สลด! กลุ่มนศ.อิเหนาเที่ยวน้ำตก เจอดินถล่มดับ 17 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621378

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 03:00

 

(ภาพ: AFP)

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มบริเวณน้ำตกชื่อดังในเมืองซิโบลังกิต ทางเหนือของเกาะสุมาตรา เมื่อวันอาทิตย์ ทับกลุ่มนักศึกษาที่มาท่องเที่ยว โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) เกิดเหตุดินถล่มเข้าใส่กลุ่มนักศึกษากว่า 70 คน ซึ่งกำลังท่องเที่ยวที่น้ำตก ‘ดูอา วาร์นา’ หรือน้ำตก 2 สี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเมืองซิโบลังกิต ทางเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเหตุให้มีผู้สูญหาย 22 คน ประกอบด้วยนักศึกษา 20 คน และไกด์นำเที่ยวอีก 2 คน ขณะที่สาเหตุของดินถล่มเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

ล่าสุด ในวันจันทร์ที่ 16 พ.ค. นายดาร์วิน ซูร์บัคติ จากสำนักงานจัดการภัยพิบัติท้องถิ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย ทั้งหมดเป็นนักศึกษา สามารถกู้ศพขึ้นจากใต้ดินได้แล้ว 14 ศพ เจ้าหน้าที่ยังสามารถช่วยเหลือนักศึกษาขึ้นมาจากใต้ดินได้ 1 คน โดยผู้รอดชีวิตรายนี้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออยู่อีก 4 คนในวันอังคาร

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของ นายสุโตโป พูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย เผยว่า มีเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย รวมทั้งทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากทีมค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติ เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ด้วย

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยค้นหาผู้ประสบภัยดินถล่มบริเวณน้ำตกดูอา วาร์นา (ภาพ: AP)

‘อาบู ไซยาฟ’ ขู่ฆ่าตัวประกันต่างชาติ เรียกค่าไถ่ 455 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621316

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 23:30

 

(ภาพ: CNN)

กลุ่มติดอาวุธ อาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์ ขู่ฆ่าตัวประกันชาวต่างชาติอีกราย หากพวกเขาไม่ได้เงินค่าไถ่จำนวน 600 ล้านเปโซที่พวกเขาเรียกร้อง ภายใน 1 เดือน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ ‘อาบู ไซยาฟ’ ในประเทศฟิลิปปินส์ เผยแพร่คลิปวิดีโอใหม่ ขู่จะสังหารตัวประกันชาวต่างชาติอีก 2 คนที่อยู่ในกำมือของพวกเขา ในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ หากไม่มีการจ่ายเงินค่าไถ่จำนวน 600 ล้านเปโซ (ราว 455 ล้านบาท) ตามที่พวกเขาเรียกร้อง

ตัวประกัน 2 คนที่ถูกขู่ฆ่าคือ นายโรเบิร์ต ฮอลล์ ชาวแคนาดา และ นายคาร์ตาน เซคคิงสตัด ชาวนอร์เวย์ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 4 คนที่ถูกลักพาตัวไปจากรีสอร์ตหรูแห่งหนึ่งบนเกาะมินดาเนา เมื่อเดือน ก.ย.ปีก่อน โดยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อาบู ไซยาฟ ทำการฆ่าตัดคอ นายจอห์น ริดส์เดล ตัวประกันชาวแคนาดาอีกคนที่ถูกจับตัวมาพร้อมกันแล้ว

จอห์น ริดส์เดล ตัวประกันชาวแคนาดาที่ถูกอาบู ไซยาฟ สังหารเมื่อเดือนก่อน (ภาพ: AFP)

คลิปวิดีโอใหม่ของ อาบู ไซยาฟ ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 พ.ค. โดยแสดงให้เห็นภาพ นายฮอลล์ ร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแคนาดาและฟิลิปปินส์ “ผมขอวิงวอน ขอความช่วยเหลือต่อรัฐบาลของผม และรัฐบาลฟิลิปปินส์ เหมือนที่ผมเคยวิงวอนไปก่อนหน้านี้”

ขณะเดียวกัน ในคลิปวิดีโอยังมีข้อความแถลงการณ์ภาษาอังกฤษข่มขู่ไว้ด้วยว่า “หากเราไม่ได้เงินค่าไถ่จำนวน 600 ล้านเปโซที่เราเรียกร้อง เราจะตัดคอตัวประกันต่างชาติอีกคนในวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 15.00 น. ตรง”

ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธอาบู ไซยาฟ เคลื่อนไหวก่อการร้ายบนเกาะมินดาเนาทางใต้ของฟิลิปปินส์มานานกกว่า 4 ทศวรรษ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากถึง 200,000 ราย นอกจากนี้ ยังก่อเหตุลักพาตัวเรียกค่าไถ่หลายต่อหลายครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อาบู ไซยาฟ’ ฆ่าตัดคอตัวประกันแคนาดา หลังพ้นเส้นตายจ่ายค่าไถ่

ออกสตาร์ตแรง! ว่าที่ปธน.ใหม่ปินส์ ลั่นจะกลับมาใช้โทษประหาร ปราบอาชญากร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/621070

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ค. 2559 13:53

 

‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’..โรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีใหม่ฟิลิปปินส์ ลั่นจะหวนกลับมาใช้โทษประหารชีวิต จัดการกับบรรดาอาชญากรในประเทศที่กระทำความผิดในคดีร้ายแรง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ ประกาศลั่น เขาจะหวนกลับมาใช้โทษประหารชีวิต กับผู้กระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ ซึ่งถือเป็นการแสดงความเห็นครั้งแรกต่อการใช้นโยบายขั้นเด็ดขาดในการปราบปรามอาชญากรที่กระทำความผิดร้ายแรง หลังจากนายดูเตร์เตคว้าชัยชนะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ในการเลือกตั้งเมื่อ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา

บีบีซี แจ้งด้วยว่า นอกจากการหวนกลับมาใช้โทษประหารชีวิตแล้ว นายดูเตร์เต ซึ่งจะทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 30 มิ.ย. ยังพยายามจะให้กองกำลังรักษาความมั่นคงของประเทศได้สิทธิในการยิงสังหารผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีการจับกุม และคนเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม

โรดริโก ดูเตร์เต ทักทายหญิงชราที่แสดงความดีใจที่เขาชนะเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า ข้อเสนอของนายดูเตร์เตจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาหรือไม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสที่นายดูเตร์เตจะผลักดันเรื่องนี้ได้สำเร็จ เนื่องจากเขาเคยมีผลงานในการปราบปรามแก๊งอาชญากรในเมืองดาเวาระหว่างเป็นนายกเทศมนตรีติดต่อถึง 7 สมัยมาแล้ว

วิจารณ์ขรม รบ.ใหม่เมียนมา เสนอ ก.ม.คุมเข้มประท้วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620035

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 พ.ค. 2559 02:25

 

(ภาพ: REUTERS)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลเมียนมาภายใต้การกำกับบริหารโดยนางอองซาน ซูจี ตกเป็นเป้าถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักศึกษาวิพากษ์วิจารณ์ หลังเสนอกฎระเบียบจำกัดสิทธิเสรีภาพการเคลื่อนไหวประท้วงอย่างสงบเช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติในยุคสมัยการปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร

ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลใหม่เมียนมาขึ้นครองอำนาจบริหารประเทศเมื่อเดือน เม.ย. แม้มีคำสั่งปล่อยตัวนักโทษคดีการเมืองแล้วทั้งหมด แต่กลับมีการเสนอกฎหมายจำกัดเสรีภาพการชุมนุมเคลื่อนไหวต่อรัฐสภาเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาระบุให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจจับกุมคุมขังผู้ประท้วงที่มีเจตนาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผิดไปจากวัตถุประสงค์ของฝ่ายรัฐบาลและห้ามผู้ไม่ใช่พลเมืองเมียนมาเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงก่อความรำคาญหรือรบกวนความสงบสุขของประชาชน ซึ่งข้อเสนอนี้มุ่งหวังควบคุมการเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจา ขณะที่นางซูจีปฏิเสธให้ข้อมูลเรื่องนี้.

สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อ ‘ซิกา’ รายแรก-ชี้ ติดมาจากต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/620073

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ค. 2559 01:10

 

(ภาพ: AFP)

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของฟิลิปปินส์แถลงในวันศุกร์ ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัส ซิกา รายแรกในประเทศแล้ว โดยติดเชื้อมาจากประเทศบราซิล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข (เอ็มโอเอช) และสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (เอ็นอีเอ) ของสิงคโปร์ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 13 พ.ค. ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัส ‘ซิกา’ ซึ่งอาจทำให้ทารกในครรภ์ศีรษะเล็ก รายแรกในประเทศแล้ว โดยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อมาจากต่างประเทศ

แถลงการณ์ร่วมของ เอ็มโอเอช และ เอ็นอีเอ ระบุว่า ผู้ป่วยเป็นชายอายุ 48 ปี มีสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยฐาวรในสิงคโปร์ ซึ่งเพิ่งเดินทางไปยังนครเซา เปาโล ในประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 27 มี.ค. ถึงวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการไข้และผื่นคันในวันที่ 10 พ.ค. ก่อนจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล ‘เมาต์ เอลิซาเบธ โนเวนา’ ในวันที่ 12 พ.ค. จากนั้นจึงถูกแยกเดี่ยวจากผู้ป่วยคนอื่นๆ

“ในวันที่ 13 พ.ค. ผลตรวจการติดเชื้อไวรัส ซิกา ของผู้ป่วยรายนี้ออกมาเป็น บวก เขาจะถูกส่งตัวไปยังศูนย์โรคติดต่อที่โรงพยาบาล แทน ต็อก เซง เพื่อรับการรักษา และแยกเดี่ยวเพื่อลดโอกาสที่จะถูกยุงกัด และแพร่กระจายเชื้อไปสู่ชุมชนให้เหลือน้อยที่สุด ขณะนี้ ผู้ป่วยยังมีอาการดีและกำลังฟื้นตัว และเขาจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ก็ต่อเมื่อ ผลการตรวจหาเชื้อซิกาออกมาเป็น ลบ”

