเสนอ 10 ข้อ ต่อสถาบันเบื้องสูง 

องค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์ จึงออกแถลงการณ์ชี้แจงใน
ผู้อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ร่วมกับหน่วยงานราชการ แก่นักศึกษาในการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา 

อมธ.มีความเห็นว่าประเด็นดัง 10 ข้อเสนอฯ “..ไม่ใช่เรื่องที่ขัดต่อกฏหมายแต่เป็นการแสดงออกซึ่งสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิ่งที่ปราศรัยออกไปนั้นเป็นพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตยและมีเจตนาที่ดีต่อประเทศชาติทั้งสิ้น” 

ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์

“อมธ.” คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าร่วมชุมนุม

อนึ่ง นายก อมธ.คนปัจจุบันคือ “น้ำผึ้ง” พร้อมพร พันธุ์โชติ นักศึกษาชั้นปี 3 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ซึ่งธรรมศาสตร์เพิ่งมีการเลือกนายก อมธ.เมื่อปลายเดือน เม.ษ.ที่ผ่านมา 

“น้ำผึ้ง” พร้อมพร มาจากพรรคคนกันเอง และเคยเป็นรองประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คนที่ 2 เมื่อปีที่แล้ว 

งานอำนวยความสะดวกให้การชุมนุมใหญ่ 10 ส.ค.2563 เป็นภารกิจแรกของนายก อมธ.ที่ชื่อ น้ำผึ้ง

“ปวิน” จิกกัด ก้าวไกลไม่ทน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ปวิน” จิกกัด ก้าวไกลไม่ทน

"ปวิน" จิกกัด ก้าวไกลไม่ทน12 สิงหาคม 2563 – 12:30 น.

“ปวิน” จิกกัด ก้าวไกลไม่ทน ปวินห้าว โชว์ผลงาน “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” กดดัน “ก้าวไกล” เดินตามเกม

++
หลังสร้างโฟนอินมาที่เวทีกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เมื่อสองสามวันที่แล้ว “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ญี่ปุ่น ได้ใช้เพจ Pavin Chachavalpongpun ประกาศความเป็นเจ้าของม็อบผ่านสื่อ LA Times เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2563 

ปวินภูมิใจใน “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่เดือน เม.ย.2563 มีสมาชิกเกือบ 9 แสนคน

อ่านข่าว…  กระแสสูง แดงลี้ภัย 112 ดีใจใกล้กลับบ้าน 

วันเดียวกัน ปวินยังเหน็บแนมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า “นักศึกษาออกมาแล้ว และกำลังถูกคุกคาม พรรคฝ่ายค้านจะไม่ออกมาปกป้องเหรอ หรือหน้าด้านรอตีกินอย่างเดียว” 

หลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้สัมภาษณ์เตือนนักศึกษาอย่าก้าวล่วงสถาบัน ปวินก็โพสต์สวนทันที “และแล้วพรรคฝ่ายค้านก็เทนักศึกษาอย่างเลือดเย็น”
++
ก้าวไกลไม่ทน
++ 
พรรคฝ่ายค้านที่ปวินพูดถึง เป้าหมายน่าจะอยู่ที่พรรคก้าวไกล เนื่องจาก “ปวิน” ตั้งเป้าโจมตี “ธนาธร-ปิยบุตร” มาแต่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ 

สาเหตุที่ปวินแค้นนักแค้นหนา เพราะพรรคอนาคตใหม่ ไม่ชูนโยบายแก้มาตรา 112 ดุจเดียวกับ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ไม่พอใจอนาคตใหม่ ในประเด็นเดียวกัน 

ตกช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค.2563 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จึงให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์ เกี่ยวกับ 10 ข้อเรียกร้องใหม่ของนักศึกษา 

“เราในฐานะพรรคก้าวไกล จะยืนยันว่าข้อเสนอแบบนี้ต้องสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ในสังคมประชาธิปไตยที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และมีสติ” 

พิธายังเก็บแต้มจากนักศึกษาว่า “ในขณะนี้พื้นที่ปลอดภัยของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็กำลังหดหายลงไป ซึ่งเราขอเรียกร้องไปยังสังคมและสถานศึกษาว่า อย่าผลักไสพวกเขาออกไปจากพื้นที่ปลอดภัยเหล่านี้เลย” 

++
ไม่สรุปบทเรียน
++
พรรคก้าวไกลพยายามลุกขึ้นมาปกป้องนักศึกษา เพราะพวกเขาเหล่านี้คือฐานเสียงสำคัญของพรรค 

ทั้งๆ ที่แกนนำพรรคก้าวไกลก็ทราบดีว่า “สมศักดิ์-ปวิน” คือผู้จุดชนวนให้นักศึกษา ขยับยุทธวิธีใหม่ ชูคำขวัญทะลุเพดาน 

เหมือนช่วงหลัง 14 ตุลา อดีตผู้นำนักศึกษา พยายามไม่พูดถึงบทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) ที่เข้ามีอิทธิพลทางความคิดเหนือขบวนการนักศึกษาไทยบางกลุ่ม 

นักการเมืองปีกฝ่ายค้าน ที่เคยผ่านสมรภูมิ 14 ตุลา ก็พูดแต่กระทิงแดง นวพล แต่ไม่พูดถึงการขยายงานการ “จัดตั้ง พคท.” ในเมือง 

พูดง่ายๆ ไม่พูดถึงประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมือง 6 ตุลา อย่างรอบด้าน

“เอนก” เสนาบดีคนตุลากลางไฟม็อบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เอนก” เสนาบดีคนตุลากลางไฟม็อบ

"เอนก" เสนาบดีคนตุลากลางไฟม็อบ12 สิงหาคม 2563 – 11:10 น.

