มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์สู่อำเภอเวียงแหง หนุนสาธารณสุขพื้นที่ห่างไกล

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์สู่อำเภอเวียงแหง หนุนสาธารณสุขพื้นที่ห่างไกล

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์สู่อำเภอเวียงแหง หนุนสาธารณสุขพื้นที่ห่างไกล

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.48 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมส่งต่อความห่วงใยแก่พี่น้องในพื้นที่ อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มอบเครื่องผลิตออกซิเจน หน้ากากอนามัยและขนมขบเคี้ยว เสริมความพร้อมด้านสาธารณสุขให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เดินหน้าสนับสนุนการดูแลด้านสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ และขนมขบเคี้ยวผ่านสภาสังคมสงเคราะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และ นางธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ไปมอบยังพื้นที่ ตำบลเมืองแหง ตำบลแสนไห และตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

การส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องผลิตออกซิเจน จำนวน 2 เครื่อง หน้ากากอนามัย จำนวน 8,000 ชิ้น และขนมขบเคี้ยว ให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) โดยทางสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการส่งมอบณ วัดพระธาตุดอยนายาง ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า การสนับสนุนในครั้งนี้ มูลนิธิฯ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมดูแลสุขภาพ ช่วยเหลือผู้ป่วยและกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ โดยมอบเครื่องผลิตออกซิเจน บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องใน 3 ตำบล ขณะเดียวกัน ยังได้ทราบถึงความจำเป็นของหน้ากากอนามัยสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ด้วยความทุ่มเทและตั้งใจ จึงได้มอบหน้ากากอนามัยให้กับชุดรักษความปลอดภัยหมู่บ้าน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการมีสุขอนามัยที่ดี และให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การสนับสนุนเครื่องผลิตออกซิเจนและหน้ากากอนามัย นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจด้านสาธารณสุขของมูลนิธิฯ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเคียงข้างชุมชนและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม

ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’

ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’

ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 และดำรงพระอิสริยยศเป็น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ระหว่างวันที่ 4-6 พุทธศักราช 2562 ถือเป็นพระราชพิธีครั้งที่ 12 นับตั้งแต่มีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์มา 237 ปี นับจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ประเทศไทยก็ได้ว่างเว้นจากพระราชพิธีนี้มานานถึง 69 ปี

รัฐบาลไทยและพสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมจัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่า พระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 โดย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอดและครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป หลังพระราชพิธีบรมราชภิเษก 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ในปีถัดไปจะเป็นวันระลึกวันบรมราชาภิเษก และจะเรียกว่า “วันฉัตรมงคล”  ตลอดไปในรัชกาลนี้

ความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคลนั้น ก่อนหน้ารัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชพิธีฉัตรมงคล ถือเป็นพิธีของเจ้าพนักงานในพระราชฐานที่มีหน้าที่รักษาเครื่องราชูปโภคและพระทวารประตูวัง ได้จัดการสมโภชสังเวยเครื่องราชูปโภคที่ตนรักษาทุกปีในเดือนหก และเป็นงานส่วนตัวไม่ถือเป็นงานหลวง จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงกระทำพิธีฉัตรมงคลขึ้นเป็นครั้งแรกในวันบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2393 โดยมีพระราชดำริว่า “วันบรมราชาภิเษก เป็นมหามงคลสมัยที่ควรแก่การเฉลิมฉลองในประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงถือให้วันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล และควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ” แต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมใหม่ ยากต่อการเข้าใจ อีกทั้ง เผอิญที่วันบรมราชาภิเษก ไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภคที่มีแต่เดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงอธิบายว่า วันฉัตรมงคล เป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภค จึงไม่มีใครติดใจสงสัย ดังนั้น จึงได้มีพระราชดำริจัดงานพระราชกุศลพระราชทานชื่อว่าฉัตรมงคล นี้ขึ้น โดยได้มีการเฉลิมฉลองด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพุทธมนต์ ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 รุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทและพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ด้วยเหตุนี้ จึงถือว่า การเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคล เริ่มมีในรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นครั้งแรก

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 วันบรมราชาภิเษก ตรงกับเดือน 12 จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉัตรมงคลในเดือน 12 แต่ไม่ได้รับการยินยอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงแก้ไขด้วยการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยตราจุลจอมเกล้าสำหรับตระกูลขึ้น ให้มีพระราชทานตรานี้ตรงกับวันคล้ายบรมราชาภิเษก ท่านผู้หลักผู้ใหญ่จึงยินยอมให้เลื่อนงานฉัตรมงคล มาตรงกับ วันบรมราชาภิเษก แต่ยังให้รักษาประเพณีสมโภชเครื่องราชูปโภคอยู่ตามเดิม รูปแบบงานวันฉัตรมงคล ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 การพระราชพิธีฉัตรมงคลได้เพิ่มการพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ซึ่งเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลสนองพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช

พระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการพระราชพิธี 3 วัน คือ วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย สรงพระมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสงศัสตราวุธ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ เลี้ยงพระ พระสงฆ์ดับเทียนชัย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์และเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

วันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เสด็จออกให้ทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

นับเนื่องตั้งแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอดและครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไปพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่องในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตลอดจนการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร ทรงน้อมนำแนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  และ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาทรงปฏิบัติ  ทรงแสดงความมุ่งมั่นพระราชหฤทัย ที่จะทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด”   แนวพระราชดำริใน สมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ให้เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ทั้งด้วยพระราชดำรัส พระราโชบาย แนวพระราชดำริ ตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวง

สืบสาน คือทรงนำองค์ความรู้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  มาสืบสานในการทรงงาน รักษา คือพระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  และ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้เกิดความยั่งยืน ต่อยอด คือสานต่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ให้สัมฤทธิ์ผลตามพระราชประสงค์

เมื่อวันฉัตรมงคล เวียนมาบรรจบครบรอบอีกหนึ่งครา ในวันที่ พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 พสกนิกรชาวไทย ต่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่พสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

จากจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ : เรื่องราวของ ‘แจสมิน สปา’

จากจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ : เรื่องราวของ 'แจสมิน สปา'

จากจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ : เรื่องราวของ ‘แจสมิน สปา’

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

โดย ศมลวรรณ อัศวสิทธิถาวร ผู้ก่อตั้ง

ในโลกธุรกิจบริการที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด “แจสมิน สปา” ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะสปาเพื่อสุขภาพระดับแนวหน้า ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่ายี่สิบปี ด้วยมาตรฐานการบริการที่ทุ่มเทต่อทุกรายละเอียด สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันชัดเจนของ ศมลวรรณ อัศวสิทธิถาวร ผู้ก่อตั้ง ที่ต้องการยกระดับนิยามของสปาให้เป็นมากกว่าสถานที่ผ่อนคลาย แต่คือ “สถานที่แห่งความไว้วางใจและคุณภาพ” อย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์แห่งการสร้างสรรค์

ตลอดเส้นทางกว่า ยี่สิบปี “แจสมิน สปา” ไม่เคยหยุดพัฒนา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความเพลิดเพลินผ่อนคลายเหนือระดับให้แก่ลูกค้า ทุกการให้บริการถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งการฝึกฝนเทอราพิสต์ให้มีความเชี่ยวชาญสูงสุด และการจัดสรรบรรยากาศภายในที่หรูหรา สงบ และเอื้อต่อการผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ผู้มาเยือนทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ: จากความเจ็บป่วยสู่การเยียวยาด้วยหัวใจ

คุณศมลวรรณเล่าว่า แรงบันดาลใจในการเปิดกิจการนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวโดยตรง เนื่องจากเธอเผชิญกับความเครียดสะสมจากการทำงานที่สูงมาก ส่งผลให้ร่างกายเมื่อยล้า เส้นเอ็นตึงและขาดความยืดหยุ่นตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

ด้วยเหตุนี้เธอจึงออกสำรวจและเข้าใช้บริการสปาในสถานที่ต่างๆ จนเกิดความรักและความหลงใหลในธุรกิจนี้อย่างลึกซึ้ง แต่เมื่อได้เริ่มเปิดกิจการมาตั้งแต่วันแรก เดือนแรก และปีแรก เธอกลับพบว่ามันไม่ได้ง่ายเลย

