สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

สิริพงศ์ แจง รัฐบาลเร่งแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง เตรียมขึ้นค่าผ่านช่องแคบ ลั่น ปีนี้เดินหน้า พ.ร.บ. SEC ได้แน่นอน ยืนยันฟังเสียง ปชช.ยกกรณีเปลี่ยนจาก 99 ปีเป็น 50 ปี

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองว่า รัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่องรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า จะเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบ และสถานการณ์ความไม่สงบที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รัฐบาลจึงต้องนำเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมาพูด เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ โดยสถานการณ์โลกมีการพูดถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มมาขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะหยิบยกมาพูด เพราะการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้เวลาการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และอีกหลายขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ 

เมื่อถามว่า กรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบุโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานตัวเลขด้านความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทางเศรษฐศาสตร์ออกมา  และหน่วยงานราชการก็ไม่ได้ทำลำพัง เพราะมีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกเข้ามาพูดคุย และคำนวณความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจด้วย ส่วนจะคุ้มทุนหรือไม่นั้น มีภาคธุรกิจ บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ดังนั้นจะสามารถประเมินได้ ไม่ใช่การที่รัฐบาลออกมาบอกว่า ดีอย่างเดียว เพราะบริษัทเอกชนสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขสามารถตอบได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้โครงการขนาดใหญ่ มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ออกมาตรการเพื่อให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด แน่นอนว่าถ้าตอบว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ มันกระทบอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กินดีอยู่ดี และมีส่วนในการใช้ประโยชน์จากที่ดินลักษณะนี้ด้วย โดยขั้นตอนการดำเนินการของโครงการนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และกฎระเบียบต่าง ๆ ในการดำเนินการโครงการนี้ 

เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเงินลงทุนที่สูงเกินสำหรับการสร้างท่าเรือ 2 ท่า นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ ทั้งหมดเป็นการประมาณการว่าในโครงการนี้ทั้งการทำท่าเรือ และระบบล้อ ระบบราง ระบบท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางรัฐบาล เพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน (PPP) ตัวเลขต่าง ๆ จะนำมาใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าจะเป็น PPP ในลักษณะใด 

ส่วนไทม์ไลน์ในปี 2573 จะสามารถลงในโครงสร้างพื้นฐานได้เลยหรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า เรื่องนี้จะเป็นอย่างเร็วอันดับแรกต้องมีการผลักดัน พ.ร.บ.SEC ให้เกิดขึ้นก่อนจากนั้นจะเป็นกระบวนการต่าง ๆ ในเรื่องการดูความพร้อมและสภาพพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฏหมาย รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน 

ส่วน พ.ร.บ.SEC จะเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้เมื่อไหร่นั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า จะไทม์ไลน์ที่หน่วยงานให้มา คาดว่าภายในปีนี้ก็จะสามารถเดินหน้าได้ 

ส่วนทุกอย่างจะครอบคลุมทั้งการศึกษาและการลงทุนใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเงินลงทุนเป็นการลงทุนในลักษณะ PPP หาก ได้ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์มาแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขมีการปรับเปลี่ยนมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งแต่ก่อนมีการถามว่าเป็นการเช่าโครงการ 99 ปีหรือไม่ แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเป็นการเช่า 50 ปี ซึ่งรัฐบาลก็ฟังเสียงของประชาชนที่ทักท้วงและท้วงติงจากภาคประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น พ.ร.บ.SEC ฉบับนี้มาจากการฟังจากประชาชนด้วย โดยในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ไปรับฟังและพูดคุย ซึ่งเราจะมีกระบวนการรับฟังความเห็น ไม่ว่าจะทางส่วนกระทรวงคมนาคมหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

‘ณัฏฐ์ชนน’ ยันไม่มีดึงคดี ’รับเงินค่ารักษาพยาบาล‘ ในชั้น ’ป.ป.ช.‘ วอนทบทวนมติที่อุทธรณ์ ไป-เร่งตัดสิน เหตุกระทบโอกาสที่เสียไปในชีวิต ขอโอกาสกลับมาทำงานในประเทศ

