ขอเตือน “แม่ค้าหอยพัทลุง” พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขอเตือน “แม่ค้าหอยพัทลุง” พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

ขอเตือน "แม่ค้าหอยพัทลุง" พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

10 มิถุนายน 2563 – 11:20 น.

แม่ค้าหอย แฉถูกตร.รีดเงิน แลกกับไม่ถูกจับคดีฝ่าเคอร์ฟิว คดีพลิก หลังแม่ค้าบอกเป็นเงินใช้หนี้ ไม่ได้ถูกรีดเงิน

          กรณีแม่ค้าขายอาหารทะเลออกมาแฉถูกตำรวจรีดเงินแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีฝ่าเคอร์ฟิว แถมยังถูกตำรวจบังคับให้แกะหอยนางรมเพื่อใช้กินแกล้มเหล้าบนโรงพักนั้น เรื่องนี้ทำท่าจะ “คดีพลิก” เนื่องจากฝั่งแม่ค้ากลับคำให้การ อ้างว่าสาเหตุที่โอนเงินให้ดาบตำรวจ เพราะติดหนี้สมัยเคยคบกัน แต่กลับสามีคนปัจจุบันรู้เรื่อง จึงต้องอ้างว่าเป็นการจ่ายตำรวจเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี

          เรื่องนี้กำลังบานปลาย และเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า หากฝ่ายแม่ค้าขายอาหารทะเลพลิกลิ้น กลับคำให้การจริง บทสรุปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

ขอเตือน "แม่ค้าหอยพัทลุง" พลิกลิ้นส่อโดนคดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

          “เนชั่นทีวี” สอบถามประเด็นนี้กับ พ.ต.อ. วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองจเรตำรวจ ซึ่งเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูปตำรวจและระบบการสอบสวนมาโดยตลอด ได้ความว่า การให้ผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งถ้ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานปรากฏชัด ย่อมไม่สามารถยอมความกัน หรือปล่อยให้เรื่องจบๆ กันไปได้ ฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

          พ.ต.อ. วิรุตม์ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนต้องเรียกแม่ค้ามาให้ถ้อยคำ เริ่มจากในคลิปที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่าพูดจริงใหม มีข้อเท็จจริงอย่างไร  หากพูดอีกอย่างหนึ่งว่าโอนเงินใช้หนี้ ก็ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานว่าสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการทันที เพราะการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงตั้งขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการชุดนั้นมุ่งสอบสวนความผิดเพื่อลงโทษทางวินัย แต่ในส่วนของคดีอาญาก็ต้องแยกดำเนินการอีกส่วนหนึ่ง และต้องทำทันที

          กรณีที่เกิดขึ้นนี้ หากแม่ค้าให้การอีกแบบหนึ่ง แตกต่างจากในคลิป และขัดกับหลักฐานอื่นๆ ที่พนักงานสอบสวนรวบรวมได้ เช่น อ้างว่าโอนเงินใช้หนี้ แต่กลับมีภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดยืนยันว่ามาโรงพัก แบบนี้ก็จะเข้าข่ายให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน มีโทษทางอาญาด้วย

          แต่ถ้าเหตุการณ์เป็นจริงตามคำให้การใหม่ คือไม่มีการเรียกรับเงิน แต่เป็นการโอนเงินใช้หนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ การโพสต์คลิปในโซเชียลมีเดียครั้งแรกก็เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเท็จเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกถึง 5 ปี และการเข้าให้การกล่าวหาตำรวจในช่วงแรก ก็อาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานด้วย ฉะนั้นก็ต้องให้แม่ค้าเลือกเอาว่าจะเลือกคำให้การไหนว่าเป็นความจริง

          พ.ต.อ. วิรุตม์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม่ค้าจะโพสต์ความเท็จทำไม ฉะนั้นจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องเท็จ ฉะนั้นพนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบให้ได้ว่ามีการจับกุมจริงหรือไม่ เวลาเท่าไหร่ โอนเงินกันกี่โมง เรื่องแบบนี้ตรวจสอบง่ายนิดเดียว แต่ถ้าแม่ค้ายังยืนยันว่าเป็นการโอนเงินใช้หนี้ ก็ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถือเป็นอาญาแผ่นดิน เป็นหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนดำเนินคดี ไม่ต้องมีใครแจ้งความ

“จักรภพ”แค้น สู้แทนวันเฉลิม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จักรภพ”แค้น สู้แทนวันเฉลิม

"จักรภพ"แค้น สู้แทนวันเฉลิม

10 มิถุนายน 2563 – 08:55 น.

“จักรภพ เพ็ญแข” ทิ้งเขมรเผ่นยุโรป กลัวถูกอุ้ม ประกาศล้างแค้นแทนวันเฉลิม ชูธงล้มระบอบเก่า

++
          เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2563 จักรภพ เพ็ญแข ผู้ประสานองค์กรเสรีไทย ได้โพสต์แฟนเพจเฟซบุ๊ค “จักรภพ เพ็ญแข – Jakrapob Penkair“ เรื่อง “ต้าร์ถูกฆ่า และผลกระทบต่อไทยทั้งประเทศ”
           จากสเตตัสล่าสุด สะท้อนความเป็นจักรภพ ผู้นำล้มระบอบเก่า และผู้ก่อการกลุ่มแดงสยาม สืบทอดภารกิจของสุรชัย แซ่ด่าน เมื่อปี 2552

อ่านข่าว…  เรื่องเขมร ถาม “จักรภพ”

++ 

"จักรภพ"แค้น สู้แทนวันเฉลิม

ภาพ “จักรภพ” ในเขมร ช่วงโควิด

แฉความจริง
++
          จักรภพยอมรับว่า ตนเองเป็น 1 ใน 3 ผู้ลี้ภัยในเขมร ที่ทางการไทยเคยทำหนังสือขอตัวจากรัฐบาลกัมพูชา ไปดำเนินคดีในเมืองไทย เมื่อปี 2561
          สำหรับ “ต้าร์ หรือ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกอุ้มเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2563 เวลา 17.54 น. กลางกรุงพนมเปญของกัมพูชา จักรภพเชื่อว่า ต้าร์หายสาบสูญแล้ว
          “เมื่อเราโยงเรื่องนี้ไปสู่การอุ้ม-ฆ่านักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน 7 ท่านในลาวและเวียดนามก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึง อาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน และ คุณชูชีพ ชีวสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง เราก็มีความหวังน้อยมากที่จะได้เห็นต้าร์รอดชีวิตและได้พบเห็นต้าร์แบบเดิมอีก”
          ผู้ก่อการกลุ่มแดงสยามที่ลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2552 ก็รู้จัก “ตาร์” เป็นอย่างดี จึงเขียนถึงต้าร์ว่า “ต้าร์เป็นคนเก่ง ฉลาด รื่นเริง นิสัยดี และมีอุดมการณ์ คนที่รู้จักต้าร์จะหัวเราะกับเพจประเภท “กูต้องได้ร้อยล้านจากทักษิณ” ที่ต้าร์ทำ เพราะเขาทำเพื่อประชดประชันเสียดสีฝ่ายตรงข้ามที่ดูแคลนนักประชาธิปไตยว่ารับเงินทองจนเป็นขี้ข้าทักษิณ..”

"จักรภพ"แค้น สู้แทนวันเฉลิม

“จักรภพ” ทิ้งเขมร

          จักรภพร่ายยาวไปตามเรื่อง และพยายามชี้ว่า ตัวเขากับตาร์ตกเป็นเป้าหมายการตามไล่ล่า และสุดท้ายสรุปว่า “การฆ่าต้าร์จึงเป็นงานของเครือข่ายเดิมและด้วยวิธีการเดิม”
++
ทิ้งเขมรเผ่นยุโรป
++
          ช่วงสองสามปีมานี้ จักรภพลดการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องจากสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แนบแน่น ต่างจากตอนที่ตั้งองค์กรเสรีไทยใหม่ๆ 
          คนเสื้อแดงรู้ดีว่า จักรภพปักหลักใช้ชีวิตอยู่ในพนมเปญ กัมพูชา มายาวนาน บรรดาผู้ลี้ภัยในเขมร ต้องพึ่งพาบารมีของจักรภพทั้งนั้น
          มีรายงานข่าว จักรภพเดินทางออกจากพนมเปญไปหลบภัยในยุโรป หลังจาก “ตาร์” ถูกอุ้มหายไปจากคอนโดมิเนียม
          ดังนั้น ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทย จึงเปิดหน้าชก ไม่ต้องเกรงใจใคร จึงเขียนเรื่องตาร์ถูกอุ้มแบบร้อนแรง และปลุกใจพวกเดียวกัน และย้ำว่า “เป้าหมายของเราไม่มีเปลี่ยนแปลง”
          1.พิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นคนของคนไทย 
          2.เพิ่มอำนาจและทรัพยากรให้แก่มวลชน ให้เขานำไปใช้พัฒนาตัวเองตามความรู้ความสามารถ 
          3.ทลายเพดานแก้วของชนชั้นนำและอำมาตย์ที่จำกัดความเติบโตของลูกชาวบ้านอยู่ จนเกิดโอกาสและทรัพยากร อันเท่าเทียมและเสมอภาค 
          4.พัฒนาไทยไปสู่ความเป็นพลโลกที่รับผิดชอบ ใจสูง และมีศักดิ์ศรี 
          5.เพิ่มอำนาจป้องกันตัวเองของมวลชนจากการกดขี่ข่มเหง”
          สิ่งที่จักรภพเขียน ดูจะตรงกับสิ่งที่เครือญาติ และเพื่อนพ้องพูดถึง “ตาร์ วันเฉลิม” ว่า เป็นนักกิจกรรมการเมือง แค่ความคิดเห็นต่าง ทำไมต้องฆ่าเขา
          การที่จักรภพออกมายอมรับว่า บทบาทในการต่อสู้ของตาร์ วันเฉลิม ย่อมหมายถึงตาร์ก็เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเสรีไทย ที่มีจุดเริ่มต้นที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ หลังรัฐประหาร 2557
          พูดจาภาษาซ้าย จักรภพแสดงเจตจำนงสืบทอดภารกิจ “วันเฉลิม” ขอล้างแค้นแทนสหายร่วมอุดมการณ์

“สนธิญาณ “ฟันธง เคลื่อนไหวเรื่อง”วันเฉลิม” เป็นฝีมือขบวนการปลุกระดม ชูธงปฏิวัติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สนธิญาณ “ฟันธง เคลื่อนไหวเรื่อง”วันเฉลิม” เป็นฝีมือขบวนการปลุกระดม ชูธงปฏิวัติ

"สนธิญาณ "ฟันธง เคลื่อนไหวเรื่อง"วันเฉลิม" เป็นฝีมือขบวนการปลุกระดม ชูธงปฏิวัติ

9 มิถุนายน 2563 – 19:25 น.

“สนธิญาณ”ฟันธง เคลื่อนไหวเรื่อง”วันเฉลิม” เป็นฝีมือขบวนการปลุกระดม สร้างกระแส แนวร่วมของการปฏิวัติ- อดีตรอง ผอ.ข่าวกรอง เผย”กัมพูชา”บอกแล้วเป็น Fake News ชี้ถ้าคนไทยไปอุ้ม”วันเฉลิม” กัมพูชาไม่มีทางยอมยกตัวอย่างเหตุการณ์ปี 46 กรณีดาราหนังหญิงไทย

รายการ “สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง”เผยแพร่ผ่านทางเพจ’สถาบันทิศทางไทย’ เรื่อง” ฟังเบื้องลึก โหนกระแส’วันเฉลิม’ปลุกระดมโจมตี”ลุง”กระทบสถาบันฯ “ขบวนการปฏิวัติ”แป้ก  ดำเนินรายการ
โดยนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานสถาบันทิศทางไทย  โดยมีการเชิญนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาร่วมรายการ
นายนันทิวัฒน์ ได้ตั้งคำถามว่านายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ สำคัญขนาดไหนถึงต้องอุ้ม เขาทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าระบบคอมฯเป็นความผิดเล็กน้อย ไม่ใหญ่โต ขึ้นศาลก็รอลงอาญา ขัดคำสั่ง คสช. ก็เรื่องเล็กน้อยมาก ตนก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปทำไม แต่หนีไปแล้วไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องถามต่อว่า ถ้าไม่ใช่คนสำคัญ ทำไมต้องอุ้ม               

นายสนธิญาณ กล่าวเสริมว่า ในกัมพูชามีนายจักรภพ เพ็ญแข ,โด่ง-อรรถชัย,กิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรือ” ไก่รถตู้”  คนที่ขับรถตู้ยิงทหาร ประชาชนในการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษา 53 ถ้าเครือข่ายในเมืองไทยเป็นคนอุ้ม น่าจะไปอุ้มคนเหล่านี้มากกว่า
 นายนันทิวัฒน์  กล่าวต่อว่า  ต้องถามว่าอุ้มนายวันเฉลิม แล้วได้ประโยชน์อะไร อุ้มแล้ว  ทำให้จบปัญหาอะไรได้ คำตอบที่ตนได้คือไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอุ้ม เพราะความผิดของนายวันเฉลิม นิดเดียว ไม่ได้ทำผิดคดีความมั่นคงหรือทำผิดร้ายแรงที่จะต้องอุ้มเพื่อที่สาบสูญไปแล้วปัญหาจบ 
 “แต่นี่มันไม่ใช่ มันตอบคำถามไม่ได้เลย ดังนั้นจะไปเสี่ยงอุ้มทำไมพลาดแล้วถูกจับ ถ้าทีมอุ้มถูกจับ อุ้มไม่สำเร็จก็มีความผิด แล้วถ้าสมมติว่าเจ้าหน้าที่ไทยอุ้มจริง ข้ามจากฝั่งไทยไปอุ้ม แล้วยอมรับว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของราชการ ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะตามมาทันที”
 นายสนธิญาณ กล่าวเสริมว่า เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2562  นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ที่พยายามปลุกระดมสร้างกระบวนการต่อสู้กับผู้นำกัมพูชา จะขอเดินทางผ่านไทยเข้ากัมพูชา  แต่ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ให้ผ่านไทย ถึงขนาดนี้ทางกัมพูชา ยังไม่ส่งคนไทยที่หนีคดีไปอยู่ที่กัมพูชากลับมาให้ไทย
นายนันทิวัฒน์ ได้ยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้นว่า ในปี 2546 ไทยกับกัมพูชามีปัญหากันจากการมีข่าวลือเกี่ยวกับดาราหนังผู้หญิงของไทยกระทำบางอย่าง และทำให้เกิดม็อบ เผาอาคารร้านค้าของคนไทยในประเทศกัมพูชา เสียหายจำนวนมาก 
” ดังนั้นถ้าเรื่องอุ้มนายวันเฉลิม เป็นจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่  ถ้าคนไทยไปทำอย่างนี้ มันหยามน้ำหน้าเขา ชาวกัมพูชาไม่มีทางยอม และทางกัมพูชาไม่ปิดข่าวแน่นอน แต่ตอนนี้ทางกัมพูชาออกมาบอกแล้วว่าเป็น Fake News  ไม่มีเหตุการณ์อย่างที่ว่าเกิดขึ้น ตอนนี้ผมเลยงงว่าเขาปั่นกระแสอะไรกัน ”  
นายสนธิญาณ กล่าวเสริมว่า  ทางกระทรวงมหาดไทย กัมพูชา บอกแล้วว่าการหายไปของนายวันเฉลิม ทางกัมพูชา จะไม่มีการตรวจสอบ ถ้าต้องการให้ตรวจสอบญาติของนายวันเฉลิม ต้องแจ้งความเพราะหนีไปอยู่ประเทศเขาและกำลังจะทำให้ประเทศเขาเดือดร้อน พวก”ขบวนการปฏิวัติหยวก” โหนกระแส”วันเฉลิม” โจมตี “ลุงตู่”
 นายนันทิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้สำนักงาน ตม.ของฝ่ายเราก็บอกแล้วว่า ไม่มีการเดินทางของนายวันเฉลิม ออกนอกประเทศ ส่วนทางกัมพูชา ก็บอกไม่มีหลักฐานการเข้าประเทศของนายวันเฉลิม  ก็เท่ากับว่าลักลอบไปอยู่ในบ้านของเขา จึงไม่ได้อยู่ในความดูแลของกัมพูชา เป็นคนหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ถ้าอยู่ในกัมพูชาจริง  ถ้าเหตุการณ์อุ้มเกิดขึ้นแล้วเจ้าทุกข์อยู่ที่ไหน
นายสนธิญาณ  กล่าวเสริมว่า  มีการสร้างกระแสรัฐบาลไทยไม่ปกป้องประชาชนของตนเอง พวก”ขบวนการปฏิวัติหยวก” สร้างกระแสในโลกโซเชียล  นายธนาธร เอาเรื่องนายวันเฉลิม มาโพสต์เทียบกรณี”จอร์จ ฟลอยด์” ว่าเรื่องนายวันเฉลิม เป็นเรื่องใหญ่ยอมไม่ได้
นายนันทิวัฒน์ กล่าวต่อว่า  ตนคิดไม่ตกจริงๆโดยเฉพาะอาจารย์ที่เป็นนักนิติศาสตร์ไปหลงประเด็นอะไร เหตุการณ์มันเกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่กลับมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับผิดชอบ ตนก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน ไปร้องที่สถานทูตประเทศเพื่อนบ้าน ก็ไปแล้ว แต่เขาไม่รับจดหมาย เพราะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบ ไปประท้วงที่กัมพูชามั๊ยตนก็มั่นใจว่าไปไม่ได้ เอ็นจีโอ ก็ไม่มีสิทธิเคลื่อนไหวพวกอาจารย์คิดอะไรในใจตนไม่รู้ จะไม่พอใจรัฐบาลนี้หรือเกลียด”ลุงตู่” ก็ว่าไป ตนรับได้
นายสนธิญาณ กล่าวเสริมว่า การเคลื่อนไหวทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนายวันเฉลิม  ล้วนอยู่ในขบวนการของการปลุกระดม สร้างกระแส สร้างแนวร่วมของการปฏิวัติขึ้น
นายนันทิวัฒน์ กล่าวว่า เอ็นจีโอและแอมเนสตี้ฯ  วันเกิดเหตุกรณี “จอร์จ ฟลอยด์” ตนไม่เห็น แอมเนสตี้ไทยไปประท้วงสหรัฐฯเลย นั่งเงียบ ไม่รู้สึกรู้สาว่าเกิดอะไรขึ้นในสหรัฐฯ แต่พอวันนี้จะเอา “วันเฉลิม” เทียบ “จอร์จ ฟลอยด์ ”  “พวกคุณทำอะไรในวันที่ “จอร์จ ฟลอยด์” ถูกเอาเข่ากดคอจนตาย เอ็นจีโอและแอมเนสตี้ไทยไปไหนกันหมด ไม่เห็นทำอะไรเลย”
 นายสนธิญาณ กล่าวทิ้งท้ายว่า  พวก”ขบวนการปฏิวัติหยวก” ยังอยู่ในกระแสที่จะลุกขึ้นสู้  อย่าปล่อยให้ขบวนการนี้หลอก นายวันเฉลิม ไม่ใช่คนสำคัญ หลบหนีไปอยู่กัมพูชา เมื่อไม่มีความสำคัญจะไปทำอะไรกับเขาทำไม เพราะไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ทางกัมพูชาก็บอกแล้วว่าให้ทางการไทยเรียกร้องเรื่องนี้ก่อน แต่ทางการไทยจะไปทำได้อย่างไรเพราะนายวันเฉลิม ไม่ได้เดินทางเข้ากัมพูชาตามปกติ
” มีคนกล่าวหาว่านายวันเฉลิม ทำธุรกิจผิดกฎหมายค้ากัญชา แต่กลับไปโหนกระแสวันเฉลิม เพื่อชูธงปฏิวัติ ” 

ส่องคอนโด “วันเฉลิม” ปริศนาฉากอุ้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องคอนโด “วันเฉลิม” ปริศนาฉากอุ้ม

ส่องคอนโด "วันเฉลิม" ปริศนาฉากอุ้ม

9 มิถุนายน 2563 – 15:21 น.

เอ็กซ์คลูซีฟ ปริศนาอุ้ม “วันเฉลิม” จากคอนโดเสื้อแดง อดีตนายทหารอากาศแฉความจริง

++
          ย่างเข้าสู่วันที่ 5 ในการหายตัวไปของ “ตาร์” หรือวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมือง ที่หายตัวไปจากหน้าที่พัก ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2563
          มีสื่อเขมรไม่กี่สำนักที่นำเสนอข่าวนี้ และลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุหน้าคอนโดมิเนียม “แม่โขง การ์เดน” อ.โจรยจังวา กรุงพนมเปญ
          ล่าสุด มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Hong Chenshan นัยว่าเป็น “อดีตนายทหารคนดัง” ได้ออกมาแฉความจริงไว้อย่างน่าสนใจ และระทึกใจยิ่ง

อ่านข่าว…  ชีวิตวันเฉลิม ในเงื้อมมือ “ฮุนเซน”

ส่องคอนโด "วันเฉลิม" ปริศนาฉากอุ้ม

คอนโดที่วันเฉลิมพัก

          คอนโดมิเนียมที่ “ตาร์ วันเฉลิม” พักอาศัยอยู่นั้นชื่อ Mekong Garden เลขที่​ 12110 Mekong River Street, Sangkat Chroy Changva, Phnom Penh, Cambodia
          “แม่โขง การ์เดน” ตั้งอยู่บนถนน National road no. 6A เป็นคอนโดหรู ด้านหลังคอนโดติดแม่น้ำ​โขง​ วิวทิวทัศน์​สวยงาม​ ค่าเช่าตกประมาน​ 700-1,200​ ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน​
          “ต้าร์อยู่​ห้องชั้น​ 8 หันหลังให้ถนนใหญ่​ ไม่หันหลังให้แม่น้ำ​ ปกติต้าร์จะอาศัยอยู่ร่วมกับเพื่อนผู้ลี้ภัย​อื่นๆ​ ในห้องของตน​ ซึ่งคนไทยที่หลบภัยที่ได้มาอยู่คอนโดนี้ จะต้องเป็นพวกคนสำคัญ​ คือ​ตัวเอ้เกรดเอ เพราะมีความเคลื่อนไหว​ทางการเมืองตลอด​ และมีความเกี่ยวข้อง​กับนักการเมืองในไทยเสมอๆ”

ส่องคอนโด "วันเฉลิม" ปริศนาฉากอุ้ม

จุดเกิดเหตุ ซอยเข้าคอนโดฯ
          มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Hong Chenshan ยังเล่าเพิ่มเติมว่า อ.โจรยจังวา จะอยู่​ถัดจากใจกลางเมืองพนมเปญ​ประมาณ 11-12​ ก.ม. หากใครเคยไปพนมเปญ​ จะรู้ว่ามันไม่ค่อยมีที่เที่ยว​มากนัก​
          “เขตโจรยจังว่า เป็น​ที่พิเศษ​อย่างหนึ่งคือ​ ตัดขาดจากใจกลางพนมเปญ​ เพราะเป็นเกาะขนาดใหญ่​ เชื่อมจากพนมเปญ​ด้วยสะพานเส้นเดียว​ จึงเป็น​ชัยภูมิ​ที่ดีในการหลบภัยของบรรดาเสื้อแดง”
          ปากซอยหน้าคอนโดมิเนียมแม่โขง การ์เดน​ มีร้านมินิมาร์ท​ ที่เจ้าของพูดไทยได้​ “ต้าร์” วันเฉลิมจะลงมาซื้อของประจำ​ 

ส่องคอนโด "วันเฉลิม" ปริศนาฉากอุ้ม

แผนที่จุดที่ตั้งคอนโดฯ
          “คนแถวนั้นคุ้นเคยกับคนไทยอย่างดี​ เพราะมีเยอะมาก​ หลายคนก็รู้​จักว่าเป็นเสื้อแดง​ เพราะคนเขมรหลายคนจำจากทีวีเสื้อแดงได้​ ยิ่งบางคนเป็นดาวแดงยิ่งจำได้ใหญ่​ ต้าร์จะชอบลงมาซื้อของที่มินิมาร์ท​ประจำ​ หน้าร้าน​จะมีร้านขายลูกชิ้น​ ต้าร์เคยคิดจะลงทุนเปิดร้านแถวนั้น”

          จากผู้เห็นเหตุการณ์​เล่าว่า ต้าร์มาสั่งลูกชิ้นตรงหน้าคอนโดฯ​ แล้วก็นั่งกิน​ หลังจากนั้นก็เกิดเหตุ​ขึ้น​ตามข่าว (อย่างที่บอกว่าคอนโด​ไม่ได้เปลี่ยว)​ ต้าร์ถูกต่อยแล้วลากขึ้นรถ​ Toyota High Lander สีดำแล้วขับออกไปจากคอนโดฯ
          ต่อไปนี้คือ ข้อน่าสงสัยของ Hong Chenshan
          1.คนร้ายไม่สามารถจอดรถรอต้าร์ได้ เพราะบริเวณ​นั้นไม่มีที่จอด
          2.ต้องมีคนส่งสัญญาณ​ว่า ต้าร์ลงมาถึงที่จุดเข้าชาร์จ​แล้ว
          3.คนร้ายรู้จังหวะได้อย่างไร​ แล้วถ้าวันนั้นต้าร์ไม่ลงมา ก็ไม่เสียเที่ยวเปล่าหรอกหรือ
          4.คนที่อยู่​กับต้าร์น่าไว้ใจได้แค่ไหน​ พักหลังได้ข่าวว่าการเงินมีปัญหา​ ต้องใช้เงินจำนวนมาก​ บางเดือนก็ไม่จ่ายเงินเดือนให้ผู้ลี้ภัย​          

          เจ้าของคอนโดมิเนียมคือ “คะเลียงฮวด” เป็นผู้ดูแลเขต​หรือนายอำเภอเขต อ.โจรยจังวา ซึ่งเป็น 1 ใน 9 เขตของกรุงพนมเปญ​
          ปี 2553 เสี่ยฮวดรู้จักมักคุ้นกับจักรภพ เพ็ญแข, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และแกนนำ นปช.อีกหลายคน

ส่องคอนโด "วันเฉลิม" ปริศนาฉากอุ้ม

แหล่งกบดานของ “เซเลบแดง”
          ตอนหลังเสี่ยฮวดแตกหักกับจักรภพ แต่เขากลับสนิทสนมกับ “ตาร์ วันเฉลิม” ซึ่งคอนโดของฮวด บรรดา “เซเลบแดง” ที่ผ่านทางพนมเปญ ไปสหรัฐและยุโรป รู้จักดี

เตือน กลุ่มเคลื่อนไหว “วันเฉลิม” กระทบเกียรติภูมิเพื่อนบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เตือน กลุ่มเคลื่อนไหว “วันเฉลิม” กระทบเกียรติภูมิเพื่อนบ้าน

เตือน กลุ่มเคลื่อนไหว "วันเฉลิม" กระทบเกียรติภูมิเพื่อนบ้าน

9 มิถุนายน 2563 – 12:56 น.

ฝ่ายความมั่นคงเตือนเคลื่อนไหวหนักเรื่อง “วันเฉลิม” ทั้งๆ ที่ข้อมูลไม่ชัดเจน เสี่ยงละเมิดเกียรติภูมิประเทศเพื่อนบ้าน กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

หลังจากมีการสร้างประเด็นเกี่ยวกับการอุ้มหาย นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมือง และผู้ต้องหาคดีกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา จนกลายเป็นกระแสดราม่าใหญ่โต และวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างพากันออกมาปฏิเสธข่าวนั้น

มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่า สถานการณ์ ณ ขณะนี้ บางฝ่ายวิจารณ์และเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียในลักษณะรับลูกต่อๆ กันไป โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน หรือมีข้อมูลข้อเท็จจริงแต่ก็น้อยมาก 

การวิจารณ์เช่นนี้ทั้งจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่หยิบฉวยเรื่องนี้มากล่าวหารัฐบาล หรือแม้กระทั่งฝั่งที่สนับสนุนรัฐบาล ที่พยายามอ้างถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในอาเซียน จนเชื่อเอาเองว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้นั้น การวิจารณ์ทั้ง 2 รูปแบบถือว่าผิดมารยาท ไม่เคารพเกียรติภูมิประเทศเพื่อนบ้าน และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ เพราะเท่ากับเป็นการยกประเทศไทยให้มีอำนาจเหนือประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงในแถบนี้ ถึงขนาดส่งกำลังไปทำอะไรในแผ่นดินของประเทศอื่นได้อย่างเสรี

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีประเทศไหนในโลกยอมให้เจ้าหน้าที่จากประเทศอื่นเข้าไปปฏิบัติการในประเทศของตน โดยเฉพาะถึงขั้นอุ้มฆ่า อุ้มหายอย่างโจ๋งครึ่ม บางประเทศอาจมีการส่งสายลับเข้าไปตามเก็บเป้าหมายในประเทศอื่น แต่ก็เป็นปฏิบัติการลับที่เมื่อประเทศเจ้าของดินแดนตรวจพบ จะถูกประท้วงต่อต้าน และจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทันที

แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง อธิบายว่า โดยระเบียบและข้อกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนมารยาททางการทูตแล้ว ไม่มีชาติใดยอมให้อีกชาติหนึ่งเข้าไปปฏิบัติการอุ้มฆ่าพลเรือนในประเทศของตน โดยเฉพาะประเทศเอกราชที่มีอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ยกเว้นก็แต่เป็นประเทศบริวารเล็กๆ ที่ต้องพึ่งพาประเทศใหญ่ อาจจำยอมชาติมหาอำนาจด้วยความไม่เต็มใจ แต่ไม่ใช่กรณีกัมพูชากับไทย หรือลาวกับไทยอย่างแน่นอน

ประเทศไทยเอง เมื่อหลายปีก่อนก็มีสายลับหรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากเกาหลีเหนือเข้ามาไล่ล่าเป้าหมายในไทยโดยพลการ ซึ่งเมื่อทางการไทยทราบเรื่งอ ก็ทำการประท้วง และขอให้ยุติปฏิบัติการทันที ขณะที่บรรดาสายลับหรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษของชาติอื่นๆ ที่เข้ามาเคลื่อนไหวแทรกซึมในไทย ก็ต้องอยู่ในสายตาของหน่วยข่าวและฝ่ายความมั่นคงไทย หากหน่วยงานของต่างประเทศต้องการให้ทางการไทยจับกุมบุคคล หรือจับตาบุคคลใดเป็นพิเศษ ก็ต้องส่งเรื่องและหลักฐานต่างๆ มา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการ ไม่ใช่เปิดปฏิบัติการเอง และแน่นอนว่าการปฏิบัติการย่อมไม่ใช่การกระทำในลักษณะละเมิดกฎหมาย อาจจะมีการจับกุม แต่ก็ต้องมีหลักฐานและหมายจับมาแสดงอย่างชัดเจน ซึ่งประเทศอื่นๆ ก็ปฏิบัติแบบนี้เช่นเดียวกัน

กรณีของนายวันเฉลิม มีการตรวจสอบข้อมูลจากสารบบคดี พบว่าไม่ได้โดนดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามที่มีการรณรงค์สร้างกระแสกัน แต่นายวันเฉลิมโดนกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อัตราโทษไม่ได้สูงมาก และไม่ใช่แกนนำคนสำคัญที่เคลื่อนไหวโดยใช้ความรุนแรงหรือใช้อาวุธ ฉะนั้นรัฐบาลและฝ่ายความมันคงจึงไม่ได้มองว่าเป็นภัยคุกคามที่ต้องจัดลำดับความสำคัญ

ฉะนั้นการรู้เพียงข้อมูลกล่าวอ้างด้านเดียว การปล่อยข่าวออกมาในช่วงที่มีกระแสการประท้วงที่สหรัฐ และอ้างถ้อยคำสุดท้ายของนายวันเฉลิมที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์นายจอร์จ ฟลอยด์ ที่มินนิอาโปลิส (หายใจไม่ออก หรือ I can’t breath) และมีการรับลูกวิจารณ์ต่อๆ กันของฝ่ายต้านรัฐบาล โดยไม่มีการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่ดูผิดธรรมชาติและจงใจเกินไป

“วันเฉลิม” ไม่ใช่เป้าหมาย เปิด 10 กลุ่มเคลื่อนไหวถูกฝ่ายมั่นคงจับตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วันเฉลิม” ไม่ใช่เป้าหมาย เปิด 10 กลุ่มเคลื่อนไหวถูกฝ่ายมั่นคงจับตา

"วันเฉลิม" ไม่ใช่เป้าหมาย เปิด 10 กลุ่มเคลื่อนไหวถูกฝ่ายมั่นคงจับตา

9 มิถุนายน 2563 – 11:58 น.

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง เผยข้อมูล กลุ่มที่เคลื่อนไหว ต่างประเทศ หวังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ต้องจับตาดู แต่วันเฉลิม ไม่ใช่เป้าหมาย

มีรายงานเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีการอ้างข้อมูลว่าถูกอุ้มหายกลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และมีการกล่าวหาทำนองว่าเป็นปฏิบัติการ “อุ้มข้ามชาติ” นั้น จริงๆ แล้ว นายวันเฉลิม ไม่เคยอยู่ในเป้าหมายการเฝ้าสังเกตการณ์ของฝ่ายความมั่นคงเลยด้วยซ้ำ

"วันเฉลิม" ไม่ใช่เป้าหมาย เปิด 10 กลุ่มเคลื่อนไหวถูกฝ่ายมั่นคงจับตา

แหล่งข่าวระดับสูง ระบุว่า แนวทางการปฏิบัติของฝ่ายความมั่นคง จะเพ่งเล็งเฉพาะกลุ่มที่นิยมแนวทางใช้ความรุนแรง หรือปลุกระดมให้ต่อต้านสถาบันอย่างรุนแรงในระดับล้มระบอบการปกครองเท่านั้น เช่น กลุ่มสหพันธรัฐไท ที่มีแผนใช้กองกำลังติดอาวุธก่อเหตุรุนแรง ซึ่งสาเหตุที่ต้องจับตา เพราะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาไทย

สำหรับวิธีปฏิบัติที่ผ่านมา รัฐบาลทุกชุดและหน่วยงานที่รับผิดชอบจะใช้การประสานกับรัฐบาลของประเทศที่กลุ่มคนเหล่านี้พำนักอยู่ ให้ช่วยเจรจาให้หยุดการเคลื่อนไหว แต่น้อยครั้งที่จะได้รับความร่วมมือ (ขนาดขอให้ช่วยเจรจายังยาก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งทีมเข้าไปอุ้มหาย อุ้มฆ่า)

อย่างกรณีกัมพูชา แม้ระยะหลัง สมเด็จฮุนเซ็น จะมีท่าทีดีขึ้นกับรัฐบาลไทย แต่ความสัมพันธ์โดยส่วนตัวก็ยังใกล้ชิดกับกลุ่มอำนาจเก่า เป็นเพื่อนกับ นายทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นไปไม่ได้ที่กัมพูชาจะใช้มาตรการรุนแรงกับกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองที่หลบหนีไปพำนัก และยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะยอมให้ไทยส่งกำลังเข้าไปจัดการกับบุคคลเป้าหมายในกัมพูชา

ส่วนกรณีของ นายวันเฉลิม จากข้อมูลเท่าที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบได้หลังมีข่าวสร้างกระแสถูกอุ้ม พบว่านายวันเฉลิมไม่ใช่บุคคลอันตราย ข้อกล่าวหาที่โดนดำเนินคดีก็ไม่ใช่ข้อหาหนักอะไรมากมาย หากเดินทางกลับมามอบตัวกับตำรวจก็เชื่อว่าจะได้รับการประกันตัวด้วยซ้ำ

ฉะนั้นหากกลุ่มที่อ้างว่านายวันเฉลิมถูกอุ้ม มีข้อมูลมากกว่านี้ ก็ควรเปิดเผยออกมา เพื่อที่หลายฝ่ายจะได้ช่วยพิจารณาว่าเป็นการอุ้มตัวจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่การสร้างสถานการณ์จัดฉากปลุกกระแสให้สอดคล้องกับการประท้วงในสหรัฐและยุโรป เพราะระยะหลังเริ่มมีการย้อนไปถึงคดีอุ้มหายอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทางการเมืองด้วย เพื่อหวังขยายประเด็นไปถึงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน คล้ายๆ กับที่มีการประท้วงในสหรัฐและยุโรปต่อต้านการเหยียดผิว ที่ลุกลามจากการปะท้วงขอความเป็นธรรมให้ “จอร์จ ฟลอยด์”

สำหรับกลุ่มที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศและถูกจับตาหรือเพ่งเล็งจากฝ่ายความมั่นคง มีราวๆ 10 กลุ่ม ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวพาดพิงสถาบันเบื้องสูง หรือปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงเพื่อล้มระบอบ ได้แก่

"วันเฉลิม" ไม่ใช่เป้าหมาย เปิด 10 กลุ่มเคลื่อนไหวถูกฝ่ายมั่นคงจับตา

1. กลุ่ม นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันพำนักในฝรั่งเศส เพิ่งหายจากอาการป่วย จึงกลับมาโพสต์ข้อมูลอีกรอบ

2. นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นการเคลื่อนไหวในนามนักวิชาการ พำนักในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มุ่งโพสต์ข้อความโจมตีรัฐบาล กลุ่มที่เห็นต่างทางการเมือง และอดีตพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงมีบางข้อความพาดพิงสถาบัน

3. นายแอนดรูว์ แมกเกรเกอร์ มาร์แชล อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ ปัจจุบันพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร มักโพสต์ข้อมูลหมิ่นสถาบันและโจมตีรัฐบาลทหาร

"วันเฉลิม" ไม่ใช่เป้าหมาย เปิด 10 กลุ่มเคลื่อนไหวถูกฝ่ายมั่นคงจับตา

4. กลุ่มคนการเมืองหรือเคยเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทย เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง, นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลุ่มนี้พำนักในสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส

5. กลุ่ม PixelHELPER ในเยอรมนี มีชาวไทยและต่างชาติอยู่เบื้องหลัง มุ่งโจมตีสถาบันฯ

6. เพจเฟซบุ๊ก KonthaiUK เป็นเพจปกปิดตัวตน มีผู้ติดตามราว 1 ล้านคน

7. กลุ่มองค์การสหพันธรัฐไท มุ่งรณรงค์เปลี่ยนแปลงการปกครอง โค่นล้มระบอบ มีการจัดรายการทางช่อง YouTube ชูแนวคิดสหพันธรัฐ แม้ “ลุงสนามหลวง” ยุติบทบาทไปแล้ว

8. กลุ่มวงดนตรีไฟเย็น  พำนักอยู่ในฝรั่งเศส จัดรายการทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และ YouTube มุ่งโค่นล้มระบอบเช่นกัน

9. ป้าหนิง ดีเค พำนักที่ที่เยอรมนี จัดรายการทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และ YouTube พาดพิงสถาบันฯ

และ 10. กลุ่มนางจรรยา ยิ้มประเสริฐ พำนักในยุโรป เคลื่อนไหวเชื่อมประสานกับหลายๆ กลุ่ม

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวในแนวทางใช้ความรุนแรง แต่ปัจจุบันยุติบทบาทลงไปแล้ว เช่น กลุ่มของ “โกตี๋” หรือ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ อดีตแกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ด้วย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง เนชั่นทีวี

คนหาย(2) “สุรชัย” ฝันใหญ่ ปฏิวัติประเทศไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คนหาย(2) “สุรชัย” ฝันใหญ่ ปฏิวัติประเทศไทย

คนหาย(2) "สุรชัย" ฝันใหญ่ ปฏิวัติประเทศไทย

9 มิถุนายน 2563 – 11:35 น.

สุรชัย แซ่ด่าน ฝันใหญ่ “ปฏิวัติประเทศไทย” ผ่านยูทูบ เชื่อใจพรรคพี่น้อง ก่อนถูกอุ้มหายตัวไปไร้ร่องรอย

++
          การหายตัวไปของ “โกตี๋” หรือสหายหมาน้อย สร้างความแตกแยกในหมู่แดงลี้ภัยฝั่งซ้าย 2 กลุ่มคือ กลุ่มลุงสนามหลวง(ชูชีพ ชีวะสุทธิ์) กับกลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน
          สหายเผด็จ(คนใกล้ชิดโกตี๋) บอกเล่าผ่าน จอม เพชรประดับ เมื่อ 31 ก.ค.2560 ว่า โกตี๋ได้ถูกกลุ่มชายชุดดำ คลุมหน้าด้วยหมวกไหมพรมพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าจับตัวไป เมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.2560

อ่านข่าว…  หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว
 
          วันที่ 8 ส.ค.2560 สุรชัย แซ่ด่าน จัดรายการปฏิวัติประเทศไทย ทางยูทูบเปิดโปงแผนลวงโลกของโกตี๋ และกลุ่มสหพันธรัฐไท สุรชัยเชื่อว่า โกตี๋ ไม่ได้ถูกอุ้มหายไป หากแต่เป็นแผนการสร้างนิยายร่วมกัน ระหว่างโกตี๋ กับลุงสนามหลวง หรือ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์

คนหาย(2) "สุรชัย" ฝันใหญ่ ปฏิวัติประเทศไทย

          แกนนำแดงสยามแฉว่า ลุงสนามหลวง เป็นคนเขียนนิยายเรื่อง “โกตี๋ถูกอุ้ม” เพราะลุงสนามหลวง กำลังจะวางแผนให้องค์กรฮิวแมนไรท์วอช ยื่นมือเข้ามาช่วยกลุ่มแดงพลัดบ้านใน สปป.ลาว
          เป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อกลุ่มลุงสนามหลวง กับกลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน ต่างใช้สื่อดิจิตอลตอบโต้กันไปมา บางครั้งถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งที่หนีตายมาอยู่ในแผ่นดินลาวเหมือนกัน
++
จับมือจักรภพ
++
          นับตั้งแต่ “สุรชัย แซ่ด่าน” ข้ามโขงไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้เผยแพร่คลิปชุด “ปฏิวัติประเทศไทย” ผ่านยูทูบมามากกว่า 200 ตอนแล้ว ระหว่างปี 2558 จนถึงปี 2561
          เนื้อหาในรายการปฏิวัติประเทศไทย จะเน้นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง วิจารณ์การเมืองไทย และพยายามพร่ำสอนทฤษฎีปฏิวัติ ที่จำมาจากสมัยเข้าป่า เขตงานสุราษฏร์ธานี
          เมื่อมาอยู่ใน สปป.ลาว สุรชัยได้ทำตัวเป็น “จัดตั้ง” ต้องดูแลคนเสื้อแดง ประมาณร้อยกว่าคน ที่หลบหนีคดีความมั่นคงและคดี 112 ไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเขาได้รับเงินช่วยเหลือมาจาก จักรภพ เพ็ญแข ที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา
++
สุรชัยถูกอุ้ม
++
          เมื่อ 26 ธ.ค.2561 “ตีโต้” ผู้ใกล้ชิด สุรชัย แซ่ด่าน ที่หลบภัยการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ได้บอกเล่าผ่านสถานีข่าวออนไลน์ของจอม เพชรประดับ ว่า สุรชัย แซ่ด่าน ประธานกลุ่มแดงสยาม พร้อมคนสนิทสองคนคือ สหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ได้หายตัวไปจากบ้านพักตั้งแต่ 12 ธ.ค.2561

คนหาย(2) "สุรชัย" ฝันใหญ่ ปฏิวัติประเทศไทย

          จากนั้น กลุ่มแดงลี้ภัยในยุโรป ได้นำภาพบ้านพักของสุรชัย แซ่ด่าน มาโพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า
          – สภาพห้องมีการรื้อคน (ตามคำบอกเล่าของคนสนิท อาจารย์เป็นคนดูแลบ้านช่อง เป็นระเบียบเรียบร้อย)
          – หมวกดาวแดง ที่อาจารย์ไม่เคยถอดเวลาออกนอกบ้านยังอยู่ครบ
          – เสื้อตัวโปรดยังแขวนอยู่
          – กระเป๋าฉุกเฉินยามต้องหนี (ที่ผู้ลี้ภัยที่นั่นจะมีการเตรียมกันไว้เสมอ ซึ่งก็คือเอกสารและของใช้สำคัญ) ยังอยู่ในบ้าน
          – ยาและอุปกรณ์ตรวจเช็กด้านสุขภาพยังอยู่
          – รถยนต์ยังจอดอยู่
          ว่ากันว่า สุรชัยมีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบาย มีรายได้จากการบริจาคของแฟนคลับ และทางยูทูบแบ่งเงินให้ตามยอดผู้ชมช่องสุรชัย แซ่ด่าน
          คนเสื้อแดงในลาว สันนิษฐานการตายของสุรชัย และสหายใกล้ชิดอีก 2 คน น่าจะมี “ไส้ศึก” นำทางกลุ่มมือสังหารเข้ามาถึงตัวสุรชัยได้ เพราะสุรชัยเป็นคนระวังตัวสูง และชอบอ้างว่า ทางผู้ใหญ่ในลาวให้การดูแลเป็นอย่างดี 
          แดงบางกลุ่มมีข้อสังเกต โกตี๋ก็ตายแล้ว สุรชัยก็หายตัวไป แต่ “สหายเผด็จ” ยังอยู่รอดปลอดภัย แถมครอบครัวทางเมืองไทย ยังได้เงินช่วยเหลือ ผรท.(อดีตสหาย) หัวละ 2 แสนบาท 
          ก่อนถูกอุ้มหาย สุรชัยพูดผ่านรายการปฏิวัติประเทศไทยว่า หลังเลือกตั้ง 2562 พวกเขาจะได้กลับบ้าน ตามนโยบายสมานฉันท์ ปรองชาติแห่งชาติ ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
          เวลานั้น สุรชัยวิเคราะห์พรรคเพื่อไทย จะชนะถล่มทลาย ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่ฝันนั้นพลัดสะดุด เมื่อถูก “นางนกต่อ” ล่อไปเข้าวงซุ่ม ถูกอุ้มหายไป

จับพิรุธ..คำสั่งปลัด สธ. 2 ปี สั่งย้าย 2 ครั้ง “หมอชาญชัย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับพิรุธ..คำสั่งปลัด สธ. 2 ปี สั่งย้าย 2 ครั้ง “หมอชาญชัย”

จับพิรุธ..คำสั่งปลัด สธ. 2 ปี สั่งย้าย 2 ครั้ง "หมอชาญชัย"

8 มิถุนายน 2563 – 18:53 น.

จับพิรุธ ย้าย “หมอชาญชัย” ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น เซ่นความต้องการ “ปลัดสาธารณสุข” มีคำสั่งย้าย 2 ครั้งใน 2 ปี ล่าสุดมาพร้อมบัตรสนเท่ที่ตั้งข้อหา “ฉ้อราษฎร์บังหลวง”

กรณีการสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น มีความเคลื่อนไหวมาก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ปี 2561 โดยสมัย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ซึ่งรับตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารสุข (สธ.)

อ่านข่าว : เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

มีคำสั่งโยกย้ายครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค.2561 ให้ “หมอชาญชัย” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเป็นผอ.โรงพยาบาลเมื่อปี 2558-2561 โดยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนที่ 12 ไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี

ในครั้งนั้นได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม โดยบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น ระบุว่า ไม่ถูกตามธรรมเนียมปฏิบัติย้ายรวดเร็ว โดยปีนั้นก็มีคำสั่งให้ นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ซึ่งเป็นผอ.โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เป็นคนที่ 13 โดยไม่ได้ระบุเหตุผลในการย้าย

แต่ดูเหมือนเป็นการย้ายโดยไม่สมเหตุสมผลเพราะ “หมอชาญชัย” ยังทำงานได้ไม่ครบวาระที่ควรจะเป็นเพราะทำงานได้เพียงแค่ 3 ปี เศษ ๆ เท่านั้น ทำให้บุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่น นัดแต่งดำไว้ทุกข์ คัดค้านการการย้าย

แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะปีนั้น นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ก็เดินทางมาเป็นผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น แต่อยู่ได้เพียงแค่ 2 สัปดาห์ สุดท้ายมีคำสั่งจาก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขในขณะนั้นให้ย้าย หมอชาญชัย กลับมาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นตามเดิม กระแสจึงเงียบลงและทุกคนก็ทำงานกันเหมือนเดิมจนกระทั่งถึงปี 2563 นี้

พอมาปีนี้ 2563 มาถึงสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย คนเดิมที่ยังนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งย้าย หมอชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นอีกครั้ง เป็นผู้อำนวยการคนที่ 14  โดยครั้งนี้ให้ย้ายเข้ากระทรวงสาธารณสุขและแต่งตั้ง นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี มาเป็นรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นเป็นครั้งที่ 2 นับเป็นคนที่ 15

สำหรับการโยกย้ายครั้งที่ 2 ให้เหตุผลว่า มีข้อร้องเรียนมาจากบัตรสนเท่ห์ กล่าวหาว่าหมอชาญชัย ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เรียกรับเงินจากบริษัทยาและร้านค้า 5 เปอร์เซ็นต์ เข้าบัญชีกองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่น ทางกระทรวงจึงรับเรื่องร้องเรียนแล้วตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยตั้งข้อหา “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” กับหมอชาญชัย และมีคำสั่งย้ายไปอยู่กระทรวงสาธารณสุขทั้งที่ผลการสอบสวนยังไม่ออกมา

สำหรับกรณีเงินบริจาคจากบริษัทยาร้อยละ 5 ที่เป็นเหตุผลการย้ายครั้งนี้นั้น จากข้อมูลคำสัมภาษณ์ของ หมอชาญชัย ระบุว่า เงินบริจาคจากบริษัทยามีมาตั้งแต่ปี 2508 กระทั่ง ครม.มีมติห้ามรับเงินผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากบริษัทยา

จากนั้น มี.ค. 2561 มีคำสั่งจากกระทรวงสาธารณสุขไม่ให้รับ จึงประชุมคณะกรรมการบริหาร พร้อมทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังทุกฝ่ายให้งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา รวมทั้งทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทยาด้วย

แต่ยอมรับว่าช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. 2561 มียอดเงินบริจาคผ่านกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น เดือนละ 1 ล้าน 3 แสนบาท จากปกติมียอดบริจาคเฉลี่ยเดือนละ 2 ล้าน ซึ่งเข้าใจว่า เงินบริจาคไม่ได้มาจากบริษัทยา จากนั้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ทางโรงพยาบาลได้ปิด “กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น”โดยให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคผ่านบัญชี “เงินโรงพยาบาลขอนแก่น” 

กระทั่งเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2563 มีหนังสือคำสั่งลงนาม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้หมอชาญชัย ไปปฏิบัติราชการที่กระทรวงสาธารณสุข พร้อมมีคำสั่งให้ นายแพทย์เกรียงศักดิ์ คนเดิมเข้ามารับตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ภายในวันที่ 5 มิ.ย. 2563

และเกิดกระแสการคัดค้านและประท้วงอย่างหนักหน่วง พร้อมติดแฮชแท๊ก #Save หมอชาญชัย เกิดขึ้นจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ พร้อมบรรยากาศที่แสนอึมครึมกับปัญหาโควิด 19 ในขณะนี้ โดยคาดกันว่าหากเป็นในรูปแบบเดิม ไม่แน่ว่า หมอชาญชัย อาจจะได้กลับมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น คนที่ 16 ในเร็วนี้ ๆ นี้ก็ได้ 

     0 กวินทรา ใจซื่อ ศูนย์อีสาน 0 รายงาน

ย้อนรอย ลูกหนังการเมือง ฮุนเซนเตะ นปช #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ย้อนรอย ลูกหนังการเมือง ฮุนเซนเตะ นปช

ย้อนรอย ลูกหนังการเมือง ฮุนเซนเตะ นปช

8 มิถุนายน 2563 – 18:03 น.

คุณหญิงหน่อยคงจำไม่ได้ ศึกลูกหนังประวัติศาสตร์ ทีมฮุนเซน เตะกับทีมสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กลางกรุงพนมเปญ เสื้อแดงครึ่งหมื่นตามเชียร์

++

ขณะที่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลไทย และรัฐบาลกัมพูชา รับผิดชอบต่อกรณี “วันเฉลิม” ผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยถูกอุ้มหายในพนมเปญ ดังระงมในสื่อโซเชียล 

วันที่ 6 มิ.ย.2563 “วันชนะ เกิดดี” อดีตแกนนำ นปช.ที่กำลังหลบหนีคดีล้มประชุมอาเซียนฯ ได้โพสต์เพลง “คืนลับฟ้า” ที่หน้าเฟซบุ๊คส่วนตัวของเขา

เพลง “คืนลับฟ้า” เป็นเพลงลูกทุ่งดังในอดีต มีคำร้อง 2 ภาษาทั้งไทย และเขมร ถ้ายังจำกันได้ วันชนะ เกิดดี นักร้องลูกทุ่งเสียงทอง ได้นำเพลงคืนลับฟ้า ไปร้องในสนามกีฬาแห่งชาติโอลิมปิก กรุงพนมเปญ เมื่อ 24 ก.ย.2554

วันนั้น มีรายการฟุตบอลมิตรภาพไทย-กัมพูชา ระหว่างทีมวีไอพีเขมร นำโดยสมเด็จฮุน เซน เตะกับทีม นปช. ที่มี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ลงสนามด้วย ซึ่งต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ 

++

เพื่อไทยขยับ

++

กระแส “วันเฉลิม” มาแรง ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ในนามคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์กรณี วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เรียกร้องให้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทางการทูตต่อประเทศกัมพูชาเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และชีวิตของวันเฉลิม โดยทันที ซึ่งการเพิกเฉยของรัฐบาลอาจทำให้ ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมกับการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าวเสียเอง

ด้านกัมพูชากลับเงียบสงบ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กำลังเตรียมการเปิดสำนักงานพรรคประชาชนกัมพูชา ซึ่งก่อสร้างอาคารหลังใหม่ โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันฉลองครบรอบ 69 ปี พรรคประชาชนกัมพูชา

คุณหญิงหน่อย อาจลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนกัมพูชา สนิทแนบแน่นกันมาก 

++

ฟุตบอลมิตรภาพ

++

หลายคนยังจำภาพเกมลูกหนังกระชับมิตร ระหว่างทีมวีไอพีกัมพูชา นำโดยสมเด็จฮุน เซน กับทีม นปช. ที่มี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นำทัพลงสนาม พร้อมด้วยนักเตะจากพรรคเพื่อไทยอีกหลายคน

ย้อนรอย ลูกหนังการเมือง ฮุนเซนเตะ นปช

                                                        จตุพรในสนามวันนั้น 

ปีนั้น สมเด็จฮุน เซน เปิดด่านให้คนเสื้อแดงนับพันคน เดินทางข้ามแดนไปชมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรที่พนมเปญ ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ คึกคักไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง บางคนถือป้ายรูปหัวใจด้านหน้าเป็นภาพของทักษิณ ชินวัตร อีกด้านเป็นภาพสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา โดยเขียนภาษาอังกฤษกำกับไว้ว่า “WE LOVE HUN SEN …. WE LOVE CAMBODIA”