“จุดเริ่มต้นนั้นเรียกได้ว่าขาดความพร้อมในทุกด้าน ทั้งทำเล สถานที่ และบุคลากรที่ยังไม่ลงตัว ทว่าคำว่า ‘ท้อถอย’ กลับไม่เคยถูกนิยามไว้ในการทำงาน เพราะความพ่ายแพ้ที่แท้จริงมีเพียงการปิดกิจการเท่านั้น จึงได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจประคบประหงมธุรกิจนี้ ประดุจการรังสรรค์รสชาติอาหารที่ต้องละเมียดละไมจนไร้ที่ติ ความท้าทายเหล่านี้เองคือเสน่ห์ที่ผลักดันให้ก้าวข้ามทุกอุปสรรค จนกลายเป็นสปาที่ได้รับการยอมรับอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน”

มาตรฐานและการรับรองคุณภาพ: ความภาคภูมิใจอันสูงสุด

แจสมิน สปา ได้รับการรับรองมาตรฐานการประกอบธุรกิจสปาที่สำคัญ เพื่อยืนยันถึงการให้บริการอย่างมีคุณภาพสูงและเชื่อถือได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์สากล อาทิ:

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ จากกระทรวงสาธารณสุข
  • ใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สปส.)
  • เกียรติบัตรจากกรุงเทพมหานคร: รับรองคุณภาพในระดับ “ดีมาก” พร้อมโล่รางวัลที่ถือเป็นความภาคภูมิใจอันสูงสุด

เอกสารและเกียรติบัตรเหล่านี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันถึงความถูกต้องทางธุรกิจ หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจที่ลูกค้ามั่นใจได้ในทุกครั้งที่มาใช้บริการ

ความสำเร็จที่ยืนหยัด: ทีมงานที่แข็งแกร่ง

วันนี้ “แจสมิน สปา” ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสปาชั้นนำระดับ 5 ดาว ใจกลางย่านพระราม 3 ความสำเร็จนี้เกิดจากทีมงานที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ผู้จัดการทีมที่มีความชำนาญสูง ไปจนถึงเทอราพิสต์ผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือการนวดอโรม่าอันยอดเยี่ยม มีความอ่อนโยน อ่อนหวาน และพัฒนาฝีมือจนยกระดับสู่สปาเพื่อสุขภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดในย่านนี้

จากระยะเวลาเริ่มต้นสู่ปัจจุบัน: การันตีด้วยความผูกพัน

แม้จะก้าวผ่านเวลายาวนานกว่า ยี่สิบกว่าปี แต่เจตนารมณ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เรามีลูกค้าหลายท่านที่มาใช้บริการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการจนถึงปัจจุบัน ทีมงานทุกคนขอขอบคุณลูกค้าที่ไม่เคยลืมเลือนกัน และแวะเวียนมาหาเราสม่ำเสมอในยามที่เมื่อยล้าจากการงาน เราสัญญาว่าจะสืบสานมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และความโปร่งใส พร้อมพัฒนาการบริการให้เหนือความคาดหมายของลูกค้าตลอดไป

ธุรกิจสปาก็เปรียบเสมือนงานสร้างสรรค์อาหารชั้นเลิศ ที่ไม่ได้อาศัยเพียงวัตถุดิบชั้นดี แต่ต้องอาศัยความใส่ใจ พิถีพิถัน และความสม่ำเสมอในทุกรายละเอียด หากละเลยคุณภาพ วันหนึ่งคุณค่าอาจเลือนหาย แต่หากรักษามาตรฐานไว้อย่างมั่นคง พร้อมพัฒนาอยู่เสมอ ความไว้วางใจและความประทับใจจะดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน เช่นเดียวกับ “แจสมิน สปา” ที่ยังคงสืบสานความสง่างามและมาตรฐานแห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง

ช่อง 7HD ยกระดับแนวคิด คนปรับ โลกเปลี่ยน ชวนคนไทยมุ่งสร้างสังคมยั่งยืนในทุกมิติ เริ่มที่ตัวเรา

ช่อง 7HD ยกระดับแนวคิด คนปรับ โลกเปลี่ยน ชวนคนไทยมุ่งสร้างสังคมยั่งยืนในทุกมิติ เริ่มที่ตัวเรา

ช่อง 7HD ยกระดับแนวคิด คนปรับ โลกเปลี่ยน ชวนคนไทยมุ่งสร้างสังคมยั่งยืนในทุกมิติ เริ่มที่ตัวเรา

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

ช่อง 7HD ตอกย้ำบทบาทสื่อเพื่อสังคม เดินหน้าสานต่อและขยายขอบเขตแนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน” จากการมุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทุกมิติของการดำเนินชีวิต ด้วยความเชื่อมั่นในพลังเล็ก ๆ ของทุกคนว่า การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่ตนเอง คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะสร้างสรรค์สังคมและโลกให้น่าอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ช่อง 7HD ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยในทุกมิติ พร้อมยกระดับแนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน” ให้ครอบคลุมมากกว่าเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่ขยายผลไปถึงการปรับทัศนคติและวิถีปฏิบัติของผู้คน เพื่อร่วมกันส่งต่อโลกที่สมบูรณ์และงดงามให้แก่คนรุ่นต่อไปท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่โลกกำลังเผชิญ ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความเปราะบางของสังคม รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง ช่อง 7HD ในฐานะสื่อมวลชนที่อยู่เคียงข้างประชาชน จึงขอทำหน้าที่สร้างความตระหนักรู้และสร้างแรงบันดาลใจ เชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกใบใหม่ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “คนปรับ โลกเปลี่ยน ทุกอย่างเริ่มที่ตัวเรา”ล่าสุด ช่อง 7HD นำโดยทีมผู้ประกาศข่าวคุณภาพ ได้แก่ เหมือนฝัน ประสานพานิช, ปอย-ภานุรัจน์ ศนีบุตร,ปุ๊ก-นภัสกรณ์ เสรีโรจนสิริ, เพชรหอม-สุคนธ์เพชร ผลประดิษฐานนท์, แชมป์-ศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล, บี-กมลาสน์เอียดศรีชาย พร้อมด้วยนักแสดงหนุ่ม โหน-ธนากร ศรีบรรจง เข้าร่วมกิจกรรมในงานวันแรงงาน “จุฬาฯ ห่วงใยแรงงานไทยปีที่ 2” ณ สยามสแควร์ Walking Street เพื่อร่วมส่งต่อพลังบวกและปลุกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนผ่านแนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน”อย่างเป็นรูปธรรม

โดย เหมือนฝัน ประสานพานิช ผู้ประกาศข่าวจากรายการสนามข่าว 7 สี ในฐานะตัวแทนช่อง 7HD กล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมล้วนมีจุดเริ่มต้นสำคัญจาก “คน” ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจึงต้องเริ่มจากการปรับวิธีคิดและพฤติกรรมของแต่ละบุคคล “จากที่เราได้ติดตามข่าวสารและพบเห็นปัญหามากมายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงในระดับสากล ความเปราะบางของสังคม หรือปัญหาการทุจริตคอรัปชัน หากเรามองให้ลึกถึงรากฐานของปัญหาและแนวทางแก้ไขอย่างถ่องแท้ จะพบว่าจุดเริ่มต้นและจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือ “คน” ด้วยเหตุนี้ ช่อง 7HD จึงมุ่งมั่นยกระดับแนวคิด “คนปรับโลกเปลี่ยน” ให้ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินชีวิต เพราะเราเชื่อมั่นว่า “โลก” คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพการกระทำของพวกเราทุกคน เมื่อเราเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมเพื่อส่วนรวม แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่หากหลอมรวมเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นพลังมหาศาลที่ขับเคลื่อนโลกไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกใบใหม่ด้วยมือของเรา เพราะเราเชื่อเสมอว่า คนปรับ โลกเปลี่ยน ทุกอย่างเริ่มที่ตัวเรา และในงานวันแรงงานล่าสุดที่พวกเราตัวแทน ช่อง 7HD ได้ไปร่วมกิจกรรมออกบูธ เล่นเกม พร้อมปลุกจิตสำนึกผ่านโครงการ “คนปรับ โลกเปลี่ยน” เพราะเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องร่วมมือกัน เราขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่
โดยไม่ต้องรอให้ใครเริ่มก่อน แต่เริ่มได้ทันทีจากเรื่องใกล้ตัวที่เปี่ยมพลัง ไม่ว่าจะเป็นการ “ปรับคำพูด” ให้กลายเป็นพลังใจที่อบอุ่นในครอบครัว “ปรับวินัย” ด้วยการเคารพเวลาและซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ หรือการ “ปรับพฤติกรรม” หันมาดูแลสุขภาพและมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง สิ่งเล็ก ๆ ที่เราตั้งใจปรับในวันนี้ จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหมุนโลกใบเดิมให้เปลี่ยนเป็นโลกใบใหม่ที่งดงามยิ่งกว่าเดิม เพราะเมื่อ “เรา” ปรับ “โลก” ก็เปลี่ยน มาร่วมแรงร่วมใจสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกันค่ะช่อง 7HD พร้อมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

สุดประทับใจ ดีเจพุฒ มอบทุนการศึกษาให้ น้องเอวา ลูกสาว แดนนี่ ศรีภิญโญ

สุดประทับใจ ดีเจพุฒ มอบทุนการศึกษาให้  น้องเอวา  ลูกสาว  แดนนี่ ศรีภิญโญ

สุดประทับใจ ดีเจพุฒ มอบทุนการศึกษาให้ น้องเอวา ลูกสาว แดนนี่ ศรีภิญโญ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.43 น.

ทำเอาแฟนคลับใจฟูไปตาม ๆ กัน เมื่อพระเอกหนุ่มชื่อดัง “พุฒ พุฒิชัย” หรือ ดีเจพุฒ ได้เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเป็นภาพและคลิปวิดีโอขณะพบกับ “น้องเอวา” ลูกสาวของนักแสดงรุ่นพี่ “แดนนี่ ศรีภิญโญ”

โมเมนต์น่ารักเบื้องหลังรายการจากโพสต์ในอินสตาแกรมของ push_dj ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศในรายการ “คุยแซ่บโชว์” เผยให้เห็นความใจดีของหนุ่มพุฒที่ตั้งใจมอบ “ทุนการศึกษา” ให้กับน้องเอวา สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นและทีมงานในรายการเป็นอย่างมาก

นาฑี Getsunova แฮปปี้ อิงฟ้า คลอดลูกสาวคนที่สองสุดน่ารัก

นาฑี Getsunova แฮปปี้ อิงฟ้า คลอดลูกสาวคนที่สองสุดน่ารัก

นาฑี Getsunova แฮปปี้ อิงฟ้า คลอดลูกสาวคนที่สองสุดน่ารัก

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.37 น.

นาฑี โอสถานุเคราะห์ หรือ “นาฑี Getsunova” เผยโมเมนต์แห่งความสุข หลังภรรยาคนสวย อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม คลอดลูกสาวคนที่ 2 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาโดยตั้งชื่อสุดน่ารักว่า “น้องลฬิน (Lalyn)” ซึ่งคุณพ่อได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมหน้า พร้อมแคปชั่นต้อนรับลูกสาวอย่างอบอุ่นว่า“Welcome to the world //ลฬิน – Lalyn// เจเจ้ Layla’s little sister and Mummy & Daddy’s ลูกรัก 1.5.26  #LN #เกือบจะได้เกิดวันเดียวกับmummyแล้ว”

ท่ามกลางความยินดีจากครอบครัว แฟนๆ และเพื่อนทั้งในและนอกวงการที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลามงานนี้ยิ่งอบอุ่นขึ้นไปอีก เมื่อ “น้องเลฬา” ลูกสาวคนโต เข้ามาช่วยดูแลน้องสาวตัวน้อย กลายเป็นภาพครอบครัวสุดน่ารักที่ทำเอาชาวโซเชียลใจละลายกันทั้งไทม์ไลน์ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวนี้ด้วย

แม่ชม แท็กทีมลูกๆ บุกสวนทุเรียน ส่องทริปสุดชิล แวะเที่ยวน้ำตก ชิมผลไม้

แม่ชม แท็กทีมลูกๆ บุกสวนทุเรียน ส่องทริปสุดชิล แวะเที่ยวน้ำตก ชิมผลไม้

แม่ชม แท็กทีมลูกๆ บุกสวนทุเรียน ส่องทริปสุดชิล แวะเที่ยวน้ำตก ชิมผลไม้

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.07 น.

เป็นทริปครอบครัวที่ทั้งน่ารักและอิ่มท้องสุดๆ เมื่อซุปตาร์ตัวแม่ “ชมพู่ อารยา” พาลูกๆ ทั้ง 3 คน บุกไปตะลุย “บ้านสวนคุณหลิน” เพื่อเที่ยวชมสวนผลไม้และพักผ่อนหย่อนใจในทริปนี้ แม่ชมจัดเต็มพาลูกๆ ทำกิจกรรมแบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ

พาตะลุยสวนทุเรียน แม่ชมโชว์ความโปรในการเลือกและถือทุเรียนลูกโตที่ตัดสดๆ จากต้นมาให้แฟนๆ ได้ชมกันนอกจากทุเรียนหมอนทองเนื้อหนาน่าทานแล้ว ยังมีมังคุดและเงาะสดๆ ให้เด็กๆ ได้ลองชิมกันอย่างสนุกสนานไม่ใช่แค่เที่ยวสวน แต่แม่ชมยังพาลูกๆ ไปแช่น้ำตกเย็นฉ่ำ สังเกตได้จากชุดว่ายน้ำและแว่นกันน้ำของ “น้องเกล” ที่เตรียมพร้อมมาอย่างดีงานนี้ทำเอาแฟนคลับเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความน่ารักของครอบครัวนี้กันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะความน่ารักของเด็กๆ ที่ดูจะตื่นตาตื่นใจกับการได้ลองเก็บและชิมผลไม้จากต้นด้วยตัวเอง

เจเจ-ต้าเหนิง เปิดใจลดสถานะ ยันบทสัมภาษณ์ในอดีตไม่ใช่ต้นเหตุการเลิกรา

เจเจ-ต้าเหนิง เปิดใจลดสถานะ ยันบทสัมภาษณ์ในอดีตไม่ใช่ต้นเหตุการเลิกรา

เจเจ-ต้าเหนิง เปิดใจลดสถานะ ยันบทสัมภาษณ์ในอดีตไม่ใช่ต้นเหตุการเลิกรา

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

บริษัท คิว โอ ดับบลิว เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ต้นสังกัดของเจเจ&ต้าเหนิง ออกแถลงการณ์ หลังจากที่ทั้งคู่มีข่าวถึงความสัมพันธ์ลดสถานะหรือไม่ 

ล่าสุดแถลงการณ์ระบุว่า  “ สวัสดีครับ/ค่ะ ก่อนอื่นพวกเราทั้งสองคนต้องขอแจ้งตามตรงว่า เดิมทีเราไม่ได้ตั้งใจจะออกมาพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับเราทั้งคู่ และยังยากต่อการจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ อีกทั้งในอนาคตก็เป็นเรื่องที่เราทั้งคู่นั้นไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่เรื่องนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง เราจึงเห็นว่าการสื่อสารที่มาจากพวกเราโดยตรงน่าจะเหมาะสมที่สุด

จากกรณีที่มีข่าวแพร่กระจายในสังคมและสื่อโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของพวกเราทั้งสองคนนั้น พวกเราขอยืนยันว่า ปัจจุบันเราทั้งสองคนได้ปรับลดความสัมพันธ์ลง และยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ในส่วนของบทสัมภาษณ์ในอดีตของพวกเราทั้งคู่ที่ถูกเอากลับมาเผยแพร่และวิเคราะห์ พวกเราขอยืนยันว่าบทสัมภาษณ์เหล่านั้นเป็นเพียงประสบการณ์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เป็นเหตุผลของการตัดสิบใบครั้งนี้แต่อย่างใด ตั้งแต่วันแรกจบถึงวันสุดท้ายของความสัมพันธ์ เราทั้งคู่ต่างเติบโต ขึ้นตามวัยและวุฒิภาวะ และพยายามประคับประคองความสัมพันธ์อย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับเหตุผลที่แท้จริงของการตัดสินใจครั้งนี้ เราทั้งสองคนขอเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว และหวังว่าจะได้รับความเข้าใจจากทุก
คน

ทั้งนี้ พวกเราทั้งคู่ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยยังบริหารบริษัท QOW ENTERTAINMENT ร่วมกันต่อไป และยังอาจพบเห็นพวกเราปรากฎตัวร่วมกันเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือส่วนตัว ตามสถานที่ หรือโอกาสต่าง ๆตามปกติ

สุดท้ายนี้พวกเราขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ติดตามและให้กำลังใจเรามาตั้งแต่วันแรก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของเราในครั้งนี้ และยังสนับสนุนเราทั้งสองคนต่อ ๆ ไป

ปาฏิหาริย์แห่งรัก คุณหญิงแมงมุม สู้สุดใจ เดินหา ท่านมุ้ย ทำเอากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ปาฏิหาริย์แห่งรัก คุณหญิงแมงมุม สู้สุดใจ เดินหา ท่านมุ้ย ทำเอากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ปาฏิหาริย์แห่งรัก คุณหญิงแมงมุม สู้สุดใจ เดินหา ท่านมุ้ย ทำเอากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

เป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับชาวเน็ต โดยเป็นโมเมนต์ที่ “ท่านมุ้ย” หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เมื่อลูกสาวคนโตสุดที่รักอย่าง “คุณหญิงแมงมุม” หรือ “คุณหญิงบัว” หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล เดินทางมาเยี่ยมท่านถึงที่บ้าน

บรรยากาศภายในภาพเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อคุณหญิงแมงมุมได้พยายามเดินเข้าไปหาท่านพ่อด้วยตัวเอง พร้อมกับสวมกอดและหอมแก้มท่านมุ้ยอย่างใกล้ชิด ทำเอาผู้เป็นพ่อตื้นตันใจจนน้ำตาไหลออกมา พร้อมกับเอ่ยปากชมลูกสาวด้วยความภูมิใจว่า “เก่งจังเลย”เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงกำลังใจที่เข้มแข็งของคุณหญิงแมงมุมในการต่อสู้กับอาการเจ็บป่วย นอกจากนี้ยังมีการชื่นชมถึง “เสธ.ดอลลาร์” พลตรี พัชร รัตตกุล ผู้เป็นสามี ที่คอยดูแลเคียงข้างคุณหญิงแมงมุมไม่ห่าง จนได้รับคำชมว่าเป็น “ยิ่งกว่าสามีแห่งชาติ” และเป็นตัวอย่างของรักแท้ที่หาได้ยากในปัจจุบันทางทีมข่าวขอร่วมเป็นกำลังใจให้คุณหญิงแมงมุมมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นในทุกๆ วัน และขอชื่นชมในความรักอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวนี้ครับ

ร๊อกกี้ เมินดราม่าพาลูกชายเที่ยวหัวลำโพงหลัง สุรชัย ท้าตรวจ DNA

ร๊อกกี้ เมินดราม่าพาลูกชายเที่ยวหัวลำโพงหลัง สุรชัย ท้าตรวจ DNA

ร๊อกกี้ เมินดราม่าพาลูกชายเที่ยวหัวลำโพงหลัง สุรชัย ท้าตรวจ DNA

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.28 น.

เป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงไม่จบ เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวของ สุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่ออกมาประกาศท้าตรวจ DNA ลูกชาย พร้อมย้ำชัดว่าหากผลพิสูจน์ออกมาว่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน จะต้องสั่งให้เปลี่ยนนามสกุลทันที โดยข่าวนี้ถูกรายงานเมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569

ท่ามกลางกระแสข่าวดังกล่าว ร๊อกกี้-สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ ไม่ได้มีการออกมาตอบโต้ดราม่าที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับเลือกใช้เวลาพาลูกชาย “น้องกู๊ดดี้” ออกเดินทางท่องเที่ยวโดยในเพจเฟซบุ๊ก “ร็อกกี้เอฟวี่ติง” ได้โพสต์ภาพบรรยากาศสุดอบอุ่นขณะพาลูกชายไปชมรถไฟหัวรถจักรไอน้ำที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง พร้อมระบุข้อความว่าเป็น “ทริปสานฝันกู๊ดดี้” โดยภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อลูก โดยร๊อกกี้และน้องกู๊ดดี้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและมีความสุข ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลถึงเรื่องราวความขัดแย้งในครอบครัวที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้