แถลงการณ์ระบุอีกว่า เอ็มโอเอช กำลังทำการตรวจสอบสมาชิกครอบครัวของผู้ป่วย ส่วนผู้อยู่อาศัยในคอนโด ‘วัตเทน เอสเตต’ เช่นเดียวกับผู้ป่วย ไม่ได้รวมกลุ่มกันบ่อยนัก ขณะที่ เอ็นอีเอ ได้ยกระดับปฏิบัติการควบคุมพาหะนำโรค เพื่อควบคุมปริมาณยุงลายในเขตที่อยู่อาศัยของผู้ป่วยรายนี้ และพวกเขาได้แจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยให้ไปขอรับการตรวจทางการแพทย์ หากพวกเขาเริ่มแสดงอาการไข้และมีผื่นคัน

ทั้งนี้ ไวรัส ซิกา กำลังแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในบราซิล ไวรัสชนิดนี้ยังถูกระบุว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้ทารกในครรภ์ป่วยด้วยภาวะศีรษะเล็ก ซึ่งเด็กที่เกิดมาจะมีกะโหลกศีรษะเล็ก และสมองพัฒนาน้อยผิดปกติ แม้ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการแพร่กระจายของเชื้อซิกาในเอเชีย แต่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อซิกาในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย

รู้จัก ‘โรดริโก ดูเตร์เต’ จาก ‘ผู้ลงทัณฑ์’ สู่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/619553

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 05:30

 

(ภาพ: AP)

โรดริโก ดูเตร์เต ผู้สมัครฝีปากกล้า วัย 71 ปี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีเสียงครหามากมายเกี่ยวกับเขา รวมทั้งเรื่องการพูดจายั่วยุ แต่ผลงานการปราบอาชญากรรมของเขาในเมืองดาเวา เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวฟิลิปปินส์ที่กำลังเบื่อหน่ายกับรัฐบาลเดิม และกำลังต้องการความเปลี่ยนแปลง

ไทยรัฐออนไลน์ ขอนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับประวัติ และวีรกรรมไม่ธรรมดาของ โรดริโก ดูเตร์เต ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของฟิลิปปินส์ และเหตุผลที่ว่า ทำไมนายกเทศมนตรีเมืองดาเวารายนี้ จึงถูกเรียกว่า ‘ผู้ลงทัณฑ์’…

โรดริโก ดูเตร์เต กาบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง (ภาพ: AP)

ประวัติโดยสังเขป

โรดริโก ดูเตร์เต เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1945 ที่เมืองมาอาซิน ซึ่งตอนนี้เป็นเมืองเอกของจังหวัดเลย์เต ทางใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ตระกูลดูเตร์เต ถูกระบุว่าเป็นตระกูลการเมือง เนื่องจาก บิเซนเต ตี. ดูเตร์เต บิดาของเขาซึ่งเป็นนักกฎหมาย เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดดาเวา (สมัยยังไม่แยกเป็น 3 เมือง) และเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเนา บนเกาะเซบู ส่วน โซเลดาด โลอา มารดาผู้เป็นอาจารย์ ก็เป็นทายาทของผู้นำพลเรือนของชาวมาราเนา บนเกาะมินดาเนา ขณะที่ โรนัลด์ ญาติของ ดูเตร์เต และรามอน บิดาของเขา ก็เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเซบู ครอบครัวดูเตร์เตย้ายไปตั้งรกรากที่จังหวัดดาเวา ในปี 1951

ดูเตร์เต ฉายแววความห้าวตั้งแต่สมัยเรียน โดยเขาศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนประถม ‘ลาบูน’ ในเมืองมาอาซิน ได้ 1 ปี ก่อนจะย้าย และเรียนจบที่โรงเรียนประถาม ‘ซานตา อานา’ ที่เมืองดาเวา ในปี 1956 จากนั้นเขาเข้าศึกษาชั้นมัธยมแต่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนถึง 2 แห่ง เนื่องจากความประพฤติไม่เหมาะสม ก่อนจะเรียนจบที่สถาบัน ‘โฮลี ครอส’ ในเมืองดีกอส ดูเตร์เต เรียนจบปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การเมือง และปริญญาตรีสาขากฎหมายจากมหาวิทยาลัย 2 แห่งในกรุงมะนิลา ในปี 1972 และเขาสอบเนติบัณฑิตผ่าน ได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความในปีเดียวกันนั้นเอง

ดูเตร์เต เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยว่า เขาเคยใช้ปืนยิงเพื่อนนักศึกษาบาดเจ็บสมัยเรียนกฎหมาย โดยอ้างว่าผู้เคราะห์ร้ายรังแกเขาที่สืบเชื้อสายจากชาวบิซิยาน ในภาคใต้ของเกาะลูซอน ส่งผลให้เขาถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมพิธีรับปริญญา แต่เขาก็สามารถเรียนจบมาได้

