แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก15 สิงหาคม 2563 – 13:39 น.

ทัพแรงงานย่านรังสิต หนุนม็อบปลดแอก จับตา “แรงงานสายสีส้ม” จากปากน้ำ หนุนเนื่อง

++
    นับถอยหลังชุมนุมใหญ่ของ “คณะประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เย็นวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 โดยช่วงเช้าถึงบ่าย มีกิจกรรมเสวนาอุ่นเครื่องของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน
    เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ได้นัดหมายแสดงจุดยืนเดียวกัน และประกาศเจตนารมณ์เพื่อสนับสนุนขบวนการนักศึกษาที่อนุสรณ์สถาน14ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน มีรายการเสวนา “ทำไมขบวนการแรงงานต้องร่วมปลดแอก”
  

 แกนหลักของกลุ่มนี้คือ ศรีไพร นนทรีย์ ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง 

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก


    ศรีไพรมีความใกล้ชิดกับกลุ่ม สนท.ของเพนกวิน และก่อนหน้านี้ ได้ร่วมทำกิจกรรมผูกโบว์ขาว ตามหาวันเฉลิมมาด้วยกัน
    สมัยกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นัดชุมนุมต้าน คสช. ศรีไพรก็นำพี่น้องแรงงานไปสนับสนุนด้วยทุกครั้ง
    ไม่น่าแปลกใจ ศรีไพร นนทรีย์ เป็นนักสหภาพแรงงาน จะได้ขึ้นปราศรัยในกิจกรรมธรรมศาสตร์จะไม่ทน ทวงถามสัญญาค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท และเล่าถึงการแทรกแซงขบวนการแรงงานตั้งแต่ยุค คสช. 
    บนเวทีชุมนุมวันนั้น ศรีไพรประกาศร่วมชุมนุมใหญ่ร่วมกับขบวนการนักศึกษาและประชาชนภาค

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก

++
แรงงานสีส้ม
++ 
    ย้อนไปวันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำพรรคสมัยนั้น ให้ความสำคัญกับขบวนการแรงงานไทยเป็นอย่างมาก
    ธนาธรได้ดึงตัว สุนทร บุญยอด ผู้นำแรงงานคนดัง มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ในสัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน 
    ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2563 พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานในชลบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และปทุมธานี จึงได้ ส.ส.สายกรรมกรเข้าสภา 
    ต้องบันทึกไว้ว่า นี่คือ สภาผู้แทนฯ ชุดแรก ที่มีตัวแทนผู้ใช้แรงงาน ได้เข้ามาเป็น ส.ส.มากถึง 4 คน ประกอบด้วย วรรณวิภา ไม้สน, สุเทพ อู่อ้น และ ทวีศักดิ์ ทักษิณ โดยทั้งสามเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ส่วน จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี เขต 6 พรรคเดียวกัน 

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก

โดยเฉพาะ “วรรณวิภา ไม้สน” มีบทบาทเด่นจากกรณีม็อบไทรอัมพ์ เป็นเลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และกรรมการบริหารสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย 
 วรรณวิภารู้จักกับศรีไพร นนทรีย์ เป็นอย่างดี เพราะร่วมเคลื่อนไหวต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิผู้ใช้แรงงานกันมายาวนาน 

อนาคตขบถ ‘เพนกวิน’ บนทางเสี่ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อนาคตขบถ ‘เพนกวิน’ บนทางเสี่ยง

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง15 สิงหาคม 2563 – 13:21 น.

บนหนทางอันตราย “เพนกวิน” ยังนำพาผองเพื่อน เดินไปข้างหน้า แม้จะถูกวิจารณ์ว่า สุ่มเสี่ยง-สุดโต่ง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    6-7 ปีมานี้ ชื่อของเด็กท้วมๆ ที่กล้าพูด กล้าคิดจนกลายเป็นกระแส อย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ไม่เคยหลุดหายไปจากแฟ้มข่าวความมั่นคง
    จากเด็กนักเรียนขาสั้น โรงเรียนเตรียมอุดม จนถึงธรรมศาสตร์ เพนกวินเดินขึ้นโรงพักหลายรอบ รวมถึงขึ้นศาล 
    ชั่วโมงนี้ เพนกวินในฐานะผู้นำเยาวชนปลดแอกคนหนึ่ง กำลังเดินไปบนถนนสายเดิม ที่รู้ว่าเสี่ยงอันตราย แต่พวกเขาก็ไม่เลี่ยง ไปใช้ทางสายอื่น 

++
เด็กขบถ
++
    ปี 2558 เพนกวิน สวมหมวกเลขาธิการของกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท สวมชุดนักเรียนไปชูป้ายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี(ยุค คสช.) อ่านในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 
    นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นที่คนรู้ชื่อเพนกวินมากขึ้น รวมถึงหน่วยข่าวความมั่นคง
    “คนรุ่นผมคือคนที่เป็นมิลเลนเนียล ผมเกิดปี 2541 พอถึงปี 2549 มีม็อบเสื้อเหลืองเดินผ่านหน้าโรงเรียน จู่ๆ อ้าว ไม่ต้องไปโรงเรียน ทำไมมีทหารออกมา มีรัฐประหาร ผ่านไป อ้าว มีม็อบเสื้อแดง พอช่วงมัธยมต้นกำลังจะขึ้นมัธยมปลาย เราก็เห็นการชุมนุมของ กปปส. ผมโตมากับบรรยากาศอะไรอย่างนี้” 
    เพนกวินให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์เมื่อปี 2561 ซึ่งเพื่อนๆ ของเขาที่กลายเป็น “ผู้นำนักศึกษา” ในเวลานี้ ก็เติบโตมาในสภาพเดียวกัน
    ช่วงเรียน ม.ปลาย ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เด็กๆที่เรียกว่า “ขบถขาสั้น” ได้รวมตัวทำเรื่องปฏิรูปการศึกษาในนามกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
    เพนกวินเป็นชอบเรียนประวัติศาสตร์ และชอบเรียนดนตรีไทย 
    “ชอบฟังดนตรีไทย สะล้อ ซอ ซึง จะบอกว่าเป็นคนคอนเซอร์เวทีฟในเรื่องนี้ก็ได้ แต่เราชอบอะไรที่มันไทยๆ ที่ชอบประวัติศาสตร์ไทย”
    แกนนำนักศึกษายุคดิจิทัลยอมรับว่า จุดหักเหที่มาสนใจทำกิจกรรมการเมือง ก็มาจากการสนใจเรื่องประวัติศาสตร์
    “แล้วการศึกษาเรื่องนี้ มันหนีจากการเมืองไม่ได้ อ่านไปเรื่อยๆ ก็สนใจขึ้นมา ตอนนั้นอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส มีเรื่องการปฏิวัติ”

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง

                                                   เพนกวิน สมัยเรียนมัธยม 

++
พรรคโดมปฏิวัติ
++
    เพนกวินเรียนจบ ม.ปลาย ก็เลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เพราะในเวลานั้น เขามองว่า ธรรมศาสตร์กำลังหลับใหล ไม่เหมือนธรรมศาสตร์ ยุค 14   ตุลา
    “ธรรมศาสตร์มันหลับ ไม่ค่อยมีอะไรออกมาให้ตื่นตาตื่นใจมานานซักพักแล้ว อยากให้มันครึกครื้นกว่านี้ คนอาจจะคิดว่าธรรมศาสตร์เปิดกว้าง มีเสรีมาก แต่ยุคหลังๆ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น” 
    ตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 เพนกวินก็ปลุกธรรมศาสตร์ ด้วยกิจกรรมทางการเมืองในชื่อพรรคใต้เตียง มธ. ก่อนจะหันมาสร้าง “พรรคโดมปฏิวัติ” (Dome Revolution) 
    นอกจากนี้ ช่วงปี 2560-2561 เพนกวินยังได้ร่วมกับรุ่นพี่-รังสิมันต์ โรม เคลื่อนไหวต้าน คสช.ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 
    ดังนั้น เพนกวินจึงได้รับเชิญไปเป็นหนึ่งในผู้ก่อการพรรคอนาคตใหม่ 

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง

                                          พรรคโดมปฏิวัติที่เพนกวิน ก่อตั้งมากับเพื่อนๆ

++
สหภาพนักศึกษา
++
    ปี 2561 “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ รวบรวมเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายมหาวิทยาลัย ร่วมกันก่อตั้ง “สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนท.) เพนกวินเป็นประธาน สนท.คนที่ 2 ต่อจากบอล-ธนวัฒน์ วงศ์ไชย 

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง

                                       เพนกวิน และปนัสยา 


    กำลังหลักของ สนท. จะมาจากพรรคโดมปฏิวัติ อย่าง “อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท.คนที่ 3 และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษก สนท.
    ทั้ง “อั่ว”จุฑาทิพย์ และ “รุ้ง” ปนัสยา คือแกนหลักของคณะประชาชนปลดแอก ที่จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563

“ถอยคนละก้าว”: อาการ “กระอักกระอ่วน” ของ ธนาธร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ถอยคนละก้าว”: อาการ “กระอักกระอ่วน” ของ ธนาธร

"ถอยคนละก้าว": อาการ "กระอักกระอ่วน" ของ ธนาธร 15 สิงหาคม 2563 – 12:03 น.

“ถอยคนละก้าว”: อาการ “กระอักกระอ่วน” ของ ธนาธร โดย สุวินัย ภรณวลัย และเวทิน ชาติกุล

… ธนาธรกับปิยบุตรเป็นคนช่วยกันสร้าง ปีศาจจำนวนมากขึ้นในสังคมไทยเพื่อสนองตัณหาทางการเมืองและอุดมการณ์ของตนเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ปวิณกับสมศักดิ์เจียมจะขโมย “ตะเกียงวิเศษ” ใบนี้ของธนาธรไปเสียแล้ว ….

และตอนนี้ธนาธรกำลังดิ้นรน “หาทางลง” ให้กับตัวเอง โดยไม่ยอมร่วมหัวจมท้ายพังไปพร้อมๆกับม็อบเยาวชนปลดแอก

14​ สิงหาคม​ 2563​ เดลินิวส์นำเสนอข่าว​ ธนาธรขอเป็นคนนำหลีกเลี่ยงการนองเลือด​ อาสาคุยกับนักศึกษา

เนื้อหาบางส่วน​ ธนาธร​ กล่าวว่า​ “การที่มีอาจารย์และดารา​จำนวนมากออกมาสนับสนุนนักศึกษา​แสดงว่าไม่เสียแนวร่วม” และ “คนที่ตื่นแล้วและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงมีจำนวนมากเกินกว่าที่รัฐจะเข้าไปจัดการ”

จึงเป็นเหตุผลว่า​ รัฐต้องเปิดพื้นที่ให้พูดคุยเรื่องนี้กับอย่างเป็นสาธารณะเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด​

ที่น่าสนใจคือ​ ตอนท้ายข่าวมีการให้ผู้อ่านได้แสดงความเห็นต่อข่าวชิ้นนี้​ จากจำนวนผู้อ่าน​ 27,732 คน​ มีผู้ไม่เห็นด้วยกับข่าวนี้ถึง 73%

ซึ่ง​ประเด็นอยู่ที่​ ตัวเลขนี้​แปลว่าอะไร?

เบื้องต้นก่อน​ ธนาธรมีสมมุติฐานว่าข้อเสนอ 10 ข้อของนักศึกษาทำให้ไม่เสียแนวร่วมและคนที่ตื่นแล้วมีเป็นจำนวนมาก​ ขัดแย้งกับ​ จำนวนเปอร์เซ็นต์​ของความรู้สึกที่เห็นด้วยอย่างแน่นอน

ซึ่งอาจแปลว่า​ คนที่ไม่ต้องการเห็นการท้าทายต่อต้านสถาบันฯของนักศึกษายังมีอยู่มากกว่าคนที่ตื่นแล้วและแนวร่วมอาจารย์​ ดารา​ ก็ได้

หรือ​ อาจแปลว่า​ คนอ่านไม่เห็นด้วยกับธนาธรที่จะเป็นคนนำหลีกเลี่ยงการนองเลือด​ ก็ได้​ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้​ ก็อาจมีความเป็นไปได้ย่อยๆอีก​ 2​ แบบ​ คือ​

1)คนอ่านอาจไม่เชื่อที่ธนาธรพูด​ (ซึ่งแสดงว่า​ สมมุติฐานของธนาธร​ผิด)​ หรือ​

2) คนอ่านอาจเชื่อ​ (ถ้าสมมุติฐานของธนาธรถูก)​แต่ไม่อยากเห็นธนาธรนำหลีกเลี่ยงการนองเลือด​ หรือง่ายๆก็คือ​ คนอ่านพร้อมที่จะนองเลือด​ ธนาธรไม่ต้องมาห้าม

ซึ่งถ้าอันที่สองเป็นจริง​ ก็เป็นอะไรเป็นอื่นไม่ได้นอกจากการส่งสัญญาณว่า​ ธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรกับขบวนการปลดแอกก็สุดแล้วแต่​

#กำลังสูญเสียภาวะการนำ​ ลงไปเรื่อยๆ

"ถอยคนละก้าว": อาการ "กระอักกระอ่วน" ของ ธนาธร

สิ่งนี้ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้​ ด้วยเหตุผล

1.​ หลังจากนักศึกษายื่นข้อเสนอ​ 10​ ข้อ​ แล้วเจอกระแสสังคมกดดันอย่างหนัก​ จนเหล่า​ 357​ อาจารย์ต้องรีบออกแถลงการณ์มาปกป้อง​ 3​ วันระหว่างนั้น​ ธนาธร​ เงียบ​ ผิดสังเกต​ (จน​ เปลว​ สีเงิน​ ถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า​ ธนาธร​ ออกมาพูดครั้งนี้แบบ​กระมิดกระเมี้ยน)​ ผิดกับ​ ครั้งก่อนๆที่จะรีบออกมารับลูกอย่างจริงจัง​ในทันที

2.​ คำพูดของ​ ธนาธร​ ล่าสุด​ แม้จะเจตนาหนุนช่วยนักศึกษาปลดแอก​ มีนัยที่ต่างออกไปจากครั้งก่อน​ เพราะธนาธร​ (“หลุด”?)​ พูดออกมาว่า​ “มีข้อเสนอบางข้อ​ มีความสุ่มเสี่ยง…ทำให้คนบางกลุ่ม​ไม่สบายใจ” และ​ย้ำว่า ต้องแยกออกระหว่าง​ “เนื้อหา” กับ​ “ท่าที” ที่บ่งชี้โดยนัยว่า​ ธนาธร​ กำลังสะท้อนว่า​ “ท่าที” ของนักศึกษานั้นไม่เหมาะสม​ ซึ่ง​น่าสังเกตว่า​นัยเชิงลบต่อ 10 ข้อ เรียกร้อง​เหล่านี้ไม่ปรากฏแม้ในแถลงการณ์ของ​ 357​ อาจารย์​ หรือ​ จดหมายเปิดผนึกของปิยบุตร​ ที่ยืนกรานว่าสิ่งที่นักศึกษาทำทั้งหมดเป็นเรื่องถูกต้อง​ และที่สำคัญ​ ที่ผ่านมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง​ ธนาธร​ไม่เคยพูดในลักษณะนี้มาก่อนเลย​

หรือ​ ธนาธร​ ในฐานะ​ “ไอดอล” ผู้นำของฝ่ายประชาธิปไตย​ จะรับไม่ได้กับภาพ (ที่ผิดกฎหมาย​ม.112)​ ของ​ “สมศักดิ์​ เจียมฯ” ​ และ​ “ปวิณ” ที่โชว์หราบนเวทีราคา​ 1.2​ ล้านที่ลานพญานาคในคืนนั้น

ธนาธร​ ลงมาเล่นการเมือง​ด้วยอุดมการณ์ (ที่อันตราย)​ ทุ่มเททรัพยากร​ หมดเงิน​ หมดทอง​ หมดเวลา​ หมดกำลัง​ ไม่รู้เท่าไหร่​ ในการสร้างกระบวนการและขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นไปตามความเชื่อความคิดของตน​ ธนาธร​ทำเรื่องนี้อย่างมียุทธศาสตร์​ มียุทธวิธี​ มีจัดตั้ง​ แนวร่วม​ เครือข่าย​ กลไกสื่อนิวมีเดีย​ ที่ต้องอดทนใช้เวลากว่าที่จะเห็นขบวนการเด็กปลดแอกออกมาได้ขนาดนี้​ ไม่นับว่าต้องตกเป็นเป้าโดยเปิดเผยของอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย​ เผชิญอุปสรรค​ แรงเสียดทาน​และการดำเนินการต่างๆอย่างหนักหน่วง​ ถูกยุบพรรค​ มีสิทธิ์ติดคุก​ องค์กรธุรกิจของครอบครัวที่เป็นเสาค้ำยันการเคลื่อนไหวของตนอาจต้องเผชิญมรสุมใหญ่อย่างที่ไม่เคยเจอ

ส่วน​ สมศักดิ์​ เจียมฯ​ กับ​ ปวิณ​ นั้นไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย​ ตัวเองหนีไปต่างประเทศ​ คอยปั่นหัวเก็กฝ่ายโซเซียล​ อำนาจรัฐจะไปจัดการก็ยาก​ สมศักดิ์​ เจียมฯแม้อยากเปลี่ยนแปลง​ แต่สภาพนอนเป็นผัก​ ได้แค่กระพริบตามอง​ฝันว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนตาย ขณะที่ปวิณนั้นไม่ต้องพูดถึง​ไม่ได้สนใจยุทธศาสตร์​ ยุทธวิธีอะไรทั้งนั้นของธนาธร​ ขอเพียงได้​ ด่า​ ด่า​ และ​ ด่า​ สถาบันฯ​ สนองความคลั่งแค้นของตัวเองเท่านั้น

ถ้าธนาธร​ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับขบวนการปลดแอก​ ความแตกต่างระหว่าง​ เนื้อหา​ และ​ ท่าที​ ของนักศึกษาย่อมไม่มี​ และต้องถือว่าเป็นเรื่องดีด้วยเพราะหนุนรับกับอุดมการณ์ของตนเมื่อเห็นความศรัทธาต่อสถาบันฯถูกกร่อนแซะทำลายไปเรื่อยๆ

แต่ธนาธร​กลับ​ กระมิดกระเมี้ยน​ ละล้าละลัง​ อย่างผิดสังเกต​ หลังวันที่​ 10​ สิงหาคม​ และสอดรับกับ​แถลงการณ์ของประชาชนปลดแอก​ ที่กลับมาเน้นข้อเสนอ​ 3​ ข้อเดิม​ (ยุบสภา, หยุดคุกคาม​ และ​ แก้รัฐธรรมนูญ)​ และ​ ยุบข้อเสนอ​ 10​ ข้อ​ เหลือเพียง​ 1​ ความฝัน​ (ที่อาจเป็นจริงได้)​ เท่านั้น

อย่าคิดว่า​ ธนาธร​ จะถอยไม่เป็น​ เพราะแม้จะมุทะลุเพียงใด​ แต่ในยามที่ตัวเองอ้างว้างโดดเดี่ยว​ ใกล้ตายอยู่บนเรือพายคนเดียวกลางอ่าวไทย​ ธนาธร​ ก็เพรียกหาและดีใจที่มีคนมาช่วย​ นั่นไม่ต้องพูดถึงว่า​ ธนาธร​ เป็นนักธุรกิจแบบทักษิณ​ จะไม่เสี่ยงถ้าต้องทำให้ผลประโยชน์ของตัวเองฉิบหายลงไปต่อหน้าทั้งหมด

คำพูด​และท่าทีแบบ “ถอยคนละก้าว” ของธนาธร​ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสะท้อนถึง​ “ความกระอักกระอ่วน” ของตน​ ซึ่งไม่ใช่ความกระอักกระอ่วนที่ตนเองพูดไม่ได้หรือไม่กล้าพูดเรื่องสถาบันฯ​

แต่เป็นความ​ “กระอักกระอ่วน” ที่กำลัง​ “หาทางลง” เมื่อเห็นว่า​ ทุกสิ่งที่ตัวเองทำมาทั้งหมดตลอดหลายสิบปี​กำลังพังพินาศลงไปต่อหน้าต่อตา​ เพราะเด็กๆที่เคยเชื่อตนเอง​กลับไปเชื่อเกย์แค้นเจ้าแบบไม่ลืมหูลืมตา​

และตัวธนาธรเองคงตระหนักแล้วว่าไม่มีอำนาจพอที่จะไปคุมเด็กๆเหล่านี้ได้อีกแล้ว

… ธนาธรกับปิยบุตรเป็นคนช่วยกันสร้าง ‘ปีศาจ’จำนวนมากขึ้นในสังคมไทยเพื่อสนองตัณหาทางการเมืองและอุดมการณ์ของตนเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ปวิณกับสมศักดิ์เจียมจะขโมย “ตะเกียงวิเศษ” ใบนี้ของธนาธรไปเสียแล้ว

โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน ‘ทอน’ เก็บแต้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน ‘ทอน’ เก็บแต้ม

 โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน 'ทอน' เก็บแต้ม14 สิงหาคม 2563 – 15:54 น.

เพื่อไทยไม่ทน สั่ง 32 ส.ส.คอยหนุนนักศึกษา หวั่นเสียฐานเสียงให้พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า

++
    ในที่สุด พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมใจกันออกมาปกป้อง “พลังนิสิตนักศึกษา” หรือแฟลชม็อบ เพราะนี่คือฐานเสียงแห่งอนาคต
    หากพิจารณากันด้วยเหตุและปัจจัย ต้องยอมรับว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นจุดระเบิดที่ทำให้เยาวชนนักเรียน นิสิตนักศึกษา ก้าวออกจากโลกทวิตภพ จัดการชุมนุมในสถานศึกษาที่เรียกว่า แฟลชม็อบ
    พรรคอนาคตใหม่เป็นเสมือนตัวแทนของพวกเขาที่มีโอกาสได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก

++
ยุวชนส้มออกฤทธิ์
++
    หลังโควิดคลี่คลาย แฟลชม็อบภาค 2 เริ่มลงสู่ท้องถนน และเบ่งบานอีกครั้ง ซึ่ง 10 ข้อเสนอของกลุ่มธรรมศาสตร์และการเมือง ได้พังเพดานการเรียกร้องก่อนหน้านั้นทันที
    จะว่าไปแล้ว แกนนำนักศึกษาที่รวมพลก่อการชุมนุมรอบใหม่นี้ ก็คือเหล่า “ยุวชนส้ม” ที่เคยเคลื่อนไหวต้าน คสช.มาตั้งแต่ปี 2558
    พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่รีรอที่จะลุกขึ้นมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษายุคใหม่
    ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดเกมรุกเรียกร้องให้ผู้ถืออำนาจมาพูดคุยกับนักศึกษาในประเด็น “10 ข้อเรียกร้อง” โดยอ้างว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าแตกหัก และนองเลือด

++
เพื่อไทยไม่ทน
++ 
    หลังกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นทำนองเตือนนักศึกษาอย่าก้าวล่วงสถาบันฯ
    มิทันข้ามวัน ปรากฏว่า ทัวร์ลง “คุณหญิงหน่อย” และพรรคเพื่อไทย อย่างหนัก ถึงขั้นประกาศหันหลังให้พรรคเพื่อไทย
    ถัดมา คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษต่อนิสิตนักศึกษากรณีแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ 
    “ขอส่งสารถึงรัฐบาลต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับนิสิตนักศึกษาเด็ดขาด และหยุดการคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมขอโทษและเสียใจกรณีแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ แต่มาจากความรู้สึกห่วงใยอย่างยิ่ง”

 โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน 'ทอน' เก็บแต้ม

                      พรรคเพื่อไทย แถลงจัดทีมอำนวยความสะดวกนักศึกษาจัดชุมนุม         

 มิเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยได้มีมติให้ตัวแทน ส.ส. เขตในจังหวัดนั้นๆ เข้าไปดูแลประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทันทีหากมีการชุมนุม โดยช่วยดูแลความสงบและความปลอดภัยให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ โดยพรรคเพื่อไทยตระหนักถึงการชุมนุมของนักศึกษาว่าได้ขยายตัวมากขึ้น จึงได้ให้ ส.ส. แต่ละพื้นที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นทางการ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด เพราะถือเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรในพื้นที่ 
    สรุปว่า พรรคเพื่อไทย จัดทีม ส.ส.จำนวน 32 คน ในทุกภาค คอยประสานงานกับนักเรียน นักศึกษา ในการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ14 สิงหาคม 2563 – 12:45 น.

อานนท์ นำภา เชิงสูง เดินเกมลับ-ลวง-ล่อ หลังจุดระเบิดพังเพดานการต่อสู้ แล้วหลบไปอยู่หลังม็อบปลดแอก

++
ระดับ “ทองใบ 2” ทนายอานนท์ นำภา ถือว่า ทุกจังหวะก้าวการเคลื่อนไหวไม่ธรรมดา 

“ทนายน้อย” อานนท์ นำภา เรียนรู้ความคิดปีกซ้ายจากบรรดาแดงอิสระ เนื่องจากเขาไปเป็นทนายว่าความให้ผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 

อ่านข่าว…  “อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2 

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ

ทนายน้อย บนเวทีครั้งสุดท้ายก่อนหลบ

อานนท์สนิทสนมกับ “ไผ่” ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีสีแดง ผู้จากไป ตั้งแต่สมัยที่ไม้หนึ่งหลบไปอยู่กัมพูชา รวมถึงแดงตาสว่างอีกหลายคน 

ดังนั้น อานนท์ จึงกล้าขึ้นเวทีวิพากษ์สถาบันฯ ในเชิงวิชาการ เหมือนที่ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายในสภาฯ 

หลังโยนระเบิดกลางสังคมไทย และมีแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มารับไม้ต่อ ด้วยข้อเสนอทะลุเพดาน อานนท์ก็ล่องหน(ชั่วคราว) โดยใช้เพจ “ทนายอานนท์ นำภา – Arnon Nampa” สื่อสารกับน้องๆ 

“สวัสดีครับ ก่อนไปชุมนุมอย่าลืมล้างจานนะครับ วันที่ 16 สิงหาคมนี้ ผมไม่มีคิวขึ้นปราศรัย เพราะเรื่องที่ต้องพูดได้ถูกส่งต่อสู่สาธารณะแล้ว ผมจะไปเป็นมวลชน เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทุกคน” 

พออานนท์บอก ไม่มีคิวปราศรัย แฟนๆก็ถามหากันเซ็งแซ่ อานนท์ จึงต้องเขียนจดหมายออนไลน์ถึงน้องๆว่า 

“ถ้าน้องๆได้อ่านจดหมายฉบับนี้หวังว่าทุกคนคงสบายดี พี่อยู่ทางนี้ก็ยังมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่แข็งแรงพอสมควร ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองในช่วงนี้คงบีบคั้นและกดดันทุกคนพอสมควรแต่พี่ก็หวังว่าทุกคนจะสามารถประคับประคองหัวใจของนักต่อสู้และผ่านมันไปได้  

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ

เพนกวิน และรุ้ง รับไม้ต่อจากอานนท์

“โดยเฉพาะเพนกวิน ,ไมค์ ,รุ้ง และ ทัตเทพ และแกนนำนักศึกษาทุกคน เราเดินทางไกลมาด้วยกันระหว่างทางต้องประสบบาดแผลมากมาย ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและความมุ่งมั่นในการต่อสู้ พี่สัญญาว่าถ้าเราได้เจอกันจะซื้อไส้ย่างมาย่างให้กินซัก 3 กิโล 

“ฝากความคิดถึงไปยังแก๊งค์ป้าๆด้วย ทั้งป้านก ป้ารุน ลุงทองและอีกหลายหลายคน หวังว่าแผลของป้านกที่เกิดจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. จะหายแล้ว ขอให้รักษาสุขภาพแล้วมาเจอกันวันที่ 16 ส.ค.นี้  ที่ราชดำเนิน..” 

เพื่อความปลอดภัย ทนายอานนท์ จึงต้องเล่นเกมเอาล่อเอาเถิดกับฝ่ายผู้ถืออำนาจ 

กลยุทธ์ที่กลุ่มนักศึกษาใช้ในเวลานี้คือ การชิงปล่อยข่าว อย่างเพนกวินที่ตะโกนบอกว่า ถูกออกหมายจับคดี 112 ทั้งที่แค่มีคนมาแจ้งความ ตำรวจยังไม่ได้พิจารณาอะไรเลย

ปากคำ”รุ้ง”เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปากคำ”รุ้ง”เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ14 สิงหาคม 2563 – 11:00 น.

ปากคำ”รุ้ง”เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ ขบวนการนักศึกษามั่นใจ “กระแสสูง” จึงเปิดเกมรุก “ทะลุเพดาน” ประเมินว่าฝ่ายอนุรักษ์พลังถดถอย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปรากฏการณ์ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง ที่ถูกนำเสนอผ่านเวทีกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เป็นดอกผลของนักวิชาการปีกก้าวหน้า กับกลุ่มแดงอิสระ ที่มี “ธง” เคลื่อนไหวต่างจาก นปช. พยายามเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 เมื่อปี 2555

อ่านข่าว…   จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

“รุ้ง” ให้สัมภาษณ์ “จอม”

วันนั้น “ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์” ทำได้แค่หามรายชื่อผู้สนับสนุนไปถึงสภาฯ ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะเขี่ยทิ้ง 

หลังรัฐประหาร แกนนำแดงอิสระที่เคลื่อนไหวในนาม “ครก.112” ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน และบางกลุ่มไปตั้งหลักที่ สปป.ลาว จัดรายการวิเคราะห์การเมืองทางยูทูบ ชูธงล้มสถาบันฯ  

ปรากฏว่า แกนนำแดงอิสระหลายคนถูกอุ้มหาย และบางส่วนต้องเผ่นออกจากลาวไปอยู่ในยุโรป 

ปี 2563 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นำเสนอข้อเรียกร้อง “ทะลุเพดาน” โดยอ้างว่า นี่คือการปฏิรูป ไม่ใช่ล้ม ไม่ใช่โค่น เหมือนพวกฝ่ายซ้ายไทยในอดีต 

จริงๆ แล้ว เนื้อหาที่รุ้งนำเสนอ ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ผู้ลี้ภัยอย่างสุรชัย แซ่ด่าน, ลุงสนามหลวง, โกตี๋ และอีกหลายคน เคลื่อนไหวปลุกระดมทางยูทูบ

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

เพจ “อมธ.”
++
โดมปฏิวัติ
++
เมื่อสองวันก่อน “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาคณะคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ และแกนนำพรรคโดมปฏิวัติ สหายร่วมรบของ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้ให้สัมภาษณ์ช่องยูทูบของจอม เพชรประดับ 

ในฐานะแกนแกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล  บอกกับ “จอม” ว่า ต้องการพังเพดาน จึงเสนอ 10 ข้อเรียกร้อง และเชื่อมั่นในพลังคนรุ่นใหม่ว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอนำเสนอทั้งหมด 

จอมถามว่า พวกเธอไม่กลัวพลังมวลมหาประชาชน ที่เคยออกมาชุมนุมเมื่อหลายปีก่อน “รุ้ง” ตอบว่า พลังของคนรุ่นใหม่เยอะกว่า และเชื่อว่าพลังคนรุ่นนั้นลดลงเยอะแล้ว 

ปฏิกิริยาหลังการเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ “รุ้ง” บอกรู้สึกผิดหวังกับกระแสโต้กลับบ้าง โดยเฉพาะผู้บริหารธรรมศาสตร์ ทั้งที่ควรรักษาหลักการประชาธิปไตยอันเป็นเป้าหมายของมหาวิทยาลัย  

แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยังเชื่อมั่นว่า พวกเธอมีเสียงสนับสนุนที่มากกว่า และเชื่อมั่นว่าระดับเพดานข้อเรียกร้องนี้จะไม่ลดต่ำลง แต่จะยิ่งเข้มข้นและจริงจังมากขึ้น

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

โฆษก อมธ.

++
เสียงจาก อมธ.
++
เพจองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 11 ส.ค.2563 ได้อัพสเตตัส “หนึ่งคนพูด เพื่อให้ล้านคนตื่น” พร้อมลงภาพรุ้ง ปนัสยา กำลังอ่าน 10   ข้อเสนอในกิจกรรมธรรมศาสตร์จะไม่ทน 

ล่าสุด มีแผนผังปริศนา พูดถึงการจัดงานชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ทาง อมธ.จึงได้นำโพสต์ และตั้งคำถามว่า 

“เราขอตั้งคำถามไปยังผู้ที่จัดทำแผนผังนี้ถึงจุดประสงค์ว่าจัดทำเพื่ออะไร และถ้าหากแผนผังนี้ออกโดยหน่วยงานราชการ เราอยากย้ำเตือนกับพวกท่านว่า ประเทศแห่งนี้ มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 

ขณะเดียวกัน “บัซซี่ ศิวกรณ์” โฆษก อมธ. ยืนยันว่า องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะองค์กรผู้แทนของนักศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง ได้เข้ามาอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ร่วมกับกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมเท่านั้น  

อย่างไรก็ตาม อมธ.พร้อมจะปกป้องเพื่อนนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวจัดกิจกรรม และจะไม่ยอมให้มีการคุกคามประชาชน

‘เฟลอ’เฟี้ยว จุฬามาแน่ แรงไม่แพ้ มธ. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เฟลอ’เฟี้ยว จุฬามาแน่ แรงไม่แพ้ มธ.

'เฟลอ'เฟี้ยว จุฬามาแน่ แรงไม่แพ้ มธ.13 สิงหาคม 2563 – 16:57 น.

จับตา “จุฬาฯ มาแน่” แฟลชม็อบฝั่งจามจุรี อาจมีเซอร์ไพร์ซยิ่งกว่า “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน”

++
    หลังแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ไปแล้ว

    วันศุกร์ที่ 14 ส.ค.2563 ก็ถึงคิวกลุ่ม Spring Movement และคณะจุฬาฯ จัดบ้าง
    “เบื่อแล้วเฟรชชี่ ปีนี้ขอม็อบ ศุกร์นี้มีม็อบ! ยืนยันว่ามีแน่ๆและมาแน่ๆ เจอกันที่สนามจุ๊บ!!!!”
    ที่น่าสนใจคือ กลุ่ม Spring Movement ที่เป็นแกนจัดการชุมนุมครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นนิสิตหญิงแห่งรั้วจุฬาฯ

'เฟลอ'เฟี้ยว จุฬามาแน่ แรงไม่แพ้ มธ.

                      สิรินทร์ มุ่งเจริญ แกนนำกลุ่มจัดกิจกรรมจุฬามาแน่

'เฟลอ'เฟี้ยว จุฬามาแน่ แรงไม่แพ้ มธ.

++
ดอกไม้บานยุคใหม่
++
    กลุ่ม Spring Movement คือกลุ่มนิสิตจุฬาฯ ผู้รวมตัวกันเป็นครั้งแรกในงานชุมนุม “จุฬาฯ รวมพล” เมื่อ ก.พ.2563
    หลังงานนั้น กลุ่มนิสิตผู้จัดงาน ต้องการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมต่อไป จึงรวมกลุ่มกันในชื่อ Spring Movement อันสื่อถึงการผลิบานขึ้นอีกครั้งหนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยนิสิตนักศึกษา 
    “แม้อาจจะต้องเผชิญกับอุปสรรค กลุ่ม Spring Movement ก็จะเดินหน้าต่อสู้ และยืนเด่นโดยท้าท้ายต่อไป เช่นเดียวกับการผลิบานของดอกไม้ตามธรรมชาติ”
    เมื่อการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก วันที่ 18 ก.ค.2563 กลุ่ม Spring Movement ได้จัดทำโปสเตอร์ 16 ผู้ถูกอุ้มหายไปแจกจ่าย 

'เฟลอ'เฟี้ยว จุฬามาแน่ แรงไม่แพ้ มธ.

++
เฟลอเจ้าเก่า
++
    ถ้ายังจำกันได้ ผู้จัดงานแฟลชม็อบจุฬาฯ รวมพล เคยตกเป็นข่าว กรณีชักธงดำในรั้วจามจุรี ซึ่งภายหลัง แกนนำจุฬาฯ รวมพล ได้ออกมาชี้แจงว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ของจุฬาฯ ได้เชิญธงชาติลงและนำธงชาติออกไปแล้ว เหลือเพียงแต่เสาและเชือก จึงพยายามจะชักธงดำและไม่ได้มีการสัมผัส หรือแสดงอาการลบหลู่ดูหมิ่นธงชาติไทยแต่อย่างใด 
    ตอนนั้นชื่อ “เฟลอ” สิรินทร์ มุ่งเจริญ อดีตรองประธานสภานิสิตจุฬาฯ คนที่ 2 ตกเป็นข่าวเกรียวกราว เพราะเธอเป็นผู้ถือธงดำไปที่เสาในวันนั้น
    ปี 2560 เฟลอ ได้ร่วมกับกิจกรรมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ร่วมกับ “บอล” ธนวัฒน์ วงค์ไชย อดีตประธานสภานิสิตจุฬาฯ และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ 
    ต้นปี 2563 “เฟลอ” จับมือ “บอล”  จัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ที่โด่งดัง จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนใจตัวเธอมากขึ้น 
    พลันที่เกิดกรณี “วันเฉลิม” ถูกอุ้มหายไปในเขมร “เฟลอ” และเพื่อนในกลุ่ม Spring Movement จึงเข้าร่วมรณรงค์ตามหาวันเฉลิม รวมถึงการจัดทำโปสเตอร์ผู้ถูกบังคับให้สูญหาย
    น่าจับตา กิจกรรมจุฬาฯ มาแน่ ในวันศุกร์จะมีอะไรเซอร์ไพรซ์ เหมือนที่ลานพญานาค ธรรมศาสตร์หรือไม่?

2 ขา 1 เข็มมุ่ง ก้าวไกล ในม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

2 ขา 1 เข็มมุ่ง ก้าวไกล ในม็อบปลดแอก

2 ขา 1 เข็มมุ่ง ก้าวไกล ในม็อบปลดแอก13 สิงหาคม 2563 – 15:41 น.

“2 ขา 1 เข็มมุ่ง” ชัดเจนแล้ว ระหว่างพรรคก้าวไกลกับขบวนการประชาชน บนท้องถนน 

++
แม้พรรคก้าวไกล จะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน เหมือนครั้งที่พรรคเพื่อไทย กับองค์กร นปช. เดินหน้ายุทธศาสตร์ 2 ขาคือ ในสภาและท้องถนน 
 

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ไม่แสดงตัวชัดเหมือนพรรคเพื่อไทย 

อ่านข่าว…   นัดแล้วไม่มา “ก้าวหน้า” ไปไหน ‘ก้าวไกล’ใจไม่ถึง

2 ขา 1 เข็มมุ่ง ก้าวไกล ในม็อบปลดแอก

มีตัวละครอยู่เบื้องหลังม็อบเยาวชน ที่ยังไม่เปิดตัวเยอะ

อย่างไรก็ตาม “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกแถลงการณ์ส่วนตัว ผ่านแฟนเพจส่วนตัวต่อกรณี 10 ข้อเสนอของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยความตอนหนึ่งระบุชัดว่า 

“พรรคก้าวไกลก็พร้อมปกป้องและหนุนหลังประชาชนอยู่เสมอ เพื่อยืนยันว่า เราทุกคนจะมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดในการแสดงความเห็น”  

พูดง่ายๆ ประชาชนเป็นกองหน้า และพรรคก้าวไกลจะเป็นแนวหลังที่ไว้วางใจได้
++
2 ขาโดยธรรมชาติ
++
จริงๆ แล้ว ตัวละครที่เป็นแกนนำบนท้องถนนในวันนี้ อย่าง อานนท์ นำภา และผองเพื่อนอีกหลายๆ คน ล้วนแต่เป็น “คนหน้าเดิม” มาแต่ยุคต้าน คสช.ปี 2558 

เพียงแต่หลังเลือกตั้งทั่วไป 2562 มีอดีตแกนนำคนอยากเลือกตั้งอย่าง “รังสิมันต์ โรม” และอีกหลายๆ คนได้เข้าไปอยู่ในสภาฯ บ้างเป็น ส.ส. บ้างเป็นผู้ช่วย ส.ส. บ้างเป็นกรรมาธิการฯ 

พลันที่ “อานนท์ นำภา” และ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ นำพาขบวนแฟลชม็อบ ลงสู่ท้องถนนอีกรอบ “ส.ส.โรม” และเพื่อนชาวพรรคก้าวไกลก็ต้องเข้ามาดูแลเพื่อนๆ 

2 ขา 1 เข็มมุ่ง ก้าวไกล ในม็อบปลดแอก

ม็อบใหญ่ของกลุ่มเพื่อน ส.ส.โรม พรรคก้าวไกล

ขบวนการแฟลชม็อบ กับพรรคก้าวไกล จึงเดินไปตามยุทธศาสตร์ “2 ขา” โดยอัตโนมัติ

++
เข็มมุ่งก้าวสู่ไทยใหม่
++
คณะประชาชนปลดแอก พัฒนารูปองค์กรจากเครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง  

ตัวละครแถวหน้าคือ  “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี , ”อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. ในฐานะโฆษกของคณะประชาชนปลดแอกcและ ณัฐชนน ไพโรจน์ หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ มธ.

2 ขา 1 เข็มมุ่ง ก้าวไกล ในม็อบปลดแอก

ส่วนตัวละครแถวสองคือ อานนท์ นำภา, ปิยรัฐ จงเทพ และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์  

วันที่ 16 ส.ค.2563 คณะประชาชนปลดแอก นัดชุมนุมใหญ่ ทดสอบกำลังยกสอง โดยยืนยีน 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ หยุดคุกคามประชาชน,ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา 

พวกเขามี 2 จุดยืน 1. ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร 2. ต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ 

ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ 1 ความฝันคือ การมี “ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ” อย่างแท้จริง ซึ่งแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้จุดประกายการเคลื่อนไหวไว้แล้วเมื่อ 10   ส.ค.2563 

ขบวนการประชาธิปไตยไทยยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล กลุ่มก้าวหน้า รวมถึงพลังนักเรียน นักศึกษา ต่างมีเข็มมุ่งเดียวกันคือ นำพาประเทศไทย ก้าวสู่สังคมใหม่ ตามอุดมการณ์ประชาธิปไตยเสรีนิยม

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์13 สิงหาคม 2563 – 11:30 น.

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์ 10 ข้อเสนอของม็อบธรรมศาสตร์ สั่นสะเทือน ยิ่งกว่า “112 ริกเตอร์” ที่นักวิชาการและคนเสื้อแดง เปิดเกมรุกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
8 ปีที่แล้ว ปรากฏการณ์ “112 ริกเตอร์” ไปได้ไกลที่สุดแค่ถึงสภา ก่อนปิดฉากลงเมื่อ “สภา 300 เสียง” ของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชิงตีตกร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 

วันนี้ “10 ข้อเสนอ” จากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จะไปถึงจุดไหน ยากจะคาดเดา เพราะเงื่อนไขสภาพทางการเมือง และสังคมเปลี่ยนจากเดิมไปมากทีเดียว

อ่านข่าว…   ไผเป็นไผผ่าม็อบธรรมศาสตร์

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

นักวิชาการกับคนเสื้อแดง เคลื่อนไหวแก้ ม.112
++
คณะนิติราษฎร์
++
ปี 2555 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขบวนการมวลชนคนเสื้อแดงเติบโต และมีหลากหลายกลุ่ม นักวิชาการหัวก้าวหน้าสมัยนั้น ได้อาศัยสถานการณ์ “แดงทั้งแผ่นดิน” ขยับยกระดับการต่อสู้ 

เริ่มจาก “วรเจตน์ ภาคีรัตน์“ จัดตั้ง “คณะนิติราษฎร์” ในนามกลุ่มนักวิชาการที่รวมตัวกันต่อต้านการรัฐประหาร โดยเสนอให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549 และเสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

จากนั้น คณะนิติราษฎร์ได้ส่งไม้ต่อให้ “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” (ครก. 112) รวบรวมรายชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉบับที่คณะนิติราษฎร์จัดทำขึ้น เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา  

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาสาเป็นหัวหอก ครก.112 โดยมีกลุ่ม “แดงเวทีเล็ก” ที่มี “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” และ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ประสานงานกับแดงอิสระทั่วประเทศ 

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

พรรคเพื่อไทย หักอกนักวิชาการ
++
112 ริกเตอร์
++
27 พ.ค.2555 ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของ ครก. 112 โดยระบุว่า มีผู้ร่วมลงชื่อแก้กฎหมายมาตรา 112 ทั้งสิ้น 38,281 คน  

ในแถลงการณ์อ้างว่า “เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่การเคลื่อนไหวทางอุดมการณ์เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้แผ่ซ่านลงลึกไปถึงผู้คนรากหญ้า คนรากหญ้าเข้าใจถึงปัญหาของมาตรา 112”       

29 พ.ค.2555 กลุ่ม ครก. 112 และคนเสื้อแดง รวมตัวที่ลานพระบรมรูปทรงม้า มีผู้นำคานมาหาม กล่องสีดำใส่รายชื่อจำนวน  26,968 รายชื่อ เคลื่อนสู่อาคารรัฐสภา 

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และพวงทอง ภวัครพันธุ์ ตัวแทน ครก.112 ยื่นหนังสือและรายชื่อผ่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 สมัยนั้น  

1 พ.ย.2555 ขณะที่อาจารย์ชาญวิทย์ อยู่ที่สหรัฐ ก็ได้รับข่าวร้ายจากพรรคพวกที่เมืองไทยว่า สภาฯ เขี่ยร่างแก้ไขมาตรา 112 ที่เสนอโดยภาคประชาชนทิ้งแล้ว 

ชาญวิทย์  จึงสิ้นศรัทธาทักษิณ และพรรคเพื่อไทย เพราะยังเล่นการเมืองเกี้ยเซียกับชนชั้นนำ ไม่ได้แสดงความกล้าหาญที่จะอภิวัฒน์ประเทศไทย

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

10 ข้อเสนอที่แรงกว่า 112 ริกเตอร์

++
ดอกผล ครก.112
++ 
แม้กลุ่มนักวิชาการหัวก้าวหน้าจะรู้สึกผิดหวังต่อนักเลือกตั้ง แต่พวกเขาก็ได้สร้างผู้สืบทอดแนวคิดดังกล่าว ผ่านคนรุ่นใหม่ในนาม “กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย” (แอลแอลทีดี) ที่ได้เข้าร่วมเป็นคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)  

“รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลในวันนี้ ก็คือดอกผลของการเคลื่อนไหว ครก.112  

ในปัจจุบัน พรรคโดมปฏิวัติ ภายใต้การนำของ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้มาสานต่อภารกิจของ ครก.112 และยกระดับข้อเรียกร้องให้สูงขึ้น มิเพียงแค่แก้ไขมาตรา 112 

จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

ปนัสยา แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นองค์กรเฉพาะกิจเพื่อกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ได้เสนอ 10 ข้อเรียกร้องที่สร้างแรงสั่นสะเทือนยิ่งกว่าปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์ 

เหนืออื่นใด พวกเขามีองค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์ (อมธ.) โดยการนำของ “น้ำผึ้ง” พร้อมพร พันธุ์โชติ นักศึกษาชั้นปี 3 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เป็นกองหนุน

วัดใจนายกฯ-ขุนคลัง หั่นงบ”คมนาคม” 30-40% นำเม็ดเงินฝ่าวิกฤต ศก.! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วัดใจนายกฯ-ขุนคลัง หั่นงบ”คมนาคม” 30-40% นำเม็ดเงินฝ่าวิกฤต ศก.!

วัดใจนายกฯ-ขุนคลัง หั่นงบ"คมนาคม" 30-40% นำเม็ดเงินฝ่าวิกฤต ศก.!12 สิงหาคม 2563 – 15:42 น.

