จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม6 กรกฎาคม 2563 – 12:37 น.

ตรวจสอบ งบ 4 แสนล้าน ภาครัฐเสนอโครงการฯ 1.4 ล้านล้านบาท บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

ภายหลังจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ในฐานะหน่วยงานเลขานุการและหน่วยงานกลั่นกรองโครงการต่างๆ เปิดตัวเว็บไซต์ THAIme เพื่อใช้ติดตามตรวจสอบบริหารจัดการงบเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทจากภาคประชาชน โดยเฉพาะส่วน 400,000 ล้านบาทที่มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด-19 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 63 และปิดรับโครงการไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.63  ปรากฏว่า หน่วยงานราชการได้ส่งโครงการเข้ามามากถึง 46,411 โครงการ รวมวงเงินกว่า 1,448,474  ล้านบาท ซึ่งสูงกว่า 400,000 ล้านบาทที่กำหนดไว้กว่า 3 เท่ากว่า  

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

โดยโครงการเงินกู้แบ่งออกเป็น 4 แผนงาน ประกอบด้วยแผนงานที่ 1 เน้นการลงทุนและกิจกรรมการพัฒนาที่สามารถพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แผนงานที่ 2 การฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน ที่เน้นสร้างงานรองรับการกลับสู่ต่างจังหวัด แผนงานที่ 3 ส่งเสริมการบริโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจ และแผนงานที่ 4 การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชน

แต่เสนอมาเยอะก็ไม่ใช่จะผ่านทุกโครงการ เพราะระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติโครงการฯ ซึ่งมีการตรวจสอบ กลั่นกรองพอสมควร

หน่วยงานเจ้าของโครงการ : จัดทำโครงการ เสนอตามวิธีการที่ คณะกรรมการฯกำหนด (รูปแบบอิเล็กทรอนิส์ และเอกสารจำนวน 15 ชุด ส่งให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

สศช. : พิจารณาจัดทำความเห็น ไม่ช้ากว่า 10 วัน  ถ้าครบถ้วน ส่งเข้ากระบวนการพิจารณาและอนุมัติโครงการ แต่ถ้าไม่สมบูรณ์ ส่งกลับ หน่วยงานเจ้าของโครงการเพิ่มเติมแก้ไขข้อมูล แล้ว ส่งเข้า กระบวนการพิจารณาและอนุมัติโครงการ

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

กระบวนการพิจารณาและอนุมัติโครงการ

ขั้นที่ 1 ผ่าน คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนงาน/โครงการฯ กลุ่มที่ 3  ซึ่งคณะกรรมการ จะประกอบด้วย 1.นายอนุชา พิชยนันท์ (รศช./สศช.) เป็นประธานอุนกรรมการ 2.ที่ปรึกษา สำนักงานงบประมาณ(สงป.)เป็นรองประธานอนุกรรมการ  3.ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล อนุกรรมการ 4..ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญวัฒนา อนุกรรมการ 5.ผู้แทน สศค. อนุกรรมการ 6.ผู้แทน สบน. อนุกรรมการ 7.ผู้แทน นร. อนุกรรมการ 8.ผู้แทน บก. อนุกรรมการ 9. ผู้แทน สคก. อนุกรรมการ 10.นางธิดา พัทธธรรม (ทปษ./สศช.) อนุกรรมการ/เลขานุการ 11.นายสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ (ทปษ./สศช.) อนุกรรมการ/เลขานุการ

ซึ่งคณะอนุกรรมการจะพิจารณาจัดทำความเห็นไม่ช้ากว่า 7 วัน แล้วส่งโครงการฯและความเห็น ไปสู่คณะกรรมการกลั่นกรองแผนงาน/โครงการ กลุ่มที่ 3 

ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองแผนงาน/โครงการ กลุ่มที่ 3  จะประกอบไปด้วย 1.เลขาธิการ สศช. ประธานกรรมการ 2. ปลัด นร. กรรมการ 3.ปลัด กค.  กรรมการ 4.ผอ.สงป. กรรมการ 5.ผอ.สบน. กรรมการ 6. ผอ.สศค. กรรมการ 7.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กรรมการ 8.รองเลขาธิการ สศช. เลขานุการ 9.ผู้แทน สงป. ผู้ช่วยเลขานุการ 10.ผู้แทน สบน. ผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการกลั่นกรองชุดใหญ่ จะพิจารณาทำความเห็น ไม่ช้ากว่า 13 วัน  รวมระยะเวลาพิจารณาทั้ง 2 ชุด ทำความเห็นไม่ช้ากว่า 20 วัน  แล้วคณะกรรมการ ก็เสนอโครงการฯ ที่ผ่านการพิจารณาเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

เมื่อคมชัดลึก ออนไลน์ ได้ตรวจสอบ เวปไซต์ thaime ได้รายงานข้อเสนอโครงการที่ผ่านการวิเคราะห์เบื้องต้นในรอบแรก พบมี 196 โครงการ วงเงิน 94,069 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.แผนงานที่มีวัตถุประสงเพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 111 โครงการ วงเงิน 51,328.68 ล้านบาท

2.แผนงานสร้างความเจริญเติมโตอย่างยั่งยืน  จำนวน 83 โครงการ วงเงิน 20,340.43 ล้านบาท

3.แผนงานกระตุ้นอุปโภคบริโภคและกระตุ้นการท่องเที่ยว จำนวน 2 โครงการ วงเงิน 22,400 ล้านบาท

ซึ่งในจำนวนนี้ พบว่า มีโครงการที่ เห็นชอบผ่านแล้ว รวมวงเงิน 22,400 ล้านบาท

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

เมื่อตรวจสอบดูก็พบส่วนมากเป็นโครงการฯ ลงในระดับจังหวัด ที่ผ่านการเห็นชอบแล้ว ส่วนโครงการ ระดับกระทรวง ส่วนกลางนั้น พบว่า ยังไม่มีการอนุมัติแต่อย่างใด ซึ่งวันนี้ เราจะนำเสนอโครงการฯ ที่ผ่านมการเห็นชอบแล้ว คือโครงการยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรสู่มาตรฐานเกษตรปลอดภัย  เสนอโครงการโดย สำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานี สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี สำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานี งบประมาณ 6,691,000 บาท

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

ในโครงการนี้ จะมี 3 กิจกรรมย่อย คือ  โครงการยกระดับคุณภาพผลผลิตางการเกษตรสู่มาตรฐานเกษตรปลอดภัย  มี1.กิจกรรมส่งเสริมการผลิตและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้มาตรฐาน งบประมาณ 5,390,000 บาท รับผิดชอบโดยสำนักงานประมงจังหวัดปทุมธานี

โดยจะดำเนินการ 1.ส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ หัวข้อมาตรฐานการปฏิบัติทางการประมงที่ดีสำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกร จำนวน 200 ราย

2.ตรวจสอบรับรองคุณภาพสินค้าประมง (ตรวจประเมินฟาร์มและตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าเนื้อปลา) โดยผู้ร่วมโครงการต้องได้รับใบรับรองมาตรฐานระดับ GAP ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือต้องเข้าหลักเกณธ์มาตรฐานเพื่อเตรียมความพร้อในการพัฒนาเข้าสู่ระดับมาตรฐาน GAP ร้อยละ 80

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม
จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

ต่อมาคือ 2. กิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองปลอดสารในจ.ปทุมธานี งบประมาณ 645,000 บาท รับผิดชอบโดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด

ดำเนินกิจกรรม 1. อบรมให้ความรู้เชิงวิชาการ หลักสูตรทางการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง (เครือข่ายไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่) จำนวน 50 ราย

2.ส่งเสริมจัดระบบการจัดการโรงเรียน ให้ได้มาตรฐานตามระบบปลอดภัยของกรมปศุสัตว์

และกิจกรรมสุดท้ายคือ การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ งบประมาณ 656,000 บาท รับผิดชอบโดย สำนักงานประมงจังหวัด

ดำเนินกิจกรรม 1.การเพิ่มศักยภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปสัตว์น้ำให้ได้มาตรฐานอาหารปลอดภัย เกษตรกร จำนวน 30 ราย หมู่ที่ 8 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

2.ส่งเสริมการจัดการโรงเรือนเพื่อให้ได้มาตรฐานการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ตามมาตรฐาน Primay GMP

ซึ่งเมื่อรัฐจ่ายเงินตามโครงการนี้จำนวน 6,691,000 บาท อบรมใน 3 กิจกรรมนี้แล้ว จะทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ 3 อย่าง 1. พัฒนากลุ่มเกษตรกรที่มีอยู่ให้มีความรู้และทักษะในกระบวนการผลิต การแปรรูปเพิ่มมากขึ้น

2. สามารถยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินคาเกษตรให้มีโอกาสขยายตัวและแข่งขันด้านการตลาดมากขึ้น

3.มีแปลง / ฟาร์ม เข้าเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเข้าสู่ระดับมาตรฐาน GAP/GMP /กรมปศุสัตว์ จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

จะคุ้มมั๊ย!!งบ 4 แสนล้าน บางโครงการ งบ 6.6 ล้าน เน้น ให้วิทยากรเดินหน้าอบรม

และนี่ก็คือ บางส่วนของโครงการ ที่ผ่านการเห็นชอบแล้ว ซึ่งมีเอกสารเพียงแค่ 8 หน้า กิจกรรมยังไม่ชัดเจน แต่เนื้องานหลักๆตามที่เอกสารปรากฎนั้นจะเน้นหนักไปทาง อบรมให้ความรู้เกษตรกร ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าอบรมจบแล้ว เกษตรกร จะสามารถพัฒนา ยกระดับ คุณภาพของตัวเอง ได้เลย ตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ เราก็คงต้องติดตามกันต่อไป

เขย่าบ้านใหญ่”ธนาธร”ล้ม “พินิจ” พิชิต อบจ.บึงกาฬ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขย่าบ้านใหญ่”ธนาธร”ล้ม “พินิจ” พิชิต อบจ.บึงกาฬ

เขย่าบ้านใหญ่"ธนาธร"ล้ม "พินิจ" พิชิต อบจ.บึงกาฬ6 กรกฎาคม 2563 – 11:04 น.

วังพญานาคสะเทือน “ธนาธร” ปักธงยึด “อบจ.บึงกาฬ” ให้ได้ แม้จะต้องล้ม “กำนันนิพนธ์” คนสนิทเสี่ยพินิจ คอลัมน์..ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จบไปแล้ว การสัมมนาอบรมว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. 17 จังหวัด ในนามคณะก้าวหน้า เมื่อวันที่ 4-5 ก.ค.2563 ที่ไทยซัมมิททาวเวอร์ ทีมงานประชาสัมพันธ์ เลือกแจกข่าวบทสัมภาษณ์ “ขุนพล” ที่จะลงทำศึกท้องถิ่น 2 คน

คนแรกคือ หมอชัชหรือชัชวาล นันทะสาร แห่งกลุ่มปลุกนครปฐม และ “ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น” กลุ่มอนาคตบึงกาฬ

ทำไมต้องสองคนนี้ อย่างที่ทราบกัน “ธนาธร-ปิยบุตร” ต้องการขุดรากถอนโคน “บ้านใหญ่” ผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น 

เฉพาะบึงกาฬ “ธนาธร”ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เตรียมแผนการลุยเลือกตั้งท้องถิ่น โดยประกาศให้บึงกาฬ เป็นต้นแบบ

วันที่ 3 ต.ค.2562 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงเดินทางไปเปิดตัว “นายโต้งคนบึงกาฬ” หรือ “ภูมิพันธุ์ บุญมาตุ่น” นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ เป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.คนแรก ที่พรรคอนาคตใหม่(เดิม)ภูมิใจนำเสนอ

เขย่าบ้านใหญ่"ธนาธร"ล้ม "พินิจ" พิชิต อบจ.บึงกาฬ

                         ตอนที่ ธนาธรไปเปิดตัวภูมิพันธ์ ปีที่แล้ว

คนหนุ่มบึงกาฬ

สมัยที่รัฐบาลประยุทธ์ นำสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเป็นแม่ทัพเศรษฐกิจ และดำเนินยุทธศาสตร์ประชารัฐ ก็มีการจัดตั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ในทั่วประเทศ

ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น” ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวบึงกาฬ ได้เข้ามาเป็นแกนหลักของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีบึงกาฬด้วย จึงทำให้เขาได้ไปสัมผัสกับวิสาหกิจชุมชน และ SME  อันเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเล่นการเมืองท้องถิ่น

เขย่าบ้านใหญ่"ธนาธร"ล้ม "พินิจ" พิชิต อบจ.บึงกาฬ

                        ภูมิพันธ์ ตัวแทนคณะก้าวหน้า บึงกาฬ

บึงกาฬเป็นหัวเมืองชายแดนมีอนาคตไกล และอีก 3 ปีข้างหน้า สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)  สร้างเสร็จ จะพลิกโฉมหน้าบึงกาฬกันเลยทีเดียว

วังพญานาค 

นับแต่การเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 “พินิจ จารุสมบัติ” หอบกระเป๋าจาก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ไปปักหลักที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จนได้เป็น ส.ส.หนองคาย ติดต่อกันมาหลายสมัย กระทั่ง อ.บึงกาฬ ยกฐานะเป็นจังหวัด

สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย เสี่ยพินิจในฐานะหัวหน้ากลุ่มวังพญานาค ได้กระตุ้นให้ชาวบึงกาฬ ปลูกยางพารา จนกลายเป็นเมืองยางพาราในวันนี้

เลือกตั้ง 2550 และ 2554 เสี่ยพินิจไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ให้การสนับสนุนนักการเมืองบางกลุ่มอยู่ 

ทุกวันนี้ เสี่ยพินิจสวมหัวโขนประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ที่ริเริ่มจัดงาน “วันยางพารา บึงกาฬ” และจัดติดต่อกันมาทุกปี

หากบุรีรัมย์ คือ “เนวินบุรี” บึงกาฬก็คือ “พินิจนคร” เช่นกัน เพราะ “นิพนธ์ คนขยัน” นายก อบจ.บึงกาฬ คนแรก และคนปัจจุบัน  เป็นมือขวาของเขา 

