ปล้นระทึก เรือบรรทุกน้ำมัน 9แสนลิตร มาเลเซีย โดนบังคับไปน่านน้ำอินโดฯ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 13:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692888

 

(ภาพจากทวิตเตอร์ Malaysian Maritimes Enforcement Agency หรือ MMEA)

เรือบรรทุกน้ำมันดีเซล นับ 9 แสนลิตร สัญชาติมาเลเซีย เจอเหตุไม่คาดฝัน โดนกลุ่มคนร้ายบุกปล้นอุกอาจ หลังแล่นออกจากท่าเรือเมืองตันจุง เปเลปาส เจ้าหน้าที่มาเลย์ เชื่อ เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ถูกสั่งให้แล่นไปยังน่านน้ำอินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระทึก เรือบรรทุกน้ำมัน ‘MV Vier Harmoni’ (เอ็มวี เวียร์ ฮาร์โมนี) สัญชาติมาเลเซีย บรรทุกน้ำมันดีเซลนับ 9 แสนลิตร มูลค่าถึงประมาณ 1.57 ล้านริงกิต (392,795 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13.5 ล้านบาท) โดนกลุ่มคนร้ายปล้น และยังบังคับให้ขับเรือไปยังน่านน้ำของประเทศอินโดนีเซีย เบื้องต้น ยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมืออุกอาจบุกปล้นเรือบรรทุกน้ำมันปริมาณมหาศาลลำนี้ เป็นกลุ่มใด

ข่าวแจ้งว่า เรือบรรทุกน้ำมัน เอ็มวี เวียร์ ฮาร์โมนี ได้แล่นออกจากท่าเรือเมืองตันจุง เปเลปาส ในมาเลเซีย เมื่อวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกกลุ่มคนร้ายบุกปล้น ขณะที่ สำนักงานกฎหมายทางทะเล หรือ Malaysian Maritimes Enforcement Agency (MMEA) ของมาเลเซีย ได้ทวีตข้อความแจ้งเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียเชื่อว่า กลุ่มคนร้ายได้สั่งให้กัปตันขับเรือบรรทุกน้ำมัน เอ็มวี เวียร์ ฮาร์โมนี แล่นไปยังน่านน้ำของอินโดนีเซีย แถวๆ เกาะบาตัม ทางใต้ของสิงคโปร์

 

ฉลอง ’40 ปีไทย-เวียดนาม’ที่โฮจิมินห์ ประทับใจชาวเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 01:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692437

 

งานฉลอง 40 ปี สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ที่นครโฮจิมินห์ สถานกงสุลใหญ่ฯ จัดอย่างย่ิงใหญ่ โปรโมตท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นศ.เวียดนามร่วมแสดงนาฏศิลป์ไทย ส่วน นร.นาฏศิลป์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ได้รับเชิญเป็นทูตวัฒนธรรมโชว์การแสดงประทับใจชาวเวียดนาม

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานฉลอง 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเวียดนาม ที่ศูนย์เยาวชนนครโฮจิมินห์ ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ได้จัดงานอย่างย่ิงใหญ่ ระหว่างวันที่ 13-20 สิงหาคม 2559 โดยมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ วันที่ 13 สิงหาคม เวลา 10.00 น. นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ พร้อมด้วยนายเล ฮุง ก๊วก ประธานสหพันธ์องค์กรมิตรภาพนครโฮจิมินห์ และนายเจือง ฮว่าง ประธานสมาคมมิตรภาพเวียดนาม-ไทย เป็นตัวแทนฝ่ายเวียดนามร่วมเป็นประธานเปิดงาน ส่วนฝ่ายไทยมี นางสมฤดี พู่พรอเนก รองกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ นางนภสร ค้าขาย ผอ.ททท.สำนักงานนครโฮจิมินห์ น.ส.ปิตินันท์ สมานวรวงศ์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ และนายณรงค์ สุ่มมาตย์ นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนาม ณ นครโฮจิมินห์ นำชาวไทยเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก


นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ นำนายเจือง ฮว่าง ประธานสมาคมิตรภาพเวียดนาม-ไทยประจำนครโฮจิมินห์ ชมนิทรรศการความสัมพันธ๋ไทย-เวียดนาม

นายเจือง ฮว่าง ประธานสมาคมมิตรภาพเวียดนาม-ไทย กล่าวเปิดงานว่า ขอแสดงความยินดีกับกงสุลใหญ่ฯและชาวไทยในนครโฮจิมินห์ ที่ได้มีโอกาสร่วมฉลองความสัมพันธ์ ครบรอบ 40 ปี อย่างอบอุ่น ความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างเวียดนามและไทยมีมากมายในระดับทวิภาคี และยังต่อเนื่องถึงระดับนานาชาติ หลายปีที่ผ่านมา มีโครงการมากมาย รวมทั้งการพัฒนาร่วมมือกัน โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ได้มีความร่วมมือกันอย่างดี ในฐานะประเทศอาเซียนที่ต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ยังมีความร่วมมือด้านสาธารณกุศลซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ขอให้การเจริญความสัมพันธ์มีความก้าวหน้าต่อไป ทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ด้าน นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามตลอดระยเวลา 40 ปี ที่ผ่านมา เป็นความสัมพันธ์ที่มีการพัฒนาในเชิงบวกอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา โดยปัจจุบันสามารถเรียกได้ว่า อยู่ในระดับที่ดีย่ิง มีการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันเมื่อปี ค.ศ.2013 รวมทั้งมีความร่วมมือระหว่างกันครอบคลุมในหลากหลายสาขา ซึ่งมีการจัดแสดงนิทรรศการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามให้ชมในงานนี้ จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม เพื่อบ่งบอกให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ได้รับทราบถึงความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ขอขอบคุณสหพันธ์สมาคมองค์กรมิตรภาพนครโฮจิมินห์ และสมาคมมิตรภาพเวียดนาม-ไทยนครโฮจิมินห์ ที่สร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนได้เป็นอย่างดี มีความร่วมมือในด้านต่างๆ นับว่า เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนได้อย่างแนบแน่น จึงหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ความร่วมมือทุกภาคส่วน จะช่วยให้ความสัมพันธ์ที่ดีย่ิงอยู่แล้วระหว่างไทยกับเวียดนาม ได้รับการส่งเสริมให้ดีมากย่ิงขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต


รำชุด“สายสัมพันธ์ 40ปี ไทย-เวียดนาม”ของ นักเรียน ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 12 ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเฉลิมฉลอง 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ที่ได้รับความสนใจหลังจากพิธีเปิดงานแล้ว ได้แก่การแสดงบนเทวี มีชาวเวียดนามและนักท่องเท่ียวต่างชาติไปรอชมกันคึกคัก โดยนักศึกษาเวียดนามท่ีเรียนภาคภาษาไทยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ สลับกันขึ้นมาแสดงด้านวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่การแต่งชุดไทยสมัยต่างๆ โชว์วัฒนธรรมการไหว้สวัสดี มีการแสดงนาฏศิลป์ไทยในชุดระบำ 4 ภาค, รำเซิ้งโปงลาง, รำวงมาตรฐาน สลับกับการแสดงนาฏศิลป์เวียดนาม ต่อด้วยการโชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทยจากนักมวยไทยชาวเวียดนามสังกัดไทยไฟท์ของไทย โชว์ลีลาได้สะใจผู้ชมส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน และปิดท้ายการแสดงของนักศึกษาเวียดนามด้วยการสอนรำไทยให้ผู้ชมได้หัดรำกันท่ามกลางความสนุกสนาน


การแสดงของนักศึกษาเวียดนาม ฉลองความสัมพันธ์

จากนั้นเป็นการแสดงจากประเทศไทย ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ได้เชิญคณะนักเรียนนาฏศิลป์ จากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แชมป์นาฏศิลป์ถ้วยพระราชทาน 8 ปีซ้อน เป็นยุวทูตวัฒนธรรมไปแสดงในงานนี้ โดยจัดการแสดง 2 ชุด เร่ิมจากชุดแรก”ฟ้อนกมบุปผามาลาจ้อคำ”ของทางภาคเหนือ แต่งกายในชุดไทยภาคเหนือสวยงาม ถือโคมไฟ รำได้อย่างอ่อนช้อย เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมไม่ขาดสาย โดยเฉพาะกลุ่มชาวเวียดนามที่เกิดในประเทศไทย และกลับไปอาศัยอยู่ในนครโฮจิมินห์ ซึ่งมาร่วมงานด้วย และชุดสุดท้าย “40 ปี สายสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม” นักเรียนแต่งชุดไทย 3 คน และอีก 2 คน แต่งกายชุดอ่าวหญ่ายชุดประจำชาติสตรีเวียดนาม พร้อมสวมหมวกใบลานร่ายรำด้วยท่ารำของไทย และท่ารำของเวียดนาม ร่ายรำผสมผสานท่ารำ 2 วัฒนธรรม สลับด้วยเสียงเพลงไทยและเวียดนาม สร้างความประทับแก่ผู้ชม จนถึงไฮไลต์ตอนจบ นักเรียนในชุดไทยและเวียดนามต่างถือธงชาติของแต่ละชาติมาโบกสะบัดบนเวที เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมอีกครั้งหนึ่ง จนเพลงจบนักเรียนหยุดกึ่งกลางเวทีปล่อยผ้าแพรพิมพ์ตราสัญลักษณ์ฉลอง 40 ปีไทย-เวียดนาม เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือเกรียวกราวจากผู้ชมด้วยความประทับใจ


ชาวเวียดนามสนใจ ซุ้มแสดงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว 4 ภาคของไทย

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจาก ททท. สำนักงานนครโฮจิมินห์ จัดซุ้มหมู่บ้านวัฒนธรรม 4 ภาค มาแสดงในงาน แต่ละซุ้มโชว์เสื้อผ้า เครื่องใช้ เครื่องดนตรี และซุ้มแจกเอกสารการท่องเที่ยวประเทศไทย ได้รับความสนใจจากชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ โดยเฉพาะมีการนำรถตุ๊กตุ๊ก ที่นักท่องเท่ียวเวียดนามชอบนั่งไปโชว์ด้วย กลายเป็นจุดเด่นให้ชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวต่างชาติไปถ่ายภาพกันไม่ขาดสาย


นางนภสร ค้าขาย ผอ.ททท.สนง.โฮจมินห์ นำทีมจัดซุ้มโปรโมทท่องเที่ยวไทย

นางนภสร ค้าขาย ผอ.ททท.สำนักงานนครโฮจิมินห์ เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ ททท.รับผิดชอบจัดนิทรรศการความสัมพันธ์ 40 ปีไทย-เวียดนาม ส่วนด้านการท่องเที่ยวเน้นโชว์วัฒนธรรม 4 ภาค จัดเป็นหมู่บ้านเพื่อเป็นจุดขายนักท่องเที่ยวเวียดนาม มีรถตุ๊กๆ และมวยไทยที่ชาวเวียดนามชื่นชอบมาโชว์ในงาน ได้รับความสนใจทั้งชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวชม สำหรับตลาดท่องเที่ยวเวียดนาม ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเวียดนามไปเที่ยวประเทศไทย จำนวน 760,000 คน และคนไทยมาเที่ยวเวียดนาม จำนวน 270,000 คน กลุ่มเป้าหมายก็ยังเป็นการโปรโมทการเที่ยวแบบครอบครัว เนื่องจากชาวเวียดนามนิยมไปเที่ยวกันแบบครอบครัว ชอบกินอาหาร ดูโชว์ สวนสนุก คือ กิจกรรมที่ไปเที่ยวได้ทั้งครอบครัวจะได้รับความสนใจจากชาวเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีหนุ่มสาววัยทำงานที่นิยมเที่ยวกันเป็นกลุ่มๆ เนื่องจากนิยมโพสต์ภาพการไปท่องเที่ยวในโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค อย่างไรก็ดีในปีนี้เชื่อว่า จะมีนักท่องเที่ยวเวียดนามไปเที่ยวประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน


นักศึกษาเวียดนามที่เรียนภาคภาษาไทย ขึ้นโชว์การแต่งกายชาวไทยในสมัยต่างๆ

ส่วนนางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ เปิดเผยว่า การจัดงานฉลอง 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนามครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากชาวเวียดนามเป็นอันมาก เชื่อว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างชาวเวียดนามและชาวไทยมากย่ิงขึ้นไปอีก และความสำเร็จครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทีมประเทศไทย โดยเฉพาะ ททท. และสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนามนครโฮจิมินห์ รวมทั้งชุมชนไทย พร้อมกันนี้ขอขอบคุณสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่สนับสนุนการนำคณะนางสาวไทยปี 2558 มาร่วมงาน บมจ.อสมท, สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย และมูลนิธิไทยรัฐ ที่คัดเลือกนักเรียนนาฏศิลป์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นยุวทูตวัฒนธรรมมาร่วมแสดงในงานได้อย่างประทับใจผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ.

 

ฝนถล่มเมียนมาทำน้ำท่วมหนักดับ 8 ศพ กระทบคน 400,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ส.ค. 2559 23:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691291

 

ประเทศเมียนมากำลังเผชิญน้ำท่วมรุนแรงหลังมีฝนตกตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดอุทกภัยครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักในประเทศเมียนมาตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ ท่วมพื้นที่กว่า 400,000 เอเคอร์ ซ้ำเติมความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษเมื่อปีก่อน


ชาวเมียนมาในเขตอิรวดีต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วม

นางพยู เล เล ตุน ผู้บริหารกระทรวงการตั้งรกราก, บรรเทาทุกข์ และสวัสดิการสังคม ของเมียนมา บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า จนถึงวันอาทิตย์ที่ 14 ส.ค. มีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในประเทศแล้ว 8 ราย ขณะที่พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวขนาดใหญ่ของประเทศ เป็นหนึ่งในจุดที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุด ส่วนเมืองใหญ่ที่สุดอยู่นครย่างกุ้ง ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากนัก

ทั้งนี้ เมียนมามักเผชิญน้ำท่วมในช่วงท้ายของฤดูมรสุมเป็นประจำทุกปี แต่น้ำท่วมในปีนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศกำลังอยู่ในระหว่างฟื้นตัวจากเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีก่อนซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 174 ราย และมีประชาชนได้รับผลกระทบถึง 1.6 ล้านคน


บางจุดน้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้าน

ด้าน ออง จอ ทุต รองเลขาธิการสภากาชาดเมียนมา ระบุว่า พวกเธอกำลังมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแก่เหยื่อน้ำท่วม และรับประกันให้พวกเขาเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและและสิ่งของจำเป็นที่ไม่ใช่อาหาร

 

‘ปินส์’ ต้านฝังจอมเผด็จการ ‘มาร์กอส’ ที่สุสานฮีโร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ส.ค. 2559 03:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690412

 

เมื่อ 14 ส.ค. ชาวฟิลิปปินส์ฝ่ายซ้ายราว 1,500 คนออกมาเดินขบวนเพื่อประท้วงที่ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต สั่งให้มีการฝังศพเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส อดีตผู้นำเผด็จการภายในสุสานวีรบุรุษ พร้อมขอให้ทบทวนและเตรียมร้องขอให้ศาลสูงสุดใช้อำนาจระงับคำสั่งดังกล่าว รวมถึงเตรียมล่าลายเซ็นในเดือน ก.ย. เพราะมองว่ามาร์กอสไม่ใช่ฮีโร่ และไม่ยุติธรรมต่อเหยื่อด้านสิทธิมนุษยชนหลายพันคนในสมัยอดีตผู้นำคนนี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลฟิลิปปินส์ตอบรับคำเตือนจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯที่ระบุถึงงบประมาณช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐฯจำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี อาจได้รับผลกระทบจากมาตรฐานการเคารพสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฟิลิปปินส์ หลังเกิดสถานการณ์ผู้คนจำนวนมากถูกสังหารอย่างผิดปกติทั่วประเทศ นับตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค. ที่นายโรดริโก ดูเตร์เต ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งประกาศให้คำมั่นปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดให้สิ้นซากภายใน 6 เดือน


ผู้ชุมนุมชูภาพใบหน้าของอดีตผู้นำเผด็จการมาร์กอส

ผลจากการประกาศนโยบายดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำแล้วเกือบ 1,000 ราย หลายรายถูกทิ้งป้ายข้อความประจานเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวข้องยาเสพติด ขณะที่รัฐบาลฟิลิปปินส์แถลงชี้แจงต่อสหรัฐฯระบุรัฐบาลฟิลิปปินส์เคารพกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว ทั้งประกาศเดินหน้าสอบสวนคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง แต่ยังไม่มีรายงานการจับกุมผู้เกี่ยวข้องต้องสงสัยเหตุฆาตกรรมทั้งหมดแม้แต่รายเดียว.

 

สถานกงสุลใหญ่โฮจิมินห์ จัดงานใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระราชินี’ ที่เวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 04:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/689082

 

สถานกงสุลใหญ่โฮจิมินห์ ในเวียดนาม จัดงานยิ่งใหญ่เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพอนุรักษ์ผ้าไหมไทย เชิญคณะนางสาวไทย-นร.นาฏศิลป์ ร.ร.ไทยรัฐ ไปร่วมงาน

วันที่ 12 ส.ค. การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ของหน่วยงานราชการ และชุมชนชาวไทยในประเทศเวียดนาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เวลา 18.00 น. นายมานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ได้จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย โดย นายมานพชัย และภริยาได้นำข้าราชการสถานทูตและหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งผู้แทนชุมชนไทย ประมาณ 100 คน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียง


นาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ได้จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ส่วนที่นครโฮจิมินห์ เวลาเดียวกัน นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในชื่องาน Royal Magical Night of Thai Silk โดยมีนายเล ฮูง ก๊วก ประธานสมาพันธ์องค์กรมิตรภาพ ณ นครโฮจิมินห์ และนางโต ถิ บิ๊กเจา ประธานสหพันธ์สตรีเวียดนาม ณ นครโฮจิมินห์ มาร่วมงานพร้อมด้วย คณะกงสุลใหญ่ประเทศต่างๆ ประจำนครโฮจิมินห์ และตัวแทนองค์กรต่างๆ ของเวียดนามเข้าร่วมงานกว่า 100 คน โดยมีคณะนักเรียนนาฏศิลป์ ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ในฐานะยุวทูตวัฒนธรรม แต่งชุดไทยร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน


คณะนางสาวไทย ไปร่วมงานอนุรักษ์ผ้าไทย ที่เวียดนาม

ผ้าไทยสุดสวย ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเวียดนาม อย่างเต็มที่

สำหรับกิจกรรมในงาน มีการจัดนิทรรศการย่อยเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เกี่ยวกับศูนย์ศิลปาชีพและการส่งเสริมอนุรักษ์ผ้าไหมไทย พร้อมทั้งจัดแสดงแฟชั่นผ้าไหมไทย โดยได้รับเกียรติจากคณะนางสาวไทย ประจำปี 2558 นำโดย น.ส.วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทย และ น.ส.พิมพ์ชนก จิตชู รองฯอันดับ 1 น.ส.เสาวลักษม์ จิตชู รองฯอันดับ 2 น.ส.พัชรวรรณ หุตะเศรณี รองอันดับ 3 น.ส.ชนิกา เนตรทิพย์ รองฯอันดับ 4 ไปร่วมแสดงแบบแฟชั่นชุดผ้าไทยสมัยนิยม ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน และสื่อมวลชนของเวียดนาม มาร่วมทำข่าวกันจำนวนมาก


กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ จัดงาน เฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครบ 7 รอบ

นางอุรีรัชต์ รัตนพฤกษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ เปิดเเผยว่า ปีนี้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นงานใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและพระอัจฉริยภาพในการอนุรักษ์ผ้าไหมไทย โดยเชิญศูนย์ศิลปาชีพ บ้านนาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ มาร่วมนิทรรศการ พร้อมจัดแสดงผ้าไหมไทย และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากผ้าไทยให้คณะกงสุลใหญ่ชาติต่างๆ ได้ชมกัน


นอกจากนี้ วันที่ 13 ส.ค. 2559 เวลา 11.00 น. ได้จัดให้ข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ ทีมประเทศไทย ผู้ประกอบและตัวแทนชุมชนไทย ได้ร่วมถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร ที่บ้านพักกงสุลใหญ่ จากนั้นตอนบ่าย นำคณะนางสาวไทย และคณะนักเรียน ร.ร.ไทยรัฐวิทยา ไปร่วมมอบเงินสำหรับการผ่าตัดตาต้อกระจกให้แก่สมาคมผู้ป่วยยากไร้ นครโฮจิมินห์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมทั้งจัดการแสดงนาฏศิลป์ไทยให้ชมด้วย.

 

กลุ่มสิทธิแรงงานพม่าแฉ ถูกถอนใบอนุญาตในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687223

 

กลุ่มสิทธิแรงงานเมียนมา 2 กลุ่ม คือ “พันธมิตรคณะกรรมการช่วยเหลือแรงงานเมียนมา” (AAC) และ “สมาคมชาวเมียนมาในประเทศไทย” (MAT) เผยเมื่อ 10 ส.ค.ว่า สถานทูตเมียนมาในไทยถอดถอนใบอนุญาตดำเนินงานของพวกตนในไทย หลังพวกตนเรียกร้องขณะแถลงข่าวสัปดาห์ที่แล้วให้รัฐบาลกวาดล้างสำนักงานจัดหางานซึ่งมีพฤติกรรม “ค้ามนุษย์อย่างถูกกฎหมาย” ทำให้แรงงานเมียนมาถูกปฏิบัติอย่างเลวร้ายหรือถึงขั้นถูกคุมขัง

เย่ มิน โฆษก AAC เผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า AAC และ MAT ตัดสินใจหยุดปฏิบัติการในไทย เพราะทำอะไรไม่ได้หลังถูกถอนใบอนุญาต ส่วนสถานทูตพม่าในไทยยังไม่ให้ความเห็น แต่อ่อง ลิน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาปฏิเสธว่า สถานทูตพม่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อนึ่ง ธนาคารโลกประเมินว่ามีแรงงานเมียนมาทำงานอยู่ในไทยถึง 3 ล้านคน จำนวนมากทำงานที่ต่ำต้อย และส่งเงินกลับประเทศถึง 5% ของจีดีพีเมียนมา.

 

ฮุนเซนโต้ข่าวป่วยเส้นเลือดสมอง บ่นแค่พุงใหญ่ติดวงสวิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ส.ค. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685203

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน แห่งกัมพูชา วัย 64 ปี แสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ของตนเองที่ จ.กันดาล ภาคใต้ของประเทศ เมื่อ 8 ส.ค. เพื่อเป็นการตอบโต้ หลังมีคนนำคลิปวีดิโอเมื่อ 2 ปีก่อนมาเผยแพร่เพื่อชี้ให้ทุกคนเห็นว่า ฮุน เซน กำลังป่วยด้วยโรคภาวะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตันและหาวิธีรักษาที่สิงคโปร์

โดยนายกฯ ฮุน เซน ระบุว่า หากต้องการกระจายข่าวเกี่ยวกับสุขภาพของเขา อย่าเขียนว่า นายกฯป่วยเป็นโรคนี้ แต่น่าจะเขียนว่า นายกฯกำลังห่วงเรื่องพุงที่กำลังใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคเวลาสวิงกอล์ฟ พร้อมเผยว่า ระยะนี้น้ำหนักตนเองขึ้นมา 3 กก. เพราะต้องตระเวนเยี่ยมประชาชนทั้ง 25 จังหวัดจนต้องนอนหลับภายในรถ แต่ก็ยังรู้สึกแข็งแรงเหมือนอายุเพียง 25 ปี.


ฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา ออกรอบเล่นกอล์ฟ
 

ชาวสิงคโปร์ เข้าร่วมงานแสดงผ้าไหมเฉลิมพระเกียรติราชินี อย่างล้นหลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2559 09:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/684216

 

งานแสดงผ้าไหมเฉลิมพระเกียรติราชินี ที่สถานทูตไทยในสิงคโปร์ สำเร็จเกินคาด ทูตปลื้มคนร่วมงานล้นหลาม ผู้ประกอบการชอบใจของขายดี…



เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 59 ตามเวลาประเทศสิงคโปร์ นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการจัดงาน Royal Revival of Thai Silk Exhibition เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ชาวสิงคโปร์ได้เห็นถึงการนำผ้าไหมที่ทรงส่งเสริมฟื้นฟู สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ได้เชิญผู้ประกอบการผ้าไหมมัดหมี่คุณภาพดีมาจัดแสดงและจำหน่าย โดยได้นำช่างตัดเสื้อฝีมือขั้นสูงมาให้คำแนะนำ รวมทั้งผู้ผลิตเครื่องประดับไทยที่เข้ากับผ้าไหมได้อย่างลงตัวมาจัดแสดงด้วย



สำหรับหัวใจสำคัญของงานครั้งนี้ เป็นการจัดงานแบบองค์รวม คือ การนำผู้ประกอบการสินค้าประเภทต่างๆ ที่สามารถส่งเสริมเกื้อกูลกัน จากเสื้อผ้า เครื่องประดับ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากแขกรับเชิญ คณะทูต ทูตทหาร รวมทั้งนักธุรกิจชาวสิงคโปร์ มากกว่า 300 คน



ดร.อนุชา ทีรฆานนท์ ผอ.สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหมไทย และได้นำผ้าไหมโบราณ ของสะสมส่วนตัวมาจัดนิทรรศการด้วย กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงส่งเสริมผ้าไหมไทย ทำให้มีการทำวิจัย และพัฒนาพันธุ์หม่อน ไหม ให้ทนกับสภาพอากาศบ้านเรา โดยเฉพาะไหมบ้าน ที่เส้นใยมีความเงากว่าไหมจากโรงงาน ผลตอบรับในครั้งนี้ถือว่าดีมาก เพราะทำให้ชาวสิงคโปร์ได้รู้จักผ้าไทย การประยุกต์นำผ้าไหมไทยไปใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นการช่วยโปรโมตผ้าไหมไทยอีกทาง



นางวันเพ็ญ แสงกัญหา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หมู่ 3 ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ตัวแทนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหม บ้านดึมมะอุ-สวน ผู้ประกอบการทอผ้าไหม เปิดเผยว่า ได้นำผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ ลายโบราณของหมู่บ้านมาจำหน่าย และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ลูกค้าเข้ามาสอบถาม ทดลองและซื้อกลับไป โดยเฉพาะชุดผ้าไหมตัดเย็บสไตล์ทันสมัย ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก


 

สถานทูตไทยในสิงคโปร์ จัดงานผ้าไทย’ 6-8ส.ค. เฉลิมพระเกียรติ ‘พระราชินี’

 

สิงคโปร์ ระทึก! ตร.อินโดฯรวบ 6 ชายคนร้าย วางแผนยิงจรวดโจมตีมารินา เบย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ส.ค. 2559 18:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/682768

 

โชคดีสกัดได้ก่อน.. ตำรวจอินโดนีเซียรวบชายคนร้าย 6 คนกำลังวางแผนจะยิงจรวดจากเกาะบาตัม ไปโจมตีย่านมารินา เบย์ของสิงคโปร์ เบื้องต้น ยังไม่ทราบชายทั้ง 6 เกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดหรือไม่ ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงสิงคโปร์ประสานงานกับทางการอินโดนีเซียในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

เมื่อ 5 ส.ค. สำนักข่าวบีบีซี รายงาน ตำรวจอินโดนีเซีย จับกุมชายชาวอินโดนีเซีย 6 คน กำลังมีแผนก่อเหตุร้าย ยิงจรวดโจมตีย่านมารินา เบย์ ในประเทศสิงคโปร์ โดยจากการเปิดเผยของโฆษกสำนักงานตำรวจอินโดนีเซีย ระบุว่า ชายอินโดนีเซีย 6 คนนี้ มีอายุระหว่าง 19-46 ปี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจากหลายพื้นที่ ใกล้เกาะบาตัม ของอินโดนีเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. โดยชายทั้ง 6 กำลังวางแผนจะยิงจรวดจากเกาะบาตัม ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสิงคโปร์ ไปโจมตีบริเวณย่านมารินา เบย์ ,อัพมาร์เก็ต ชอปเปส และวอเตอร์ฟรอนต์ ที่มารินา เบย์

ด้านเจ้าหน้าที่สิงคโปร์ เปิดเผยว่า ทางการสิงคโปร์ทราบข่าวแผนร้ายดังกล่าวแล้ว และได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในประเทศ โดยกระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ ออกแถลงกาณ์ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของสิงคโปร์กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการอินโดนีเซีย นับตั้งแต่ทราบแผนร้าย และเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธที่อาจเกี่ยวข้องกับแผนการในครั้งนี้


ขณะที่ โฆษกสำนักงานตำรวจอินโดนีเซีย ยังเปิดเผยกับนักข่าวบีบีซี ด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยชาวอินโดนีเซียทั้ง 6 กำลังถูกสอบปากคำ และเบื้องต้น ยังไม่แน่ชัดว่าทำไมกลุ่มชายเหล่านี้ จึงมีความสามารถที่จะลงมือโจมตีในระดับรุนแรงเช่นนี้ได้ นอกจากนั้น ยังจะสอบสวนคนเหล่านี้ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธ บาห์รุน นาอิม ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีกรุงจาการ์ตา

 

จี้ปินส์แก้คุกแออัด-เหยื่อกวาดล้างยากเสพติดพุ่งหลายร้อยศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ส.ค. 2559 04:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681908

 

ตำรวจฟิลิปปินส์เปิดเผยเมื่อ 4 ส.ค. ระบุนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ชนะเลือกตั้งขึ้นรับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อเดือน พ.ค.และประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ทำให้ตัวเลขผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องค้ายาเสพติดเสียชีวิตจนถึงช่วงปลายเดือน มิ.ย.แล้วกว่า 402 ราย เฉพาะตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกมือปืนยิงสังหาร 211 ราย ขณะที่สำนักข่าวเอบีเอสและซีบีเอ็น ระบุตัวเลขผู้ถูกสังหารเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากถึง 603 ราย เหยื่อเคราะห์ร้ายเกือบทั้งหมดถูกสังหารในเวลากลางคืนและหลายคดีที่เกิดขึ้นมีเสียงร้องเรียนจากเหล่าญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตระบุว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายหลายรายเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะกับใคร

วันเดียวกัน เหล่าสมาชิกสภาผู้แทนฯและกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน เรียกร้องรัฐบาลให้เร่งปฏิรูประบบอาญาและลงโทษผู้กระทำผิด หลังมีภาพปรากฏตามสื่อแสดงถึงความแออัดของเรือนจำเกซอน ซิตี้ ในกรุงมะนิลาซึ่งสร้างเมื่อ 60 ปีก่อน ใช้รองรับนักโทษ 800 คน แต่ตอนนี้มีนักโทษอยู่แออัดกว่า 3,950 คน ต้องแย่งที่กันนอนตามอนาถาและแม้ได้ที่นอนแล้วแต่ก็ต้องขดงอตัวเหมือนปลาซาร์ดีนอัดกระป๋อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมล่าช้า นักโทษหลายคนติดคุก 10 กว่าปี เพื่อรอไต่สวนคดีและอีกปัจจัยน่าจะมาจากการปราบปรามอาชญากรรมเข้มงวดในยุคนายดูเตอร์เต ซึ่งพูดถึงเรื่องปฏิรูประบบอาญาเพื่อแก้ปัญหานักโทษแออัดน้อยมาก.