ย้อนรอย ลูกหนังการเมือง ฮุนเซนเตะ นปช

                                                          ฮุนเซน โชว์เพลงเตะ

ก่อนที่จะมีการเตะลูกหนัง สมเด็จฮุนเซน เปิดโอกาสให้ จตุพร พรหมพันธุ์ และ ส.ส.เพื่อไทยกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าพบแสดงความเคารพต่อสมเด็จฮุนเซน ที่ตึกวิมานสันติภาพ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ภาพอดีตเหล่านี้ แกนนำ นปช.ยังจดจำได้ดี ยกเว้นบางคนที่อยากลืม

คนหาย(1) “โกตี๋” วิถีใต้ดิน ชูเปลี่ยนระบอบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433183?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

คนหาย(1) “โกตี๋” วิถีใต้ดิน ชูเปลี่ยนระบอบ

 คนหาย(1) "โกตี๋" วิถีใต้ดิน ชูเปลี่ยนระบอบ

“โกตี๋” ปักหลักอยู่ฝั่งซ้าย ใช้สื่อดิจิตอล ปลุกระดมล้มระบอบเก่า ก่อนจะหายตัวไปแบบมีปริศนา

++

ช่วงปี 2558-2562 มีผู้ลี้ภัยการเมืองทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง หายตัวไป 8 คน และมีเพียง 2 ราย ที่พบศพลอยในน้ำโขงมาติดฝั่งขวา

ว่ากันตามจริง รายละเอียดการหายไปของแต่ละคน ก็แตกต่างกัน มิอาจเหมารวมว่า “เห็นต่างทางความคิด” ทำไมต้องถูกอุ้มฆ่า?

หลังรัฐประหาร 2557 มีคนเสื้อแดงหลบหนีไปอยู่ในลาวนับร้อยคน และมีอยู่ 2 กลุ่ม ที่รวมตัวกันจัดรายการวิเคราะห์การเมือง ผ่านยูทูบ ลักษณะคล้ายกับวิทยุใต้ดินของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) โดยมีการตั้งสถานีวิทยุคลื่นสั้น ส่งกระจายเสียงจากเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน

 คนหาย(1) "โกตี๋" วิถีใต้ดิน ชูเปลี่ยนระบอบ

                                                                              โกตี๋ เรดการ์ด

++

สหายหมาน้อย

++

กลุ่มแดงลี้ภัยในลาว ที่จัดรายการใต้ดินทางยูทูบ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มโกตี๋ และลุงสนามหลวง จัดรายการ“สหพันธรัฐไท” 2.กลุ่มแดงสยาม สุรชัย แซ่ด่าน จัดรายการ “ปฏิวัติประเทศไทย”

“โกตี๋ เรดการ์ด” หรือวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ เจ้าของสถานีวิทยุชุมชนเรดการ์ด เรดิโอ ลำลูกกา ปทุมธานี หนีการไล่ล่าของฝ่ายความมั่นคงไทย ไปอยู่พนมเปญ ก่อนจะเคลื่อนเข้า สปป.ลาว

ตอนแรก โกตี๋อยู่บ้านเดียวกับสุรชัย แซ่ด่าน แต่ปัญหาขัดแย้งกัน เลยแยกตัวออกมาจัดรายการยูทูบ ร่วมกับชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง โดยโกตี๋ ใช้ชื่อในการจัดรายการว่า “สหายหมาน้อย” แต่คนเสื้อแดงที่ฟังจากช่องยูทูบ ก็จำเสียงโกตี๋ได้

สหายหมาน้อย และลุงสนามหลวง ประกาศแนวทางสหพันธรัฐไททางช่องยูทูบทุกคืน ไม่เอาระบอบการเมืองปัจจุบัน ไม่เอาสถาบันเบื้องสูง

โกตี๋หรือสหายหมาน้อย เป็นนักพูด ลีลาดุเด็ดเผ็ดมัน จึงมีผู้ติดตามทางยูทูบมากมาย และบริจาคเงินทองให้เขามากมาย แต่โกตี๋หารู้ไม่ว่า เอฟซีสหายหมาน้อยส่วนหนึ่งคือ หน่วยข่าว กอ.รมน. หรือหน่วยข่าว ศรภ.

                                                                 คนหาย(1) "โกตี๋" วิถีใต้ดิน ชูเปลี่ยนระบอบ

                                                                  โกตี๋หรือสหายหมาน้อย

++

สร้างเขตปลดปล่อย

++

ล่าสุด ต้นเดือนมีนาคม“สหายหมาน้อย” หรือ “โกตี๋” แถลงยุทธศาสตร์ตั้งเขตปลดปล่อย และเตรียมการฝึกกำลังคนผ่านทางวิทยุใต้ดินสถานีสหพันธรัฐไท

โกตี๋ยังขานชื่อ “พื้นที่เป้าหมาย” ในการสร้างเขตปลดปล่อย ได้แก่ นครพนม,ขอนแก่น, สระแก้ว, แม่สอด และแม่ฮ่องสอน โดยเตรียมระดมคนเสื้อแดงไปฝึกที่ฝั่งซ้าย

วันที่ 18 มี.ค.2560 ทหาร ร.2 รอ.ที่มาประจำการอยู่แถวลำลูกกา ได้ค้นพบ “คลังแสง” ในบ้านเครือข่ายของโกตี๋ ที่ปทุมธานี คืนวันนั้น สหายหมาน้อยหรือโกตี๋ โต้ตอบทันทีว่า เป็นการจัดฉากของทางทหาร

วันถัดมา โกตี๋ให้สัมภาษณ์ จอม เพชรประดับ ทางช่อง Thaivoice กรณีรัฐบาลไทยตั้งข้อหามีอาวุธสงครามและวางแผนก่อเหตุร้ายในไทย โดยโกตี๋ยันยันว่า ทั้งหมดเป็นการจัดฉาก

สิ่งหนึ่งที่โกตี๋ไม่ปฏิเสธ และย้ำกับจอม เพชรประดับ ว่า แนวทางการต่อสู้ของสหพันธรัฐไทนั้นมุ่งหมาย “เปลี่ยนระบอบ” และพวกเขาหวังว่า สักวันหนึ่งข้างหน้า “มวลชนจะลุกฮือ” ขึ้นมาล้มล้างระบอบเก่า

++

มัจจุราชดำ

++

ช่วงเดือน มิ.ย.2560 โกตี๋จะเข้าสายไลน์สดกับจอม เพชรประดับ อยู่หลายหน เพื่อแจ้งข่าวว่า ตอนนี้ได้ออกจาก สปป.ลาวแล้ว โดยเข้ามาอยู่ในภาคอีสาน พร้อมสวมชุดลายพราง ไปถ่ายรูปกลางป่า เพื่อจะบอกกับทางการลาวว่า หนีไปอยู่ตามป่าตามเขา

เวลา 21.45 น. วันที่ 29 ก.ค.2560 โกตี๋ และภรรยา พร้อมกับ “สหายเผด็จ” กลับจากไปพบ “เจ้านายฝั่งลาว” เมื่อเข้าบ้านก็มีชายชุดดำหลายคน ดักทำร้ายโกตี๋ และนำตัวเขาเพียงคนเดียวออกไปจากบ้าน ส่วนภรรยาและสหายเผด็จ ถูกทำร้ายร่างกายจนสลบไป

คืนวันเกิดเหตุ ลุงสนามหลวงได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวโกตี๋ถูกอุ้มจากเจ้าหน้าที่ลาว และได้ทราบรายละเอียดทั้งหมดจากปากคำของสหายเผด็จ ที่อยู่กับโกตี๋ในคืนนั้น

จวบจนถึงวันนี้ ยังเป็นปริศนาในหมู่แดงลี้ภัยว่า ทำไมกลุ่มนักฆ่า จึงไม่เอาตัวสหายเผด็จไปด้วย ทั้งที่เป็นตัวละครสำคัญคนหนึ่ง