วันที่ 4 พฤษถาคม 2569 เมื่อเวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ตัวเองรับเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1.3 ล้านบาทว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ตนอุทธรณ์ มันมีกระบวนการที่จะต้องสอบพยานเพิ่ม ส่วนตัวตนเอง อยากให้ตัดสินวันนี้พรุ่งนี้เลย เพราะมีผลกับตนทั้งเรื่องเครื่องราชฯที่ตนเสียโอกาสไปหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงตำแหน่ง และความเชื่อมั่นของประชาชนอยากขอให้ป.ป.ช.ได้ทบทวนมติที่ตนขอให้มีการทบทวน ไม่ได้มีการดึง อยากให้ดำเนินการเร็วที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องการรักษาพยาบาล ไม่ใช่โกงบ้านโกงเมือง บังเอิญตนตายไปทางการเมืองแล้ว บังเอิญฟื้นขึ้นมา แล้วก็เกือบตายทางการเมือง จึงอยากขอโอกาสกลับมาทำงานให้ประเทศชาติ

ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.08 น.

พลาดมือลั่น! ’ณัฏฐ์ชนน‘ แจงแล้วเหตุออกจากไลน์กลุ่มสส.ภูมิใจไทย โยงวืดตำแหน่ง ’ประธานกมธ.‘ ในโควตาพรรค  ปัดน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ก่อนหน้านี้ออกจากไลน์กลุ่มสส.พรรคภูมิใจไทย หลังไม่มีชื่อในการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ สภาฯ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน14ตำแหน่งว่า ตนมีกลุ่มไลน์จำนวนมากประมาณ1,000ไลน์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไลน์กมธ.สามัญ วิสามัญคณะต่างๆตั้งแต่สภาฯชุดที่25 กลุ่มไลน์ พตส. ปปร. อีกจำนวนมาก ตนก็ไปไล่ลบกลุ่มไลน์ออก บังเอิญตนอาจจะพลาดมือลั่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการน้อยใจ เพราะเป็นข้อตกลงก่อนหน้านี้ เป็นกระบวนการของพรรค ส่วนที่มีการเชิญตนกลับเช้ากลุ่มไลน์ เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล ก็มาถามสาเหตุจากตน พอทราบเหตุผล ก็เชิญตนกลับเข้าสู่ไลน์กลุ่ม ยืนยันว่าไม่มีเรื่องน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้มีข้อตกลงกับไว้แล้ว การมาเป็นนักการเมือง อย่ารักษาหน้าตาและเกียรติไว้อย่างเดียวว่าทำไมไม่ได้ ประชาชนว่าอย่างโน้นอย่างนี้ ต้องรักษาชีวิตตัวเองด้วย นี่คือปรัชญาทางการเมือง ดังนั้นการจะได้ตำแหน่งหรือไม่อยู่ที่กรรมการบริหารพรรค และจังหวะ มันยังมีงานอื่นอีกเยอะ

“ผมเองจังหวะไลน์หลุดจะด้วยบังเอิญหรือไม่ เจตนาหรือไม่ ก็ได้รับภารกิจค่อนข้างมากขึ้นจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และวิปรัฐบาล ในการสื่อสารงานภายในสภาฯ หรือนอกสภาฯเพิ่มขึ้น จังหวะที่ไลน์หลุดก็ถือเป็นโอกาสเปิดที่จะได้ทำงาน” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า การสื่อสารของพรรคบางครั้งก็ผ่านการประชุมพรรคอย่างเดียว โอกาสที่จะคุยกับผู้บริหารพรรคค่อนข้างลำบาก แต่หลังจากไลน์หลุดก็ได้มีโอกาสคุยกับหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรค ก็เลยได้มอบหมายงาน ทางหัวหน้าฯ และเลขาฯพรรคก็บอกว่ามีอะไรให้บอก ก็เลยเป็นช่องทางที่ว่าหากมีอะไรผมบอกแน่ ขณะนี้ยังไม่มีการรับปากเรื่องตำแหน่งในอนาคต ตนก็ทำหน้าที่ต่อไป ทั้งเรื่องของพ.ร.ก.เงินกู้ที่จะเข้า งบประมาณปี70 เรื่องแลนด์บริดจ์ เป็นต้น

