อิเหนาตายคารถอื้อ สังเวยรถติดนาน 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658921

 

(ภาพจาก : AFP)

บรรยากาศเฉลิมฉลองวันสิ้นสุดเดือนถือศีลอดรอมฎอนในอินโดนีเซีย กลับต้องจบ ลงด้วยความสูญเสีย โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ชาวบ้านจำนวนหลายพันคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้เกิดรถติดเป็นทางยาวกว่า 20 กิโลเมตร บนทางหลวงหลักเส้นเมืองเบรเบส เมืองเอก ของเกาะชวา โดยผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวไม่ สามารถขยับรถไปไหนได้ เป็นระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. บ้างก็นอนในรถหรือลงจากรถมานั่งข้างทาง พร้อมแห่กันโพสต์ข้อความในเครือข่ายสังคมออนไลน์ แซวว่านี่ คือ “เบร็กซิต” ซึ่งมาจากคำว่า “Brebes Exit” หรือทางออกเมืองเบรเบส ขณะที่การตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียพบว่า เหตุรถติดดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคารถถึง 12 ศพ ส่วนใหญ่เป็นคนชราที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งรวมถึงเด็กทารกวัย 1 ขวบที่เสียชีวิตจากการสูดดมควันพิษ.

กรุงเทพฯถอยไป อินโดฯรถติดมหาโหดนานกว่า 20 ชม. ตาย 18 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ค. 2559 11:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657142

 

(ภาพประกอบรถติดในอินโดนีเซีย)

ชาวโลกอึ้ง… รถติดในอินโดนีเซีย หนักหนาสาหัสขั้นโคม่านานกว่า 20 ชม. ผู้คนจำนวนมากแห่แหนขับรถออกไปเที่ยวนอกเมือง ในวันอีฎิ้ลฟิตริ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 ราย ส่วนใหญ่ตายเพราะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า บวกกับความเครียด และอากาศร้อนบนท้องถนนระหว่างรถติดนานจัด

เมื่อ 7 ก.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน ตำรวจอินโดนีเซียยืนยัน เหตุการณ์รถติดยาวนานกว่า 20 ขั่วโมง บนท้องถนนจากกรุงจาการ์ตา มายังเทกัล ในเมืองเบรเบส ตะวันออก เขตขวากลาง บนเกาะชวา ของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันอังคารที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากชาวอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม พากันขับรถออกมาท่องเที่ยวพักผ่อนเนื่องในวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันออกเดือนถือศีลอด รอมฎอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 18 ราย

นายแพทย์ศรี กูนาดี ปาร์โวโก ผู้อำนวยการแพทย์ของเมืองเบรเบส ตะวันออก กล่าวว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต ปรากฏว่า 12 ราย เสียชีวิตเพราะความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่ต้องนั่งอยู่ในรถเป็นเวลานานมาก ส่วนอีก 5 ราย เสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุระหว่างข้ามถนน และอีกรายยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต


ภาพประกอบ: สภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักในกรุงจาการ์ตา

ตามรายงานของสื่อในอินโดนีเซีย ยังระบุว่า ผู้เสียชีวิตจำนวน 12 รายจากเหตุรถติดสาหัสนั้น มีสาเหตุมาจากอาการเมื่อยล้า บวกกับความเครียดและความร้อนบนท้องถนน ขณะเดียวกันกว่ารถพยาบาล รถกู้ภัย หรือแม้แต่รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จะไปถึงจุดที่มีผู้ป่วยอยู่ในรถ ก็ต้องประสบกับความล่าช้าอย่างมากเนื่องจากรถติด

ข่าวแจ้งว่า ปัญหาการจราจรติดขัดสาหัส บนถนนจากกรุงจาการ์ตา มายังเมืองเบรเบส ตะวันออก ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดบ่อยครั้ง โดยด้านประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ก่อนจะเกิดหตุสะเทือนใจรถติดจนทำให้คนเสียชีวิตถึง 18 รายว่า รัฐบาลมีแผนจะแก้ปัญหาจราจรบนถนนสายนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า

สกัดไม่อยู่! ตร.มาเลย์ยัน ไอซิสโจมตีในประเทศสำเร็จครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ค. 2559 00:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654794

 

ตำรวจมาเลเซียยืนยันในวันจันทร์ว่า กลุ่มไอซิสก่อเหตุโจมตีในมาเลเซียได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยเป็นฝีมือแนวร่วมที่รับคำสั่งจากนักรบไอซิสในประเทศซีเรีย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของ คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย (อาร์เอ็มพี) ว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ก่อเหตุโจมตีในประเทศมาเลเซียสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. โดยคนร้ายปาระเบิดมือโจมตีไนต์คลับแห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ตามคำสั่งของ มูฮัมหมัด วันน์ดี โมฮัมเหม็ด เจดี นักรบไอซิสชาวมาเลเซียในประเทศซีเรีย

คนร้ายก่อเหตุโจมตีในระหว่างที่ผู้ใช้บริการในไนต์คลับ ‘โมวิดา’ กำลังชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 คู่ระหว่างสเปนกับอิตาลี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

พล.ต.อ.คาลิด ระบุว่า หลังเกิดเหตุมีผู้ต้องสงสัย 15 คนถูกจับกุม รวมทั้งชาย 2 คนซึ่งเป็นผู้ปาระเบิด ผู้ที่ถูกจับยังมีตำรวจอีก 2 นายด้วย “ตำรวจนายหนึ่งถูกจับเพราะปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับไอซิส ส่วนอีกนายถูกจับเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องในการโจรกรรมเพื่อระดมทุนให้กลุ่มไอซิส”

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เผยอีกว่า มูฮัมหมัด วันน์ดี ได้ออกคำสั่งให้แนวร่วมโจมตีบุคคลสำคัญในมาเลเซีย รวมถึง นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรี, นายอายุบ ข่าน ไมดิน พิตชัย ผู้อำนวยการกรมตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย และตัวเขาเองด้วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนและคาดว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลุ่มไอซิสประกาศก่อตั้งรัฐอิสลามในอิรักเมื่อปี 2014 เป็นต้นมา ตำรวจมาเลเซียได้ขัดขวางแผนการโจมตีในมาเลเซียของกลุ่มไอซิสมาแล้ว 9 ครั้ง ส่วนการโจมตีที่ไนต์คลับ โมวิดา ในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ จนกระทั่งในเวลาต่อมา มูฮัมหมัด วันน์ดี ได้โพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก อ้างว่าผู้โจมตีเป็นแนวร่วมของกลุ่มไอซิส

 

‘ดูเตร์เต’ รับตำแหน่งปธน.แค่ 2 วัน ตร.ฆ่าผู้ต้องสงสัยค้ายาแล้ว 10 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/653412

 

ตำรวจฟิลิปปินส์เริ่มปฏิบัติการต่อต้านการค้ายาเสพติดแล้ว โดยพวกเขาสังหารผู้ต้องสงสัยไปแล้วถึง 10 ราย นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่โรดริโก ดูเตร์เต สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ก.ค. เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ตำรวจสังหารผู้ต้องสงสัยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดไปแล้ว 10 คน นับตั้งแต่นายโรดริโก ดูเตร์เต สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ลีเนล โซโลมอน โฆษกตำรวจจังหวัดบูลาคาน ใกล้กรุงมะนิลา ระบุว่า ตำรวจออกปฏิบัติการต่อต้านการค้ายาเสพติดแบบสายฟ้าแลบเมื่อวันพฤหัสบดี ตามคำสั่งของ โรนัลด์ เดลา โรซา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อ 30 มิ.ย. โดยพวกเขาสังหารผู้ต้องสงสัย 9 ราย ใน 7 เหตุการณ์ และยืนยันว่า พวกเขาจำเป็นต้องลงมือสังหาร เพราะผู้ต้องสงสัยต่อสู้ขัดขืน

ขณะที่ นายมาร์ค ทิกลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า มีผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดอีกรายหนึ่งถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ระหว่างการบุกตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในเมืองดูมาเกเต เมื่อวันศุกร์ (1 ก.ค.)

ทั้งนี้ ดูเตร์เตประกาศหลายครั้งว่าจะสังหารผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรมหลายพันคน อ้างว่าจำเป็นต้องหยุดไม่ให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศรัฐแห่งยาเสพติด โดยตำรวจในฟิลิปปินส์ฆ่าผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมไปแล้วหลายสิบคน นับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อเดือน พ.ค. จนถึงวันสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อสัปดาห์ก่อน

เขายังเรียกร้องให้กบฏคอมมิวนิสต์ และพลเมืองทั่วไปช่วยกันสังหารผู้ต้องสงสัยอาชญากรรมและผู้ติดยา โดยสัญญาว่าจะใช้อำนาจประธานาธิบดีของเขาปกป้องตำรวจที่โดนข้อหาฆาตกรรมหมู่ด้วย

 

ดูเตร์เต รับตำแหน่งปธน.ใหม่ ปินส์! ถูกจับตาแต่แรก รอง ปธน.หญิง ‘แยกวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 11:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/651272

 

โรดิโกร ดูเตร์เต สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ปธน.คนใหม่ ของฟิลิปปินส์แล้ว หลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเดือนก่อน ขณะที่ ถูกสื่อตั้งข้อสังเกต เลนี โรเบรโด ขอ ‘แยกวง’ ตั้งแต่แรก สาบานตนรับตำแหน่ง รอง ปธน. คนละแห่ง …

เมื่อ 30 มิ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโรดริโก ดูเตร์เต กระทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ ที่ทำเนียบมาลากันยัง ในกรุงมะนิลา สืบต่อจาก นายเบนิกโญ อาคีโน ที่ 3 แล้ว เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 59 ซึ่งถือเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของประเทศ หลังจาก นายดูเตร์เต วัย 71 ปี คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 16 ล้านคะแนน หรือคิดเป็น 38%

นายดูเตร์เต อดีตนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนา ทางภาคใต้ของประเทศ ให้คำมั่นสัญญากับชาวฟิลิปปินส์ว่า เขาจะเปิดศึกกวาดล้างอาชญากรรม และการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศให้สิ้นซาก หลังจากเคยสร้างผลงานดีเยี่ยมในการปราบปรามอาชญากร ระหว่างเป็นนายกเทศมนตรีเมืองมินดาเนา มานานถึง 22 ปี แต่ขณะเดียวกัน การใช้ระบบ ‘ศาลเตี้ย’ กวาดล้างเหล่าอาชญากรของนายดูเเตร์เต ก็ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดานักสิทธิมนุษยชน พร้อมกับได้รับฉายาว่า ‘The Punisher’ หรือ ผู้สำเร็จโทษ


นายโรดริโก ดูเตร์เต (ซ้าย)สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ฟิลิปปินส์ ที่ทำเนียบมาลากันยัง เมื่อ 30 มิ.ย.

นางเลนี โรเบรโด สาบานตนรับตำแหน่งรองประธานาธิบดี ที่เมืองเกซอน ซิตี้

บีบีซี แจ้งว่า ในวันเดียวกัน นางเลนี โรเบรโด นักการเมืองหญิง และทนายด้านสิทธิมนุษยชน จากพรรคเสรีนิยม วัย 52 ปี ได้ทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งรองประธานาธิบดีหญิงของฟิลิปปินส์ ที่เมืองเกซอน ซิตี้ ใกล้กับกรุงมะนิลา เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่พิธีสาบานตนของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีในฟิลิปปินส์จัดขึ้นแยกกัน

ทั้งนี้ นางโรเบรโด เคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัดคามาริเนส ซูร์ และอดีตประธานาธิบดีเบนิกโญ อาคีโน ที่ 3 ได้ชวนเธอให้มาลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในทีมเดียวกับ นายมานูเอล โรฮาส คู่แข่งคนสำคัญของดูเตร์เต แต่ นายโรฮาส พ่ายการเลือกตั้ง ได้คะแนนตามมาเป็นที่ 2

 

มะกันจ่อลดอันดับค้ามนุษย์เมียนมาอยู่เทียร์ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มิ.ย. 2559 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649974

 

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อ 28 มิ.ย. โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯว่า สหรัฐฯจะลดอันดับเมียนมาจาก “เทียร์ 2 เฝ้าระวัง” ในปี 2558 ลงมาอยู่ “เทียร์ 3” อันดับต่ำสุด เทียบเท่ากับอิหร่าน เกาหลีเหนือ และซีเรียในรายงานการค้ามนุษย์ หรือ “ทิป รีพอร์ต” ประจำปี 2559 ที่จะเผยแพร่ใน 30 มิ.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลใหม่และกองทัพที่ยังทรงอิทธิพลของเมียนมาแก้ปัญหาการใช้ทหารเด็กและการบังคับใช้แรงงานให้มากกว่าที่เป็นอยู่

การลดอันดับมีขึ้นแม้สหรัฐฯพยายามดึงเมียนมา ชาติยุทธศาสตร์สำคัญในอาเซียนมาเป็นพวกเพื่อคานอิทธิพลอำนาจของจีนและผนึกกำลังอาเซียนต่อต้านการรุกคืบยืนยันกรรมสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้

นอกจากเรื่องทหารเด็กและการบังคับใช้แรงงาน สหรัฐฯยังวิตกกังวลในชะตากรรมของชาวมุสลิมโรฮีนจาชนกลุ่มน้อยที่ยังถูกกดขี่ข่มเหง ซึ่งรัฐบาลเมียนมาไม่ยอมให้สัญชาติ และแม้แต่นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีรัฐบาลใหม่ ก็เรียกร้องไม่ให้เรียกชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยว่าโรฮีนจา อนึ่ง ชาติที่ติด “เทียร์ 3” หมายถึงพยายามต่อสู้การค้ามนุษย์ไม่ถึง “มาตรฐานขั้นต่ำ” และไม่พยายามแก้ปัญหา.

 

เมียนมางานเข้า! โดนสหรัฐฯลดระดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ อยู่เทียร์ 3 ต่ำสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2559 15:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649507

 

สหรัฐฯ ลงดาบ เตรียมประกาศลดระดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ในเมียนมา มาอยู่ที่ ‘เทียร์ 3’ ต่ำสุด เช่นเดียวกับ อิหร่าน เกาหลีเหนือ และซีเรีย ชี้มุ่งหวังให้ รบ.ใหม่ของเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก ลงมือแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้มากขึ้น

เมื่อ 28 มิ.ย.59 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน อ้างอิงแหล่งข่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตัดสินใจปรับลดระดับเมียนมาไปอยู่ในบัญชีประเทศที่สถานการณ์การค้ามนุษย์อยู่ในระดับต่ำสุด หรือ เทียร์-3 (Tier3) เพื่อมุ่งหวังให้รัฐบาลใหม่ของเมียนมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีถิ่น จอ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก ตลอดจนนายทหารระดับสูงของเมียนมาที่ยังคงมีอำนาจอยู่นั้น ลงมือทำให้มากขึ้น เพื่อขจัดปัญหาการใช้เด็กเป็นทหาร รวมถึงใช้แรงงานเด็ก

รอยเตอร์ระบุว่า การลดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในเมียนมา เป็นส่วนหนึ่งของรายงานสถานการณ์การค้าามนุษย์ ประจำปี (TIP) หรือทิป รีพอร์ต ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและจะมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนในวันพฤหัสฯที่ 30 มิ.ย.นี้ เพื่อต้องการส่งสารแสดงความวิตกกังวลของสหรัฐฯ ในเรื่องการค้ามนุษย์ รวมถึงสถานการณ์ของชาวมุสลิม โรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

ขณะที่ นางออง ซาน ซูจี ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ และ รมว.ต่างประเทศของเมียนมา กล่าววิพากษ์วิจารณ์ประชาคมโลกได้ละเลยเพิกเฉยต่อประเด็นชาวมุสลิมโรฮีนจาในเมียนมาตลอดจนกระทั่งรัฐบาลของเธอเข้ามาบริหารประเทศในปีนี้ โดยรอยเตอร์ยังชี้ว่า รัฐบาลกรุงวอชิงตันได้เผชิญกับการรักษาความสมดุลในการปฏิบัติต่อประเทศเมียนมาที่มีความซับซ้อน หลังจากเพิ่งผ่านพ้นยุครัฐบาลเผด็จการทหารปกครองประเทศมาหลายสิบปี

นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เปิดกว้างต่อเมียนมามากขึ้น ถือเป็นนโยบายต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ ขณะที่เขาอยู่ในช่วง 7 เดือนสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัยที่ 2 เพราะมีทั้งการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ควบคู่ไปกับการคงมาตรการอื่นๆ ไว้ เพื่อต้องการให้เมียนมามีการปฏิรูปมากขึ้น

รอยเตอร์ยังเผยว่า การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในเมียนมา ลงมาอยู่ที่เทียร์ 3 ต่ำสุด เหมือนกับหลายประเทศ อย่างเช่น อิหร่าน เกาหลีเหนือ และซีเรีย ซึ่งประเทศที่อยู่ในลิสต์ หรือโดนขึ้นบัญชีเทียร์ 3 จากสหรัฐฯ นั้น สามารถโดนมาตรการคว่ำบาตรในการห้ามเข้าสหรัฐฯ และการได้รับความช่วยเหลือจากประชาคมโลก.

 

อาเซียนวุ่นถอนแถลงการณ์เรื่องทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มิ.ย. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/639783

 

(ภาพ: AFP)

กรณีรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนออกแถลงการณ์ร่วมโดยใช้ถ้อยคำรุนแรง หลังการประชุม รมว.ต่างประเทศ อาเซียน-จีน ที่เมืองคุนหมิงของจีน เมื่อ 14 มิ.ย. ว่า อาเซียน “วิตกกังวลอย่างยิ่ง” ในความตึงเครียดที่ทวีขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจกร่อนเซาะ ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ บ่อนทำลายสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ โดยไม่เอ่ยชื่อจีนโดยตรง แต่ถูกมองว่าเป็นการตบหน้าจีนเจ้าภาพ ที่เร่งถมสร้างเกาะเทียมและระบบสาธารณูปโภคในทะเลจีนใต้ที่หลายชาติแย่งกันอ้างกรรมสิทธิ์นั้น

ต่อมาไม่กี่ชั่วโมง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ผู้เผยแพร่แถลงการณ์ ได้ขอถอนแถลงการณ์ฉบับนี้แล้ว อ้างว่าต้องมีการปรับแก้เร่งด่วนและว่าสมาชิกอาเซียนแต่ละชาติจะแยกออกแถลงการณ์ของตนต่อไป ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียแถลงเมื่อ 15 มิ.ย.ว่า แถลงการณ์เดิมออกมาด้วยความผิดพลาด เป็นเพียง “แนวทางต่อสื่อมวลชน” ของ รมว.ต่างประเทศอาเซียนในการแถลงข่าวหลังการประชุม ไม่ใช่แถลงการณ์ขั้นสุดท้าย ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้เป็น 2 แนวทางว่าการถอนแถลงการณ์อาจเป็นเพราะถูกจีนกดดัน หรือเป็นความผิดพลาดของมาเลเซีย

อนึ่ง แถลงการณ์ฉบับเดิมยังย้ำเสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลจีนใต้ ตามหลักการกฎหมายสากลที่นานาชาติยอมรับ รวมทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติ 1982 ว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)

 

จอด เสียแล้ว! สายการบินมุสลิม รายาณี แอร์ ในมาเลย์ โดนสั่งห้ามบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638722

 

(ภาพจากยูทูบ : tukun59)

สายการบินรายาณี แอร์ โดนทางการมาเลเซียลงดาบ สั่งห้ามบิน ถูกถอนใบอนุญาตห้ามประกอบกิจการการบินเชิงพาณิชย์แล้ว หลังถูกแบน ระงับการบินมา 3เดือนก่อน

เมื่อ 14 มิ.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน กรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย (ดีซีเอ) ออกคำสั่งเฉียบขาด ห้ามสายการบิน รายาณี แอร์ ขึ้นบินแล้ว โดยได้ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ การบินเชิงพาณิชย์ของสายการบิน รายานี แอร์ ซึ่งถือเป็นสายการบินมุสลิมแห่งแรกในมาเลเซียแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการขาดความสามารถในการจัดการด้านการเงิน และการบริหารของสายการบิน

สำหรับสายการบินรายานี แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินมุสลิมรายที่ 4 ของโลก ต่อจาก รอยัล บรูไน แอร์ไลน์ส, ซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ส และอิหร่าน แอร์ ได้เริ่มเปิดให้บริการเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยให้บริการเฉพาะอาหารฮาลาล ไม่เสิร์ฟแอลกอฮอล์ และเนื้อหมูให้แก่ผู้โดยสารบนเครื่อง ขณะที่ แอร์โฮสเตส หรือสจ๊วต สวมชุดเสื้อผ้าตามสมัยนิยม เพียงแต่แอร์โฮสเตสจะโพกผ้าฮิญาบบนศีรษะ

ก่อนหน้านี้ กรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย ได้ระงับใบอนุญาตของสายการบินรายาณี แอร์ มาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการบินพาณิชย์ได้ ขณะที่ สายการบินรายานี แอร์ ยังโดนวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด รวมถึงถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการยกเลิกเที่ยวบิน ขณะที่นักบินยังหยุดงานสไตร์กด้วย

ทั้งนี้ สายการบินรายาณี แอร์ มีเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 737-400 จำนวน 2 ลำ ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 180 คน นักบิน 8 คน และลูกเรือ 50 คน โดยที่ผ่านมา สายการบินรายาณี แอร์ ได้ให้บริการเที่ยวบินจากเกาะลังกาวี ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองโคตา บาห์รู ทางภาคเหนือของมาเลเซีย อีกทั้ง ยังมีแผนจะขยายเส้นทางการบินไปยังเมืองอื่นๆ ในประเทศ หรือแม้แต่มีเที่ยวบินพิเศษ สำหรับไปยังนครเมกกะ ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ด้วย

 

ปธน.ฟิลิปปินส์ ประณามอาบู ไซยาฟสุดเหี้ยม! ฆ่าตัวประกันแคนาดา รายที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 14:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638614

 

(นายโรเบิร์ต ฮอลล์ (ซ้าย)และนายจอห์น ริดส์เดล)

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ประณามกลุ่มมุสลิมติดอาวุธ อาบู ไซยาฟ สังหารตัวประกันชายชาวแคนาดา รายที่ 2 แล้ว หลังเลยกำหนดเส้นตาย เรียกเงินค่าไถ่แลกชีวิตตัวประกัน

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังจะหมดวาระดำรงตำแหน่ง ออกแถลงการณ์เมื่อ 14 มิ.ย. ประณามเหตุการณ์สุดโหด นายโรเบิร์ต ฮอลล์ ตัวประกันชายชาวแคนาดา ถูกกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ อาบู ไซยาฟ สังหารแล้ว หลังเลยกำหนดเส้นตายการมอบเงินค่าไถ่เพื่อแลกกับชีวิตตัวประกัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดา ได้กล่าวว่า ดูเหมือน นายฮอลล์ เสียชีวิตแล้วเช่นกัน

ข่าวแจ้งว่า รัฐบาลแคนาดา และฟิลิปปินส์ มีจุดยืนที่จะไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ตัวประกันไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น โดยนายฮอลล์ นับเป็นตัวประกันรายที่ 2 ที่ถูกกลุ่มอาบู ไซยาฟ ซึ่งมีฐานที่มั่นใหญ่อยู่บนเกาะโจโล ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ฆ่าตาย หลังจากถูกกลุ่มอาบู ไซยาฟ บุกจับเป็นตัวประกันจากรีสอร์ตริมทะเล ใกล้เมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนา พร้อมกับตัวประกันอีก 3 คน คือ นายจอห์น ริดส์เดล ชายชาวแคนาดา วัย 68 ปี ชาวนอร์เวย์ 1 คน และหญิงชาวฟิลิปปินส์อีกคนเมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา โดยนายริดส์เดล ได้ถูกกลุ่มอาบู ไซยาฟ ฆ่าตัดศีรษะเป็นรายแรก เมื่อเดือนเมษายน 59

จากนั้น เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มอาบู ไซยาฟ ยังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ บันทึกภาพตัวประกันที่เหลืออีก 3 คน วิงวอนร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลชาติตน ให้ยอมทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มอาบู ไซยาฟ มิเช่นนั้น พวกตนต้องถูกสังหาร กระทั่ง นายฮอลล์ เป็นตัวประกันรายล่าสุด ที่ถูกฆ่าปลิดชีพ