ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’

ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’

ม.กรุงเทพ เปิดหลักสูตรรับโลกคอนเทนต์ยุค AI ‘Global Creator and Influencer Branding’

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผนึกกำลังกับ Omnicom Media Thailand ลงนามความร่วมมือ (MoU) ยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ระดับสากล พร้อมเปิดตัวหลักสูตรสุดล้ำ “Global Creator and Influencer Branding” มุ่งปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่อยู่รอดและรุ่งเรืองในยุค AI เข้ามามีบทบาทในการสร้างคอนเทนต์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผศ.ดร.อรรยา สิงห์สงบ รองอธิการบดีสายวิชาการ ม.กรุงเทพ กล่าวว่า ปี 2026 โลกของ Digital Content กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการสร้างคอนเทนต์อย่างสิ้นเชิง ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีช่วงความสนใจสั้นลง ท่ามกลางคอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นในทุกวันมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะ Creative University เลือกมองความท้าทายเหล่านี้เป็น “โอกาส” สำหรับหลักสูตร Global Creator and Influencer Branding คือการรวมพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผสานกับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Omnicom Media จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับวงการศึกษาและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงในระดับประเทศ แต่สามารถเติบโตสู่ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน และนักศึกษาสามารถเลือกเส้นทางที่ถนัดและพัฒนาตัวเองผ่านประสบการณ์จริงเป็นบุคลากรที่พร้อมทำงานได้ทันที

ด้าน จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ Chief Operating Officer จาก Omnicom Media Thailand กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Omnicom Media และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สะท้อนความเชื่อร่วมกันว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต แม้ว่า AI และเทคโนโลยีใหม่ๆจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของหลายอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดยังคงเป็น ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ และมุมมองของมนุษย์ ม.กรุงเทพเป็นสถาบันที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับ talents หรือ พรสวรรค์ ที่ Omnicom Media มองหา และอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อเชื่อมโลกของการศึกษาเข้ากับโลกของธุรกิจจริง และเชื่อว่าการศึกษา เครื่องมือ และโอกาสที่เหมาะสมคนรุ่นใหม่ของไทยสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลกได้

ความร่วมมือในครั้งนี้จะเข้ามาเสริมศักยภาพหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับโลกด้าน Media Strategy, AI และ Technology เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็น “สนามจริง” ของอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือปฏิบัติจริง และพัฒนาทักษะที่พร้อมต่อการทำงานทันทีหลังสำเร็จการศึกษาจนเป็น Talent ที่อุตสาหกรรมต้องการตัว

ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

ปลุกห้องสมุดมีชีวิต! ดันบอร์ดเกมการเงิน สร้างทักษะจริงให้ประชาชนทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติร่วมพิธีมอบวุฒิบัตรแก่บุคลากรทางการศึกษา พร้อมมอบบอร์ดเกม “Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน” ภายใต้โครงการ “Play to Learn เล่นให้รู้” เพื่อขับเคลื่อนการสร้างทักษะทางการเงินผ่านเครือข่ายห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) กรุงเทพมหานคร

นายอัครนันท์ กล่าวว่า กิจกรรม Play to Learn คือภาพสะท้อนของการปฏิรูปการเรียนรู้ในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง บอร์ดเกมที่มอบให้วันนี้ จะเป็นอาวุธทางปัญญา สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ประชาชน นอกจากนี้ ตัวผมเองก็เติบโตมากับห้องสมุด และยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกห้องสมุดให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเป็นที่เรียนรู้ เป็น Co-working Space ของประชาชน คนรุ่นใหม่ ที่ปลอดภัยและทันสมัยต่อไป

ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. เปิดเผยว่า สกร. พร้อมขยายผลโครงการ “Play to Learn” สู่ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ พร้อมมุ่งพัฒนาบุคลากรให้เป็น “Learning Facilitator” หรือผู้อำนวยความสะดวกการเรียนรู้ เพื่อให้การใช้บอร์ดเกมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างวินัยทางการเงิน การออม และการใช้จ่ายในชีวิตจริงของประชาชน นอกจากนี้  สกร. มีความมุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเรียนรู้ระดับ “World Class” ผ่านเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน

CRA จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

CRA จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

CRA จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทย เปิดตัวคณะน้องใหม่ “คณะวิศวกรรมศาสตร์” ในปีพุทธศักราช 2569 โดยเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) ในปีการศึกษา 2568 เป็นปีแรก ชูจุดเด่นการสร้างวิศวกรยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผู้ซ่อมบำรุง แต่เป็น “นวัตกร” ที่เข้าใจทั้งกลไกวิศวกรรมและหัวใจของการรักษาในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวกระโดด “เครื่องมือแพทย์” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม Healthcare แห่งอนาคต โดยบูรณาการความเชี่ยวชาญจาก 4 มิติหลัก ได้แก่ Engineering x Medical Science : ประยุกต์ความรู้พื้นฐานวิศวกรรมเข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์แม่นยำ , Standards & Quality : เชี่ยวชาญการออกแบบ ทดสอบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล ,       Digital Transformation : ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาจากโจทย์จริงทางการแพทย์ , Entrepreneurship : บ่มเพาะแนวคิดทักษะผู้ประกอบการ ต่อยอดนวัตกรรมสู่โลกธุรกิจหรืออุตสาหกรรมได้จริง โดยหลักสูตรนี้เราไม่ได้สร้างแค่คนทำงานกับเครื่องกล แต่เราสร้างวิศวกรที่เข้าใจหัวใจของการรักษา เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตคนได้จริง

ไฮไลท์สำคัญของหลักสูตรฯ นักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Action Learning ผ่านการลงมือทำในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย และแก้ไขโจทย์จริงจากเคสทางการแพทย์ โดยมีจุดแข็งที่น่าสนใจ ดังนี้ เครือข่ายมืออาชีพ เรียนรู้ใกล้ชิดกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , ฝึกงานเข้มข้น โปรแกรม Practical Training 3 เดือนเต็มในชั้นปีที่ 4 เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานทันทีหลังจบการศึกษา และค่าเล่าเรียน ตลอดหลักสูตร 4 ปี (ไม่น้อยกว่า 137 หน่วยกิต) รวม 240,000 บาท

บัณฑิตที่จบจากหลักสูตรนี้สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ อาทิ วิศวกรชีวการแพทย์ ดูแลระบบในโรงพยาบาลหรือโรงงานอุตสาหกรรม , นักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ , ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบเครื่องมือแพทย์ (RA) ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานที่เป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน , เจ้าของธุรกิจหรือ Startup ต่อยอดไอเดียเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสุขภาพ

ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ รวมถึงให้บริการวิชาการ ทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ รวมทั้งดำเนินการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสุขภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมช่วยชีวิต สามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Facebook: Engineering.cRA , Instagram: @bme.cra หรือ โทรศัพท์: 02-576-6000 ต่อ 7288 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารการศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทาง Facebook/Instagram: Education CRA หรือที่เว็บไซต์ http://www.cra.ac.th

King’s College Bangkok เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

King's College Bangkok เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

King’s College Bangkok เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ (King’s College Bangkok) ประกาศเปิดรับสมัครทุนการศึกษา “King’s Bangkok Academic Excellence Scholarship” ปีที่ 4 ตอกย้ำเจตนารมย์อันแน่วแน่ในการส่งมอบโอกาสทางการศึกษาระดับโลกให้แก่นักเรียนไทยที่มีศักยภาพ รวมมูลค่าทุนสูงสุดกว่า 5 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตลอดหลักสูตร เปิดรับสมัครสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศไทย ทั้งในระดับ Year10 – Year13 (ม.3 – ม.6) และ Year12 – Year13 (ม.5 – ม.6) ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 พฤษภาคม 2569

King’s Bangkok Academic Excellence Scholarship เป็นทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ปราศจากข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น โดยผู้สมัครขอรับทุนต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน , ผลการเรียนย้อนหลัง 2 ปีอยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ไม่ต่ำกว่า 3.40 สำหรับโรงเรียนในระบบการศึกษาไทยทั่วไป) , กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยและมีอายุตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด , ความประพฤติดีและมีจิตใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน , กรณีศึกษาในระบบโรงเรียนนานาชาติ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาประเภท Financial Aid (ทุนสำหรับผู้ขาดแคลน) อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น

ในปีการศึกษาที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กับการจัดพิธีสำเร็จการศึกษาของนักเรียน Year 13 รุ่นแรก (Class of 2025) โดยในบรรดาผู้ที่สำเร็จการศึกษานี้ มีนักเรียนทุนโครงการ King’s Bangkok Academic Excellence Scholarship รุ่นแรกรวมอยู่ด้วย

นักเรียนทุนกลุ่มนี้ยังประสบความสำเร็จจากการได้รับข้อเสนอเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ทั้งในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เอเชีย และประเทศไทย ตามความใฝ่ฝันของตน นับเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่พวกเขาได้เลือกด้วยตนเอง สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของนักเรียนทุกคนอย่างชัดเจน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงพลังของโอกาสทางการศึกษาระดับโลก ที่ช่วยหล่อหลอมทั้งทักษะ ความรู้ และการเติบโตในสภาพแวดล้อมนานาชาติอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ มุ่งมั่นสานต่อโครงการทุนการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

