แจงสี่เบี้ย : ‘หมอดินอาสา’ร่วมสืบสาน น้อมนำทำเกษตรทฤษฎีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265259

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

227832

นายบุญชู สุคนธา หมอดินอาสาประจำหมู่บ้านตำบลพลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างเกษตรกร ที่สมัครใจและน้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างเหมาะสม ในพื้นที่ 20 ไร่ 2 งาน และเช่าเพิ่มเติม 4 ไร่ มีการจัดสรรพื้นที่ ดังนี้ 1.บ่อน้ำ 0.5ไร่ 2 บ่อ 2.นาข้าว 4 ไร่3.แปลงมะม่วง 2 แปลง 20 ไร่ 2 งาน 4.พื้นที่บ้าน 1 งาน 5.คอกไก่ไข่ 20 ตัว และ 6.แปลงผักสวนครัว

ในการทำเกษตร นายบุญชู เป็นแกนนำคิดหาวิธีการลดต้นทุนการผลิต พัฒนาการผลิตและคุณภาพการปลูกไม้ผล นาข้าว พืชผักสวนป่า ฯลฯ มีการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยสั่งตัด ทั้งในสวนมะม่วง และนาข้าว มีการนำเทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ทั้งการปลูกปุ๋ยพืชสด การปรับปรุงบำรุงดิน ร่วมกับการหมักตอซังด้วยน้ำหมักชีวภาพ ก่อนไถกลบตอซังฟางข้าว การใช้ปุ๋ยหมักในการปรับปรุงดินในสวนผักสวนผลไม้ การใช้น้ำหมักชีวภาพสูตร พด.2สารสกัดสมุนไพร สูตร พด.7 ในนาข้าว สวนผัก และสวนผลไม้ มีการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ในร่องสวน พื้นที่ที่มีการขุดถม ใบแฝกที่ได้จากการตัดแต่ง นำมาคลุมโคนต้นไม้ผล และบนร่องสวน ช่วยเก็บความชุ่มชื้น ไว้ในดิน เศษพืช ตอซังฟางข้าว และวัสดุเหลือใช้ในไร่นานำมาทำเป็นปุ๋ยหมัก เพื่อใช้รองก้นหลุมก่อนปลูก และใส่รอบทรงพุ่มไม้ผล

ปัจจุบัน นายบุญชู ดำรงชีวิตด้วยการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในลักษณะระบบการเกษตรแบบปลอดภัย GAP โดยเริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับดินเป็นอันดับแรก มีการตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อตรวจสอบคุณภาพดิน เพื่อใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องเหมาะสม พอดีกับความต้องการของพืช ไม่มากหรือน้อยเกินไปพืชจึงให้ผลผลิตและคุณภาพดี มีภูมิต้านทานโรค แมลง รวมทั้งจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในลักษณะต่างๆ ร่วมกับการปลูกหญ้าแฝก แนวหญ้าแฝกก็ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเกิดการยอมรับในหมู่บ้าน และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน

แจงสี่เบี้ย : พด.เร่งเตรียมความพร้อมบุคลากร สู่การเป็น Smart Officer

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/265118

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

227832

การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเกษตรกรของประเทศให้เป็น Smart Farmer เพื่อช่วยให้เกษตรกรประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างมั่นคง มีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัว มีเงินเหลือเก็บออมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี Smart Officer เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นอีกหนึ่งกลไกการขับเคลื่อนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน โดย กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ในปี 2560 ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพร้อมบุคลากรสู่การเป็น Smart Officer” จำนวนหลายรุ่น

กรมพัฒนาที่ดิน ได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรก่อให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนา จึงได้ส่งข้าราชการทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคเข้าร่วมการอบรม เพื่อให้ข้าราชการทราบถึงสถานการณ์และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของการเกษตรในอนาคต และเรียนรู้ความเร่งด่วนที่จะต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเป็นข้าราชการที่ดีมีอุดมการณ์ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง มีจิตวิญญาณขับเคลื่อนการพัฒนา ยกระดับเกษตรกรให้ยืนได้ด้วยตนเอง โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจถึงกระบวนการพัฒนานวัตกรรม ด้วยการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและองค์ความรู้จากหลากหลายสาขามาบูรณาการในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถคิด วิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการพัฒนาให้เกษตรกรของประเทศ มีการสร้างแนวทางการพัฒนาในอาชีพของตนเองตามนโยบายของรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงสามารถรับรู้ เข้าถึงการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืนและถ่ายทอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรชุมชนซึ่งผลจากการฝึกอบรมจะทำให้เจ้าหน้าที่มีทักษะประสบการณ์ และวิธีถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาที่ถูกต้องแก่เกษตรกร เพื่อสร้างความเข้าใจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

แจงสี่เบี้ย : พด.สนองนโยบาย 4.0 ขับเคลื่อนภาคเกษตร สนับสนุนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมลดต้นทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263460

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

227832

จากนโยบายการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ของนายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้ดำเนินการสนองต่อนโยบายรัฐบาล ที่มีความพร้อมขององค์กรทั้งด้านบุคลากรและเครื่องมือต่างๆ ในพื้นที่ทุกจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักที่มีองค์ความรู้ที่เป็นผลงานวิจัยวิชาการด้านการพัฒนาที่ดิน ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่มีการทดลอง ทดสอบ วิจัย จนประสบผลสำเร็จ สามารถนำไปใช้ขยายผลปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ของเกษตรกร และเตรียมความพร้อมของบุคลากรสู่การเป็น Smart Officer การพัฒนาเสริมสร้างความรู้ให้เกษตรกรสู่การเป็น Smart Farmer และ Young Smart Farmer

รวมทั้งมีเกษตรกรต้นแบบ ซึ่งเป็นหมอดินอาสาในชุมชน ทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สารเร่งซุปเปอร์ พด.ชนิดต่างๆ ในการฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ การใช้พืชปุ๋ยสดเพิ่มสะสมปริมาณอินทรียวัตถุในพื้นที่การเกษตร การจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การดูแลรักษาแหล่งน้ำในไร่นาการปลูกหญ้าแฝก เป็นต้น

ในส่วนของกรมได้สั่งการให้ สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด เน้นการทำงานเชิงรุกอย่างเข้มข้นโดยยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ต้องเข้าถึงโดยพบเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและปรับเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกร ให้เห็นประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มาใช้ พร้อมทั้งแจกจ่ายนวัตกรรมต่างๆ ของกรมให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ รวมทั้งแนะนำการรวมกลุ่มทำการผลิตแบบเกษตรอุตสาหกรรมที่ใช้หลักการตลาดนำหน้าการผลิต แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดคือเกษตรกรควรต้องน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในดำเนินชีวิต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน ตามนโยบาย Thailand 4.0

แจงสี่เบี้ย : นวัตกรรมจุลินทรีย์เพื่อควบคุมโรครากเน่าและแมลงศัตรูพืช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262991

227832

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจจุบัน เกษตรกรเน้นการผลิตพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งมีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตในปริมาณมากและไม่ถูกวิธี ทำให้ตกค้างในดิน แหล่งน้ำ และระบบนิเวศ ก่อให้เกิดการระบาดของศัตรูพืชอย่างรุนแรงแมลงศัตรูพืชและโรคพืชเกิดการดื้อยาส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค

จากปัญหาดังกล่าว กรมพัฒนาที่ดิน จึงได้สนับสนุนนโยบายภาครัฐโดยดำเนินการวิจัยคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ ซุปเปอร์พด.3 เพื่อการควบคุมโรครากเน่าและโคนเน่าในพืชและผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.7 เพื่อผลิตสารควบคุมแมลงศัตรูพืช จากพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ทั้งความหลากหลายของจุลินทรีย์ และพืชสมุนไพร มาใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช ซึ่งในแต่ละปีมีปริมาณการนำเข้าหลายพันตันและสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศหลายพันล้านบาท ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตเพิ่มรายได้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารพิษ ทำให้มีสุขภาพดีรักษาสมดุลของระบบนิเวศสนับสนุนการผลิตอาหารปลอดภัยและช่วยสนับสนุนนโยบายการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์

จุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.3 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในสภาพพื้นที่ดอนและพื้นที่ลุ่ม โดยเป็นการผสมผสานการใช้จุลินทรีย์ 2 ชนิด ที่สามารถควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืช ประกอบด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา และแบคทีเรียบาซิลลัส ซับทิลิสที่มีประสิทธิภาพสูงในการเข้าทำลายเชื้อสาเหตุโรครากเน่าและโคนเน่าของพืชเนื่องจากมีคุณสมบัติเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถแก่งแย่งแข่งขันอาหารและที่อยู่อาศัยได้ดีกว่าเชื้อสาเหตุโรคพืช สร้างสารปฏิชีวนะ และเข้าทำลายเชื้อสาเหตุโรคพืชได้โดยตรง จึงสามารถใช้ในการป้องกันและควบคุมการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ได้แก่ โรคราก เน่าและโคนเน่าในไม้ผล และไม้ยืนต้นเช่น ส้ม ยางพารา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อราสาเหตุโรครากเน่าและ โคนเน่าในทุเรียน โรคเน่าคอดิน และลำต้นเน่าของพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง สับปะรด ข้าวโพด พืช เส้นใย และพืชตระกูลถั่ว โรคเน่าและเหี่ยวของพืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ เช่น พริก มะเขือเทศ กะหล่ำปลี เบญจมาศ และมะลิ และการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคถอดฝักดาบจากเชื้อราในนาข้าว

สำหรับจุลินทรีย์ ซุปเปอร์ พด.7เพื่อผลิตสารควบคุมแมลงศัตรูพืชจากพืชสมุนไพรเป็นการผสมผสานการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งแบคทีเรียได้แก่ แบคทีเรียผลิตกรดอะซีติคใช้เป็นตัวทำละลายในการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรและแบคทีเรียผลิตกรดแลคติก ป้องกันการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ภายนอกและยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการบูดเน่า และยีสต์ ผลิตแอลกอฮอล์เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์ในการไล่แมลงศัตรูพืช

รวมทั้งผสมผสานกับการใช้ชนิดพืชสมุนไพรที่เหมาะสมต่อการควบคุมเพลี้ยและหนอน เช่น พืชสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพควบคุมเพลี้ยแป้งและเพลี้ยอ่อน ได้แก่ ยาสูบ ดีปลี หางไหล กลอย และพริก พืชสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพควบคุมหนอนกระทู้ผักและหนอนใยผัก ได้แก่ ว่านน้ำ สะเดา มันแกว หนอนตายหยาก และขมิ้นชัน โดยสารออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น และไม่เป็นพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมทั้งดินและน้ำหรือในผลผลิตพืช

แจงสี่เบี้ย : พด.แนะวิธีการจัดการน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262646

วันพุธ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

227832

จากนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ทุกหน่วยเร่งให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความรู้กับเกษตรกร เกี่ยวกับวิธีการรักษาความชื้นของดินและการจัดการน้ำอย่างประหยัดในพื้นที่แห้งแล้งที่ถูกต้องไม่ยุ่งยากและมีหลายวิธี เบื้องต้นสามารถปฏิบัติ ดังนี้

1.การให้น้ำแบบประหยัดเหนือผิวดิน เป็นการให้น้ำแก่พืชครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งด้วยอัตราที่ต่ำ เช่น วิธีการให้น้ำแบบหยด การให้น้ำแบบมินิสปริงเกอร์ ซึ่งช่วยประหยัดน้ำได้มาก การระเหยน้ำจากผิวดินน้อยกว่าการให้น้ำวิธีอื่นๆ โดยต้องมีแหล่งเก็บกักน้ำ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งปัจจุบันราคาถูกลงมากและมีจำหน่ายแพร่หลาย อายุการใช้งานนานหลายปี เกษตรกรที่ปลูกผักและไม้ผลโดยใช้ระบบน้ำหยดแบบประหยัด เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น ใช้ได้กับดินทุกประเภท ประหยัดแรงงาน เวลา และพลังงาน

2.การให้น้ำใต้ผิวดิน เหมาะกับไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ค่อนข้างทนแล้งและเพิ่งปลูกใหม่ เพื่อให้ตั้งตัวได้ในระยะแรกปลูก 2-3 ปีแรก จากนั้นก็ปล่อยตามธรรมชาติ เช่น การให้น้ำด้วยการใช้แกลลอนน้ำมันเครื่องที่เจาะรูด้านข้าง แล้วใช้ด้ายดิบเส้นใหญ่ตัดให้ยาว 1 นิ้ว มาอุดรู้ที่เจาะไว้ให้แน่นเมื่อใส่ในแกลลอนน้ำจะค่อยๆ หยดออกมาตามเส้นด้าย นำแกลลอนไปฝังดินห่างจากโคนต้น 1 คืบ โดยหันด้านที่น้ำหยดเข้าหาโคนต้น การฝังแกลลอนควรให้ปากแกลลอนโผล่พ้นผิวดินเล็กน้อย เพื่อความสะดวกในการเติมน้ำ

3.การให้น้ำแบบประหยัดใต้ผิวดิน ได้แก่ การให้น้ำด้วยตุ่มดินเผา นำตุ่มดินเผาที่มีรูพรุนความจุ 5-7 ลิตรมาฝังดินใกล้โคนต้นพืชโดยให้ฝาตุ่มอยู่ในระดับผิวดินใส่น้ำให้เต็มแล้วปิดฝาป้องกันการระเหย น้ำจากตุ่มจะค่อยๆ ซึมออกมาทางรูพรุนรอบตุ่ม เมื่อน้ำหมดก็ค่อยเติมน้ำให้เต็ม นอกจากการให้น้ำด้วยวิธีประหยัดแล้ว ทุกวิธีการเกษตรกรควรจะมีการใช้วัสดุคลุมดินด้วย เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง ใบหญ้าแฝกให้คลุมบริเวณทรงพุ่มรักษาความชื้น เว้นช่วงระยะเวลาการให้น้ำได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง

แจงสี่เบี้ย : กรมหมอดินเดินหน้าตอบรับกระแสสังคม พร้อมให้การสนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262464

วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
227832

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยถึงโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “รอบรู้เกษตรอินทรีย์”ว่า หลักสูตรนี้เน้นให้ผู้รับการอบรมได้ความรู้รอบด้านเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ เกิดแนวคิดและความเชื่อมั่น เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนเข้าไปดูงานในพื้นที่จริง ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินมีแผนการฝึกอบรมปีนี้ 6 รุ่น และดำเนินการไปแล้ว 5 รุ่น

ทั้งนี้จากการที่ได้ไปเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมในรุ่น 5 ที่ จ.ยโสธร ได้เห็นความกระตือรือร้นของผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างดี นอกจากนี้ได้มีผู้สมัครจาก จ.เชียงใหม่ เดินทางมาเข้ารับการอบรม เนื่องจากต้องการศึกษาดูงานและเทคนิคการปลูกแตงโมอินทรีย์ แบบไม่ใช้น้ำเพื่อนำไปปรับใช้ในการปลูกแตงโมอินทรีย์ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่าระยะทางไกลแค่ไหนไม่เป็นอุปสรรคในการที่จะเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้เลย หากเกษตรกรหรือผู้สนใจท่านใดที่พลาดการอบรมทั้ง 5 รุ่นที่ผ่านมา และต้องการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ กรมพัฒนาที่ดิน ยังจะมีการจัดอบรมรุ่นสุดท้าย รุ่นที่ 6 ระหว่างวันที่
21-22 เมษายน 2560 ณ โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ อ.สามพราน จ.นครปฐม

กรมพัฒนาที่ดินหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ จะได้นำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรม ไปศึกษาและปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง กรมยินดีให้การสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ และประสานการดำเนินงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ หากเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่กลุ่มวิจัยและพัฒนาหมอดินอาสาและบริหารจัดการเครือข่าย กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สายด่วน 1760 ต่อ 1340 หรือติดต่อทางมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย Facebookpage Toafpgsorganic

แจงสี่เบี้ย : พด.หนุนถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน ร่วมขับเคลื่อนโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262227

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
227832

ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการ “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ตลอดเป็นการเผยแพร่แนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ไปสู่สาธารณชน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีความสมัครใจจาก 882 อำเภอ รวม 70,000 ราย น้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่ของตนเองอย่างเหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่การเกษตร

ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนตามแผนผ่าน 5 กิจกรรม ได้แก่ (1) จัดการพบปะ 5 ประสานในพื้นที่ ทั้งในระดับตำบล /อำเภอ และระดับอำเภอ/จังหวัด (2) ปรับแนวคิด เปลี่ยนวิธีทำ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกร(3) จัดทำแผนการผลิตและสนับสนุนปัจจัยการผลิต (4) เกษตรกรลงมือทำตามแผนการผลิตในแปลงตนเอง และ (5) การรายงานผลความก้าวหน้าพร้อมทั้งเตรียมการดำเนินการในระยะต่อไป

โดยในส่วนของกรมพัฒนาที่ดินได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษา ติดตามต่อเนื่อง ดำเนินการสาธิตการปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรทฤษฏีใหม่ เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมในการเพาะปลูกพืช พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินให้กับเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนในการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิต การทำปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานจากสารเร่ง พด.1 ให้เกษตรกรสามารถผลิตเองและใช้เองในพื้นที่การเกษตร การทำน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 การทำสารขับไล่แมลงศัตรูพืชจากพด.7 พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ในการผลิต ได้แก่ ถังหมัก กากน้ำตาล รวมถึงการฝึกอบรมวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพโดยใช้เศษวัสดุต่างๆ ในพื้นที่ การส่งเสริมการปรับปรุงพื้นที่ดินกรด ดินเปรี้ยว โดยวัสดุปูนเพื่อการเกษตร (โดโลไมท์) ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยปรับสภาพความเป็นกรดของดิน และให้เกิดความสมดุลของธาตุอาหารต่างๆ ในดินร่วมส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินกิจกรรมการผลิตที่ง่ายและหลากหลาย เน้นกิจกรรมที่เกิดการเกื้อกูลกันตามศักยภาพฐานะ ตลอดทั้งวางแผนการตลาด ติดตามเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจประเมินผลความสำเร็จ เพื่อนำไปปรับแผนปฏิบัติงานให้เหมาะสมในเกษตรกรแต่ละราย มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการดำเนินงานร่วมกับเกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างแท้จริง

แจงสี่เบี้ย : พด.เผยผลสำเร็จ‘ศพก.อุดรธานี’ ภายใต้แนวทางการทำเกษตรผสมผสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/257137

227832

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากนโยบายของรัฐ ในการดำเนินงานจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในทุกอำเภอทั่วประเทศ อำเภอละ 1 ศูนย์ รวม 882 ศูนย์ เพื่อเป็นสถานที่ให้บริการทางการเกษตร ช่วยแก้ไขปัญหา ถ่ายทอดองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวและเป็นจุดศูนย์กลางการพบปะของอาสาสมัครเกษตรกับเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี ได้จัดส่งข้อมูลการจัดทำแผนที่เขตความเหมาะสมการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอรายชนิดพืชให้ศพก. 20 ศูนย์ในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลขับเคลื่อนและส่งเสริมเกษตรกร ให้สามารถดูและใช้แผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ตนเองว่ามีความเหมาะสมในระดับใด หรือไม่เหมาะสมกับพืชชนิดใด หากมีความเหมาะสมแล้วจะต้องทำการเพิ่มศักยภาพในการผลิตแบบไหนเพื่อลดต้นทุน หากไม่เหมาะสมจะต้องปรับเปลี่ยนไปทำการเกษตรด้านไหน

โดย ศพก. หมู่ 8 ต.บุ่งแก้ว อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จภายใต้การทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งจุดเด่นของศูนย์แห่งนี้ คือ การให้น้ำและปุ๋ยด้วยระบบน้ำหยด มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ดินภายในศูนย์ มีจุดเรียนรู้การพัฒนาที่ดิน อาทิ การผลิตปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน, การผลิตน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 และสารควบคุมแมลงศัตรูพืชจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.7

หนึ่งในเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ คือ แปลงปลูกมันสำปะหลังของ นายศิริเทพ ศิริวรรณหอม มีการพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเกษตรผสมผสาน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยระบบน้ำหยด เพิ่มผลผลิตแปลงปลูกอ้อยและมันสำปะหลังอันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างได้ผล

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่โดดเด่น คือ การเลี้ยงกบพอเพียงซึ่งเป็นการต่อยอดเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าเกื้อกูลกันในทุกกิจกรรมตามวิถีเกษตรของชาวอีสาน จึงเป็นอีกหนึ่ง ศพก. ที่เป็นแบบอย่างของเกษตรกรในการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินและใช้นวัตกรรมต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดินได้อย่างถูกต้อง นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพ สามารถให้เกษตรกรเข้าไปศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในอาชีพการเกษตรได้อย่างแท้จริง

แจงสี่เบี้ย : ‘กรมพัฒนาที่ดิน’พร้อมขับเคลื่อนแผนบูรณาการ พัฒนาศักยภาพการผลิตภาคการเกษตรปี’60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256489

227832

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคการเกษตร ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดเตรียมแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายแผนบูรณาการเป้าหมายที่ 2 ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรผ่านศูนย์เรียนรู้ในชุมชน จึงมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอละ1 ศูนย์ รวม 882 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อน เพื่อเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรของชุมชน รวมถึงเป็นกลไกในการบูรณาการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่

สำหรับพื้นที่ดำเนินงาน กรมส่งเสริมการเกษตร จะเป็นผู้คัดเลือกอำเภอละ1 ศูนย์ จำนวนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 882 ศูนย์ โดยมีวิธีและขั้นตอนการดำเนินงาน คือ 1.จัดทำจุดเรียนรู้การพัฒนาที่ดิน แปลงสาธิตจุดเรียนรู้ด้านต่างๆ เช่น ปุ๋ยน้ำหมัก น้ำหมักสมุนไพร ปุ๋ยหมัก เพื่อให้เกษตรกรศึกษาเรียนรู้ 2.ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดิน ที่เหมาะสมในการฟื้นฟูและปรับปรุงบำรุงดินเพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์ การใช้ประโยชน์ที่ดินทำการผลิตพืชผลทางการเกษตรได้ผลผลิตที่ดีตามความเหมาะสม 3.ปรับปรุงฐานข้อมูลความรู้ ภายในศูนย์ที่ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ แผนที่ ชุดข้อมูลความรู้และจุดเรียนรู้ต่างๆ

โครงการดังกล่าวน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์เก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง เพราะการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ที่มีการบูรณาการองค์ความรู้และการจัดการจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ นอกจากเป็นที่ถ่ายทอดความรู้ ให้บริการทางการเกษตรและข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ ให้เกษตรกร รวมทั้งเกษตรกรสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินและใช้นวัตกรรมต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดินได้อย่างถูกต้อง นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรตามความพร้อมของเกษตรกรและศักยภาพของพื้นที่

แจงสี่เบี้ย : การตรวจเยี่ยมฟาร์มเพื่อน‘Peer Reviews’ หนึ่งในระบบการตรวจรับรองแบบมีส่วนร่วมที่สำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256363

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

227832

ลักษณะเฉพาะของการตรวจเยี่ยมฟาร์มเพื่อนแบบมีส่วนร่วม เป็นการตรวจประเมินการทำตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกลุ่ม โดยคณะผู้ตรวจเยี่ยมซึ่งเป็นเกษตรกรด้วยกัน แต่ได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่ม ซึ่งอาจมีที่ปรึกษากลุ่มหรือผู้บริโภคเข้าร่วมตรวจด้วย โดยรูปแบบการตรวจไม่ใช่การจับผิดหรือตรวจตามข้อกำหนดเท่านั้น แต่เป็นการตรวจสอบความเข้าใจในมาตรฐานและวิธีปฏิบัติในฟาร์ม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันถึงแนวทางการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน

การตรวจเยี่ยมฟาร์มเป็นแบบเพื่อนเยี่ยมเพื่อน ซึ่งฟาร์มหรือสถานที่ผลิตต้องได้รับการตรวจอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า การตรวจฟาร์มกระทำโดยคณะกรรมการตรวจเยี่ยมอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมการจะต้องไม่ตรวจฟาร์มตนเองหรือญาติพี่น้อง รูปแบบการตรวจอาจเป็นการให้คำแนะนำ หรือการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการพัฒนา โดยในปีแรกหากเจ้าของฟาร์มไม่มีทักษะพอ ที่ปรึกษาจะต้องร่วมตรวจและสอนไปด้วย แต่ผู้ตรวจฟาร์มจะไม่มีอำนาจตัดสินการให้การรับรอง ต้องนำผลเข้าที่ประชุมเพื่อให้คณะกรรมการให้การรับรอง

การไม่ผ่านการตรวจประเมินไม่ได้หมายความว่าทำผิด แต่เป็นการให้ผู้ผลิตเรียนรู้เพื่อพัฒนาการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐาน สุดท้ายสมาชิกต้องแสดเจตจำนงการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของกลุ่ม มีวิธีปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น การจัดทำแผนการผลิตเป็นเอกสาร หากผู้ผลิตทำได้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากตรวจสอบได้ง่าย การทำสัญญาหรือปฏิญาณของผู้ผลิต อาจเป็นสัญญาเดี่ยวหรือของกลุ่มและมีการเซ็นชื่อต่อกันในการปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายกติกาของกลุ่ม และมีบันทึกการตรวจประเมินฟาร์มของกลุ่มระบุวันตรวจ และเซ็นชื่อทั้งผู้ตรวจและผู้รับการตรวจ การเสริมสร้างความรู้ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่หลากหลาย