รมว.ยุติธรรม เผยไทม์ไลน์ ‘ทักษิณ’ ออกคุก กระบวนการเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM

รมว.ยุติธรรม เผยไทม์ไลน์ ‘ทักษิณ’ ออกคุก กระบวนการเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM

รมว.ยุติธรรม เผยไทม์ไลน์ ‘ทักษิณ’ ออกคุก กระบวนการเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

“รมว.ยุติธรรม” เผยไทม์ไลน์ “ทักษิณ” ออกคุก กระบวนการพักโทษเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM 

วันที่ 4 พฤาภาคม 2569 เวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระบวนการปล่อยตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ว่า กระบวนการขณะนี้เรียบร้อยดี ซึ่งได้ประชุมกันแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยเงื่อนไขการปล่อยตัวคือการพักโทษ และต้องติดกำไร EM ตามที่เป็นข่าว

อนุทิน อุบตอบ ครม.พรุ่งนี้ พิจารณาค่าไฟฟ้า สั่งตั้งกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน

อนุทิน อุบตอบ ครม.พรุ่งนี้ พิจารณาค่าไฟฟ้า สั่งตั้งกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน

อนุทิน อุบตอบ ครม.พรุ่งนี้ พิจารณาค่าไฟฟ้า สั่งตั้งกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

นายกฯไม่ตอบ ครม.พรุ่งนี้ พิจารณาค่าไฟฟ้า ระบุ ตั้งคกก.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน 

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.10 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวก่อนเข้าประชุมพรรคภูมิใจไทยถึงที่กรณีประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ จะมีการพิจารณามาตรการค่าไฟฟ้า หรือไม่ โดยนายกฯ ไม่ได้ตอบคําถาม แต่ผายมือไปทาง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจํานายกรัฐมนตรี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯตอบว่า “เดี๋ยวประชุมพรรคก่อน”

เมื่อถามต่อว่ากรณีที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยื่นคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลจะทําอย่างไร นายกฯตอบว่า ตอนนี้ได้มีการให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน 

พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์

พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์

พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.40 น.

พิพัฒน์ ยันลงพื้นที่รับฟังความเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลังปชช.เตรียมยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์ 

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ยืนยันลงพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกมิติในโครงการแลนด์บริดจ์ ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ อย่างที่ตนแจ้งไปแล้ว

เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนว่าประชาชนเตรียมที่จะยื่นหนังสือคัดค้านโครงการดังกล่าว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนรับฟังทุกคน

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนเตรียมนำคณะลงพื้นที่กับนายพิพัฒน์ 

บรรจง นะแส ถามตรงๆ แลนด์บริดจ์เพื่อใคร? ชี้กระทบวิถีชีวิตคนใต้ 12 ล้านคน แลกงานแค่ 2 แสนตำแหน่ง

บรรจง นะแส ถามตรงๆ แลนด์บริดจ์เพื่อใคร? ชี้กระทบวิถีชีวิตคนใต้ 12 ล้านคน แลกงานแค่ 2 แสนตำแหน่ง

บรรจง นะแส ถามตรงๆ แลนด์บริดจ์เพื่อใคร? ชี้กระทบวิถีชีวิตคนใต้ 12 ล้านคน แลกงานแค่ 2 แสนตำแหน่ง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.05 น.

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 บรรจง นะแส อดีตนายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหว โพสต์ข้อความว่า ภาคใต้มีคนราวๆ 12 ล้าน แลนด์บริดจะได้ทำงานสองแสน ในขณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม/อาชีพของผู้คนเป็นหลักล้าน.ถามตรงๆโครงการนี้เพื่อ?

อ่านข่าวทีเกี่ยวข้อง : บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!