ผู้สนใจสมัครสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.opl.to/kingsbangkokscholarship หรือติดต่อสอบถามได้ทางอีเมล์ scholarship@kingsbangkok.ac.th โทร. +66 (0) 2481 9955 และติดตามข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจของโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook Youtube Instagram และ X

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งสยาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2440 หรือราว 128  ปีที่แล้ว โดยระบุข้อความว่า “รัชกาลที่ ๕ ประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ ๑๒๘ ปีที่แล้ว 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งสยาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ในคราวเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ ๑ โดยมี สมเด็จพระราชาธิบดีออสการ์ที่ ๒ แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ ทรงรับ ณ ท่าน้ำลูโกร์ดปรัปปัน กรุงสตอกโฮล์ม

ในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร) ตามเสด็จด้วย”

ทอ.จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทอ.จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทอ.จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ณ อุทยานการบินกองทัพอากาศ 

วันฉัตรมงคล 4 พ.ค.2569 ของทุกปี เป็นวันที่ปวงพสกนิกรชาวไทย ต่างน้อมรำลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งในรัชกาลปัจจุบัน วันฉัตรมงคล ถูกกำหนดวันขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 4 – 6 พ.ค.2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันที่ 4 พ.ค.2562 ดังนั้น วันฉัตรมงคลในปัจจุบัน จึงตรงกับวันที่ 4 พ.ค. ของทุกปี

การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ โดยคำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

สำหรับในประเทศไทย การยิงสลุตครั้งแรกเกิดขึ้นที่ ป้อมวิไชยเยนทร์ หรือ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน กองบัญชาการกองทัพเรือพระราชวังเดิม ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569

กองทัพบก โดย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 โดยทำการยิงพร้อมกันทั้ง 3 เหล่าทัพ เวลา 12.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยจัด 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิง จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที

สำหรับการยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติหรือบุคคลสำคัญ โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ ในปัจจุบันประเทศไทยยึดตามหลักเกณฑ์ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีฉัตรมงคล รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ จะทำการยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

“สีหศักดิ์”เชื่อ”กัมพูชา”ตอบรับ คุย”3 ฝ่าย”บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน 7-9 พ.ค.นี้ ชี้เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อนเริ่ม GBC

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยถึงท่าทีของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.นี้ ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์ กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคาดว่ากัมพูชาน่าจะตอบรับในการพูดคุยครั้งนี้ ยืนยันว่าฝ่ายไทยมีการเตรียมการเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆ ที่จะพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันมาก ซึ่งจะมีการมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยกันต่อ

ส่วนโอกาสที่จะพูดคุยคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ร่วมกันเลยหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะอยู่ในขั้นตอนต่อไป แต่ขณะนี้ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน ดังนั้น ในเวทีที่ประเทศฟิลิปปินส์ต้องมาพูดคุยในมาตรการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไป

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

4 พฤษภาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

หากไม่มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ ตลอดจนชนชั้นนำจารีตประเพณี

หากปราศจากซึ่งการก่อรูปของระบอบตามรัฐธรรมนูญ 2560

หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมแนวบ้านใหญ่ไม่สวามิภักดิ์ต่อชนชั้นนำ

หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมไม่สมคบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบประเทศ

ก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

พูดให้ชัดขึ้น ก็คือ กำเนิดของพรรคอนาคตใหม่ และการดำรงสืบเนื่องเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในวันนี้ คือ ปฏิกริยาต่อสภาพการเมืองและเศรษฐกิจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

การดำรงอยู่ของพรรคนี้ อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงชีวิตแรก 1-2 ทศวรรษนี้ จึงสัมพันธ์กับเรื่องการปฏิรูปอย่างถึงรากทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียง “คน” ที่มาดำรงตำแหน่ง แต่ต้องไปให้ไกลถึงการตั้งประเด็นเรื่องอำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปให้ถึงการตั้งคำถามว่าองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ อย่างไร

เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียงการทำให้คนไม่สูญเสียเวลาในชีวิตไปเป็นปี แต่ต้องชี้ให้เห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำพลเรือนให้มีความเป็นทหาร

เมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการ “แฉ” รายวัน/รายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียง “กระบอกเสียง” ให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหวหรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถ ตบทรัพย์ เท่านััน แต่ต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่าง “ทุน-นักการเมือง-ราชการ“ โยงใยไปถึง ”ยอดปิระมิด“ และการกินรวบประเทศ

หากวันนี้ พรรคไม่ทำภารกิจเรื่องเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรคแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป

หรือหากจะมีพรรคต่อไป พรรคก็จะกลายเป็นเพียงที่รวมตัวกันของคนที่ประสงค์เข้ามาทำงานการเมือง อยากเอาความรู้ความสามารถที่ตนร่ำเรียน มีประสบการณ์ มาช่วยพัฒนาประเทศ

นักการเมืองของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นนักเลือกตั้ง เอาชนะเลือกตั้งให้ได้สม่ำเสมอ

ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นเทคโนแครต “ปะผุซ่อมแซม” เป็นจุดตามที่ตนเองถนัด

หากเป็นเช่นนี้… ก็ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่นๆ

เพียงแต่รูปโฉมดูสดใสใหม่กว่าเดิมๆ เท่านั้น

การหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต้องถกกันถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค และพิจารณาร่วมกันว่า เหตุเหล่านี้ได้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง

หากคำตอบร่วมกันมีว่า สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็ละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย

หากคำตอบร่วมกันยังยืนยันว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ยังคงเหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือเลวร้ายกว่าเดิมแล้วล่ะก็ พรรคก็ต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันให้ได้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์ไปปฏิรูปให้สำเร็จจงได้

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

“กรวีร์”เชื่อดัน”กฎหมายอากาศสะอาด” กลับเข้ามาพิจารณา ทันเดดไลน์ ไม่มีสะดุด เผย”ครม.”เตรียมชงฟื้นร่างกม.หลายฉบับ ย้ำพร้อมประสานตอบกระทู้”ฝ่ายค้าน” แนะวางการเมืองลง ยึดประโยชน์ประชาชน ยังไม่เฟิร์ม”นายกฯ”จะมาตอบกระทู้ถาม”ฝ่ายค้าน”เอง 7 พ.ค.นี้ เหตุติดประชุมฯอาเซียน

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางคณะรัฐมนตรีเรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นเดดไลน์

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าถ้าหากรัฐบาลยังไม่มีการยืนยันมาภายในวันที่ 5 พ.ค.ก็จะเชิญเลขา ครม.ไปชี้แจงในวิปฝ่ายค้านว่าทำไมกฎหมายถึงไม่ผ่าน ด้วยเหตุนี้จะสุ่มเสี่ยงทำให้กฎหมายถูกปัดตกไปโดยอัตโนมัติหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นกังวล ต้องรอความชัดเจนอาทิตย์หน้าที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแบบไหนอย่างไร เชื่อว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนใหญ่จะได้รับการยืนยันจากคณะรัฐมนตรีเข้ามา ส่วนจะเป็นวันที่ 12 หรือวันที่ 15 พ.ค.นั้น เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้าน บอกว่าจะตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสไปตอบกระทู้ของฝ่ายค้านหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านก็ถามนายกฯทุกสัปดาห์ ซึ่งเราก็ได้มีการประสานงานกับคณะรัฐมนตรีอยู่ทุกสัปดาห์ และใช้โอกาสตรงนี้ขอยืนยันไปยังฝ่ายค้านอีกครั้งว่า เรามีความพยายามอยากจะเห็นการทำงานร่วมกัน อยากจะถามในประเด็นไหนหรือถามรัฐมนตรีท่านใด ให้ประสานงานเข้ามาก่อน ซึ่งวันที่ 7 พ.ค.นี้ ตนก็ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรีจะติดภารกิจสำคัญอะไรหรือไม่ ถ้ามีแล้วจำเป็นต้องมอบหมาย แล้วเรารู้ว่าประเด็นที่ท่านจะถามเรื่องอะไร ก็จะประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้แทนได้

“สุดท้ายผมเชื่อว่าถ้าเราวางการเมืองลง เอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง ก็จะทำให้งานเดินหน้าไปได้ ถ้าแจ้งมาว่าเป็นหัวข้อเรื่องอะไร รัฐมนตรีท่านไหน เราสามารถที่จะประสานงาน เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือรับผิดชอบมาตอบกระทู้สดได้ ผมเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ และไม่มีประโยชน์อะไรที่ทำให้กระทู้ตกไปในแต่ละสัปดาห์” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในสภาฯ สมัยนี้มีโอกาสใช่หรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีจะตอบกระทู้ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ตอบกระทู้รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับแต่ละสัปดาห์ ว่านายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจอะไรเยอะหรือไม่ เมื่อถามถึงการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีวาระอะไรสำคัญบ้าง นายกรวีร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ เป็นการสรุปว่าจะมีญัตติใดเข้าสภาบ้าง รวมถึงกระทู้สด ที่สัปดาห์นี้เป็นของพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์