ปลัดพม.นำทีมคณะผู้แทนไทย ร่วมประชุมคณะมนตรีประชาสังคมฯอาเซียน ที่ลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 13:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707789

 

ปลัด พม. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำทีมประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส สำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่เวียงจันทน์  เพื่อพิจารณาเอกสารและจัดทำรายงาน เสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ปีนี้ สปป.ลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 16 ที่กรุงเวียงจันทน์  โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส สำหรับคณะมนตรีประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 เพื่อพิจารณาเอกสารสำคัญ และจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุม คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 16 โดยมีผู้แทนประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ ประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม



สำหรับการประชุม คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้ง 16 จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการวันแรก ในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 โดยมี นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นประธานเปิดการประชุม มีรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมประชุม ส่วนตัวแทนจากประเทศที่เข้าร่วมประชุม นำโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงฯ


น่าชื่นใจ!รบ.เมียนมาเดินหน้าปรองดอง จัดเจรจาสันติภาพกับ 17 ชนกลุ่มน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 11:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707755

 

เมียนมาพยายามสร้างความปรองดองในประเทศ..ออง ซาน ซูจี เปิดประชุมเจรจาสันติภาพครั้งสำคัญ กับชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธ์ุในประเทศ ถึง 17 กลุ่ม หวังให้ยอมวางอาวุธ ยุติการสู้รบ สร้างความสงบสุขให้บังเกิดขึ้นในประเทศ

เมื่อ 31 ส.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน รัฐบาลเมียนมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีถิ่น จอ จัดการประชุมเจรจาสันติภาพครั้งสำคัญ กับตัวแทนของชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มชาติพันธ์ุในประเทศถึง 17 กลุ่ม ที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ของเมียนมา ในวันนี้ (31 สิงหาคม 2559) โดยมีนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรมว.ต่างประเทศ รวมทั้ง นายบัน คี มูน เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม

การจัดประชุมเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อยทั้ง 17 กลุ่มในครั้งนี้ รวมทั้ง กะเหรี่ยง คะฉิ่น ฉาน และว้า ถือเป็นความพยายามก้าวสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา ที่ต้องการชักชวนให้ชนกลุ่มน้อยในประเทศที่มีนักรบหลายหมื่นคนยอมวางอาวุธ ยุติการสู้รบกับเจ้าหน้าที่ทางการที่ดำเนินมาหลายสิบปี โดยจะได้รับข้อแลกเปลี่ยน คือการที่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้จะมีอำนาจมากขึ้นภายใต้ระบบสหพันธรัฐแบบใหม่


นางออง ซาน ซูจี ให้การต้อนรับนาย บัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็นมาเยือนเมียนมา

อย่างไรก็ตาม นายบัน คี มูน เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น ได้ใช้การประชุมในครั้งนี้ ยกเรื่องความวิตกกังวลที่มากขึ้น เกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา โดยกล่าวว่า ชาวมุสลิมโรฮีนจา ซึ่งไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในฐานะเป็นพลเมืองเมียนมา ว่า จำเป็นและสมควรได้รับในอนาคต ซึ่งถือเป็นความหวัง.


ปลัดพม.นำทีมคณะผู้แทนไทย ร่วมประชุมคณะมนตรีประชาสังคมฯอาเซียน ที่ลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 13:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707789

 

ปลัด พม. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำทีมประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส สำหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่เวียงจันทน์  เพื่อพิจารณาเอกสารและจัดทำรายงาน เสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ปีนี้ สปป.ลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 16 ที่กรุงเวียงจันทน์  โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส สำหรับคณะมนตรีประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 เพื่อพิจารณาเอกสารสำคัญ และจัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุม คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 16 โดยมีผู้แทนประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ ประเทศบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม



สำหรับการประชุม คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้ง 16 จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการวันแรก ในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 โดยมี นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นประธานเปิดการประชุม มีรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมประชุม ส่วนตัวแทนจากประเทศที่เข้าร่วมประชุม นำโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงฯ


สิงคโปร์ยืนยัน ผู้ติดเชื้อ ‘ซิกา’ แบบติดต่อในปท.พุ่ง 82 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707214

 

สิงคโปร์ยืนยันในวันอังคารว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาแบบติดต่อในประเทศเพิ่มอีกในวันอังคาร ทำให้ผู้ติดเชื้อรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นเป็น 82 รายแล้ว ขณะที่ทางการกำลังพยายามตรวจสอบแหล่งกำเนิดยุงและเพิ่มความตระหนักรู้แก่ประชาชน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (เอ็นอีเอ) ของสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ร่วมกันอีกครั้งในวันอังคารที่ 30 ส.ค. ยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาแบบติดต่อกันภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 26 ราย เพิ่มเติมจาก 15 รายที่พบในวันจันทร์ และ 41 รายที่พบเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในสิงคโปรอยู่ที่ 82 ราย

หน่วยงานทั้งสองระบุว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 26 คน มี 17 คนอาศัยหรือทำงานอยู่ในย่าน ซิมส์ ไดรฟ์/ อัลจูเนียด เครสเซนท์ 5 คนอยู่ในย่านคัลลาง เวย์ และ ปายา ลีบาร์ เวย์ ซึ่งห่างออกไปทางตอนเหนือ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าผู้ติดเชื้ออีก 4 รายที่เหลือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่่

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เรียกร้องให้สตรีมีครรภ์ทุกคนในประเทศที่มีอาการตรงกับผู้ป่วยติดเชื้อซิกา เข้ารับการตรวจเพื่อหาเชื้อดังกล่าว ไม่ว่าพวกเธอจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสตัวนี้หรือไม่

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีรายงานพบการถ่ายทอดเชื้อซิกาในประเทศเป็นต้นมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ก็ได้ออกตรวจสอบอาคารสถานที่ต่างๆ ในย่าน ซิมส์ ไดรฟ์/ อัลจูเนียด เครสเซนท์ จำนวนประมาณ 5,000 แห่งจากกว่า 6,000 แห่ง เพื่อหาแหล่งเพาะพันธ์ุยุงลายซึ่งเป็นพาหะของไวรัสซิกา

เอ็นอีเอยังแจ้งให้เจ้าของอาคารที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้อีก 400 แห่งติดต่อกับเอ็นอีเอ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเข้าตรวจสอบด้วย มิเช่นนี้พวกเขาจะใช้กำลังบุกเข้าตรวจสอบเอง นอกจากนี้ยังมีการแจกใบปลิวข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อซิกา เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้แก่ประชาชนด้วย

 

ดูเตร์เตตั้งค่าหัวตร.ชั่วเอี่ยวค้ายา 1.47 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706079

 

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงมะนิลาใน “วันวีรชนแห่งชาติ” เมื่อ 29 ส.ค. ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กล่าวว่า มาตรการกวาดล้างยาเสพติดนองเลือดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,800 ศพ หลังตนรับตำแหน่งได้ 2 เดือน ไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ตนพร้อมติดคุกเพื่อปกป้องลูกน้องจากการถูกฟ้องร้อง

ดูเตร์เตระบุว่า มาตรการกวาดล้างยาเสพติดของตนต่างจากการฆ่าหมู่ของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย และกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) เพราะตนแค่ต่อสู้กับอาชญากร ไม่ได้ฆ่าเด็ก ไม่ได้ทิ้งระเบิดถล่มผู้คน เขายังตั้งรางวัล 2 ล้านเปโซ (ราว 1,470,000 บาท) ให้ผู้แจ้งข้อมูลช่วยให้รัฐบาลระบุตัวตำรวจที่คุ้มครองและรับเงินจากหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด และขอให้เพื่อนตำรวจเปิดโปงตำรวจชั่วเหล่านี้ที่เรียกว่า “นินจา”

จากข้อมูลของตำรวจ มีผู้เสียชีวิตจากการปราบยาเสพติดแล้ว 1,779 ศพ รวมทั้ง 712 ศพที่ถูกฆ่าระหว่างปะทะกับตำรวจ ส่วนที่เหลือยังสอบสวนอยู่ ขณะที่ฟิลิปปินส์มีผู้ติดยาบ้าหรือ “ชาบู” กว่า 3.7 ล้านคน ผู้ค้าและผู้เสพเข้ามอบตัวแล้วราว 600,000 คน อนึ่ง เมื่อเช้า 29 ส.ค. นายเมลวิน โอดิกตา ผู้ต้องสงสัยเป็นหัวหน้าแก๊งยาเสพติด ฉายา “มังกร” พร้อมภรรยา ถูกยิงตายขณะลงจากเรือโดยสารที่ จ.อิโลอิโล หลังกลับจากไปพบ รมว.มหาดไทยในมะนิลาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหา นับเป็นเหยื่อการปราบยาเสพติดรายล่าสุด.

 

ชี้สหรัฐฯ ยังสู้จีนได้ในเวทีอาเซียนที่ สปป.ลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ส.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/704920

 

กรณี สปป.ลาวจะเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และผู้นำกลุ่มประเทศคู่เจรจาอีกหลายประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 28 ส.ค.ว่า การประชุมอาเซียนที่ สปป.ลาวจะถือเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของนายโอบามา ในฐานะผู้นำสหรัฐฯ ก่อนหมดวาระดำรงตำแหน่งปลายปีนี้ เพื่อปรับดุลนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ต่อเอเชีย อันเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกมองว่ามุ่งคานอำนาจอิทธิพลทางการทหารและเศรษฐกิจของจีนในเอเชีย

และแม้จีนจะดูมีอิทธิพลในภูมิภาคมากกว่า แต่นักการทูตตะวันตกคนหนึ่ง เผยว่า ไม่มีวันสายสำหรับผู้นำสหรัฐฯที่จะมาเยือน เพราะตอนนี้รัฐบาลชุดใหม่ของ สปป.ลาวมีแนวโน้มเข้าหาเวียดนามมากกว่าจีน ซึ่งทั้งสองประเทศยังเป็นคู่กรณีพิพาทดินแดนทะเลจีนใต้ที่จะยิ่งผลักดันให้เวียดนามหันมากระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯมากขึ้น อีกทั้งการประชุมอาเซียน 2 ครั้งก่อน สปป.ลาวซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนอาเซียนก็วางสถานะแตกต่างกับจีนมากกว่ากัมพูชาที่แสดงออกว่าสนับสนุนจีนอย่างชัดเจนในทุกเวทีการประชุมอาเซียนที่ผ่านมา โดยตัวอย่างที่ว่า สปป.ลาวเริ่มแข็งขืนกับจีนก็คือโครงการรถไฟมูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์ของจีน ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าถูกพักโครงการไว้ เพราะ สปป.ลาวไม่พอใจเงื่อนไขข้อตกลงและเจ้าหน้าที่รัฐบาล สปป.ลาวชุดใหม่เพิ่งยกขบวนไปเยือนเวียดนามซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกด้วย

ด้านกระทรวงต่างประเทศของจีนแถลงยินดีต้อนรับทุกประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ ตราบใดที่เป็นการมุ่งก่อสันติภาพ เสถียรภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคโดยแท้

ส่วนที่เมียนมา นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและ รมว.ต่างประเทศ เตรียมเผชิญบททดสอบภาวะผู้นำครั้งสำคัญเมื่อจะนำการประชุมเจรจาสันติภาพกับกบฏกลุ่มชาติพันธุ์ 11 กลุ่ม ทั้งที่ลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาล (ชุดก่อน) และยังไม่ได้ลงนาม หรือที่เรียกว่า “การประชุมปางโหลง ศตวรรษ 21” ใน 31 ส.ค. ซึ่งยังมีเหล่าผู้แทนนานาชาติ รวมทั้งนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้าร่วมด้วย

ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องเห็นว่า การประชุมคงไม่ได้อะไรเป็นเนื้อเป็นหนังมากนัก อย่างเช่น กลุ่มพันธมิตรกบฏ “ยูเอ็นเอฟซี” เผยว่า การประชุมจะเป็นเหมือนพิธีเปิดงาน (บางอย่าง) อย่างยิ่งใหญ่เท่านั้น และผู้นำกบฏกลุ่มหนึ่งระบุด้วยว่าคงไม่ได้ข้อสรุปอะไร เพราะไม่มีการพูดคุยหารือหรือถกอภิปราย เป็นแค่โอกาสพูดคุยอย่างเปิดเผยกับรัฐบาล.

 

เป็นเรื่อง! สิงคโปร์ยันพบผู้ติดเชื้อ ‘ซิกา’ ติดต่อในปท. 41 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ส.ค. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/704869

 

สิงคโปร์ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา แบบติดต่อจากผู้ป่วยในประเทศแล้ว 41 ราย และเชื่อว่าจะมีผู้ติดเชื้อในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นอีก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศสิงคโปร์ออกมายืนยันในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค. ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัส ‘ซิกา’ จากการรับเชื้อจากผู้ป่วยในประเทศแล้วจำนวน 41 ราย เพียงวันเดียวหลังมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อซิกาในประเทศรายแรก และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการพบผู้ติดเชื้อในรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นอีก

กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร ระบุแถลงการณ์ร่วมว่า ผู้ติดเชื้อทั้ง 41 คนเป็นคนงานหรือผู้อยู่อาศัยในเขตอุตสาหกรรมและเขตที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่ง และพวกเขาไม่มีประวัติว่าเคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีเชื้อซิกาแพร่ระบาดในช่วงไม่นานมานี้ และดูเหมือนว่าจะติดเชื้อภายในสิงคโปร์ “นี่เป็นการยืนยันว่ามีการส่งผ่านเชื้อซิกาภายในประเทศเกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม จากผู้ป่วยทั้งหมด มี 34 รายที่อาการดีขึ้นแล้ว และเหลืออีกเพียง 7 คนที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลต่อ

แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า ณ จุดนี้ การส่งผ่านเชื้อในชุมชนยังอยู่ในวงจำกัดภายในย่าน อัลจูเนียด เครสเซนท์ และ ซิมส์ ไดรส์ ซึ่งเป็นย่านตึกสูงที่อยู่อาศัยและอุตสหกรรม แต่พาหะของซิกาคือยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของเชื้อไข้เลือดออกเดงกีด้วย กระทรวงสาธารณสุขจึงไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการติดต่อในชุมชนเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อทำงานในพื้นที่อื่นๆ ของสิงคโปร์ด้วย

กระทรวงสาธารณสุขยังไต้แจ้งเตือนไปยังคลินิคและโรงพยาบาลต่างๆ ว่า ให้ระแวดระวังเป็นพิเศษและรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวเนื่องกับไวรัสตัวนี้ ซึ่งโดยหลักคือไข้และผื่นคัน

 

สลด! ตร.อิเหนาพบซากตัวนิ่ม 650 ตัว ซุกในตู้แช่แข็ง-รวบผู้ต้องสงสัย 1 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ส.ค. 2559 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/703425

 

ตำรวจอินโดนีเซียบุกยึดซากตัวนิ่มจำนวนกว่า 650 ตัว ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ในตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ที่บ้านหลังหนึ่งบนเกาะชวา พร้อมทั้งจับกุมชายคนหนึ่งในฐานะผู้ต้องสงสัยเป็นเจ้าของตัวนิ่มเหล่านี้ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศอินโดนีเซียบุกตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในเขตจอมบัง บนเกาะชวา โดยสามารถยึดซากตัวนิ่มจำนวนมากถึง 650 ตัว ที่ถูกห่อด้วยพลาสติกและซุกซ่อนเอาไว้ในตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ 5 ตู้ พร้อมทั้งจับชายวัย 55 ปีคนหนึ่งเอาไว้ ในฐานะผู้ต้องสงสัยละเมิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ซึ่งอาจทำให้เขาต้องติดคุกสูงสุด 5 ปี และปรับเงินอีก 100 ล้านรูเปียห์ (ราว 260,000 บาท)


ซากตัวนิ่มจำนวนมากถูกเก็บไว้ในตู้แช่เย็นขนาดใหญ่

ปฏิบัติการของตำรวจเกิดขึ้นหลังจากพวกเขาได้รับแจ้งจากผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ว่าบ้านของผู้ต้องสงสัยมีจำนวนตู้แช่เย็นมากผิดปกติ อย่างไรก็ตาม นายราเดน ปราโบโว อาร์โก ยูโวโน โฆษกตำรวจจังหวัดอีสต์ชวา กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยยืนยันว่าตัวนิ่มที่เจ้าหน้าที่พบไม่ใช้ของเขา แต่เป็นคนเพื่อนคนหนึ่งที่นำมาฝากไว้เพราะว่าเขามีตู้แช่เย็นเยอะ

ทั้งนี้ ตัวนิ่มเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ุซึ่งสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) จัดให้ตัวนิ่มสายพันธ์ุที่พบในอินโดนีเซีย เป็นสายพันธ์ุที่เสี่ยงสูญพันธ์ุที่สุด โดยหลายพื้นที่ในเอเชียมักล่าหรืนำตัวนิ่มมาทำเป็นยา, ปรุงเป็นอาหาร หรือใช้ประโยชน์จากหนังและเกล็ดของมัน

 

เมียนมาเขย่า7.0 กทม.ไหว หนีตายตึกระฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ส.ค. 2559 08:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701259

 

เศร้าเจดีย์พุกามถล่ม66องค์ อีกจุดอิตาลีพังราบทั้งเมือง ธรณีพิโรธมีตาย-เจ็บเพียบ

เมียนมาระทม เจอดินไหวแรง 7.0 แมกนิจูด จนทะเลเจดีย์ในเมืองพุกามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญพังถล่มลงมาถึง 66 องค์ แรงดินไหวสะเทือนถึงบังกลาเทศ เชียงราย เชียงใหม่ และ กทม. คนในตึกสูงทั่วกรุงเทพฯ ผวาเผ่นลงมากันอลหม่านทั้งย่านอโศก สาทร สีลม ส่วนอีกซีกโลก “อิตาลี” เจอดินไหวก่อนหน้าที่หมู่บ้านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเช่นกัน ดับ 23 ศพ สังเวยธรณีพิโรธ

โลกผวาคนกรุงระทึก อกสั่นขวัญหายจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นที่ประเทศเมียนมาแต่สะเทือนมาถึงประเทศไทย โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้เจดีย์และโบราณสถานของเมืองพุกามพังเสียหายจำนวนมากเป็นที่เศร้าสลดใจ

เมียนมา “ดินไหว” 7.0 แมกนิจูด

โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.34 น. วันเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหววัดขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.0 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่ภาคกลางของเมียนมา โดยจุดศูนย์ กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทางตะวันตก ห่างจากเมืองเมะทิลา ราว 143 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

พุกามเศร้าเจดีย์ถล่ม

รายงานข่าวในเวลาต่อมาระบุ พื้นที่จุดศูนย์กลาง แผ่นดินไหว อยู่ห่างทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง มัณฑะเลย์ การสั่นสะเทือนอยู่ที่ความลึก 91 กม. มีรายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ สร้างความเสียหายแก่โบราณสถานหลายแห่งในเมืองพุกาม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งรู้จักกันดีในนาม “เมือง 4 ล้านเจดีย์” โดยเฉพาะวิหารสุลามุนี หนึ่ง ในโบราณสถานสำคัญจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องแวะไปชม เกิดพังทลายเสียหายอย่างหนัก ขณะที่นครย่างกุ้ง เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ผู้คนบนอาคารสูงต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีลงจากอาคาร สิ่งของวางอยู่บนโต๊ะร่วงหล่น นอกจากนั้นแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ยังรับความรู้สึกได้ไกลถึงกรุงธากา เมืองหลวงบังกลาเทศ และกรุงเทพมหานคร

พังเสียหาย 66 องค์

สำนักข่าวบีบีซีรายงานระบุแผ่นดินไหวเมียนมา ทำให้เจดีย์ในเมืองพุกามได้รับความเสียหาย 66 องค์ ทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิตจากอาคารพังถล่ม 3 ราย 1 ในผู้เคราะห์ร้ายเป็นชายวัย 22 ปี ขณะที่ภาพจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ในเมียนมา เห็นฝุ่นคละคลุ้งขึ้นจากพื้นที่ตั้งสถูปเจดีย์หลายแห่ง ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่เมืองพุกาม เช่นเดียวกับอาคารหลายแห่งในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงอาคารรัฐสภาในกรุงเนปิดอว์


สังเวยดินไหวพม่า 3 ศพ

ต่อมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมืองพุกามว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็น 3 ศพ รวมทั้งเด็กผู้หญิง 2 คนที่เสียชีวิตจากเหตุฝั่งแม่น้ำพังถล่ม ที่เมืองเยนานชวง ทางใต้ของเมืองชอค ส่วนชายอีกคนหนึ่งเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน จากเหตุโรงงานแปรรูปยาสูบพังถล่มที่เมืองปัคโคคู ทางตอนเหนือเมืองพุกาม คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะพุ่งสูงขึ้นอีก

เชียงใหม่ เชียงราย สะเทือน

ขณะเดียวกัน สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศว่า ได้เกิดแผ่นดิน ไหวขนาด 7.0 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองชอค (Chauk) ประเทศเมียนมา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเนปิดอว์ 287 กม. ที่ละติจูด 21.06 องศาเหนือ ลองจิจูด 94.45 องศาตะวันออก ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างประมาณ 416 กม. และยังมีรายงานถึงแรงสั่นสะเทือน ที่เกิดขึ้นทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และ กทม. โดยมีประชาชนแจ้งเหตุรายงานเข้ามาที่ศูนย์ ว่า ชาวเชียงรายและเชียงใหม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะที่ชั้น 7 ตึก RMUTL เชียงใหม่ มีผู้รายงานว่ารู้สึกอย่างแรง เช่นเดียวกับที่ อ.พร้าว ก็มีผู้รายงานว่า รู้สึกถึงความสั่นไหวแรงนาน 10 วินาที รวมทั้งที่ อ.แม่ริม ก็ได้รับแรงสั่นสะเทือน ขณะที่ จ.พิษณุโลก ก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนเช่นกัน ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่รายงานด้วยว่า เหตุแผ่นดินไหวมีแรงสั่นสะเทือนจนรู้สึกได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บนอาคารหรือตึกสูง หรืออยู่ตามห้างสรรพสินค้า โดยกินเวลานานร่วม 2 นาที ทำให้ผู้คนจำนวนมากพากันแตกตื่น หลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ยังไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด

ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก ปภ.เชียงใหม่ ว่าขณะเกิดแผ่นดินไหว ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามอาคารสูงในตัวเมืองเชียงใหม่ และอำเภอรอบนอก รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ เนื่องจากจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่กว่า 500 กม. ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ประสานฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เร่งสำรวจว่ามีความ เสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่หรือไม่

ยัน 2 เขื่อนใหญ่ยังแข็งแรง

ขณะที่นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อเขื่อนใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ 2 เขื่อน คือเขื่อนแม่งัด อ.แม่แตง ที่เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 7.5 ริกเตอร์ อีกเขื่อนคือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด ก็อยู่ในสภาพปลอดภัย ขอยืนยันว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อโครงสร้างเขื่อนทั้ง 2 แห่งแต่อย่างใด

เขื่อนศรีฯ-วชิราลงกรณ์ก็ปลอดภัย

ทางด้านนายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี เผยถึงแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งให้ตรวจสอบเรื่องผลกระทบ ในส่วนของสถานที่สำคัญต่างๆของ จ.กาญจนบุรี และตรวจสอบพบว่าจุดศูนย์กลางการสั่นไหวห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 907.27 กม. ห่างเขื่อนวชิราลงกรณ์ อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 839.30 กม. กฟผ.ตรวจสอบเช็กทุกระบบพบว่าเขื่อนทั้ง 2 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ยืนยันว่าเขื่อนทั้งสองยังแข็งแรงปลอดภัยดี ส่วนบ้านเรือนประชาชนกับสถานที่ราชการก็ไม่มีรายงาน ได้รับผลกระทบ หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ตึกสูงในกรุงสะเทือนถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ บรรดาตึกสูงทั่วกรุงเทพฯหลายแห่ง สามารถรับรู้ถึงแรงสะเทือน เช่นที่ตึก 13 ชั้น อาคารหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อาคารโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ อาคารบางกอกไทยทาวเวอร์ ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาฯ คอนโดมิเนียมตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ตึก Energy Complex ใกล้สวนจตุจักร รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งตึกสูงแถวอาคารวัน แปซิฟิกเพลส อาคาร Belle Condo พระราม 9 กับที่ย่านอโศก ถนนสุรวงศ์ ย่านสีลม โดยเฉพาะที่ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 28 ตึกสาทรทาวเวอร์ ตึกสาทรธานี หรือที่อาคารมหาทุน เพลินจิต ฯลฯ ก็ได้รับแรงไหวสะเทือนชนิดที่รู้สึกได้ชัดเจนเช่นกัน หลายคนถึงกับรู้สึกมึนหัวไปชั่วขณะเกิดแผ่นดินไหว

ขับรถลงจากตึกกันอลหม่าน

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.ชนัยเพ็ญ วัชรฐิตพร อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ทำงานอยู่ภายใน อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ ความสูง 30 ชั้น ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) กทม. ว่า ขณะกำลังนั่งทำงานอยู่บนชั้นที่ 25 ช่วงเวลาประมาณ 17.38 น. รู้สึกเวียนหัว หน้ามืด เมื่อมองไปที่ขวดน้ำดื่ม เห็นน้ำในขวดกระเพื่อมเล็กน้อย เมื่อสอบถามเพื่อนร่วมงานอีก 4-5 คน บอกว่ารับรู้ถึงแรงสั่นไหวเหมือนกัน แต่ไม่แรงขนาดที่ข้าวของขยับเขยื้อน จากนั้นก็รีบพากันลงมาจากตึก ก็พบเห็นคนในตึกจำนวนมากทั้งเดินและขับรถยนต์ ทยอยลงมาจากอาคารเสริมมิตร ขณะที่อาคารสูงบริเวณรอบพื้นที่รับรู้ถึงแรงสั่นไหวและมีคนหนีออกมานอกอาคารเช่นกัน

ใบหยก 1–2 ไม่สะเทือน

ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่อาคารใบหยก 2 ถนนราชปรารภ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ได้รับการเปิดเผยจาก รปภ.ประจำตึกว่า ตึกดังกล่าวมีความสูง 88 ชั้น ถ้ารวมชั้นใต้ดิน 3 ชั้น ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ไม่รู้สึกถึงการสั่นไหวของตัวอาคาร และไม่ได้มีการอพยพผู้คนออกจากอาคาร เนื่องจากอาคารมีการออกแบบป้องกันแผ่นดินไหว อาคารจะเน้นป้องกันแรงลม มากกว่าเพราะว่าอาคารมีความสูงต้องปะทะกับลม แรงลมมีอิทธิพลมากกว่าแผ่นดินไหว เพราะแรงลมจะก่อให้เกิดการสั่นตัวด้วยความถี่ต่ำ ส่วนแผ่นดินไหวจะมีความถี่ในการสั่นสูง รวมทั้งอาคารใบหยก 1 ก็เช่นเดียวกันมีระบบป้องกันแผ่นดินไหว ถ้าแผ่นดินไหวเล็กน้อยจะไม่รู้สึก สำหรับบรรยากาศโดยรอบมีผู้มาใช้บริการ และแม่ค้าก็ขายของตามปกติ

เผยเหตุไทยเจอแรงสั่น

นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีเกิดแผ่นดินไหว 7 แมกนิจูด ที่ประเทศเมียนมา โดยแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้ตึกสูงใน กทม.รับรู้ได้ว่าเป็นเพราะ กทม. ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน หรือชั้นโคลนดินทะเล เมื่อคลื่นแผ่นไหววิ่งผ่าน จะส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทันที ทำให้ตึกสูงหลายแห่งรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนด้วย ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ เพราะแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก โดยเปลือกโลกมีการเคลื่อนที่ทุกวันมากน้อยต่างกันไป ทั้งนี้ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ที่รอยเลื่อนสะแกงในเขตประเทศพม่า มีความรุนแรง 6.8-7 แมกนิจูด ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่ให้มีความตระหนัก เพราะเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้

พม่าดินไหวไม่เกี่ยวกับอิตาลี

ผู้สื่อข่าวถามว่า แผ่นดินไหวที่พม่าครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศอิตาลีในช่วงเช้าวันที่ 24 ส.ค. หรือไม่ นายทศพรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะพม่ากับอิตาลีอยู่คนละแผ่นเปลือกโลก ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน แต่อาจเคลื่อนที่พร้อมกันได้ ส่วนประเทศไทยต้องจับตารอยเลื่อนใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายทศพรกล่าวว่า รอยเลื่อนสะแกง ต่อเนื่องกับรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ แต่ก็ไม่ได้ใกล้กันมาก ไม่มีใครบอกได้ว่าผลกระทบจากการเคลื่อนที่ของรอยเลื่อนสะแกงจะส่งผลต่อรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์หรือไม่ แต่ผลที่ตามมาอาจจะมีบ้าง เช่น การเกิดหลุมยุบ จึงต้องมีการเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีโพรงอยู่ใต้ดิน หรือบริเวณถ้ำ

อิตาลีระทมดินไหว 6.2 แมกนิจูด

นอกจากนี้ ในอีกซีกโลกหนึ่ง วันเดียวกัน ยังได้ เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศอิตาลี โดยสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุแผ่นดินไหว ขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.2 แมกนิจูด ที่บริเวณพื้นที่ตอนกลางของอิตาลี เมื่อช่วงเวลาราว 03.36 น. ของวันพุธที่ 24 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลาราว 08.36 น. เช้าวันเดียวกันตามเวลาไทย จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่บนพื้นที่เทือกเขาห่างไกล อยู่ห่างกรุงโรมไปทางตะวันออกราว 170 กม. ทั้งอยู่ระดับใต้ผิวดินราว 10 กม. แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารบ้านเรือนพังเสียหายหลายหลัง โดยเหตุเกิดในช่วงเวลาที่ผู้คนยังหลับสนิท

ดับ 23 ศพสังเวยธรณีพิโรธ

เหตุแผ่นดินไหวเกิดห่างจากเมืองนอร์เซีย นครเปรูเจีย เมืองเอกของแคว้นอุมเบรีย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอิตาลี ส่งผลให้อาคารสิ่งปลูกสร้างสั่นไหวเป็นเวลาราว 20 วินาที และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาราว 39 ครั้ง ขนาดการสั่นไหวแรงที่สุดราว 5.1 แมกนิจูด เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งรุดเข้าพื้นที่ พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย ผู้คนติดค้างอยู่ภายใต้ซากอาคารจำนวนหลายสิบราย ผู้บาดเจ็บหลายร้อยคนและอีกหลายพันคนต้องการสถานที่พักพิงชั่วคราว

บ้าน–ถนนพังพินาศยับ

โฆษกประจำนายกรัฐมนตรีแมตติโอ เรนซี แห่งอิตาลี เผยผ่านทวิตเตอร์ ระบุรัฐบาลอยู่ระหว่างเร่งประสานงานกับสำนักงานคุ้มครองพลเรือนแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือภารกิจกู้ภัย โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือเมืองอะมาทริซ เมืองอัคคูโมลีและเมืองนอร์เซีย ขณะที่นายกเทศมนตรี เซอร์จิโอ เปอร์รอซซีแห่งเมืองอะมาทริซ ระบุสภาพเมืองด้านในเสียหายเกือบครึ่งหนึ่ง ถนนทั้งเข้าและออกเมืองถูกตัดขาด เช่นเดียวกับนายสเตฟาโน เปทรุซซี นายกเทศมนตรีเมืองอัคคูโมลีเผยกับสถานีโทรทัศน์ RAI ระบุสิ่งปลูกสร้างหลายหลังเสียหายอย่างหนักและเจ้าหน้าที่พบช่วยเหลือผู้ที่ยังรอดชีวิตและผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 38 ศพ ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมากกว่า 20 ราย

ข่าวแจ้งว่า ตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกระจายอยู่ในหลายหมู่บ้าน โดยที่เมืองอะมาทริซ พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย รวมทั้งสมาชิกครอบครัวเดียวกัน 4 คน และพบผู้รอดชีวิตจากซากอาคารหลายคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนใต้ซากอาคารจำนวนหนึ่งด้วย

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยปี 2552

ศูนย์ควบคุมติดตามภัยแผ่นดินไหวของสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ระบุคาดการณ์ถึงความรุนแรงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เปรียบเทียบกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูดเมื่อปี 2552 ที่แคว้นอากิลา ซึี่งยังรู้สึกได้ไกลถึงกรุงโรม มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 ราย และอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.2555 จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงถึง 2 ครั้งในแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย ชาวบ้านต้องไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 14,000 คน

นักวิเคราะห์ด้านธรณีวิทยา ระบุแผ่นดินไหวรุนแรงในอิตาลีมักเกิดขึ้นตามแนวเทือกเขาอะเพนไนน์ ซึ่งเกิดจากการชนกันของเปลือกโลกทวีปแอฟริกากับยูเรเซียน แต่ผลจากการเตรียมพร้อมและวิทยาการก้าวหน้ามากขึ้นด้านงานก่อสร้างอาคารช่วยลดความเสียหายจากแผ่นดินไหวรุนแรงลงได้มาก

ตามคนไทยในอิตาลีเจอผลกระทบ

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ได้ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบคนไทยหรือวัดไทยได้รับผลกระทบ และขอให้คนไทยติดตามรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากมีข่าวสารเกี่ยวกับคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว แจ้งได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหมายเลข +393338518071

อิตาลียอดตายพุ่งเป็น 73 ศพ

เมื่อเวลาประมาณ 21.07 น. คืนวันพุธที่ 24 ส.ค.ตามเวลาไทย โฆษกของสำนักงานปกป้องพลเรือนของอิตาลีแถลงข่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวพุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 73 รายแล้ว โดยผู้เสียชีวิตจำนวนมากอยู่ในเมืองอัคคูโมลีและอมาทริซ ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และหน่วยกู้ภัยยังเร่งค้นหาผู้อาจรอดชีวิตหรือผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในเขตภูเขาที่เสียหาย อย่างหนัก คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

น่าเสียดาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ส.ค. 2559 08:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701249

 

วิหาร “สุลามุนี” หนึ่งในวิหารที่งดงามที่สุดในพุกาม และถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมียนมา ถล่มพังลงมาจนเกิดฝุ่นตลบฟุ้งอย่างน่าเสียดาย เพราะแรง แผ่นดินไหวที่วัดได้ถึง 7.0 แมกนิจูด ศูนย์กลางที่เมืองชอค ขณะที่ภาพเล็กคือวิหารสุลามุนี ในอดีตที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามมากตามแบบวัดพุกามโบราณ.