เลือกตั้งปินส์เข้มข้น ซื้อเสียงอื้อ-เหตุรุนแรงดับ 15 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617279

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 พ.ค. 2559 01:35

 

(ภาพ: AP)

ชาวฟิลิปปินส์ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนมากราว 54 ล้านคน จะหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งหลายระดับไปจนถึงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันจันทร์ 9 พ.ค. โดยผลการหยั่งเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค. สำรวจความคิดเห็นประชาชนราว 4,500 คน ปรากฏว่า ชาวบ้านเลือกสนับสนุนนายโรดริโก ดูเตอร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทางภาคใต้และอดีตอัยการ ซึ่งได้รับฉายาเรียกขาน “โดนัลด์ ทรัมป์แห่งตะวันออก” ได้คะแนนสนับสนุนราว 33 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยเกรซ โป วุฒิสมาชิกคู่แข่งคนสำคัญของนายดูเตอร์เต ได้รับคะแนนสนับสนุน 22 เปอร์เซ็นต์ ลดลง 2 เปอร์เซ็นต์

ส่วนอันดับ 3 คือนายมานูเอล โรซัส อดีตรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนสืบทอดอำนาจจากประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ได้คะแนนสนับสนุน 20 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 4 รองประธานาธิบดีเจโจมาร์ บินาย ได้รับคะแนนสนับสนุน 13 เปอร์เซ็นต์

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ (จากซ้ายไปขวา) โรดริโก ดูเตอร์เต, เกรซ โป, มานูเอล โรซัส, เจโจมาร์ บินาย และ มิเรียม ซานติอาโก (ภาพ: REUTERS)

ทางการฟิลิปปินส์ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงมากราว 135,000 นาย เฝ้ารักษาความปลอดภัยคูหาเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่ามกลางรายงานร้องเรียนการซื้อเสียงมากมายทั่วประเทศ แม้แต่นายลุย เกีย เจ้าหน้าที่กรรมการการเลือกตั้งระบุว่าการซื้อสิทธิขายเสียงเกิดขึ้นแทบทุกที่ โดยไม่ใช่เพียงใช้เงินซื้อเสียงเท่านั้น แต่ยังมีการแจกสิ่งของอื่นๆอย่างมากมายด้วย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการการเลือกตั้งห้ามผู้ลงคะแนนเสียงนำโทรศัพท์มือถือเข้าคูหาเลือกตั้ง เพราะมีการถ่ายรูปบัตรลงคะแนนเลือกตั้งส่งไปยืนยันหลักฐานการลงคะแนนเพื่อรับเงินหรือรับข้าวของเครื่องใช้ซื้อเสียง ส่วนเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งช่วงหาเสียงและก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง พบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ราย รวมถึงเหตุปาระเบิดมือถล่มบ้านหลังหนึ่งทางภาคใต้ คร่าชีวิตเด็กหญิง วัย 9 ขวบ

อีกด้านหนึ่ง ข่าวแจ้งว่าแม้นายดูเตอร์เต วัย 71 ปี ถูกต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากคำพูดไม่เหมาะสมระหว่างการหาเสียง แต่เขายังได้รับความนิยมไม่น้อยเพราะชาวฟิลิปปินส์บางส่วนเบื่อการเมืองแบบเดิมๆ.

‘เทศกาลไทย’ ที่สิงคโปร์ สานฝัน ‘นร.ชายขอบ’ เหินฟ้าเผยแพร่วัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/617166

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ค. 2559 18:35

 

สถานทูตสิงคโปร์ จัดงาน “เทศกาลไทย” ออกร้านร่วมกับนักธุรกิจสิงคโปร์-ต่างชาติ ทั้งนี้ได้นำ นร.ไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) จ.เชียงใหม่ ไปเผยแพร่นาฏศิลป์ไทย ทั้งนี้เป็นการสานฝันให้กับเหล่า นร.ด้วยการขึ้นเครื่องบิน-เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก…

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานเทศกาลไทย (Thai Festival) ครั้งที่ 14 ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ปีนี้นอกจากสร้างปรากฏการณ์ใหม่ กลายเป็นตลาดติดต่อธุรกิจการค้าของผู้ประกอบการไทยที่ไปออกร้านกับนักธุรกิจชาวสิงคโปร์และชาวต่างประเทศ มาติดต่อซื้อสินค้าไปขายต่อ ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายและส่ังออกแบบสินค้า รวมทั้งเป็นเวทีโชว์สินค้าภูมิปัญญาไทยให้ชาวต่างประเทศได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีอีกมุมหนึ่งด้านเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมที่ได้สานความฝัน และสร้างความภาคภูมิใจในการเรียนนาฏศิลป์ไทย ให้แก่นักเรียนชายขอบจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่ชนะเลิศการประกวดนาฏศิลป์ไทย รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน ได้มีโอกาสขึ้นเครื่องบินครั้งแรก เพื่อเดินทางไปแสดงในต่างประเทศ

จากการแสดงนาฏศิลป์ไทยของนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สร้างความประทับใจให้แก่บรรดาทูตานุทูตที่ได้ชมปรบมือกันเกรียวกราว พร้อมทั้งสอบถามกันตลอดว่าเป็นคณะนักแสดงอาชีพจากที่ไหน เมื่อนายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ อธิบายให้ทราบว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนชายแดนจาก จ.เชียงใหม่ และแข่งขันชนะเลิศการแข่งขันนาฏศิลป์ไทย ถ้วยพระราชทานฯ ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน ทางสถานเอกอัครราชทูต จึงได้เชิญมาโชว์การแสดง เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักเรียนที่สนใจเรียนนาฏศิลป์ สานต่อการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ

นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เปิดห้องรับรองต้อนรับ ดำฤทธิ์ วิริยะกุล และคณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 ไปแสดงในงานเทศกาลไทย

ทั้งนี้ นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ กล่าวอย่างชื่นชมว่า ต้องขอชมและยกย่องว่า คณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก ลีลาท่ารำสง่างามและชุดแต่งกายเข้ากับการแสดงกลมกลืนกันเป็นอย่างดี คณะทูตานุทูตและแขกที่มาร่วมงานนั่งชมกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มประทับใจ นอกจากนี้ยังมีรำไทยประยุกต์ 4 ภาคของคณะนางสาวไทยที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเช่นกัน นับว่าการแสดงของคณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 และคณะนางสาวไทยเป็นไฮไลต์ของการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมในงานเทศกาลไทยปีนี้ และยังมีการแสดงรำต่างๆ และดนตรีประยุกต์ที่ทาง ททท.นำมาแสดงสร้างความครึกครื้นในงานด้วย ขอขอบคุณมูลนิธิไทยรัฐ บมจ.อสมท สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่สนับสนุนนำการแสดงที่ประทับใจนี้มาร่วมงาน

ด้าน น.ส.วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นางสาวไทยปี 2558 พร้อมด้วย น.ส.พิมพ์ชนก จิตชู รองฯ อันดับ 1 และ น.ส.เสาวลักษม์ ไชยศิริธัญญา รองฯ อันดับ 2 กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องๆ รำได้สวยงามมากๆ เห็นแล้วตะลึงไม่คิดว่าจะรำได้สง่างามขนาดนี้ คณะนางสาวไทยยังเขินเลยว่าจะรำได้สวยงามสู้น้องๆ ได้หรือไม่ “น่าปลื้มใจและประทับใจที่ได้เห็นน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 รำได้สวยงาม และคนที่มาร่วมงานต่างชื่นชม ยกนิ้วให้เลยค่ะ สมกับเป็นแชมป์ถึง 7 สมัย” น.ส.วิลาสินี นางสาวไทยกล่าว

คณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 ดีใจได้ถ่ายภาพกับคณะนางสาวไทย

ทีมไทยแอร์เอเชีย พาไปทัศนศึกษา

ขณะที่ นายธาดา เชาวนะปัญจะ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้ประสานงานนำคณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 และคณะนางสาวไทย ไปร่วมโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยในงานเทศกาลไทยครั้งนี้ พร้อมจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้ด้วย กล่าวว่าสายการบินไทยแอร์เอเชียสนับสนุนนำเยาวชนไทยที่เรียนนาฏศิลป์ไทย ไปแสดงในต่างจังหวัดและต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยมาหลายครั้งแล้ว สำหรับคณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 เห็นการแสดงแล้วปลื้มประทับใจสุดๆ จนน้ำตาไหล เนื่องจากเป็นคนชอบด้านนาฏศิลป์อยู่แล้ว น้องๆ รำได้งดงามมาก เสียงปรบมือจากผู้ชมทำให้เราปลื้มแทนจนพูดไม่ออก ทำให้ตั้งใจว่าหากมีโอกาสจะนำไปโชว์ในต่างประเทศอีก และขอบคุณสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ที่ให้โอกาสน้องๆ ได้มาแสดง ที่สำคัญคือดีใจที่ช่วยสานฝันของเด็กๆ ที่ได้นั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตและได้เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต

การแสดงชุดเบิกโรง

ชุดนี้คนดูสนุกสนาน

ทั้งนี้ คณะนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 ที่ได้มาร่วมแสดงความสามารถด้านนาฏศิลป์ไทยให้ชาวสิงคโปร์และชาวต่างประเทศได้ชมครั้งนี้ มีด้วยกัน 5 คน ชาย 2 คน และหญิง 3 คน ได้แก่ นายณัฐพงษ์ หมูฝั้น อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 นายธนาธร บุญชัย อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 น.ส.อรวรรณ พานเรือง อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ด.ญ.นภากร รับรู้ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 และ ด.ญ.นาฏนฤตย์ สุทธสวรรค์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 เปิดเผยความรู้สึกคล้ายๆ กันว่า ดีใจและภาคภูมิใจมากๆ ที่ได้เป็นตัวแทนของนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา และคิดอยู่เสมอว่าเป็นยุวทูตวัฒนธรรมจากประเทศไทย ได้มีโอกาสมาเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่ประเทศสิงคโปร์ ดีใจที่เห็นชาวต่างชาติชื่นชอบในการแสดงครั้งนี้ จนต้องหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ

ร่ายรำอย่างอ่อนช้อย ตามแบบฉบับชาวเหนือ

ขณะเดียวกัน นางจารุณี สุทธิสวรรค์ หรือครูแหวว ครูผู้ฝึกสอนนาฏศิลป์ และร่วมคณะเดินทางมาดูแลการแสดงด้วย กล่าวว่า ได้พร่ำสอนเตือนสตินักเรียนที่เรียนนาฏศิลป์ทุกคนเสมอว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีและมีชีวิตที่ดีได้ ด้วยการศึกษาเรียนรู้ หากฝึกฝนพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพจนเป็นที่ยอมรับ สักวันหนึ่งเราจะได้รับโอกาสดีๆ ในชีวิต คำสอนนี้จะใช้เป็นพลังแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เกิดพลังใจทุ่มเทสืบทอดการเรียนนาฏศิลป์มารุ่นต่อรุ่น จนได้รับรางวัลชนะเลิศนาฏศิลป์ไทย ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ติดต่อกันถึง 7 ปี และมาถึงวันนี้ความฝันของเด็กๆ กลายเป็นจริง คือการได้รับโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต จากผู้ใหญ่ใจดี ได้เป็นตัวแทนนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา มาแสดงศักยภาพด้านการแสดงนาฏศิลป์ให้ชาวต่างประเทศได้ชมบนเวทีต่างประเทศ

ระบำภาคอีสาน

นอกจากนี้ นายวรสรวง สุทธิสวรรค์ ครูผู้ดูแลคณะนักเรียน เปิดเผยว่า ผลงานรางวัลต่างๆ ทางด้านนาฏศิลป์ไทยที่นักเรียนได้รับมาอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความภาคภูมิใจว่า ได้มีส่วนส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนให้ปรากฏสู่สายตาและการยอมรับจากสาธารณชน แต่รางวัลที่ทำให้มีความรู้สึกภาคภูมิใจสำหรับครูเป็นอย่างมาก คือการที่นักเรียนเหล่านี้ได้รับรางวัลชีวิตที่ย่ิงใหญ่ ได้มีโอกาสมาเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมในต่างประเทศครั้งนี้

รำพัดภาคใต้

อำลาผู้ชมด้วยความประทับใจ

‘ตอง-ภัครมัย’ ปกป้องขนมไทยถูกเลียนแบบที่ สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/616612

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 พ.ค. 2559 03:55

 

นางเอกสาว “ตอง-ภัครมัย” ใช้งานเทศกาลไทยที่ สิงคโปร์ เป็นเวทีปกป้องขนมภูมิปัญญาไทย โรตีสายไหมเคนดี้ เครป ที่มีบริษัทสิงคโปร์เลียนแบบ แฟนคลับชาวสิงคโปร์เรียกร้องออกบูธโชว์ทำสด ขณะที่ร้านจิวเวลลี่ ขายดีโกยเงิน

วันที่ 7 พ.ค. งานเทศกาลไทย หรือ “Thai Festival” ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ จัดขึ้นเป็นงานประจำปีครั้งที่ 14 บริเวณลานหน้าสถานเอกอัครราชทูต ถนนออร์ชาร์ด ย่านธุรกิจใจกลางเมืองสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค. 2559 เพื่อโปรโมตอาหาร ผลไม้ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และสินค้า รวมทั้งผลิตภัณฑ์แฟชั่น OTOP

โดยปีนี้ นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชูต ณ สิงคโปร์ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบงานให้เข้ากับความนิยมของชาวสิงคโปร์ ทำให้งานนี้กลายเป็นตลาดเจรจาติดต่อซื้อขายสินค้าในรูปแบบต่างๆ ระหว่างผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมออกร้านกับชาวสิงคโปร์ และนักธุรกิจชาวต่างประเทศที่มาชมงาน และยังเป็นเวทีปกป้องสินค้าภูมิปัญญาไทย ที่ถูกบริษัทในสิงคโปร์ลอกเลียนแบบด้วย

คนไทยไปออกบูธ ที่งานเทศกาลไทย หรือ “Thai Festival” ที่สิงคโปร์

สำหรับบรรยากาศงาน 2 วันแรก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางวันเป็นช่วงเวลาทำงาน จึงเป็นการมาติดต่อเจรจาซื้อขาย และส่ังสินค้าของลูกค้าเก่าที่มีการติดต่อซื้อขายกันมาก่อนแล้ว รวมทั้งมาเลือกสินค้าใหม่ เพื่อเจรจาเป็นตัวแทน หรือส่ังซื้อลอตใหญ่ไปขาย ต่อจากนั้นช่วงเย็นเวลาเลิกงาน จะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มมากขึ้นอย่างล้นหลาม เพื่อมาเลือกซื้ออาหารรับประทานและเลือกซื้อสินค้าต่างๆ แต่ละร้านค้ามีคนเข้าคิวรอซื้อสินค้ากันแน่นขนัด เมื่อซื้ออาหารได้แล้วจึงแยกย้ายกันจับจองมุมต่างๆ นั่งรับประทานในงาน พร้อมกับชมการแสดงทางวัฒนธรรมควบคู่ไปด้วย

สินค้าอาหารไทย ไปโชว์ในงาน ได้รับความสนใจจากคนสิงคโปร์

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในจำนวนร้านค้าที่มาออกบูธขายสินค้าครั้งนี้ ปรากฏว่า บูธร้านแคนดี้ เครป (Candy Crepe) ของนางเอกสาว น.ส.ภัครมัย หรือ ตอง โปตระนันทน์ และหุ้นส่วนสาว น.ส.เจนนิสา หรือ แจน คูวินิชกุล เจ้าตำรับโรตีสายไหมสูตรสุขภาพ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งสิงคโปร์ กลายเป็นจุดเด่น มีคนเข้าคิวซื้อกันยาวเหยียด และสื่อมวลชนสิงคโปร์ มารอถ่ายภาพทำข่าวกันคึกคักผิดปกติ ทั้งนี้ เนื่องจากโรตีสายไหมสูตรสุขภาพ ร้านแคนดี้ เครป ของ น.ส.ภัครมัย และ น.ส.เจนนิสา กำลังเป็นข่าวน่าสนใจทางสื่อออนไลน์ของสิงคโปร์ กรณีมีบริษัทในสิงคโปร์ พยายามทำสินค้าขึ้นมาเลียนแบบออกจำหน่าย พร้อมทั้งมีคนโพสต์ข้อความโจมตีว่า โรตีสายไหม ร้านแคนดี้ เครป ไม่อร่อย สู้ของบริษัทในสิงคโปร์ไม่ได้

ผลิตภัณฑ์โอท็อป ของประเทศไทย ที่ไปออกร้านที่สิงคโปร์

น.ส.ภัครมัย หรือ ตอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การมาออกร้านในงานเทศกาลไทยที่สิงคโปร์ครั้งนี้ เพื่อมาโชว์ตัวและโชว์การทำสินค้าแบบสดๆ รวมทั้งใช้งานนี้เป็นเวทีปกป้องสินค้าภูมิปัญญาของไทย ที่ถูกบริษัทในสิงคโปร์พยายามลอกเลียนแบบทำออกขาย โดยในช่วงที่ผ่านมา ทางร้านเปิดขายทางออนไลน์ มีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศส่ังซื้อกันมาก ได้จัดส่งให้ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่สิงคโปร์มีลูกค้าที่เป็นแฟนคลับ 100 กว่าร้าน ส่งอีเมลขอร้องให้มาออกร้านเพื่อโชว์การทำโรตีสายไหม “แคนดี้ เครป” ของแท้ ให้ชิมกันสดๆ เพื่อพิสูจน์ว่าของไทยแท้อร่อยขนาดไหน และมีผู้สนใจจะขอเปิดแฟรนไชส์ จึงติดต่อขอมาออกร้านในงานนี้ พร้อมกันนี้ได้ถือโอกาสพูดคุยกับสื่อออนไลน์ที่สิงคโปร์ด้วย

“ตองดีใจได้ขนทีมงานมาออกร้านโชว์ทำกันสดๆ ให้ลูกค้าเห็น แฟนคลับมากันเยอะมาก ส่ังซื้อกันรายละ 100 กล่องบ้าง 40 กล่องบ้าง ทำให้ที่บรรจุกล่องจะมีคนจองหมดทุกวัน แต่ก็แยกทำใส่ถุงพลาสติกขายให้ลูกค้าท่ัวไปด้วย เพื่อเผยแพร่ขนมภูมิปัญญาคนไทย และมีลูกค้า 5-6 ราย นัดมาเจรจาขอเป็นทั้งหุ้นส่วนและแฟรนไชส์ในสิงคโปร์ ทำแผนธุรกิจและแผนการตลาดมาเสนอด้วย อยู่ระหว่างเจรจากัน แฟนคลับอยากให้มาเปิดร้านที่สิงคโปร์ จะทำให้หาซื้อได้ง่ายกว่าส่ังซื้อจากเมืองไทย” น.ส.ภัครมัย กล่าว

บริษัทไทยออกร้านจิวเวลรี่ ที่สิงคโปร์ ขายดีมาก

ด้าน น.ส.เจนนิสา หรือ แจน หุ้นส่วนร้านแคนดี้ เครป อีกคนเปิดเผยว่า โรตีสายไหม แคนดี้ เครปนี้ได้ซื้อสูตรการทำโรตีสายไหมมาจากบังหมาน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นคนชอบรับประทานโรตีสายไหม จากนั้นนำมาปรับปรุงสูตรใหม่เน้นเรื่องสุขภาพ ลดความหวานของน้ำตาลลง และแป้งใช้ส่วนผสมที่บำรุงสุขภาพ เนื่องจากบางคนรับประทานหวานมากไม่ได้ ทำให้รสชาติแตกต่างจากโรตีสายไหมแบบดั้งเดิม พร้อมกันนี้ได้จัดทำใส่กล่องที่ออกแบบสวยงาม เป็นขนมที่มีราคา และน่ารับประทาน เปิดร้านขายที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ และสนามบินดอนเมือง รวมทั้งขายทางอินสตาแกรม (ไอจี) และออนไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สิงคโปร์มีลูกค้าส่ังซื้อมากเนื่องจากมีเพื่อนรู้จักเซเลบ ให้ช่วยกันโปรโมตทางไอจีจนมีแฟนคลับส่ังซื้อกันมาก

“เริ่มแรกเรากล้าลงทุนมีลูกค้าจากสหรัฐฯ ส่ังมาราคาแค่ 500 บาท เราจัดส่งทางไปรษณีย์ด่วน ค่าส่ง 20,000 บาท ยังจัดส่ง เพื่อเผยแพร่ให้เขาได้กินขนมไทยที่อร่อย และไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ตอนนี้ก็มีแฟรนไชส์ที่กัมพูชาแล้ว โรตีสายไหมของเราสู้กับขนมของฝรั่งได้สบาย และเขาก็ทำไม่ได้เพราะเป็นภูมิปัญญาไทยในการทำขนมชนิดนี้ น่าภูมิใจ และเวลาคนมายืนดูระหว่างทำก็ตื่นตาตื่นใจไปด้วย แจนถือว่าเป็นตัวแทนความสุขของคนไทยที่เผยแพร่ขนมไทยให้ชาวต่างชาติกินอย่างมีความสุข” น.ส.เจนนิสา กล่าว…

ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่มาออกร้านครั้งแรกและได้รับความสนใจอย่างไม่คาดคิด คือ ผลิตภัณฑ์ “ร้านดอยคำ” จากโครงการหลวง น.ส.เพ็ญแข ฐิตะกาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดเผยว่า มาออกร้านครั้งแรกไม่คาดคิดว่า ที่สิงคโปร์มีลูกค้าที่ซื้ออยู่ประจำ ทั้งชาวไทยและชาวสิงคโปร์ พอรู้ว่ามาออกร้านก็มาอุดหนุนกันมากมาย ขายดิบขายดี ทั้งน้ำผลไม้ ผลไม้อบแห้ง และแยมผลไม้ นอกจากนี้ มีห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น 2 ราย มาดูและสนใจจะส่ังมาจำหน่าย และยังมีบริษัทนำเข้าสินค้า 5 ราย ขอไปดูโรงงานที่เมืองไทยด้วย

ขณะที่สินค้าโอทอปจากจังหวัดต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พะเยา ราชบุรี สมุทรปราการ ระยอง ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ เครื่องหนัง ขายดี และมีผู้สนใจส่ังซื้อมาขายในสิงคโปร์จำนวนมาก และที่ทำรายได้มหาศาลคือ สินค้าประเภทจิวเวลลี่ และเครื่องประดับ ขายดีเนื่องจากชาวสิงคโปร์ และชาวต่างชาติที่มีฐานะดีมาซื้อกันทุกวัน โดยเฉพาะร้านที่เคยมาออกร้านเป็นประจำ จะมีลูกค้าขาประจำมาซื้อกันคึกคัก รวมทั้งร้านที่เพิ่งมาขายครั้งแรก และมีการออกแบบสวยงาม พลอยขายดีไปด้วย อาทิ นักธุรกิจชาวพม่ามีพลอยมาก มาจ้างร้านจิวเวลลี่ออกแบบเครื่องประดับพลอยในรูปแบบต่างๆ เพื่อไปจำหน่ายต่อจนเป็นที่ฮือฮาของร้านค้า

ชาวสิงคโปร์ งานเทศกาลไทย หรือ “Thai Festival” ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ จัดขึ้นเป็นงานประจำปีครั้งที่ 14 อย่างล้นหลาม

นางธิดา จินดาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ร้านสุรีย์นาค เป็นร้านขายเครื่องประดับจาก จ.เชียงใหม่ กล่าวด้วยความดีใจว่า มาร่วมงานครั้งแรกไม่คิดว่าจะขายดี ทั้งเครื่องประดับประเภทเพชร ทองคำ และหินหยก ลูกค้าชายและหญิงมาเลือกซื้อ พร้อมทั้งให้ออกแบบด้วย และยังนัดไปดูโรงงานเพื่อสั่งซื้ออีก

“ขอขอบคุณ กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ที่จัดงานดีๆ แบบนี้ ช่วยเปิดตลาดการค้าให้กับผู้ประกอบการชาวไทย” นางธิดา กล่าว…

ปินส์เลือกตั้งใหญ่ 9 พ.ค.-‘ดูเตอร์เต’ ตัวเก็งผู้นำใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/616543

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 พ.ค. 2559 02:40

 

(ภาพ: AP)

วันจันทร์ 9 พ.ค.นี้ ชาวฟิลิปปินส์ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนมากราว 54 ล้านคน จะได้หย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งหลายระดับไปจนถึงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ โดยผลการหยั่งเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค. สำรวจความคิดเห็นประชาชนราว 4,500 คน ปรากฏว่า ชาวบ้านเลือกสนับสนุนนายโรดริโก ดูเตอร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทางภาคใต้และอดีตอัยการ ซึ่งได้รับฉายาเรียกขาน “โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งตะวันออก” ได้คะแนนสนับสนุนราว 33 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยเกรซ โป วุฒิสมาชิกคู่แข่งคนสำคัญของนายดูเตอร์เต ได้รับคะแนนสนับสนุน 22 เปอร์เซ็นต์ ลดลง 2 เปอร์เซ็นต์

ส่วนอันดับ 3 คือนายมานูเอล โรแซส อดีตรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนสืบทอดอำนาจจากประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ได้คะแนนสนับสนุน 20 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 4 รองประธานาธิบดีเจโจมาร์ บิเนย์ ได้รับคะแนนสนับสนุน 13 เปอร์เซ็นต์

ข่าวแจ้งว่า แม้นายดูเตอร์เต วัย 71 ปี ถูกต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากคำพูดไม่เหมาะสมระหว่างการหาเสียง แต่เขายังได้รับความนิยมไม่น้อย เพราะชาวฟิลิปปินส์บางส่วนเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิมๆอีกทั้งบางส่วนก็ต้องการลงคะแนนประท้วง.

ฟ้องตัวเต็ง ปธน.ปินส์งาบเงินหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/616087

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 พ.ค. 2559 03:05

 

โรดริโก ดูเตอร์เต (ภาพ: REUTERS)

บรรยากาศการเมืองฟิลิปปินส์ทวีความดุเดือดก่อนหน้าการเลือกตั้งใหญ่ ผลัดใบทางการเมืองในวันที่ 9 พ.ค. นี้ โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ค. นายอันโตนิโอ ทริลาเนส ที่ 4 สมาชิกวุฒิสภา ผู้สมัครอิสระลงแข่งชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบนายโรดริโก ดูเตอร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ตัวเต็งอันดับ 1 ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสังกัดพรรคพีดีพี-ลาบาน กรณีพัวพันการคอร์รัปชันในช่วงปี 2557 ใช้งบประมาณ 708 ล้านเปโซ หรือราว 523 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานอัตราจ้าง 11,000 คน ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง พร้อมกล่าวโจมตีว่าหากนายดูเตอร์เตได้เป็นผู้นำก็เสี่ยงที่จะเกิดการปฏิวัติ เนื่องจากเคยประกาศนโยบายสุดโต่งยุบระบบรัฐสภา ตั้งรัฐบาลปฏิวัติเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

อันโตนิโอ ทริลาเนส ที่ 4 (ภาพ: AP)

อนึ่ง นายทริลาเนสกล่าวหานายดูเตอร์เตก่อนหน้านี้ โดยการนำเอกสารลับมาเปิดเผย แสดงให้เห็นว่า ช่วงปี 2549-2558 มีการโอนเงินรวมมูลค่า 2,400 ล้านเปโซ หรือราว 1,776 ล้านบาท เข้าบัญชีต่างๆของนายดูเตอร์เต ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายเนื่องจากมีความร่ำรวยผิดปกติ แต่ก็มิได้ชี้แจงบัญชีให้สาธารณชนทราบ ส่วนผลสำรวจความนิยมศึกเลือกตั้งผู้นำ นายดูเตอร์เต 33 เปอร์เซ็นต์ นายมานูเอล โรซาส พรรครัฐบาลเสรีนิยม 22 เปอร์เซ็นต์ และนางเกรซ โพ สมาชิกวุฒิสภา 21 เปอร์เซ็นต์.

งานเทศกาลไทย Thai Festival ครั้งที่ 14 ที่สิงคโปร์ คนร่วมงานคึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/616095

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 พ.ค. 2559 02:20

 

งานเทศกาลไทย (Thai Festival) ครั้งที่ 14 สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ จัดย่ิงใหญ่อีกปี ปรับรูปแบบให้เข้ากับความนิยมชาวสิงคโปร์ คนร่วมงานคึกคัก นางเอกสาว “ตอง-ภัครมัย” ขนทีมไปออกบูธโรตีสายไหม ตามคำเรียกร้องแฟนคลับ

นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ รายงานจากประเทศสิงคโปร์ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ได้จัดงานเทศกาลไทย ครั้งที่ 14 หรือ “Thai Festival 2016” เป็นงานประจำปี ที่ชาวสิงคโปร์และชาวต่างประเทศเฝ้ารอคอยทุกปี และปีน้ีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันท่ี 5-8 พ.ค. 2559 ที่บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ถนนออร์ชาร์ด ย่านการค้าและธุรกิจสำคัญของสิงคโปร์ โดยปีนี้มีธีมหลัก 4Fs ได้แก่ 1. Food อาหารไทย 2. Fruits ผลไม้ไทย 3. Fun การแสดงทางวัฒนธรรมและการจับสลากรางวัล 4. Fashion สินค้าและผลิตภัณฑ์แฟชั่น OTOP โดยเปิดให้เข้าชมงานระหว่างเวลา 10.00-22.00 น.

นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และนายปีเตอร์ ตัน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

นักเรียน ร.ร.ไทยรัฐวิทยา12(บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แสดงประทับใจผู้ชม

สำหรับพิธีเปิดงานเป็นทางการวันแรก เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2559 เวลา 18.00 น. นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และนายปีเตอร์ ตัน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน โดยมี น.ส.วิลาสินี จันทร์ุฒิวงศ์ นางสาวไทยประจำปี 2558 น.ส.พิมพ์ชนก จิตต์ชู รองฯ อันดับ 1 และ น.ส.เสาวลักษม์ ไชยศิริธัญญา รองฯ อันดับ 2 ที่มาปฏิบัติหน้าที่ทูตวัฒนธรรม ทูตการท่องเที่ยว และทูตการค้า ร่วมพิธีเปิดด้วย นอกจากนี้ ยังมีคณะทูตานุทูตประเทศต่างๆ ผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลสิงคโปร์ กลุ่มนักธุรกิจสิงคโปร์ หัวหน้าหน่วยงานทีมประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

คณะคนสวย ร่วมประชาสัมพันธ์ ศิลปวัฒนธรรม ละอาหารและผลไม้ไทย ที่สิงคโปร์

คณะนางสาวไทย ร่วมพูดคุย และเปิดงาน เทศกาลไทย ครั้งที่ 14 หรือ “Thai Festival 2016”

นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ กล่าวเปิดงานว่า ปัจจุบันสินค้าไทยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวสิงคโปร์ สินค้าที่นำเสนอในงานเทศกาลไทยปีนี้ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และ SMEs ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชาวสิงคโปร์ ส่วนวัฒนธรรมไทย เช่น ดนตรี มวยไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่วัยรุ่นชาวสิงคโปร์ การแสดงและกิจกรรมในงานปีนี้ จึงได้ปรับให้เข้ากับความนิยมของชาวสิงคโปร์

ด้าน นายปีเตอร์ ตัน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า งานเทศกาลไทย เป็นโอกาสดีที่จะได้พบกับตัวอย่างที่ดีที่สุดของทุกสิ่งท่ีเป็นไทย ไม่ใช่แค่ 4Fs ควรเพิ่มอีก 2Fs เป็น 6Fs คือ Fantastic แดนมหัศจรรย์ และ Friendship มิตรภาพ เพราะประเทศไทยเป็นที่ชื่นชอบของชาวสิงคโปร์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย หรือ สถานที่ท่องเที่ยว โดยสิงคโปร์และไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในทุกระดับ และที่สำคัญที่สุด คือ ระดับประชาชน และงานเทศกาลอาหารไทยนี้เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงความแน่นแฟ้น

ประชาชนชาวสิงคโปร์เข้สร่วมงานคึกคัก

จากนั้น นายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และนายปีเตอร์ ตัน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกันตีกลองยาว 3 ครั้ง เป็นการเปิดงานอย่างเป็นทางการ จากนั้นเป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยชุดพิเศษของนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แชมป์การประกวดนาฏศิลป์ไทยถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน และการแสดงนาฏศิลป์ไทยในชุด “จตุรภาคี” ของคณะนางสาวไทย ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของผู้ชมซึ่งปรบมือกันเกรียวกราว ก่อนจะให้ดนตรีไทยประยุกต์ขึ้นแดงโชว์สร้างความครึกครื้นในงาน

ส่วนบรรยากาศในงานเปิดให้ชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติเข้าชมงาน ระหว่างเวลา 10.00-22.00 น. มีร้านค้ามาออกบูธ จำนวน 75 ร้าน โดยมีสินค้าหลากหลายจากประเทศไทยได้มาออกร้าน อาทิ อาหารสดและสำเร็จรูป ขนมไทย เครื่องแกง ผลไม้สดและแปรรูป ข้าว ผลิตภัณฑ์สปา สินค้าเสริมความงาม สินค้าชีวจิตและออร์แกนิก เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับ อัญมณี เครื่องหนัง ฯลฯ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน และเลือกซื้ออาหารและผลไม้ไทยรับประทาน

ผัดไทย ที่เมืองลอดช่อง

บูธอาหารไทย

นอกจากนี้ ททท.สำนักงานสิงคโปร์ ได้จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย มวยไทย ดนตรีและการแสดงต่างๆ มาร่วมแสดงในงานด้วย อาทิ การสาธิตการทำอาหาร 4 ภาค และการจัดบอร์ดนิทรรศการภาพถ่ายท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามวิถีไทย พร้อมทั้งจัดพิมพ์ภาพถ่ายที่ระลึกจากงานให้กับผู้เข้าร่วมงานที่ใช้ Hashtag#ThaifestSG ในแอพพลิเคชั่น Instagram
และการจับสลากรางวัลแก่ผู้ที่ซื้อสินค้าตั้งแต่ 20 เหรียญสิงคโปร์ขึ้นไปด้วยทุกวัน สร้างแรงจูงใจแก่ผู้เข้าชมงานในการเลือกสินค้าไทย

เชิญมาทานอาหารไทยแสนอร่อย

น.ส.วิลาสินี จันทร์ุฒิวงศ์ นางสาวไทยประจำปี 2558 พร้อมรองฯ อันดับ 1 และ รองฯ อันดับ 2 ปฏิบัติหน้าที่ ทูตวัฒนธรรม ทูตการท่องเที่ยว และทูตการค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สีสันในงาน นอกจากคณะทูตานุทูต และผู้เข้าชมงานต่างเข้าคิวถ่ายภาพกับคณะนางสาวไทย 3 คน นำโดย น.ส.วิลาสินี จันทร์ุฒิวงศ์ นางสาวไทย ปี 2558 ไปทำหน้าที่แนะนำวัฒนธรรมการไหว้ของไทย และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วย ยังมีร้านขนมไทยที่ชาวสิงคโปร์เข้าคิวซื้อกันอย่างแน่นขนัด ได้แก่ ร้านแคนดี้ เครป (Candy Crepe) ของนางเอกสาว น.ส.ภัครมัย หรือ ตอง โปตระนันทน์ และ น.ส.เจนนิสา หรือ แจน คูวินิชกุล เพื่อนสาวที่ร่วมกันลงทุนทำโรตีสายไหมสูตรใหม่ เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นชาวสิงคโปร์ ซึ่งเรียกร้องให้ไปออกร้านด้วย ทำให้ น.ส.ภัครมัย ต้องขนทีมงานไปออกร้านและทำโชว์สดๆ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่แฟนคลับทั้งชาวไทยและสิงคโปร์ ขณะที่ น.ส.ภัครมัย กล่าวว่า จะจัดสรรขนมขาย จนถึงวันที่ 8 พ.ค. วันสุดท้ายของงาน เพื่อโปรโมตขนมไทย.

นางเอกสาว น.ส.ภัครมัย หรือ ตอง โปตระนันทน์ เปิดบูธ ขายโรตี สายไหม

น.ส.วิลาสินี จันทรวุฒิวงศ์ นางสาวไทยปี 2558 พร้อม รองฯ 1 คน รำนาฏศิลป์ประยุกต์ ตรึงตาตรึงใจผู้ชม

ปธน.อินโดฯจี้ ลงโทษให้หนักคนร้ายข่มขืนฆ่าโหด ด.ญ. วัย 14 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615572

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 พ.ค. 2559 02:20

 

(ภาพ: AP)

เมื่อ 4 พ.ค.ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด หรือ “โจโกวี” โพสต์ข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ เรียกร้องให้ลงโทษกลุ่มผู้ก่อคดีฆ่าข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปีให้รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยระบุว่าทุกคนต่างโศกเศร้าเสียใจสตรีและเด็กต้องได้รับการปกป้องจากความรุนแรง ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชน กลุ่มเอ็นจีโอ รวมทั้งคณะกรรมาธิการแห่งชาติว่าด้วยความรุนแรงต่อสตรี เรียกร้องให้รัฐสภาเร่งรัดออกกฎหมายใหม่ ดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำความผิดได้ง่ายและรุนแรงยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เหยื่อถูกกลุ่มชายและเด็กวัยรุ่น 14 คนที่เมาสุรารุมข่มขืนและฆ่าขณะเดินจากโรงเรียนกลับบ้านที่เมืองเบงกูลูบนเกาะสุมาตราเมื่อต้นเดือน เม.ย. ศพถูกพบในป่าอีก 3 วันต่อมาในสภาพเปลือย ถูกมัดมือมัดเท้า เรื่องนี้ถูกโพสต์ ทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นไฟลามทุ่ง จุดชนวนโกรธแค้นทั่วประเทศ มีผู้ลงชื่อเรียกร้องให้ออกกฎหมายใหม่กว่า 30,000 คนภายใน 24 ชม. ตำรวจจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว 12 คน รวมทั้งเยาวชน 7 คน อนึ่ง คดีรุนแรงทางเพศต่อสตรีในอินโดฯ เกิดขึ้นเฉลี่ย 35 คดีต่อวัน คดีนี้ยังถูกเปรียบกับคดีนักศึกษาสาวถูกรุมข่มขืนฆ่าในอินเดียในปี 2555

ส่วนที่อินเดีย ฝูงชนหลายร้อยคนชุมนุมประท้วงที่รัฐเกรละ หลังเกิดเหตุนักศึกษากฎหมายสาววรรณะดาลิตหรือจัณฑาลวัย 30 ปีถูกรุมฆ่าข่มขืนในบ้านพักที่ อ.เออร์นาคูลัม สภาพศพลำไส้ทะลักออกมาข้างนอก.

สยองอีกแล้ว! อาบู ไซยาฟ ปล่อยคลิปล่าสุด ขู่จะฆ่า 3 ตัวประกันต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/615425

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 พ.ค. 2559 16:00

 

หิวเงิน…กลุ่มติดอาวุธ อาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์ เผยแพร่คลิปล่าสุด ขู่จะลงมือฆ่าตัวประกันชาวต่างชาติ 3 คน ถ้าไม่ได้เงินค่าไถ่แลกชีวิต หลังไม่นานก่อนหน้า เพิ่งฆ่าตัดศีรษะตัวประกันชาวแคนาดาอย่างเหี้ยมโหดไป 1 ราย

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มมุสลิมติดอาวุธ อาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์ เผยแพร่คลิปวิดีโอขู่จะฆ่าตัวประกันชาวต่างชาติ 3 คน หลังจากกลุ่มอาบู ไซยาฟ เพิ่งฆ่าตัดศีรษะนายจอห์น ริดส์เดล ตัวประกันชาวแคนาดาอย่างโหดเหี้ยมไปไม่นาน และก่อนหน้านี้ กลุ่มอาบู ไซยาฟ ได้เรียกเงินค่าไถ่ชีวิตของตัวประกันถึง รายละ 6.37 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 223 ล้านบาท

ซีเอ็นเอ็นแจ้งว่า ไซต์ (SITE) องค์กรสังเกตการณ์กลุ่มหัวรุนแรง ได้วิดีโอคำขู่ล่าสุดดังกล่าวของกลุ่มอาบู ไซยาฟ มา โดยเนื้อหาในวิดีโอแสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่กลุ่มชายฉกรรจ์สมาชิกกลุ่มอาบูไซยาฟ 6 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ยืนรายล้อมตัวประกันต่างชาติ 3 คน ประกอบด้วย นายคจาร์ตัน เซคคิงแสตด ชาวนอร์เวย์, นายโรเบิร์ต ฮอล์ ชายชาวแคนาดา และนางมาริเตส ฟลอร์ หญิงชาวฟิลิปปินส์ ที่นั่งยองๆ อยู่กับพื้น พร้อมทั้งยังได้สั่งให้นายเซคคิงแสตด พูดวิงวอนไปถึงรัฐบาลของชาติตน เพื่อนสนิทมิตรสหาย นักการเมือง ตลอดจนองค์กรการกุศลต่างๆ โปรดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกตนทั้ง 3 ให้รอดชีวิต

สภาพตัวประกันในอุ้งมืออาบู ไซยาฟ โดยจอห์น ริดส์เดล ตัวประกันชาวแคนาดา(คนขวา)ถูกสังหารไปแล้ว

ทั้งนี้ ตัวประกันทั้ง 4 คน รวมทั้ง นายริดส์เดล ที่ถูกฆ่าตัดศีรษะไปแล้ว ได้ถูกกลุ่มอาบูไซยาฟบุกลักพาตัวไปจาก โอเชียนวิว รีสอร์ต บนเกาะซามาล ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะมินดาเนา ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่เดือน ก.ย.58 โดยนายเซคคิงแสตด ชายชาวนอร์เวย์นั้น ทำงานเป็นผู้จัดการรีสอร์ต ส่วนตัวประกันอีก 3 คน เป็นแขกที่มาพักที่รีสอร์ตแห่งนี้.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก! อาบู ไซยาฟ มีแผนลักพาตัว แมนนี่ ปาเกียว สังหาร ปธน.ฟิลิปปินส์

กัมพูชาร้อนตับแตก! รบ.ช่วยนร.หนีร้อน สั่งลดเวลาเรียนวันละชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614761

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2559 11:56

 

กัมพูชาทนร้อนไม่ไหวแล้ว..ประกาศลดเวลาเรียนลงวันละ 1 ชม.หวังช่วยนักเรียนและครูไม่ต้องเรียนต้องสอนท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด ขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากพอจะติดเครื่องปรับอากาศในห้องเรียน

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 สื่อต่างประเทศหันมาให้ความสนใจกับสภาพอากาศร้อนจัดจากอิทธิพลคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไทย กัมพูชา เวียดนาม ที่ประชาชนเผชิญหน้ากับสภาพอากาศร้อนจัด ว่า ภัยแล้งและภัยร้อนที่กำลังเล่นงานชาวกัมพูชา ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ได้ทำให้รัฐบาลกัมพูชาถึงกับออกมาตรการ ประกาศลดเวลาเรียนลงวันละหนึ่งชั่วโมง

นายฮัง ชวน นารอน รมว.ศึกษาธิการกัมพูชา กล่าวว่า มาตรการลดเวลาเรียนลงวันละหนึ่งชั่วโมง เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา และจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าอากาศในประเทศจะเย็นลง ฤดูฝนเริ่มมีฝนตกลงมาตามปกติในปลายเดือนพ.ค.นี้ แต่เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้อากาศร้อนแห้งแล้ง อาจทำให้ฝนตกล่าช้ากว่าที่เคยเป็น

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้ทางการกัมพูชาประกาศลดเวลาเรียนจากสภาพอากาศร้อนจัด เนื่องจากชั้นเรียนในประเทศส่วนใหญ่ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ด้วยเหตุนี้ ทางการจึงออกมาตรการลดเวลาเรียนลง 1 ชั่วโมง โดยให้นักเรียนเข้าเรียนช้ากว่าปกติ 30 นาที และเลิกเรียนเร็วกว่าเดิม 30 นาที ขณะเดียวกัน ทางการได้แจ้งเตือนไปยังครูและเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนทั่วประเทศควรดูแลรักษาสุขภาพขณะที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดด้วยเช่นกัน

‘อาบู ไซยาฟ’ ปล่อยตัวประกันอินโดนีเซีย 10 คนแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/614123

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 04:00

 

(ภาพ: AFP)

กลุ่มติดอาวุธอาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์ปล่อยตัวประกันชาวอินโดนีเซีย 10 คน ที่พวกเขาลักพาตัวไปในการโจมตีเรือลากจูงเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยไม่เปิดเผยสาเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. เจ้าหน้าที่ของประเทศฟิลิปปินส์ ออกมาเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธ ‘อาบู ไซยาฟ’ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ปล่อยตัวประกันชาวอินโดนีเซียจำนวน 10 คนซึ่งเป็นลูกเรือลากจูงลำแรกจาก 3 ลำที่ถูกโจมตีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว

จุนปีการ์ ซิติน ผู้บังคับการตำรวจเมืองโฮโล เมืองเอกของจังหวัดซูลู ทางใต้ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ตัวประกันทั้ง 10 คนถูกพาตัวมาส่งที่หน้าบ้านผู้ว่าราชการจังหวัดซูลู เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ โดยทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง จากนั้นพวกเขาถูกพาตัวไปที่ค่ายทหารฟิลิปปินส์และส่งตัวไปยังอินโดนีเซียแล้ว

ตัวประกันชาวอินโดนีเซียทานอาหารบริเวณระเบียงบ้านผู้ว่าฯจังหวัดซูลู หลังได้รับการปล่อยตัว (ภาพ: AP)

ด้านนาย ฮุสเซน อามิน นายกเทศมนตรีเมืองโฮโล ออกมายินดีกับการปล่อยตัวประกันชาวอินโดนีเซียทั้ง 10 คน แต่เขาไม่ทราบเหตุผลในการปล่อยตัว หรือมีใครจ่ายเงินค่าไถ่ให้กลุ่มอาบูไซยาฟหรือไม่ “หากการปล่อยตัวครั้งใหญ่นี้มาจากการแลกเปลี่ยนเงิน คนที่จ่ายเงินถือว่าสนับสนุนอาบู ไซยาฟ เงินนี้จะถูกนำไปใช้ซื้ออาวุธและเป็นเงินทุนในการก่ออาชญากรรมของพวกเขา”

ขณะที่นาย โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซีย กล่าวขอบคุณฟิลิปปินส์และกลุ่มคนอีกหลายกลุ่มในอินโดนีเซีย ที่ประสานความร่วมมือทำให้เกิดการปล่อยตัวตัวประกันในครั้งนี้