“เอนก” เสนาบดีคนตุลากลางไฟม็อบ แฟลชม็อบในรั้วอุดมศึกษา ข้อเสนอทะลุเพดานของเด็กๆ ท้าทายฝีมือ “เอนก” รัฐมนตรีคนเดือนตุลา

++
เหมือนถูกที่ถูกเวลา “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” กับตำแหน่งรัฐมนตรีการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เนื่องจากคนรุ่นใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย มีความตื่นตัวทางการเมือง ไม่ต่างสมัยช่วงก่อนและหลัง 14 ตุลาคม 2516
 

40 กว่าปีที่แล้ว “เอนก” คือผู้นำนักศึกษา ไม่ต่างจากเพนกวิน หรือหลานๆ อีกหลายร้อยคนที่ลุกขึ้นมาจากกิจกรรมแฟลชม็อบในรั้วมหาวิทยาลัย พ.ศ.นี้

อ่านข่าว…  มหาชนภาค 2 พรรค”เหล่าธรรมทัศน์”

"เอนก" เสนาบดีคนตุลากลางไฟม็อบ

ครอบครัว “เหล่าธรรมทัศน์”

เอนกเป็นนิสิตแพทย์ และนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มุ่งสู่เทือกเขาบรรทัด ก่อนเคลื่อนไปสู่ภูพยัคฆ์
 

จากวนาคืนสู่นาคร เป็นอาจารย์สอนหนังสือด้านรัฐศาสตร์ ก่อนเข้าสู่โหมดการเมือง ทั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ,หัวหน้าพรรคมหาชน และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย


++
บทเรียน 6 ตุลา 
++
เหตุการณ์ 14 ตุลา นำมาซึ่งกระแสสูงแห่งการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ขบวนการนักศึกษาก้าวรุดหน้าไปอย่างฮึกห้าวเหิมหาญ แต่ก็ใช่ว่า ความคิดของนิสิต นักศึกษาจะไปทางเดียวกัน 100% หากแต่ยังมีความแตกต่างความคิด และการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ภายในสถาบันการศึกษาอยู่
 

จุฬาฯ ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันที่มีระบบโซตัสแข็งแกร่ง กลุ่มนิสิตหัวก้าวหน้า-ภูมิธรรม เวชยชัย และเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ ได้จัดตั้ง “พรรคจุฬา-ประชาชน” ถือว่าเป็นพรรคปีกซ้ายในจุฬา
 

พรรคจุฬา-ประชาชน พยายามส่งคนเข้าชิงตำแหน่งนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ (นายก สจม.) แต่ก็พ่ายแพ้แก่พรรคแนวคิดอนุรักษนิยม 2 ปีซ้อน
 

ปีการศึกษา 2519 “ภูมิธรรม-เกรียงกมล” ดันสุธรรม แสงปทุม นิสิตจุฬาฯ เป็นเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) และพรรคจุฬา-ประชาชน ส่ง “เอนก เหล่าธรรมทัศน์”  เข้าชิงนายก สจม. คราวนี้ฝ่ายซ้ายจุฬาฯได้รับชัยชนะ 
 

เอนกในฐานะนายก สจม. ได้นำนิสิตจุฬาฯ เข้าร่วมการชุมนุมต้านการกลับมาของจอมพลถนอมที่ธรรมศาสตร์ จนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา
 

หลังรัฐประหาร เอนกและเพื่อนๆ เดินทางล่องใต้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธในเขตเทือกเขาบรรทัด (พัทลุง ตรัง สตูล) ภายใต้ร่มธงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ต่อจากนั้น เอนกขึ้นไปอยู่สำนัก 61 (สำนักผู้นำนักศึกษา) ภูพยัคฆ์ น่านเหนือ

 ปี 2524 เอนกคืนสู่นาคร ตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางการศึกษาจากแพทย์ศาสตร์มาศึกษาด้านรัฐศาสตร์ ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและคณบดี คณะรัฐศาสตร์ 

"เอนก" เสนาบดีคนตุลากลางไฟม็อบ

อาจารย์เอนก กับลูกชาย และหลานสาว แห่งพรรค รปช.

++
คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า
++
จากเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เอนกในบทบาทนักวิชาการมาโด่งดังจากงานวิชาการเรื่อง ‘สองนคราประชาธิปไตย’ ที่ว่า “คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล” 

เมื่อปี 2561 เอนกให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ The 101 World เกี่ยวกับการอธิบายสังคมไทยด้วยเรื่องคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ ว่า “ผมเองก็เคยเป็นคนรุ่นใหม่ครับ เคยเป็นเยาวชน และตระหนักเสมอว่าคนรุ่นใหม่สำคัญ ประเด็นสำคัญคือไม่มีใครผูกขาดความเป็นคนรุ่นใหม่ได้ คนรุ่นใหม่ไม่ได้เพิ่งมี มีมานานแล้ว” 

อย่างไรก็ตาม อเนกยังมีความเชื่อว่า คนรุ่นเก่า-ใหม่ จะไม่หักโค่นกัน 

“ในสยามหรือในไทยนั้น ประวัติศาสตร์มักจะเปลี่ยนแปลงแบบไม่หักโค่น คนสองรุ่น เก่า-ใหม่ มักไม่ห้ำหั่นกัน ตรงข้าม มักจะต่อรอง กดดัน พลาง แต่ก็ปรองดองไป เจรจาไปพลางด้วย หรือ บ่อยครั้งก็กลับมาปรองดอง รอมชอมกันได้เสมอ” 

ความขัดแย้งระหว่างเก่า-ใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย รอต้อนรับรัฐมนตรีคนเดือนตุลาอยู่แล้วในนาทีนี้

พลิก 6 คดีดังยุค “วงศ์สกุล” ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลิก 6 คดีดังยุค “วงศ์สกุล” ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา12 สิงหาคม 2563 – 10:47 น.

เจาะประเด็นร้อน ไม่ได้มีแค่คดี บอส อยู่วิทยา ที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง พลิก 6 คดีดังยุค “วงศ์สกุล” ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า “นายเนตร นาคสุข” รองอัยการสูงสุด คนสำคัญที่ คนไทยทั้งประเทศ อยากฟังเสียง อยากเจอหน้ามากที่สุด ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ต่อ อัยการสูงสุดแล้ว ท่ามกลางความมึนงงของผู้คน เพราะคณะกรรมการ ที่แต่ละหน่วยงานตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา การสั่งไม่ฟ้อง คดี “นายวรยุทธ อยู่วิทยา” หรือ “บอส อยู่วิทยา” ขับรถโดยประมาทอันเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ว่าทำไมถึงกลับลำจากที่ อัยการ เคย “สั่งฟ้อง” แต่เป็น “สั่งไม่ฟ้อง”

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

เสียงชาวบ้าน ร้านตลาด ออกมาเรียกร้องให้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ยับยั้งหนังสือลาออกนี้ก่อน เพื่อให้ นายเนตร ได้เดินหน้าให้ข้อมูล เล่าความจริง กับคณะกรรมการทุกชุด ไม่ว่าจะเป็น ของ อัยการ , กรรมาธิการ ทุกชุด , และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญานายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่มี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ขอให้สังคมได้รู้ก่อนว่า ทำไม เพราะเหตุใด คนที่ขับรถชนตำรวจตาย แล้วหลบหนี จึงไม่มีความผิดใดๆเลย

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

และเมื่อเรามาลองมาตรวจสอบดูคดีดังๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ ในยุคที่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ก็พบว่า มีอยู่ 6 คดีดังที่ อัยการสูงสุดท่านนี้ สั่งไม่ฟ้อง , ไม่อุทธรณ์คดี  และอยู่ระหว่างรอชี้ขาด ถึงแม้ว่าทุกฝ่ายจะดำเนินการสอบสวนจนสิ้นกระแสความแล้ว ซึ่งมีการใช้ดุลยพินิจในบางเรื่องบางคดีเป็นที่กังขาของสังคม

นอกจากคดี นายวรยุทธ หรือ “บอส อยู่วิทยา” ทายาทเจ้าของกิจการเครื่องดื่มชูกำลังดังคับโลกที่ “รอดทุกข้อหา” อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นคดีแรก ที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจ  เมื่อเราตรวจสอบย้อนหลังกลับไปยังพบว่ามีคดีสำคัญๆ ที่เป็นข่าวโด่งดังอีกอย่างน้อยๆ 5  คดีที่สังคมคาใจการทำงานของอัยการยุคนี้

เริ่มจากคดีที่ ปปง.ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายพานทองแท้ หรือ “โอ๊ค” ชินวัตร บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีต่อเนื่องแตกลูกจากคดีทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร

โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้อง ต่อมาอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็มีความเห็นแบบเดียวกัน และยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแบบมีความเห็นแย้ง คือ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนให้ลงโทษจำคุก 4 ปีกับจำเลย (นายโอ๊ค) โดยไม่รอลงอาญา แต่ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะกลับให้ยกฟ้อง

เมื่อศาลยกฟ้องแบบมีความเห็นแย้งเช่นนี้ โดยปกติอัยการต้องยื่นอุทธรณ์ เพราะอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องคดีมาตั้งแต่แรก แต่อัยการกลับมีความเห็นไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ทำให้ดีเอสไอทำความเห็นแย้งกลับมา เพื่อให้อัยการยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ แต่สุดท้าย นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ในฐานะรักษาการอัยการสูงสุด ลงนามในคำสั่ง “ไม่อุทธรณ์” ทำให้คดีถึงที่สุด โดยนายเนตร เป็นคนเดียวกับที่มีคำสั่งไม่ฟ้องนายบอสจน “รอดทุกข้อหา”

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

จากคดีโอ๊ค แล้วยังมีคดีฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งโยงถึงวัดพระธรรมกาย โดยศาลพิพากษาจำคุกผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายคดี / แต่ในคดีที่ดีเอสไอยื่นฟ้อง นายอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินที่ได้จากการทุจริต ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจากสหกรณ์ฯ ปรากฏว่าอัยการสำนักงานคดีพิเศษมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

ต่อมาพนักงานสอบสวนดีเอสไอทำความเห็นแย้ง ขณะนี้เรื่องอยู่ที่อัยการสูงสุด รอคำสั่งชี้ขาดว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องอีก 1 คดีที่รอการชี้ขาดของอัยการสูงสุดมานานหลายเดือนแล้ว ก็คือ คดีทุจริตงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยผู้ถูกกล่าวหา คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล พร้อมพวก

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

คดีนี้มี 7 สำนวน ในสำนวนแรก คณะกรรมการ ป.ป.ช.ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องมายังสำนักงานอัยการสูงสุด แต่ฝ่ายอัยการตรวจสำนวนแล้วพบข้อไม่สมบูรณ์ จึงต้องตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช. เพื่อแก้ไขข้อไม่สมบูรณ์นั้น ซึ่งคณะทำงานร่วมได้พิจารณาแล้ว มีมติให้สั่งฟ้อง เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นได้ส่งมติและสำนวนให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาล แต่จนถึงปัจจุบัน ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว อัยการสูงสุดยังไม่ได้ชี้ขาด ทั้งๆ ที่ตามขั้นตอนตามกฎหมาย ป.ป.ช. (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561) มาตรา 77 อัยการสูงสุดไม่น่าจะมีความเห็นเป็นอื่นได้อีก นอกจากนำคดียื่นฟ้องต่อศาลเท่านั้น

คดีที่กลายเป็นเผือกร้อนในมืออัยการสูงสุด ยังมีอีกอย่างน้อย 2 คดี

หนึ่งคือ คดีที่อัยการกลับคำสั่งจาก “ฟ้อง” เป็น “ไม่ฟ้อง” นางนิภา วิระเทพสุภรณ์ และ นายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ภรรยาและลูกชายของ เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์ หลังถูกอัยการสั่งฟ้องในคดีเจ้าหน้าที่บุกทลายสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท ในข้อหาค้ามนุษย์ แต่ศาลยกฟ้อง และภายหลังอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ได้อ้างคำพิพากษาที่ยังไม่ถึงที่สุดนี้ ทบทวนคำสั่งฟ้อง กลายเป็น “สั่งไม่ฟ้อง” ทั้งนางนิภา และลูกชาย ต่อมาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็เห็นพ้องด้วย ไม่ทำความเห็นแย้ง ทำให้คดีในส่วนนี้ถึงที่สุด นางนิภากับลูกพ้นมลทิน ส่วนเสี่ยกำพลหลบหนีไปตั้งแต่ถูกดำเนินคดี

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

คดีนี้แม้จะเกิดขึ้นก่อนที่นายวงศ์สกุลจะขึ้นเป็นอัยการสูงสุด แต่หลังจากเกิดเรื่อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ออกมาแฉทำนองว่า “นาย ว.” ซึ่งกำลังจะไปทำงานใหญ่โตแถวถนนแจ้งวัฒนะ เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดี ทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดต้องออกมาแถลงปฏิเสธข่าว ว่านาย ว.ไม่ได้หมายถึง นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษในขณะนั้น ซึ่งเป็น “ว่าที่อัยการสูงสุด”

ต่อมา นายรณสิทธิ์ พฤกษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ และเครือข่าย 13 องค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ ได้ไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ร้องขอให้ตรวจสอบดุลยพินิจของอัยการในคดีนี้ นายกฯจึงสั่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดยุค นายวงศ์สกุล ตรวจสอบ รวมถึงประเด็นการติดตามตัวเสี่ยกำพลที่ไม่มีความคืบหน้าด้วย

การตรวจสอบเรื่องนี้ยืดเยื้อมานานตั้งแต่ต้นปี โดยไม่มีการสรุปผลออกมา และผู้ที่เป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบ คือ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ซึ่งเคยเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง ทำให้มูลนิธิรณสิทธิ์ และเครือข่าย 13 องค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ไม่เชื่อมั่น โดยเฉพาะหลังจากที่ นายเนตร นาคสุข ได้ลงนามในคำสั่งไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้ และยังเป็นผู้ที่มีคำสั่งไม่ฟ้องนายบอส จน “รอดทุกข้อหา” ด้วย

พลิก 6 คดีดังยุค "วงศ์สกุล" ไม่ฟ้อง-ไม่อุทธรณ์-รอชี้ขาด ย้ำรอย บอส อยู่วิทยา

สอง คือคดีอุ้มฆ่า บิลลี่ หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ที่มี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกรวม 4 คนตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งดีเอสไอพบหลักฐานใหม่ และทำสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องส่งให้อัยการ กลายเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปีที่แล้ว

แต่ต่อมา เมื่อวันที่ 23 มกราคม 63 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีในข้อหาหลักทั้งหมด คงคำสั่งฟ้องเพียงข้อหาเดียว คือ ยึดน้ำผึ้งป่าของบิลลี่ไปโดยมิชอบเท่านั้น พร้อมส่งสำนวนเป็นเอกสารทั้งหมด 17 แฟ้มคืนกลับให้ดีเอสไอ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ส.ค.63 ดีเอสไอได้ทำความเห็นแย้งอัยการ และส่งสำนวนกลับไปให้อัยการสูงสุดชี้ขาด ซึ่งนับเป็นเผือกร้อนอีก 1 คดีในมือของนายวงศ์สกุล ซึ่งก็ต้องรอลุ้นว่าอัยการสูงสุดจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนในการชี้ขาด

“หมอประเวศ”แนะทางออกประเทศ หลังเกือบ100ปี ประชาธิปไตยไม่ไปถึงไหน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หมอประเวศ”แนะทางออกประเทศ หลังเกือบ100ปี ประชาธิปไตยไม่ไปถึงไหน

"หมอประเวศ"แนะทางออกประเทศ หลังเกือบ100ปี ประชาธิปไตยไม่ไปถึงไหน11 สิงหาคม 2563 – 17:30 น.

เกือบ100 ปี ประชาธิปไตยไม่ไปถึงไหน แม้แก้ไขรัฐธรรมนูณขึ้นใหม่กว่า 20 ฉบับ เกิดเหตุการณ์นองเลือดหลายครั้ง ปฏิวัติรัฐประหารหลายรอบ…..”ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แนะทางออกประเทศ

          เกือบ100ปีประชาธิปไตยไม่ไปถึงไหน

นับแต่ 24 มิถุนายน 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นเวลาเกือบ 100 ปีแล้ว ประชาธิปไตยก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ มีปฏิวัติรัฐประหารหลายครั้ง มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ กว่า 20 ฉบับ มีความรุนแรงนองเลือดหลายครั้ง ทุกวันนี้ยังมีความขัดแย้งทางการเมือง และการเมืองยังด้อยคุณภาพ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

ในวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ทั่วโลก ได้เห็นภาพคนไทยทุกภาคส่วนรวมตัวกันต่อสู้พยายามเอาชนะสงครามโควิด-19 และทำได้ค่อนข้างดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีชื่อเสียงขจรไกล แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นนอกระบบการเมือง

การเมืองเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย สังคมส่วนใหญ่ได้ก้าวล้ำหน้าการเมืองไปแล้ว ฉะนั้นทิศทางการพัฒนาประเทศไทยหลังโควิดอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ สังคมจะต้องเข้ามาช่วยพัฒนาการเมืองให้ก้าวหน้าและมีคุณภาพสูง ไม่ใช่ปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมือง ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น อย่างมากก็ 4,000 – 5,000 คน แม้บางคนจะดี แต่ส่วนใหญ่ยังมีปัญหาเรื่องเจตนาและคุณภาพ

​​​​​​​อีกประการหนึ่งคือระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจ แม้มีความจำเป็นเมื่อเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่5(ร.5)แต่ในสังคมปัจจุบันที่ซับซ้อนและมีปัญหายากๆ ระบบอำนาจไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แต่ดึงดูดให้มีการต่อสู้ทางการเมืองรุนแรงขึ้น เพราะใครชนะกินรวบหมดทั้งประเทศ โดยเข้าครอบงำระบบราชการที่รวมศูนย์ 

         เพราะฉะนั้น “การเลือกตั้ง” จึงเป็นเพียงรูปแบบหรือกลไกของประชาธิปไตยเท่านั้น แต่เนื้อแท้หรือสาระเป็นการรวมศูนย์อำนาจหรือเผด็จการ “หาใช่ประชาธิปไตยไม่ “

         ระบบการเมืองการปกครองจึงขาดคุณภาพ และเป็นปัญหาของประเทศเรื่อยมาและหาทางออกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมากที่จะเข้าใจและแก้ไข แต่สังคมไทยก็เจ็บปวดมามากเกินพอแล้วจากระบบการเมืองการปกครองที่ไม่ลงตัว

        คนไทยทุกภาคส่วนควรจะถือโอกาสหลังวิกฤตโควิด พัฒนาประชาธิปไตยให้เป็นเครื่องมือพาประเทศไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริงให้ได้

จับกังเมืองชล ยินดี “เพื่อนเฮ้ง” แบกน้ำตาลจนได้ดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับกังเมืองชล ยินดี “เพื่อนเฮ้ง” แบกน้ำตาลจนได้ดี

จับกังเมืองชล ยินดี "เพื่อนเฮ้ง" แบกน้ำตาลจนได้ดี11 สิงหาคม 2563 – 15:10 น.

จับกังเมืองชล ยินดี “เพื่อนเฮ้ง” แบกน้ำตาลจนได้ดี จับกังหญิงแหลมฉบัง ซูฮก “เพื่อนเฮ้ง” คนจริง แบกน้ำตาลมาด้วยกัน ได้ดีไม่ลืมเพื่อนเก่า

++
เป็นที่ทราบกันดีว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ โตมาจากอาชีพจับกัง แบกน้ำตาลท่าเรือแหลมฉบัง ชลบุรี  

เมื่อเร็วๆนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ทีมเฮ้ง” ได้สัมภาษณ์ “เจ๊เยาว์” พเยาว์ ทองเงิน วัย 54 ปี อดีตเพื่อนร่วมงาน “รมต.เฮ้ง” สมัยทำงานอยู่ท่าเรือแหลมฉบัง

อ่านข่าว…  ละครชีวิต “เฮ้ง” ลูกน้ำเค็ม จากกุลีสู่ “จับกัง 1” 

จับกังเมืองชล ยินดี "เพื่อนเฮ้ง" แบกน้ำตาลจนได้ดี

“เจ๊เยาว์” และครอบครัว

“พอเจ๊ได้ข่าว ก็รีบโทรไปหา แสดงความยินดีกับท่าน เพราะไม่นึกไม่ฝันว่า คนที่เคยทำงานแบกน้ำตาลมาด้วยกัน จะได้เป็นรัฐมนตรี ท่านก็คุยแบบไม่ถือตัวเลย” 

เจ๊เยาว์ไม่นึกไม่ฝันว่า คนขายแรงอย่างเพื่อนเฮ้งจะมีบุญมีวาสนาได้เป็นรัฐมนตรีแรงงาน 

“ท่านเป็นลูกพี่ เป็นหัวหน้าของเจ๊ ตอนนั้นเรียกเจ๊ยังไง ตอนนี้ก็เรียกเจ๊เหมือนเดิม”  

เรื่องนิสัยใจคอของ “รมต.เฮ้ง” เจ๊เยาว์บอก เป็นคนขยันขันแข็ง ใจถึง ชอบช่วยเหลือลูกน้อง ช่วยเหลือผู้คน แม้ไม่ได้ทำงานอยู่ตรงนี้แล้วท่านก็ยังดูแลลูกน้องเก่า ถามสารทุกข์สุกดิบอยู่เสมอ ไม่ทิ้งลูกน้องเลย 

“ไว้ใจได้เลย เข้าใจหัวอกแรงงานแน่นอน”  

ทุกวันนี้ เจ๊เยาว์ ยังทำงานที่เคอร์รี่ ซีพอร์ต ท่าเรือแหลมฉบังที่เดิมครับ แต่ที่เพิ่มเติมมาก็คือ การเติบโตในหน้าที่การงานของเจ๊เยาว์ และอดีตเพื่อนร่วมงานของเจ๊ที่ชื่อ “เฮ้ง”  

จับกังเมืองชล ยินดี "เพื่อนเฮ้ง" แบกน้ำตาลจนได้ดี

ชีวิตเสี่ยเฮ้ง

“เจ๊ขออวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ให้ท่านได้ช่วยเหลือประชาชนและพี่น้องแรงงานอย่างที่ท่านตั้งใจ เพราะท่านเหมาะสมกับตำแหน่งนี้  เจ๊รู้ว่าท่านเป็นคนยังไง เจ๊รู้ดี เราเคยทำงานด้วยกันมาก่อน” 

สุชาติ ชมกลิ่น ไม่เคยปิดบังชีวิตครอบครัวแต่ครั้งวัยเยาว์ โดยพ่อเป็นจับกัง เป็นยาม และแม่ขายขนมครก อยู่หน้าตลาดหนองมน

“ชีวิตก็เหมือนละคร เหมือนนิยาย พ่อเป็นยาม แม่ขายขนมครก ใครจะคิดว่าจะมาเป็น ส.ส. มาถึงวันนี้ไม่คิดอะไร กำไรเท่าไหร่แล้ว ให้ชีวิตมีความสุขเข้าไว้”  

ช่วงวัยหนุ่ม เคยแบกน้ำตาล-ข้าวสารอยู่ท่าเรืออ่าวไทย 7 ปี ชีวิตลำบาก รับเหมาเป็นกุลี ทำเรือสินค้าส่งออกข้าว น้ำตาลอยู่เกาะสีชัง จึงรู้จักกับเจ๊เยาว์

“จักรภพ” โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จักรภพ” โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว  

"จักรภพ" โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว  11 สิงหาคม 2563 – 14:10 น.

“จักรภพ” โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว   มาแล้วตามคาด “จักรภพ” โหนกระแสเด็กธรรมศาสตร์ ปั่นสงครามกลางเมือง หวังเปลี่ยนแปลงทั้งระบอบ 
++
กลุ่มผู้ลี้ภัย 112 เห็นการชุมนุมใหญ่ ภายในรั้วธรรมศาสตร์ รังสิต ที่มากไปด้วยผู้คนและเนื้อหาเข้มข้น ต่างตื่นเต้นดีใจไปกับปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ 

“จักรภพ เพ็ญแข” แดงตาสว่างตัวพ่อ เขียนกลอน “โขนลงโรง” ใช้ปากกา “กาหลิบ” สมัยเขียนบทความลงนิตยสารฝ่ายรักทักษิณ

อ่านข่าว…   จักรภพโผล่ รับ “พ่าย” หนีตายจากเขมร

"จักรภพ" โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว  

“จักรภพ” ดีใจมาก

ตอนหนึ่งจักรภพบอกว่า “ขบวนการเราอย่าเร่งแต่เล็งตรง ดูฮ่องกงควบคู่ให้รู้ทัน”  

“เตรียมคนไว้หลายรุ่นคอยหนุนเนื่อง ศึกกลางเมืองนคราสารขันธ์ ใครคือยักษ์ใครคือพระจะรู้กัน โขนทั้งนั้นลงโรงชั่วโมงไทย” 

จักรภพเป็นแกนนำ นปก.คนแรก ที่มองข้ามช็อต และเสนอแนวทางการต่อสู้แบบถอนรากถอนโคน แต่แกนนำเสื้อแดงคนอื่นไม่เอาด้วย เขาจึงหนีไปอยู่กัมพูชา 
++
ปฏิวัติไม่ปฏิรูป
++
อ่านจากบทกลอนล่าสุดของจักรภพ มีความชัดเจนว่า เขาหนุนให้เกิดสงครามกลางเมือง สู้กันให้แตกหัก อย่าทำม็อบแบบปิ้งปลาให้แมวกิน  

เช่นเดียวกับ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ที่ลี้ภัยอยู่ในปารีส โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่เด็กธรรมศาสตร์ประกาศไว้เมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค.2563 คือ การปฏิวัติประชาธิปไตยที่คณะราษฎร ทำค้างไว้

"จักรภพ" โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว  

“จรัล” บอกกระแสสูงการปฏิวัติ

คนรุ่นหลังสืบทอดเจตนารมณ์ของปรีดี พนมยงค์ ผู้นำการปฏิวัติสำคัญ แต่ทำไม่สำเร็จ 

จรัลยอมรับว่า พวกเขาก็ทำไม่สำเร็จเหมือน “เพราะไปปฏิวัติสังคมนิยม”   

ประเด็นนี้ เท่ากับจรัลยอมรับว่า ขบวนการนักศึกษาไทย เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว เดินแนวทางปฏิวัติสังคมนิยม ซึ่งความคิดดังกล่าว สร้างความแตกแยกในขบวนการประชาชนหลัง 14 ตุลา 

อาชีวะส่วนใหญ่จึงถอยไปเป็นกระทิงแดง และประชาชนส่วนใหญ่เข้าสู่การจัดตั้งลูกเสือชาวบ้าน โดดเดี่ยวขบวนนักศึกษาไทย 

ขบวนนักศึกษา 2563 จะซ้ำรอยขบวนนักศึกษารุ่นพี่หรือไม่ ต้องติดตามการเคลื่อนไหวของแฟลชม็อบ ในวันที่ 12 ส.ค. และ 16 ส.ค.

สหายแสง รบ “เด็กพ่อมดดำ”ชิง อบจ.นครพนม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สหายแสง รบ “เด็กพ่อมดดำ”ชิง อบจ.นครพนม

สหายแสง รบ "เด็กพ่อมดดำ"ชิง อบจ.นครพนม11 สิงหาคม 2563 – 12:45 น.

สหายแสง รบ “เด็กพ่อมดดำ”ชิง อบจ.นครพนม นครพนม ไม่มีใครไม่รู้จัก “สหายแสง” เลือกตั้งท้องถิ่นเที่ยวนี้ขอปั้นลูกสาว โค่นแชมป์เก่าสายพ่อมดดำ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเมืองท้องถิ่นยังเป็นเรื่องของ “พวก” มากกว่า “พรรค” แถมไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร ดั่งกรณีของสงครามชิงนายก อบจ.นครพนม 

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ น้องชาย “อรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ” อดีต ส.ส.นครพนม เปิดตัวในนามกลุ่มมหานครพนม  ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.นครพนม โดยมี นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นที่ปรึกษา 

อ่านข่าว…  เรื่องลึกลึก ‘วีรบุรุษนาแก’-‘สหายแสง ‘

สหายแสง รบ "เด็กพ่อมดดำ"ชิง อบจ.นครพนม

สหายแสง เปิดตัวลูกสาว ลงสมัครนายก อบจ.นครพนม

ย้อนไปวันที่ 1 ส.ค.2563 “สหายแสง” ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เปิดตัว ศุภพานี โพธิ์สุ ลงสมัครนายก อบจ.นครพนม 

กองหนุนค่ายสหายแสงเป็น 2 อดีต ส.ส.นครพนม คือ นพ.อลงกต มณีกาศ และชูกัน กุลวงษา  การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ทั้งคู่ลงสนามในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่สอบตก  

ส่วน ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนผู้รัก และรอการคัดสรรว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม จากพรรคเพื่อไทย  

ด้านแชมป์เก่า “สมชอบ นิติพจน์” นายก อบจ.นครพนม เตรียมความพร้อมลงสนามป้องกันแชมป์สมัยที่ 3 เรียบร้อยแล้ว  

สหายแสง รบ "เด็กพ่อมดดำ"ชิง อบจ.นครพนม

ขวัญ ดูแลค่ายมวยศิษย์ครูแก้ว

++
“ขวัญ”ลูกสาวสหายแสง
++
ครูแก้วหรือสหายแสง ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ และ พูนสุข โพธิ์สุ อดีตรองนายก อบจ.นครพนม มีลูกสาวคนโตชื่อ “ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ วัย 36 ปี จบการศึกษาปริญญาโท MBA จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำงานการเมืองช่วยครูแก้วมานานนับสิบๆ ปี 

ปี 2552 ครูแก้วส่งลูกสาวคนนี้ ไปทำงานเป็นเลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทย (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล)  

“ขวัญ” ยังเป็นเจ้าของธุรกิจฟาร์มหมูขนาดใหญ่ ดูแลสวนยางอีกกว่า 1,500 ไร่ และบริหารตลาดพูนสุข ใน อ.ศรีสงคราม รวมถึงสนับสนุนค่ายค่ายมวยไทย ม.ทัศนัย และศิษย์ครูแก้ว  

สหายแสง รบ "เด็กพ่อมดดำ"ชิง อบจ.นครพนม

ครูแก้วและภรรยา-พูนสุข

มาวันนี้ สหายแสงเห็นสมควรว่า ลูกสาวพร้อมแล้วสำหรับการบริหารองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น   

ปั้นคนนอกค่ายเป็นนายก อบจ.นครพนม มา 2 สมัย คราวนี้ขอดันค่ายศิษย์ครูแก้วให้ถึงฝั่งฝันเสียที

++
‘สมชอบ’เด็กพ่อมดดำ
++
เมื่อปี 2555 สมชอบ นิติพจน์ ชนะการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครพนม ส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุน “สิงห์เหนือ” ศุภชัย โพธิ์สุ พรรคภูมิใจไทย และ”เสือใต้” ไพจิตร ศรีวรขาน พรรคเพื่อไทย         

หลังเข้าบริหาร อบจ.นครพนม สมชอบจึงแต่งตั้งสุจินดา ศรีวรขาน ภรรยาของไพจิตร นั่งรองนายก อบจ.คนที่ 1 และพูนสุข โพธิ์สุ ภรรยาของครูแก้ว นั่งรองนายก อบจ. คนที่ 2          

สหายแสง รบ "เด็กพ่อมดดำ"ชิง อบจ.นครพนม

สมชอบ นิติพจน์

ก่อนเลือกตั้ง ส.ส. 24 มี.ค.2562 สมชอบออกคำสั่งปลด 2 รองนายกฯ อบจ. คือภรรยาครูแก้ว และไพจิตร สร้างรอยแค้นให้สิงห์เหนือเสือใต้เป็นอย่างมาก

สมชอบไม่แคร์ “สหายแสง-ไพจิตร” เพราะเชื่อมั่นในลูกพี่ใหญ่ “สุชาติ ตันเจริญ” และ “พินิจ จารุสมบัติ” จะให้การสนับสนุนเต็มกำลัง  

สหายแสง รบ "เด็กพ่อมดดำ"ชิง อบจ.นครพนม

สุชาติ ตันเจริญ ดูแลนายก อบจ.อีสานหลายจังหวัด

ดังที่รู้กัน “สมชอบ” อยู่ในสายพ่อมดดำ เช่นเดียวกับ “ครูต่าง” ชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร, ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย และมลัยรัก ทองผา นายก อบจ.มุกดาหาร  

ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นนครพนมครั้งใหม่ จะดุเดือดเลือดพล่านกว่าทุกครั้งแน่นอน

เปิดตัว “ศอปส.” คู่ขนานแฟลชม็อบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดตัว “ศอปส.” คู่ขนานแฟลชม็อบ

เปิดตัว "ศอปส." คู่ขนานแฟลชม็อบ10 สิงหาคม 2563 – 15:04 น.

เปิดตัว “ศอปส.” คู่ขนานแฟลชม็อบ อานนท์ นำภา จุดชนวนแตกแยก ปลุกพลังปกป้องสถาบัน ผุดองค์กร “ศอปส.” แข่งแฟลชม็อบ

++
การปรากฏตัวของ “ศูนย์กลางประสานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบัน” (ศอปส.) ที่หน้าอาคารรัฐสภา เกียกกาย เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก 

หลังจาก “อานนท์ นำภา” ทนายปากกล้า ปราศรัยในเวทีแฟลชม็อบ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 3 ส.ค.2563 โดยมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูง

อ่านข่าว…  ศาลให้ประกัน 2 แกนนำ “อานนท์-ไมค์ระยอง” วงเงินคนละ 1 แสน

เปิดตัว "ศอปส." คู่ขนานแฟลชม็อบ

การเปิดตัว ศอปส.

มิหนำซ้ำยังมีการนำคำปราศรัยของอานนท์ ไปพิมพ์เป็นหนังสือเล่มเล็กแจกตามเวทีแฟลชม็อบ 

มีเสียงเตือนจาก จตุพร พรหมพันธุ์ และอีกหลายคน ให้แกนนำแฟลชม็อบ ระมัดระวังการปราศรัยก้าวล่วงสถาบัน หากคุมไม่ได้ จะเป็นการเรียกแขกอย่างไม่ต้องสงสัย
++
ไม่ใช่กระทิงแดง
++
สื่อหลายสำนัก พยายามเปรียบเทียบ “ศูนย์กลางประสานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบัน” (ศอปส.) เป็นกระทิงแดง ยุค 6 ตุลา 2519 แต่จริงๆแล้ว ศอปส.ไม่ใช่กระทิงแดง 

กระทิงแดงและนวพล เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น ที่มีสหรัฐฯ เข้ามามีอิทธิพลเหนือการเมืองไทยในเวลานั้น 

ต่างจาก ศอปส. ที่เป็นผลิตผลการเคลื่อนไหวของขบวนการคนเสื้อเหลือง (ปี 2549-2551) และ กปปส. (2556-2557)  

เปิดตัว "ศอปส." คู่ขนานแฟลชม็อบ

กลุ่มนักรบเมืองย่า

อย่าลืมว่า อุดมการณ์ของคนเสื้อเหลือง และ กปปส. คือ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 

“สุเมธ ตระกูลวุ้นหนู” หรือที่รู้กันในนาม “เม่น” อดีตหัวหน้ากลุ่มนักรบองค์ดำ ที่เป็นการ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ รับบทผู้ประสานงาน ศอปส.  

“สุเมธ” บอกกับสื่อมวลชนว่า ศอปส. ตั้งขึ้นเพื่อให้สติเยาวชน ให้ตระหนักภัยคุกคามของชาติ โดยกลุ่ม ศอปส. จะใช้วิธีการต่อต้านโดยเปิดเผยชื่อบุคคลที่ชังชาติ และดำเนินการกับกลุ่มที่หมิ่นสถาบันอย่างถึงที่สุด 

ในอนาคต จะมีการจัดตั้ง ศอปส.ประจำจังหวัด และคอยติดตามกลุ่มเยาวชนปลดแอกตามพื้นที่ทั่วไทย

เปิดตัว "ศอปส." คู่ขนานแฟลชม็อบ

คนเหนือรวมพลังปกป้องสถาบัน

++
พลังป้องสถาบัน
++
การปราศรัยของ อานนท์ นำภา ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง ได้ก่อให้เกิดการรวมพลังของคนรักสถาบันในทั่วประเทศ 

วันที่ 6 ส.ค.2563 ที่สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น “ชาวขอนแก่นรักสถาบันพระมหากษัตริย์” เดินทางมาชุมนุมแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังมีกลุ่มการเมืองจัดเวทีม็อบปลดแอก ถือป้ายชุมนุมจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันต่อเนื่อง 

กลุ่มนำโดย สุเนตร แก้วคำหาญ แกนนำผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และแกนนำเกษตรกรอีสาน 

วันที่ 8 ส.ค.2563 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ “สมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยรวมพลังสร้างชาติ” รวมตัวกันเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวสร้างความแตกแยกและจาบช่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ หยุดการกระทำดังกล่าว

เปิดตัว "ศอปส." คู่ขนานแฟลชม็อบ

ชาวขอนแก่น รวมพลังปกป้องสถาบัน

สมาพันธ์พัฒนาท้องถิ่นไทยรวมพลังสร้างชาติ เพิ่งก่อตั้ง โดยนักการเมืองท้องถิ่นในเชียงใหม่ 

วันที่ 9 ส.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา “กลุ่มนักรบเมืองย่า” และคนโคราชปกป้องสถาบัน นำโดยประทีป ณ นคร แกนนำกลุ่มนักรบเมืองย่า และสมชาย ลิขิตวรศิริ แกนนำกลุ่มคนโคราชปกป้องสถาบัน จัดกิจกรรมแสดงพลังปกป้องสถาบัน  

เชื่อว่า นับจากวันนี้ไป กลุ่มพลังปกป้องสถาบัน จะมีกิจกรรมถี่ขึ้นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

อาจมีการจัดคู่ขนานแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในวันที่ 10 ส.ค.นี้

จบยกแรก “จึงรุ่งเรืองกิจ” พ่าย “อัศวเหม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จบยกแรก “จึงรุ่งเรืองกิจ” พ่าย “อัศวเหม”

จบยกแรก "จึงรุ่งเรืองกิจ" พ่าย "อัศวเหม"10 สิงหาคม 2563 – 12:02 น.

จบยกแรก “จึงรุ่งเรืองกิจ” พ่าย “อัศวเหม” บทเรียน “ธนาธร” วาทกรรมหรูสู้กลยุทธ์จัดตั้งไม่ได้ “อัศวเหม” จึงคว้าชัย รอดูยกสอง “นายก อบจ.ปากน้ำ”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เลือกตั้งซ่อม เขต 5 ผ่านไปแล้ว เป็นการบ้านข้อใหญ่ของกลุ่มสมุทรปราการมหานคร ของคณะก้าวหน้า ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข หากคิดจะแย่งชิง “อบจ.สมุทรปราการ” มาจากกลุ่ม “อัศวเหม”
 

วันเดียวกันกับวันเลือกตั้งซ่อมปากน้ำ (9 ส.ค.2563) “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไป จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเปิดตัว “สถาพร ว่องสันธพงษ์” ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

อ่านข่าว…   ศึก 2 ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” ท้ารบ “อัศวเหม” 

จบยกแรก "จึงรุ่งเรืองกิจ" พ่าย "อัศวเหม"

เสี่ยเอ๋ ผู้ดูแลบ้านใหญ่ สมุทรปราการ

“ธนาธร” ยังมุ่งมั่นในการต่อสู้บนสนามเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ความปราชัยที่สนามบางพลี บางบ่อ ก็สะท้อนให้เห็นว่า “วาทกรรมหรู” อย่างเดียว มิอาจสู้ระบบอุปถัมภ์บ้านใหญ่ได้


++
ทดสอบฐานเสียง
++
เมื่อ กกต.จัดการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ฮึกห้าวเหิมหาญมาก ถึงขั้นเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.กระทันหัน
 

เนื่องจาก “พีท” อิศราวุธ ณ น่าน อยู่ในทีมงาน “สุมทรปราการมหานคร” ที่เตรียมลงเล่นการเมืองท้องถิ่น จึงได้รับโอกาสลงสนามแทนคนเก่า แต่ก็พ่ายยับ
 

กลุ่มสมุทรปราการมหานคร ฟอร์มทีมมาแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่(เดิม) เพราะเห็นฐานคะแนนของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจากเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 
 

วันที่ 2 ส.ค.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช จัดกิจรรม “อนาคตเมืองสมุทร ในมือคนสมุทรปราการ” โดยมีทีมผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรปราการทุกระดับเข้าร่วมหลายร้อยคน
 

ว่ากันตามจริง “เอก ป๊อก ช่อ” ก็แอบเชียร์พรรคก้าวไกลนั่นแหละ แต่ติดข้อกฎหมาย ทั้งสามถูกเว้นวรรค เลยใช้เรื่องท้องถิ่นมาเคลื่อนไหว

จบยกแรก "จึงรุ่งเรืองกิจ" พ่าย "อัศวเหม"

อัศวเหมรุ่นใหม่ นำโดย พิม อัศวเหม

กิจกรรมของคณะก้าวหน้า ได้พื้นที่ข่าว แต่ไม่ได้คะแนน นี่คือโจทย์ใหญ่ต้องเร่งแก้ไข
 

เช้าวันที่ 10 ส.ค.2563 ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา แกนนำกลุ่มสมุทรปราการมหานคร โพสต์ว่า “สนามเลือกตั้งหน้าการเมืองท้องถิ่น แอบหวังลึกๆ ในใจว่าชาวสมุทรปราการคงไม่ใจร้ายกับพวกเรา”


++
อัศวเหม Gen Y 
++
ชัยชนะของกรุงศรีวิไล สุทินเผือก คือชัยชนะของตระกูล “อัศวเหม” ภายใต้การนำของ “เสี่ยเอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม 
 

เมื่อเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ หนที่แล้ว ทีมสมุทรปราการก้าวหน้าชนะขาดลอย รวมถึงได้เก้าอี้ ส.อบจ. 30 ที่นั่ง
 

แม่ทัพการเมืองของอัศวเหม พ.ศ.ปัจจุบันคือ ประภาพร อัศวเหม (ภรรยาของพูลผล อัศวเหม) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และอัครวัฒน์ อัศวเหม (หลานชายวัฒนา) ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1
 

จบยกแรก "จึงรุ่งเรืองกิจ" พ่าย "อัศวเหม"

ธนาธร ลงเดินแถวบางบ่อ ยังสู้กรุงไม่ได้

ที่น่าสนใจ “ชนม์สวัสดิ์” กำลังปั้นคนรุ่นใหม่หรืออัศวเหม รุ่นที่ 4 หรือ Gen Y ประกอบด้วย พิม อัศวเหม,พราว อัศวเหม, “สน” สนธเยศ อัศวเหม และ “เชฟ” สมประสงค์ อัศวเหม 
 

ด้านหนึ่ง เสี่ยเอ๋ เดินแนวทางเดียวกับ “เนวิน ชิดชอบ” โดยสนับสนุนงานกีฬา อย่าง E-sport ให้เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ 
 

รวมถึงการสร้างสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการ ซิตี้ ฉายา “เขี้ยวสมุทร” โดยชนม์สวัสดิ์ เป็นประธานสโมสร และน้ำมันพืชกุ๊ก เป็นสปอนเซอร์หลัก 
 

“อัศวเหม” รู้ดีว่ากำลังจะต่อสู้กับนักการเมืองกลุ่มไหนในอนาคต จึงเร่งผลักดันสายเลือดม้าทอง Gen Y ออกมาสู่สนามการเมือง

จบยกแรก "จึงรุ่งเรืองกิจ" พ่าย "อัศวเหม"

วัดกันอีกยกที่เลือกตั้งนายก อบจ.ปากน้ำ