ปินส์ประกาศทลาย ‘อาบู ไซยาฟ’ หลังปะทะเดือดทหารดับ 18 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/604200

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2559 04:45

 

(ภาพ: AFP)

กองทัพฟิลิปปินส์แถลงเมื่อวันอาทิตย์ 10 เม.ย. ระบุเกิดเหตุปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างทหารรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธอาบู ไซยาฟ บนพื้นที่เกาะบาซิลัน ทางภาคใต้ของประเทศ เหตุรุนแรงเกิดขึ้นภายในช่วงคืนเดียวกันเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย บาดเจ็บมากกว่า 73 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นทหาร 18 นาย นักรบกบฏอย่างน้อย 5 ราย

เหตุรุนแรงเกิดขึ้นภายหลังถึงกำหนดเส้นตายที่ฝ่ายกบฏประกาศฆ่าตัดคอตัวประกันชาวต่างชาติหลายคนที่ถูกจับแลกค่าไถ่ โดยฝ่ายทหารพยายามบุกช่วยตัวประกัน แต่ถูกฝ่ายกบฏซุ่มโจมตี ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุดในเหตุการณ์ปะทะกันครั้งเดียวรุนแรงที่สุดของปีนี้

ขณะที่เจ้าหน้าที่กองทัพฟิลิปปินส์ ประกาศจะทำลายล้างกลุ่มอาบู ไซยาฟ โดยเฉพาะตอนนี้ที่ทางการรู้แหล่งกบดานที่แน่ชัดของอาบู ไซยาฟแล้ว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ฝ่ายกบฏอาบู ไซยาฟ แถลงผ่านเครือข่ายเฟซบุ๊กประกาศสังหารตัดศีรษะตัวประกันชาวต่างชาติ 3 ราย เป็นชาวนอร์เวย์ 1 คน แคนาดา 2 คน โดยเรียกค่าไถ่สูงถึงรายละ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำหนดเส้นตายวันที่ 8 เม.ย. แต่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวประกันทั้ง 3 คนแต่อย่างใด หลังเลยกำหนดเส้นตายมาแล้ว.

อินโดฯยัน ไม่เลิกประหารนักโทษคดีค้ายา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603421

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 เม.ย. 2559 05:00

 

(ภาพ: AFP)

รัฐบาลอินโดนีเซียยืนกรานบังคับใช้ กฎหมายลงโทษประหารชีวิตเหล่านักโทษคดีค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ หลังมีการโต้เถียงถึงกระบวนการดังกล่าวตลอดช่วงปีที่แล้ว โดยรัฐบาลอ้างว่าต้องการหยุดยั้งปราบปรามการค้ายาเสพติดให้ราบคาบ ทั้งเปิดเผยว่าตอนนี้มีนักโทษต้องประหารชีวิตมาก 138 ราย รวมทั้งชาวต่างชาติ แต่ไม่ระบุสัญชาตินักโทษประหาร

ส่วนรายชื่อนักโทษที่อยู่ระหว่างรอการตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าอีก 14 ราย รวมถึงชาวต่างชาติคือออสเตรเลีย บราซิล เนเธอร์แลนด์และไนจีเรีย ต้องถูกเลื่อนกำหนดการออกไปก่อนเพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ.

เมียนมาปล่อย 69 นักศึกษาติดคุกคดีการเมืองมานานนับปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/603374

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2559 00:35

 

(ภาพ: REUTERS)

เมียนมาดำเนินการปล่อยนักโทษการเมืองกลุ่มแรกแล้ว โดยเป็นนักศึกษาที่ประท้วงเรียกร้องเสรีภาพทางการศึกษาจำนวน 69 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้พิพากษาในประเทศเมียนมา มีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ที่ 8 เม.ย. ให้ปล่อยตัวนักศึกษาผู้ประท้วงเรียกร้องเสรีภาพทางการศึกษาจำนวน 69 คนแล้ว หลังจากพวกเขาถูกคุมขังโดยไม่มีการพิจารณาคดีมานานกว่า 1 ปี วันเดียวหลังจากนาง อองซาน ซูจี ประกาศจะปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด

ในการพิจารณาคดีเมื่อวันศุกร์ ผู้พิพากษา จิต มินต์ อ่านคำพิพากษาต่อหน้าเหล่านักเรียนและครอบครัวว่า อัยการตัดสินใจที่จะยกฟ้องข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักศึกษาผู้ประท้วง ยกเว้นผู้นำการประท้วง 3 คน และให้ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 69 คน โดยไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้ นักศึกษากลุ่มนี้ถูกจับกุมตัวเมื่อเดือน มี.ค. พ.ศ.2558 จากการร่วมประท้วงต่อต้านการจำกัดเสรีภาพทางการศึกษาในเมียนมา โดยนี่เป็นนักโทษทางการเมืองกลุ่มแรกที่ได้รับการปล่อยตัว หลังจากนาง อองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย และที่ปรึกษาแห่งรัฐ ประกาศจะปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคนโดยเร็วที่สุด

ด้านนาย ซอว์ เท โฆษกของนางซูจียืนยันว่า อิสรภาพของนักศึกษากลุ่มนี้เป็นผลโดยตรงจากคำประกาศของนางซูจีเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่นางซูจีออกแถลงการณ์ล่าสุดในคืนวันศุกร์ว่า แม้จะมีการยกฟ้องจำเลยจำนวนหนึ่งในวันศุกร์ แต่นักโทษการเมืองอีกหลายคนอาจต้องรอหลังจากเทศกาลปีใหม่ของเมียนมา ที่จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 เม.ย. ไปจนถึงวันที่ 20 เม.ย. จึงจะมีการดำเนินการเรื่องการปล่อยตัว.

โอบามาต่อสายยินดีผู้นำเมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602841

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 เม.ย. 2559 04:00

 

(ภาพ: AP)

โฆษกทำเนียบขาวแถลงเมื่อ 6 เม.ย.ว่า นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โทรศัพท์ถึงนายถิ่น จอ ประธานาธิบดีเมียนมาและนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) เป็นครั้งแรก หลังรัฐบาลเอ็นแอลดีขึ้นกุมอำนาจเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ขณะที่พวกหัวรุนแรงในกองทัพยังพยายามจำกัดบทบาทของนางซูจี ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีควบทั้ง รมว.ต่างประเทศและ รมว.ประจำสำนักประธานาธิบดี แต่เธอประกาศว่าจะอยู่เหนือประธานาธิบดี

นายโอบามากล่าวแสดงความยินดีกับนายถิ่น จอ และนางซูจี ที่สร้างประวัติศาสตร์ นำพาประชาธิปไตยมาสู่เมียนมา จนได้ผู้นำและรัฐบาลพลเรือนเป็นครั้งแรก หลังทหารกุมอำนาจมา 54 ปี และให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ มีพันธกรณีที่จะสนับสนุนเมียนมาในการสร้างสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย นอกจากนี้ นายโอบามา ยังชื่นชมความพยายามอันมุ่งมั่นของนางซูจีที่เสียสละความสุขส่วนตัวเป็นเวลานานหลายปี เพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจและการปรองดองแห่งชาติประสบความสำเร็จ.

‘ซูจี’ ประกาศเตรียมปล่อยนักโทษการเมืองเมียนมาทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/602774

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 เม.ย. 2559 00:25

 

(ภาพ: REUTERS)

นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี พรรครัฐบาลใหม่ของประเทศเมียนมา ทำหน้าที่แรกในฐานะที่ปรึกษาแห่งรัฐ ประกาศแผนจะปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ให้หมดโดยเร็วที่สุด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พรรครัฐบาลของประเทศเมียนมา ประกาศในวันพฤหัสบดี (7 เม.ย.) ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีถิ่น จอ มิตรคนสนิทของเธอ วางแผนจะปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกของนางซูจีในตำแหน่งที่ปรึกษารัฐ ซึ่งมีอำนาจคล้ายนายกรัฐมนตรี

แถลงการณ์ดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กของสำนักงานประธานาธิบดี ถิ่น จอ ประกาศว่า การปล่อยตัวนักโทษการเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และบอกเป็นนัยว่ารัฐบาลอาจเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า ซึ่งตรงกับเทศกาลปีใหม่ตามประเพณีของเมียนมา และรัฐบาลในอดีตมักดำเนินการปล่อยตัวนักโทษในช่วงเวลานี้

ทั้งนี้ คาดกันว่ายังมีนักโทษการเมืองอีกประมาณ 100 คน ที่ถูกคุมขังหลงเหลือมาจากสมัยการปกครองของรัฐบาลพลเรือนกึ่งทหารของอดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนผ่านอำนาจให้แก่รัฐบาลประชาชนภายใต้การนำของพรรคเอ็นแอลดีเมื่อไม่นานมานี้

นอกจากนี้ ยังมีคนราว 400 คนหลายสิบคนในจำนวนนี้เป็นนักศึกษา กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาทางการเมือง ซึ่งข้อหาเหล่านั้นจะถูกยกฟ้องหรือยกเลิกด้วยแผนล่าสุดของนางซูจี

ไม่สนทหารค้าน!สภาเมียนมาผ่านร่าง กม.ตั้ง’ที่ปรึกษาแห่งรัฐ’ เพื่อ ซูจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601990

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 12:56

 

สมาชิกรัฐสภาเมียนมา ‘ไฟเขียว’ ผ่านร่างกฎหมาย ตั้งตำแหน่งใหม่ ‘ที่ปรึกษาแห่งรัฐ’แล้ว เปิดทาง ‘ออง ซาน ซูจี’ ได้รับตำแหน่ง มีอำนาจเทียบเท่ากับนายกรัฐมนตรี แม้จะถูกคัดค้านอย่างหนักจากสมาชิกสภาสายทหาร จนถึงขั้น ‘บอยคอต’ ไม่ร่วมโหวต

เมื่อ 6 เม.ย.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกเมียนมาผ่านร่างกฎหมาย ตั้งตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาแห่งรัฐ’ ซึ่งมีอำนาจเทียบเท่ากับ นายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา เหลือเพียงแต่รอการอนุมัติเห็นชอบจากประธานาธิบดีถิ่น จอ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายเท่านั้น

สำหรับการตั้งตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาแห่งรัฐ’ ขึ้นมาใหม่นี้ ถูกมองว่า เพื่อเป็นการเปิดทางให้ นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี) ซึ่งนั่งเก้าอี้ รมต.ต่างประเทศและรมต.ประจำทำเนียบประธานาธิบดีในรัฐบาลประธานาธิบดีถิ่น จอแล้วนั้น ได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งจะทำให้ซูจี มีอำนาจและบทบาทหน้าที่เทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน ได้ถูกคัดค้านจากสมาชิกสภาสายทหาร ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามานั่งในสภา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของสมาชิกสภาทั้งหมด

ประธานาธิบดีถิ่น จอ และภริยา นางซู ซู ลิน

บีบีซีแจ้งว่า สมาชิกสภาสายทหาร ถึงกับ ‘บอยคอต’ เดินออกจากห้องประชุม ไม่ยอมร่วมลงมติร่างกฎหมาย ตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญของเมียนมา ตามมาตรา 59 ที่ห้ามไม่ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมีคู่สมรส หรือบุตร ถือสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่เมียนมา ขณะที่นางซูจี มีบุตรชาย 2 คนถือสัญชาติอังกฤษ

ด้านโจนาห์ ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงเมียนมา ชี้ว่า รัฐสภาเมียนมา ในกรุงเนปิดอว์ ไม่เคยมีวาระประชุมในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ขณะที่สมาชิกสภาสายทหารคัดค้านร่างกฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งลุกขึ้นยืนประท้วง ไปจนถึงการ บอยคอต ไม่ร่วมโหวต และวิจารณ์ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวพม่าสุดปลื้มใจ!! ถิ่น จอ สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีใหม่

อิเหนาระเบิดเรือประมงต่างชาติลักลอบหาปลา 23 ลำรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601841

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 เม.ย. 2559 04:20

 

(ภาพ: REUTERS)

อินโดนีเซียดำเนินการระเบิดเรือต่างชาติที่รุกล้ำน่านน้ำเข้ามาทำประมงผิดกฎหมายและตรวจยึดมาได้ 23 ลำรวดเมื่อวันอังคาร และกำลังพิจารณาจะระเบิดเพิ่มอีก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศอินโดนีเซียดำเนินการระเบิดเรือต่างชาติที่รุกล้ำน่านน้ำเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย และตรวจยึดมาได้จำนวน 23 ลำ โดยแบ่งเป็นเรือสัญชาติเวียดนาม 13 ลำ และมาเลเซีย 10 ลำ ที่ท่าเรือ 7 แห่ง ไล่ตั้งแต่ที่เมืองทาราคัน ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว ไปจนถึงเมืองราไน ในหมู่เกาะนาทูนา (Natuna Islands) ในทะเลจีนใต้

การระเบิดเรือดังกล่าวดำเนินการโดยกองทัพเรือ, หน่วยยามฝั่ง และตำรวจ โดยนางซูซี่ ปุดเจียสตูตี (Susi Pudjiastuti) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางน้ำและการประมง ร่วมเป็นสักขีพยานผ่านการสตรีมสดทางอินเทอร์เน็ต

เรือประมงต่างชาติผิดกฎหมายถูกระเบิดทำลาย (ภาพ: REUTERS)

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาอินโดนีเซียทำลายเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างประเทศที่ยึดมา 174 ลำแล้ว และเหลืออีก 20 ลำ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยการระเบิดเรือเป็นไปตามนโยบายของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ที่ต้องการสงวนน่านน้ำของอินโดนีเซีย ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์.

ซูจีเริ่มงานใหญ่คุยกับรมว.ต่างประเทศจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601828

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2559 03:10

 

(ภาพ: AFP)

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อ 5 เม.ย.ว่านางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศและ รมว.สำนักประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่เริ่มงานใหญ่ครั้งแรกด้วยการพบปะเจรจากับนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีนที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อ 5 เม.ย. หลังรัฐบาลเอ็นแอลดีซึ่งมีประธานาธิบดีถิ่น จอ คนสนิทของซูจี ขึ้นกุมอำนาจเมื่อ 1 เม.ย.

หัวข้อเจรจาหลักคือเรื่องพรมแดนและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของจีนในเมียนมา ซึ่งรัฐบาลทหาร และรัฐบาลกึ่งพลเรือนของเต็ง เส่ง ถูกโจมตี ว่าเอื้อประโยชน์ให้จีนเข้าไปตักตวงทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป และเมื่อเดือน มี.ค. ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของพรรคเอ็นแอลดีเผยว่า รัฐบาลใหม่อาจทบทวนโครงการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ “มิตโซน” ที่รัฐคะฉิ่นทางภาคเหนือ ซึ่งจีนเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ด้วย.

ด้านพล.อ.เต็ง เส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ถอดเครื่องแบบทหาร ปลงผมบวชเป็นพระสงฆ์แล้วเมื่อ 4 เม.ย. 4 วันหลังเป็นประธานพิธีถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี ซึ่งชนะการเลือกตั้งถล่มทลายเมื่อ 8 พ.ย.2558 โดยภาพ ในสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นเต็ง เส่ง โกนศีรษะห่มผ้าเหลืองอยู่ร่วมกับพระสงฆ์อื่นๆ ส่วนกระทรวงข่าวสารเมียนมาแถลงในเฟซบุ๊กว่า เต็ง เส่งจะบวชนาน 5 วัน

เวียดนามชี้ เพิ่มเขื่อนแม่น้ำโขงตอนล่างกระทบสิ่งแวดล้อม-ศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601822

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 เม.ย. 2559 02:10

 

(ภาพ: AFP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 เม.ย. ว่า เวียดนามได้คาดการณ์ว่าจะเกิดผลกระทบที่เลวร้ายต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงและเศรษฐกิจในภูมิภาค ถ้าหากแผนการสร้างเขื่อน 11 แห่งตามลำน้ำโขงตอนล่างถูกเดินหน้าดำเนินการจริงตามแผน

คำเตือนดังกล่าวเป็นผลมาจากการศึกษาวิจัยนานกว่า 2 ปีกับอีก 6 เดือน ซึ่งฝ่ายเวียดนามยื่นเสนอต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงที่ประกอบด้วยประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชาและ สปป.ลาว โดยคณะกรรมาธิการดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 4 เม.ย. ระบุว่า การศึกษาวิจัยข้างต้นที่รวมทั้งรายงานประเมินผลกระทบจำนวน 800 หน้า ได้ข้อบ่งชี้ว่า หากมีการสร้างเขื่อนทั้ง 11 แห่ง จะส่งผลกระทบที่เลวร้ายระดับสูงถึงสูงมากต่อบางภาคส่วนที่สำคัญและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในกัมพูชาและเวียดนาม

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาพิพาทเรื่องน้ำของกลุ่มประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ได้พิจารณารายงานการศึกษานี้ว่าเป็นเอกสารภายในและจะยังไม่มีการเผยแพร่ อีกทั้งเวียดนามก็ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานการศึกษาสู่สาธารณะ และระบุต่อไปว่ารายงานของเวียดนามจะมีส่วนช่วยต่อการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเริ่มทำการศึกษาในปี 2554 และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปีหน้าอีกด้วย

ขณะที่ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีแผนก่อสร้างเขื่อนแห่งใหม่ในแถบแม่น้ำโขงตอนล่างมากแห่งที่สุด เนื่องจากต้องการส่งออกไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อให้เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง สปป.ลาวจัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยในภูมิภาคเอเชีย

ข่าวระบุว่า กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่กำลังเผชิญปัญหาภัยแล้งรุนแรงถึงขั้นเป็นสถิติ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญและเจ้าหน้าที่ในเวียดนามได้ระบุก่อนหน้านี้แล้วว่าผลกระทบจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นจากเขื่อนหลายแห่งของจีนในแม่น้ำโขงตอนบน

สำหรับแม่น้ำโขงนับเป็นหนึ่งในแหล่งจับปลาหรือประมงน้ำจืดขนาดใหญ่สุดในโลก ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายล้านชีวิต ส่วนการวิจัยเรื่องเขื่อนทั่วโลกพบว่าผลกระทบจากเขื่อนแต่ละแห่งแต่ละภูมิภาคได้ทำให้พื้นที่ทำประมงมีลดน้อยลงด้วยการสร้างสิ่งกีดขวางการอพยพเพื่อวางไข่และแพร่พันธุ์ปลา และสร้างสภาวะของแม่น้ำที่เป็นการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและแหล่งอาหารมนุษย์.

มุ่งหาพระธรรมทันที! เต็ง เส่ง โกนหัวบวช หลังพ้นตำแหน่งผู้นำเมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601541

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2559 15:25

 

(ภาพจาก  Facebook /May Yuya Paing)

ชาวเน็ตในเมียนมาแชร์สนั่น โพสต์ภาพบนโลกออนไลน์ อดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ในเพศบรรพชิต อุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา ไม่กี่วันหลังจากก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำประเทศ

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 59 สื่อต่างประเทศและในเมียนมา รายงาน อดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แห่งเมียนมา มุ่งสะสมบุญกุศล และแสวงหาความสงบ โดยได้อุปสมบท บรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนา เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา หรือเพียง 4 วัน หลังจากหมดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา และได้ส่งมอบหน้าที่ประธานาธิบดีให้แก่ นายถิ่น จอ จากพรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งได้สาบานตนเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนครั้งแรก ในรอบกว่า 50 ปีของประเทศ เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา

ชาวเน็ตในเมียนมา ได้มีการเผยแพร่ภาพอดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ในเพศบรรพชิต ผ่านทางโซเชียลมีเดียกันอย่างคึกคัก ขณะที่ กระทรวงข่าวสารของเมียนมา ได้มีแถลงการณ์ทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า เต็ง เส่ง จะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ เป็นเวลา 5 วัน