เส้นทางการเมืองของ ดูเตร์เต เริ่มขึ้นในปี 1986 หลังเกิดเหตุการณ์ ‘ปฏิวัติพลังประชาชน’ โดยเขาได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการรองนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ก่อนลงชนะเลืองตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ในปี 1988 และอยู่ในตำแหน่งจนถึงปี 1998 เนื่องจากหมดวาระตามกฎหมาย เขาจึงหันไปสมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับเลือกเป็นผู้แทนเขตที่ 1 ของเมืองดาเวา แต่หลังหมดวาระในปี 2001 เขาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาอีกครั้ง และได้รับเลือกติดต่อกันถึง 3 สมัย (2001, 2004 และ 2007) ก่อนจะกลายเป็นตัวแทนพรรค ‘พีดีพี-ลาบาน’ ของเขาเอง ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หลังจากผู้สมัครตัวจริงของพรรคถอนตัวเพราะอาจไม่ผ่านคุณสมบัติ

ผลงานมากมายที่เขาสร้างไว้สมัยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทำให้เขาได้รับข้อเสนอจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ถึง 4 คน ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ดูเตร์เตปฏิเสธทั้งหมด เขายังปฏิเสธการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘ยอดนายกเทศมนตรีโลก’ (World Mayor Prize) ในปี 2014 ด้วย โดยให้เห็นผลว่า เขาแค่ทำงานของเขา

ดูเตร์เต กล่าวปราศรัยในกรุงมะนิลา (ภาพ: AFP)

ที่มาของฉายา ‘ผู้ลงทัณฑ์’ (Punisher)

ดูเตร์เต ทำให้ฟิลิปปินส์รู้จักชื่อของเขาในฐานะผู้ไม่ยอมให้แก่อาชญากรรม ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ซึ่งมีประชากรกว่า 1.5 ล้านคน เขาสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรอย่างไม่มีการประนีประนอม และอ้างว่าสามารถลดอัตราการเกิดอาชญากรรมในเมืองดาเวา ซึ่งเคยอยู่ในระดับสูงลงอย่างมากมาย

แต่ชื่อเสียงมักมาพร้อมกับข้อครหา เขาถูกนิตยสาร ‘ไทม์’ กล่าวหาในปี 2002 ว่า เขามีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มศาลเตี้ยหลายกลุ่ม ซึ่งฆ่าสังหารอาชญากรอย่างไม่เคารพกฎหมาย และตั้งฉายาให้ ดูเตร์เต ว่า ‘ผู้ลงทัณฑ์’ ขณะที่นายดูเตร์เตออกมายอมรับหน้าตาเฉยว่าข้อกล่าวหานี้เป็นความจริง “ผมเหรอ? พวกเขาบอกว่าผมเป็นพวกเดียวกับกลุ่มศาลเตี้ย? จริง มันเป็นความจริง” เขากล่าวในรายการโทรทัศน์ซึ่งออกอากาศในฟิลิปปินส์เมื่อปีก่อน เขายังขู่ด้วยว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะฆ่าอาชญากรอีกหลายพันคนแล้วเอาศพไปทิ้งในอ่าวมะนิลา อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ดูเตร์เต ออกมาถอนคำพูดในการแถลงข่าวครั้งหนึ่ง ระบุว่า ไม่มีกลุ่มศาลเตี้ยในเมืองดาเวา

แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ ยังคงใช้เรื่องนี้ในการวิพากษ์วิจารณ์เขาเรื่อยมา โดยเมื่อปีก่อน กลุ่ม ‘ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์’ ประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คนในเมืองดาเวา นับตั้งแต่ ดูเตร์เต เป็นนายกเทศมนตรี และเรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์สืบสวนเรื่องนี้ ขณะที่ นายเบนิโญ อากีโน ที่ 3 ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ เคยออกมาระบุว่า ดูเตร์เต เป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย

พระสันตะปาปาฟรานซิส (ภาพ: AFP)

ฝีปากกล้าถึงขั้นด่าโป๊ป

ตลอดอาชีพนักการเมืองของดูเตร์เต เขากลายเป็นประเด็นในหน้าสื่อ และถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะคำพูดของเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่เป็นประเด็นใหญ่ระหว่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้คือ คำพูดที่เขาพูดในวิดีโอซึ่งได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ยูทูบ เกี่ยวกับเหตุการณ์ข่มขืน-ฆ่าหมอสอนศาสนา หรือมิชชันนารีหญิงชาวออสเตรเลีย ในเหตุจลาจลที่เรือนจำเมืองดาเวา เมื่อปี 1989

“ผมโมโหที่เธอถูกข่มขืน ใช่ นั่นคือเรื่องหนึ่ง แต่เธอเป็นคนสวยมาก ผมคิดว่านายกเทศมนตรีควรได้เป็นคนแรก น่าเสียดาย” ดูเตร์เต กล่าว โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตัวเขาคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ซึ่งคำพูดนี้ของเข้าเรียกเสียงประณามจากหลายฝ่าย ในช่วงแรก ดูเตร์เต ปฏิเสธไม่ขอโทษต่อคำพูดของเขา และบอกให้เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของฟิลิปปินส์ ให้ “หุบปาก” ด้วย หลังทั้งคู่ออกมาวิจารณ์สิ่งที่ดูเตร์เตบอกกว่าเป็น ‘มุขตลก’

แต่ ดูเตร์เต เคยแสดงให้เห็นว่าเขาก็สำนึกผิดเป็น โดยเมื่อปีก่อน เขาส่งจดหมายขอโทษถึงพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังจากเขาด่าโป๊ปว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้รถติด ระหว่างที่โป๊ปเสด็จเยือนในฟิลิปปินส์ เมื่อเดือน ม.ค. 2015

“เราได้รับผลกระทบจากรถติด เรารถติดตั้ง 5 ชั่วโมง ผมถามว่าทำไม พวกเขาบอกว่ามีการปิดถนน ผมก็ถามต่อว่าใครมา? พวกเขาตอบว่า โป๊ป ผมอยากจะโทรไปหาพระองค์แล้วบอกว่า โป๊ป (คำสบถ) กลับบ้านไปเสีย และอย่ามาหาเราอีก” ดูเตร์เต กล่าว โดยหลังจากดูเตร์เตส่งจดหมายขอโทษ พระสันตะปาปาก็ยอมรับคำขอโทษของเขา พร้อมทั้งอวยพรดูเตร์เตด้วย

โรดริโก ดูเตร์เต ถ่ายรูปคู่กับผู้สนับสนุน ระหว่างการหาเสียง (ภาพ: AFP)

มีปัญหาเรื่องผู้หญิง

นอกจากปัญหาเรื่องฝีปากแล้ว ดูเตร์เต ยังมีปัญหาเรื่องผู้หญิงอีกด้วย โดยเขาถูกครหาเรื่องการเกี้ยวพาราสีผู้หญิงระหว่างการหาเสียง รวมทั้งเคยมีผู้หญิงจำนวนมากผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ดูเตร์เตมีลูก 3 คนกับภรรยาคนแรก เอลิซาเบธ ซิมเมอร์แมน ก่อนที่ความสัมพันธ์จะจบลง และปัจจุบันเขามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันชื่อว่า เซลิโต อาบันเซนญา ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ฮันนีเล็ต แต่ ดูเตร์เต ยอมรับต่อสาธารณะอีกว่า เขายังมีแฟนอีก 3 คน

ดูเตร์เต ยังถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากมีภาพหลุดออกมาแสดงให้เห็นว่า เขากำลังจูบกับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตักของเขาหลายต่อหลายคนระหว่างการหาเสียง ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีหลายกลุ่มในฟิลิปปินส์ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. โดยกล่าวหา ดูเตร์เต ว่าละเมิดกฎหมายปกป้องสิทธิสตรีของประเทศ

แต่ดูเตร์เตก็ยังเป็นดูเตร์เต เขาไม่ยี่หระต่อข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และบอกผู้สนับสนุนระหว่างการหาเสียงว่า ให้สมาชิกกลุ่มสิทธิสตรีที่ยื่นคำร้องไปลงนรกเสีย เขายังอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าเขามีเสรีภาพในการแสดงออก และปฏิเสธไม่ได้ทำเหมือนผู้หญิงเป็นสิ่งของด้วย

ผู้สนับสนุนนายดูเตร์เต ชูมือระหว่างการหาเสียงครั้งสุดท้ายของเขาในวันที่ 7 พ.ค. (ภาพ: REUTERS)

แม้จะมีพฤติกรรมที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ ดูเตร์เต ก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ชาวฟิลิปปินส์ต้องการความเปลี่ยนแปลง คำสัญญาของดูเตร์เตที่ว่าจะปราบปรามการทุตริตคอร์รัปชัน กวาดล้างอาชญากรภายใน 6 เดือน เป็นสิ่งที่ผู้คนกำลังต้องการ หลังจากนี้คงต้องจับตาดูกันว่า (ว่าที่) ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ผู้นี้ จะสามารถทำตามที่พูดเอาไว้ได้หรือไม่

ดูเตร์เต ปธน.ใหม่ปินส์! ลั่นทันที ยกเครื่องระบบบริหารประเทศใหม่หมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/618094

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 12:00

 

โรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ได้เฮ..คว้าชัยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ตามความคาดหมาย พร้อมประกาศนโยบายทันที จะยกเครื่องระบบบริหารประเทศใหม่หมด และหาทางบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกบฏ

เมื่อ 10 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในที่สุด นายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีคนดังเมืองดาเวา วัย 71 ปี ของฟิลิปปินส์ คือผู้คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อวันจันทร์ที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งไปถึงเกือบ 39% หรือกว่า 14.8 ล้านคะแนน จากจำนวนบัตรเลือกตั้งที่นับแล้วเสร็จ 90% ของผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง 54 ล้านคน

ส่วนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ได้คะแนนตามมาเป็นอันดับ 2 ได้แก่ นาย มานูเอล โรดิซาส อดีตรมว.มหาดไทย ที่ได้ประมาณ 9 ล้านคะแนน หรือคิดเป็น 23% และอันดับ 3 คือนางเกรซ โป วุฒิสมาชิกหญิง ที่ได้คะแนนราว 8.3 ล้านคะแนน และได้ออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว

ประธานาธิบดีคนใหม่ฟิลิปปินส์..โรดริโก ดูเตร์เต

หลังทราบผลการเลือกตั้งแล้ว นายดูเตร์เต ได้ประกาศแผนนโยบายของเขาในการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ทันที เมื่อวันอังคารที่ 10 พ.ค.ว่า เขาจะยกเครื่องระบบการบริหารประเทศใหม่ทั้งหมด โดยจะกระจายอำนาจไปสู่การบริหารระดับท้องถิ่นหรือตามจังหวัดต่างๆ

ข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์

ด้าน นายปีเตอร์ ลาวินา โฆษกประจำตัวนายดูเตร์เต ยังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่เมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนา ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ว่า ท่านประธานาธิบดีคนใหม่จะพยายามหามติเอกฉันท์จากชาวฟิลิปปินส์ในการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนระบบการบริหารของรัฐบาลที่มีรูปแบบเหมือนสหรัฐฯ มาเป็น ระบบรัฐสภาและรัฐบาลกลาง นอกจากนั้น นายลาวินา ยังกล่าวด้วยว่า นายดูเตร์เต จะพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มกบฏติดอาวุธกลุ่มต่างๆ ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ที่ 3 ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งได้ใช้กำลังทหารในการไปปราบปราม.

ส.ว.เกรซ โป แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลเลือกตั้งปินส์ ‘ดูเตร์เต’ จ่อนั่งเก้าอี้ผู้นำใหม่

‘ดูเตร์เต’ อ้างชัยชนะเลือกตั้ง ปธน.ปินส์ หลังคะแนนนำห่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617924

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: AP)

โรดริโก ดูเตร์เต อ้างเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์แล้ว หลังจากผลการนับคะแนนซึ่งเสร็จสิ้นไปราว 90% พบว่าเขามีคะแนนนำห่าง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีฝีปากกล้าแห่งเมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนา ออกมาอ้างเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ในขณะที่การนับคะแนนเสียงเสร็จสิ้นไปกว่า 90% และ นายดูเตร์เต มีคะแนนนำห่าง

คณะตัวแทนสื่อมวลชน และสมาชิกสภาภิบาลฝ่ายการเลือกตั้ง (พีพีซีอาร์วี) ระบุว่า นายดูเตร์เดได้รับคะแนนโหวตมากกว่า 14.8 ล้านเสียง หรือคิดเป็นประมาณ 39% จากจำนวนประชาชนผู้มีออกเสียงเลือกตั้ง 55 ล้านคนทั่วประเทศ ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง นายมานูเอล โรซาส ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี เบนิกโน อากีโน ที่ 3 ได้คะแนนโหวต 9 ล้านเสียง หรือราว 23%

หลังจากทราบผลคะแนนจาก พีพีซีอาร์วี ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการเลือกตั้งให้ตรวจสอบการนับคะแนน นายดูเตร์เตก็ออกมาบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า คะแนนนำของเขานั้นดูเหมือนจะไม่อาจถูกโต้กลับได้แล้ว “ด้วยความนอบน้อมอย่างที่สุด ผมขอยอมรับการมอบอำนาจจากประชาชน”

ดูเตอร์เต ระบุด้วยว่า นโยบายและกฎหมายของเขาเป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะของเขา “สิ่งที่ผมสามารถรับประกันกับคุณได้คือ ผมจะทำให้ดีที่สุด ไม่เพียงตอนตื่น แต่รวมถึงตอนนอนด้วย” เขากล่าว

ทั้งนี้ นายดูเตร์เต ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ‘ผู้ลงทัณฑ์’ คอยปราบเหล่าอธรรม เป็นตัวเก็งที่จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการเลือกตั้ง โดยได้รับความนิยมจากนโยบายปราบอาชญากรอย่างแข็งกร้าว แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคำพูดระหว่างการหาเสียงก็ตาม นโยบายของเขายังมุ่งเน้นในเรืองการปฏิรูปเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้กับจีนด้วย

อีกด้านหนึ่ง นางเกรซ โป สมาชิกวุฒสภาฟิลิปปินส์ ได้คะแนนตามมาเป็นอันดับที่ 3 ที่ 21% แต่ล่าสุดเธอออกมายอมรับความพ่ายแพ้แล้ว โดยระบุว่า “ฉันเคารพผลที่ออกมา ดูเตร์เตได้รับมอบอำนาจมา ให้โอกาสเขากันเถิด”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟิลิปปินส์เลือกตั้งคึกคัก!! ลุ้น นายกฯเล็กคนดัง จะคว้าชัยปธน.หรือไม่

ผลเลือกตั้งปินส์ ‘ดูเตร์เต’ จ่อนั่งเก้าอี้ผู้นำใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617875

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ค. 2559 00:45

 

(ภาพ: REUTERS)

การลงคะแนนโหวตเลือกตั้งทั่วไปฟิลิปปินส์ ที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนทั่วประเทศราว 55 ล้านคน ทำการเลือกประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี ไปจนถึง ส.ส. และ ส.ว. รวมข้าราชการท้องถิ่น กว่า 18,000 ตำแหน่ง ได้ปิดฉากลงแล้ว เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 9 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เลยกำหนดการเดิมมา 1 ชั่วโมง หลังเกิดปัญหาความล่าช้าในบางพื้นที่ ขณะที่ผลการนับคะแนนเบื้องต้นชี้ว่านายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา วัย 71 ปี มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ตามด้วยนางเกรซ โป สมาชิกวุฒิสภาวัย 47 ปี และนายมานูเอล โรซาส อดีตรัฐมนตรีวัย 51 ปี ซึ่งผลสรุปเลือกตั้งอย่างเป็นทางการคาดว่าต่องรอประมาณ 2 วัน แต่หากคะแนนนำทิ้งห่างมาก ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอาจประกาศชัยชนะภายในเวลา 24ชั่วโมง

สำหรับบรรยากาศเลือกตั้งวันเดียวกัน หน่วยสังเกตการณ์การเลือกตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ เผยว่าเกิดเหตุความรุนแรงในหลายพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 10 คน เหตุรุนแรงที่สุดที่เมืองโรซาริโอ ชานกรุงมะนิลา กลุ่มคนร้ายยิงถล่มขบวนรถยนต์ช่วงรุ่งสาง มีผู้เสียชีวิต 7 คน เช่นเดียวกับในจังหวัดมากินดาเนาทางภาคใต้ เกิดเหตุบุคคลต้องสงสัย 20 คน บุกเข้าไปในคูหายึดเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง

ขณะที่นายเบนิกโน อาคีโน ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ไปร่วมใช้สิทธิในช่วงเช้าที่คูหาในกรุงมะนิลา ยืนต่อคิวร่วมกับประชาชนเป็นเวลากว่าชั่วโมง ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียงช่วยลูกพรรคโค้งสุดท้าย นายอาคีโนได้กล่าวโจมตีผู้สมัครตัวเต็งว่า นายดูเตอร์เตคือเผด็จการดีๆนี่เอง ขอวอนประชาชนอย่าสนับสนุน อย่าเอาความหวาดกลัวกลับมาสู่ฟิลิปปินส์ พร้อมยกตัวอย่างกรณีการขึ้นสู่อำนาจของนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน

แมนนี ปาเกียว มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย (ภาพ: AFP)

ด้านนายดูเตร์เตกล่าวสั้นๆระหว่างรอใช้สิทธิลงคะแนนในเมืองดาเวา ว่าไม่อยากหวังอะไรมาก ต่างจากการหาเสียงโค้งสุดท้ายที่จบลงอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน ระบุว่าหากได้เป็นผู้นำก็จะทำเหมือนตอนเป็นนายกเทศมนตรี “พวกติดยาพวกไม่รักดีก่ออาชญากรรมทั้งหลาย ผมจะฆ่าพวกคุณ เรื่องนี้ผมไม่อดทน ไม่มีทางสายกลาง ไม่คุณฆ่าผมก็ผมฆ่าคุณเจ้าพวกโง่ทั้งหลาย และลืมไปได้เลยเรื่องกฎหมายสิทธิมนุษยชน” พร้อมให้สัญญาว่าจะเอาธงฟิลิปปินส์ไปปักบนเกาะพิพาททะเลจีนใต้

ขณะที่นายโรซาส กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ส่วนนางโประบุว่าประชาชนรู้ว่ารัฐบาลไหนอยากช่วยเหลือพวกเขา ส่วนนางโปกล่าวเมื่อถูกถามถึงกรณีนายดูเตอร์เตว่า พร้อมที่จะยอมรับเสียงส่วนใหญ่ประชาชน ทั้งนี้ หนึ่งในตัวเต็งของการเลือกตั้งครั้งนี้ยังรวมถึงนายบองบอง มาร์กอสจูเนียร์ ลูกชายของผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส ส่วนแมนนี ปาเกียว นักมวยชื่อดัง ลงสมัครชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟิลิปปินส์เลือกตั้งคึกคัก!! ลุ้น นายกฯเล็กคนดัง จะคว้าชัยปธน.หรือไม่

ปิดฉากงาน ‘เทศกาลไทย’ ที่สิงคโปร์ สินค้าขายดิบขายดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617334

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 พ.ค. 2559 03:21

 

ปิดฉากงานเทศกาลไทย (Thai Festival) ครั้งที่ 14 ที่สิงคโปร์ อย่างประทับใจ วันสุดท้ายคนเข้าชมงานแน่นขนัด ด้านผู้ไปออกร้านต่างยิ้มแย้มแจ่มใส สินค้าขายดิบขายดี มีคำส่ังซื้อตามหลังอีกมาก รวมผู้เข้าชมงาน 4 วัน 2.5 หมื่นคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2559 เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน “เทศกาลไทย” (Thai Festival) ครั้งที่ 14 ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ร่วมกับหน่วยงานทีมประเทศไทยประจำสิงคโปร์ จัดขึ้นเป็นงานประจำปี ระหว่างวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2559 ปรากฏว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดงาน เวลา 10.00 น. ชาวไทย ชาวสิงคโปร์ และชาวต่างประเทศ ที่พำนักอยู่ในสิงคโปร์ มาเที่ยวชมงานกันทั้งครอบครัว เนื่องจากตรงกับ “วันแม่สากล” ผู้ประกอบการร้านค้าในงานจึงได้จัดส่งเสริมการขาย มอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ที่พามารดามาเที่ยวชมงาน ทำให้ผู้คนอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะสินค้ายอดนิยม ได้แก่ อาหารไทยปรุงสด อาทิ ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขนมจีนน้ำยา ต้มยำ ส้มตำ หมูปิ้ง ไก่ทอด ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ และผลไม้ไทย สินค้ายอดนิยมอีกประเภท ได้แก่ จิวเวลลี่ และเครื่องประดับ ยอดรวม 17 ร้านค้า ขายได้ประมาณ 5 ล้านบาท รวมทั้งมียอดสั่งซื้อและออกแบบอีกจำนวนหนึ่ง ที่จะทำเงินอีกมหาศาล สินค้าแฟชั่น ของตกแต่ง รองลงมา ได้แก่ สินค้าสปาเพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงสินค้าอาหารกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องดื่ม มียอดเงินสะพัดในงานไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

งานเทศกาลไทย วันสุดท้าย ผู้คนยังคึกคัก ที่ประเทศสิงคโปร์

ส้มตำ อาหารขึ้นชื่อของประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากทั้งชาวสิงคโปร์ และชาวต่างประเทศ

ส่วนบรรยากาศบนเวทีการแสดงเต็มเป็นไปด้วยความคึกคัก ตลอดทั้งวันเช่นกัน เนื่องจากมีกิจกรรมสาธิตการทำขนมไทย การแสดงนาฏศิลป์ต่างๆ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ไปแสดงพร้อมเชิญชวนผู้ชมขึ้นไปร่วมสนุกกับการแสดงด้วย และยังมีวงดนตรีประยุกต์ คณะ “บางกอก มินิ กรูฟวี่ แบนด์” ที่สร้างความสนุกสนานเร้าอารมณ์ผู้ชม จนต้องลุกขึ้นมาเต้น

ประเพณีรำไทย เป็นไปด้วยความสนุกสนาน

วงดนตรีประยุกต์ คณะ “บางกอก มินิ กรูฟวี่ แบนด์”

จนกระท่ังเวลา 21.00 น. นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ได้เป็นประธานจับรางวัลใหญ่แก่ผู้เข้าชมงาน มอบตั๋วเครื่องบินของ บมจ.การบินไทย, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินไทยแอร์เอเชีย จากนั้น กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ร่วมจัดงานออกมาได้เป็นอย่างดี ผู้ประกอบที่มาออกร้านในงาน รวมทั้งผู้เเข้าชมงานทุกคน และกล่าวปิดงาน โดยเชิญผู้ร่วมจัดงานขึ้นเวทีจับมือกันด้วยความกลมเกลียวเป็นการอำลา ท่ามกลางความประทับใจของชาวสิงคโปร์ และชาวต่างประเทศที่เข้าชมงาน

ออท.ธงชัย ชาสวัสดิ์ จับรางวัลใหญ่ในงาน

คณะนางสาวไทยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับงานเทศกาลไทย

หนูน้อยลองขับรถตุ๊กตุ๊ก (สามล้อ) ซึ่งเป็น1ใน เอกลักษณ์ของประเทศไทย

นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เปิดเผยว่า การจัดงานปีนี้ นับว่า ประสบความสำเร็จอีกปี มีผู้เข้าชมงานทั้ง 4 วัน ประมาณ 25,000 คน สินค้าส่วนใหญ่ขายหมด และยังมียอดส่ังจองตามมาอีกภายหลัง นอกจากนี้ มีผู้สนใจติดต่อเป็นตัวแทนจำหน่าย รวมทั้งแฟรนไชส์ และส่ังซื้อจำนวนมาก เพื่อไปจำหน่ายต่อ นับได้ว่า งานเทศกาลไทย เป็นตลาดกลางให้ผู้ประกอบการไทยได้มาพบลูกค้าชาวต่างประเทศในสิงคโปร์แบบตรงตัวเลย ส่งผลให้สร้างรายได้เข้าประเทศอีกมหาศาล แต่จะเป็นมูลค่าเท่าไรนั้น ต้องตรวจสอบจากผู้ประกอบการต่อไป เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขให้ทราบ

1ในผู้ประกอบการชาวไทย ไปออกบูธงาน ที่สิงคโปร์

ด้าน นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผอ.ททท.สนง.สิงคโปร์ เปิดเผยว่า ประเทศสิงคโปร์ มีประชากร 3.8 ล้านคน ปีที่ผ่านมาเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทย จำนวน 1 ล้านคน ในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสิงคโปร์ คาดว่า จะมีชาวสิงคโปร์มาเที่ยวประเทศไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 1.1 ล้านคน สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสิงคโปร์ มี 7 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี.

เอกอัครราชทูต ถ่ายภาพกับคณะกรรมการจัดงาน