ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง18 สิงหาคม 2563 – 17:11 น.

เพื่อไทยใจไม่ถึง พลาดท่าก้าวไกล ชิงแต้มแก้รัฐธรรมนูญ “พิธา” เอาใจม็อบปลดแอก แตะหมวดสถาบันฯ

++
    มีความชัดเจนแล้ว กรณีพรรคก้าวไกล ไม่ร่วมลงชื่อร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. เพราะต้องการสานต่อข้อเสนอจากเวทีม็อบประชาชนปลดแอก และธรรมศาสตร์และการชุมนุม
    แกนนำพรรคก้าวไกล ระบุชัดว่า ญัตติของพรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายค้านอีก 3 พรรค ไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 ว่าด้วยประเทศไทย และ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ พรรคก้าวไกลจึงถอนตัวจากร่วมลงชื่อนาทีสุดท้าย

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง

                          พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีพรรคก้าวไกล

++
ต้องฟังม็อบ
++
    หลังเกิดปฏิกิริยาต่อ 10   ข้อเสนอของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ประสานเสียงกันว่า สังคมไทยต้องมีพื้นที่เปิดกว้างให้กับบุคคลที่มีวุฒิภาวะ และต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง ต่อเรื่องสถาบันเบื้องสูง
    ดูเหมือนพรรคก้าวไกล ก็เห็นดีเห็นงามกับ “ธนาธร-ปิยบุตร” ดังถ้อยแถลงของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล 
    “ผมต้องย้ำดังๆ อีกครั้งว่า 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของนักศึกษาประชาชนที่ออกมาชุมนุมนั้นไม่เท่ากับการก้าวล่วง-จาบจ้วง-ล่วงละเมิดสถาบันฯ เสมอไป และเราในฐานะพรรคก้าวไกล จะยืนยันว่าข้อเสนอแบบนี้ต้องสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ในสังคมประชาธิปไตยที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และมีสติ”
    ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ควรนำมาพิจารณาก่อนคือข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ 2 จุดยืน กับ 1 ความฝัน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ประชาชนเห็นตรงกัน 
    แต่ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ก็มีบางข้อที่ควรค่าแก่การพิจารณา ดังนั้น จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้มีข้อถกเถียงกัน มีกระบวนการรับฟังที่เป็นระบบ และจำเป็นต้องรับฟังความเห็นที่หลากหลาย โดยมองว่าในข้อเรียกร้อง 10 ข้อ มีบางประเด็นที่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมว่าต้องการสื่อสารอะไร แต่ในภาพรวมไม่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง

                                ท่าทีชัดเจนของพิธา

++
ชิงแต้มกันเอง
++
    การที่พรรคเพื่อไทย ชิงเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้มีการตั้ง สสร. ก็เพื่อแสดงความจริงใจให้กลุ่มเยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ได้ประจักษ์ และพยายามดึงเสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ พูดง่ายๆ ขอแชร์ฐานเสียงพรรคก้าวไกล
    ด้านพรรคก้าวไกล ไม่รีรอที่จะรักษาฐานเสียงของตัวเอง โดยระมัดระวังการนำเสนอต่อสังคม ด้วยภาษาวิชาการ แต่เนื้อแท้ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดพระมหากษัตริย์ 
    10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯของธรรมศาสตร์และการชุมนุม และหนึ่งความฝันของคณะประชาชนปลดแอก ก็คือเรื่องเดียวกัน และเป็นวาระสำคัญของพรรคก้าวไกล 
    ฉะนั้น นักการข่าวผู้เจนเวทีม็อบ จึงประเมินว่า สาเหตุที่ม็อบปลดแอก ห้าวเกินเพดาน เพราะมีกองหนุนชั้นดีนั่นเอง 

แก้ไข ม.256 เกม’ สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แก้ไข ม.256 เกม’ สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย’

แก้ไข ม.256 เกม' สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย'18 สิงหาคม 2563 – 16:41 น.

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านและ”กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก” เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องการแก้ไข ม. 256 ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ม. 256 เป็น”ขวากหนาม”ที่ทำให้ข้อเรียกร้องต่างๆมิอาจสำเร็จได้ หากทลาย ม. 256 ลงได้ อะไรๆก็จะง่ายขึ้นจริงหรือไม่

ม็อบจุดติดแล้ว..เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563 ผู้คนจำนวนมากไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตามคำชักชวนของ”กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก”

 ทั้งนี้ “คณะประชาชนปลดแอก” ได้ออกแถลงการณ์ ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน ที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย  2.รัฐบาลต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง และ 3.รัฐบาลต้องยุบสภา เพื่อเป็นการเปิดทางให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้แทนได้

รวมถึงย้ำจุดยืน 2 ข้อ คือ 1.ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร และ2.ต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวจากทางฝ่ายค้าน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตรวจสอบแล้วมีข้อบกพร่องจำนวนมาก 

ส่วนสาระสำคัญของญัตติ คือ ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. มาดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญร่วมกับประชาชน ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับ “กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก ” ที่ต้องการให้รัฐสภาแก้ไข รธน.ม.256 เพื่อให้จัดตั้ง สสร. และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน เพื่อประชาชน

ส่วนข้อเรียกร้องรวมทั้งจุดยืนข้ออื่นๆ ของ”กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก” เช่น รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน ,ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร และต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นั้น หากมีการกระทำหรือคิดจะกระทำ  ก็หยุดทำ หยุดคิด ก็เท่านั้น ไม่มีอะไรมาก 

สำหรับข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งนั้น ถือว่าข้อเรียกร้องข้อนี้ตอนนี้ยังเร็วเกินไป เพราะตามขั้นตอนควรจะรอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน เพราะขืนเลือกตั้งตามกติกาเดิม ผลก็จะออกมาเหมือนเดิม

ดังนั้น “โฟกัส” ตอนนี้จึงมาอยู่ที่การเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 โดยเริ่มจากมาตรา 256 

 ทำไมต้องเริ่มที่มาตรา 256 ก่อน ก็เพราะว่า มาตรา 256 เป็นด่านแรก และเป็นด่านหินสุด ที่ต้องฝ่าไปให้ได้ มาตรา 256 เป็นเรื่องว่าด้วยเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการวางเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้มากมายจนแทบจะมองไม่เห็นหนทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ 
ดังนั้นหาก “สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย” ได้สำเร็จคือเปลี่ยนเงื่อนไขในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ให้ง่ายขึ้นได้ ก็จะสามารถแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนญ ในประเด็นต่างๆที่อยู่ตามมาตราต่างๆตามที่ต้องการได้สบายขึ้น ไม่ว่า จะเป็นการไม่ให้ ส.ว. ร่วมเลือกนายกฯ หรือ เรื่องอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ฝันเอาไว้ 

คราวนี้มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรา 256 กันหน่อย …ปัญหาเริ่มที่การลงมติในวาระที่สามที่มีความพิศดารยิ่ง นอกจากจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า ในจำนวนเสียงสนับสนุน “มีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา” จึงจะแก้ไขรัฐธรรมได้ 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา( ส.ว.)จำนวน  84  คนขึ้นไปสนับสนุนจึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้  ซึ่งที่ผ่านมาหากดูจากการลงคะแนนของ ส.ว.จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันตลอดหาเสียงที่แตกออกมาได้ยาก  ดังนั้นการที่จะหาเสียงสนับสนุนในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 จาก ส.ว. ถึง 84 เสียง จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
และต่อให้ผ่านวาระ 3 ไปได้ ก็ยังไม่พอ เนื่องจากมาตรา 256 นี่เอง กำหนดว่าหากเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ “วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”  ก่อนนำร่างฯขึ้นทูลเกล้า ก็ต้องนำไปทำ”ประชามติ”
ถามประชาชนก่อนว่าเห็นด้วยกับการเปลี่ยนเงื่อนไขแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เช่น ใช้เสียงข้างมากของรัฐสภาเหมือนเมื่อก่อนก็แก้ไขรัฐธรรมนูญได้แล้ว ไม่ต้องไปกำหนดว่าต้องมีเสียง ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว. เท่าที่มีอยู่เห็นชอบด้วย เป็นต้น  และผลการทำประชามติดังกล่าวต้องได้เสียงข้างมากให้แก้ไขได้   

นอกจากนี้ยังมีอีกด่านหนึ่ง คือ มาตรา 256 ยังเปิดช่องว่า ก่อนนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้า ให้ ส.ส.หรือ ส.ว. หรือ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มีสิทธิ์เข้าชื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวชอบหรือไม่ด้วย 

จึงมีการหวั่นเกรงกันมากว่า  ถ้าลดเงื่อนไขแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256   มาตรา 256 จะเปิดประตูกว้างเกินไป ก็จะแก้ไขรัฐธรมนูญกันตามใจชอบตามที่ต้องการ ทั้งที่บางเรื่องก็ไม่ควรแก้ไขหรือไม่เป็นการสมควร ไม่เหมาะสม แก้ไขให้เป็นเช่นนั้น  
แต่บางฝ่ายก็แย้งว่านี่เป็นการกลัวเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะสถิติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ โดยอาศัยเสียงข้างมากของรัฐสภาแบบเมื่อก่อน ตกเฉลี่ยฉบับละประมาณ 1-2 ครั้งเท่านั้น  มิใช่เป็นการแก้ไขพร่ำเพรื่อและทุกครั้งที่แก้ไขก็เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นเท่านั้น

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ ‘จอน’ นวชีวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ ‘จอน’ นวชีวิน

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน18 สิงหาคม 2563 – 14:58 น.

โตแล้วแตก ธรรมชาติม็อบการเมือง วันนี้ “จอน-แนวร่วมนวชีวิน” ขอปลดแอกจาก “รุ่นพี่” ที่รับเงินต่างชาติ คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ โดย … ขุนน้ำหมึก

++
    ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะยุค 14 ตุลา หรือยุคพฤษภาคม 2535 ย่อมมีความขัดแย้งทางความคิดในขบวนการนักศึกษา เช่นเห็นต่างกันในทางยุทธวิธี ,ท่วงทำนองท่าทีในการนำรวมหมู่ และลักษณะวีรชนเอกชนของแกนนำ
    ขบวนการนักเรียน-นักศึกษายุคดิจิตอล ยิ่งมีความหลากหลายในทางความคิด และหละหลวมในทางจัดตั้ง 
    การประกาศถอนตัวออกจากขบวนการประชาชนปลดแอกของ “จอน” ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน (New Life Network) เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
    แกนนำแนวร่วมนวชีวิน ได้ประกาศอดข้าวประท้วงรัฐบาลประยุทธ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2563 และกลุ่มนี้ยังจัดกิจกรรมวิ่งร้องเพลงแฮมทาโร่ จนตกเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้ว

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน

                         จอน ในวันแรกๆ ที่เริ่มอดอาหาร เปิดตัวแนวร่วมชีวิน

++
แฉรุ่นพี่ผู้กดขี่
++
    สื่อออนไลน์หลายสำนัก เผยแพร่ข้อความจากเฟซบุ๊ก Pumiwat Rangkasiwit โดย “จอน” ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ โพสต์ ข้อความว่า 
    “ผมจะไม่มีวันสู้เพื่อประชาธิปไตยอีกต่อไปแล้ว จะสู้แบบไหน ก็สู้แค่เพื่อให้ได้ผู้กดขี่คนใหม่ และทิ้งคนอื่นๆ ไว้ข้างหลัง หักความฝันของคนที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง”

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน

                             การประกาศถอนตัวออกจากคณะประชาชนปลดแอก 

    ปลายปี 2556 มีกลุ่มนักเรียนมัธยม 50 คน ที่ต้องการปฏิวัติการศึกษาไทย รวมตัวจัดตั้ง “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” โดยสมาชิกกลุ่มก่อการที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ,”เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ ณัฐนันท์ วรินทรเวช 
    ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ ก็ได้เข้าร่วมกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เวลานั้น เขาเรียนอยู่ชั้น ม.3 ร.ร.เก้าเลี้ยววิทยา อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์  
    22 พ.ค.2558 ภูมิวัฒน์ เรียนอยู่ชั้น ม.5 ได้เข้าร่วมกับรุ่นพี่นักศึกษาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ในวาระครบ 1 ปี การทำรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน 
    จอน-ภูมิวัฒน์ เป็น 1 ใน 38 คน ที่ถูกตำรวจสลายการชุมนุม และจับกุมตัวไปโรงพัก พร้อมเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เพื่อนนักเรียนร่วมอุดมการณ์
    หลังจากนั้น “จอน” ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมต้านเผด็จการ คสช.กับรุ่นพี่ทั้งหลาย จึงสะท้อนว่า “ผมเป็นมดงานพวกพี่มากี่ปี เป็นหนึ่งในคนที่พวกพี่บีบเค้นแรงงาน ให้เป็นบันได ให้เป็นที่เหยียบย่ำจนสามารถไปรับเงินสถานทูต นั่งรับเงินเดือนในตำแหน่งสำคัญๆ รับงานจาก NGO ต่างประเทศ เคลื่อนไหวตามการล็อบบี้ หรือตกเศษเงินให้น้องๆ หน้าใหม่ แต่ตัวเองหักไว้กินเอง 90%”

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน

                           แนวร่วมนวชีวิน

++
นักสู้ชาวพุทธ
++
    “จอน” ยอมรับว่า ช่วงฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งปี 2561-2562 ตัวเขาเองเคยไปทำงานกับพรรคการเมืองปีกตรงกันข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อปากท้อง
    เนื่องจากเป็นนักเรียนบ้านนอก และศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาต่างจังหวัด จอนจึงถูกให้ค่าจากรุ่นพี่และเพื่อนในเมืองแค่ “มดงาน” ไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นมากนัก
    “ถ้าผมจะตาสว่างจากอะไร ผมก็คงตาสว่างจากเหล่าผู้กดขี่ ทั้งผู้กดขี่ต่อประชาชน และผู้กดขี่ที่เป็นวีรชนเอกชน ที่เหยียบหลังผู้อื่นไปบนเส้นทางประชาธิปไตย”
    

    อย่างไรก็ตาม จอนยังต่อสู้ในนามนักเคลื่อนไหวอิสระต่อไป ดังที่เขาเขียนผ่านเฟซบุ๊คว่า 
    “การต่อสู้ของผมต่อจะยังดำเนินไปจนกว่าเราจะมีสังคมที่ไร้ซึ่งความเหลื่อมล้ำ ทางโอกาส ทางอำนาจ ทางสังคม ทางการศึกษา แม้แต่ในทางที่เหลื่อมล้ำในระดับการมีส่วนร่วมกับกระบวนการทางประชาธิปไตยทุกรูปแบบ”
     เขาไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย “นับตั้งแต่วันแรกที่ผมกลับมายืนบนสนามนี้ ผมเลิกเรียกตัวเองว่าแบบนั้นไปแล้ว ผมนับว่าตัวเองเป็นชาวพุทธ”

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน17 สิงหาคม 2563 – 17:50 น.

เปิดตัว “ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย” ปลุกนักเรียนทั่วไทย ชู 3 นิ้ว ไม่เอาเผด็จการ ตามรอยศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย ยุค 14 ตุลา

กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยลามไหลเข้าสู่โรงเรียนมัธยมศึกษา เมื่อ “ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย” เปิดแคมเปญ เชิญชวนนักเรียน ร่วมแสดงสัญลักษณ์ว่า “เราไม่เอาเผด็จการ” พร้อมชู 3 นิ้ว ร้องเพลงชาติ ขณะที่หลายโรงเรียน มีการทำกิจกรรมผูกโบว์สีขาวด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุดกร่าง ส.ส.พรรคก้าวไกล หนุนเด็กชู 3 นิ้ว ขู่ ผอ.โรงเรียน

 กิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ไม่เอาเผด็จการของนักเรียน ได้ถูกครูผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าคุกคาม ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย จึงโพสต์ข้อความขอให้ร่วมประณามการกระทำของโรงเรียนที่กระทำการลงโทษนักเรียนที่ทำกิจกรรมผูกโบว์สีขาว และ ชู 3 นิ้วขณะร้องเพลงชาติ

++

ภนท.คืออะไร?

++

 ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย (Associate of students in Thailand) มีชื่อย่อว่า “ภนท.” ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขระบบการศึกษาในปัจจุบันให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในยุคสมัยใหม่

 สัญลักษณ์ของภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยคือ ดาว 3 ดวง มีความหมายว่า ดวงที่ 1 หมายถึงสิทธิเสรีภาพ ดวงที่ 2 หมายถึง ประชาธิปไตย (ดวงใหญ่) และดวงที่ 3 หมายถึง ความมั่นคงและตั้งมั่น

 วัตถุประสงค์ของภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยคือ เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับของนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน, เพื่อปฏิรูปการศึกษาที่ล้าสมัย และเพื่อเป็นกระบอกเสียงสำหรับปัญหาของนักเรียนในโรงเรียน

 นักเรียนเหล่านี้เป็นกลุ่มคน GEN Z เป็นกลุ่มคนรุ่นถัดจากชาวมิลเลเนียน เติบโตมาในยุคดิจิทัล จึงเกิดการปะทะทางความคิดกับคนรุ่นเก่า

 กล่าวเฉพาะประเทศไทย นักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เอาเผด็จการ เป็นคนรุ่นที่เติบโตในยุคการปกครองของ คสช. และการสืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้ง

++

อดีตแห่ง ศรท.

++

 เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ได้เกิดขบวนการนักเรียนกระโปรงบานขาสั้น เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเช่นกัน

 นั่นคือ “ศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย” (ศรท.) ก่อตั้งขึ้นในปี 2515 ได้เคลื่อนไหวต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น และการประท้วง ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ กรณีลบชื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง 9 คน ต่อจากนั้น ยังมีการเข้าร่วมกับกรณีการเรียกร้องรัฐธรรมนูญอันต่อเนื่องมาจนเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน
นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน
นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน

 ภายหลังเหตการณ์ 14 ตุลา ศรท. ทำหน้าที่ประสานงานองค์กรนักเรียนต่างๆ ร่วมไปกับการเข้าร่วมการเรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกับ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศรท.) และองค์กรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอื่นๆ จนในที่สุดต้องยุติบทบาทลงทั้งหมดจากเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.251

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น17 สิงหาคม 2563 – 13:15 น.

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น กว่าครึ่งของม็อบปลดแอก คือคนเสื้อแดง ผู้ต้องการชำระบัญชีหนี้แค้น 90 ศพ พฤษภา 2553

++
แม้จะไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการของ นปช. ว่าจะเข้าร่วมการต่อสู้กับคณะประชาชนปลดแอก แต่โดยพฤตินัย “มวลชนคนเสื้อแดง” ได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างคึกคัก 

กว่าครึ่งหนึ่งของผู้มาร่วมชุมนุมบนถนนราชดำเนิน เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 เป็นคณะประชาชนปลดแอก

อ่านข่าว…  “ธิดา”โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

ไก่ บิ๊กแมน คนเสื้อแดงในนามกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย

“ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. ได้เขียนบทความเรื่อง “สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษา เป็นสถานการณ์ที่ก้าวหน้าของการต่อสู้ของประชาชนเพื่อระบอบประชาธิปไตย” สะท้อนชัดเจนว่า นปช.หนุนการต่อสู้ของคณะประชาชนปลดแอกเต็มที่ 

ธิดายังเสนอความเห็นว่า “ถ้าอำนาจรัฐจัดการปัญหาข้อเสนอของเยาวชนไม่ถูก ภาวะไม่ทนอีกต่อไปนี้ จะลุกลามขยายตัวแน่นอน”
++
แดงกองหนุนเด็ก
++
การชุมนุมใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ สื่อหลายสำนักให้ความสนใจกับ “กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย” ที่ปักหลักชุมนุมหน้าสตรีวิทยา มาตั้งแต่เช้า เพื่อรอเวลาเข้าร่วมกับคณะประชาชนปลดแอก 

จริงๆ แล้ว กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ได้จัดการชุมนุมไล่รัฐบาลประยุทธ์ มาแต่ปลายปีที่แล้ว ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นำโดย เอกภพ กตัญญู และ “ไก่ บิ๊กแมน” แนวร่วมคนเสื้อแดง  

กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ก็เป็นคนเสื้อแดงที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มเส้นทางสีแดงของ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง  

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

ฟอร์ด เส้นทางสีแดง กองหนุนเด็ก

ช่วงเดือน มิ.ย.2563 กลุ่มเพนกวิน และเครือข่าย สนท. ออกเคลื่อนไหวกรณีตามหา “วันเฉลิม” บรรดาป้าๆลุงๆ คนเสื้อแดงเหล่านี้ก็ไปให้กำลังใจทุกสถานที่ 

รวมถึงงานรำลึก 24 มิ.ย. โดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดขึ้น เหล่าเอฟซีชินวัตรก็ไปร่วม พร้อมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วยความสนุกสนาน 

ความหวังของแดงสูงวัย จึงฝากไว้ที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก เพราะองค์กรของคนเสื้อแดงในปัจจุบัน ไร้การนำ และไร้พลังที่เข้มแข็งเหมือนในอดีต 

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

ธิดา หนุนม็อบปลดแอกเต็มที่

++
เชิดชูคนเสื้อแดง
++
ในการชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอก มีคนนำรูปพิราบขาวโบกสะบัด หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นสัญลักษณ์ว่า ประชาชนปลดแอกประกาศรวมพลังคนเสื้อแดง ทวงคืนประชาธิปไตย 

ช่วงทุ่มเศษ วงสามัญชน ขึ้นร้องเพลง โดยได้ร้องเพลงแรก “บทเพลงของสามัญชน” และได้กล่าวขอบคุณ พร้อมขอมอบเพลงนี้ให้คนเสื้อแดง ที่อดทนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมายาวนาน ประชาชนต่างปรบมือ ชู 3 นิ้ว แล้วเปิดแฟลชมือถือส่องสว่าง  

คาดว่า อีกไม่นาน องค์กร นปช.ปีกธิดา ถาวรเศรษฐ น่าจะออกแถลงการณ์เข้าร่วมชุมนุมกับม็อบปลดแอก

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน”

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"17 สิงหาคม 2563 – 11:03 น.

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน” การลุกขึ้นสู้ของขบวนการนักศึกษาครั้งใหม่ ไม่ใช่แค่ต้านเผด็จการทหาร หากแต่เป็นศึกอุดมการณ์ 2475  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การชุมนุมมวลชนต้านเผด็จการครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี บนถนนราชดำเนิน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นบทเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนการเมืองไทย จะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง 

ลักษณะพิเศษของการชุมนุมภายใต้การนำของคณะประชาชนปลดแอก คือ ข้อเรียกร้องต่างๆ ล้วนแต่เป็นเรื่องเดิม เพิ่มเติมคือ 1 ความฝัน ซึ่งเป็นเรื่องของอุดมการณ์

อ่านข่าว…  “เพนกวิน” โชว์ป๋า  พลังบริสุทธิ์สุ่มเสี่ยง

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"

ภาพของ “อานนท์ นำภา” นำทีมการประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน 1 ความฝัน บนเวที โดยไม่มี “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์  และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ใช่เรื่องแตกแยก แต่เป็นเรื่องยุทธวิธี 

พวกเขาจึงให้ 2 สหายจากพรรคโดมปฏิวัติ มาเดินโชว์ข้อเสนอ 10 ข้อเรื่องปฏิรูปสถาบันฯ แทน 
++
ใบหน้าคณะปลดแอก
++
คณะประชาชนปลดแอก พัฒนามาจากเยาวชนปลดแอก โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง
1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำโดย “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี
2.สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) โดย ”อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. ในฐานะโฆษกของคณะประชาชนปลดแอก 
3.กลุ่มโดมปฏิวัติ ม.ธรรมศาสตร์ โดย ณัฐชนน ไพโรจน์ 
4.กลุ่มประชาลาด ม.เทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง โดยกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ
5.กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ม.เทคโนโลยีมหานคร โดย ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ผู้จัดกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย”
6.กลุ่มเสรีเทย พลัส นำโดยศุกรียา วรรณายุวัฒน์ และสิรภพ อัตโตหิ ผู้จัดกิจกรรม “ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณคณะประชาชน
 แกนนำคณะประชาชนปลดแอก มีพี่เลี้ยงเป็นรุ่นพี่จากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และทนายอานนท์ นำภา  

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"

คณะประชาชนปลดแอก มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3.ยุบสภา แต่จะต้องไม่ได้มาจากการรัฐประหารเกิดอีก หรือการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาล 

ส่วน 1 ความฝัน อันเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงนั้น เป็นการเติมเข้ามาภายหลังเหตุการณ์ “ธรรมศาสตร์เอฟเฟกต์”  

++
แยกกันเดิน
++
“ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก ย้ำว่า ให้เวลารัฐบาลถึงภายในเดือนกันยายน หาก ส.ว.250 คน ยังอยู่ในตำแหน่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะกลับมาทวงสัญญา และยกระดับการชุมนุม 

“ฟอร์ด”  ยังยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกับกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เนื่องจากการทำงานของคณะประชาชนปลดแอกแยกส่วนกับกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งอาจมีความแตกต่างในข้อเรียกร้องบ้าง แต่มีจุดร่วมเดียวกัน  

ด้านเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เราไม่ได้สู้กันกับแค่คณะเผด็จการทหาร แต่เรากำลังสู้เพื่อแก้ปัญหาสถาบันฯ

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"

“ผมไตร่ตรองมาดีแล้วว่า เราจะต้องสู้กันในเรื่องนี้ เพราะวลีที่ว่าให้มันจบที่รุ่นเรา ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน” 

ลึกๆ แล้ว แกนนำคณะประชาชนปลดแอก อยากยกระดับข้อเรียกร้อง เหมือนกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม แต่คงมีผู้ใหญ่บางคน เตือนไว้ว่า “อย่าล้ำหน้ามวลชน” อาจเป็นเงื่อนไขให้เกิดฝ่ายต่อต้านขบวนการนักเรียน นิสิต นักศึกษา  

จึงเปลี่ยนจาก “10 ข้อเสนอ” มาเป็นแค่ “ 1 ความฝัน”

‘ศอปส.’โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ศอปส.’โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน

'ศอปส.'โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน16 สิงหาคม 2563 – 17:40 น.

อาชีวะป้องสถาบัน ไม่ใช่กระทิงแดง “ศอปส.” มาจากเวทีโค่นระบอบทักษิณ ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์

มาตามนัด “ศูนย์กลางประสานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันฯ” (ศอปส.) ได้นัดหมายผู้รักสถาบันฯ มาแสดงจุดยืนและร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของนักศึกษาและกลุ่มประชาชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เริ่มแล้ว ปชช.ปกป้องสถาบันฯ ชุมนุมจับตา ม็อบปลดแอก หากจาบจ้วงพร้อมเอาผิด 

 ศอปส. มีกำเนิดมาจากเวที “กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” ที่สวนลุมพินี เมื่อเดือน ส.ค.2556

++

อาชีวะป้องสถาบันฯ

++

 ต้นปี 2556 อดีตผู้นำนักศึกษายุค 14 ตุลาคนหนึ่ง ได้ประกาศรวมพลศิษย์เก่าสถาบันอาชีวะชื่อดังหลายแห่ง และเปิดตัว “อดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษกระทิงแดง” ที่ห้องประชุม 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง

 ครั้งนั้น พวกเขาประกาศจะเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งในนาม “แนวร่วมกอบกู้วิกฤติชาติ เพื่อปกป้องสถาบัน”

 ตอนหลัง ชื่อของกลุ่มนี้ก็หายไป หลังจากมีเสียงคัดค้านมาจากหลายฝ่าย

 ในการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ กองทัพธรรม และกองทัพนิรนาม ปรากฏว่า มี “พลังอาชีวะ” ทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบัน จะเข้ามาเป็นกองหนุนอันสำคัญ

เบื้องต้น “สุทิน ธราทิน” ผู้ประสานงานด้านมวลชนของกองทัพประชาชนฯ ได้นัดหมายให้ตัวแทนนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ ที่เห็นด้วยกับแนวทางโค่นทุนสามานย์ให้มาประชุมที่สวนลุมพินี และได้มีตัวแทนนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะหลายสถาบันขึ้นเวทีแสดงจุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกองทัพประชาชนฯ อาทิเช่น “เราชาวคอแดง ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม” , “วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ อาชีวะ บางปู เพื่อชาติ เพื่อศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์” , “ร่วมปกป้องสถาบัน เรากรุงเทพช่างกล รักในหลวง” , “ชมรมศิษย์เก่าไทยวิจิตรศิลป์อาชีวะ ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” ฯลฯ

 แต่การชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ไม่สามารถเรียกมวลชนได้มากพอ จึงยุติการชุมนุม

++

การ์ด กปปส.

++

 หลังจากสุเทพ เทือกสุบรรณ นำทัพค้านกฎหมายนิรโทษกรรมฯ กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ได้ย้ายจากเวทีกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ไปเป็นการ์ด กปปส. จนจบภารกิจมวลมหาประชาชน

 “สุเมธ ตระกูลวุ้นหนู” หรือที่รู้กันในนาม “เม่น” อดีตหัวหน้ากลุ่มนักรบองค์ดำ ที่เป็นการ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ รับบทผู้ประสานงาน ศอปส.

 “ สุเมธ” บอกกับสื่อมวลชนว่า ศอปส. ตั้งขึ้นเพื่อให้สติเยาวชน ให้ตระหนักภัยคุกคามของชาติ โดยกลุ่ม ศอปส. จะใช้วิธีการต่อต้านโดยเปิดเผยชื่อบุคคลที่ชังชาติ และดำเนินการกับกลุ่มที่หมิ่นสถาบันอย่างถึงที่สุด

 สื่อหลายสำนัก พยายามเปรียบเทียบ “ศูนย์กลางประสานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบัน” (ศอปส.) เป็นกระทิงแดง ยุค 6 ตุลา 2519 แต่จริงๆแล้ว ศอปส.ไม่ใช่กระทิงแดง

 กระทิงแดงและนวพล เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น ที่มีสหรัฐฯ เข้ามามีอิทธิพลเหนือการเมืองไทยในเวลานั้น

 สรุปว่า ศอปส. ที่เป็นผลิตผลการเคลื่อนไหวของขบวนการคนเสื้อเหลือง (ปี 2549-2551) และ กปปส. (2556-2557)

'ศอปส.'โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน
'ศอปส.'โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน

เบื้องหน้า ม็อบปลดแอก รุ่นพี่อุ้มรุ่นน้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบื้องหน้า ม็อบปลดแอก รุ่นพี่อุ้มรุ่นน้อง

เบื้องหน้า ม็อบปลดแอก รุ่นพี่อุ้มรุ่นน้อง16 สิงหาคม 2563 – 16:55 น.

ม็อบปลดแอก มิได้มีแค่ “เพนกวิน” เบื้องหน้าเวทีไฮด์ปาร์ก เต็มไปด้วย “รุ่นพี่” เจนเวที

เป็นไปตามคาด การชุมนุมใหญ่ของ “คณะประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้มีผู้ร่วมชุมนุมมากมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  หลังม่านม็อบ ‘กลุ่มเพื่อนโรม’เพียบ ลับลวงพราง

 แกนนำคณะประชาชนปลดแอก ที่เปิดหน้าเปิดตากันมาแล้วคือ “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, “อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์โฆษก สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ,ณัฐชนน ไพโรจน์ ประธานพรรคโดมปฏิวัติ ม.ธรรมศาสตร์ และตัวแทนจากแฟลชม็อบในกรุงเทพฯ

 ที่ขาดไม่ได้คือ นักปราศรัยดาวเด่นอย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

++

รุ่นพี่พร้อมหน้า

++

 คณะประชาชนปลดแอก ยังมีนักกิจกรรมรุ่นพี่ คอยเป็นพี่เลี้ยงและบริหารจัดการเวทีม็อบปลดแอก

 นั่นคือ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” (Democracy Restoration Group – DRG) ที่ “โรม” รังสิมันต์ โรม ได้ก่อตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2558 ก่อนจะลาออกไปสมัคร ส.ส.ในสังกัดพรรคอนาคตใหม่

 ปัจจุบัน “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นแม่ทัพกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และประสานงานกับรุ่นน้องที่ทำแฟลชม็อบ จนก่อเกิดเป็น “เยาวชนปลดแอก” และ “ประชาชนปลดแอก”

 “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นแกนนำ “กลุ่มกราฟเสรีเพื่อประชาธิปไตย“ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และหนึ่งในผู้นำนักศึกษาในนาม ”ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” (ศนปท.) ออกมาคัดค้านเผด็จการ คสช. ตั้งแต่ปี 2558

 ก่อนที่ “ลูกเกด” ชลธิชา จะมาเคลื่อนไหวร่วมกับ “รังสิมันต์ โรม” ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่

 ฟางเส้นสุดท้ายที่กระตุกให้นักศึกษาทั่วประเทศออกมาทำกิจกรรมแฟลชม็อบคือ การยุบพรรคอนาคตใหม่ คล้ายกรณีของคนรากหญ้า(เสื้อแดง)กับการยุบพรรคไทยรักไทย

 กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้ทำคู่มือการชุมนุมและกิจกรรมแฟลชม็อบ พร้อมกับประสานรุ่นพี่ เดินสายไปปราศรัยในต่างจังหวัด

‘ปิยบุตร’ในเงา จากนิติราษฎร์ ถึงม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ปิยบุตร’ในเงา จากนิติราษฎร์ ถึงม็อบปลดแอก

'ปิยบุตร'ในเงา  จากนิติราษฎร์  ถึงม็อบปลดแอก16 สิงหาคม 2563 – 11:35 น.

สองศาสดา “เจียม-ปวิน” ส่งเสียงข้ามฟ้า เรียกหา’ปิยบุตร’ ให้ออกมาหลืบเงา รับไม้ต่อจากม็อบปลดแอก…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนพายุใหญ่จะมา “ปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้า ได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 ที่ชั้น 5 ตึกไทยซัมมิททาวเวอร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดรายชื่อ อาจารย์มหา’ลัย หนุมม็อบมธ.

 น่าจะเป็นการบรรยายพิเศษครั้งสำคัญของอาจารย์ป๊อก หลังจากเจอ “2 ศาสดา” ของเยาวชนปลดแอก อย่าง “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” และ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” กดดันให้ออกมาเป็น “แกนนำ” พาประชาชนต่อสู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

++

นิติเรด

++

 วันที่ 19 ก.ย.2553 อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ได้รวมตัวในนาม “นิติราษฎร์” ได้นำเสนอทางวิชาการให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549

 สมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ มี 7 คน ได้แก่ จันทจิรา เอี่ยมมยุรา,ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ,ธีระ สุธีวรางกูร, ปูนเทพ ศิรินุพงศ์, ปิยบุตร แสงกนกกุล, วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และสาวตรี สุขศรี

 ในกลุ่มนี้ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เป็นแกนหลัก และอาจารย์ป๊อก-ปิยบุตร เพิ่งจบจากฝรั่งเศสมาสอนหนังสือในธรรมศาสตร์

 วันที่ 27 มี.ค.2554 คณะนิติราษฎร์ แถลงข้อเสนอทางวิชาการ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นครั้งแรก

 เป็นข้อเสนอทางวิชาการที่ช็อกสังคมไทยระดับหนึ่ง บรรดาคนเสื้อเหลือง จึงให้ฉายากลุ่มนิติราษฎร์ว่า “นิติเรด”

 วันที่ 15 ม.ค.2555 คณะนิติราษฎร์ ร่วมกับกลุ่มนักวิชาการและกลุ่มแดงอิสระ อาทิ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, กลุ่มแดงสยาม, กลุ่มไผ่แดง ฯลฯ จัดตั้ง “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” (ครก. 112) และรวบรวมรายชื่อ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉบับที่คณะนิติราษฎร์จัดทำขึ้น เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

 จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เพนกวินและมิตรสหายพรรคโดมปฏิวัติ เสนอ “10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันฯ” ไปไกลกว่าข้อเสนอของนิติราษฎร์ และสุ่มเสี่ยงแตกหัก

++

ปิยบุตรอยู่ไหน

++

 พลันที่ “ปิยบุตร” มาเล่นการเมือง ก็ต้องปรับจูนความคิดกับ “ผู้ร่วมก่อการ” ที่มาจากหลากหลายอาชีพ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” นักกฎหมายหนุ่มจากฝรั่งเศสเลือกที่จะแขวนแนวคิด “แก้ไขมาตรา 112” เอาไว้ก่อน

 ด้วยเหตุนี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สองนักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่เมืองนอก จึงไม่พอใจอย่างแรง

 “ผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข”

 “เจียม”ของเด็กๆ หรือ สมศักดิ์วิจารณ์แรงๆ ต่อบทบาทไม่เอาจริงเรื่องแก้ไข ม.112 ของ “ธนาธร-ปิยบุตร” เมื่อเดือน มี.ค. 2561

 ว่ากันตามจริง ปิยบุตร จบกฎหมายจากฝรั่งเศส และสนใจศึกษา “พรรคฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส” รวมถึงพรรคทางเลือกในยุโรปอย่างจริงจัง

 รู้ว่า พรรคฝ่ายซ้ายฝรั่งเศส ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านจึงมีปรับปรุงพรรคใหม่ และหาทางให้ได้รับเสียงข้างมาก

 ทั้งนี้ทั้งนั้น มิได้หมายความว่า ปิยบุตรจะล้มเลิกแนวคิดแก้ไข ม.112 เหมือนวันนี้ที่ม็อบปลดแอกไปไกลกว่าหลายคนคิด และคาดไม่ถึง

 “ธนาธร-ปิยบุตร” จึงเสนอให้ถอยกันคนละก้าว และหันหน้ามาคุยเรื่องการเปลี่ยนอย่างสันติ

'ปิยบุตร'ในเงา  จากนิติราษฎร์  ถึงม็อบปลดแอก
'ปิยบุตร'ในเงา  จากนิติราษฎร์  ถึงม็อบปลดแอก

ก๊ก ‘ว้าแดง’ เมิน ‘ซูจี’ถกสันติภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก๊ก ‘ว้าแดง’ เมิน ‘ซูจี’ถกสันติภาพ

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ15 สิงหาคม 2563 – 17:07 น.

สันติภาพเมียนมา ยังห่างไกล ว้าแดงนำทีม 7 สิงห์แดนเหนือ ไม่เข้าร่วมเจรจาสันติภาพ ปางโหลงยุคใหม่

++
    การเมืองในเมียนมา เริ่มคึกคักขึ้น หลังเปิดฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป โดยกำหนดวันหย่อนบัตรลงคะแนนคือ 8 พ.ย.2563
    ด้านหนึ่ง ออง ซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้เตรียมประชุมปางโหลง ศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 4 โดยเชิญกองกำลังติดอาวุธทั่วประเทศเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                                  ซูจี เตรียมการประชุมปางโหลง ครั้งที่ 4

วันที่ 13 ส.ค.2563 ที่กรุงเนปิดอว์ จึงมีประชุมการประสานงานดำเนินการร่วมระหว่าง คณะกรรมาธิการสันติภาพ (PC) สถาบันเพื่อปรองดองแห่งชาติและศูนย์สันติภาพ (NRPC) ฝ่ายรัฐบาล และผู้นำกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย 10 กลุ่ม ที่ลงนามหยุดยิงแล้ว
  

อีกฟากหนึ่งของประเทศเมียนมา ในวันเดียวกัน คณะกรรมการเจรจาทางการเมือง หรือ FPNCC ประชุมกันที่เมืองปางซาง เมืองเอกเขตปกครองพิเศษที่ 2 แห่งรัฐฉาน เขตปกครองตนเองชนชาติว้า 
  

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                          การประชุมของ 7 กลุ่มที่ปางซาง รัฐว้าแดง

กลุ่ม FPNCC ที่มีสหรัฐว้า หรือว้าแดง เป็นแกนนำ ได้มีมติว่า เมื่อสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน (ULA/AA) ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมปางโหลง ศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 4 ในระหว่างวันที่ 19-21 ส.ค.2563 ผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อีก 6 กลุ่มที่เหลือ ก็จะไม่เข้าประชุมด้วย

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                           ตัวแทนกองทัพอาระกัน ที่ถูกปฏิเสธให้ร่วมประชุมปางโหลง


    รัฐบาลเมียนมาถือว่า องค์กรสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน (ULA/AA) เป็นองค์การก่อการร้าย  
    อนึ่ง พันธมิตร 7 กลุ่มข้างต้น ยังไม่เข้าสู่กระบวนการลงนามหยุดยิงแห่งชาติ (NCA) 
    กลุ่ม FPNCC มีพี่ใหญ่ชื่อ “เปาโหย่วเฉียง” ผู้นำสูงสุดพรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า ส่วนพี่รองชื่อ “เอ็น ปานละ” ผู้นำองค์กรเอกราชคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น

++
7 สิงห์แดนเหนือ
++

 ปี 2560 กลุ่มการเมืองและกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย 7 กลุ่ม ได้รวมกันในนามคณะกรรมการเจรจาทางการเมือง (FPNCC)
 ประกอบด้วย
 1.กองทัพสหพันธรัฐว้า (UWSA)

 2.กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA)

 3.กองทัพปล่อยปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA)

 4.กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตย หรือ โกก้าง (MNDAA)

 5.กองทัพสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ เมืองลา (NDAA)

 6.กองทัพรัฐฉานเหนือ (SSPP/SSA)  

 7.กองทัพอาระกัน (AA)

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                             เปา อูยี่ รองประธานสหรัฐว้า นำการประชุม 7 สิงห์แดนเหนือ 

 องค์กรสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน (ULA/AA) เป็นองค์การก่อการร้าย  เป็นองค์กรการเมืองและกองกำลังติดอาวุธ ต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวพุทธยะไข่ 
สองสามปีมานี้ กองทัพอาระกัน ได้เปิดสงครามจรยุทธ์ทั่วรัฐยะไข่ และรัฐชิน สร้างความปั่นป่วนให้กองทัพเมียนมา รัฐบาลของซูจี จึงประกาศให้กองทัพอาระกัน เป็นองค์กรก่อการร้าย