SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

ข้าชื่อ”ทวี”ผู้มากบารมีจอมบึง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433009?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ข้าชื่อ”ทวี”ผู้มากบารมีจอมบึง

ข้าชื่อ"ทวี"ผู้มากบารมีจอมบึง

“ทวี ไกรคุปต์” ผู้แทนจอมเก๋า ฝังรากลึกในพื้นที่ อ.จอมบึง มายาวนาน เสมือนบ้านหลังที่ 2  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วันก่อน วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เกาะติดการทำงานของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไปชี้แนวเขตที่ดินของ ทวี ไกรคุปต์ บิดาของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า บุกรุกครอบครองที่ป่าไม้ถาวรที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

          พื้นที่ ต.ท่าเคย อยู่ติดเทือกเขาตะนาวศรี และมีเขตติดต่อกับ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ดังที่ทราบกัน ฟาร์มไก่ของ ส.ส.ปารีณา ก็อยู่ในบริเวณเขาสนฟาร์ม หมู่ที่ 6 ต.รางบัว

ข้าชื่อ"ทวี"ผู้มากบารมีจอมบึง

ทวี ยังเดินสายงานศพ ใน อ.จอมบึง ตามปกติ

++
จอมบึงในอดีต
++
คนรุ่นโบราณนานมา คงจำได้ว่า ปี 2513 มีหนังไทยเรื่อง “จอมบึง” เข้าฉายที่โรงหนังเพชรรามา ย่านประตูน้ำ นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา

          หนังเรื่องจอมบึง สะท้อนภาพชีวิตคนบ้านป่าบ้านดง และการต่อสู้ภัยลัทธิคอมมิวนิสต์ อย่าลืมว่า สมัยโน้น อาณาเขต อ.จอมบึง ทอดยาวถึง ต.สวนผึ้ง ติดเทือกเขาตะนาวศรี

          เดือนตุลาคม 2517 กระทรวงมหาดไทย จึงอนุมัติให้แยก ต.สวนผึ้ง ออกจาก อ.จอมบึง และตั้งเป็นกิ่งอำเภอสวนผึ้ง

          ระหว่างปี 2512-2516 อ.จอมบึง กลายเป็นเขตสีแดง นสพ.ไทยรัฐ ฉบับ 25 ต.ค.2515 พาดหัวข่าวว่า “คอปเตอร์ ทบ.ตก 2 ลำซ้อน โดนยิงขณะบินปฏิบัติการกวาดล้าง ผกค.ที่ราชบุรี”

          กองอำนวยการการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (กอ.ปค.) ได้ประกาศให้ จ.ราชบุรี เป็นเขตแทรกซึมของ ผกค.เมื่อปี 2512

          ในวันบ้านเมืองสงบสุข จอมบึง และสวนผึ้ง กลายเป็นทำเลทองของนายหน้าค้าที่ดิน

ข้าชื่อ"ทวี"ผู้มากบารมีจอมบึง

ทวี ไม่เคยทิ้งพื้นที่

++
เจ้าพ่อจอมบึง
++
ทวี ไกรคุปต์ บิดาของปารีณา เป็นชาว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีเครือญาติมากมายทั้งในสายตระกูล “ไกรคุปต์” และ “จังพานิช” โดยเฉพาะพี่ชายแท้ๆ คือ สวัสดิ์ จังพานิช เคยเป็น ส.จ.ราชบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม

          การเลือกตั้ง 22 เม.ย.2522 “ทวี” ตัดสินใจสมัคร ส.ส.โดยไม่สังกัด ขายความเป็นตระกูล “จังพานิช” ในเขต 1 ราชบุรี (บ้านโป่ง,โพธาราม,จอมบึง,บางแพ และ สวนผึ้ง)

          ทวีเป็น ส.ส.สมัยแรก มีบทบาทการเมืองสูง ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เมื่อมีการเลือกตั้งปี 2526 ทวีสังกัดพรรคชาติไทย ลง ส.ส.เขต 1 ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2

          สมัยโน้น อ.จอมบึง ยังเป็นถิ่นทุรกันดาร ไม่มีถนนลาดยาง ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสิทธิทำกินในที่ดินตนเอง และขาดระบบชลประทาน

          ส.ส.ทวี ได้เข้าช่วยชาวบ้าน ทั้งการแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคและการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกิน จอมบึงจึงกลายเป็น “ฐานเสียง” สำคัญของเขา

          เลือกตั้งปี 2544 เป็นการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว ทวีลงสมัคร ส.ส.เขต 3 (อ.จอมบึง ยกเว้น ต.รางบัว และ อ.โพธาราม ยกเว้น ต.บ้านฆ้อง และ ต.บ้านสิงห์) พรรคไทยรักไทย พ่ายแพ้ชนิดหักปากกาเซียน

          นับแต่การเลือกตั้งปี 2554 เขต 3 ราชบุรี ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็น อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ยกเว้น 3 ตำบล ทวีส่งลูกสาว-ปารีณา ลงสมัคร ส.ส. ก็ได้รับเลือกตั้งมาทุกสมัย

          ผลงานของทวี ในพื้นที่ อ.จอมบึง เช่น ถนนลูกรัง ถนนลาดยาง คลองชลประทาน และการขยายเขตไฟฟ้า

แม้ อ.โพธาราม จะมี 19 ตำบล (ตัดแบ่งออกไป 3 ตำบล เหลือ 16 ตำบล) แต่ทวีจะให้น้ำหนัก อ.จอมบึง ที่มี 6 ตำบล 90 หมู่บ้าน เนื่องจากระยะหลัง อ.โพธาราม เป็นฐานเสียงของนักการเมืองหลายพรรค ต่างจาก อ.จอมบึง มีตระกูลเดียวคือ “ไกรคุปต์”

          พักหลัง ทวีมีปัญหาคาใจกับพี่น้องสายโพธาราม “จังพานิช” จึงต้องยึดจอมบึงไว้ให้ได้

บทเรียน”แอนตี้” ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432966?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

บทเรียน”แอนตี้” ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

“แอนตี้” แดงลี้ภัยในเขมร ผู้จัดรายการตื่นเถิดชาวไทยทางช่องยูทูบ ปิดปากตัวเองมาปีเศษ เพราะเจ้าบ้านขอร้องให้หยุด

ระหว่างปี 2559 – 2561 สถานีวิทยุใต้ดินฝั่ง สปป.ลาว ออกอากาศผ่านช่องยูทูบ ด้วยความคึกคัก ฝั่งกัมพูชากลับมีเพียง 2 สถานีคือ รายการ “ชนตรง” ของ พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำ นปช.แถว 2 และรายการ “ตื่นเถิดชาวไทย” ของ แอนตี้-พิษณุ พรหมสร แกนนำคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ

                                                 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

กลางปี 2562 หลังการหายตัวไปของสุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง วิทยุใต้ดินทางฝั่งซ้ายก็ปิดตัวลง แอนตี้-พิษณุ พรหมสร ที่จัดรายการวิทยุใต้ดินร่วมกับ “หนิง ดีเค” แดงตัวแม่ที่อยู่ในยุโรปมานาน

ปรากฏว่า ป้าหนิงได้แจ้งข่าวว่า แอนตี้ขอเลิกจัดรายการตื่นเถิดชาวไทย เนื่องจากเจ้าบ้าน ไม่ยอมให้ใช้เขมรเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมืองโจมตีรัฐบาลเพื่อนบ้าน

“แอนตี้ พิษณุ” เป็นชาวสันกำแพง จ.เชียงใหม่ มาร่วมเคลื่อนไหวต้านเผด็จการทหาร ร่วมกับกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่ต้นปี 2550 เขาจึงสนิทกับ วราวุธ ฐานังกรณ์ หรือสุชาติ นาคบางไทร

                                                             บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

                                                             แอนตี้ พิษณุ

ระหว่างปี 2550-2551 การชุมนุมต้านรัฐประหารที่ท้องสนามหลวง กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะกลุ่มคนที่ต้องการล้มล้างสถาบันฯ

 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

                                      รายการของแอนตี้

กลางปี 2552 ศาลออกหมายจับ “แอนตี้ พิษณุ” ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง เขาจึงหลบหนีไปอยู่  สปป.ลาว ตามหลัง สุชาติ นาคบางไทร ได้หลบหนีคดี 112 ไปอยู่ทางฝั่งซ้าย

ปลายปี 2553 “สุชาติ” กลับประเทศ และยอมให้ตำรวจจับกุมดำเนินคดี ส่วน “แอนตี้ พิษณุ” ไม่ยอมกลับและเดินทางไปพำนักอยู่ในกัมพูชา

สมัยรัฐบาลฮุนเซน มีสัมพันธ์อันดีกับกลุ่ม นปช. ระหว่างปี 2553-2556 “แอนตี้” ถือตัวเองว่าเป็นแดงอิสระ แดงเปลี่ยนระบอบ จึงไม่ทำกิจกรรมร่วมกับคนเสื้อแดง แอนตี้เลือกที่จะจัดรายการวิทยุใต้ดินกับชูพงศ์ ถี่ถ้วน

ระยะหลัง แอนตี้หันไปพึ่งพาแดงยุโรป อาทิ ป้าวันเพ็ญ สวีเดน และป้าหนิง ดีเค โดยส่วนตัว แอนตี้เคารพสุรชัย แซ่ด่าน และนับถือเป็นศาสดาแห่งการเปลี่ยนแปลงระบอบ

เนื่องจากแอนตี้อยู่ในเขมรมานาน จึงรู้ทิศทางลมดี เมื่อเจ้าบ้านขอร้องให้หยุดจัดรายการตื่นเถิดชาวไทย เขาก็หยุดทันที

“ตู้ปันสุข” เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432956?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“ตู้ปันสุข” เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

"ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

ตู้ปันสุข เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ… โดยชัยวัฒน์  ปานนิล

กรณีศึกษาผ่าน ตู้ปันสุข ที่มีการติดตั้งกันเป็นจำนวนมากตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือส่วนราชการ พอเวลาผ่านไป สิ่งที่มองเห็นบางอย่างสะท้อนความจริงได้อย่างน่าศึกษา

กรณีของผู้ให้หรือผู้ที่นำสิ่งของมาใส่ในตู้ปันสุข ก็มีหลากหลาย อาจจะแบ่งได้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ก็สามารถกระจายสิ่งของไปได้หลายพื้นที่ มูลนิธิ กลุ่มอาสา ส่วนราชการ ในท้องถิ่น คนกลุ่มนี้มีการนำสิ่งของเป็นจำนวนมากมาใส่ตามตู้ปันสุขหลายจุด แต่ก็เน้นในจุดที่ส่วนราชการเป็นผู้ดูแลหรืออยู่ในสถานที่ปลอดภัย หรือไม่ก็รอแจกให้หมดก่อนแล้วค่อยไป

สำหรับส่วนราชการที่เป็นเจ้าของตู้ก็นำสิ่งของมาใส่ในตู้บ้างหลักจะเป็นการเริ่มต้นให้กับคนอื่นเสียมากกว่า กรณีของผู้มอบสิ่งของผ่านตู้ปันสุข จะแสดงถึงบารมีของเจ้าของตู้ หรือความเกรงใจที่มีต่อเจ้าของตู้เสียมากกว่าจะมองถึงประโยชน์ของผู้ยากไร้ที่ได้รับจากตู้ปันสุข ถ้ามองให้ดีๆ ก็จะเห็นความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ระหว่างผู้มอบของกับเจ้าของตู้

ในส่วนของผู้ที่มารับสิ่งของจากตู้ปันสุข (ตอนที่ไม่มีนักข่าว) ก็จะเป็นชาวบ้านที่มีความสะดวกในการเดินทาง ชาวบ้านที่ลำบากจริงๆ ไม่มีเวลาเดินมาหยิบขนม 2 ชิ้นที่หน้าที่ว่าการอำเภอหรือหน้าโรงพักแน่นอน

ภาพที่นำเสนอผ่านสื่อบางครั้งก็แปลกใจ คุณยายท่านหนึ่งดูการแต่งกายก็เหมือนขัดสนพอสมควร หยิบเอานม 2 กล่อง แทนที่จะเอาข้าวสาร 5 กก.ที่วางอยู่ใกล้กัน บางคนเดินมาใกล้ตู้ปันสุขเพื่อหยิบปลากระป๋องกับนม

ที่น่าคิดมากกว่านั้นคือ มีการติดกล้องวงจรปิดที่บริเวณตู้ปันสุข เพื่อนำภาพของคนที่มาหยิบเอาสิ่งของแล้วแสดงออกแปลก เช่น ยกมือไหว้ตู้ปันสุข ก้มลงกราบ หรือแอบมาหยิบของตอนไม่มีคน แต่เท่าที่สังเกต ไม่มีคนแอบเอาสิ่งของมาใส่ตู้ปันสุข มีแต่มาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมบันทึกภาพและแชร์ในโลกโซเชียลเพื่อประกาศคุณความดี

ในส่วนตัวมองว่า ตู้ปันสุขเป็นเรื่องราวที่ดี หากอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แต่เท่าที่เห็นมันไม่ใช่อย่างที่คิด มันเป็นการนำเสนอเพื่อเติมความสุขให้เจ้าของตู้ปันสุข ให้คนที่มอบสิ่งของใส่ในตู้ปันสุข แต่ความสุขนั้นมาไม่ถึงคนที่หยิบของไปจากตู้ปันสุข

นอกจากมุมมองที่มีเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ให้กับผู้รับ” ที่เหมือนสวรรค์กับนรก ข่าวที่นำเสนอก็แบ่งได้เช่นนั้น ทำอย่างไรตู้ปันสุข ถึงจะปันสุขได้จริง อยากให้ทุกฝ่ายปรับเปลี่ยนกันดู ก่อนอื่นปรับเปลี่ยนสายตาที่มองคนไปมอบของกับสายตาที่มองคนไปหยิบของให้ได้ก่อน แค่นั้นก็เรียกว่า ปันสุข

"ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

  "ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

  "ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

       

เรื่องเขมร ถาม “จักรภพ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432939?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เรื่องเขมร ถาม “จักรภพ”

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

“วันเฉลิม” หายตัวไปในพนมเปญ หลายคนนึกถึง “จักรภพ เพ็ญแข” ผู้เคยใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาฮุนเซนนับสิบปี

++
มีประเด็นร้อนกรณี “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ที่มีข่าวว่า ถูกอุ้มหายไปในกัมพูชา ทำให้สื่อมวลชนไทยนึกถึงอดีตรัฐมนตรีหนุ่มผู้มีอุดมการณ์แก่กล้า “จักรภพ เพ็ญแข” ขึ้นมาทันที

          แม้หน่วยข่าวความมั่นคงไทย ยังเชื่อว่า จักรภพ เพ็ญแข ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทย จะอยู่ในกรุงพนมเปญ กัมพูชา แต่ทางการกัมพูชาก็ปฏิเสธตลอด และสื่อเขมรได้รายงานว่า จักรภพออกจากพนมเปญไปอยู่ที่สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2558

          สถานการณ์ในกัมพูชา พ.ศ.นี้ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีความสนิทแนบแน่นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยมาแต่รัฐบาล คสช. จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน จึงไม่ยินยอมให้ “แดงลี้ภัย” ใช้กัมพูชาเป็นฐานโจมตีรัฐบาลประยุทธ์

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

จักรภพ เพ็ญแข

          จักรภพ เพ็ญแข ออกจากเมืองไทยมาแต่ปี 2552 หลังยุทธการโค่นอำมาตย์ยกที่ 1 พ่ายแพ้ โดยมาปักหลักอยู่ในพนมเปญ ช่วงปี 2553 ตอนที่แกนนำ นปช.ส่วนหนึ่งแตกทัพมาอยู่เขมร จักรภพก็คอยประสานช่วยเหลือเป็นอย่างดี

          หลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยึดอำนาจ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย หนีออกจากเมืองไทย ไปตั้งหลักที่กัมพูชา

          สุรชัย แซ่ด่าน สมัยอยู่ที่เมืองลาว ได้เล่าผ่านรายการปฏิวัติประเทศไทยตอนหนึ่งว่า “ในอพาร์ตเมนต์กลางกรุงพนมเปญ เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของผู้รักประชาธิปไตย พวกเราได้ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด”

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

          หลังจากนั้น จารุพงศ์ และจักรภพ ได้ไปแถลงการณ์จัดตั้งองค์กรเสรีไทย ที่สหรัฐฯ โดยกลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน และโกตี๋ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ เคลื่อนออกจากกัมพูชา ไปอยู่ สปป.ลาว

          เหมือนว่าเวลานั้น ทางฝ่ายกัมพูชา มีข้อเสนอให้กลุ่มแกนนำเสื้อแดงว่า ให้พักอาศัยอยู่ได้ แต่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนช่วงปี 2553-2555

          สุรชัยเคยเล่าว่า แรกๆ ทางจารุพงศ์ และจักรภพ ก็ให้การสนับสนุนกลุ่มแกนนำแดงพลัดถิ่นที่เมืองลาว แต่ผ่านไป 2-3 ปี องค์กรเสรีไทยก็ไม่ได้ช่วยเหลือพวกเขา ต้องดิ้นรนหาเงินหาทองเอง

          จักรภพเร้นกายหายไปในแวดวงธุรกิจสื่อเขมร อีกด้านหนึ่ง องค์กรเสรีไทยก็ล่มสลาย เพราะจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ถอดใจ หมดเงินไปเยอะ แต่ไม่มีความคืบหน้า

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

องค์กรเสรีไทย

          ทางการไทยพยายามหลายครั้ง ที่จะขอให้รัฐบาลกัมพูชาส่ง “นักโทษคดี 112” กลับมาดำเนินคดีในเมืองไทย แต่ทางการกัมพูชาก็ยืนยันว่า บุคคลที่ฝ่ายไทยต้องการตัวนั้น ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินกัมพูชาแล้ว

          ระยะหลัง จักรภพกลับมาใช้แฟนเพจเฟซบุ๊ค”จักรภพ เพ็ญแข – Jakrapob Penkair” เขียนวิพากษ์การเมืองไทยอีกครั้ง

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563 จักรภพ เขียนเรื่อง “พรรคการเมือง” ท่ามกลางกระแสข่าวอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย จะร่วมกันตั้งพรรคการเมืองใหม่

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

วันเฉลิมที่มีข่าวถูกอุ้มหายตัวไป

          “ไม่ว่าจะเลือกสังกัดกับฝ่ายใดก็ตาม เรามีหน้าที่จะต้องช่วยพัฒนาระบอบประชาธิปไตยกันทั้งนั้น เพราะระบอบเผด็จการทหาร เผด็จการธุรกิจ เผด็จการขุนนาง และเผด็จการชนชั้นนำทุกชนิด กำลังนำไปสู่ความสิ้นชาติ หรืออาจมีแผ่นดินให้เห็นเป็นภาพลวงตากันอยู่ แต่ไม่มีอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง”

          อย่างไรก็ตาม จักรภพก็แอบนินทาเพื่อนเก่าว่า “…ถ้าเราเริ่มอะไรต่ำๆ โดยกลัวคนจะครหาว่าสูงเกินไป ชาตินี้และชาติหน้าก็คงจะตกต่ำและแพแตกไปเรื่อย จนอาจจะไหลลงน้ำตกตรงหน้าผาข้างหน้านี้เอง”

จับตาตั้ง “เลขาธิการ ปปง.”คนใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432900?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จับตาตั้ง “เลขาธิการ ปปง.”คนใหม่

จับตาตั้ง "เลขาธิการ ปปง."คนใหม่

นับจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน คาดว่าจะมีการแต่งตั้ง “เลขาธิการ ปปง. คนใหม่” หลังจากที่ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์  วืดไม่ได้เป็น แต่คนที่จะมานั่งตำแหน่งนี้อาจต้องคิดหนัก หากมองย้อนไปถึงประวัติของ”เก้าอี้ใหญ่”ตัวนี้

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวออกมาว่า พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง. และรักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. จะทำเรื่องโอนกลับไปเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) หรือตำแหน่ง” ผู้บัญชาการ”ที่เป็นตำแหน่งเฉพาะตัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สาเหตุก็น่าจะมาจากการที่ พล.ต.ต. ปรีชา ไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่ง”เลขาธิการ ปปง.” ตามที่มีการเสนอชื่อไป จึงขอโอนกลับมาเป็นราชการตำรวจเช่นเดิม

พร้อมกันนั้นก็มี”ข่าวลือ”ออกมาว่า สำนักนายกรัฐมนตรีจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส.)โอนสลับตัวกัน ไปดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ ปปง. ก่อน จากนั้นก็จะเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อขอความเห็นชอบให้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ เป็น เลขาธิการ ปปง.ต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าคงใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน

สำหรับ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รอง ผบช.ส. นั้น เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่กำลังจะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.ที่จะถึงนี้ รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ความมั่นคง(มค.) และ พล.ต.อ.สุชาติ  ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. สืบสวนสอบสวน(สส.) อีกด้วย

แต่ถ้าหากมองย้อนไปดูเก้าอี้”เลขาธิการ ปปง.”ก็จะมีคำถามว่า “เก้าอี้เลขาธิการ ปปง.”นี่มันอะไรนักหนา ตำแหน่งนี้ว่างเว้นมานาน ผลัดกัน”รักษาการ”ไปมายาวนานจนทุบทำลายสถิติ

 ในรอบกว่า 6 ปีที่ผ่านมา เก้าอี้เลขาธิการ ปปง. ถูกมองว่ามีปัญหา เป็นเกมช่วงชิงอำนาจในองค์กรตรวจสอบสำคัญที่มีภารกิจหลักด้านการยึดอายัดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตัดวงจรการเงินผิดกฎหมาย  โดยหลังการคุมอำนาจเบ็ดเสร็จของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรัฐบาล คสช.ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลผสมที่มี”พรรคพลังประชารัฐ”เป็นแกนนำ ตำแหน่งที่มีปัญหาต่อเนื่องยาวนานหนีไม่พ้น “เลขาธิการ ปปง. ”

 ถนนดินลูกรังหรือเส้นทางขวากหนามบนเส้นทางสาย ปปง.เริ่มต้นขึ้นหลังการเกษียณอายุราชการของพล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ซึ่งย้ายข้ามห้วยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเป็นเลขาธิการ ปปง.พร้อมกับเด้ง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.จนครบวาระ 4 ปีแล้วต้องขยับไปเป็นที่ปรึกษาปปง. โดยพ.ต.อ.สีหนาท ถูกโยกไปตบยุงที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการปิดฉากการเจริญเติบโตของ”ลูกหม้อ ปปง.” นับตั้งแต่นั้นมา ซึ่ง พล.ต.อ.ชัยยะ ได้กุมบังเหียนการบริหารงานใน ปปง.จนครบเกษียณอายุราชการ และต่อมาได้ขยับขึ้นเป็น “ประธานบอร์ด ปปง.”

 ท้าวความไปในระหว่างที่พล.ต.อ.ชัยยะ ยังนั่งบริหารบนเก้าอี้ เลขาธิการปปง. ได้มีการทาบโอน พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสาร รองผู้บัญชาการสำนักงานข้าราชการตำรวจ (รอง ผบช.ก.ตร.) ในภาพการทำงานจะเห็นคนคู่นี้แทบจะเป็นเงาตามตัว และเป็นที่รู้กันดีว่าพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ นั่งบ่มอาวุโสในตำแหน่งรองเลขาธิการ ปปง.นานถึง 9 เดือน จนได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ ปปง.แต่แล้วก็เหมือนฟ้าผ่า พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ ที่อยู่ในตำแหน่งเพียง 1เดือน 16 วัน ก็ถูก ม. 44 เด้งไปนั่งตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯแล้วมีคำสั่งให้พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนกระทั่งมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. มารักษาราชการเลขาธิการ ปปง.อีกตำแหน่งหนึ่งทำงานควบ2 ตำแหน่งจนภารกิจเสร็จสิ้นนายกก็มีคำสั่งยกเลิกการรักษาราชการแทนให้พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กลับไปปฏิบัติหน้าที่ใน สตช.ตามเดิม

คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ พล.ต.ต.ปรีชา กลับมาเป็นรักษาการเลขาธิการ ปปง.อีกครั้งเริ่มนับตั้งแต่ 2 มี.ค.62 โดยรอบนี้เป็นการรักษาการยาวนานจวบจนผลงานผ่านตา พล.ต.ต.ปรีชาได้รับการเสนอชื่อจากบอร์ด ปปง.ที่มี พล.ต.อ.ชัยยะ เป็นประธานบอร์ด ให้ครม.เห็นชอบเป็นเลขาธิการ ปปง. ชื่อ พล.ต.ต.ปรีชา ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เพียงแต่ขั้นตอนไม่ได้จบที่ ครม.เพราะกฎหมายกำหนดชัดว่าตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วย

ในที่สุดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กลายเป็นว่า พล.ต.ต.ปรีชา ไม่ผ่านด่านสุดท้าย โดยเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ในการประชุมวุฒิสภาวาระลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ  พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง. ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการ ปปง.” หลังจากที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม และลงคะแนนด้วยวิธีลับ ผลปรากฎว่าวุฒิสภา เสียงข้างมาก  185 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง ขณะที่เสียงเห็นชอบมีเพียง 11 เสียง และไม่ออกเสียง 13 เสียง

แว่วว่า คุณสมบัติที่ไม่ผ่าน สืบเนื่องมาจาก “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”ร้องเรียนกันไปมาเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเยอะ โดยเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจทุ่มเทชี้แจงแก้ข้อสงสัย ทำให้”ตกม้าตาย”ในด่านสุดท้าย  และทำให้มีข่าวออกมาว่า พล.ต.ต.ปรีชา จะขอโอนกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกันนั้นก็มี”ข่าวลือ”ว่าจะมีการโอน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส.) มาเป็น “รองเลขาธิการ ปปง.”เพื่อขึ้นเป็น “เลขาธิการ ปปง.”

 แต่คนที่จะมานั่งเก้าอี้ เลขาธิการ ปปง. เก้าอี้ตัวใหญ่ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต้องคิดให้หนัก เพราะหากมองย้อนไปดูประวัติคนที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้ มักจบไม่ค่อยสวย กว่าจะได้นั่งก็แสนยาก ได้นั่งแล้วก็ถูกเด้งบ้าง นั่งอยู่ได้ไม่นาน

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432898?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

หลังรัฐประหาร 2557 มีผู้ลี้ภัยที่อาศัยประเทศเพื่อนบ้าน เป็นฐานปลุกระดมมวลชนผ่านช่องยูทูบ ถูกอุ้มหายไปแล้ว 8 คน

++
ครึกโครมอีกครั้ง สำหรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อแฟนเพจ “สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย“ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ”วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ คือผู้ลี้ภัยทางการเมืองคนล่าสุดที่ถูกอุ้มหายไปเมื่อวานนี้ เขาไม่ใช่ผู้ลี้ภัยคนแรกที่ตกเป็นเหยื่อการอุ้มหาย และยังมีผู้ลี้ภัยอีกหลายคนที่ต้องใช้ชีวิตภายใต้ชะตากรรมที่ไม่แน่นอน”

          คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่รู้จัก “วันเฉลิม” แต่รู้จักเพจ “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงระบุว่า วันเฉลิมเป็นแอดมินเพจดังนี้ และใช้ชีวิตอยู่ในกัมพูชา

          นับแต่ปี 2558 จนถึงปี 2562 มีผู้หลบภัยการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยถึง 8 คน ต่างกรรมต่างวาระ

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

“โกตี๋” หรือสหายหมาน้อย

++
แดงหักแดง
++
ผู้หลบภัยคดีความมั่นคงรายแรกที่สูญหายไปใน สปป.ลาวคือ ดีเจเบียร์หรือดีเจซุนโฮ มีชื่อจริงว่า อิทธิพล สุขแป้น เติบโตมาจากสถานีวิทยุชุมชนรักเชียงใหม่ 51

          ช่วงหลัง ดีเจเบียร์ หันมาคบกับสุรชัย แซ่ด่าน เดินแนวทาง “เปลี่ยนระบอบ” และมุ่งทำกิจกรรม “ใต้ดิน” เป็นหลัก
หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์หนีตาย ข้ามโขงไปอยู่ลาว ข้ามพนมดงเร็กไปอยู่เขมร

          ปี 2558 ดีเจเบียร์ใช้ชื่อ “ดีเจซุนโฮ” ร่วมกับ สุรชัย แซ่ด่าน จัดทำคลิปรายการปฏิวัติประเทศไทย และคืนวันหนึ่ง เขาก็ถูกอุ้มหายไป

          สุรชัยเล่าเบื้องหลังว่า มีแดงฮาร์ดบางคนที่หักหลังดีเจซุนโฮ พากองกำลังนิรนามข้ามโขงมาอุ้มไปฆ่าฝั่งขวา

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

สุรชัย แซ่ด่าน

++
จับตายโกตี๋
++
ปี 2559-2560 “โกตี๋ เรดการ์ด” หรือวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ แกนนำวิทยุเสื้อแดงแถวลำลูกกา ใช้นามแฝงว่า “สหายหมาน้อย” จัดรายการวิทยุใต้ดินส่งกระจายเสียงผ่านยูทูบ จากนครหลวงเวียงจันทน์

          ตอนแรก โกตี๋ร่วมงานกับ “ลุงสนามหลวง” หรือ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ทำวิทยุใต้ดิน “สถานีไทยเสรีเพื่อสาธารณรัฐไทย” แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็น “สหพันธรัฐไท”

          ต่อมา โกตี๋หรือสหายหมาน้อย มีความฮึกเหิม เพราะมีคนเสื้อแดงติดตามรับฟังจำนวนมาก จึงประกาศจัดตั้งกองกำลังปฏิวัติ และเตรียมการลุกฮือทั่วประเทศ

          เวลา 21.45 น. วันที่ 29 ก.ค.2560 มีชายชุดดำบุกมาอุ้มโกตี๋ออกไปจากบ้านพัก ซึ่งลุงสนามหลวง และเพื่อน ได้แจ้งข่าวว่า โกตี๋เสียชีวิตแล้ว

++
ปิดฉากสุรชัย
++
หลังโกตี๋เสียชีวิต กลุ่มสหพันธรัฐไท โดยลุงสนามหลวงและคณะ ได้จัดรายการวิทยุใต้ดินต่อไป ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง มี สุรชัย แซ่ด่าน เป็นแกนนำจัดรายการวิทยุใต้ดินเช่นกัน

วันที่ 12 ธ.ค.2561 สุรชัย แซ่ด่าน ประธานกลุ่มแดงสยาม พร้อมคนสนิทสองคนคือ สหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ได้หายตัวไปจากบ้านพัก

          ภายหลัง มีการพบศพสหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ลอยมาตามลำน้ำโขง และมาติดฝั่งไทย แต่ไม่มีใครพบศพสุรชัย แซ่ด่าน

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

ลุงสนามหลวง หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์

++
อวสานลุงสนามหลวง
++
คืนวันที่ 28 ม.ค.2662 ลุงสนามหลวงหรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ แถลงผ่านรายการสหพันธรัฐไท ขอหยุดการส่งกระจายเสียงทางช่องยูทูบเป็นการชั่วคราว จากนั้น ลุงสนามหลวงกับคนใกล้ชิด 2 คนคือ สหายยังบลัด และสหายข้าวเหนียวมะม่วง ได้เดินทางออกจากลาว เข้าไปพำนักในเวียดนามในฐานะผู้หลบภัย

          วันที่ 9 พ.ค.2562 “เพียงดิน รักไทย” หรือเสน่ห์ ถิ่นแสน ประธานภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ได้แจ้งข่าวว่า ตำรวจเวียดนามได้ส่งตัวลุงสนามหลวง และพวก ให้ทางการไทยแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงไทยได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเรื่องลุงสนามหลวง และพวก ขณะเดียวกัน สถานทูตเวียดนามประจำไทย ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ

ยอดวิวพุ่ง “ต้นทักษิณ” เพลงผู้ลี้ภัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432881?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ยอดวิวพุ่ง “ต้นทักษิณ” เพลงผู้ลี้ภัย

ยอดวิวพุ่ง "ต้นทักษิณ" เพลงผู้ลี้ภัย

กัมพูชาวันนี้ ไม่ใช่สวรรค์ผู้ลี้ภัย วันชนะ เกิดดี เสื้อแดงเสียงทอง ล่องหนไปไหน ทิ้งไว้แค่ “ต้นทักษิณ” เพลงฮิตติดชาร์ต คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
แม้ไม่มีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของคนเสื้อแดง “ตรีชฎา ศรีธาดา” อดีตพิธีกรจอแดง ยังใช้แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ตรีชฎา ศรีธาดา แฟนคลับ” สื่อสารติดต่อกับเอฟซีอย่างสม่ำเสมอ

          ต้นเดือน เม.ย.2563 ตรีชฎา นำเพลง “ต้นทักษิณ” ขับร้องโดย วันชนะ เกิดดี มาโพสต์ จนถึงวันนี้ ปรากฏว่า มียอดผู้ชมมากกว่า 2 ล้าน

          สำหรับเพลงต้นทักษิณ “วันชนะ เกิดดี” ได้ปล่อยเพลงนี้สู่อ้อมอกอ้อมใจเอฟซีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2562 พร้อมบอกว่า “ต้นไม้ที่ควรปลูกที่สุดในเวลานี้ เหมาะกับประเทศไทยเป็นต้นไม้วิเศษ คือต้นทักษิณเท่านั้น ปลูกแล้วหายจน”

วันชนะ เกิดดี

          วันนี้ ผู้ร้องเพลงต้นทักษิณ ไม่ได้อยู่ในเมืองไทย แต่หลบลี้ไปอยู่หนไหน ไม่มีใครทราบ

++
วันชนะหายไปไหน
++
ดังที่ทราบกัน วันชนะ เกิดดี พร้อมกับ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ นิสิต สินธุไพร ไม่ปรากฏตัวต่อศาลในวันอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ปี 2552 แกนนำ นปช.กลุ่มนี้หายไปไหน คนเสื้อแดงต่างรู้กันดี

          อย่างไรก็ตาม วันชนะยังใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวสื่อสารกับเอฟซี เขาพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นทางการเมือง โดยการโพสต์บทเพลงที่เคยร้องไว้

          ย้อนไปช่วงเลือกตั้งปี 2562 วันชนะ เกิดดี ลงสมัคร ส.ส.เขตที่บ้านเกิด-เพชรบุรี สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ  ส่วนคนรู้ใจ-ตรีชฎา ศรีธาดา ลงสมัคร ส.ส.ที่เพชรบูรณ์ แต่พรรคถูกยุบ

          วันชนะเป็นเพื่อนรักร่วมอุดมการณ์กับ “กี้ร์” อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ทั้งคู่เคยหลบหนีไปอยู่ในกัมพูชา หลังเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเสื้อแดง พ.ค.2553

          ทั้งคู่ยังแกนนำเสื้อแดงสายนักร้องเสียงทอง ขับกล่อมแฟนๆ แม้ตัวอยู่ห่างไกล

ยอดวิวพุ่ง "ต้นทักษิณ" เพลงผู้ลี้ภัย

เพลงดังยุคโควิด

++
เล่าความหลัง
++
วันที่ 13 ก.ย.2553 เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ ได้นำเสนอภาพอริสมันต์และเพื่อนๆ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่หายตัวไปจากเมืองไทยหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ พร้อมคำบรรยายภาพสั้นๆว่า “ทุกคนสบายดี พร้อมกลับมาสู้ต่อ”

          มีคนสังเกตเห็นภาพติดผนังห้องในคฤหาสน์หรู ที่แกนนำเสื้อแดงพักอาศัยอยู่ในพนมเปญคราวนั้น เป็นภาพผู้หญิง 2 คนคือ “คุณหญิงฮุน เซน นี” และ “คุณหญิงฮุน ซี นาท” น้องสาวของสมเด็จฮุน เซน ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกัมพูชา

          คุณหญิงฮุน เซน นี เจ้าของโรงงานการ์เมนท์ที่ใหญ่ที่สุดในพนมเปญ และธุรกิจด้านการเกษตร

          เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณหญิงฮุน เซน นี มีธุรกิจในเมืองไทยด้วย จึงเดินทางมากรุงเทพฯ และแถวปริมณฑลบ่อยและได้รู้จักมักคุ้นกับแกนนำ นปช.หลายคน โดยเฉพาะนักร้องเสียงทองอย่างอริสมันต์

          พ.ศ.นี้ กี้ร์ และวันชนะ ไม่เปิดเผยแหล่งกบดาน เหมือนในอดีต

++
เขมรอยู่ยาก
++
เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2563 ดีเอสไอ นำกำลังเข้าจับกุม พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกอาคารรัฐสภาเมื่อปี 2553 ได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร

          พลันที่มีข่าวนี้เผยแพร่ออกไป แฟนคลับเสื้อแดง จึงทราบว่า “เสงี่ยม” กลับมาเมืองไทยแล้ว

หลังรัฐประหาร 2557 นักการเมืองพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ไปรวมตัวอยู่ในกรุงพนมเปญ ต่อมา ก่อนแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง บางกลุ่มมุ่งหน้ายุโรป และสหรัฐฯ บางกลุ่มย้ายไป สปป.ลาว

          ในกัมพูชา ก็เหลือกลุ่ม พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่หลบเร้นกันอยู่เงียบๆ แต่ปี 2560 “เสงี่ยม” เริ่มกลับจัดรายการวิเคราะห์การเมืองทางยูทูบ ชื่อรายการ “ปฏิวัติประเทศไทย” และรายการ “ชนตรง”

          ปี 2561 มีรายงานข่าวว่า ผู้มีอำนาจในเขมรสั่งให้เสงี่ยมยุติการจัดรายการดังกล่าว หากจะอยู่ในเขมร ต้องหยุดเคลื่อนไหวการเมือง

          เป็นที่ทราบกันดีว่า หลังรัฐประหาร 2557 กัมพูชาไม่ใช่สวรรค์ของผู้ลี้ภัยชาวไทย

“สนธิญาณ”แนะจับตา”พีระพันธุ์” ชี้ “บิ๊กป้อม” แค่หัวหน้า พปชร. ขัดตาทัพหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432854?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“สนธิญาณ”แนะจับตา”พีระพันธุ์” ชี้ “บิ๊กป้อม” แค่หัวหน้า พปชร. ขัดตาทัพหรือไม่

"สนธิญาณ"แนะจับตา"พีระพันธุ์"  ชี้ "บิ๊กป้อม" แค่หัวหน้า พปชร. ขัดตาทัพหรือไม่

 “สนธิญาณ” แนะจับตา ที่ปรึกษานายกฯ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” -ชี้ “บิ๊กป้อม” แค่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐขัดตาทัพหรือไม่ ซึ่งช่างประจวบเหมาะกับที่ พล.อ. ประวิตร ให้สัมภาษณ์วันนี้ว่า ไม่พร้อมเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม วิเคราะห์ในรายการ “สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง” เผยแพร่ผ่านทางเพจ “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ในหัวข้อ ทำไม “สมคิด ” ถึงช้ำ  ทำไม”ลุงป้อม” ต้องระวัง “สามมิตร” หรือ “ลุงตู่” เห็นด้วยให้เปลี่ยน “หัวหน้า ” กับ”เลขาฯ”
โดยนายสนธิญาณ วิเคราะห์ว่า พลังประชารัฐ กระแส”กลุ่มสามมิตร”กำลังขึ้นสูง ส่วนจะเป็นกระแสชื่นชมหรือกระแส”ยี้” ก็ว่ากันไป ไม่ว่าใครจะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่”กลุ่มสามมิตร” อย่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  บอกว่าไม่ได้อยู่ ” กลุ่มสามมิตร” มาตั้งแต่ต้น ส่วน”นายสมศักดิ์ เทพสุทิน” ก็บอกว่าไม่มี “กลุ่มสามมิตร” สลายไปแล้ว แต่ในข้อเท็จจริงมี “กลุ่มสามมิตร “มาก่อน ซึ่งคนรู้กันว่า “สามมิตร” คือ “สมคิด ” -“สุริยะ” -“สมศักดิ์ ” 3 คนนี้มารวมตัวกันในช่วง”รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร” ร่วมรัฐบาล ” สมคิด” เป็นนักวิชาการ กระฉับกระเฉง สมองว่องไว “สุริยะ” เป็นนักธุรกิจ ทิศทางท่าทีแบบนักธุรกิจ ” สมศักดิ์ ” นักการเมืองบ้านนอก ตรงไปตรงมา เติบโตตาม “นายมนตรี พงษ์พานิช ” มาเกาะกลุ่มกันจึงเรียกว่า “สามมิตร” ในช่วง”พรรคไทยรักไทย” ต่อมา”พรรคไทยรักไทย” แตกจากการยึดอำนาจในช่วงปี 2549 ของ คมช.

 ในส่วนของ”พรรคพลังประชารัฐ” นายชวน ชูจันทร์ จดแจ้งชื่อตั้งพรรคพลังประชารัฐต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อ 2 มีนาคม 2561 โดยนายชวน เป็นเพื่อนกับนายสมคิด ซึ่ง”พรรคพลังประชารัฐ” ใครก็รู้ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกฯต่อ ทำให้มีกระแสต้านในเรื่องการสืบทอดอำนาจ ส่วนอีกด้านหนึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จะไม่เป็นนายกฯต่อก็ไม่ได้ สำหรับคนที่มีอุดมการณ์รักชาติ เพราะขณะนั้นมีคนที่จะเป็นายกฯได้ 3 คน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์และพล.อ.ประยุทธ์  และ พล.อ. ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯเพราะความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการแก้ไขปัญหาจากการเข้ายึดอำนาจมีแรงปะทะต่อสู้กันทางการเมือง 29  ก.ย. 2561 เลือกกรรมการบริหารพรรค มีนายอุตตม สาวนายน, สนธิรัตน์สนธิจิรวงษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์ ,กอบศักดิ์ ภูตระกูล เรียกว่า ”  4กุมาร”  ซึ่ง “4 กุมาร” เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาล คสช. พล.อ. ประยุทธ์ เพราะโล๊ะเอาทีมเศรษฐกิจชุดเก่าของ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ออกไป

 ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ นายสมคิด รองนายกฯเศรษฐกิจเป็นคนเลือกเอง 4 คนนี้ เป็นลูกน้องลูกศิษย์คนใกล้ชิดของนายสมคิด การที่สี่คนนี้ออกมาตั้งพรรคต่อให้นายสมคิด ออกมาปฏิเสธก็ไม่มีใครเชื่อว่านายสมคิด ไม่รู้เรื่อง
เป็นไปได้หรือที่ลูกไปทำการเมืองแล้วจะไม่หันมาถามพ่อบ้าง พ่อซึ่งชักชวนลูกซึ่งเป็นนักวิชาการเข้าสู่การเมือง  เมื่อสี่คนเริ่มก่อตั้งพรรคขึ้น ถามว่าทำไมไม่เป็น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำไมไม่เป็นทหารคนอื่น รู้อยู่แล้วว่าพรรคพลังประชารัฐตั้งขึ้นเพื่อดัน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ดังนั้นจึงกลัวจะถูกหาว่าเป็น”พรรคทหาร” เป็นพรรคที่จะมาสืบทอดอำนาจ  สำหรับสีคนที่มาก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ เป็น”ละอ่อน”ทางการเมือง ทั้งสี่คนไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน ทำแต่งานวิชาการ ทำธุรกิจ แนวคิดตั้งพรรค
พลังประชารัฐ ที่ต้องการให้เป็นพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ เป็นนักวิชาการ เป็นรัฐมนตรีน้ำดี ผู้คนจะได้สนับสนุน แต่พอจะตั้งพรรคจริงๆ ไม่มีความมั่นใจว่าผลเลือกตั้งจะออกอย่างไร ซึ่งต่างกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เพราะนายธนาธร เดินหน้าทำพรรคชูอุดมการณ์แล้วก็ทำโพล วิเคราะห์ สำรวจลงทำงานพื้นที่อย่างจริงจัง เคลื่อนไหวในเชิงลึกตลอดเวลา นั่นคือ พรรคอนาคตใหม่ ทำในตอนนั้น ซึ่งถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะกลายเป็น”พรรคเฉพาะกิจ”
ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ไม่รู้ว่าจะเดินแบบไหน มีความคิดไปดึง”นักการเมืองเก่า”เข้ามา และหนึ่งในนั้นก็มีการดึง”กลุ่มสามมิตร” เข้ามาโดยเมื่อ วันที่ 25 ก.ย.61 ก่อนจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ มีการจัดงาน”กลุ่มสามมิตร”ใหญ่โต สร้างกระแส”กลุ่มสามมิตร”จะเข้าพรรคพลังประชารัฐ มีเสียง “ยี้ ” ตามมา วันนั้นเปิดตัวออกมาบอกว่ามี 200 กว่าคน คัด ส.ส. เกรดเอมาแล้ว 50 คน เชื่อว่าได้เป็น ส.ส. หมด และยังมีนักการเมืองดาวฤกษ์ และยังมีนักการเมืองท้องถิ่นอีกที่จะมาลงใน”กลุ่มสามมิตร” วันนั้น”กลุ่มสามมิตร”ประกาศว่าได้ ส.ส. ในนาม “กลุ่มสามมิตร” 80 คน จึงเป็นที่มาให้” กลุ่มสามมิตร” เข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ
แหล่งข่าวในสายทหาร ไม่มีใครเห็นด้วยที่จะให้”กลุ่มสามมิตร” มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ แต่สายของนายสมคิด โดยบทบาทของ”4กุมาร”ซึ่งเป็นลูกน้องของนายสมคิดกับ”กลุ่มสามมิตร” จัดตั้งรัฐบาลในเวลาต่อมาเมื่อผลเลือกตั้งออกมาแพ้พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะในภาคอีสาน “กลุ่มสามมิตร” เข้ามาสิบกว่าคน จึงมีการเคลื่อนไหว ในขณะที่เสียงปริ่มน้ำมาก ก็เกิดการช่วงชิงตั้งรัฐบาล ต่อมามีการดึงพรรคเล็กมาร่วมตั้งรัฐบาล

 วันนี้”กลุ่มสามมิตร” โดยนายสมศักดิ์ ได้แสดงออกอีกครั้งหนึ่งสนับสนุน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนหน้านั้น นายสมศักดิ์ ก็มาแถลงตัดหน้าว่าจะมีการแถลงข่าวใหญ่ โดยวันที่ 1 มิ.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน แถลงข่าวใหญ่ 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออกเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐ  เป้าทั้งหมดพุ่งมาที่นายสมศักดิ์ และเชื่อมโยงไปยัง พล.อ. ประวิตร ทันที พล.อ. ประวิตร เละ ในขณะที่ วัชระ กรรณิการ์ ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสนธิรัตน์  ออกมาแถลงว่า นายสมคิด ไม่เอา”สามมิตร”แล้ว  ทำว่าหอบมา 20 กว่าเสียง เหลือแค่ “สองมิตร”หมดราคา ตอนนี้คนจับตาว่าที่”สามมิตร” เคลื่อนไหวอยู่นี้เพราะต้องการตำแหน่งที่ใฝ่ฝันหรือไม่ เป็นการรู้ทางลม เป็นความเชี่ยวชาญทางการเมืองหรือไม่

“บอกคุณสมศักดิ์และคุณสุริยะ  เมื่อพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี  เดิมพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ นายสมคิด นายอุตตม สาวนายน แต่ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่เอา  ให้เสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เพียงคนเดียว เป็นความไม่ธรรมดาทางการเมืองของ พล.อ. ประยุทธ์  พอจัดตั้งรัฐบาล รู้ทั้งรู้ว่านายสุริยะ ต้องการคุมกระทรวงพลังงาน แต่รัฐมนตรีพลังงานกับตกเป็นของนายสนธิรัตน์ ขณะเดียวกัน อีกชื่อที่คิดว่าจะเป็นรัฐมนตรีพลังงานก็คือนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ อดีต กปปส.ซึ่งมีข่าวว่าบิ๊กพลังงาน(ภาคเอกชน) หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้ นายสนธิรัตน์นั่ง  นี่คือความไม่ธรรมดาของ พล.อ.ประยุทธ์  นายสุริยะ จะโวยวายก็เหมือนกลืนเลือด น้ำท่วมปาก พูดไม่ออก”

 การเมืองหลังจากนี้ อีก 41 วัน จะต้องมีการเลือกกรรมการบริการพรรคใหม่ ” 4 กุมาร” โดยนาย อุตตม ประกาศสู้ สู้แน่นอน กรรมการบริหารพรรคไม่ได้ชี้ขาด ส.ส.ต่างหากที่ชี้ขาด ฉะนั้น 41 วันต่อจากนี้ จับตาดูว่า ” สองกลุ่ม”จะสู้กันอย่างไร

“ผมอยากสรุปตอนท้ายว่าพี่น้อง 3 ป. พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่มีทางว่าทำอะไรแล้วจะไม่คุยกัน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ธรรมดา พี่น้อง 3 ป. ก็ไม่ธรรมดา เพราะพล.อ.ประวิตร  เคยลั่นวาจาว่า พล.อ. ประยุทธ์ ไปเมื่อไหร่ ตนก็ไปเมื่อนั้น  ดังนั้นการเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ. ประวิตร เที่ยวนี้  จะบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะมีหรือ พล.อ. ประยุทธ์กับ พล.อ. ประวิตร ไม่คุยกัน และพล.อ. ประยุทธ์รู้ดีว่า สิ่งที่พล.อ.ประวิตรทำก็เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้บริหารนำพาบ้านเมืองต่อไป แต่วันนี้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษเยอะ รวมทั้งการเคลื่อนไหวที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พล.อ. ประวิตร ต้องตั้งหลักให้ดี”
“ให้จับตา ผู้ชายคนที่ชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ให้ดี เคยลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สงสัยบ้างหรือว่าทำไมอยู่ๆลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และได้ตำแหน่งสำคัญทั้งสิ้น เป็นประธานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ธรรมดา  สังเกตเวลานายกตั้งที่ปรึกษาต่างๆทั้งโควิด-19  “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค”อยู่ด้วยทั้งนั้น จับตาชื่อนี้ไว้ให้ดี พล.อ. ประวิตร แค่มาขัดตาทัพหรือไม่  หรือจะเกิดปฏิกริยาในทางการเมืองวันข้างหน้าเพื่อให้ พล.อ. ประยุทธ์ ดูแลบ้านเมืองไปอีกสักพักหนึ่ง จับ ตาดูพี่น้องสองคนนี้แยกกันไม่ออก พล.อ. ประวิตร ยืนยัน ทำทั้งหมดเพื่อ”ลุงตู่”  “ลุงตู่” ไปเมื่อไหร่ตนเองไปเมื่อนั้น ”

ทั้งนี้วันนี้ พล.อ. ประวิตร ออกมาปฏิเสธว่าไม่พร้อมนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยเมื่อนักข่าวถามว่า หากสมาชิกพรรคเสนอชื่อ พล.อ. ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมรับหรือไม่ พล.อ. ประวิตร  กล่าวตอบว่า ยังไม่พร้อม

“เหวง” พ้อ ฟลอยด์กับเสื้อแดง ต่างกันฟ้ากับเหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432843?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“เหวง” พ้อ ฟลอยด์กับเสื้อแดง ต่างกันฟ้ากับเหว

 "เหวง" พ้อ ฟลอยด์กับเสื้อแดง  ต่างกันฟ้ากับเหว

เหวง โตจิราการ ตัดพ้อสังคมไทย ไม่มีใครเห็นใจคนเสื้อแดง ต่างจากชายผิวดำคนหนึ่งถูกฆ่าในสหรัฐ ปลุกกระแส”คนดำมีคุณค่า”

การเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ด้วยน้ำมือของตำรวจอเมริกัน จุดประเด็นร้อนเรื่องการเหยียดผิว ปลุกกระแส #BlackLiveMatter ก่อนนำไปสู่การลุกฮือประท้วงของคนทั้งประเทศ และบานปลายสู่การก่อจลาจล เกิดการขโมยของและทำลายสถานที่ต่างๆ

“เหวง โตจิราการ” แกนนำ นปช.ได้โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อชะตากรรม “คนเสื้อแดง” ที่แตกต่างกับคนผิวดำชื่อ จอร์จ ฟลอยด์ ราวฟ้ากับเหว

“ความแตกต่างโดยสิ้นเชิง ราวฟ้ากับเหวของลัทธิเกลียดประชาธิปไตยของไทย กับลัทธิเหยียดผิวของอเมริกาไทยลัทธิเกลียดประชาธิปไตย เหี้ยมโหดอำมหิตชั่วช้าเลวทรามยิ่งกว่าลัทธิเหยียดผิวของอเมริกา”

เหวงมองว่า เหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ไม่ต่างจากกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ถูกตำรวจฆ่ากลางเมือง

“ไทยเงียบกริบทั้งประเทศ ทั้งยังซ้ำเติมด้วยการเผาบ้านเผาเมือง โดยพวกฆาตกรเพื่อกลบเกลื่อนเบี่ยงเบนเรื่องรุมฆ่าประชาชนกว่าเก้าสิบศพ ตามด้วย“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์”เพื่อทำลายล้างหลักฐานทั้งหมดไม่ให้เหลือหลอ”

เหตุการณ์ล้อมยิงล้อมฆ่า ผ่านมาแล้ว 10 ปี แต่คนเสื้อแดงยังไม่ได้รับความยุติธรรม ต่างจากกรณีฟลอยด์ที่ตำรวจมือก่อเหตุถูกจับกุมแล้ว

เหวงไม่เชื่อเรื่องชายชุดดำ ทำนองเดียวกับที่เขาไม่เชื่อกรณีคนผิวดำบางกลุ่มออกมาปล้นสดมภ์ จะมีการจัดตั้งเข้าสร้างสถานการณ์เหมือนกรณีชายชุดดำ

“ของไทย ความยุติธรรมตายสนิทและพวกเผด็จการฆาตกรลอยนวล และอาจก่ออาชญากรรมยึดอำนาจฆ่าประชาชนได้อีกต่อไปในอนาคต ของอเมริกา คนทั่วอเมริกาและคนทั่วโลกร่วมประนามการฆาตกรรม และต่อต้านการเหยียดผิวมุ่งหน้าไปสู่การขจัดการเหยียดผิวให้ได้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวอะไรเช่นนี้”

เหวงไม่ได้อ่านที่จอม เพชรประดับ เขียน และตั้งข้อสังเกตกรณีคนผิวดำ และปมเขื่อง ทำให้คนกลุ่มหนึ่งฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ร้านค้า

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432835?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

คนเสื้อแดงในสหรัฐ หวั่นจลาจลสีผิวยืดเยื้อ อเมริกันชนไม่ใช่ความฝัน สำนึกได้ว่าเป็นคนไทย

++
ท่ามกลางเปลวเพลิงและความโกรธแค้นของอเมริกันชน คนไทยจำนวนหนึ่งในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว พวกเขาเพิ่งผ่านสงครามโควิดมาหมาดๆ ธุรกิจหยุดชงัก ก็ต้องมาเจอสงครามผิวสี

          “Red USA” องค์กรการเมืองของคนไทยฝั่งเสื้อแดง ก่อตั้งในย่านแอลเอมานานนับสิบปี ทำกิจกรรมคู่ขนานกับคนเสื้อเหลืองที่อยู่ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้

          วันที่ 3 มิ.ย.2563 ประจวบ เจริญสุข หรือ Kim Lee แกนนำ Red USA ได้โพสต์จุดยืนของแดงมะกันทางแฟนเพจ Prachuab Charoensuk ว่า “ใครก็ตามที่ด่าและประนาม Red USA ว่าน่าสมเพชและทุเรศที่ด่าว่าประเทศตัวเอง โปรดเข้าใจให้ถูกต้องใหม่ Red USA ไม่เคยเกลียดประเทศไทย ไม่เคยรังเกียจและชิงชังประเทศตัวเอง แต่รังเกียจและชิงชังเผด็จการ ขยะแขยงความอยุติธรรมและการกดขี่เอารัดเอาเปรียบประชาชน..”

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

ประจวบ เจริญสุข

          จริงๆแล้ว Red USA อ่อนระโหยโรยแรงไปหลายปีแล้ว แต่เหตุการณ์จลาจลในสหรัฐ อาจทำให้พวกเขาต้องออกมาแสดงทัศนะบางอย่างว่า “…รักและเป็นห่วงประเทศไทยและประชาชนไทย ภายใต้การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างที่สุด”

          สืบเนื่องจากมีเสียงสะท้อนจากคนไทยบางสีเสื้อ ที่โจมตีสหรัฐฯ แม่แบบของประชาธิปไตย แต่กลับใช้ทหาร-ตำรวจ ทำร้ายประชาชน ความล้มเหลวในการรับมือโควิดของอเมริกันชน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

          ทุกวันนี้  ประธานเรดยูเอสคือ เชาว์ ซื่อแท้ เจ้าของโพธิสยาม นวดไทย ย่านเบลฟลาวเวอร์ ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

          เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2562 กลุ่มเรดยูเอสเอ จัดงานอวยพรวันเกิดทักษิณ ชินวัตร โดยมีคนเข้าร่วมไม่ถึง 20 คน ซึ่งปกติ กลุ่มเรดยูเอสเอจัดงาน จะมีคนเข้ามาร่วมประมาณ 150 คน

          วันที่ 13 ต.ค.2562 กลุ่มเรดยูเอสเอ ได้จัดงานพบปะสังสรรค์ ต้อนรับการมาเยือนของ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” และมีการระดมเงินคนละเล็กคนละน้อย สมทบทุนช่วยเหลือในการยังชีพให้แก่สมาชิกกลุ่ม “วงไฟเย็น” ที่มาขอลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

          ภาพสมาชิกคนเสื้อแดงแอลเอ 7-8 คน ร่วมพูดคุยกับ จรัล ดิษฐาอภิชัย, สุนัย จุลพงศธร และจอม เพชรประดับ ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ร้านอาหารหรูหรา สะท้อนภาพความล่มสลายของ “องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” ภายใต้การนำของ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย รัฐบาลยิ่งลักษณ์