SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

มะกันมืดมน “จอม” ฝึกอาวุธ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432792?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

มะกันมืดมน “จอม” ฝึกอาวุธ

มะกันมืดมน "จอม" ฝึกอาวุธ

อนาธิปไตยในสหรัฐ จอม เพชรประดับ จำต้องฝึกอาวุธป้องกันตัวเอง และปกป้องทรัพย์สิน

++
สำนักข่าวบีบีซีไทย ได้สัมภาษณ์คนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ต้านการเหยียดสีผิว โดยเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังในนครชิคาโก เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ย้ายรกรากมาอยู่ที่ในสหรัฐฯ กว่า 40 ปี เหตุจลาจลในขณะนี้ ถือว่าร้ายแรงที่สุด และได้ซ้ำเติมสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐและวิกฤตโควิด-19 ให้หนักขึ้นไปอีก

          มิหนำซ้ำ การชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว ยังสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยบางรายที่ต้องหาทางป้องกันร้านด้วยการนำไม้อัดมาตอกปิดกระจกร้าน ป้องกันการโจรกรรมจากผู้ที่ฉวยโอกาสในภาวะชุลมุน

          บางร้านต้องหาแผ่นป้ายที่เขียนข้อความ Black Lives Matter ที่มีความหมายว่า “ชีวิตคนดำมีค่า” ปิดหน้าร้านเพื่อแสดงการสนับสนุนกลุ่มผู้ต่อต้านการเหยียดสีผิว และเป็นการปกป้องทรัพย์สินของพวกเขาเองด้วย

          วันที่ 3 มิ.ย.2563 “จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระ ฝ่ายประชาธิปไตย ที่เปิดร้านอาหารเล็กๆ อยู่ในแอลเอ แคลิฟอร์เนีย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าเหตุการณ์ความวุ่นวายไร้ระเบียบว่า

          “แอลเอกำลังสับสนอลหม่านเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ Van Nuys ในแอลเอ เมื่อเจ้าของร้านเครื่องดื่มปิดร้านและคอยปกป้องร้านตัวเองด้วยอาวุธของเขาเอง เวลาเดียวกันก็มี คนผิวดำกลุ่มหนึ่งที่ขับรถมาจอดทำทีเหมือนจะเข้ามาที่ร้านทองซึ่งปิดอยู่ แต่ถูกเจ้าของร้านเครื่องดื่มเห็นเข้าจึงบอกว่า ร้านปิดอย่าเข้าไป และเมื่อตำรวจมาถึง พวกคนผิวดำที่จะเข้าไปยังร้านทองก็พากันขับรถหนี แต่ตำรวจกลับจับกุมเจ้าของร้านเครื่องดื่ม เพราะเห็นว่ามีอาวุธ…. แม่งสับสน ดูการทำงานของตำรวจแอลเอ ตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสน อลหม่าน ไม่รู้ใครเป็นใครแล้วจริง ๆ ตอนนี้ ตำรวจก็ ช่วยเหลือ ป้องกันอันตรายเกือบไม่ได้เอาเลยจริงๆ”

          ก่อนหน้านั้น วันที่ 2 มิ.ย.2563 จอม เพชรประดับ ได้โพสต์ภาพตัวเองกำลังฝึกการยิงปืน “..ไม่คิด ไม่ฝันมาก่อนว่า วันหนึ่งต้องมาฝึกฝนการยิงปืนเพื่อการอยู่รอดในสังคมอเมริกาในเวลาที่มืดมนแบบนี้”

          วันเดียวกัน จอมโพสต์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ว่า “กฎหมายอเมริกา ให้สิทธิ์กับพลเมืองในการใช้อาวุธ เพื่อรักษาและปกป้องทรัพย์สิน และตัวเองหากอยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัย นี่เป็นบัญญัติในรัฐธรรมนูญอเมริกา แรกทีเดียวคิดว่า เมื่อ 400 ปีที่เริ่มก่อตั้งประเทศคงยังเป็นสังคมดิบ ป่าเถื่อนยุคบุกเบิก เข้าใจได้ว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายแบบนี้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่า 400 ปีต่อมา กฎหมายข้อนี้ถูกปฎิบัติอย่างจริงจังอีกครั้ง”

มะกันมืดมน "จอม" ฝึกอาวุธ

ร้านอาหารของ “จอม”

          “จอม” ออกจากเมืองไทยไปอยู่สหรัฐได้ 6-7 ปีแล้ว เขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยอย่างสมบูรณ์ในอเมริกา เมื่อปี 2560

          ปัจจุบัน เขาเปิดร้านอาหาร และผลิตรายการสัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในข่าวเด่นประเด็นร้อน ผ่านทางยูทูบจำนวนมาก ผ่านช่อง jom voice ก่อนหน้านี้ จอมเคยคิดจะวางมือจากการทำสื่ออิสระ แต่การเมืองที่ร้อนแรงในเมืองไทย ทำให้เขากลับมาจัดรายการอีกครั้ง

          กลุ่มคนเสื้อแดงในสหรัฐยอมรับว่า จอมทำอาหารเก่ง จึงเริ่มต้นทำงานในครัวตามร้านอาหารไทยที่มีอยู่ดาดดื่นในแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะขยับมาเปิดร้านของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432782?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง เลือกตั้งซ่อมเมืองลำปาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า วุ่นเรื่องในพรรค ไม่เร่งเครื่องหาเสียง คล้ายประมาทคู่แข่ง ระวังเจอพลังเงียบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เงียบจนผิดปกติ หลัง “พินิจ จันทรสุรินทร์” ถอนตัวไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 เหลือผู้สมัคร ส.ส.ไม่กี่คน และคนเมืองรถม้าก็คาดการณ์ล่วงหน้าว่า พรรคพลังประชารัฐชนะแล้ว

          นับแต่สุดสัปดาห์ที่แล้ว “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และแกนนำพรรคฯ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค  คือ ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ เดินสายไปทุกอำเภอในเขต 4

          “เสรีพิศุทธ์” มีจุดขายคือ ไม่เอาเผด็จการ จึงพยายามปลุกเร้าให้พลังเงียบออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เลือกเบอร์ 2 กันให้เยอะๆ

“เสรีพิศุทธ์” หาเสียงหนัก

          ฟากฝั่งพรรคพลังประชารัฐ กลับมีความวุ่นวายภายในพรรค จึงไม่เห็นแกนนำพรรคอย่าง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ ยกทีมไปหาเสียงในพื้นที่

++
ลุ้นหวยผู้แทน
++
การเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย ได้ 2 พันกว่าคะแนน ขณะที่ วัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้ 3 หมื่นคะแนน ถ้าเปรียบเหมือนกีฬามวยไทย “วัฒนา” เป็นต่อชนิดไม่มีใครกล้ารอง

          สำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยังมีความหวังลึกๆ เมื่อพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ให้การสนับสนุนพรรคเสรีรวมไทย

          ตำนาน ส.ส.บ้านนอก บุญเติม จันทะวัฒน์ ผู้ล่วงลับยังเป็นเรื่องโจษขาน เมื่อเลือกตั้งปี 2544 บุญเติม สังกัดพรรคถิ่นไทย ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 4 ได้เพียง 240 คะแนน ต่อมา เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้ชนะจากพรรคไทยรักไทย ถูกใบแดง และให้การสนับสนุนบุญเติม

          บุญเติมจึงถูกหวยได้เป็น ส.ส.บ้านนอก แบบไม่คาดฝัน ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ ก็แอบลุ้นหวยอยู่เหมือนกัน

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

“วัฒนา สิทธิวัง” พรรค พปชร. วันเปิดตัว แล้วก็เงียบ

++
หมอรวยเงียบ
++
ด้านผู้สมัคร ส.ส.ตัวเต็งอย่าง “หมอรวย” หรือ วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.อบจ.ลำปาง เขต 1 อ.เกาะคา และอดีตรองประธานสภา อบจ.ลำปาง กลับไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวผ่านสื่อท้องถิ่น

          ยกเว้นวันแรกที่ “หมอรวย” ไปสมัคร ส.ส. ก็มี เอกราช ช่างเหล่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ สาย“ผู้กองธรรมนัส” ไปให้กำลังใจอีกหลายคน

          หลังจากนั้นมา สจ.วัฒนา ให้สัมภาษณ์นักข่าวท้องถิ่นว่า “ต้องขอบคุณ พรรคเพื่อไทย ที่เปิดโอกาสให้ครั้งนี้ มีมติไม่ส่งผู้สมัคร ทั้งนี้ตนเองและทีมงานคุณภาพ ต้องขยันพบปะพี่น้องประชาชน 5 อำเภอเขต 4 ลำปาง ในช่วงเวลา 20 กว่าวันนี้”

          หมอรวยยืนยันว่า “ผมมีความพร้อมกว่าเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

“ร.อ.ธรรมนัส” จะเอายังไงกับเลือกตั้งลำปาง

          จะว่าไปแล้ว “ผู้กองธรรมนัส” จะประมาท “การ์ดตก” ไม่ได้ เพราะรวมคะแนนเพื่อไทยและอนาคตใหม่(ก้าวไกล) เมื่อเลือกตั้งหนที่แล้ว ประมาณ 6 หมื่นคะแนน

          หากพลังเงียบลุกขึ้นสั่งสอนพรรคใหญ่ หมอรวยอาจเจ็บปวดกว่าหนแรก เนื่องจากรอบนี้ เมื่อสิงห์เฒ่าปล่อยวาง ใครก็ว่า หมอรวยก็นอนมา

          ระยะนี้ ผู้กองธรรมนัสเจอมรสุมการเมืองในพรรค ถ้าดันการ์ดตก หมอรวยพ่ายศึกลำปาง..รับรองเจอรุมกระหน่ำซ้ำเติมแน่

จาก “นิพัทธ์” ถึง “สุชาติ” มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432759?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จาก “นิพัทธ์” ถึง “สุชาติ” มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน?

 จาก "นิพัทธ์" ถึง "สุชาติ" มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน?

เจาะประเด็นร้อน : จาก “นิพัทธ์” ถึง “สุชาติ” มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน?

          จากประเด็นการตีความผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในยุค คสช.ที่เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ ว่าสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระได้หรือไม่นั้น กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแวดวงกฎหมาย รวมถึงวุฒิสภา / เพราะคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. กับคณะกรรมการสรรหา กสม. หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตีความเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน ทั้งๆ ทีเป็นคุณสมบัติสำคัญที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ในการดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระทั้งสององค์กร

          เนื่องจากคณะกรรมการสรรหา กรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบให้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี ซึ่งเคยเป็น สนช. เมื่อปี 59-62 ผ่านคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. อีกทั้งวุฒิสภาก็โหวตผ่านให้แล้วด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

          แต่อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการสรรหา กสม. หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประชุมนัดแรกไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลับมีมติเสียงข้างมากว่า พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเคยเป็น สนช.ระหว่างปี 57-62 มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฯ ทำให้ขาดคุณสมบัติ

          ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการสรรหา กสม. ตีตกชื่อของ พลเอกนิพัทธ์ ก็คือ ตีความว่าเคยดำรงตำแหน่ง สนช. และพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ถึง 10 ปี เนื่องจาก สนช.คือตำแหน่งเดียวกับ ส.ส. และ ส.ว.

ประเด็นที่น่าสังเกตก็คือ เนื้อความในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ เหมือนกันทุกประการ กล่าวคือ

กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 11 กรรมการ ป.ป.ช. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม “เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา”

ส่วน กฎหมาย กสม. มาตรา 10 กรรมการ กสม. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม “เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา”

ปรากฏว่าคณะกรรมการสรรหา กสม. มองว่า ตำแหน่ง สนช. ก็คือ ส.ส.หรือ ส.ว.นั่นเอง จึงต้องพ้นจากตำแหน่ง 10 ปีก่อน ถึงจะรับตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ / แต่คณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. กลับมองไปอีกแบบ

คำถามคือ มาตรฐานอยู่ตรงไหน หรือเรื่องนี้น่าจะต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง

ความเห็นตอนนี้แตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกเห็นว่า สนช.ก็คือ ส.ส. และ ส.ว.นั่นเอง จึงไม่น่าจะมีคุณสมบัติเป็นกรรมการองค์กรอิสระ หากยังพ้นตำแหน่งไม่ถึง 10 ปี

หัวขบวนของการตีความแบบนี้ คือ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เหตุผลของนายศรีสุวรรณก็คือ

– ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

– รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 263 ได้บัญญัติว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป โดยให้การทำหน้าที่สิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้

– แนวทางที่นายศรีสุวรรณจะเดินหน้าต่อไป คือยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองชี้ขาด

ส่วนอีกฝ่ายที่มีความเห็นตรงกันข้ามว่า สนช. ไม่ใช่ ส.ส. และ ส.ว. ก็คือ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ในฝ่ายเสียงข้างมากที่โหวตรับรองให้ นายสุชาติ เป็นกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้วนั่นเอง

เหตุผลของ ส.ว.สมชาย แสวงการ ก็คือ

– สนช. ไม่ใช่ ส.ส. หรือ ส.ว. แต่ สนช.ทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาระหว่างช่วงปฏิวัติ

– องค์ประกอบ สนช.ไม่เหมือน ส.ส. และ ส.ว. เพราะ สนช.อนุโลมให้ข้าราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้พิพากษามาเป็น สนช.ได้ ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. และ ส.ว. คือห้ามเป็นข้าราชการ อีกทั้ง สนช.ไม่ได้เป็นข้าราชการการเมือง แต่คือเจ้าหน้าที่รัฐที่มาทำหน้าที่แทน ส.ส. และ ส.ว. เท่านั้น

– คณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. มีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และตัวแทนจากองค์กรอิสระ ส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย จึงตีความว่า สนช. ไม่ได้เป็น ส.ส. และ ส.ว. ส่วนกรรมการสรรหา กสม. ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย จึงตีความผิด ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานใสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นกรรมการสรรหาฯ ขณะโหวตไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ส่วนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ไม่ได้ลงคะแนน

– รัฐธรรมนูญ 2560 เขียนห้ามไม่ให้เป็น ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญนี้มาเป็น หมายความว่าตั้งแต่นายพรเพชร และ ส.ว. จำนวน 80 ราย ที่มาจาก สนช. ก็หลุดเก้าอี้เลย หากมีการไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วสรุปว่า สนช. เป็น ส.ส. และ ส.ว. ก็ทำให้ทุกคนขาดคุณสมบัติ เชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้” นายสมชาย กล่าว

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432754?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

สมศักดิ์ เทพสุทิน ร่างปฏิญญากินเส้นฉบับใหม่ “ไม่เอาสมคิด” เดินหน้าหนุน “ลุงป้อม” เพื่อความอยู่รอด

++
วันหยุดช่วงโควิดคลาย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” นัดนักข่าวไปกินก๋วยเตี๋ยว คุยการเมืองไปที่ร้านกินเส้น ตรงข้ามสำนักงาน ป.ป.ช. ย่านสนามบินน้ำ

          เดือน เม.ย.2561 ที่ร้านกินเส้น ของเจ๊เป้า-อนงค์วรรณ เทพสุทิน ได้พบกับ ภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ผู้มาขายฝันสร้างพรรคการเมือง จนกลายเป็นที่มาของภาพ 3 สหายคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , สมศักดิ์ เทพสุทิน และภิรมย์ พลวิเศษ ผู้ก่อการ “กลุ่มสามมิตร”

อ่านข่าว…   สุริยะทิ้งสมคิด ‘สองมิตร’คิดการใหญ่

เวลานั้น ภิรมย์ พลวิเศษ ทำหน้าที่เสมือนโฆษกกลุ่มสามมิตร คอยกระจายข่าวว่า นักการเมืองกลุ่มโน้นกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในกลุ่มกี่คนบ้างแล้ว

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

สามมิตร 2561

++
สมคิดไม่ใช่สามมิตร
++
ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยในตำนาน กลับมาคึกคักอีกหน เมื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน นัดนักข่าวไปเคลียร์ปมเรื่องหนุน “บิ๊กป้อม” เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่

          สมศักดิ์เปรียบได้กับนักเตะจอมเก๋า จึงอธิบายเรื่องสายสัมพันธ์กับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สมคิดเคยพูดหลายครั้งว่า ไม่ได้เป็นกลุ่มสามมิตร และที่สำคัญ พวกเขาได้สลายกลุ่มสามมิตรไปแล้ว

          นอกจากการเปิดใจกับนักข่าวแล้ว “สมศักดิ์” ยังออกแถลงการณ์ปฏิญญาร้านกินเส้น แจกแจงเป็นข้อๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค พปชร. และในข้อที่ 4 มีความนัยเกี่ยวกับ “2 กุมาร” ผู้บริหารพรรคหน้าเดิม

          “การปรับโครงสร้างทางการเมือง มิได้หมายความว่าผู้บริหารเดิมจะไม่สามารถกลับมาได้อีก บุคคลที่เข้าใจชาวบ้าน เข้าใจชาวชนบท เข้าใจ ส.ส. ย่อมได้รับคะแนนนิยมในพรรค ทั้งท่านหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือท่านประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของพรรคได้อีกเช่นกัน”

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

สามมิตร 2563

          สมศักดิ์ กำลังจะบอกว่า อุตตม สาวนายน และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ไม่เข้าใจชาวบ้าน ไม่เข้าใจชาวชนบท และไม่เข้าใจ ส.ส.

++
สามมิตรร่อยหรอ
++
ถ้าจำกันได้ กระบอกเสียงของ “สุริยะ-สมศักดิิ์” พยายามกระจายข่าวว่า กลุ่มสามมิตร มีไพร่พลอยู่ประมาณ 40 คน แต่ตัวเลขจริงๆ มีไม่ถึงเกิน 20 คน

          จะว่าไปแล้ว ผู้สมัคร ส.ส.สายสามมิตร สอบตกเยอะในภาคอีสาน หากไม่ได้ ส.ส.ป้ายแดงจากพิจิตรและพิษณุโลกมาช่วย เสี่ยไก่ชนแห่งสุโขทัย คงเสียศูนย์ โชคดีที่ยังได้ ส.ส.อีสานจากชัยภูมิ, สุรินทร์ และนครราชสีมา มาเสริมอีก 4-5 คน

          ภาคกลาง ที่อยู่ในการดูแลของ “อนุชา นาคาศัย” ก็ร่วงระนาว แถม ส.ส.หน้าใหม่ก็แจ้งเกิดเยอะ สมศักดิ์ต้องออกแรงไปดึง “ส.ส.นกแล” มาเ

          เดิมที กลุ่มสมคิด และ “2 กุมาร” กับกลุ่มสามมิตรเป็นแนวร่วมกัน แต่พักหลังกลับมีปัญหา “อุตตม” ไม่เข้าใจวิธีการดูแล ส.ส. จึงทำให้ “ส.ส.นกแล” ย้ายไปอยู่ขั้วใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ

          อย่างที่รู้กัน ขั้ววิรัช-ส.ส.เฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ได้สันติ พร้อมพัฒน์ มาเสริมทีม กลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในพรรค

          ด้วยเหตุนี้ “สมศักดิ์-สุริยะ” ก็ต้องเลือกเข้าสวามิภักดิ์บ้านป่ารอยต่อฯ โดยก่อนหน้านั้น ส่ง “เสี่ยแฮงก์ อนุชา” เข้าไปรับใช้ประมุขบ้านใหญ่ล่วงหน้าแล้ว

ไขกลเกม.” 3ป.”บนหมากการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432755?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ไขกลเกม.” 3ป.”บนหมากการเมือง

ไขกลเกม." 3ป."บนหมากการเมือง

ไขกลเกม.” 3ป.”บนหมากการเมือง ทำไม”ลุงป้อม”ต้องลุยการเมืองเพื่อ”ลุงตู่” อะไรคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ “3 ป.”

กระเเสข่าว “3ป.” (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา)ขยับ”หมากการเมือง”เเบบสะเทือนวงการว่า “ลุงป้อม”จะเคลื่อนตำเเหน่งจาก”ประธานยุทธศาสตร์”พรรคพลังประชารัฐไปเป็น”หัวหน้าพรรค”ที่มีสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ…

 หลายคนมองว่าเป็น “หมากการเมือง”เพื่อเคลื่อนตัว “พี่ใหญ่”เเห่ง “3ป.”ให้เข้าสู่วงล้อเเห่งอำนาจเพื่อเคลื่อน”พลังประชารัฐ”ต่อยอดอำนาจในวันข้างหน้า

 ส่วน”ขั้วตรงข้าม”อาศัยจังหวะนี้โจมตีว่า เป็นการสืบทอดอำนาจเพื่อหวังบางสิ่งบางอย่าง มิได้ทำเพื่อบ้านเมืองโดยเเท้จริง!

เเต่ความจริงบางมุมในการขยับตัวของ”ลุงป้อม”คราวนี้….หลายคนมิทราบชัดว่าทำไม? “ลุงป้อม”ต้องเปลืองตัว เนื่องจากวันนี้ใครหลายคนทราบดีว่า ตัวจริง เสียงจริงเเห่ง”พปชร.”คือใคร?เเล้วใย ..”ลุงป้อม”ต้องเปิดตัว คำตอบอยู่ที่นี่

 บันไดในการสานฝันของ”ลุงตู่”ที่หวังพบการสลายความขัดเเย้งบน”สงครามสีเสื้อ”เเละ”กลุ่มการเมือง”ที่หวังใช้ชีวิตเเละเลือดเนื้อประชาชนเป็นหนทางเข้าสู่อำนาจเเบบเป็นทางการ หรือแม้กระทั่งการสร้างมวลชนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้มีความคิดแค่เพียงอยากเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เคยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่คนไทยต้องเสียเลือด เสียน้ำตาไปไม่รู้เท่าไหร่เพื่อการเข้าสู่อำนาจของคนไม่กี่คน จุดนี้ต่างหากที่ “3 ป.” พยายามจะเปลี่ยนแปลง แก้ไข

 เมื่อวิถีประชาธิปไตยกลับมา..พรรคการเมืองคือตัวเเทนของประชาชนที่เป็นองค์กรหลักทางกฎหมายเพื่อสานภารกิจของ”น้องเล็ก”ใน “3ป.”ให้ลุล่วง เเม้ยามนี้”สงครามสีเสื้อ”จะจางหายไปพอสมควร เเต่ยังมีบางกลุ่มหวังใจว่าจะปลุก”สงครามสีเสื้อ”ให้กลับมาอีกคราว

 พรรคการเมือง คือ องค์กรที่ตอบโจทย์ลดความขัดเเย้งได้ในทุกรูปเเบบ ดังนั้นเมื่อ”พรรคพลังประชารัฐ” คือ พรรคหลักในการจัดตั้ง”เรือเหล็ก”ลุยมรสุม เมื่อ”ลุงตู่” กุมพังงาในฐานะกัปตันเรือทางการบริหารประเทศ “ลุงป้อม”จะเป็นต้นเรือคอยคุมทิศทางทางการเมืองเเละ”ลุงป๊อก”เป็น”สรั่งเรือ”อีกตำเเหน่งที่คอยช่วยเหลือพี่เเละน้อง

 เมื่อพ้นภาวะ คสช.มาระยะหนึ่ง ความวุ่นวายของฝ่ายการเมืองเริ่มขยับตัวในหลากยุทธวิธี การสยบเกมใต้ดินที่หวังปลุกผีสงครามสีเสื้อโดยใช้หลากลีลามาเคลื่อนไหว…การที่จะยุติหลายปัญหายามนี้เเละยามหน้า ต้องใช้กลไกประชาธิปไตยเพื่อให้ทุกภาคส่วนยอมรับเเละเดินหน้าร่วมกัน

 สถานการณ์โลกวันนี้มันเปลี่ยนทุกอย่างไปเกือบหมด หากยังคงเล่นกลเกมการเมืองเเบบไม่รู้จังหวะนั้น..รับรองว่า “ไทยเเลนด์”ล้าหลังเเละตกขบวนโลกในเวลาอันใกล้นี้เป็นเเน่เเท้

 ภาวะเเบบนี้ คนที่ผ่านหลายสมรภูมิเเบบ”ลุงป้อม”นั้น อ่านเกมออกได้ไม่ยาก..เมื่อเวลามาถึง”ลุงป้อม”จึงต้องเตรียมออกตัวมารับหน้าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อใช้อำนาจหน้าที่ทางกฎหมายพรรคการเมืองควบคุมลูกพรรคเเละประสานพรรคอื่นๆในการเดินหน้าประเทศไทยเเบบไร้รอยขัดเเย้ง เเละปล่อยให้”ลุงตู่”กับ”ลุงป๊อก”วางเเผนบริหารประเทศเเบบไม่ต้องกังวลกลเกมการเมืองที่จะมารบกวนสมาธิ…

 ตรงนี้คือคำตอบที่เเท้จริงของ”3ป.”เเละ”พี่ใหญ่เเห่งบูรพาพยัคฆ์”ในการเดินเข้าสู่วงล้อเเห่งอำนาจบนเส้นทางการเมืองไทย

 สิ่งที่จับตากันต่อไปก็คือเมื่อ”ลุงป้อม”เข้าสวมหมวก “หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ”เเล้วนั้น…ใครจะได้ไปต่อกับภารกิจบน”เรือเหล็ก”เพื่อช่วย”ลุงตู่”ฝ่าคลื่นลม

“รัฐมนตรีคนใด”..จะหลุดตำเเหน่ง และใครจะเข้ามาทำหน้าที่”รัฐมนตรี”ทดเเทนเพื่อให้ภารกิจรุดหน้า

“เทพไท” ยอวาที ลุงป้อมตัวจริง “พปชร.”ไม่แตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432727?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“เทพไท” ยอวาที ลุงป้อมตัวจริง “พปชร.”ไม่แตก

"เทพไท" ยอวาที ลุงป้อมตัวจริง "พปชร."ไม่แตก

3 มิถุนายน 2563 – 11:30 น.

“เทพไท เสนพงศ์”  ขอฟันธงแบบหลานรักลุง เชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพลังประชารัฐ พรรคจะแข็งแกร่ง

++
นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นเซเลบใน Twitter ยุคแรกๆ มีผู้ติดตามมากมายคือ เทพไท เสนพงศ์ @Theptai ขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ เล่นเฟซบุ๊ก แต่ ส.ส.นครศรีธรรมราชคนนี้ เลือกสื่อสารกับผู้คนผ่านทวิตเตอร์

          เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2563 “เทพไท” ทวีตยาวๆ เรื่อง “ลุงป้อม” ไว้น่าสนใจ และคลายข้อสงสัย สมัยที่มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงต้นปีนี้ เหตุใดเทพไทจึงประกาศพร้อมที่จะเป็น “องครักษ์พิทักษ์ลุงป้อม”

อ่านข่าว…   เขิน  “บิ๊กป้อม ” ไม่ตอบพร้อมนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค “พปชร.” หรือไม่
สาเหตุที่เทพไท ทวีตเรื่องลุงป้อม เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค ปชป. และพรรค พปชร.

          “ความเห็นของผมในครั้งนี้ เป็นความเห็นส่วนตัว ระหว่างลุงกับหลาน ที่มีความรู้สึกดีต่อกัน ผมเป็นนักศึกษา วปอ.ได้ ก็เพราะลุงป้อม ในฐานะนายกสภาฯ เป็นผู้อนุมัติ ความเห็นของผม ไม่ขอล่วงเกินไปยัง พปชร.ใดๆ ทั้งสิ้น ขอย้ำว่า เป็นความสัมพันธ์ทางจิตใจของลุงกับหลานครับ”

          เทพไท เสนพงศ์ แสดงจุดยืนสนับสนุน “ลุงป้อม” เป็นหัวหน้าพรรค พปชร.เต็มที่ ด้วยเหตุผลดังนี้

          1.ลุงป้อมคือ พี่ใหญ่ในสายบูรพาพยัคฆ์ ผู้ทรงอิทธิพลตัวจริง จะเป็นศูนย์กลางอำนาจที่แท้จริง ทั้งลุงตู่ ลุงป๊อกเกรงใจ ไม่กล้าขัดใจลุงป้อม เพราะมีวันนี้ได้ก็เพราะลุงป้อมของผมครับ

          2.ลุงป้อม เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ออกหน้า การเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค มีบารมีเหนือกว่าหัวหน้าพรรคมากมาย การเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง ไม่ใช่เรื่องแปลก

          3.ส.ส.เกือบทุกคนใน พปชร.ขึ้นต่อลุงป้อม เพราะลุงป้อมเป็นคนใจดี หลานๆทุกคน รักลุงมาก ลุงใจถึงพึ่งได้ตัวจริง ยิ่งกว่านักการเมืองบางคนเสียอีก

          4.ใน พปชร. มีหลายกลุ่มหลายก๊ก ถ้าไม่ใช่ลุงป้อมเป็นหัวหน้า คงเอาไม่อยู่ แตกกันยับแน่ๆ เพราะเป็นพรรครวมดาวกระจาย มีนักการเมืองร้อยพ่อพันแม่เข้ามารวมตัวกันในพรรคนี้

          5.ลุงป้อมคนเดียวเท่านั้น ที่คุยกับลุงตู่ได้ และลุงตู่เกรงใจ ส.ส.ใน พปชร.ส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงลุงตู่ การต่อรองทางการเมืองไม่มี ต้องใช้บารมีลุงป้อม ในการต่อรองการเมืองกับลุงตู่ให้กลุ่มตัวเอง

          6.การเลือกตั้งที่ผ่านมา ลุงป้อมคือคนที่ระดมสรรพกำลังทั้งหมดให้กับพรรค ดูแลทั้งอำนาจรัฐ อำนาจเงิน ตั้งแต่ออกสตาร์ท จนถึงโค้งสุดท้ายเข้าเส้นชัย อัดฉีดกันไม่มีคำว่า แผ่วปลายเลย

          7.พปชร. มีสภาพพรรคการเมืองอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะบารมีของลุงป้อมโดยแท้ วันไหนไม่มีลุงป้อม จะเกิดสภาพยุ่งเหมือนยุงตีกัน ลุงป้อมเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงในวันนี้ เชื่อว่า ทุกอย่างในพรรคจะดีขึ้น

++

          อย่างไรก็ตาม เทพไท เสนพงศ์ ออกตัวก่อนแล้วว่า “ขออนุญาตพูดถึงลุงป้อม ในฐานะที่เคารพนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ กลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองอื่น เสียมารยาททางการเมือง ขอเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างลุงกับหลาน หลานขอยกมือเชียร์ลุงป้อม ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐสุดมือ..”

แม่บ้าน พปชร. “สันติ” คนเดิม เพิ่มเติมคือ”หญิงอ้อ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432716?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

แม่บ้าน พปชร. “สันติ” คนเดิม เพิ่มเติมคือ”หญิงอ้อ”

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

หลายคนอาจร้อง “ยี้” กับชื่อ สันติ พร้อมพัฒน์ แต่ความจริงการเมืองไทย สันติมีคอนเนกชั่นพิเศษ ต่อสายบ้านจันทร์ส่องหล้าได้  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประมุขคนใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ต้องลุ้นกันแล้ว เพราะเสียงสนับสนุน “ลุงป้อม” ล้นเหลือ ฉะนั้น คน พปชร. จึงโฟกัสไปที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค

          ขานชื่อกันตรงนี้ ก็มี 2 ชื่อคือ สันติ พร้อมพัฒน์ ค่ายมะขามหวาน และอนุชา นาคาศัย ค่ายสามมิตร

          เสี่ยสันติ อาจมีจุดอ่อนตรงที่มีภาพลักษณ์เป็นนักการเมืองพันธุ์เก่า แต่จุดแข็งคือ ใจป๋า ใจป้ำ เหนื่ออื่นใด เสี่ยสันติ รู้จักมักคุ้นกับ “คุณหญิงอ้อ” มานาน

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

          ข่าวลือเรื่องเพื่อไทย จะเป็นกำลังเสริมให้รัฐบาลลุงตู่ 2/2 ก็ฟังหูไว้หู เพราะการเมืองทุกเผ่าพันธุ์ในโลกนี้เหมือนกันหมด “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร”

++

          ฐานที่มั่นรัชดาวัน
++
เมื่อ 11 ก.พ.2563 “วิรัช รัตนเศรษฐ” ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้นัดหมาย ส.ส.พลังประชารัฐ กว่า 100 คน มารับประทานอาหาร ที่อาคารรัชดา ONE ถ.รัชดาภิเษก 32 ตรงข้ามศาลอาญา

          เจ้าภาพตัวจริงคือ สันติ พร้อมพัฒน์ พรั่งพร้อมด้วยกองหนุน ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรค , สุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พรรค และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

          วันนั้น “วิรัช” บอกนักข่าวว่า พาเพื่อน ส.ส.มาดูอาคารรัชดาวัน เพราะมีแผนขยายพื้นที่เป็นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐอีกแห่ง

          วันที่ 23 เม.ย.2563 แกนนำ พปชร. นำโดยสันติ ,วิรัช และ ส.ส.เฮ้ง ทำการบวงสรวงที่ทำการพรรคแห่งใหม่ อาคารรัชดาวัน ONE ตรงข้ามศาลอาญา ซึ่งรู้กันดีว่า เป็นของตระกูล “พร้อมพัฒน์”

          เมื่อมีการเลือกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนใหม่เสร็จสิ้น พปชร.ก็จะย้ายที่ทำการพรรคจากอาคารปานศรี ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร มาอยู่ที่อาคารรัชดา ONE

          แสดงว่าอาคารเก่าที่ “เฮียสน” จัดหามา อาจแปรสภาพเป็นบ้านหลังใหม่ของ 4 กุมาร และเฮียกวง

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

++

          คนใกล้ตัวคุณหญิงอ้อ
++
สำนักข่าวอิศรา เคยเจาะลึกขุมข่ายธุรกิจของสันติ พร้อมพัฒน์ สมัยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงทราบกันดีว่าเสี่ยสันติ เคยทำธุรกิจร่วมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์

          ว่ากันว่า คุณหญิงอ้อไว้วางใจให้บริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตร จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวและเครือญาติของ สันติ กู้ยืมในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินลงวันที่ 22 ก.พ.2543 มูลค่าไม่มากไม่น้อย แค่ 160.2 ล้านบาท

          รายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตร จำกัด ล้วนเป็นเครือญาติของเสี่ยสันติ ต่อมา วันที่ 4 ก.พ.2545 บริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตรฯ เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท รัชดา มิลเลเนี่ยม ทาวเวอร์ จำกัด ประกอบกิจการซื้อขายฝากที่ดินให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคล

          ปี 2546 บริษัท บางซื่อ จำกัด ซึ่งมี วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ ภรรยาของสันติ และเครือญาติ เข้าไปถือหุ้น บริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตร จำกัด (หรือ บริษัท รัชดา มิลเลเนี่ยม ทาวเวอร์ จำกัด)

          คนเพื่อไทยต่างทราบกันดี เลือกตั้งปี 2550,2554 เสี่ยสันติได้แสดงบท “พี่ใหญ่ใจป้ำ” ตามนโยบายคุณหญิงอ้อเป็นอย่างดี

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

++

          เจ้าพ่อมะขามหวาน
++
เสี่ยสันติไม่ใช่คนเมืองมะขามหวานโดยกำเนิด เริ่มเข้ามาทำธุรกิจพัฒนาที่ดินในหลายอำเภอของ จ.เพชรบรูณ์ บุคลิกพูดน้อย แต่ทำเยอะแบบเสี่ยสันติ จึงทำให้เขาหลอมรวม “ตระกูลการเมือง” ในเพชรบูรณ์ มาอยู่ใต้ร่มธงผืนเดียวกัน

          เริ่มจาก “พิมพ์พร” ตัวแทนตระกูลพรพฤฒิพันธุ์ ที่ดูแล อ.เมืองเพชรบรูณ์ และ “จักรัตน์” ตัวแทนตระกูล “พั้วช่วย” ยึดท้องถิ่น อ.หล่มสัก มายาวนาน

          อีกฟากหนึ่ง ก็มอบให้ภรรยา-“วันเพ็ญ” ปักหลักอยู่ที่ อ.ชนแดน, “ส.ส.ดำ-สุรศักดิ์” เหนียวแน่นใน อ.หนองไผ่ และ “เอี่ยม” ตัวแทนตระกูล “ทองใจสด” ผู้มากบารมี อ.วิเชียรบุรี

          หากไม่ใช่คนแบบเสี่ยสันติ ไม่สามารถรวมดาว “เจ้าพ่อ” เมืองมะขามหวานได้แน่นอน

เอาอยู่ “บิ๊กบราเธอร์” คุมเสือสิงห์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432684?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เอาอยู่ “บิ๊กบราเธอร์” คุมเสือสิงห์

 เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

คนทั้งประเทศ รู้ดีว่า “บิ๊กบราเธอร์” ของพลังประชารัฐคือใคร? ถนนทุกสายบ่ายหน้าไป “บ้านป่ารอยต่อ”

หาก “ติ่งประยุทธ์” มองพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อย่างตรงความเป็นจริง และไม่หลอกตัวเอง ก็ต้องเข้าใจว่า พรรคนี้คือ ศูนย์รวมเสือสิงห์กระทิงแรด

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พยายามเลี่ยงตอบคำถามกรณีความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง จนทำให้ อุตตม สาวนายน และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ต้องพ้นสภาพการเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า สักวันต้องมาถึงวันนี้

ประการแรก พรรคพลังประชารัฐ เกิดขึ้นในบริบทการเมืองย้อนยุค “ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย” พรรคจึงถูกออกแบบเป็นพรรคกึ่งพลเรือนกึ่งทหาร

ประการที่สอง อดีต ส.ส.จากหลายพรรคที่หลั่งไหลเข้าพลังประชารัฐ ต่างรู้ดีว่า เจ้าของพรรคตัวจริงใจ “ป.ป้อม” ผู้มีบุคลิก “ใจถึง พึ่งได้” มีเมตตากับทุกคน ที่เข้ามาหา ส่วน “อุตตม-สนธิรัตน์” แค่ผู้เล่นคั่นเวลา

ประการที่สาม การเอาชนะคู่แข่งทางการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย หากไม่ใช้บริการ “นักเลือกตั้ง” ที่เคยอยู่ใต้ธงทักษิณ ก็ยากจะเอาชนะในสมรภูมิได้

นัยว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เข้าบ้านป่ารอยต่อฯทุกวัน รวมถึงวิรัช รัตนเศรษฐ และคนอื่นๆอีกมาก

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แม่ทัพภาคเหนือ ก็ต่อสายถึงบ้านป่ารอยต่อฯ

ยกเว้นกลุ่มสามมิตร นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ผนึกกำลังอยู่กับสมคิด และกลุ่ม 4 กุมาร

กลุ่มเพชรบูรณ์ ,กลุ่มบ้านริมน้ำ , กลุ่มอัศวเหม, กลุ่มลูกกำนันเซี๊ยะ และกลุ่มปากน้ำโพ ต่างก็มาสังกัดพรรคนี้ เพราะเชื่อในพลังของ “3 ป.”

หลังเลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 119 คน และในนี้ มี ส.ส.หน้าใหม่ กว่าร้อยละ 40

ช่วงแรกๆ กลุ่มสามมิตรดูเบ่งบานบารมี มีแนวร่วมอย่างกลุ่มเพชรบูรณ์ โดยสมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้สิระ เจนจาคะ ไปดึง ส.ส.ภาคใต้มาอยู่ในมุ้ง

นานวันไป สุริยะ และสมศักดิ์ ก็เหนื่อยกับการดูแล “ส.ส.นกแล” กำลังร่อยหรอ จาก 40 คน เหลือแค่ 20 คน

 เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

                                      ส.ส.เฮ้ง และบิ๊กป้อม

กลุ่มวิรัช รัตนเศรษฐ สายตรง “บิ๊กป้อม” กลับมาแรงกว่า โดยมี “ส.ส.เฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เป็นผู้เดินเกมรวบรวมไพร่พลจากทุกภาคมาขึ้นตรงกับบ้านป่ารอยต่อฯ

                                     เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

                                     วิรัช รัตนเศรษฐ

ระยะหลัง สันติ พร้อมพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มเพชรบูรณ์ ได้แยกตัวจากกลุ่มสามมิตร มาขึ้นตรงบ้านป่ารอยต่อฯ จึงเป็นที่มาของอาคารวัน รัชดาฯ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐแห่งใหม่

                                       เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

                                        สันติ พร้อมพัฒน์

จริงๆแล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตรียมจังหวะก้าวที่เข้ามาคุมพรรคพลังประชารัฐทีละขั้น โดยเริ่มจากเข้ารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค

“หลังจากที่ผมมาทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ส.ส.ของพรรคก็พอใจ เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่ตอนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และผมก็พอใจบทบาทของ ส.ส.ในพรรคเป็นอย่างมากในการทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนประชาชนให้มีงานทำ โดยทุกคนเมื่อลงพื้นที่กลับมาก็ทำรายงานมาส่ง มี ผบ.ภาค ของพรรคทำหน้าที่คุม ส.ส.แต่ละพื้นที่อยู่”

โปรดสังเกตคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กป้อมข้างต้น ดูเชื่อมั่นในบารมีตัวเอง ไม่มีกลุ่ม ไม่มีก๊วน นับแต่บิ๊กป้อมก็ก้าวมาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค

“จริงๆแล้วในพรรคไม่มีอะไร ผมไปก็เรียบร้อยทุกที และ 100 กว่าคนก็อยู่กับผม”

เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432671?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

เปิดเบื้องลึก...ย้าย "หมอชาญชัย"ไม่เป็นธรรม

#SAVE หมอชาญชัย ว่อนโลกโซเชียล หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่านอกฤดูการ เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

#SAVE หมอชาญชัย ว่อนโลกโซเชียล หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่านอกฤดูการให้”นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล“ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น (รพ.ขอนแก่น) ย้ายเข้ากรุมาประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ด้วยข้อหาสุดคลาดสิก”เรียกรับเงินร้อยละ 5 จากบริษัทยาเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น”

เดิม “หมอชาญชัย จันทร์วรชัยกุล” แพทย์ชนบทในวัยละอ่อน อยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกับ  “หมอเกรียง” นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ผู้ที่จะมานั่งรักษาราชการแทนที่ รพ.ขอนแก่น

แต่พักหลัง “หมอชาญชัย” แยกตัวออกมาตามเส้นทางเดินที่แตกต่างไปจากกลุ่มแพทย์ชนบทบางคน  ทำให้อดีตแพทย์ชนบทคนหนึ่ง ได้เติบโตในหน้าที่ราชการ จนได้มาเป็น “ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์”ระดับจังหวัด

เส้นทางการบริหารโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ไม่ง่ายนัก เมื่อแรกเข้ามา “หมอชาญชัย” พบว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในภาคอีสาน เป็นอับสองรองจากโรงพยาบาลมหาราชที่จังหวัดนครราชสีมา เท่านั้น แต่“ขาดสภาพคล่อง” อย่างหนักหนาสาหัส ชนิดที่เรียกได้ว่า “ติดลบกว่า 400 ล้านบาท”

แหล่งข่าวระดับสูงในมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ระบุว่าหมอชาญชัย ได้ออกปากขอความชวยเหลือให้นักวิชาการด้านการเงิน/การบัญชี ที่เก่งเรื่องการเงิน/การบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยแก้ไขปัญหา อุดรูรั่ว ขจัดคนโกง เหลือบไรที่เกาะกินโรงพยาบาลขอนแก่น

การต่อสู้เพื่อความถูกต้องและตั้งใจทำงานเพื่อส่วนของ “หมอชาญชัย” หลังจากดึงนักวิชาการด้านการเงิน/การบัญชี ไปช่วยแก้ไขปัญหา สต๊อกยาในห้องยา ในวอร์ด รวมถึงปัญหาการรั่วไหล ปัญหาการคีย์ข้อมูลเบิกเงินจาก สปสช. ทำให้ของที่ซื้อมาในราคาเดิมหน่วยละ 9 บาท  ลดหลงเหลือหน่วยละ 3 บาท ทำให้โรงพยาบาลขอนแก่นประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ เกือบ 40 ล้านบาท

วีรกรรรมในครั้งนั้น “หมอชาญชัย” บริหารโรงพยาบาลศูนย์ทำให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ดีขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมีขวัญและกำลังใจทำงานรับใช้ประชาชนดีขึ้น

จากนั้นไม่นาน “หมอชาญชัญ” กลับถูกสั่งย้ายจากรพ.ขอนแก่น ไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี

และมีคำสั่งให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ เข้ารับตำแหน่ง รพ.ขอนแก่น แทน ส่งผลให้บุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่น ประกอบไปด้วย แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทั้งโรงพยาบาลกว่า 2,000 คนนัดแต่งดำไว้ทุกข์ คัดค้านการย้าย

เป็นการย้ายชนิดไม่รู้ตัวล่วงหน้า ไปถึงก็เป็นจังหวะดี เปิดตึกผ่าตัดใหม่ เจ้านายเสด็จ เปิดตึกเปล่าๆ ไม่มีเครื่องมือผ่าตัด เจ้านายทรงพระเมตตา ทรงช่วยหาเครื่องมือให้ ทรงงานช่วยเขา จนทำให้ตึกผ่าตัดใหม่มีเครื่องมือผ่าตัด

สุดท้ายมีคำสั่งจาก “นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร” รัฐมนตรรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา สมัยแรก ให้ย้าย หมอชาญชัย กลับมาที่ทำหน้าที่ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นตามเดิม

กระทั่งปี2563 มีการส่งบัตรสนเท่ห์ ร้องเรียนหมอชาญชัย กล่าวหาว่าเป็นคนเรียกรับเงินบริษัทยาและมีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง สุดท้ายตั้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง และแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยขึ้น และถูกย้ายเมื่อวันที่ 1มิ.ย.2563

ข้อกล่าวหาหนึ่งที่เขาถูกร้องเรียนล่าสุด จนถูกสอบวินัยร้ายแรง และมีการรวบรัดตั้งกรรมการสอบวินัย ว่ากันว่า ร้องเรียนโดยกลุ่มแพทย์อ้างชนบท และกรรมการสอบวินัยก็เป็นพวกแพทย์อ้างชนบททั้งสิ้น เข้าทำนอง “คนชง”กับ “คนตรวจสอบ” เป็นกลุ่มเดียวกัน

ข้อกล่าวหาหมอชาญชัย รับเงินทอนค่าซื้อยาจากบริษัทยา แต่ความเป็นจริงกระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งห้ามโรงพยาบาลรับเปอร์เซ็นต์ค่าจดซื้อยาเข้าเป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล แต่ในปฏิบัติมีผอ.โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขจำนวนหนึ่ง ยังมีพฤติการณ์รับเงินส่วนแบ่งร้อยละ 5 จากค่าจัดซื้อยา แต่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่มีหลักฐานอะไรว่าทุจริต คนกลุ่มนี้ยังอยู่รอด ปลอดภัยดี เพราะมีนายใหญ่หนุนหลัง

เพียงชั่วข้ามคืน หลังข่าวย้าย “หมอชาญชัย” พ้นจากตำแหน่งผอ.รพ.ขอนแก่น ถูกสื่อกระพือข่าว ได้สร้างแรงกระเพือมต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับเจ้าวายร้่ายไวรัสโควิด19 เป็นอย่างยิ่ง อนาคตอาจจะเห็นภาพนักรบเสื้อขาวถอดใจลาออก..

 ไม่เพียงเท่านั้น  นักธุรกิจตระกูลอยู่วิทยา นักบุญใจพระผู้บริจาครายใหญ่ให้รพ.ขอนแก่น สั่งทีมงานหยุดการช่วยเหลือทุกอย่างเอาไว้ก่อน หลังรับรู้ข่าวร้าย หมอน้ำดีถูกรังแก

 ว่ากันว่า ประชาคม ชุมชน และมีคนขอนแก่นอีกจำนวนมาก ที่พร้อมจะออกมายืนหยัดเคียงข้าง หมอชาญชัย หมอนำ้ดี ที่ทำเพื่อประเทศชาติและส่วนรวม

งานนี้ถามดัง ๆ ไปถึง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา และ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จงคิดให้รอบคอบ อย่าทำตามการเมืองและการเป่าหูเพ็ดทูลของตระกูลส. กลุ่มก๊วนที่แอบอ้างตัวเป็นแพทย์ชนบท ระวังนายกฯและรัฐบาลจะเสียรังวัด เอานะขอบอกๆ

   0กลทิพย์ ใบเงิน0เรียบเรียง

จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด “พปชร.”คือสามัคคีธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432586?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด “พปชร.”คือสามัคคีธรรม

จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด "พปชร."คือสามัคคีธรรม

พลังประชารัฐคืนสู่สามัญ จากเทคโนแครตสู่นักเลือกตั้ง ใต้ร่มเงาบ้านป่ารอยต่อฯ ฤาซ้ำรอย”สามัคคีธรรม”

++
วิจารณ์กันเยอะ หลังกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ปีกหนุนบิ๊กป้อมยกทีมลาออกเกินครึ่ง หวังให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค

          กองเชียร์ลุงตู่รายหนึ่งถึงกับบอกว่า หากไร้กลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค สถานะของพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ต่างจากพรรคสามัคคีธรรมคืนชีพ

อ่านข่าว… “สมคิด” ปัดตอบหลังถูกถามตั้งพรรคการเมืองใหม่ บอกที่ลาประชุมเพราะป่วย

ถ้าจำกันได้ กลางปี 2534 “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล แกนนำคณะทหาร รสช. ปีกทัพฟ้า มอบให้ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ และ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ไปประสานกับพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ นักการเมืองอาวุโสสายเหนือจัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม

ปรากฏว่า พ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ ก็กวาดเอานักเลือกตั้งจากหลายพรรคการเมืองมารวมตัวกัน และหลังเลือกตั้งก็ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

          ปี 2562   ตอนที่เปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นพรรคทหาร หรือพรรคสามัคคีธรรมคืนชีพ เนื่องจากมีการรวบรวมอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองมาร่วมงานกัน ซึ่งหลังฉากพลังประชารัฐ ก็มีเงาร่างของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

          แต่ก็มีความต่างกับพรรคสามัคคีธรรม ตรงที่มี “แทรกโนแคร็ตการเมือง” ในนาม “เครือข่ายประชารัฐ” นำโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อุตตม สาวนายน ,สุวิทย์ เมษินทรีย์ และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นผู้ก่อร่างสร้างพรรค

          เครือข่ายประชารัฐ ได้ทำให้ความเป็นพรรคทหารเจือจางลงไปบ้าง ตัวละครหลังม่านลายพรางทั้งหลาย จึงยอมให้อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค

          คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก จึงเป็นการผสมผสานเครือข่ายงานประชารัฐกับนักการเมืองอาชีพ

          ระหว่างการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระดับเขี้ยวลากดิน ทราบดีว่า ใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง และบ้านหลังไหน เป็นบ้านใหญ่ที่ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ได้

          หลังเลือกตั้งบรรดานักเลือกตั้ง จึงจัดแถวจัดทัพแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และวิ่งไปบ้านใหญ่ ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
สถานภาพของอุตตม และสนธิรัตน์ จึงถูกมองว่า เป็นแค่ “หน้าเค้ก” ในสายตานักเลือกตั้ง
หนึ่งปีผ่านไป ตัวละครหลังม่านเปิดตัวออกมาเป็นผู้เล่นเอง จึงทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำในพรรค มีการตรวจเช็คไพร่พลกันใหม่ จนเหลืออยู่ 4 ก๊กใหญ่

          ก๊กสามมิตร มีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน มีกำลัง ส.ส.อยู่ในมุ้งประมาณ 20 คน นับรวมกลุ่มกำแพงเพชรสายวราเทพ รัตนากร

          ก๊กวิรัช-ส.ส.เฮ้ง ที่รวบรวม ส.ส.ไว้ในมือมากกว่า 30 คน ผนึกกำลังกับกลุ่มเพชรบูรณ์ และกลุ่มบ้านริมน้ำ
ก๊กผู้กองธรรมนัส ได้เก็บตก ส.ส.ภาคต่างๆ มาไว้ไม่ต่ำกว่า 15 คน
ก๊ก กปปส. นำโดย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ชาญวิทย์ วิภูศิริ และ สกลธี ภัททิยกุล

          เวลานี้ 4 ก๊กใหญ่กำลังผลักดันให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และมองข้ามช็อตถึงการปรับ ครม.แบบยกทิ้ง 3 กุมาร

          หากพลังประชารัฐ ไม่มี“กลุ่มสมคิด” ก็ไม่ต่างอะไรกับพรรคสามัคคีธรรม ที่มี “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง