อย่าจมปลักกับอดีต กับกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส … #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388706?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อย่าจมปลักกับอดีต กับกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส …

16 กันยายน 2562 – 09:50 น.
รอธรรมนัส พรหมเผ่า,แสงเทียนกลางพายุ,พรรคพลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 170 ครั้ง

คอลัมน์… แสงเทียนกลางพายุ โดย… ฉาย บุนนาค หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

“ถ้าอยากรู้ประวัติตัวเอง (ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน)… ให้ลงเล่นการเมือง… เพราะคุณจะรู้ทุกสิ่งอย่าง แบบที่ตัวคุณเองก็ไม่เคยรู้!!”

วลีเด็ดเกี่ยวกับลักษณะและผลสำเร็จของ “การเมืองไทย”… ว่าด้วยเรื่อง “การขุดอดีต”… “คุ้ยประวัติ”… และ “เติมแต่งสีสัน” เพื่อมุ่งเน้นการทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม หรือใครก็ตามที่ขวางอยู่บนเส้นทางสู่อำนาจ

เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส. เขต 1 จังหวัดพะเยา ผู้ควบตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประธานกรรมการยุทธศาสตร์ภาคเหนือของ “พรรคพลังประชารัฐ”…

โดยบริบทของเรื่องนี้… ประชาชนส่วนใหญ่คงได้ทราบกันดีแล้วถึงข้อกล่าวหาและคำชี้แจงที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ได้อธิบายแล้ว… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อกว่า 30 ปีก่อน หรือ เรื่องวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกก็ตาม

          ส่วนบทสรุปของเรื่องนี้ จะเป็นเช่นไรนั้น… ความจริงเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องตัดสิน

หากแต่ถ้ามองในสายตาของมนุษย์ที่มีความเข้าใจมิติที่หลากหลายของสังคม… มองแบบไม่มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง… ใครบ้างที่ไม่เคยกระทำสิ่งผิดพลาดในอดีต ?… ใครบ้างที่ไม่เคยอยู่ผิดที่ผิดเวลา ?… ใครบ้างที่เลือกได้แล้วชอบทำความชั่วทั้งหลาย?

สังคมไทยควรกลับมาทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ปล่อยอารมณ์และความคิดคะนองไปกับกระแสสังคมที่ถูกสร้างขึ้น…

คนไทยควรก้าวข้ามวิธีการเดิมๆ ของการเมืองแบบเก่าๆ ที่มุ่งเน้นสร้างความเกลียดชัง… เราควรเรียนรู้ที่จะให้โอกาสคนที่พร้อมตั้งใจทำความดีเพื่อสังคมในวันนี้… ไม่ใช่ร่วมสหบาทาเหยียบย่ำผู้อื่นผู้ใดที่มีโอกาสทำดีเพื่อประเทศชาติให้ต้องจมปลักอยู่กับอดีต…

      ดั่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า

          “ความเกลียดเอาชนะความเกลียดไม่ได้ มีแต่ความรักความเมตตาถึงเอาชนะได้”… และ “เราควรหยุดโหยหาอดีต ไม่วิตกกับอนาคต อย่าอยู่กับอดีต อย่าฝันถึงอนาคต ตั้งสติอยู่กับปัจจุบัน… เพราะปัจจุบันเท่านั้นสำคัญที่สุด”

ดังนั้นคนที่สังคมควรน่านับถือและได้รับโอกาสจริงๆ ก็คือคนที่พร้อมแก้ไขสิ่งผิดจากเรื่องที่ผ่านมาในอดีต… คนที่ยืดอกรับผลลัพธ์ของความผิดพลาด… คนที่พร้อมทำดี ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม…

เมื่อ “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” … จะนับอะไรกับชีวิตเด็กหนุ่มจากท้องนาที่มุ่งหาดวงดาว?!?

รู้จักและเข้าใจความเสมอภาคทางเพศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388697?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รู้จักและเข้าใจความเสมอภาคทางเพศ

16 กันยายน 2562 – 09:50 น.
ความเสมอภาคทางเพศ,รู้ลึกกับจุฬาฯ,เพศสภาพ
เปิดอ่าน 959 ครั้ง

คอลัมน์…  รู้ลึกกับจุฬาฯ  โดย… อาจารย์ ดร.รัชดา ไชยคุปต์

ความเสมอภาคทางเพศ หรือความเท่าเทียมระหว่างเพศ (Gender Equality) คืออะไร

ในระยะหลังคนไทยอาจได้ยินแนวคิดนี้บ่อยขึ้นผ่านสื่อต่างๆ หลายคนอาจมองเป็นประเด็นที่กลุ่มผู้หญิงลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิสตรี (อีกแล้ว) แต่ในความเป็นจริงเรื่องความเสมอภาคทางเพศ หรือความเท่าเทียมระหว่างเพศเป็นเรื่องของมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ ที่มีสิทธิในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน

ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า “เท่าเทียม” ไม่ได้แปลว่า “เท่ากับ” และคำว่า “เพศสภาพ” หรือ Gender เป็นคำที่กว้างกว่าคำว่าเพศ หรือ Sex ที่กำหนดตามเพศกำเนิดเท่านั้น

ในส่วนของประเทศไทยนับว่ามีความก้าวหน้าและตอบรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ที่ระบุความหมายของ การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศอย่างชัดเจน ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด (มาตรา 3) และได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558

ตามพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ สทพ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน (มาตรา 5) ซึ่งหนึ่งในอำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแผนปฏิบัติงานเพื่อให้มีการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น

นอกเหนือจากคณะกรรมการ สทพ.แล้ว ยังมีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) อีกคณะหนึ่งซึ่งมีที่มาจากการสรรหา และได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยมีหน้าที่สำคัญคือการวินิจฉัยปัญหาที่มีการยื่นคำร้องว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศตามมาตรา 18

เป็นที่น่าสนใจว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีบทกำหนดโทษสำหรับผู้ใดที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ วลพ.ด้วย กล่าวคือ ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นกฎหมายที่มีบทบังคับใช้อย่างชัดเจนไม่เพียงแค่ส่งเสริมเท่านั้น

ในระดับโลกทุกท่านคงคุ้นกับคำว่า “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ “Sustainable Development Goals” หรือเรียกสั้นๆ ว่า SDGs โดยหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญและเป็นเป้าหมายเดียวที่สามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายอื่นๆ อีก 16 เป้าหมาย ก็คือ เป้าหมายที่ 5 ว่าด้วยความเสมอภาคทางเพศ (Gender Equality) นั่นเอง

เป้าหมายนี้มุ่งเน้นที่การบรรลุความเสมอภาคทางเพศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน โดยมีสาระสำคัญในการยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในทุกพื้นที่ การขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กทุกรูปแบบทั้งในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคล รวมถึงการค้ามนุษย์ การแสวงหาประโยชน์ทางเพศและการแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ

ยิ่งไปกว่านั้นเป้าหมายดังกล่าวยังมุ่งเน้นขจัดการปฏิบัติที่เป็นอันตราย เช่น การบังคับแต่งงานในเด็กก่อนวัยอันควร และการขลิบอวัยวะเพศสตรี ตลอดจนนโยบายการคุ้มครองทางสังคม การรับรองและเสริมสร้างนโยบายและการนิติบัญญัติที่บังคับใช้ได้ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศและการเสริมพลังแก่สตรีทุกคนและเด็กในทุกระดับ

ในระดับภูมิภาค เช่น ระดับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีคณะกรรมาธิการว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก (ACWC) ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก ภายใต้ประเด็นสำคัญ 16 ประเด็น ซึ่งมีผู้แทนจากแต่ละประเทศสมาชิกประเทศละสองคน โดยดูแลด้านสิทธิสตรีหนึ่งคน และด้านสิทธิเด็กหนึ่งคน อยู่ในวาระการดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี มีภารกิจครอบคลุมประเด็นเรื่องการยุติความรุนแรงและการต่อต้านการค้ามนุษย์ รวมถึงการสนับสนุนด้านความเสมอภาคระหว่างเพศด้วย

แนวทางการทำงานของผู้แทนดังกล่าวจะสอดรับกับแนวปฏิบัติของประชาคมอาเซียนว่าด้วยความละเอียดอ่อนเชิงเพศภาวะสำหรับการดูแลสตรีที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ได้รับฉันทามติจากประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนเมื่อปี 2559 และประเทศไทย

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม, ACWC และ UN Women ได้แปลและจัดทำแนวปฏิบัติเป็นภาษาท้องถิ่นประเทศแรกในอาเซียนและนำสู่การปฏิบัติที่แท้จริง โดยจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าแนวปฏิบัตินี้ระบุถึงสตรี แต่ในส่วนที่ระบุถึงความละเอียดอ่อนเชิงเพศภาวะ (เพศสภาพ) มีการระบุว่าควรระบุเพศสภาพของผู้เสียหายด้วยเพื่อให้ความช่วยเหลือและให้การบริการที่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการย้ำเน้นถึงความสำคัญของพ.ร.บ.ความเท่าเทียมทางเพศและสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย ทาง ACWC-ประเทศไทย และ UN Women จึงได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “HeForShe University Tour” เป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โครงการ HeForShe นี้เป็นโครงการริเริ่มขององค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ และให้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ โดยเริ่มต้นครั้งแรกในโลกในปี 2553 และเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน 2560

สาระสำคัญของโครงการนี้ คือ การหยุดความไม่เท่าเทียมทางเพศโดยเน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม และที่สำคัญต้องการความร่วมมือจากเด็กผู้ชายและผู้ชายเพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ การรณรงค์นี้ไม่ได้จะมาทำให้การต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีถูกมองว่าเป็นการเกลียดผู้ชาย ในความเป็นจริงทั้งผู้หญิงผู้ชายและทุกคนควรต้องมีสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกัน

ในงานนี้ มูฮัมมัด นาซิริ ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคและผู้แทนประจำประเทศไทยของ UN Women ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะมุ่งสู่ความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริงนั้นไม่ใช่แต่เด็กผู้ชายและ/หรือผู้ชายจะสนับสนุนให้เกิดความเสมอภาคนี้ได้ ในความเป็นจริงผู้หญิงและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

ในงานทัวร์มหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นในครั้งนี้ได้เปิดเวทีให้นิสิตและอาจารย์นำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเปลี่ยนมหาวิทยาลัยสู่ความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริง ในงานมีผู้ที่เคยตกเป็นผู้เสียหายของการถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวและ/หรือในที่สาธารณะ การถูกคุกคามทางเพศ การล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงผู้ที่ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศได้มาแบ่งปันประสบการณ์ของตนเอง ตลอดจนมีผู้แทนจากหลายภาคส่วน เช่น ผู้บริหารและอาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แทนนิสิต ผู้แทนผู้เสียหาย ผู้แทนภาคประชาสังคม ร่วมเสวนาในเวทีอภิปราย ตามด้วยการเปิดเวทีแสดงข้อคิดเห็นและซักถามจากนิสิตโดยตรง

ซินดี้ สิรินยา บิชอพ นางแบบและนักแสดงชื่อดังผู้เคลื่อนไหวด้านความเสมอภาคทางเพศมาอย่างต่อเนื่องได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการ #donttellmehowtodress (พลังสังคม หยุดคุกคามทางเพศ) ในงานนี้ด้วย เพื่อเป็นการทำให้ทัศนคติความรุนแรงทางเพศเป็นไปในทางที่ถูกต้อง ไม่ตัดสินคนที่ภายนอก เช่นเครื่องแต่งกาย เป็นต้น

รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ มีความเห็นว่า สถาบันการศึกษาควรเป็นสถานที่ที่เตรียมความพร้อมของนักเรียน/นิสิต สำหรับการเผชิญโลกในอนาคตและควรสร้างให้เกิดกลไกการสร้างความเข้าใจในประเด็นความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริง ทุกๆ คน ทุกๆ เพศ ควรต้องเปล่งเสียง แสดงสิทธิของตนเองที่ควรได้รับ

ในส่วนของผู้แทนนิสิตมีความเห็นว่าประเด็นเรื่องการยุติความไม่เท่าเทียมทางเพศและการคุกคามทางเพศควรมีการให้ความรู้ต่อนิสิตอย่างจริงจัง รวมถึงช่องทางการร้องเรียนและขอความช่วยเหลือที่เป็นมิตรและมีระบบการรักษาความลับ ประเด็นอื่นๆ จากผู้ร่วมงานมีความเห็นตรงกันว่าควรมีการแสดงพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมและส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศสู่เยาวชน และจะเกิดขึ้นไม่ได้หากทุกคนทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกัน ดังนั้นทุกคนควรลุกขึ้นมาร่วมกันนำคนทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยต้องมีมาตรการในการลงโทษที่ชัดเจน ผู้เสียหายที่ถูกคุกคามทางเพศควรมีที่ปรึกษาได้รับการแนะนำ รวมถึงครอบครัว ชุมชน ควรพูดคุยกับผู้ถูกกระทำ และยื่นมือเข้าช่วยเหลือ สังคมควรให้การศึกษาแก่ทุกคน ให้เข้าใจในประเด็นเหล่านี้ และไม่ซ้ำเติมผู้เสียหาย

ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รองอธิการบดีได้กล่าวว่า การศึกษาและการปฏิบัตินับเป็นสิ่งสำคัญของการยุติการคุกคามทางเพศ และความไม่เท่าเทียมทางเพศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นเรื่องความเสมอภาคทางเพศและการยุติการคุกคามทางเพศ โดยยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเด็นนี้รวมถึงการประสานการพัฒนากลไกในการให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาต่อผู้เสียหาย

“การแสดงพลังเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศต้องเริ่มต้น ณ วันนี้ และเริ่มจากตัวท่านเอง”

“ธนาธร” เคาะ “เด็กเก่าทักษิณ” สู้ศึกนครปฐม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388692?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ธนาธร” เคาะ “เด็กเก่าทักษิณ” สู้ศึกนครปฐม

16 กันยายน 2562 – 09:50 น.
พรรคอนาคตใหม่,ไพรมารีโหวต,นครปฐม,เลือกตั้งซ่อม,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,จุมพิตา จันทรขจร,รายงานพิเศษ,ท่องยุทธภพ,เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก
เปิดอ่าน 357 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 16 ก.ย.62

*************************

ที่พรรคอนาคตใหม่ สาขาจังหวัดนครปฐม ได้ทำไพมารีโหวตหาตัวผู้สมัครส.ส.ที่จะลงชิงชัยในเขต 5 แทน จุมพิตา จันทรขจร อดีตส.ส.นครปฐม ที่ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ ผลปรากฏว่า “ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร” สามีของจุมพิตา ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรค

เขตเลือกตั้งที่ 5 ประกอบด้วย อ.สามพราน (ยกเว้น ต.ตลาดจินดา ต.คลองจินดา และต.บางช้าง) ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา มีผลคะแนนดังนี้ จุมพิตา จันทรขจร อนาคตใหม่ 34,164 คะแนน สุรชัย อนุตธโต ประชาธิปัตย์ 18,970 คะแนน ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว พลังประชารัฐ 18,741 คะแนน และเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ชาติไทยพัฒนา 12,279 คะแนน

สามพราน” ฐานเสื้อแดง

เอ่ยถึง “สามพราน” หลายคนไปจดจำภาพเก่าๆ ตลาดสามพราน คลองจินดา โดยหารู้ไม่ว่าขับรถไปแถว “ถนนพุทธมณฑลสาย 4” ฝั่งซ้ายมือคือ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม

ต.กระทุ่มล้ม” เป็นเขตอุตสาหกรรม มีการอพยพของแรงงานเข้ามาจำนวนมาก รวมถึงการขยายตัวของหมู่บ้านหรูๆ ที่ผุดขึ้นมากมาย ช่วงปี 2553-2556 ยุคทองของคนเสื้อแดง ย่านอุตสาหกรรมอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ต่อเขต ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม กล่าวได้ว่าเป็นฐานกำลังสำคัญของคนเสื้อแดง

ธนาธรลุยหาเสียงที่วัดไร่ขิง

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม เขต 3 ไปที่วัดนครชุ่มชื่น ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม ประชุมสมาชิกพรรคขอฉันทามติรับรอง ส.ส.ที่จะลงเลือกตั้งซ่อม

ก่อนหน้านั้น “ธนาธร” ไปที่ตลาดเช้าวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อชี้แจงเรื่องการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 20 ตุลาคม 2562

สภาวะ “ปริ่มน้ำ” ทั้งฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ฉะนั้น “เสียง” ในสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม อาจเปลี่ยนสมดุลทางการเมือง และอาจเปลี่ยนขั้วการเมืองได้

โป๊ะ” กับเครือข่ายทักษิณ

“ป๋วย” หรือ ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 นครปฐม เป็นลูกชายคนเล็กของ พล.ต.ท.จำรัส จันทรขจร อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ นายตำรวจน้ำดีคนหนึ่งในยุคการเมืองเปลี่ยนผ่านเมื่อ 43 ปีที่แล้ว

พล.ต.ท.จำรัส จันทรขจร 

พล.ต.ท.จำรัส มีทายาท 4 คน โดยคนโตเป็นผู้หญิง และที่เหลือ 4 คนเป็นผู้ชายหมด และหนึ่งในลูกชายทั้งสี่ผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองและเอ็นจีโอหัวก้าวหน้าคือ โป๊ะ” วัชรพันธุ์ จันทรขจร

หลังออกจากป่า “โป๊ะ” ทำงานเอ็นจีโอ “แตร์เดซอม” องค์กรจากเยอรมันที่สนับสนุนทุนให้กับงานด้านการพัฒนา และคนในแวดวงเอ็นจีโอเรียกขานเขาอย่างสนิทสนมว่า “พี่โป๊ะ”

โป๊ะ วัชรพันธุ์ จันทรขจร

ปี 2534 “โป๊ะ” ทำธุรกิจรักษาความปลอดภัย โดยใช้ชื่อ “บริษัท แด็ด รักษาความปลอดภัย จำกัด” โดยบิดา-พล.ต.ท.จำรัส จันทรขจร เป็นประธานกรรมการ ตัวเขาเป็นกรรมการผู้จัดการ และป๋วย น้องชายเป็นกรรมการ

เหตุการณพฤษภา 35 “โป๊ะ” ได้นำเจ้าหน้าที่จาก “แด็ด ซีเคียวริตี้” มาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย

ปี 2540 โป๊ะ-วัชรพันธุ์ เข้าไปช่วยงานขยายฐานโทรศัพท์มือถือของทักษิณ ชินวัตร และปี 2543 ได้เข้ามาช่วยงานพรรคไทยรักไทย ดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยของหัวหน้าพรรค

ทีมโป๊ะ-ป๋วย หน่วยอารักขาทักษิณสมัยไทยรักไทย

ปี 2544 ทีมรักษาความปลอดภัยที่มีทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ของพรรคไทยรักไทย อยู่ภายใต้การดูแลของโป๊ะ และปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โป๊ะเป็นเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

คสช.ยังระแวงโป๊ะ เมื่อมีข่าว “อุ๊ จุมพิตา” น้องสะใภ้ของโป๊ะลงสมัครส.ส. ตำรวจ-ทหารก็แวะเวียนไปบ้านน้องชายโป๊ะแถวพุทธมณฑลสาย อยู่เนืองๆ

ป๋วย” น้องโป๊ะ

หลังโป๊ะออกไปโลดแล่นยุทธจักรการเมือง “ป๋วย” ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร น้องชายเป็นกรรมผู้จัดการบริษัท แด็ด รักษาความปลอดภัย จำกัด

ป๋วย แนะนำตัวต่อหน้าสมาชิกพรรค

ก่อนเหตุการณ์ ตุลาคม 2519 “ป๋วย” เรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเป็นฝ่าย รปภ.ของศูนย์นักเรียนแห่งประเทศไทย จึงได้ไปช่วยพี่ชาย “โป๊ะ” ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าการ์ดศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

หลังการล้อมปราบนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ ป๋วยตามพี่ชาย-โป๊ะ เข้าป่าที่ภูหินร่องกล้า ก่อนจะย้ายไปอยู่สำนัก 51 น่านเหนือ ร่วมกับผู้นำนักศึกษาอีกหลายคน

เจี๊ยบ นครปฐม, ธนาธร และป๋วย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 นครปฐม

ออกจากป่า ป๋วยร่วมกับพี่ชายทำธุรกิจรักษาความปลอดภัย เมื่อโป๊ะเข้าไปช่วยงานพรรคไทยรักไทย ก็ดึงน้องชายไปช่วยงานด้วย จนกระทั่งยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ป๋วยก็เป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยด้วย

ศึกเลือกตั้งซ่อมที่จะมาถึง ป๋วยคงได้พิสูจน์คำปรามาสของใครบางคนว่า ภรรยาได้เป็นส.ส.เพราะพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ

เทียบฟอร์ม ธนาธร-ชัชชาติ ชิงผู้ว่าฯกทม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388700?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เทียบฟอร์ม ธนาธร-ชัชชาติ ชิงผู้ว่าฯกทม.

16 กันยายน 2562 – 09:20 น.
รอธรรมมนัส พรหมเผ่า,ผู้ว่าฯกทม,ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 84 ครั้ง

เทียบฟอร์ม ธนาธร-ชัชชาติ ชิงผู้ว่าฯกทม.เปิดใจ ผู้กองมนัส มือเคลียร์รัฐบาลลุงตู่

รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์เวลาห้าโมงเย็นทางเนชั่นทีวีช่อง 22 “สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น ”วีระศักดิ์ พงษ์อักษร“ บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจและ ”บากบั่น บุญเลิศ“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น ”เทียบฟอร์มธนาธร-ชัชชาติ ชิงผู้ว่าฯ กทม. /เปิดใจผู้กองมนัสมือเคลียร์รัฐบาลลุงตู่!”

 “สมชาย” ประเมินว่า การอภิปรายทั่วไปกลางสัปดาห์หน้านั้น ที่ประชุมไม่สามารถลงมติได้และรอลุ้นกลางเดือนตุลาคมที่จะมีประชุมร่างกฎหมายงบประมาณวาระแรก จากนั้นจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน

ตอนนี้รัฐบาลมีเวลาที่จะทำให้เสียงหายปริ่มน้ำเพราะก่อนหน้านี้มีสองร้อยห้าสิบสามเสียง ตอนนี้รัฐบาลเหลือสองร้อยห้าสิบเอ็ดเสียง ฝ่ายค้านมีสองร้อยสี่สิบเจ็ดเสียง ฝ่ายค้านอิสระสองเสียง (พรรคไทยศิวิไลย์กับพรรคประชาธรรมไทย)

ตอนนี้พรรคหนึ่งเสียงเริ่มเสียงดังขึ้นแล้ว แกนนำพรรครัฐบาลต้องพึ่งหนึ่งเสียงเหล่านี้ และต้องดูว่าพรรคหนึ่งเสียงเหล่านี้จะไปโหวตให้ฝ่ายค้านหรือไม่

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั้น ต้องลุ้นตอนปลายเดือนตุลาคม ว่าจะลดลงหรือเท่าเดิมเพiาะ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ต้องไปฟังคำตัดสินศาลฎีกาในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน พ.ต.ท.ไวพจน์ เป็นแกนนำนปช.แม้จะย้ายมาพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆ และน่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ โดยพรรคพลังประชารัฐน่าจะป้องกันพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้

   “บากบั่น” ระบุว่าหากตัดประธานสภาผู้แทนราษฎรออกไปหนึ่งเสียงนั้น ถือว่ารัฐบาลมีความเสี่ยงมาก

    “วีระศักดิ์” กล่าวว่า หากเสียงเท่ากันประธานสภาผู้แทนราษฎรก็โหวตได้

ส่วนกรณี ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐที่ทำหน้าที่ผู้จัดการรัฐบาลที่ตอนนี้อยู่ในตำบลกระสุนตกนั้น

ร.อ.ธรรมมนัส ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการว่า “สิบเก้าพรรคที่ตนดึงมาร่วมรัฐบาลยังมั่นคงแม้บางคนจะน้อยใจบ้างแต่ยังอยู่ด้วยกันและเดินไปได้ แม้เร็วๆ นี้ จะมีกฎหมายงบประมาณ ตนขอเรียนว่านักรบไม่พกกระบี่สองเล่ม เพราะยังมีกระบี่อีกหนึ่งเล่มไว้ด้านหลังดังนั้นไม่ต้องห่วงกับเรื่องเสียงปริ่มน้ำ

หากถามว่าสิ่งที่ไปประสานหลังจากบางพรรคแสดงความไม่พอใจนั้น ตนศึกษาจุดอ่อนของอีกฝ่ายและเตรียมคำตอบไปด้วย โดยตนทำให้ทุกคนที่มาร่วมอุดมการณ์สมปราถนา นักการเมืองหากรักษาคำพูด สิ่งที่ร้ายแรงมันจะคลี่คลาย ตนเป็นคนรักษาคำพูด แม้ล่าสุดอาการไม่พอใจของบางพรรคจะเกิดขึ้นหลังตนไปเจรจานั้น ขอเรียนว่าไม่ทำตามในสิ่งที่ตนไปรับปากไว้ และฝ่ายนั้นไม่ผิด เพราะฝ่ายเราผิดสัญญาเอง ดังนั้นการจัดสรรตำแหน่งต่างๆในรัฐสภานั้น มีกติการะบุไว้แล้ว และจะไปอธิบายกับพรรคเล็กๆเหล่านี้แล้ว ส่วนการดูแลคนที่ผิดหวังนั้นจะคุยอีกครั้งและเชื่อว่าไม่มีปัญหา

ส่วนคำพูดที่ตนปากไวคือฤาษีเลี้ยงลิง ขออภัยไปแล้ว ไม่ได้เปรียบเทียบพรรคเหล่านั้นว่าเป็นแบบนั้น

การที่มาทำงานการเมืองนั้นรู้แล้วว่าจะโดนแบบนี้ ตอนตั้งรัฐบาลตนไปประสานหลายพรรค ดังนั้นหลายกรณีในวันนี้ที่พุ่งมาที่ตนนั้น คิดว่าไม่ใช่เป้าหลัก เพราะหากตั้งใจพุ่งเป้ามาที่ตน ทำไมไม่ทำตั้งแต่ตอนแรก และเพิ่งมาเริ่มทำในตอนนี้ เพราะฝ่ายการข่าวรู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังมีเป้าหลักคือล้มรัฐบาลชุดนี้ แต่การที่พุ่งเป้ามาที่ตนเพราะตนเป็นคีย์แมนสำคัญในการตั้งรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังโจมตีเพราะรู้ว่ารัฐบาลจะสั่นคลอนหรือไม่มันอยู่ที่ตน เพราะหากโจมตีตนนั้น หลายพรรคที่มาร่วมรัฐบาล เพราะตนเป็นคนไปประสานสิบเก้าพรรค และยังมั่นคงกับรัฐบาล ยืนยันเดินหน้าไปได้

ตนเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ ฝ่ายค้านจึงมาตัดเส้นเลือดใหญ่ และตอนนี้มีแผนสำรองไว้แล้ว โดยมอบหมายคนอื่นๆ ไปประสานพรรคเหล่านี้แล้ว

ตนอยู่เบื้องหลังการเมืองมาพอสมควร รู้จักส.ส.เกือบหมดทุกพรรค และบุคคลเหล่านี้มั่นใจในตน และส.ส.บางคนที่อภิปรายคุณสมบัติของตนนั้น ขอมาตอบเอง เพราะเป็นเรื่องของตน และตอบไปแบบจริงใจ ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ตอนวัยรุ่นยอมรับว่าใจร้อน ส่วนแกนนำรัฐบาลให้กำลังใจตนแล้ว”

 “บากบั่น” กล่าวว่า ตอนนี้ ร.อ.ธรรมนัส กำลังอยู่ในตำบลกระสุนตกและยังทำหน้าที่แกนนำรัฐบาลในการดูแลเสียงสนับสนุนรัฐบาลอยู่ในตอนนี้ ความมั่นใจของร.อ.ธรรมนัส มีสูงมาก เพราะปฏิบัติตามคำสั่งที่เจ้านายสั่งและทำได้สำเร็จ

      “วีระศักดิ์” วิเคราะห์ว่า ร.อ.ธรรมมนัส มีหลายบทบาทในอดีตและวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ดูแลพรรคหนึ่งเสียงและทาบทามพรรคต่างๆ ในการร่วมรัฐบาลก่อนแกนนำพรรคคนอื่นๆ ไปทาบทามอีกครั้ง และร.อ.ธรรมนัส ยังมั่นใจว่าเสียงปริ่มน้ำนั้นยังดูแลได้

    “สมชาย” กล่าวสรุปว่า ร.อ.ธรรมมนัส ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงเพราะประสานหลายพรรคมาตั้งรัฐบาลและยังมีหลายบทบาทที่สำคัญทั้งในและนอกพรรคพลังประชารัฐ

ในอดีตบทบาททางการเมืองของร.อ.ธรรมนัสนั้น เคยมาทำหน้าที่ประธานยุธศาสตร์ภาคกทม.พรรคไทยรักไทยในช่วงแรก และก่อนการยึดอำนาจครั้งล่าสุดก็ลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนบทบาทในรัฐบาลนี้ ร.อ.ธรรมนัส ก็มีหลายบทบาทมาก

ขณะเดียวกันคดีความต่างๆ ของร.อ.ธรรมนัส ในอดีตจนวันนี้นั้นมีหลายคดีแต่ก็สามารถต่อสู้คดีได้ เชื่อว่าฝายค้านต้องการล้มร.อ.ธรรมนัส เพื่อล้มรัฐบาล

ส่วนการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.และท้องถิ่นที่มีกระแสข่าวว่าบางพรรคพร้อมส่งแกนนำพรรคลงแข่งขันนั้น

  “วีระศักดิ์” กล่าวว่า สนามกทม.คือสนามวัดกระแสนิยมของพรรคต่างๆ ตามไทม์ไลน์นั้น ร่างกฎหมายงบประมาณ พ.ศ.2563 จะเริ่มพิจารณาวาระแรกในกลางเดือนตุลาคมจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า จากนั้นจะลงมติวาระที่สองและวาระที่สาม ก่อนเสนอ ส.ว.พิจารณา หากแล้วเสร็จ ครม.จะทูลเกล้าฯ ดังนั้นเร็วที่สุดเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะประกาศใช้งบประมาณนี้ ดังนั้นเลือกตั้งท้องถิ่นน่าจะเกิดในช่วงเดือนเมษายน เป็นต้นไป

  “บากบั่น” ให้มุมมองว่า พรรคอนาคตใหม่บอกว่าอาจส่ง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคลงสมัครแต่มีความเสี่ยงด้านโดนตัดสิทธิการเป็นส.ส. และหากธนาธรโดนตัดสิทธิ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคอนาคตใหม่อาจลงสมัครในสนามนี้

ส่วนพรรคพลังประชารัฐที่ผ่านมามีการทาบทาม ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร “ผู้ว่าฯ หมูป่า” มาลงสมัครแม้จะปฏิเสธไปแล้วแต่ตอนนี้ผู้ว่าฯ หมูป่าไม่หลุดจากโผ และทราบว่าแกนนำพรรคพลังประชารัฐไปทาบทาม ”ตูน บอดี้สแลม“ มาลงสมัคร และบางฝ่ายในพรรคได้ผลักดัน ”ทยา ทีปสุวรรณ” ให้ลงสมัคร

พรรคประชาธิปัตย์นั้นมีชื่อของ “กรณ์ จาติกวณิช, องอาจ คล้ามไพบูลย์, ธนา เธียรอัจฉริยะ, นวลพรรณ ล่ำซำ, ปริญญ์ พานิชภักดิ์”

ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่าพรรคอนาคตใหม่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งกทม. แต่คราวนี้พรรคเพื่อไทยจะส่งคนลงแข่งขันโดยอาจเสนอ “ประภัสร์ จงสงวน” อดีตผู้ว่าฯรฟม. ลงสมัครอีกครั้ง เพราะตอนนี้กทม.เร่งสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย รวมทั้งทาบทาม ”อดีตนายแพทย์คนหนึ่งจากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว“ และ ”รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” เพราะใช้ความเป็นนักแสดงและคนรุ่นใหม่ รวมทั้งมีชื่อของ “ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” อดีตซีอีโอไทยแอร์เอเชีย ลงแข่งขันด้วย

    “สมชาย” วิเคราะห์ว่า กกต.เสนอขอประมาณไปหนึ่งพันกว่าล้านบาทในการเลือกตั้งท้องถิ่น ตารางเวลานั้นจะเร็วที่สุดในแปดเดือนจากนี้ที่จะมีเลือกตั้งกทม.และท้องถิ่น

พรรคอนาคตใหม่ที่มีกระแสข่าวว่าธนาธรจะลงสมัครนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้เพราะธนาธรมีสามคดีที่เป็นอุปสรรคติดตัวที่น่าจะทำให้หมดสิทธิทางการเมืองในเร็วๆ นี้

พรรคเพื่อไทยนั้นเคยทาบทาม “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” แต่ชัชชาติจะลงสมัครแบบอิสระเพราะไปคุยกับเจ้าของพรรคที่ต่างประเทศแล้ว เพราะชัชชาติรู้ว่าหากสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยอาจไม่ชนะ

ดังนั้นเป็นไปได้ว่าพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่อาจไม่ส่งผู้สมัคร แล้วจับมือกันหนุนชัชชาติที่ลงสมัครอิสระ

การปฏิบัติของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตนั้นหากไม่ต้องการใครมาแข่งขันชิงหัวหน้าพรรคจะส่งไปสมัครผู้ว่าฯ กทม. คราวนี้พรรคเพื่อไทยอาจใช้สูตรนี้

พรรคประชาธิปัตย์นั้นทราบว่า กรณ์ อยากลงสมัครอิสระ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าชัชชาติกับกรณ์จะแข่งขันกันแบบผู้สมัครอิสระ

และยังมีกระแสข่าวว่าสองคนนี้ไปจับมือกันตั้งพรรคและมีอดีตซีอีโอไทยแอร์เอเชีย มาร่วมหนุนด้วย

เด็ด ผู้กองตุ๋ย สะเทือนถึง โดมทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388698?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เด็ด ผู้กองตุ๋ย สะเทือนถึง โดมทอง

16 กันยายน 2562 – 08:35 น.
ผู้กองตุ๋ย,รอดรธรรมนัส พรหมเผ่า,พลตอเสรีพิศุทธ์,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 722 ครั้ง

คอลัมน์…  วงในวงนอก   โดย… อสนีบาต  aussaneebard@hotmail.com

หากถามบรรดานักข่าวรุ่นใหม่รู้จัก “ผู้กองตุ๋ย” ไหม ก็อาจทำสีหน้างุนงง แต่ถ้าบอกว่าเป็นชื่อเล่นของ “ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ต้องร้องอ๋อ เพราะตอนนี้ชื่อ “ร.อ.ดร.ธรรมนัส” ขจรขจายตามหน้าสื่อให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทุกวี่วัน

ครั้งหนึ่ง…อสนีบาต…เคยสอบถามท่านตรงๆ ชื่อเล่น “ตุ๋ย” มีที่มาอย่างไร เนื่องจากพจนานุกรมออนไลน์ก็เคยบัญญัติศัพท์คำว่า “ตุ๋ย” ไว้ว่าเป็นอาการล่วงล้ำทางเพศประสาวัยรุ่นเรียก “อัดถั่วดำ” ประจวบเหมาะ มีคดีอาชญากรรมทางสังคมเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย สื่อมักนำคำว่า “ตุ๋ย” มาประกอบการพาดหัวข่าวเพื่อให้เข้าใจง่าย สั้นกระชับ ประหยัดพื้นที่
ตอนนั้นท่านธรรมนัสเฉลยให้ฟัง “เพื่อนๆ เรียกผมว่า เต้งบ้าง ตุ๋ยบ้าง เพื่อนที่เป็นนักข่าวนราธิวาสนั่นแหละ แต่ชื่อเล่นจริงๆของผมชื่อ “นัท” ครับ คุณพ่อเป็นคนตั้งให้ นักข่าวคุ้นเคยมักจะเรียก “ผู้กองตุ๋ย” เอาว่ะ กลอนพาไปก็เรียก “ผู้กองตุ๋ย” ก็ได้

เพราะด้วยความมีอัธยาศรัยดี เคยทำงานเป็นลูกน้อง “เสธไอซ์” (พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ผู้ล่วงลับ) จึงถือว่าเป็นผู้กว้างขวาง ใจถึงพึ่งได้ (ขอใช้ภาษานักเลงย่านบางบอน) ทำให้บรรดานักการเมือง นักธุรกิจ และประชาชนโดยเฉพาะชาวคลองเตยเลยไปถึงชาวเมืองพะเยา รู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ตอนนี้ “ผู้กองตุ๋ย” ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ กำลังเผชิญมรสุมการตรวจสอบซึ่งเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน เป็นการขุดประวัติในอดีตมาปัดฝุ่นรีเทิร์นอีกรอบ ด้วยฝีมือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งท่านยอมรับตรงไปตรงมาเป็นผู้นำข้อมูล “ร.อ.ธรรมนัส” พัวพันขบวนการค้ายาเสพติดไปให้สื่อออสเตรเลียขยายผล ฝ่ายนักข่าวหัวสว่านแดนจิงโจ้ไปคุ้ยคำพิพากษาศาลออสซี่ นำมาตีพิมพ์อีกครั้ง โดยมีการแปลความไปคนละทางสองทางทำนอง “ร.อ.อ.ธรรมนัส เคยโดนจำคุก 4 ปี”

ซึ่งถ้าแปลอักษรต่ออักษรมันไม่ได้หมายความว่าอยางนั้น อันนี้ อสนีบาต ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่นำคำพิพากษามาพิจารณากันให้ถ้วนถี่รอบคอบอีกรอบ ไม่ใช่รวบรัดตัดความแบบนักการเมืองพูดในสภา
ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก เมื่อ “บิ๊กเสรี” เจ้าเก่าเปิดประเด็นกล่าวหา ร.อ.ธรรมนัส ได้ปริญญาเก๊จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
เจ้าตัวจึงต้องโร่ชี้แจง ทั้งตอบกระทู้ในสภา “ยืนยันไม่เคยค้ายาเสพติด ไม่เคยรับสารภาพ ไม่เคยติดคุก” พร้อมกับเดินสายสัมภาษณ์สื่อด้วยการนำใบปริญญาระดับดอกเตอร์ต่างแดนมาประกอบคำยืนยันเป็นของจริง ไม่ใช่ได้มาจากมหาวิทยาลัยห้องแถวฟิลิปปินส์ตามที่ถูกกล่าวหา
ล่าสุด “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ในฐานะประธานกรรมาธิการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นเดินหน้าลุยถั่วเช่นเคย เชิญ ร.อ.ธรรมนัส มาให้ข้อมูลเรื่องประวัติสีเทาในชั้นกมธ.สภาอีก

ถามว่าทำไมถึงเล่นกับข้อมูลเก่าไม่เลิก เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เปรียบเหมือนจุดอ่อนในจุดแข็งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากท่านมอบความไว้วางใจให้ “ผู้กองตุ๋ย” เป็นมือกาวประสานใจพรรคร่วมรัฐบาล คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้เหล่าส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ แบบว่า “คิดอะไรไม่ออกบอกผู้กองตุ๋ย พร้อมจัดการให้เสร็จสรรพ”
จึงเป็นเป้าหมายฝ่ายตรงข้าม หากสามารถตัดกำลังตัวแจกกล้วยออกไปได้ ย่อมสั่นสะเทือนไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในการวางหมากเกมทางการเมือง
จะว่าไปฝ่ายค้านเล็งกลุ่มคนที่มีประวัติขมุกขมัวในรัฐบาลหลายราย แต่ “ผู้กองตุ๋ย” เป็นตัวจักรสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ พรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาลนั่นเอง ทำให้ช่วงฟอร์ม ครม. ร.อ.ธรรมนัส กะว่าจะส่งน้องชายเข้ามานั่งเก้าอี้เสนาบดี แต่จนแล้วจนรอด “บิ๊กตู่” ตัดสินใจนาทีสุดท้ายพลิกโผเลือก “ธรรมนัส” โดยรับรู้ต้องเผชิญความเสี่ยงทางการเมืองซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดการณ์จริงๆ

ครานี้กรณีนายกฯ แต่งตั้งบุคคลมีประวัติไม่สวยงามเป็นรัฐมนตรี มีปัญหาอะไรไหม ปรากฏว่า มือกฎหมายทั้งในรัฐบาลและแวดวงวิชาการกางตำรารัฐธรรมนูญชี้ว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่เข้าข่ายขัดคุณสมบัติการเป็นรมต. เนื่องจากเป็นคดีความเกิดขึ้นในต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี แม้ทางนิตินัยไม่ผิด แต่ทางพฤตินัยล่ะเป็นจุดอ่อนให้ “บิ๊กเสรี” นำไปตอกย้ำต่อสาธารณชนเห็นว่าภาพลักษณ์รัฐบาลมีรอยด่างแล้ว ฉะนั้นนายกฯ ต้องรับผิดชอบลาออกสถานเดียว ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของแนวคิดเล่นเกมการเมืองแบบไทยๆครับ
ในเมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงปากเปียกปากแฉะ และนายกฯ ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว บทสรุปของแผนสร้างรอยตำหนิให้เกิดขึ้นในรัฐบาลคงไปได้สุดแค่นี้
ก็คือหาข้อมูลอวตารมาสร้างกระแสให้เปรี้ยงปร้างเขย่าไปถึงโดมทอง ทว่าเสาเข็มที่นี่ออกแบบรับมือสถานการณ์มาดี จึงยังแข็งแรงไม่สั่นคลอนง่ายๆ
แต่คราวนี้ขบวนการที่ยังจ้องเจาะยาง “ผู้กองตุ๋ย” น่ะสิ จะกล้าไปต่อหรือไม่เพราะเจ้าตัวประกาศเตรียมทำสำนวนฟ้องหลายร้อยคดี รอรับไว้แล้วครับ

รับเสด็จทางชลมารค เชิญประชาชนร่วมใส่เสื้อเหลือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388696?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รับเสด็จทางชลมารค เชิญประชาชนร่วมใส่เสื้อเหลือง

16 กันยายน 2562 – 08:25 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,เสื้อเหลือง,รับเสด็จทางชลมารค,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ,สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
เปิดอ่าน 194 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และเสด็จเลียบพระนครไปตามลำน้ำเจ้าพระยาจากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิฐ

ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เวลา 15.30 น. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ระยะทาง 3.4 กม. ในการนี้ขอเชิญชวนประชาชนร่วมใส่เสื้อเหลืองมาร่วมรับเสด็จ และโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจจะถ่ายทอดสดให้ชมทั่วประเทศ

ขอเรียนให้ทราบว่าขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ซึ่งพสกนิกรชาวไทยจะร่วมถวายความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน

พร้อมกันนี้รัฐบาลและทุกหน่วยงานจะอำนวยความสะดวกประชาชนโดยเตรียมอาหารและน้ำดื่มรวมทั้งบริการทางการแพทย์

รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้รับทราบเกี่ยวกับการจัดงานข้อมูลการเดินทาง และมาตรการรักษาความปลอดภัย

สถานที่ที่จัดไว้ให้ประชาชนรับเสด็จ คือ ท่าวาสุกรี ท่าราชวรดิฐ สวนสันติชัยปราการ สวนหลวงพระราม 8 ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

ขอเชิญทุกคนร่วมใส่เสื้อเหลืองเฝ้ารับเสด็จในพระราชพิธีด้วย
อ๊อด เทอร์โบ


นักกีฬาอาชีพรวยบริสุทธิ์
ตัวอย่างของคนรุ่นใหม่

ผมเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นและติดตามข่าวของนักกีฬาอาชีพต่างๆ อยู่เป็นประจำ และเห็นว่าสมควรจะเขียนจดหมายมาเล่าสู่กันฟังและอยากให้ทราบไว้เป็นข้อมูลและขอให้ช่วยส่งเสริมลูกหลานของท่านเล่นกีฬาจนเก่งเป็นระดับอาชีพได้

เดี๋ยวนี้นักกีฬาชายหญิงระดับโลกมีรายได้รวมกันเป็นพันล้านหมื่นล้านบาท มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหราระดับเทวดาก็ว่าได้ และในทางสังคมก็เป็นที่ยอมรับมากกว่านักการเมืองประเทศไทยบางคนเสียอีก

มองกลับมาที่นักกีฬาไทยน่าจะพูดถึงข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์นิตยสารฟอร์บส์ อันโด่งดังที่อเมริกาว่าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ‘โปรเม’ เอรียา จุฑานุกาล ติดอันดับ 15 ของการจัดอันดับนักกีฬาหญิงที่ทำเงินมากสุด

โดยมีรายได้รวมราวๆ 164 ล้านบาท ที่รวมมาจากค่าลิขสิทธิ์ส่วนตัวกับสปอนเซอร์ราว 62 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินรางวัลอีกราว 101 ล้านบาท เหลือเชื่อว่าสักวันหนึ่งนักกีฬาไทยอาชีพจะมีรายได้รวมขนาดนี้นะครับ

ผมจึงอยากให้ ‘โปรเม’ เป็นตัวอย่างหรือเป็นไอดอลแรงบันดาลใจให้เด็กไทยชายหญิงเดินตามเพราะกีฬาหลายๆ อย่างเราสามารถเข้าสู่ระดับโลกได้และเงินที่มาเป็นเงินบริสุทธิ์

ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง ‘โปรเม’ นะครับ แต่รวมถึงนักฟุตบอล นักมวย วอลเลย์บอล ฯลฯ มีรายได้มหาศาลทั้งนั้น

มาเล่นกีฬากันเถิดครับ นอกจากมีเงินมีชื่อเสียงแล้วยังอยู่ได้อย่างสบายๆ ท่ามกลางสังคมไทยที่กำลังสับสนนี้
ชาญชัย (พ่อลูกสาม)

 เรียนคุณ ‘ชาญชัย’ พ่อลูกสาม
จดหมายของคุณสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเยาวชนไทยจริงๆ ครับ เหมือนกับอาชีพนักร้องนักแสดงสมัยก่อนถูกตราหน้าดูถูกว่าเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน แต่เดี๋ยวนี้ร่ำรวยมหาศาลและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

นักกีฬาอาชีพก็เหมือนกันครับ แต่ก่อนใครจะนึกว่าจะเป็นเงินหลายๆ ร้อยล้านเช่นนี้ แล้วหาก ‘โปรเม’ ยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมก็จะมีรายได้รวมเป็นพันๆ ล้านแน่ๆ

จึงขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองอย่าไปยึดติดกับอาชีพรับราชการหรือมนุษย์เงินเดือนเลยครับ-เป็นนักกีฬาอาชีพรวยไม่รู้เรื่อง!
อ๊อด เทอร์โบ


ไทยหลุดบัญชีดำ
ไม่มีปัญหาค้างาช้าง

ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีที่ประเทศไทยของเราหลุดจากบัญชีดำประเทศที่ไม่มีปัญหาการค้างาช้างเรียบร้อยแล้วครับ จึงแจ้งมาเพื่อทราบว่าหากเราทำตามกฎหมายอย่างเข้มข้น เข้มแข็งแล้วทุกอย่างก็จะแก้ปัญหาไปได้

นี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับเพราะ ‘ไซเตส’ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศของชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศมาก

ไทยต้องทำงานหนักจากหลายๆ หน่วยงานที่ร่วมมือกันกว่า 5 ปี จึงบรรลุผลนี้ และที่ผ่านมายึดของกลางได้เกือบพันล้านบาท และทำให้ขบวนการค้างาช้างไม่ใช้ไทยเป็นทางผ่านอีกต่อไป

ผมเชื่อว่าถ้าเราเอาจริงแล้วสิ่งผิดกฎหมายหรือขบวนการหรือขบวนการหรือแก๊งต่างๆ จะ สูญพันธุ์ไปอย่างแน่นอน

ประเสริฐ (เขาใหญ่)

ส.ส.ต้องรู้หน้าที่ตนเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388694?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ส.ส.ต้องรู้หน้าที่ตนเอง

16 กันยายน 2562 – 07:42 น.
ผู้แทนราษฎร,สส,หน้าที่
เปิดอ่าน 189 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดส่งท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเสนอญัตติด่วนของ ส.ส.รัฐบาล ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ โดยเนื้อหาการอภิปรายระบุว่า วันนี้ประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะระดับน้ำในแม่น้ำมูลสูงขึ้นและไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำอยู่ที่หน้าอก และขณะนี้น้ำในเขื่อนสิรินธรมีถึงร้อยละ 90 เกือบจะเต็มเขื่อนแล้ว ชาวบ้านของทุกอำเภอใน จ.อุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ต้องอพยพคนออกจากพื้นที่น้ำท่วมนับหมื่นคน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 414 หลัง และยังมีสัตว์เลี้ยงพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก

ไม่เพียงผู้แทนราษฎรในซีกรัฐบาลเท่านั้น ยังมี ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าวจากผลกระทบจากพายุโพดุลมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 30 กว่าจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน จ.อุบลราชธานีและศรีสะเกษ เป็นพื้นที่รับน้ำเต็มๆ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย มีปัญหาผู้ป่วยติดเตียงและยังมีโรคที่เกิดจากน้ำ นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอให้จังหวัดตั้งศูนย์กลางรับสิ่งของบริจาคและมีศูนย์ข้อมูลเพื่อกระจายสิ่งของบริจาคไปช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง รวมถึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนทั้งระบบ รวมทั้งเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงที และหามาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก

ไม่บ่อยครั้งที่เราจะเห็นนักการเมืองใช้บทบาทการทำหน้าที่ในสภาอย่างไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เสนอแนวทางข้อเรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจหรือรัฐบาล ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปในทิศทางเดียวกัน พลิกบทบาทผู้ร้ายในสายตาประชาชน ทำหน้าที่สมกับคำว่า ผู้แทนราษฎร อย่างแท้จริง หลังจากที่ตลอดเวลาของการทำงานกินเงินภาษีประชาชนร่วมครึ่งปี ท่านผู้ทรงเกียรติเหล่านี้ใช้เวทีประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นสนามรบเชือดเฉือนกันด้วยวาจา เวทีแฟชั่น สุมหัวดำเนินการทางการเมืองตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น ซึ่งโดยข้อเท็จจริงที่ผ่านมานั้น มี ส.ส.ตัวแทนพรรคการเมืองหลายคนจากพรรคต่างๆ ลงพื้นที่ลุยน้ำเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยนำ้ท่วม ดินถล่ม สะพานขาด อย่างไม่ลดละ และร่วมทำความสะอาดบ้านเรือนให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ที่น้ำลดแล้วด้วย

รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ ทั้ง 2 ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของโลกอันนี้ถูกหยิบยกให้เป็นวาระแห่งชาติทุกครั้ง เพราะทุกฝ่ายตระหนักถึงผลกระทบที่ได้รับจากทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างยิ่ง ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ ดัน 3 โครงการแก้น้ำท่วมและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ โดยเตรียมเสนอของบประมาณกว่า 1.8 หมื่นล้านบาทต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวาระที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันผลักดันรวมถึงจับตาดูให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปตามแผนแม่บทด้วยความโปร่งใส ด้วยธรรมาภิบาล ซึ่งทั้งฝ่ายปฏิบัติหรือข้าราชการจะต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าตามนโยบาย ขณะที่ฝ่ายการเมืองต้องร่วมมือกันสร้างประโยชน์สุขให้แก่คนไทยและความยั่งยืนของประเทศโดยไม่แบ่งฝักฝ่ายสมเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

ดาวอับแสง เวทีนี้…ไม่มีพี่เลี้ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388448?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ดาวอับแสง เวทีนี้…ไม่มีพี่เลี้ยง

14 กันยายน 2562 – 07:45 น.
นปช,อริสมันต์ พงศ์เรืองร,แดงฮาร์ดคอร์,แกนนำ นปช,ประท้วง,พายัพ ปั้นเกตุ,แรมโบ้,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 243 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 14-15 ก.ย. 62

****************************

ไม่มีลูกฟลุกสำหรับคดีบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา เมื่อปี 2552 เมื่อล่าสุด ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา แกนนำนปช. 13 คน

จะมีก็แต่ลูกแว้บ เพราะมีถึง 12 คนไม่มารับฟังคำตัดสินอ้างไม่ได้รับหมาย และอ้างป่วย มีเพียง ศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 ที่มาคนเดียว บางทีอาจเพราะไม่ได้เช็กกรุ๊ปไลน์ก็เป็นได้

12 แกนนำ นปช. ผู้ที่ไม่มาตามนัดในวันนั้น ประกอบด้วย อริสมันต์ พงศ์เรืองรองนิสิต สินธุไพรพายัพ ปั้นเกตุวรชัย เหมะวันชนะ เกิดดีพิเชฐ สุขจินดาทองพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์นพพร นามเชียงใต้สำเริง ประจำเรือสมญศฆ์ พรมมานพ.วัลลภ ยังตรง และสิงห์ทอง บัวชุม

เรียบเรียงรายชื่อแล้ว คนไทยวงนอกเรียกพวกเขารวมๆ กันว่าคนเสื้อแดง หากที่จริงคนเสื้อแดงมีแนวทางแตกต่างกันไปหลายกลุ่ม อย่างกลุ่มนี้ ก็ไม่ใช่ทั้งก้อนเดียวกับ นปช.สาย “ตู่ เต้น ธิดา เหวง”

วันนี้มี นปช.สายฮาร์ดคอร์ที่เป็นดาวอยู่ 4-5 รายในกลุ่มนี้ ที่น่าจับตายิ่งว่าความเคลื่อนไหวของเขาทั้งในระยะสั้นเวลานี้ และอนาคตจะเป็นยังไง

ฮาร์ดคอร์ “อมฮอลล์”

ยกให้เป็นเบอร์ 1 อย่าง กี้ร์ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง” สมัยร้องเพลงใครจะไปคิดว่าเสียงนุ่มๆ เหมือนอมฮอลล์ พอถึงเวลาลงการเมือง ลงถนนก็เอาเรื่องอยู่

กี้ร์วนเวียนในการเมืองไทย มาจนถึงวันที่ขั้วการเมืองพลิกเปลี่ยน กี้ร์ไปร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2550

อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

จากนั้นเขาก็มีโลโก้ แดงฮาร์ดคอร์” ห้อยคอ เป็นที่รู้จักจากบทบาทการปราศรัยที่ดุเดือด ปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง และบุกลุยมาแล้วหลายเคส

หลังปิดจ๊อบแถวทะเลตะวันออก ที่กี้ร์ยกพวกบุกปิดล้อมโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาเมื่อ 11 เมษายน 2552 กี้ร์ถูกทางการจับกุมตัวที่บ้านพักย่านตลิ่งชัน แต่ศาลให้ประกันตัวไป

แต่เจ้าตัวยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่อยมา ยิ่งช่วงปี 2553 นปช.แรงจัดจนรัฐบาล โดย ศอฉ.ต้องจัดการ คนไทยได้เห็นภาพกี้ร์ห้อยตัวหนีลงจากโรงแรมเอสซีปาร์คก็ช่วงนี้

หลังควันไฟมอดลง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนเข้ามอบตัว แต่กี้ร์หลบหนีไปไกล ไปมาทั่วทั้งพนมเปญชายแดนลาวชายแดนเวียดนาม

จนเมื่อคนไทยมีรัฐบาลปูแดง วันที่ 7 ธันวาคม 2554 กี้ร์กลับเข้ามามอบตัวที่ศาลพัทยาในคดีล้มประชุมอาเซียนพัทยาปี 2552 นั่นแหละ กี้ร์นอนคุกพักหนึ่ง พอวันที่ 25 เดือนเดียวกันศาลพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราว

ออกมาช่วงนั้นมีทำเพลงด้วย คือ รักในโฟนอิน หรือเพลง คนของแผ่นดิน ที่มีเนื้อหาสนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร หารายได้เยียวยาผู้ชุมนุม ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี 2552

ปี 2555 เราได้พระกี้ร์ในผ้าเหลือง ช่วงนั้นเขาบวชทีี่วัดสัมพันธวงศ์ บอกว่าต้องการทบทวนบทบาทตัวเอง ก่อนที่จะสึกออกมาช่วงกุมภาพันธ์ 2556

แต่คดีพัทยาก็ยังไม่จบ ที่สุดวันที่ 5 มีนาคม 2558 ศาลพัทยาพิพากษาจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาในชั้นอุทธรณ์วันที่ 21 มีนาคม 2560 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกอริสมันต์กับพวก 4 ปี

กี้ร์ติดคุกอยู่ร่วมปีขาดไม่กี่วัน มีนาคม 2561 ศาลก็อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา ก่อนจะมาถึงวันนี้ที่ทุกอย่างยังคงคำเดิมคือ คุก!

ถึงเวลานี้คนไทยที่รักพี่กี้ร์ “ถ้ายังมีอยู่” ก็คงนึกเป็นห่วงว่าอาการบ้านหมุนที่ทำให้เขามาศาลไม่ไหวในวันนั้น คงเกิดจากความเครียดเรื่องคดี ไว้พร้อมแล้ววันที่ 31 ตุลาคม ที่จะถึง คงมาได้ตามที่ศาลนัดอีกรอบ (มั้ง)

แต่เรื่องอยู่ เรื่องกิน ไม่ต้องห่วง เพราะฐานของเสี่ยกี้ร์เขาแน่นจากธุรกิจที่มีมากมาย เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำมานานในหมู่เครือญาติ เช่น บริษัท พงศ์เรืองรองก่อสร้าง จำกัด และ บริษัท โซล่า แอสฟัลท์ จำกัด รับเหมาลาดยางมะตอย ทั้งงานหลวง งานราษฎร์

ไหนจะธุรกิจชื่อเมียอย่าง บริษัท เฮ้าส์ ออฟ ฮาร์ท พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ทำบ้านจัดสรร และเชื่อว่าคงจะมีอื่นๆ อีกมากมาย

ไวพจน์ คนเดิม?

สำหรับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” ผู้ผ่านร้อนหนาวมากับพรรคนายใหญ่ตั้งแต่ปี 2544 แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเป็นหนึ่งในแกนนำที่เจอคดีเดียวกันกับพี่กี้ร์ และเคยจำคุกคดีนี้พร้อมกัน และประกันตัวออกมาเหมือนกัน

หลังจากนั้น เราก็มาเห็นข่าวคราวเขาอีกครั้ง ว่าถอดเสื้อแดงไปสวมเสื้อว่าที่ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ตามสูตรเป๊ะ !

วันนั้นเขาพูดว่า ยังคงย้ำอุดมการณ์ต่อต้านเผด็จการเหมือนเดิมไม่เคยหายไปไหนอยู่ในเลือดทุกหยด และบอกว่าที่ย้ายก็ไม่ได้โดนบังคับใดๆ ทั้งสิ้น

ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์

สุดท้ายเลือกตั้งเสร็จ ไวพจน์ทำได้แค่ช่วยเพิ่มที่นั่งให้พปชร. เป็น ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร ได้ไม่กี่วัน ก็มีอันพ้นจากตำแหน่ง จากการถูกตัดสินจำคุก 4 ปีครั้งนี้

เม้าท์กันว่าที่เจ้าตัวไม่ไปศาล ไม่รู้เพราะไม่เห็นหมายศาลหรือเปล่า แต่สงสัยว่าน่าจะยุ่งอยู่กับการประชุมสภาประท้วงช่วย “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” หรือกำลังวางแผนลูกชายไปลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ปูพื้นไว้ก่อนก็เป็นได้

พายัพ คนเก่า

นี่คือผู้ยืนหยัดอยู่ที่ค่ายแดง “พายัพ ปั้นเกตุ” อดีต ส.ส.สิงห์บุรี อยู่กับไทยรักไทยมาแต่แรกเริ่มเหมือนกัน สุดท้ายมาสังกัด นปช. ผู้ร่วมกิจกรรมลุยแหลก รวมถึงงานรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยาเหมือนกันอีก !

ช่วงก่อนจะเดินเข้าคุก เขายังไปโผล่ลงเลือกตั้งปี 2554 ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2557 ที่ภายหลังเป็นโมฆะ เขาก็ได้ลงบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เช่นเดิมไม่ไปไหน

จนมาถูกจำคุกชุดเดียวกับพี่กี้ร์ช่วงปี 2558 และประกันตัวออกไป และมาถูกจำคุกอีกทีในชั้นศาลอุทธรณ์ปี 2560 นอนคุกไม่นานก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลบางละมุง เพราะขาบวม ก่อนได้ประกันตัวออกมาช่วงเดือนสิงหาคมปีนั้น

พายัพ ปั้นเกตุ

ช่วงปี 2562 เราได้เห็นเขาเข้าร่วมงานพรรคใหม่ “ไทยรักษาชาติ” มานั่งเป็นว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ไม่ได้ไปต่อเพราะพรรคถูกยุบ และตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ปีนี้เลยเป็นปีที่ไม่ดีเท่าไรสำหรับพายัพ เพราะล่าสุดตอนนี้ คดีเก่าตามมาเช็กบิลพร้อมๆ กับพวกอีก 11 คนแล้ว

นักร้องเสื้อแดง

สำหรับ “วันชนะ เกิดดี” หรืออีกชื่อคือ ธนฤต ชะเอมน้อย เติบโตจากธุรกิจร้านอาหาร เปิดบริษัททำเพลง และมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง แล้วหันมาเอาดีโลดแล่นเป็นแดงกลุ่มฮาร์ดคอร์มาอย่างโชกโชน

วีรกรรมที่เคยทำ นอกจากร่วมต่อสู้เรียกร้องหน้าทำเนียบแล้ว รายนี้ก็ไปลุยรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จนถูกดำเนินคดีและหลบหนีไปอยู่ต่างแดนพักใหญ่เหมือนกัน

วันชนะ เกิดดี

แต่ช่วงปี 2554 เช่นเดียวกับหลายคนๆ เขาได้รับตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กินเงินเดือนรัฐอยู่พักหนึ่ง แต่ระหว่างนั้นจนบัดนี้ยังคงแต่งเพลงเพื่อคนเสื้อแดง นายใหญ่ และนายหญิงปูจ๋ามาตลอด

ต่อมาเกือบจะได้เปฺ็น ส.ส. ในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เพราะชนะการเลือกตั้งพื้นที่เขต 2 จังหวัดเพชรบุรี แต่ทุกอย่างเป็นโมฆะ

ก่อนที่ปี 2562 เจ้าตัวย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ได้รับเลือกเป็นตัวแทนสู้ศึกที่ จ.เพชรบุรี โดยใช้ชื่อ วันชนะ เกิดดีชะเอมน้อย” แต่พรรคถูกยุบ ก็ไม่ได้ไปต่ออีกตามสูตร

ล่าสุดเลยต้องมานั่งลุ้นเรื่องเอายังไงต่อกับการตัดสินคดีจากศาลฎีกาที่ต้องเข้าไปนอนคุกอีก 4 ปี

แรมโบ้ เส้นไม่เล็ก

ปิดท้ายที่คนนี้ แม้ไม่มีชื่อใน 11 คน แต่ก็น่าจับตามองเหมือนกัน สุภรณ์ อัตถาวงศ์” หนุ่มโคราชทั้งแท่ง กับฉายา “แรมโบ้อีสาน” ผ่านการเมืองมาหลายพรรค ก่อนจะมาเป็นที่รู้จักทั้งบางตอนร่วมงานพรรคนายใหญ่ ในปี 2544

ภายหลังไปเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ช่วงนั้นว่างเลยไปโลดแล่นเป็นสายฮาร์ดคอร์อยู่กับ นปช. ก๊วนเดียวกับพี่กี้ร์พัทยานี่แหละ

แรมโบ้อีสาน

สุดท้ายแรมโบ้คนนี้ หายหน้าไปหลังรัฐบาลสั่งปฏิบัติการกระชับวงล้อมในวันที่ 12 พฤษภาคม 2553 กลับมาอีกทีก็ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้ง 2557 แต่ก็ไม่ได้ทำงานเพราะเป็นโมฆะเสียก่อน

หลังจากนั้นไม่รู้ทำไม พอ คสช.เข้ายึดอำนาจ เขาถูกทหารควบคุมตัว แล้วก็ไปสาบานต่อหน้าย่าโมว่าจะเลิกเล่นการเมือง และไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองไปตลอดชีวิต

จนกระทั่งปี 2561 สุภรณ์ได้ย้ายเข้ามาร่วมงานกับ “พรรคพลังประชารัฐ” แล้วไปกราบถอนคำสาบานกับย่าโม บอกว่าพร้อมหนุนลุงตู่สุดฤทธิ์

วันนี้เขาเป็นถึงกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกฯ อาจด้วยแรงสาบานหรืออะไรก็ตามแต่ งานนี้เขารอดเพราะถูกแยก​​​​​สำนวนไว้จนกระทั่งหมดอายุความ

โจรออนไลน์ ..หลอกขายหมาเชิดมัดจำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388261?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โจรออนไลน์ ..หลอกขายหมาเชิดมัดจำ

13 กันยายน 2562 – 13:45 น.
โจรออนไลน์,หลอกขายหมา,เชิดเงินมัดจำ,นักช็อปออนไลน์
เปิดอ่าน 229 ครั้ง

โจรออนไลน์ ..หลอกขายหมาเชิดมัดจำ โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือช่วยให้การติดต่อสื่อสารของคนในสังคมยุคปัจจุบันสะดวกรวดเร็วขึ้นจนกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการประกอบธุรกิจบนโลกออนไลน์ แต่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่ามีประโยชน์สารพัด แต่ในทางกลับกันก็มีโทษตามมา “เป็นเงาตามตัว” เพราะมิจฉาชีพก็เกาะติดเทคโนโลยีมาด้วย

เรื่องฉ้อโกงที่เกิดขึ้นบนสังคมออนไลน์มีให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ “ตำรวจไซเบอร์” กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ก็ออกมาเตือนประชาชนให้ระแวดระวังอยู่เป็นระยะ รวมถึงผู้เสียหายก็โพสต์เรื่องราวเตือนภัยกันเอง แต่ก็ไม่วายมี “โจรหน้าใหม่” และ “เหยื่อป้ายแดง” เกิดขึ้นตลอด ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น

ล่าสุดมีเรื่องเตือนภัยสำหรับ “นักช็อปออนไลน์” ให้ระแวดระวังและมีสติให้มากก่อนตัดสินใจโอนเงินมัดจำหรือสั่งซื้อสินค้า แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยล่าสุด “คม ชัด ลึก” ได้รับข้อมูลจาก น.ส.ระพี วงศ์สุวรรณ หรือ ฝ้าย ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเหยื่อป้ายแดงจาก “โจรออนไลน์” หลงกลโอนเงินมัดจำซื้อลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ โดยเชื่อว่าทำเป็นกลุ่มแก๊ง และมีเหยื่อแบบตัวเองจำนวนไม่น้อย

น.ส.ระพี เล่าว่า อยากจะเลี้ยงสุนัข จึงได้ติดตามเพจต่างๆ ในเฟซบุ๊ก ทว่ามีมิจฉาชีพเข้ามาแฝงตัวในเพจ กระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนแสดงความสนใจอยากได้ลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ จากนั้นก็มีคนที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “สิบเอก” ทักแชทมาในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กส่วน พร้อมส่งรูปลูกสุนัขพันธุ์ที่ต้องการโดยเป็นรูปที่น่ารัก และถามว่าสนใจหรือไม่ ทันทีที่เห็นด้วยความอยากได้อยู่แล้วก็ตอบว่าสนใจ จนมีการตกลงราคาซื้อขาย ซึ่งในตอนแรกมีการเสนอราคาขายลูกสุนัขในรูปและความต้องการเพศของสุนัขในราคาตัวละ 4,500 บาท และมีการต่อรองราคา กระทั่งตกลงซื้อเพศผู้ในราคา 4,000 บาท และต้องโอนเงินมัดจำเป็นค่าจอง 1,500 บาท ซึ่งก็โอนไปเลย

“เขาบอกว่าอยู่ที่วิหารแดง สระบุรี ส่วนฝ้ายอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่สามารถเดินทางไปรับน้องมาได้ โดยเขารู้ว่าเรามีความต้องการอยากได้น้องหมามาเลี้ยง และบอกว่าเหลือแค่ตัวเดียวจะเอาเลยไหม ถ้าเอามีค่ามัดจำ 1,500 บาท โดยจะให้ภรรยาเขาทำบันทึกการจอง ด้วยความกลัวไม่ได้ และก็หลงรักในความน่ารักของน้องหมาไปแล้วก็ตอบตกลง พอโอนเงินมัดจำไปแล้ว 1,500 ก็ขอเพิ่มอีก 1,000 บาทเป็นค่าอุปกรณ์ ซึ่งเป็นกล่องใส่น้องหมา ต่อมายังมีขอเพิ่มอีก 1,000 บาท เป็นค่าอาหารน้องหมาที่ดูแลระหว่างรอฝ้ายไปรับ ตอนนั้นก็เอะใจอยู่บ้างว่าจะถูกโกง ซึ่งก็ยังไม่ชัวร์ และเขาก็รับปากยินดีคืนเงินจำนวนเต็มหากวันมารับแล้วไม่พอใจ พร้อมการันตีว่าน้องหมาแข็งแรง เบ็ดเสร็จก็เป็นการโอนเงินไป 3 ครั้ง เป็นเงิน 3,500 บาท แต่หลังจากถามสถานที่ให้เขาแชร์โลเกชั่นเพื่อไปรับน้องหมาก็ไม่ได้บอก และเขาก็บล็อกเฟซบุ๊กฝ้าย ไม่สามารถติดต่อเขาได้ จึงมั่นใจว่าถูกโกงแน่” น.ส.ระพี กล่าว

จากนั้นเหยื่อโจรออนไลน์คนนี้ได้นำเรื่องไปโพสต์ในกลุ่มก็ถึงกับบางอ้อ เพราะมีการเตือนว่าบุคคลนี้หลอกลวง มีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย พฤติการณ์ก็ง่ายๆ คือ หากใครสนใจก็จะทักแชทไปหา ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ทันยั้งคิดให้ถี่ถ้วน เพราะความอยากได้ทำให้ขาดความรอบคอบ โดยตอนนี้เหยื่อมีการแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ลุมพินี

ไม่แน่ว่าโจรออนไลน์อาจมีประวัติเคยถูกจับแล้วหวนกลับมาก่อเหตุลักษณะนี้อีกก็ได้ เพราะปีที่แล้วตำรวจกองปราบเคยจับโจรพฤติการณ์แบบนี้มาแล้ว ฉะนั้นจึงต้องเตือนนักช็อปออนไลน์ ไม่ว่าจะซื้อสินค้าประเภทใดต้องมีสติ รอบคอบ เช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงิน..!!

รัฐบาลสอบตกอย่าหมดกำลังใจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388249?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รัฐบาลสอบตกอย่าหมดกำลังใจ

13 กันยายน 2562 – 11:20 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,รัฐบาล,สอบตก
เปิดอ่าน 41 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ถึงนาทีนี้เราต้องให้กำลังใจรัฐบาลของ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กันแบบไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้ว เพราะอะไรต่อมิอะไรกำลังถาโถมเข้าใส่แบบตั้งหลักไม่ทัน

แบบคนโบราณท่านว่า ‘พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก’ เหมือนเรือเหล็กที่โดนพายุมรสุมเอียงไปเอียงมาแบบทำท่าจะไปไม่รอด

มองจากคนนอกมีหลายกรณีอย่าง ‘สวนดุสิตโพล’ กับ ‘นิด้าโพล’ จัดสำรวจความคิดเห็นแล้วฟันธงออกมาเลยว่ารัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ ‘สอบตก’ ในด้านเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม เรียกว่าของหนักของใหญ่ทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้บรรดารัฐมนตรีและคนรอบข้างทั้งหลายจึงต้องออกแรงกันเต็มที่เพื่อจะได้สอบผ่าน เพราะหากรัฐบาลท้อแท้แล้วชาวบ้านจะอยู่กันได้อย่างไร

นอกจากปัจจัยต่างๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง-น้ำท่วม ยังมีเค้าของรัฐมนตีกลายเป็นตำรวจกระสุนตกดังเป็นข่าวใหญ่

ทั้งเรื่อง รมช.เคยมีประวัติไม่ขาวสะอาดค้ายาเสพติดที่ออสเตรเลีย หรือพรรคศิลปินเดี่ยว พรรคน้อย พรรคเล็ก ฟิวส์ขาดหากถูกสบประมาทว่าเป็นลิงต้องกินกล้วย

รัฐบาลจึงทำท่ากลายเป็นเรือเหล็กที่มีรอยรั่วตัวใครตัวมัน!
อ๊อด เทอร์โบ


 ของขวัญวันเกิดอันล้ำค่า
จดหมายจากคุณ ‘เจริญชัย’ ต่อไปนี้นำมาแจ้งให้ทราบว่า ‘มร.แจ็ค หม่า’ เจ้าของอาลีบาบา ได้ประกาศวางมือจากวงการธุรกิจแล้วหันไปทำการกุศลและการศึกษา ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิด 55 ปี อันมีคุณค่ามากที่สุด

ที่นำเสนอเรื่องนี้เพราะ ‘มร.แจ็ค หม่า’ รักเมืองไทยมากและที่ผ่านมาพยายามส่งเสริมสัมพันธภาพด้านธุรกิจระหว่างไทย-จีน ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

ชีวิตของ ‘มร.แจ็ค หม่า’ เริ่มต้นจากเลขศูนย์หรือยากจนในชนบทที่ห่างไกลของประเทศจีนและสามารถขึ้นบันไดสวรรค์เป็นอภิมหาเศรษฐีของพญามังกรของโลก

จดหมายต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิตจริงๆ
อ๊อด เทอร์โบ


 ‘แจ็ค หม่า’ ล้างมือในอ่างทองคำ
 ตัวอย่างคนรู้จักพอ

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้มาหลังจากที่ฟังข่าว-ดูข่าวทีวีว่า ‘มร.แจ๊ค หม่า’ เจ้าของอาลีบาบา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของจีน ได้ประกาศวางมือเป็นการฉลองวันเกิด 55 ปี ในวันที่ 10 กันยายน 2562

ทำไมเขาจึงล้างมือในอ่างทองคำหรือทำไมจึงส่งมอบตำแหน่งนี้ให้แก่ มร.แดเนียล จาง ซึ่งปัจจุบันเป็นซีอีโอของอาลีบาบา

จึงขอเป็นสื่อกลางนำเรื่องของ ‘มร.แจ็ค หม่า’ ซึ่งต่อไปนี้จะมุ่งทำงานด้านการกุศลและการศึกษา โดยบีบีซี ได้นำชีวิตของเขาซึ่งเหมือนเทพนิยายมาเล่าสู่กันฟัง

มร.แจ็ค หม่า ตัวอย่างคนสู้ชีวิต ซึ่งเกิดในครอบครัวยากจน ที่เมืองหางโจว ทางตะวันออกของจีน เริ่มต้นอาชีพการงานด้วยการเป็นครูและสามารถซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกเป็นของตัวเองเมื่ออายุ 33 ปี

การลงจากตำแหน่งประธานบริษัทอาลีบาบา ซึ่ง แจ๊ค หม่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 จนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทค้าขายสินค้าทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีมูลค่าในปัจจุบันอยู่ที่ 480,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14.60 ล้านล้านบาท (เทียบกับอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 30.6 บาท) และทำให้ แจ๊ค หม่า เป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในจีน จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ ซึ่งประเมินว่า แจ็ค หม่า มีทรัพย์สินสุทธิถึงราว 38,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท

ผมจึงอยากให้มหาเศรษฐีชาวไทยดูตัวอย่างของชีวิตที่พอเพียงอุทิศตนและเงินทองให้การกุศลและการศึกษาบ้าง-สักน้อยนิดก็ยังดี
เจริญชัย (กทม.)