กำนันนิพนธ์” เป็น ส.ส.หนองคาย พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และปี 2554 มีการเลือกตั้งนายก อบจ.บึงกาฬ “นิพนธ์” เหนื่อยหนัก เพราะต้องสู้กับ ยุทธพงษ์ แสงศรี กลุ่มเพื่อไทย โดยมีคนเสื้อแดงและอดีต ส.ส.เพื่อไทย หนองคายให้การสนับสนุน แต่กำนันนิพนธ์ ก็ฝ่าด่านเสื้อแดงมาได้

เขย่าบ้านใหญ่"ธนาธร"ล้ม "พินิจ" พิชิต อบจ.บึงกาฬ

                                       นิพนธ์ คนขยัน เด็กพินิจ 

ด้านหนึ่ง กำนันนิพนธ์ในกลุ่มนายก อบจ.สายบ้านริมน้ำ ของสุชาติ ตันเจริญ ประกอบด้วย ชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร ,สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม, ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย และศราวุธ สันตินันตรักษ์ นายก อบจ.หนองบัวลำภู 

เสี่ยพินิจและเสี่ยสุชาติ คงไม่ปล่อยให้ “ธนาธร” เข้ามายึดพื้นที่การเมืองชายแดนบึงกาฬได้ง่ายๆเป็นแน่

ส่อง ‘ลูกช้าง’ บนทางวิบาก พรรคลุงกำนัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่อง ‘ลูกช้าง’ บนทางวิบาก พรรคลุงกำนัน

ส่อง 'ลูกช้าง' บนทางวิบาก พรรคลุงกำนัน5 กรกฎาคม 2563 – 14:00 น.

อนาคตพรรค รปช. เปลี่ยนหัวหน้าพรรคไม่ใช่เรื่องใหญ่ เท่ากับ “ส.ส.ลูกช้าง” จะดึง “ส.ส.ลูกหมี” มาอยู่ด้วยกันได้หรือไม่

มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ภายในพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) หลัง ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการชุดต่าง ๆ หมดสมาชิกภาพไปด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข่อง : ลุงกำนัน เตือน กกปส.ใช้สติ ไม่ซ้ำเติมรัฐบาลผนึกกำลังสู้โควิด

 ตอนแรกก็คาดว่า เอนก เหล่าธรรมทัศน์ จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หลังพรรค รปช.ได้เสนอชื่อเอนก เป็นรัฐมนตรีแรงงาน แทน หม่อมเต่า จึงให้ ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค ขึ้นตำแหน่งหัวหน้าพรรค

 จะว่าไปแล้ว “ทวีศักดิ์” ก็เป็นแม่บ้านของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ มานานแล้ว

 โจทย์ใหญ่ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็คือ การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า จะเพิ่มจำนวน ส.ส.เขต ได้มากกว่า 1 คน ได้อย่างไร

 พูดกันตรงๆ “สุพล จุลใส” ส.ส.ชุมพร เขต 3 หนึ่งเดียวของพรรคลุงกำนันนั้น ได้เป็น ส.ส.ด้วยลำแข้งตัวเอง ขายแบรนด์ “ลูกช้าง” อดีตนายก อบจ.ชุมพร พร้อมชูสโลแกน “เข้าใจ เข้าถึง พึ่งพาได้ จับต้องได้”

 จุดแข็งของ “ลูกช้าง” คือ มาจากตระกูลการเมือง ที่ทำงานในพื้นที่อย่างแข็งขัน จึงมีเครือข่ายหัวคะแนนแน่นเต็มทุกหมู่บ้าน

 การเลือกตั้งที่ผ่านมา น้องชาย “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส ยังได้เป็น ส.ส.ชุมพร เขต 1 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องสู้กันในพรรคจนเหนื่อย กว่าจะได้ลง ส.ส.

 ส่วน “ลูกช้าง” เลือกข้างสุเทพ เทือกสุบรรณ ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 เอาชนะแชมป์เก่า “ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์” อดีต ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป.ไปได้

 สรุปว่า จ.ชุมพร ตระกูลจุลใส ได้ ส.ส. 2 คน 2 พรรค แต่ครั้งหน้า สองพี่น้องตระกูล “จุลใส” จะย้ายมาอยู่พรรคเดียวกันหรือไม่ ก็น่าติดตาม

 ทุกวันนี้ “ลูกช้าง-ลูกหมี” ได้ทำกิจกรรมการเมืองร่วมกัน ประหนึ่งว่าอยู่พรรคเดียวกัน และดูเหมือนทั้งคู่ ยังมีภารกิจร่วมกัน ในการรักษาฐานการเมือง “อบจ.ชุมพร”

 เป็นที่แน่นอนแล้วว่า “แฟมิลี่จุลใส” ส่ง “นายกโต้ง” นายนพพร อุสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดชุมพร อดีตประธานสภา อบจ.ชุมพร 3 สมัย ลงสมัครนายก อบจ.ชุมพร ในนาม “กลุ่มพลังชุมพร”

 “นายกโต้ง” ยังเป็นสามีของ “นายกเปรี้ยว” สุจิตรา อุสิทธิ์ นายก อบต.นาสัก น้องสาวของสุพล จุลใส (ลูกช้าง) และเป็นพี่สาวของชุมพล จุลใส (ลูกหมี)

 ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร จะชี้ชะตาอนาคตของ “ลูกช้าง-ลูกหมี” หากกลุ่มพลังชุมพรชนะ ลูกหมีอาจย้ายจาก ปชป.มาอยู่ รปช. เสริมทัพลุงกำนัน

ศึกชายขอบปากน้ำ จับตา 2 บ้านใหญ่ ‘อัศวเหม’ กับ ‘ไทยซัมมิท’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกชายขอบปากน้ำ จับตา 2 บ้านใหญ่  ‘อัศวเหม’ กับ ‘ไทยซัมมิท’

ศึกชายขอบปากน้ำ จับตา 2 บ้านใหญ่  'อัศวเหม' กับ 'ไทยซัมมิท'5 กรกฎาคม 2563 – 11:48 น.

เลือกตั้งซ่อมเขต 5 สมุทรปราการ บ้านใหญ่ “อัศวเหม” ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรี แต่อย่ามองข้าม “เจ๊สมพร” แห่งไทยซัมมิทฯ คอลัมน์ ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

การเลือกตั้งซ่อมเขต 5 สมุทรปราการ เปรียบเหมือนสมรภูมิชายขอบของปากน้ำ สภาพสังคมทั่วไป เรียกว่า “กึ่งเมือง กึ่งชนบท” หรือ “กึ่งอุตสาหกรรม กึ่งเกษตรกรรม”

อ่านข่าว:  เทียบฟอร์ม “กรุง” ป่ารอยต่อ “สลิลทิพย์”เด็กแม้ว

 ที่น่าสนใจ พื้นที่แถวบางพลี บางเสาธง และบางบ่อ เป็นรังเหย้า(สนาม กกท.บางพลี) ของสโมสรฟุตบอลสมุทรปราการซิตี้ ที่มีประธานสโมสรชื่อ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม

 นอกจากนี้ บริษัท ไทยซัมมิทโอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ของ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็อยู่ในโซนนี้ด้วย