วัดใจนายกฯ-ขุนคลัง หั่นงบ”คมนาคม” 30-40% นำเม็ดเงินฝ่าวิกฤต ศก.! ตรงนี้คือความกล้าหาญบนเวทีการเมืองที่เเท้จริงที่เลือกประโยชน์ของประเทศในภาพรวมมากกว่าอิทธิพลเเละเเรงต่อรองของบางพรรคร่วมรัฐบาล

“ครม.ประยุทธ์2/2” ได้ฤกษ์ทำงานเเล้ว ณ บัดนี้ 

 ไฮไลท์หลักอยู่ที่ทีม “ครม.เศรษฐกิจ”ว่าจะพารัฐบาลฝ่าอุปสรรคขวากหนามไปได้อย่างไร

“ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯเเละรมว.ต่างประเทศ,สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.พลังงาน ,ปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง รวมทั้งสองรมต.เเรงงาน”คือส่วนหนึ่งของ“ครม.เศรษฐกิจชุดใหม่“อยู่ในอาณัติการดูเเลของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ชื่อ”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”

หากจะเพ่งน้ำหนักว่าใครคือ”ตัวจริง เสียงจริง” ที่จะชี้ว่ารัฐบาลควรให้น้ำหนักกับการเเก้วิกฤตเศรษฐกิจในคราวนี้อย่างไรนั้น..คงไม่พ้น”ปรีดี” เพราะอดีตผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยเเละอดีตนายกสมาคมธนาคารไทยคนนี้คือคนกุมพังงารัฐบาลลำดับที่สองรองจากพล.อ. ประยุทธ์

ความเชื่อมั่นจากภาคเอกชน การเงิน การคลัง การลงทุน ตลาดหุ้นนั้นช่วงที่ผ่านมานั้น จะให้เครดิต”ขุนคลัง”เสมอ 

เเละคราวนี้ก็เช่นกัน ปัญหาเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ลามทั่วโลก ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เดิมๆคงต้องพับไว้คาหิ้ง เเล้วกางตำราฉบับใหม่มาใช้เเทนเพราะโลกวันนี้เเละวันหน้าเปลี่ยนไปเเบบไม่มีทางย้อนกลับไปเเบบวันวานอีกต่อไปเเล้ว…

 ปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้ง 4 เครื่องยนต์ คือ การบริโภค(Consumption),การลงทุน (Investment),การใช้จ่ายของภาครัฐ (Government spending)และการส่งออกสุทธิ (Net Export)ที่จะชี้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)จะหันหัวขึ้นหรือปักหัวลงนั้น..ยามนี้ทุกคนรู้คำตอบเลวร้ายที่สุดตามการประเมินของหลายฝ่ายไปเเล้ว เเต่วิธีหาทางเเก้ไขในยามนี้คือสิ่งสำคัญสุด…

 ดังนั้นการรื้อเเผนใช้งบประมาณเพื่อเเก้วิกฤตเศรษฐกิจในภาพรวมคือ การพินิจว่างบประมาณตัวใดควรนำมาใช้ก่อน หลังตามภารกิจจำเป็นเร่งด่วนเพื่อนำเม็ดเงินไปใช้ให้ตรงจุดนั้น “ขุนคลัง”ต้องพินิจเเล้วเสนอนายกฯพิจารณา

พูดง่ายๆEconomic reboundหรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้นจะไวหรือช้านั้นอยู่ที่มุมมองของ”ขุนคลัง”ที่จะวางเเผนให้ประเทศ ….

ตอนนี้คนไทยภาคเกษตรกร ,พ่อค้าเเม่ขาย, ผู้ใช้เเรงงาน ,ชนชั้นกลาง ,เอสเอ็มอี คือกลุ่มหลักที่ต้องการเม็ดเงินสนับสนุนการเคลื่อนตัวทางเศรษฐกิจ หากปล่อยไว้เเล้วไม่มีการวางเเผนให้ฟื้นตัว รับรองว่าเศรษฐกิจไทยกู่ไม่กลับเเน่หากปล่อยคนเหล่านี้หมดเเรงเเละลมหายใจสู้ชีวิต ปัญหาของเมืองไทยจะหนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี2540เเน่นอน

ดังนั้นการเลือกตัดเเละจัดสรรงบประมาณใหม่ตามความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อมิให้เม็ดเงินกระจุกตัวไปยังบางภาคส่วน เเล้วกระจายเม็ดเงินไปในวงกว้างเเทนนั้นจึงควรเป็นเข็มทิศหลักของรัฐบาลคราวนี้

โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนด้านคมนาคมที่จะมีการก่อสร้างระบบขนส่งทางอากาศ,ทางบกเเละระบบราง,ทางน้ำที่ต้องลงทุนมหาศาลเเละใช้งบผูกพันหลายปี โดยเม็ดเงินหลักจะะอยู่ในมือผู้รับสัมปทาน,ผู้รับเหมาก่อสร้างเพียงไม่กี่รายเเละกว่าประเทศจะได้รับอานิสงส์ในการลงทุนจำนวนมหาศาลนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบปีต่อหนึ่งเมกะโปรเจกต์ดังนั้นหน้าที่”ขุนคลัง”ในวันนี้คือพิจารณาว่าโครงการใดควร/ไม่ควรใช้งบประมาณในคราวนี้

หากเพ่งมองไปยังร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จำนวน3.3ล้านล้านบาทนั้น ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 231,924.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.64% เมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2563 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 197,149 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นวงเงิน 34,775.09 ล้านบาท รวมทั้งงบฟื้นฟูเยียวยาโควิด-19

 โดยสรุป คือ กระทรวงคมนาคมได้เสนอแผนงานเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงินดำเนินการประมาณ 1.4 แสนล้านบาท 
1. การเยียวยาผู้ประกอบการคมนาคมขนส่งทางบก วงเงิน 7,000 ล้านบาท 
2. แผนงานนำยางพารามาใช้ในด้านความปลอดภัยทางถนน ทำ Rubber Fender Barriers (แบริเออร์คอนกรีตหุ้มยางพารา) และเสาหลักนำทางยางพารา วงเงิน 40,000 ล้านบาท ซึ่งขอรับจัดสรรงบฯ ปี 64 ไม่ทัน 
 3. แผนงานโครงการก่อสร้างถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยว วงเงิน 90,000 ล้านบาท

“สายข่าว”รายงานว่างบประมาณตรงนี้ “ขุนคลัง”จ่อหารือกับนายกฯว่าหากมีการปรับลด/ชะลอ/ยกเลิกบางโครงการตามความจำเป็นเร่งด่วนในภารกิจของ กระทรวงคมนาคมลงไปราวร้อยละ30-40 นั้นเเล้วนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่นที่ให้ผลตอบเเทนเเบบทันทีทันควันเเละตรงกลุ่มเป้าหมายน่าจะตอบโจทย์มากกว่า

“ขุนคลัง”ต้องหาวิธีนำเม็ดเงินขั้นต้นไปลงทุนทางเศรษฐกิจที่ให้ผลบวกระยะสั้น,ตรงกลุ่มเป้าหมายน่าจะเข้าเป้ากว่า 
ดังนั้นหากนายกฯเเละขุนคลังกล้าหาญเเละเลือกประโยชน์ของชาติมากกว่าเเรงกดดันทางการเมือง(พรรคภูมิใจไทยกำกับดูเเลกระทรวงคมนาคม)ตรงนี้คือความกล้าหาญบนเวทีการเมืองที่เเท้จริงที่เลือกประโยชน์ของประเทศในภาพรวมมากกว่าอิทธิพลเเละเเรงต่อรองของบางพรรคร่วมรัฐบาล

หากนายกฯเเละขุนคลังดำเนินการข้างต้นได้จริง..ประวัติศาสตร์จะจารึกปรากฏการณ์นี้ไว้ชั่วนิรันดร์…