รัฐบาลยกระดับ นวดไทย โพธิ์-ล้านนา สู่เวลเนสสากล เปิดอบรมรุ่นแรกปลาย พ.ค. 69

รัฐบาลยกระดับ นวดไทย โพธิ์-ล้านนา สู่เวลเนสสากล เปิดอบรมรุ่นแรกปลาย พ.ค. 69

รัฐบาลยกระดับ นวดไทย โพธิ์-ล้านนา สู่เวลเนสสากล เปิดอบรมรุ่นแรกปลาย พ.ค. 69

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.57 น.

ยกระดับ “นวดไทย โพธิ์-ล้านนา” 450 ชั่วโมง สู่ Wellness สากล ชู “น้ำพุร้อนสันกำแพง” จ.เชียงใหม่ พื้นที่ต้นแบบสู่ Wellness Hub ครบวงจร   

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัวหลักสูตร “นวดไทย โพธิ์-ล้านนา 450 ชั่วโมง” ซึ่งเป็นการบูรณาการมรดกโลกวัดโพธิ์ ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ภูมิปัญญาล้านนา โดยมุ่งเน้นที่การสร้างแบรนด์นวดไทยที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และมี “น้ำพุร้อนสันกำแพง” จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ต้นแบบในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพและเวลเนส  (Wellness Hub) อย่างครบวงจร  

สำหรับหลักสูตร “นวดไทย โพธิ์-ล้านนา 450 ชั่วโมง” ได้นำองค์ความรู้จากตำรานวดแผนไทย วัดโพธิ์สมัยรัชกาลที่ 3 มาต่อยอดกับศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ ผสานเรื่องของ “อัตลักษณ์” กับ “มาตรฐาน”  โดยมีจุดเด่นคือ “จริตลีลาแห่งล้านนา” ที่นุ่มนวล ต่อเนื่อง ผ่านเทคนิคการนวด 11 ท่า และขั้นตอนหลัก 9 ประการ ประกอบเป็น การนวดองค์บน การนวดองค์ล่าง การเช็ดแหก การตอกเส้น และการจู้ การฟ้อนเจิงยืดเหยียด เพื่อสร้างบริการที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม

“หลักสูตร 450 ชั่วโมงนี้ ได้รับการประกาศเป็นหลักสูตรมาตรฐานของกรมการแพทย์แผนไทยฯ แล้ว โดยในระยะแรกจะเน้นอบรมกลุ่มหมอนวดในพื้นที่น้ำพุร้อน สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และชุมชนใกล้เคียง 8 ชุมชน ซึ่งจะทำให้ชุมชนแห่งนี้ให้บริการการนวดที่ออกแบบประสบการณ์แบบองค์รวมทั้ง กลิ่น อาหาร และน้ำพุร้อน เพื่อให้การนวดไทย โพธิ์-ล้านนา สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืนและเพื่อพัฒนาศักยภาพสู่มาตรฐานการให้บริการนักท่องเที่ยวระดับสากล โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดอบรมรุ่นแรกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเดินหน้ายกระดับนวดไทยให้เป็น “เวลเนสระดับสากล” ต่อไป” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

เปิดรายงานกรรมการสรรหา ชง ‘จักรพงศ์’ นั่งตุลาการศาล รธน.

เปิดรายงานกรรมการสรรหา ชง ‘จักรพงศ์’ นั่งตุลาการศาล รธน.

เปิดรายงานกรรมการสรรหา ชง ‘จักรพงศ์’ นั่งตุลาการศาล รธน.

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.47 น.

เปิดรายงานกรรมการสรรหา สว.! ชงชื่อ ‘จักรพงศ์’ อาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็น ‘ตุลาการ ศาลรธน.’ พบตีตกข้อเรียกร้องปม ’สอบบัตรสนเท่ห์‘ ขาดคุณสมบัติตามรธน. ก่อนสอบและลงมติ 6:2 ชี้ชัดคุณสมบัติตรงตามด้านรัฐประศาสนศาสตร์ เหตุกม.ระบุไว้ ขณะที่เจ้าตัว แจง จบป.ตรี – ป.เอก -กฎหมายมหาชน – พ่วงป.โท รัฐประศาสนศาสตร์

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.) โดยมีวาระเรื่องด่วน คือ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจากที่นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ 

ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหา ที่มีนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการสรรหา ได้เสนอชื่อ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้วุฒิสภาได้พิจารณาเห็นชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการพิจารณาดังกล่าวคณะกรรมการสรรหา ได้นำเสนอรายงานการพิจารณาสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้ง เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ระบุเนื้อหาตอนหนึ่ง ถึงกรณีที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ทำหนังสือเพื่อขอให้ชะลอกระบวนการสรรหาและเสนอชื่อบุคคลหรือดำเนินการมาตรการอื่นใด ของการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้องค์ประกอบของกรรมการสรรหามีครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และป้องกันบรรเทาความเสี่ยงต่อการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของสว. ที่จะให้ความเห็นชอบเป็น กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

โดยคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบหนังสือของนายเทวฤทธิ์แล้วและเห็นว่า กรณีขอให้รอองค์ประกอบกรรมการสรรหาให้ครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นั้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 203 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 11  กำหนดกำหนดชัดแจ้งว่า กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งกรรมกาสรรหา คือ ประธานสภาฯ หรือ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ กรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจไปพลางก่อนได้ ดังนั้นคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.

“การดำเนินการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนั้นจึงไม่สามารถชะลอการสรรหา รวมถึงการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อวุฒิสภาได้” 

รายงานของคณะกรรมการสรรหา ระบุด้วยว่ากรณีมีหนังสือของให้คณะกรรมการสรรหาทบทวนคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ได้รับหนังสือบัตรสนเท่ห์ไม่ลงวันที่ โดย สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้รับเมื่อ 21 เม.ย.  เรื่อง ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายจักรพงศ์  ที่ไม่มีคุณสมบัติตามมาตา 200(4) ของรัฐธรรมนูญ คือ ผู้ทรงวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจาย์ของมหาวิทยาลัยในปะเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  โดยระบุว่า

1.นายจักพงศ์ เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ตรงกับสาขาที่สมัคร โดยนายจักรพงศ์ เป็นอาจารย์ในกลุ่มวิชากฎหมาย หรือ สาขานิติศาสตร์  สังกัดคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 2.การแต่งตั้งในตำแหน่งศาสตราจารย์ของนายจักรพงศ์ ไม่ปรากฎข้อมูลผลงานทางวิชาการที่ใช้ประกอบการขอตำแหน่งดังกล่าวว และไม่ปรากฎว่าผู้ประเมินผลงานทางวิชาการในการขอตำแหน่งศาสตราจารย์คือผู้ใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหา ได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเห็นว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะพิจารณาทบทวนคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ได้ ทั้งนี้ได้ให้นายจักรพงศ์เข้าชี้แจง เมื่อวันที่ 7 เม.ย. แล้ว โดยนายจักรพงศ์ชี้แจงสรุปความว่า นายจักรพงศ์ ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยแต่งตั้งเมื่อ 1 พ.ย.2550 ซึ่งแต่งตั้งก่อนวันที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2551 จะมีผลบังคับใช้โดยมาตรา 32 ระบุว่า ผู้ซึ่งได้เป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ใช้บังคับ ให้มีฐานะเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์และอาจารย์

และมาตรา 33 กำหนดให้ระหว่างที่ไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีสาขาวิชาใดให้ผู้สำเร็จวิชาการตำรวจตามหลักสูตนักเรียนนายร้อยตำรวจได้รับปริญญาทางรัฐประศาสนศาสตร์ ประกอบกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจในขณะนั้นมีเพียงสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์เพียงสาขาเดียวเท่านั้น ยังไม่มีสาขาวิชานิติศาสตร์ โดยคณะนิติศาสตร์จัดตั้งขึ้นเมื่อ2เม.ย.2562

นอกจากนั้นนายจักรพงศ์ ยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งยืนยันถึงองค์ความรู้ของการเป็นนักบริหารจัดการภาครัฐอย่างแท้จริง ในส่วนของผลงานทางวิชากาที่เป็นที่ประจักษ์ในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ คือ หนังสือกลยุทธ์ศึกษาและคู่มือปฏิบัติงานหลักและทฤษฎีการสอบสวน ทั้งนี้มีผู้ประเมินผลงานทางวิชาการให้เป็นศาสตราจารย์คือ นายวิษณุ เครืองาม

จากนั้นคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาทบทวนนคุณสมบัติของนายจักพงศ์ ว่าเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับกาแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200(4) ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (4) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้มีการออกเสียงลงมติโดยเปิดเผย  6 เสียง ต่อ 2  เสียง เห็นว่า นายจักรพงศ์มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ 

สำหรับ 6 เสียง ที่เห็นว่ามีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่  นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด นายสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ กรรมการสรรหาโควตาของกกต. นายอรรถยุทธ ศรีสมุทร กรรมการสรรหาโควตาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน  นายชาญนะ เอี่ยมแสง กรรมการสรรหาโควตาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  และ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กรรมการสรหาโควตาจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ขณะที่ 2 เสียงที่เห็นว่าขาดคุณสมบัติ คือ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา และ นายเจษฎา กตเวทิน กรรมการสรรหาโควตาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในรายงานที่นำเสนอต่อวุฒิสภา ได้เผยแพร่ส่วนการแสดงความคิดเห็นและการสัมภาษณ์ของนายจักพงศ์ต่อกรรมการสรรหา เมื่อ 7 เม.ย.  โดยความตอนหนึ่งของในช่วงที่นายอรรถยุทธ ตั้งคำถามถึงจุดอ่อนที่จะพัฒนาต่อไป  ซึ่งนายจักรพงศ์ ชี้แจงในตอนท้าย ซึ่งปรากฎในเอกสารหน้าที่ 20 ว่า “สำหรับจุดอ่อนของผม ผมเป็นนักกฎหมายมหาชนคนหนึ่ง ซึ่งจบทางนิติศาสตร์มหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาเอกทางมหาชนโดยตรง เข้าใจเรื่องทางมหาชนทั้งหมด เพราะฉะนั้นในการทำงานของผมค่อนข้างที่จะเข้าใจการทำงานและสามารถทำงานได้เพราะเเข้าใจเรื่องนิติวิธีทางมหาชนด้วย ในกฎหมายมหาชนด้วย เพราะฉะนั้นจุดอ่อนของผมอยากให้คนอื่นมอง”

ต่อจากนั้นเป็นคำถามของนายเจษฎา ได้ถามถึงการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำศาลรัฐธรรมนูญและเคยทำงานกับนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายจักรพงศ์ ตอบว่า “การปฏิบัติหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ คือกรรมการป.ป.ช.” 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่ารายงานของคณะกรรมการสรรหา ยังเผยแพร่คำสัมภาษณ์เพื่อตรวจสอบกรณีการดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ตามที่มีหนังสือสนเท่ห์ ซึ่งนายจักรพงศ์ ชี้แจงตอนหนึ่งว่า โรงเรียนนาย้อยตำรวจไม่มีคะ มีเฉพาะภาควิชาต่างๆ ซึ่งหลอมรวมกันเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ ใครจะสอนวิชาไหนก็ตามจะหลอมรวมเป็นรัฐประศาสนศาสตร์เพียงสาขาเดียวที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย  ดังนั้นผมจะเป็นศาสตราจารย์สาขาไหนก็ไม่จำเป็น แต่กรณีดังกล่าวเป็นข้อจำกัดว่าไม่สามารถประเมินเป็นศาสตราจารย์สาขานิติศาสตร์ได้แต่อย่างใด เพราะโรงเรียนนายร้อยตำรวจมีเพียงสาขารัฐประศาสนศาสตร์เท่านั้น ขณะที่ผมสอนวิชาเกี่ยวกับหลักทฤษฎีการสอบสวน ซึ่งเป็นหัวใจของรัฐประศาสนศาสต์โดยตรง

และนายจักรพงศ์ ยังตอบคำถามต่อประเด็นที่ถูกถามว่า เห็นตนเองเป็นผู้ทรงวุฒิด้านนิติศาสตร์ หรือ ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ตอนหนึ่งว่า   การเป็นนักรัฐประศาสนศาสตร์ที่ดี ต้องมีกฎหมายเป็นตัวหลักที่เป็นหลักการ หลักเกฑ์ที่จะทำให้นักรัฐประศาสนศาสตร์ที่ดี นอกจากมีความรุ้ด้านรัฐประศาสนศาสตร์อยู่แล้ว ซึ่งผมจบปริญญาโททางรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต  มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการองค์กรและมีความรู้ทางกฎหมายด้วย จึงเป็นแนวคิดที่ผสมผสานให้การทำงานเกิดได้มีประสิทธิภาพ

ธนพร อ่านโพล ชี้การเมืองไทย อนุรักษ์นิยม ยังโดดเด่น อนุทิน ขึ้นเป็นแกนหลัก ส่วนแลนด์บริดจ์ เชื่อ ชาวใต้ ไม่ขวาง

ธนพร อ่านโพล ชี้การเมืองไทย อนุรักษ์นิยม ยังโดดเด่น อนุทิน ขึ้นเป็นแกนหลัก ส่วนแลนด์บริดจ์ เชื่อ ชาวใต้ ไม่ขวาง

ธนพร อ่านโพล ชี้การเมืองไทย อนุรักษ์นิยม ยังโดดเด่น อนุทิน ขึ้นเป็นแกนหลัก ส่วนแลนด์บริดจ์ เชื่อ ชาวใต้ ไม่ขวาง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

 “ธนพร” อ่านโพล ชี้การเมืองไทย “อนุรักษ์นิยม” ยังโดดเด่น  “อนุทิน” ขึ้นเป็นแกนหลัก ส่วนแลนด์บริดจ์ เชื่อ ชาวใต้ ไม่ขวาง เป็นโอกาสรัฐบาลเดินหน้า แต่ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน

วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยของสวนดุสิตโพล ประจำเดือนเมษายน รวมถึงผลสำรวจของนิด้าโพลในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนทิศทางการเมืองไทยที่น่าสนใจในหลายมิติ

แม้ภาพรวมความเชื่อมั่นทางการเมืองจะปรับลดลงจาก 3.89 เหลือ 3.79 คะแนน แต่จุดที่โดดเด่นคือบทบาทของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยังคงถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในมุมบวกหรือมุมวิพากษ์วิจารณ์ โดยสะท้อนสถานะของการเป็น “แกนหลัก” ของการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมในปัจจุบัน

รศ.ดร.ธนพร มองว่า แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ฐานการเมืองอนุรักษ์นิยมเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และมีผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลต่อความชอบธรรมทางการเมืองในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ผู้นำทางการเมืองในรัฐบาลรายอื่น เช่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีคะแนนนิยมในระดับสูง สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของพรรคเพื่อไทย และแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุนที่เริ่มกลับมา

ในฝั่งฝ่ายค้าน รศ.ดร.ธนพร มองว่า พรรคการเมืองสายก้าวหน้ายังเผชิญความท้าทายในการปรับกลยุทธ์การทำงาน แม้จะมีจำนวน สส. มาก แต่บทบาททางการเมืองยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ส่งผลให้บุคคลอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับได้รับการจับตามองมากกว่าในเชิงบทบาท

เมื่อพิจารณาคะแนนผู้นำทางการเมือง พบว่าบุคคลในกลุ่มแนวคิดอนุรักษ์นิยมมีคะแนนนำ ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน นายยศชนัน หรือ นายอภิสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงเวลานี้ “ขั้วอนุรักษ์นิยม” ยังคงเป็นแกนหลักของสมดุลอำนาจทางการเมืองไทย

สำหรับประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งนิด้าโพลระบุว่าประชาชนในภาคใต้ ไม่ขวางโครงการ รศ.ดร.ธนพร มองว่าเป็นโอกาสของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายขนาดใหญ่ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะ เปิดเผยข้อมูลครบถ้วน และสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าของโครงการ

รศ.ดร.ธนพร ยังเห็นว่า ความเห็นที่แตกต่างแม้เกิดขึ้นภายในพรรคการเมืองเดียวกัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระบอบประชาธิปไตย เพราะสะท้อนถึงการตรวจสอบถ่วงดุลภายใน และยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง