ปินส์ยั่วจีนบุกปักธงโขดหินพิพาททะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 มิ.ย. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638250

 

(ภาพ: AFP)

ทั่วโลกยังคงจับตากรณีความขัดแย้งหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่เกาะสแปรทลีย์ ที่รัฐบาลจีนอ้างอำนาจอธิปไตยการครอบครอง แต่ได้รับการต่อต้านจากรัฐบาลฟิลิปปินส์รวมถึงสหรัฐฯเป็นระยะๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดสถานการณ์ยั่วยุขึ้นอีกครั้ง ที่บริเวณโขดหินสกาโบโรห์ พื้นที่พิพาททางตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะสแปรทลีย์ หลังกลุ่มนักเคลื่อนไหวฟิลิปปินส์ได้บุกขึ้นไปปักธงชาติบนโขดหินดังกล่าว จนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ชายฝั่งของจีน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหน้า การประชุมระดับ รมว.ต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียนกับจีน ที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน ในวันที่ 13-14 มิ.ย. โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เรียกตัวเองว่า คาลายาอัน อาติน อิโต หรือกลุ่มเสรีภาพ กล่าวว่าสิ่งนี้คือของของเรา เราเช่าเรือเดินทางไปยังโขดหินสกาโบโรห์ พร้อมสมาชิกชาวฟิลิปปินส์ 15 คน และชาวอเมริกัน 1 คน จนทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ชายฝั่งจีน ที่ส่งเรือเข้ามาสกัดกั้น

นายวีรา จอย บันเอง แกนนำจัดการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เผยว่าเจ้าหน้าที่จีนได้ส่งเรือยางเคลื่อนที่เร็ว 2 ลำ เข้ามาขวางการเดินเรือของเรา ซึ่งหลังจากสมาชิกของเรา 5 คนกระโดดลงน้ำ เพื่อว่ายเข้าฝั่งไปปักธงนั้น เจ้าหน้าที่จีนจึงฉีดน้ำใส่สมาชิกที่กำลังว่ายน้ำอยู่ พร้อมพยายามเข้าไปแย่งกล้องถ่ายรูปรวมถึงกระเป๋าเป้ที่ใส่ธงชาติ อย่างไรก็ตาม สมาชิกของเราสามารถขึ้นฝั่งโขดหินสกาโบโรห์และปักธงชาติฟิลิปปินส์ได้สำเร็จ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายโรดริโก ดูเตอร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เคยประกาศไว้ตอนหาเสียง ว่าจะขี่เจ็ตสกีไปปักธงบนเกาะเทียมที่จีนถมสร้าง ในหมู่เกาะสแปรทลีย์ ซึ่งจากการสอบถามไปยังกระทรวงกลาโหม และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงฟิลิปปินส์ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีนักเคลื่อนไหวบุกไปปักธงชาติครั้งนี้

ส่วนนายลู่ กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ตามปกติที่กรุงปักกิ่งว่า โขดหินสกาโบโรห์เป็นอาณาเขตของจีนมาตั้งแต่โบราณกาล รัฐบาลจีนขอเรียกร้องฟิลิปปินส์เคารพในอธิปไตยของจีน และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆที่ถือเป็นการยั่วยุ.

 

สลด! ‘อาบู ไซยาฟ’ สังหาร ‘โรเบิร์ต ฮอลล์’ ตัวประกันแคนาดาแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มิ.ย. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/638171

 

(ภาพ: CNN)

กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง อาบู ไซยาฟ ซึ่งมีฐานอยู่ภาคใต้ในประเทศฟิลิปปินส์สังหารตัวประกันชาวแคนาดาอีกคนที่อยู่ในการควบคุมของพวกเขาแล้ว หลังจากพ้นเส้นตายจ่ายเงินค่าไถ่…

สถานีโทรทัศน์ ‘ซีบีซี’ ของประเทศแคนาดา และเว็บไซต์ ‘แรปป์เลอร์’ (Rappler) รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในหน่วยงานความมั่นคง ว่า นายโรเบิร์ต ฮอลล์ ชาวแคนาดาซึ่งถูกกลุ่มกบฏ ‘อาบู  ไซยาฟ’ ในประเทศฟิลิปปินส์ลักพาตัวไปพร้อมเพื่อนอีก 3 คนเมื่อปีก่อน ถูกสังหารแล้วในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย. หลังจากเลยเส้นตายสำหรับจ่ายเงินค่าไถ่ที่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ขีดเอาไว้

ขณะเดียวกัน นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดา ก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า นายฮอลล์อาจถูกสังหารแล้ว “เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งที่ผมมีเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่า พลเมืองแคนาดา โรเบิร์ต ฮอลล์ ซึ่งถูกจับเป็นตัวประกันในฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2015 ถูกผู้ที่จับตัวเขาไปสังหารแล้ว”


จอห์น ริดส์เดล ตัวประกันชาวแคนาดาที่ถูกอาบู ไซยาฟ สังหารเมื่อเดือนเม.ย. (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ นายฮอลล์, น.ส.มาริเตส ฟลอร์ ชาวฟิลิปปินส์, นายคาร์ตาน เซคคิงสตัด ชาวนอร์เวย์ และนายจอห์น ริดส์เดล ชาวแคนาดา ถูกนักรบอาบู ไซยาฟลักพาตัวไปจากท่าเรือใกล้เมืองดาเวาของฟิลิปปินส์ จากนั้นพวกเขาก็ถูกพาตัวไปยังเกาะห่างไกลชื่อ โฮโล

ในเวลาต่อมา อาบู ไซยาฟ ได้เรียกร้องเงินค่าไถ่ตัวประกันเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฟิลิปปินส์และแคนาดา ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินค่าไถ่ ส่งผลให้นายจอห์น ริดส์เดล ถูกสังหารเมื่อวันที่ 25 เม.ย. หลังจากพ้นเส้นตายสำหรับจ่ายเงิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อาบู ไซยาฟ’ ขู่ฆ่าตัวประกันต่างชาติ เรียกค่าไถ่ 455 ล้านบาท

 

ปธน.ฟินส์ จี้ ปชช.ช่วยป้องเสรีภาพ รับผู้นำดูเตอร์เต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 มิ.ย. 2559 04:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/637419

 

(ภาพ: REUTERS)

เบนิกโน อาคีโน ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวเนื่องในวันครบรอบ 118 ปี ประกาศเอกราชจากอาณานิคมสเปน เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ให้ประชาชนทุกคนปกป้องเสรีภาพ ก่อนเตรียมมอบอำนาจให้กับนายโรดริโก ดูเตอร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเข้าพิธีรับตำแหน่งในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ หลังนายดูเตอร์เตประกาศเตรียมสังหารแก๊งอาชญากรรม รวมถึงประกาศเคอร์ฟิว ห้ามเด็กหรือเยาวชนออกมาเดินตามท้องถนนยามดึก งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการร้องคาราโอเกะ พร้อมย้ำว่าจะทำความสะอาดบ้านเมืองต้องเริ่มจากจัดระเบียบสังคม

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับการตำรวจอาวุโส เจมาร์ โมเดกิลโล เผยระหว่างนำกำลังตำรวจเข้ากวาดล้างสลัมที่เรียกว่า CAA ทางฝั่งใต้ของกรุงมะนิลาว่า การดื่มแอลกอฮอล์ตามท้องถนนและมีเยาวชนเดินเพ่นพ่านยามกลางคืนเป็นสูตรของการเกิดอาชญากรรม ซึ่งภายใต้แผนปฏิบัติการของโมเดกิลโล มีการจับกุมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในสภาพมึนเมากว่า 100 คน ขณะที่นายโฮเซ ดิอ็อกโน ประธานกลุ่มช่วยเหลือทางกฎหมายเสรี เป็นห่วงถึงการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกับเด็ก และการประกาศทำสงครามอาชญากรรมของดูเตอร์เต กับแผนกวาดล้างของโมเดกิลโลพุ่งเป้าไปที่คนจน ซึ่งเป็นภาคที่อ่อนแอถูกกดขี่ในสังคมมากที่สุด.

 

นักโบราณคดีเตรียมเผยความลับ เมืองยักษ์ถูกฝังใต้ผืนป่ากัมพูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มิ.ย. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/636940

 

(ภาพ: AFP)

นักโบราณคดีชาวออสเตรเลียเตรียมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ เมืองมเหนทรปรวาต เมืองโบราณที่ถูกปกคลุมอยู่ใต้ผืนป่าบนภูเขา ในจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับการยืนยันการมีอยู่เป็นครั้งแรกในปี 2012…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักโบราณคดีเตรียมเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ ‘เมืองมเหนทรปรวาต’ (Mahendraparvata) เมืองโบราณที่ถูกปกคลุมอยู่ใต้ผืนป่าบนภูเขาใกล้กับนครวัด ในจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ที่ถูกพบครั้งแรกในปี 2012 ด้วยเทคโนโลยีการสแกนด้วยเลเซอร์ทางอากาศ ซึ่งการสำรวจล่าสุดพบว่าขนาดของเมืองใต้ดินนี้ กว้างใหญ่กว่าที่เคยคาดการณ์ในตอนแรกมาก

นายดาเมียน อีวานซ์ นักโบราณคดีชาวออสเตรเลีย เตรียมเปิดเผยผลการวิจัยดังกล่าวที่ราชสมาคมภูมิศาสตร์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.นี้ โดยนายอีวานซ์ ระบุว่า “เราเคยพบเมืองทั้งเมืองใต้ผืนป่าที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่ามันอยู่ที่นั่น… ที่ปราสาทพระขรรค์ แล้วปรากฏว่า เราค้นพบเพียงส่วนหนึ่งของเมืองมเหนทรปรวาต บนภูเขาพนมกุเลน (Phnom Kulen) เท่านั้น แต่ตอนนี้เราพบทั้งหมด และมันใหญ่ ใหญ่พอๆ กับกรุงพนมเปญ” อนึ่ง การค้นพบล่าสุดของอีวานส์จะได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ‘Archaeological Science’ ด้วย

ทั้งนี้ การวิจัยของอีวานส์ และทีมในปี 2012 ยืนยันการมีอยู่ของเมืองมเหนทรปรวาต เมืองโบราณใกล้กับนครวัด แต่ถูกผืนป่าปกคลุมซ่อนไว้มาเป็นเวลาหลายศตวรรษ และต้องรอการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจขอบเขตที่กว้างขึ้นในปี 2015 จึงรู้ขนาดที่ชัดเจนของเมืองแห่งนี้

 

สิงคโปร์ปรับคำแนะนำเดินทางมาไทย ให้ ปชช.เฝ้าระวังความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มิ.ย. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/635588

 

(ภาพ: AFP)

ทางการสิงคโปร์ ปรับคำแนะนำการเดินทางมาไทยสำหรับชาวสิงคโปร์ใหม่ เตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังความปลอดภัยและติดตามข่าวสารในไทย โดยอ้างถึงเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในปี 2558…

กระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศสิงคโปร์ ดำเนินการปรับคำแนะนำการเดินทางสำหรับชาวสิงคโปร์ที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทยใหม่ โดยเผยแพร่บนเว็บไซต์ของพวกเขาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังความปลอดภัย รวมทั้งใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อนเช่นการซื้อประกันการเดินทางเพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวเอง หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายครั้งในไทยเมื่อปี 2558

คำแนะนำการเดินของสิงคโปร์ ระบุว่า เมื่อปี 2558 เกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งในประเทศไทย เช่น เหตุระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก 2 ลูกระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม ใกล้กับศูนย์การค้า สยาม พารากอน ในกรุงเทพมหานคร เมื่อ 1 ก.พ., กรณีที่มีผู้ปาระเบิดใส่ศาลอาญาในเขตจตุจักร เมื่อ 7 มี.ค., เหตุระเบิดในที่จอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลใน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ 10 เม.ย. และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรเมื่อวันที่ 17 และ 18 ส.ค.

กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ยังเตือนประชาชนที่กำลังจะเดินทาง หรืออยู่ในประเทศไทยให้ เฝ้าระวังความปลอดภัย, ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสื่อไทย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของไทย นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังแนะนำให้พลเมืองดำเนินการเพื่อป้องกันไว้ก่อนทุกรูปแบบเพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งรวมไปถึงการซื้อประกันภัยการเดินทางอย่างครอบคลุม และทำความเข้าใจรายละเอียดและขอบเขตของประกันนั้นๆ

ประกาศนี้ยังแนะนำให้ชาวสิงคโปร์ลงทะเบียนการเดินทางผ่านทางออนไลน์กับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่ทางกระทรวงจะได้สามารถติดต่อกับพวกเขาได้หากจำเป็น.

 

WHO ชมไทย ชาติแรกในเอเชีย หยุดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก ได้สำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 12:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634438

 

(เจ้าหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ในเมืองบังกาลอร์ อินเดีย)

องค์การอนามัยโลก ชื่นชมประเทศไทย เป็นชาติแรกในเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จในการหยุดยั้งการถ่ายทอดเชื้อไวรัสเอชไอวี-เอดส์ และเชื้อซิฟิลิส จากแม่สู่ลูก ชี้ พบทารกแรกเกิดในไทยติดเชื้อเอดส์ลดฮวบจาก 3,000 คนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เหลือแค่ 86 คนเมื่อปีที่แล้ว

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ เมื่อ 7 มิ.ย. 59 ประกาศยกย่องประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย ที่ปะสบความสำเร็จในการหยุดยั้งการถ่ายทอดเชื้อไวรัส HIV (เอชไอวี) สาเหตุโรคเอดส์ และเชื้อซิฟิลิส จากแม่สู่ลูก ซึ่งถือเป็นหลักชัย ของก้าวที่สำคัญในการรณรงค์เชิงรุกของประเทศไทย ในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่

องค์การอนามัยโลก แถลงว่า จำนวนทารกที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในประเทศไทย ได้ลดลงอย่างมาก จากในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่มีมากกว่า 3,000 คน ลดเหลือเพียง 86 คน เมื่อปี 2558 ซึ่งตัวเลขนี้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ในการกำจัดการถ่ายทอดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก ที่กำหนดไว้ในอัตราต่ำกว่า 2% หรือน้อยกว่า 50 คน จากจำนวนเด็กแรกเกิด 100,000 คน ที่มีแม่ติดเชื้อเอดส์

นอกจากนั้น WHO ยังระบุว่า คิวบา ก็กลายเป็นประเทศแรกที่บรรลุตามเป้าของการกำจัดการถ่ายทอดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูกเป็นผลสำเร็จ เช่นเดียวกับไทย ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก ยังเตือนว่า ปัญหาเรื่องอื่นๆ จำนวนมากในประเทศไทยยังคงมีอยู่ รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ในกลุ่มเกย์ หรือชายรักร่วมเพศ และบรรดาคนข้ามเพศ ซึ่งคือบุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง

 

ธรณีพิโรธ 6.3 เขย่าภาคตะวันออกอิเหนา ไม่มีเตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิ.ย. 2559 04:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/634208

 

(ภาพ: USGS)

ยูเอสจีเอสรายงาน เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.3 ในทะเลทางตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย แต่ไม่มีการเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ และยังไม่มีรายงานความเสียหาย…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ ยูเอสจีเอส รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 02:15 น. ตามเวลาไทย เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 6.3 ในทะเลทางตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 38.3 กม. ห่างจากเกาะเตอร์นาตี ในหมู่เกาะโมลุกกะ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 126 กม.

ขณะเดียวกัน ศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก ระบุว่า ไม่พบความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิจากแผ่นดินไหวลูกนี้ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้เป็นวงกว้างในภาคตะวันออก แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต.

 

ว่าที่ ปธน.ปินส์ หนุน ปชช.ลงมือฆ่าพ่อค้ายาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/633459

 

(ภาพ: REUTERS)

โรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศฟิลิปปินส์ ออกมากล่าวสนับสนุนให้ประชาชนแจ้งจับ หรือกระทั่งลงมือสังหารพ่อค้ายาเสพติดด้วยตัวเอง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศฟิลิปปินส์ เรียกร้องให้ประชาชนต่อสู้กับการก่ออาชญากรรมด้วยการแจ้งเบาะแส หรือแม้แต่ลงมือสังหารผู้ต้องสงสัยเป็นพ่อค้ายาเสพติดด้วยตนเอง และยังพูดติดตลกด้วยว่า เขาจะมอบเหรียญรางวัลให้แก่คนที่ทำเช่นนั้น

“หากพวกเขาอยู่ในชุมชนของพวกคุณ เชิญแจ้งพวกเราหรือตำรวจได้ตามสบาย หรือคุณจะลงมือเองก็ได้หากคุณมีปืน ผมสนับสนุนคุณ” ว่าที่ประธานาธิบดีดูเตร์เต กล่าวในการปราศรัยถ่ายทอดทางโทรทัศน์ที่เมืองดาเวา เมื่อคืนวันเสาร์ (4 มิ.ย.) เขากล่าวเสริมด้วยว่า ประชาชนสามารถฆ่าพ่อค้ายาเสพติดที่ขัดขืนการจับกุม หรือข่มขู่พลเรือนด้วยอาวุธได้ “ยิงเขาเลย แล้วผมจะมอบเหรียญรางวัลให้คุณ”

ทั้งนี้ คำพูดล่าสุดของนายดูเตร์เต เป็นอีกหนึ่งถ้อยคำแข็งกร้าวเกี่ยวกับการปรามปรามอาชญากรของเขา โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเสนอจะเงินค่าหัวให้แก่ทหารและตำรวจ สำหรับพ่อค้ายาเสพติดทุกคนที่พวกเขาจับมาได้ “ผมไม่ได้บอกให้คุณฆ่าพวกเขา แต่คำสั่งคือ จับเป็นหรือจับตาย” ดูเตร์เตกล่าวในการแถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อเดือน พ.ค.

นายดูเตร์เต ซึ่งจะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ยังพูดถึงเรื่องตำรวจคอร์รัปชันในการปราศรัยเมื่อวันเสาร์ด้วย นอกจากนี้ยังบอกให้พลตำรวจ 3 นาย ซึ่งเขาไม่ได้ระบุชื่อ ลาออกจากตำแหน่งด้วย

“ถึงตำรวจทุกคนที่มีคดีและกำลังเป็นที่ต้องการตัวตอนนี้ หากคุณยังข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ผมจะฆ่าคุณ อย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องล้อเล่น ผมไม่ได้พยายามทำให้คุณขำ” ดูเตร์เตระบุ.

 

สภาปินส์รับรองดูเตอร์เตเป็นปธน.-ลั่นทำงานบ่ายโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/628778

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 พ.ค. 2559 04:15

 

(ภาพ: AP)

เมื่อ 30 พ.ค.สภาผู้แทนฯและวุฒิสภาของฟิลิปปินส์ประชุมร่วมกันเพื่อแถลงผู้ชนะเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ว่านายโรดริโก ดูเตร์เต และนางเลนี โรเบรโด ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ โดยดูเตร์เตถือเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของฟิลิปปินส์ มีกำหนดสาบานตนรับตำแหน่งใน 30 มิ.ย.นี้

ขณะที่ดูเตร์เตซึ่งไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมที่รัฐสภาด้วย เปิดเผยกับสื่อมวลชนที่เมืองดาเวา ฐานการเมืองเก่าทางภาคใต้ว่า เหตุที่เขาไม่เข้าร่วมประชุมที่กรุงมะนิลาเพราะปกติก็ไม่เคยเข้าร่วมงานทำนองนี้อยู่แล้ว อีกทั้งยังรู้สึกสบายใจมากกว่าที่จะอยู่ในเมืองดาเวา ทางภาคใต้ ที่เป็นทุกอย่างรวมทั้งบ้าน และว่าหลังรับตำแหน่งแล้ว จะเริ่มงานตอน 13.00 น. เป็นต้นไป แต่จะอยู่ยาวจนถึงเที่ยงคืน เพื่อใช้เวลาตรวจสอบและลงนามเอกสารราชการอย่างละเอียดถี่ถ้วน

เมื่อถูกถามว่าเวลาทำงานใหม่จะกระทบหน่วยงานรัฐและเอกชนหรือไม่ ดูเตร์เตตอบว่า ผมไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะทำงานเวลาแปดโมงเช้า ผมยังนอนอยู่เลย คุณจะให้ผมทำงานหรือ และระบุด้วยว่า ช่วงวันแรกๆจะยังไม่อยู่ทำเนียบประธานาธิบดีมาลากันยัง จะเดินทางไปกลับเมืองดาเวาโดยใช้เครื่องบินส่วนตัวของเพื่อนจึงไม่ต้องห่วงว่าจะเปลืองงบ ส่วนที่ไม่ชอบอยู่ทำเนียบ ดูเตร์เตตอบทีเล่นทีจริงว่า ไม่ไว้ใจ เพราะวันก่อนได้คุยกับนางไอมี ลูกสาวอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้ว่าการ จ.อิโลคอส นอร์เต ซึ่งไอมีบอกว่า มีผีในทำเนียบตั้ง 5 ตน.

งัดโทษใหม่นักข่มขืน อินโดออกก.ม.ใช้สารเคมีทำให้เจ้าโลกเฉา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/626456

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ค. 2559 05:35

 

ประธานาธิบดีแดนอิเหนาเข้ม ออกกฤษฎีกาเพิ่มโทษคนร้ายคดีข่มขืนเด็ก มีทั้งประหาร ชีวิต ใช้วิธีการทางเคมี ตอนหรือทำหมัน รวมทั้งให้ใช้ยากับผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กซ้ำซ้อน ให้อวัยวะเพศหงอยใช้การไม่ได้ ป้องกันไม่ให้ไปก่อคดีข่มขืนคนอื่นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด หรือ “โจโกวี” แห่งอินโดนีเซีย ประกาศใช้อำนาจประธานาธิบดี ออกกฤษฎีกาเพิ่มโทษผู้ก่อคดีข่มขืนเด็ก รวมทั้งให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ที่ข่มขืนเด็กจนทำให้เหยื่อเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกทั้งให้ตอนหรือทำหมันด้วยวิธีการทางเคมี ซึ่งรวมทั้งการใช้ยากับผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กซ้ำซ้อน เพื่อไม่ให้อวัยวะเพศใช้งานได้ ป้องกันไม่ให้ไปก่อคดี ข่มขืนใครได้อีกต่อไป

ประธานาธิบดีโจโกวีแถลงหลังลงนามในกฤษฎีกาว่า บทลงโทษใหม่นี้มีเป้าหมายเอาชนะวิกฤตการณ์ที่เกิดจากความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก ซึ่งเป็นคดีอาญาร้ายแรงพิเศษ เป็นภัยคุกคามและอันตรายต่อเด็ก นอกจากนี้ กฤษฎีกายังกำหนดให้ เจ้าหน้าที่ต้องสวมกำไลข้อมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามผู้ก่อคดีข่มขืนเด็กหลังพ้นโทษออกจากเรือนจำ รวมทั้งให้เผยแพร่ชื่อผู้กระทำผิด และให้เจ้าหน้าที่รัฐช่วยบำบัดเยียวยาทางจิตใจต่อเหยื่อและครอบครัวของเหยื่อด้วย โดยกฤษฎีกาให้มีผลบังคับใช้ทันทีหลังการลงนามโดยประธานาธิบดีโจโกวี ในวันเดียวกัน แม้ว่ารัฐสภาอาจลงมติให้ยกเลิกได้ในภายหลังการออกกฤษฎีกาครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดคดีกลุ่มชายและเด็กชายวัยรุ่น 14 คนที่อยู่ในสภาพมึนเมาสุรา รุมข่มขืนและฆ่าเด็กสาววัย 14 ปีอย่างโหดเหี้ยม บนเกาะสุมาตราทางภาคตะวันตกของประเทศ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยศพของเหยื่อถูกพบอยู่ในป่าในสภาพเปลือย ถูกมัดมือมัดเท้า หลังจากนั้นยังเกิดคดีข่มขืนและฆ่าสาวโรงงานวัย 18 ปีในเดือนนี้ จุดกระแสถกเถียงและความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ เพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลเพิ่มโทษผู้ก่อคดีข่มขืนให้หนักขึ้น เพราะกฎหมายปัจจุบัน รวมทั้งกฎหมายคุ้มครองเยาวชนที่บังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2545 ผู้ก่อคดีข่มขืน รวมทั้งผู้ข่มขืนเด็กมีโทษจำคุกสูงสุดแค่ 14 ปีเท่านั้น

การเพิ่มโทษผู้ก่อคดีข่มขืนได้รับการสนับสนุนและเสียงชื่นชมจากประชาชนและสมาชิกรัฐสภาอินโดนีเซียส่วนใหญ่ โดยนายอับดุล มาลิค ฮาราเมน สมาชิกรัฐสภาแห่งพรรค “ประชาชาติตื่นเถิด” (เอ็นเอพี) ซึ่งเป็นพรรคอิสลามในรัฐบาลผสมของอินโดนีเซีย กล่าวว่า การตอนหรือทำหมันผู้ก่อคดี ข่มขืนเด็กมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งป้องกันไม่ให้ไปก่อคดีข่มขืนใครได้อีก เขายังยืนยันว่า การตอนหรือทำหมันไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะจำเลยต้องผ่านกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมาย ก่อนถูกศาลตัดสินลงโทษ ส่วนนางโบเองกา อินดาห์ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ “ทวิตเตอร์” รายหนึ่ง กล่าวปกป้องกฤษฎีกาใหม่นี้ว่า ผู้ที่คัดค้านโทษประหารและการตอน โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น คุณคิดหรือว่าการข่มขืนและฆาตกรรมไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน?

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเคลื่อนไหวและกลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มต่อต้านบทลงโทษใหม่นี้โดยชี้ว่าเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน โดยนายฮาร์โตโย นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชาวเกย์คนสำคัญชี้ว่า กฤษฎีกานี้เปรียบเสมือน “การแก้แค้น” แค่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังตื่นตระหนก และไม่เข้าใจเรื่องความรุนแรงทางเพศโดยแท้จริง ส่วนนายนูร์ โคลิส แห่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วพวกตนต่อต้านโทษประหารชีวิตและไม่เชื่อว่าการตอนหรือการทำหมันจะยับยั้งคดีข่มขืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