++

บ้านใหญ่อัศวเหม

++

 เจ้าพ่อปากน้ำ “วัฒนา อัศวเหม” มีบุตรชาย 3 คนคือ พิบูลย์ อัศวเหม, พูลผล อัศวเหม และชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม โดย “พูนพล” ลงเล่นการเมืองระดับชาติ เป็น ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย (เสียชีวิตแล้ว)

 แม่ทัพการเมืองของ “อัศวเหม” วันนี้ชื่อ “ประภาพร อัศวเหม” ภรรยาของพูลผล เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่ตัวจริงเสียงจริง ก็น่าจะเป็น “เสี่ยเอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ

 ตอนที่มีการเลือกตั้งทั่วไป “อัครวัฒน์ อัศวเหม หลานชายของวัฒนา อัศวเหม เป็นหัวหน้าทีมพลังประชารัฐ เมืองปากน้ำ และได้เป็น ส.ส.เขต 1

 ส.ส.สมุทรปราการ 6 คน ของพรรคพลังประชารัฐ ก็มีที่มาแตกต่างกันไป ไม่ได้เป็นเครือข่าย “บ้านใหญ่อัศวเหม” เสียทั้งหมด

 ทุกวันนี้ “เสี่ยเอ๋” ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ จะออกงานทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับ ประภาพร อัศวเหม และพิม อัศวเหม(ลูกสาวพูนผล) ในนามกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า

 เลือกตั้งซ่อมเขต 5 บ้านใหญ่อัศวเหม ก็คงทุ่มสรรพกำลังช่วยกรุงศรีวิไล สุทินเผือก เพราะศักดิ์ศรีบ้านใหญ่ค้ำคออยู่

++

บ้านใหญ่ไทยซัมมิท

++

 อาณาจักรธุรกิจของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” คือ บริษัท ไทยซัมมิทโอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ตั้งอยู่ริม ถ.บางนา-ตราด กม.16 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ช่วงโควิดระบาด “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในนามของมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา ลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดหนามแดง หมู่ที่ 3 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ไปมอบข้าวสารมามอบให้ครอบครัวละ 5 กิโลกรัม และเงินสดให้อีกครอบครัวละ 2,000 บาท จนเป็นข่าวฮือฮาไปทั้งประเทศ

 บังเอิญว่า อาณาจักรไทยซัมมิท ครอบคลุมทั้งเขต 4 และเขต 5 สมุทรปราการ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว วุฒินันท์ บุญชู ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หักปากกาเซียน ได้เป็น ส.ส.ปากน้ำ เขต 4

 แถมผู้สมัครโนเนมของพรรคอนาคตใหม่ที่เขต 5 แม้จะไม่ชนะแต่ก็ยังได้คะแนน 3 หมื่น แพ้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แค่พันคะแนน

 “เจ๊สมพร” ปักหลักอยู่ในแถบทุ่งบางพลี บางเสาธงมานานกว่า 20 ปี และทำกิจกรรมร่วมกับคนในท้องถิ่นอยู่เสมอๆ ประหนึ่งเป็นผู้ใจบุญสุนทานย่านนั้น

 10 ปีที่แล้ว เจ๊สมพร ยังลงทุนลงแรงสร้าง “สโมสรฟุตบอลไทยซัมมิทสมุทรปราการ” เป็นตัวแทนของสมาคมกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ลงแข่งขันในโปรวินเชียลลีกและคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาล 2551 ทำให้ได้สิทธิเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 แต่ปัญหาเยอะ ทั้งเรื่องสนาม และระบบการแข่งขัน เจ๊สมพรเลยประกาศยุบสโมสร

 อย่างไรก็ตาม คนงานไทยซัมมิท และญาติพี่น้อง ในย่านเขต 4 เขต 5 ย่อมจะสนับสนุนพรรคก้าวไกล อย่างไม่ต้องสงสัย

ศึกชายขอบปากน้ำ จับตา 2 บ้านใหญ่  'อัศวเหม' กับ 'ไทยซัมมิท'

New ไม่ normal ของการเปิดเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

New ไม่ normal  ของการเปิดเรียน

New ไม่ normal  ของการเปิดเรียน5 กรกฎาคม 2563 – 11:18 น.

เจาะประเด็นร้อน : New ไม่ normal  ของการเปิดเรียน…โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

สัปดาห์แรกของการเปิดเรียน ภายใต้ศัพท์ใหม่ของคนไทย New normal ภาพรถนักเรียนในต่างจังหวัดที่นักเรียนแน่นเต็มคันรถ การเดินแถวเข้าโรงเรียนแบบเว้นระยะ นักเรียนนั่งห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตรในชั้นเรียน เป็นภาพใหม่ ที่ปรากฏในโรงขึ้นตามโรงเรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

อ่านข่าว :  เปิดเรียนสนามจริง ยิ่งกว่าวุ่นวาย

หลังเปิดเรียนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โรงเรียนทั่วประเทศได้ปรากฏภาพการเดินทางมาเรียนของนักเรียน ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เน้นไปที่รถโดยสารสาธารณะ ภาพการรอรถโดยสาร ขสมก. ของนักเรียนในกรุงเทพมหานคร ที่มีป้ายใหม่ติดหน้ารถ “เต็ม”

ภาพนักเรียนแถวต่างจังหวัด ที่ยังโหนรถเต็มคัน มาจอดหน้าโรงเรียน เพื่อเข้าแถวคัดกรอง นักเรียนโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ นั่งห่างกัน 1 – 2 เมตร ตามสภาพและจำนวนของนักเรียน นักเรียนชั้นปฐมวัย ที่นั่งในพื้นที่ส่วนตัว มีของเล่นและเครื่องใช้ส่วนตัววางอยู่กรอบสี่เหลี่ยม ขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตร

เป็นมิติใหม่ของการจัดการเรียนการสอน ที่ ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดขึ้น

แสดงให้เห็นว่า นักเรียน ครู และผู้ปกครอง มีความต้องการอย่างมากที่จะให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ แม้ว่าสัปดาห์แรกของการเปิดเรียนจะมีเพียง 3 วัน

แต่ในการเปิดเรียนครั้งนี้มีปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การปิดสถานศึกษานานๆ ก็กระทบกับความต้องการของคนอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน

แม้ว่า สพฐ. จะเน้นย้ำให้งดกิจกรรม เพื่อเพิ่มเวลาให้กับการเรียนการสอน แต่ก็มีสถานศึกษาบางแห่ง แย่งเวลาของนักเรียนไปด้วยกิจกรรมหลายประเภทด้วยกัน เช่น กิจกรรมแห่เทียนจำนำพรรษา การประชุมผู้ปกครองนักเรียน
 

ซึ่งควรจะทำก่อนหน้านี้ แต่มาจัดในสัปดาห์นี้ เพราะมีการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 5,000 บาท ให้กับโรงเรียนดีประจำตำบลทุกโรงเรียน เพื่อจัดการประชุมผู้ปกครองและเร่งรัดการเบิกจ่าย ร่วมถึงกิจกรรมค้างเก่าที่จำเป็นต้องเร่งรดการเบิกงบประมาณ อีกหลายรายการ

และในสัปดาห์ที่ 2 ก็เต็มไปด้วยวันหยุด ทำให้มีเวลาเรียนเหลือเพียง 3 วันอีกเช่นกัน ทราบมาว่า มีหลายโรงเรียนเตรียมจัดกิจกรรมไหว้ครู โดยอ้างว่าเป็นประเพณี และจัดกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียนในคราวเดียวกัน เพราะเป็นกิจกรรมบังคับตามหลักสูตร

นักเรียนมีเวลาเรียนน้อยอยู่แล้ว วันหยุดก็เพิ่มมาเยอะ กิจกรรมก็ไม่ยอมลด เนื่องจากเหตุผลที่ว่า จำเป็นต้องเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน โดยมีเงื่อนไขสำคัญอยู่ว่า จำเป็นต้องจัดการเรียนให้ครบ 200 วันตามหลักสูตร และเบิกจ่ายงบประมาณค่าอาหารกลางวันและอาหารเสริม (นม) ให้ครบ 200 วัน ตามที่ได้รับจัดสรร

ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเหตุผลไหนสำคัญกว่ากัน แต่ที่น่าจะสำคัญกว่า คือ นักเรียนควรได้รับการจัดการเรียนที่เหมาะสมและครบถ้วน ตรงตามหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษา ตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ

ทราบมาว่า มีโรงเรียนหลายโรงเรียน ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณอาหารกลางวัน และอาหารเสริม (นม) ให้กับนักเรียนที่เรียนซ่อมเสริม (ออนไลน์) ในช่วงวันหยุดเสาร์–อาทิตย์

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบราชการหรือไม่ นักเรียนได้รับจริงหรือไม่ จึงควรติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์ของนักเรียนและประเทศชาติบ้านเมือง

New ไม่ normal  ของการเปิดเรียน
New ไม่ normal  ของการเปิดเรียน
New ไม่ normal  ของการเปิดเรียน

4 กลุ่มใน ก.ก.บห.พปชร.ยุค”บิ๊กป้อม” ร่วมสร้างพรรค หรือรอวันแตกหัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 4 กลุ่มใน ก.ก.บห.พปชร.ยุค”บิ๊กป้อม” ร่วมสร้างพรรค หรือรอวันแตกหัก

 4 กลุ่มใน ก.ก.บห.พปชร.ยุค"บิ๊กป้อม" ร่วมสร้างพรรค หรือรอวันแตกหัก4 กรกฎาคม 2563 – 23:30 น.

พรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 27 คน โดยกรรมการบริหารพรรคมาจาก 4 กลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายฝีมือ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เข้ามาดูแลพรรคใหญ่ที่เป็นตัวหลักในการค้ำจุนรัฐบาลว่าจะเอาอยู่หรือไม่

ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งลงมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ไปเมื่อ 27 มิ.ย ที่ผ่านมาและได้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคนั้น มีกรรมการบริหารพรรคจำนวนทั้งสิ้น 27 คน 

เมื่อลองสำรวจตรวจสอบ ก็พบว่ากรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐจำนวน 27 คนนั้น แบ่งได้ออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มแรก มี 8คน ได้แก่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ  นายสุชาติ ชมกลิ่น กับ กลุ่มอดีต กปปส.  ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์  ,นายสกลธี ภัททิยกุล  นอกนั้นก็คือ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายชาญวิทย์ วิภูศิริ  นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มสามมิตร มีทั้งสิ้น 7 คน ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,นายสมศักดิ์ เทพสุทิน,นายอนุชา นาคาศัย, นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์, นายสุรชาติ ศรีบุศกร ,นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ 

กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า  กลุ่มนี้สมาชิก 5 คน  ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า , นายสันติ พร้อมพัฒน์ , นายไผ่ ลิกค์, นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์,  นายนิพันธ์ ศิริธร

กลุ่มที่สี่  คือ กลุ่มสายตรง พล.อ. ประวิตร   กลุ่มนี้มีสมาชิก 6 คน  ได้แก่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ,นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ,นายอิทธิพล คุณปลื้ม,นายสุพล ฟองงาม,นายนิโรธ สุนทรเลขา , นางประภาพร อัศวเหม

ความต้องการของ พล.อ. ประวิตร ที่เข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็เพื่อประสานรอยร้าวต่างๆที่เกิดขึ้นในพรรคแห่งนี้ที่มากขึ้นเรื่อยๆในระยะหลัง ต้องการให้กลุ่มก้อนต่างๆในพรรคพลังประชารัฐหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและมีความเป็นเอกภาพเพื่อที่จะให้พรรคพลังประชารัฐเป็นตัวหลักในการสนับสนุนการทำงานของ”รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ให้ทำงานได้ราบรื่นขึ้น 

แต่การที่พรรคพลังประชารัฐยังมีกลุ่มก้อนในพรรค  พล.อ.ประวิตร คงต้องเผชิญกับกลุ่มก๊วนภายในพรรคพลังประชารัฐต่อไป

และเมื่อใดที่เกมต่อรองทางการเมืองเริ่มขึ้น ก็จะเป็นการวัดฝีมือของ พล.อ. ประวิตร ที่มานั่งคุมพรรคพลังประชารัฐด้วยตนเองว่าเป็นเช่นไร 

มาจากไหน สันติ กีระนันทน์ “ผมไม่ใช่นักการเมือง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มาจากไหน สันติ กีระนันทน์ “ผมไม่ใช่นักการเมือง”

มาจากไหน  สันติ กีระนันทน์  "ผมไม่ใช่นักการเมือง" 4 กรกฎาคม 2563 – 12:56 น.

ชื่อ “สันติ กีระนันทน์” ร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังมีสื่อขุดโพสต์ในเฟซบุ๊ก โยงดราม่าการเมืองในพลังประชารัฐ

++

กลายเป็นข่าวการเมืองร้อนๆ ในวันฝนพรำหยุดยาวช่วงเข้าพรรษา เมื่อสื่อออนไลน์หลายสำนัก เสนอข่าว “สันติ กีระนันทน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อย่างเช่น “คนที่เนรคุณผู้มีพระคุณ คนที่หักหลังเพื่อน เพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นคนที่จะฝากความหวังไว้ได้หรือไม่ครับ”

หลายข้อความที่อยู่ในหน้าฟีด ใครอ่านก็ทราบว่า สันติต้องการสื่อความไปถึงใคร? กลุ่มใด?

มาจากไหน  สันติ กีระนันทน์  "ผมไม่ใช่นักการเมือง"

สื่อทุกสำนักจัดให้ “สันติ” อยู่ในกลุ่ม 4 กุมาร  และจอมยุทธ์กวง-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 

ย้อนไปเมื่อ 17 เม.ย.2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งให้ สนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, อิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และสันติ กีระนันทน์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.อุตสาหกรรม

มาจากไหน  สันติ กีระนันทน์  "ผมไม่ใช่นักการเมือง"

นี่คือก้าวแรกสู่ถนนการเมืองของสันติ หลังลาออกจากตำแหน่งรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

สันติเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในตลาดทุนมายาวนาน มีประสบการณ์ด้านตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้

ผู้ที่ชักนำสันติเข้าสู่วงจรอำนาจยุค คสช. คงหนีไม่พ้น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจสมัยนั้น

สมัยก่อการตั้งพรรคพลังประชารัฐ ผู้ที่ขับเคลื่อนเบื้องหลังการทำนโยบายพรรคชุดประชารัฐ ประกอบด้วย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, สันติ กีระนันท์ และ วิเชียร ชวลิต อดีตปลัดมหาดไทย

ไม่น่าแปลกที่จะเห็นรายชื่อของ นฤมล และสันติ อยู่ใน 10 อันดับแรกของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (อันดับ 5 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และอันดับ 6 สันติ กีระนันท์)                                          

เวลานั้น พรรคพลังประชารัฐ อยู่ในมือจอมยุทธ์กวง โดยวางตัว อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค อันเป็นที่มาของ “กลุ่ม 4 กุมาร”

ก่อนพายุโควิดจะพัดผ่าน พรรคก้าวไกล เสนอญัตติตั้ง กมธ.ต้านรัฐประหาร ปรากฏว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาด้วย ญัตติจึงคว่ำ เลยมีกระแสโจมตี ส.ส.ซีกรัฐบาลว่า ไม่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นทาสเผด็จการ

สันติ กีระนันทน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวสะท้อนความคิดอ่านการเมืองของตัวเขาว่า “…ผมนิยามตัวเองเสมอว่า ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมไม่ใช่นักการเมือง เพราะผมทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเท่านั้น แต่ผมไม่ได้เล่นการเมืองเพราะหวังอำนาจ”

“..ผมผ่านโลกนี้มาเกือบ 60 ปีแล้ว ผมผ่านรัฐประหารมามากกว่าผู้ที่แสดงความไม่พอใจและแสดงออกใน twitter และแม้กระทั่งผู้ที่อภิปรายในสภาฯ ในเรื่องนี้หลายคนครับ…นักการเมืองนั่นแหละครับที่ทำให้คนส่วนใหญ่สิ้นหวัง และหมดศรัทธากับเขาเหล่านั้น ในขณะที่เขาครองอำนาจการปกครองอยู่”

นับแต่กลุ่ม 4 กุมาร ถูกกันออกจากการบริหารพรรคพลังประชารัฐ สันติได้โพสต์แสดงความเห็นเชิงสัญลักษณ์หลายหน ประหนึ่งว่าสิ้นหวังกับ “การเมืองใหม่”

“อัศวิน” แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อัศวิน” แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง4 กรกฎาคม 2563 – 12:12 น.

กลุ่มพลังใหม่ มีที่มาอย่างไร? เหตุใด “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” จึงมีภาพประกบ “ส.สมหมาย” โปรโมเตอร์คนดัง มีคำตอบทุกประเด็นสงสัย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++

หลายวันมานี้ ในไลน์กลุ่มการเมือง มีการส่งต่อภาพ “กลุ่มพลังใหม่” นำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับยังชีพมอบให้กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร

หลายคนเลยทึกทักเอาว่า กลุ่มพลังใหม่ เป็นองค์กรการเมืองของ “บิ๊กวิน” และบางคนเลยเถิดไปถึงเรื่องการเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

จริงๆแล้ว กลุ่มพลังใหม่ เป็นดั่งสำนักบู๊ตึ๊ง หรือองค์กรของคนในยุทธจักรมวยไทย โดยมี “สมหมาย สกุลเมตตา” โปรโมเตอร์มวยชื่อดังเป็นประธานกลุ่ม

บังเอิญว่า แฟนเพจกลุ่มพลังใหม่ มีภาพโปรไฟล์ประกอบด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สมหมาย สกุลเมตตา, สุนทร อู่ทอง, เงาะ บางกะปิ, แม็ก จันดี และโจ้ ส.สมหมาย ผู้คนจึงโยงไปเรื่องการเมือง 

หลายคนอาจสงสัย ทำไมต้องมีรูป “บิ๊กวิน” เด่นเป็นสง่า อยู่ท่ามกลางคนในยุทธจักรมวยไทย เดี๋ยวเรามาหาคำตอบกัน

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

++

ส.สมหมาย

++

ส่องแฟนเพจกลุ่มพลังใหม่ เวลานี้ มีแต่ความคึกคัก เพราะมวยไทยได้กลับมาชกแล้ว หลังวิกฤตโควิด ส่งผลให้ต้องหยุดสังเวียนมวยไปเกือบ 4 เดือน

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2563 แอดมินเพจกลุ่มพลังใหม่ ได้นำถ้อยแถลงของประมุข “สมหมาย สกุลเมตตา” ในช่วงหยุดชกเพราะโควิด มาเผยแพร่ดังนี้

“ส่วนคนอื่นใครจะคิดอย่างไร ตนเองไม่รู้ แต่ตนเองสอนนักมวยในสังกัดในค่ายมวย ส.สมหมาย, อ.ขวัญเมือง ทุกคนแบบนี้ และที่ผ่านมา นักมวยในสังกัดค่ายมวย ส.สมหมาย, อ.ขวัญเมือง ทุกคน ก็ปฎิบัติตามด้วยความเต็มใจกันทุกคน และตนเองก็การันตีรายได้ให้นักมวยทุกคน อย่างน้อยเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งนักมวยก็มีรายได้กันทุกคน”

สมหมาย ไม่ได้เป็นโปรโมเตอร์มวยอย่างเดียว หากยังต้องดูแลค่ายมวย 2 แห่งคือ ส.สมหมาย และ อ.ขวัญเมือง ซึ่งค่ายประมุขกลุ่มพลังใหม่ ตั้งอยู่แถวบางกะปิ 

หลังมวยไทยได้กลับมาชกในระบบปิด เมื่อ 3 ก.ค. 2563 ประมุขสมหมายได้โพสต์ว่า “หากหัวหน้าคณะคนใด ต้องการจะนำนักมวยไปชกที่ไหนในช่วงนี้ ก็ขอให้บอกมาได้เลย เพราะทุกคนต้องกินต้องใช้ ไปรับรายการชกได้เลยตามสบาย ตนเองไม่กีดกันใคร และเข้าใจความรู้สึก ความลำบากของทุกคนดี..”

สรุปว่า “หมายไม่ยึดติด” ยินดีช่วยเหลือพี่น้องวงการมวยไทย

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

++

อ.ขวัญเมือง

++

ชั่วโมงในยุทธจักรมวยไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก “ส.สมหมาย” และ “จิตร เมืองนนท์”

สมหมาย มีพื้นเพเดิมอยู่ จ.ปทุมธานี เกิดในครอบครัวยากจนรับจ้างทำสวนปลูกผัก ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมาแต่วัยรุ่น และได้เข้าสู่สนามมวยในฐานะนักเล่นมวย(เซียนมวย) จนตั้งตัวได้

ต่อมา สมหมายและเพื่อน ทำค่ายมวย “ส.สมหมาย” แถวย่านบางกะปิ และยกระดับเป็นโปรโมเตอร์วิกแอร์หรือราชดำเนิน

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

ส่วน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ที่ชื่นชอบกีฬามวยไทย จึงทำค่ายมวย “อ.ขวัญเมือง” โดยมอบหมายให้ตัวเขาบริหารค่าย อ.ขวัญเมือง แทน

“ท่านอัศวินชอบการต่อสู้มวยไทย ท่านเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของผม ดีกับผมมาตลอด ไม่ได้มีอะไรมาแอบแฝงเลย” สมหมายได้ให้สัมภาษณ์สื่อหมัดมวยฉบับหนึ่ง

นี่คือคำตอบ ทำไมรูป “บิิ๊กวิน” จึงเด่นหรา ประหนึ่งเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง “พลังใหม่” 

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก3 กรกฎาคม 2563 – 19:36 น.

เจาะประเด็นร้อน : เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

ดั่งคลื่นยักษ์ซัดถล่ม ปม นายฌอน บูรณะหิรัญ Influecer  ไลฟ์โค้ชคนดัง  หลังเจ้าตัวไปรับงาน พีอาร์ งานปลูกป่า สร้างพื้นที่สีเขียว ที่จ.เชียงใหม่ กับ คำพูดกล่าวชื่นชน แค่ไม่กี่คำ  “ลุงป้อมตัวจริงน่ารัก”  หลังจากคลิปเผยแพร่ไป ทัวร์กฐิน ผ้าป่า พร้อมใจกันลงที่  ฌอน อย่างหนักหน่วง จับผิด ติดตาม ตรวจสอบ แบบ 360 องศา เพราะ จับไปตรงไหน ก็มีแต่ความไม่ชอบมาพากล ของ โค้ชไลฟ์ชื่อดัง ซึ่งงานนี้ สังคมก็รอติดตามความชัดเจน จากเจ้าตัว

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

แต่สิ่งที่สังคมใคร่รู้ อยู่ดีๆ หนุ่มฌอน จะไปร่วมงานใหญ่ ที่ “บิ๊กป้อม” รองนายก มาเป็นประธานได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครจัด ไม่มีใครจ้างไป สังคมโซเชียง ตรวจสอบเจาะลึกใคร เจ้ากี้ เจ้าการ จัดเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ ให้นาย ขนาดนี้ จะใช่ โฆษกรัฐบาล หรือไม่ เพราะเจ้าตัวก็ความสัมพันธ์กับ บริษัท ก๊อท อิท เอนเตอร์เทน จำกัด บริษัทรับจ้างพีอาร์ ให้พรรคพลังประชารัฐอยู่  

ก่อนหน้านั้น หน้าสื่อ เราจะเห็น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกฯประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ทำกิจกรรม งานช่วยเหลือสังคม หรืองาน โฆษก สื่อสารผ่านโซเขียล ถึงประชาชน ก็ใช้บริการ บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด อยู่ตลอด ฉะนั้นแล้ว ถ้าบริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด จะได้งานพีอาร์ โปรเจ็ค ปลูกป่า ที่มี บิ๊กป้อม ไปเป็นประธานแล้วมี “ฌอน” ไปร่วมงาน และทำพีอาร์ แถมกล่าวชื่นชม นาย ด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก หรอก

แต่ที่แปลกคือ เมื่อโซเชียล ลุกเป็นไฟ กระแส ถล่ม “ฌอน” หนักหน่วง จนลามปามมาถึง ใครเป็นแม่งานใหญ่ ที่ทำให้เรื่องวุ่นวายนี้เกิด สื่อหัวสี อย่างเดลินิวส์ ก็ได้สอบถามไปยัง นางนฤมล ภิญโณสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ว่าเกี่ยวมั๊ย รู้จักบริษัท ก๊อท อิท หรือเปล่า แต่ อ.แหม่ม ตอบเร็ว สวนเร็วว่า “ไม่รู้จักชื่อบริษัท ขอตรวจสอบก่อน” แล้วก็สายตัดทันที

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

ก็ยิ่งสร้างความงงในงง ไปกันใหญ่ เอาล่ะ บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด เป็นใครอย่างไร เรามาดูกัน พบว่าบริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด  จดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2555 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่ที่ 404/2 ซอยลาดพร้าว 109 ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกระปิ กทม. ประกอบธุรกิจประเภท ให้บริการจัดงานแสดงสินค้า การแสดงบนเวที จัดงานอีเว้นท์ ร้านอาหาร

มีผู้ถือหุ้น 3 ราย ประกอบด้วย 1.นางประจวบ อินทพันธ์ ถือหุ้น 60%

2.น.ส.ฐิตา อินทพันธ์ ถือหุ้น 30%

3.นางอินทรา ชูเรือง ถือหุ้น 10%

แจ้งงบการเงินย้อนหลัง 5 ปีดังนี้ ปี 2555 ขาดทุน 113,094 บาท ปี 2556 ขาดทุน 1,257,010 บาท ปี 2557 ขาดทุน 52,635 บาท ปี 2558 ขาดทุน 51,182 บาท ปี 2559 กำไร 1,432,770 บาท                 

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

แหล่งข่าว จากพรรคพลังประชารัฐ ให้ข้อมูลว่า เมื่อก่อน กลุ่มที่รับจ้างดูแลภาพลักษณ์รวมถึงงานประชาสัมพันธ์ให้พรรคพลังประชารัฐ ภาพที่เห็นชินตา คือ “บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน” ซึ่งมีผู้บริหารและผู้ถือหุ้นสามี-ภรรยาคือ “บ๊อบ” “นายอธิราช ชูเรือง” และ “สุ” “ฐิตา อินทพันธ์”

แน่นอนในแวดวงนักข่าวทั้งคู่ คือ มือประสานนักข่าวของพรรคพลังประชารัฐ อีกทั้งเป็นผู้มีไลน์กลุ่มส่งข่าวแทนพรรคพลังประชารัฐและคือสายตรงคนสนิท “อ.แหม่ม นฤมล”

แม้สายสัมพันธ์เริ่มต้น “บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน” และ “สุ-บ๊อบ” จะมาจากการแนะนำของ “กลุ่มสามมิตร” ที่ให้ช่วยพรรคพลังประชารัฐตอนตั้งไข่ แต่ด้วยสายงาน อำนาจ เส้นทางเดินจึงมาบรรจบกัน ระหว่าง “บ๊อบ-สุ-แหม่ม”

ออร์แกไนส์แทบทุกงานกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่งานประชุมพรรคทุกสัปดาห์… งานเลี้ยงที่ “กรามองเต้ เขาใหญ่” เมื่อปีก่อน… และงานกิจกรรมต่างๆของพรรค“

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

แหล่งข่าว ยังเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า บริษัท ก๊อท อิท ยังได้รับงบ ทำโครงการ “โฆษกชุมชน” ในการเคลื่อนงาน ผ่านโลกเซียลมีเดีย เห็นเคลื่อนไหวแถว จ.ราชบุรี โดยมี โฆษก อ.แหม่ม ก็อยู่เคียงข้างทำกิจกรรมร่วมกันมาโดยตลอด

อย่างช่วงวิกฤตโควิด ยังเฟซบุ๊กของนางนฤมล พบว่า ในวันที่ 28 เมษายน 2563 ได้มีการโพสต์ ภาพ เจ้าตัว สวมเสื้อโฆษกชุมชน ออกงานเคียงคู่ ไปช่วย ทีมงาน “เพจอีจัน” “เพจโฆษกชุมชน Academy” แพคกล่องกำลังใจ ในโครงการแม่นมอีจันและโครงการกล่องกำลังใจ ที่ ร.ร. พิบูลประชาสรรค์ ด้วย

สุดท้ายก็น่าน้อยใจ เมื่อคนคุ้นเคย รู้จัก ใช้งาน เป็นมือเป็นไม้ แต่พอเจอทัวร์ลง วิกฤตคนยี้กันทั้งบ้านทั้งเมือง อ.แหม่มกับตอบสื่อเสียงดังฟังชัดว่า ไม่รู้จักชื่อ ซะงั้น

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

ซึ่งหากย้อนกับไปดกระแส คนยี้ อ.แหม่ม แค่มีชื่อเป็นทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ คนก็หลอน ยี้กันทั้งประเทศ เพราะกลัวว่าจะได้ก้าวมานั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ของรัฐบาล  จนสุดท้ายเร่งเบรก หยุด ไม่มี ไม่ใช่ เข้าใจผิดกันทันที

ภาพยี้ ไม่ใช่ การมโน หรือ อุปทานหมู่หรอก เค้ารับรู้และสัมผัสได้ จากการทำงานโฆษกรัฐบาลที่ผ่านมา การให้ข่าว กลับไปกลับมา ลั่นบ้าง ไม่ตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบบ้าง สื่อสารไม่เข้าเป้า จน นายกฯ ถูกฝ่ายค้านถล่ม อยู่บ่อยครั้ง เพราะโฆษก เอาสถานการณ์ไม่อยู่ ใช่หรือไม่ อันนี้ไม่มีใครรู้ แต่ที่ประชาชนเค้าดูและเดาได้ ก็สรุปเอาว่า ไม่น่าจะรอด

สุดท้าย ก็ต้องรอดู ปรับ คณะรัฐมนตรี รอบนี้ จะมีชื่อ อ.แหม่ม นั่งเก้าอี้ ทีมเศรษฐกิจ หรือตำแหน่งใดหรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป

เทียบฟอร์ม “กรุง” ป่ารอยต่อ “สลิลทิพย์”เด็กแม้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทียบฟอร์ม “กรุง” ป่ารอยต่อ “สลิลทิพย์”เด็กแม้ว

เทียบฟอร์ม "กรุง" ป่ารอยต่อ "สลิลทิพย์"เด็กแม้ว3 กรกฎาคม 2563 – 15:35 น.

เทียบฟอร์มมวยคู่เอก “กรุงศรีวิไล” กับ “สลิลทิพย์” พลังประชารัฐเป็นต่อ เพราะเพื่อไทยมีปัญหาภายใน แถมเจอก้าวไกลตัดคะแนนกันเอง

++
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ น่าจะดุเด็ดเผ็ดมันกว่าทุกสนามเลือกตั้งซ่อม ไม่ว่าจะเป็นเขต 8 เชียงใหม่, เขต 5 นครปฐม,เขต 7 ขอนแก่น, เขต 2 กำแพงเพชร และเขต 5 ลำปาง

พรรคพลังประชารัฐ จะสร้างสถิติ “จ้าวสนามเลือกตั้งซ่อม” ได้หรือไม่? สงครามเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกศักดิ์ศรี ไม่ใช่ของตระกูล “อัศวเหม” แต่เป็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคคนใหม่

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง 2 ครั้ง ระหว่าง “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” กับ “สลิลทิพย์ สุขวัฒน์” 

อ่านข่าว…  ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล “สลิลทิพย์” ทวงแชมป์ 

เทียบฟอร์ม "กรุง" ป่ารอยต่อ "สลิลทิพย์"เด็กแม้ว

กรุงศรีวิไล ช่วยชาวบางบ่อ ช่วงโควิด

เลือกตั้งปี 2554 เขต 5 ประกอบด้วย อ.บางบ่อ,อ.บางเสาธง, อ.บางพลี (เฉพาะ ต.หนองปรือ) และอ.เมืองสมุทรปราการ (เฉพาะ ต.บางปู)

อันดับ 1 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย 39,548 คะแนน
อันดับ 2 กรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคภูมิใจไทย 28,260 คะแนน

เลือกตั้งปี 2562 เขต 5 ประกอบด้วย อ.บางบ่อ, อ.บางเสาธง และอ.บางพลี (เฉพาะต.หนองปรือและต.ราชาเทวะ)
อันดับ 1 กรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ 41,745 คะแนน
อันดับ 2 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย 33,007 คะแนน
++
พระเอกตลอดกาล
++
ชัยชนะของกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากกระแส“ความสงบจบที่ลุงตู่” เหมือนเมื่อปี 2550 ที่เขาได้เป็น ส.ส.สมัยแรก เพราะกระแสคิดถึงทักษิณ

โดยส่วนตัว กรุงศรีวิไลเป็นคนบางบ่อโดยกำเนิด ความเป็นดารานักแสดง ที่ไม่เคยหายไปจากแวดวงบันเทิงไทย หมดยุคทองหนังไทย พระเอกกรุงก็มาร้องเพลง และเล่นละคร ทำให้การลงพื้นที่หาเสียง ใครๆก็อยากเจอ มาพูดคุย มาถ่ายรูปด้วย

พระเอกกรุงยังได้เปรียบกว่าทุกคน เพราะความเป็นพรรครัฐบาล และกระแสลุงตู่ยังดีอยู่ 
++
ตระกูลการเมืองดัง
++
สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย มีต้นทุนการเมืองมาจากบิดา-ประเสริฐ สุขวัฒน์ ส.ส.เก่า เจ้าของพื้นที่ อ.บางบ่อ อ.บางพลี และ อ.บางเสาธง

เทียบฟอร์ม "กรุง" ป่ารอยต่อ "สลิลทิพย์"เด็กแม้ว

สลิลทิพย์ ขวัญใจชาวบางพลี

“ประเสริฐ” เป็น ส.ส.มาแต่ปี 2526 ย้ายไปหลายพรรค พรรคชาติไทย พรรคราษฎร พรรคพลังธรรม สอบได้บ้าง สอบตกบ้าง แต่ไม่ได้สังกัดบ้านใหญ่ “อัศวเหม” โดยตรง เพราะเป็นนักการเมืองดาวฤกษ์ มีฐานเสียงของตัวเอง

ปี 2544 ประเสริฐ ส่งลูกสาวสมัยยังใช้ชื่อ สลิลทิพย์ ชัยสดมภ์ สวมเสื้อไทยรักไทย ก็ได้เป็น ส.ส.สาวสวยทันที หลังจากนั้น สลิลทิพย์ก็อยู่กับค่ายทักษิณมาจนกระทั่งเกิดการยุบพรรคไทยรักไทย

ปี 2550 ประเสริฐ พาลูกสาวกลับบ้านเก่า-พรรคชาติไทย เป็นข่าวใหญ่ในแวดวงการเมือง แต่หนนั้น สลิลทิพย์สอบตก จึงต้องหวนคืนพรรคเพื่อไทย

สลิลทิพย์ขยันลงพื้นที่ มีกระแสความนิยมชมชอบส่วนตัว แต่เลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 มีตัวแปรคือพรรคอนาคตใหม่ มาแชร์คะแนนจากกลุ่มต้านเผด็จการไปจากพรรคเพื่อไทย ทำให้เธอแพ้อีกสมัย

สำหรับเลือกตั้งซ่อมหนนี้ สลิลทิพย์ต้องต่อสู้กับผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคก้าวไกล เพราะฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน