หยุดด้อยค่าต่างจังหวัด นักวิชาการ แนะ ด้อมส้ม อย่าเอา ค่านิยมอภิสิทธิ์คนเมือง มาต่อต้าน เสียงส่วนใหญ่

หยุดด้อยค่าต่างจังหวัด นักวิชาการ แนะ ด้อมส้ม อย่าเอา ค่านิยมอภิสิทธิ์คนเมือง มาต่อต้าน เสียงส่วนใหญ่

หยุดด้อยค่าต่างจังหวัด นักวิชาการ แนะ ด้อมส้ม อย่าเอา ค่านิยมอภิสิทธิ์คนเมือง มาต่อต้าน เสียงส่วนใหญ่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.27 น.

9 ก.พ. 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถื่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.บูรพา ให้ความเห็นผ่านฟซบุ๊ก ระบุว่า ผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชนสามารถครองที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานครได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่กลับพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในต่างจังหวัด มวลชนผู้สนับสนุนพรรคประชาชนควรมีจุดตั้งต้นของการทบทวนเชิงโครงสร้างว่าเหตุใดฐานสนับสนุนจึงกระจุกตัวอยู่เพียงในพื้นที่เมืองใหญ่ 

ทว่าแทนที่มวลชนและผู้สนับสนุนบางส่วนจะใช้ผลการเลือกตั้งเป็นบทเรียนทางการเมือง กลับปรากฏท่าทีที่เลือกอธิบายความพ่ายแพ้ผ่านการดูหมิ่นประชาชนในต่างจังหวัด

นักวิชาการ

ทัศนคติดังกล่าวสะท้อนกรอบความคิดแบบ “อภิสิทธิ์ทางปัญญาของคนเมือง” (urban intellectual superiority) ที่เชื่อโดยปริยายว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครคือกลุ่มคนที่มีเหตุผล มีการศึกษา และเข้าใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 

ในขณะที่ประชาชนในต่างจังหวัดถูกลดทอนให้เป็นเพียงมวลชนที่ “โง่ จน และถูกชักจูงได้ง่าย” ไม่สามารถตัดสินใจทางการเมืองด้วยตนเองอย่างมีวิจารณญาณ

วิธีคิดเช่นนี้ไม่แตกต่างจากวาทกรรมอำนาจนิยมที่ชนชั้นนำไทยใช้ดูแคลนประชาชนมาอย่างยาวนาน หากเพียงเปลี่ยนผู้พูดจากรัฐหรือชนชั้นนำดั้งเดิม มาเป็นมวลชนของพรรคการเมืองที่อ้างตนว่าเป็นตัวแทนประชาธิปไตยก้าวหน้า 

การอธิบายความพ่ายแพ้ด้วยการโทษ “ความโง่เขลา” ของคนต่างจังหวัด ไม่เพียงสะท้อนความล้มเหลวในการทำความเข้าใจบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของพื้นที่นอกเมืองใหญ่ แต่ยังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำเชิงวัฒนธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นพลเมืองอย่างรุนแรง

ในทางกลับกัน ท่าทีดังกล่าวยิ่งเปิดโปงข้อจำกัดของการเมืองแบบศูนย์กลางเมือง ที่ไม่สามารถแปร “ความถูกต้องทางอุดมการณ์” ให้กลายเป็นความชอบธรรมในสายตาประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้

การไม่ยอมรับว่าประชาชนในต่างจังหวัดมีเหตุผล มีประสบการณ์ และมีตรรกะทางการเมืองของตนเอง เท่ากับปฏิเสธหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยเสียเอง กล่าวคือ การยอมรับความเสมอภาคของพลเมืองในการตัดสินใจทางการเมือง แม้ผลลัพธ์นั้นจะไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของตนก็ตาม

หากพรรคประชาชนและมวลชนผู้สนับสนุนยังคงยึดติดกับกรอบคิดที่มอง “กรุงเทพ คือ ศูนย์กลางของปัญญา” และมองประชาชนในต่างจังหวัดอย่างหยามหมิ่น ความพ่ายแพ้ทางการเมืองก็จะไม่ใช่อุบัติเหตุชั่วคราว หากแต่เป็นโครงสร้างความพ่ายแพ้ที่ผลิตซ้ำขึ้นจากทัศนคติแบบต่อต้านประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างไม่รู้ตัว

เลขา ป.ป.ช. ยัน ยังไม่มีมติชี้มูลคดี 44 สส.อดีตก้าวไกล ลงชื่อแก้ ม.112 รับ ยังประชุมลับอยู่

เลขา ป.ป.ช. ยัน ยังไม่มีมติชี้มูลคดี 44 สส.อดีตก้าวไกล ลงชื่อแก้ ม.112 รับ ยังประชุมลับอยู่

เลขา ป.ป.ช. ยัน ยังไม่มีมติชี้มูลคดี 44 สส.อดีตก้าวไกล ลงชื่อแก้ ม.112 รับ ยังประชุมลับอยู่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.16 น.

เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ลงชื่อแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งมีกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลและส่งฟ้องศาลฎีกาในวันนี้ ว่า ขณะนี้มีการพิจารณาคำร้องคัดค้านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ทาง 44 สส.ได้ยื่นคำร้องเข้ามา ซึ่งเป็นการประชุมลับ และยืนยันว่าที่ประชุมยังไม่มีมติในเรื่องดังกล่าว ส่วนจะได้ข้อสรุปภายในวันนี้หรือไม่นั้น ต้องรอดูการพิจารณาก่อน

ธรรมนัส ปลื้มใจ กล้าธรรม กวาด 57 ที่นั่ง ชูนโยบายเกษตร ที่ดินสานต่อรัฐบาลใหม่

ธรรมนัส ปลื้มใจ กล้าธรรม กวาด 57 ที่นั่ง ชูนโยบายเกษตร ที่ดินสานต่อรัฐบาลใหม่

ธรรมนัส ปลื้มใจ กล้าธรรม กวาด 57 ที่นั่ง ชูนโยบายเกษตร ที่ดินสานต่อรัฐบาลใหม่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.12 น.

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แล้วเสร็จกว่า 95% ว่า โดยภาพรวมพึงพอใจ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ที่นั่ง  แต่ได้ 57 ที่นั่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย  ยอมรับ มีบางเขตที่คาดว่าจะชนะแต่แพ้คะแนนนิดหน่อย แต่ภาพรวมดีใจที่มีบางเขตได้ที่นั่ง สส. เช่น แม่ฮ่องสอน-ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะ สุพรรณบุรี ที่มั่นใจว่าจะได้ 2 ที่นั่ง แต่ชนะเพียง 1 ที่นั่งก็ตาม สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่า เป็นตามยุทธศาสตร์ ที่พรรคได้หาเสียง โดย เน้นการลงพื้นที่จริงเข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน

ส่วนเรื่องการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย เพราะเมื่อคืนหลังเสร็จสิ้นจากภารกิจที่พรรคกล้าธรรม ก็ปิดโทรศัพท์พักผ่อน และยังไม่ได้รับสายใคร ส่วนกรณีที่ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตในการคิดสูตรจัดตั้งรัฐบาล ความเป็นไปได้ น่าจะเป็น พรรคภูมิใจไทย-เพื่อไทย และกล้าธรรม เรื่องนี้ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย 

ธรรมนัส

เมื่อถามถึง พรรคกล้าธรรม มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัส ระบุว่า รัฐบาลที่แล้วก็อยู่ด้วยกันมา  หากครั้งนี้ได้เป็นรัฐบาล และได้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะง่ายต่อการสานต่อนโยบายเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทและต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม  ปัจจุบันยังเร็วเกินไปและทุกฝ่ายยังตั้งอยู่ในฐานที่มั่นของตนเอง

นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุถึงกรณีที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กปน. ขโมยหย่อนบัตรเลือกตั้งที่จังหวัดพะเยา ว่า ล่าสุดตำรวจได้ข้อสรุปแล้ว เป็นการหย่อนบัตรให้พรรคประชาชน ซึ่งมีความผิดทางอาญา และยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะไม่ใช่เพียงแค่เขตเดียวหรือ ไม่ ซึ่งตนได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย  ส่วนหลังจากนี้ ก็เป็นเรื่องของ กกต.ในการเป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ธรรมนัส
ธรรมนัส

อย่าหมดหวัง! สารจาก ธนาธร ถึงชาวพรรคประชาชน หลังทราบผลเลือกตั้ง 69

อย่าหมดหวัง! สารจาก ธนาธร ถึงชาวพรรคประชาชน หลังทราบผลเลือกตั้ง 69

อย่าหมดหวัง! สารจาก ธนาธร ถึงชาวพรรคประชาชน หลังทราบผลเลือกตั้ง 69

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.06 น.

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า  ถึงผู้ลงคะแนนให้พรรคประชาชนและผู้ลงประชามติเห็นชอบ ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนที่มอบให้กับพวกเราในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

ถึงพรรคภูมิใจไทย ผมขอแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง 

ถึงผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรคประชาชนทุกท่าน ผมซาบซึ้งใจในการสนับสนุนลงแรงที่ท่านทำร่วมกับพรรค เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที

ประชาชน แพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว

มันเป็นเช้าที่หนักหน่วง แต่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสง
ธจ
9 กุมภาพันธ์ 2569

สแกนDNA พรรคไทยทรัพย์ทวี จากพรรคโลว์โปรไฟล์ สู่การคว้า สส.ปาร์ตี้ลิสต์

สแกนDNA พรรคไทยทรัพย์ทวี จากพรรคโลว์โปรไฟล์ สู่การคว้า สส.ปาร์ตี้ลิสต์

สแกนDNA พรรคไทยทรัพย์ทวี จากพรรคโลว์โปรไฟล์ สู่การคว้า สส.ปาร์ตี้ลิสต์

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.57 น.

เจาะรหัสลับ “ไทยทรัพย์ทวี” ม้านอกสายตาคว้าแต้มปาร์ตี้ลิสต์พุ่ง พ่วงเบอร์ 1 พลิกชีวิต!

กลายเป็นไวรัลที่ชาวเน็ตต่างพากันตั้งข้อสงสัย สำหรับผลคะแนนเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ของ “พรรคไทยทรัพย์ทวี” ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นพรรคใหม่และแทบไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนหลายคนขนานนามให้เป็น “ม้านอกสายตา” ที่ฝ่าด่านหินของพรรคใหญ่ขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

จากการวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้พรรคไทยทรัพย์ทวีได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย มาจาก “พลังของหมายเลข 1” ซึ่งเป็นเลขตัวเดียวที่จำง่าย ประกอบกับพฤติกรรมการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งบางส่วนที่มักเลือกกาหมายเลขลำดับแรกๆ รวมถึงการมีรายชื่อผู้สมัครบัญชีรายชื่อเพียง 3 คน ทำให้เกิดความชัดเจนและเข้าถึงง่ายในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

พรรคไทยทรัพย์ทวี เป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนภายหลังปี 2566 โดยมีฐานที่มั่นสำคัญคือสำนักงานใหญ่ใน จังหวัดลพบุรี ปัจจุบันมีสมาชิกพรรคทั้งหมด 5,767 คน มีสาขาพรรค 4 แห่ง และตัวแทนพรรคอีก 4 คน

เปิดโฉมหน้า 3 ขุนพลบัญชีรายชื่อ

นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย (หัวหน้าพรรค)

นางสาวเมลดา เกตุวิชิต

นางสาวพนิตพร ส่อนชัย

สำหรับโยบาย พรรคชูจุดยืนการเป็น “พรรคของประชาชน” มุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจปากท้อง การสร้างโอกาสทางอาชีพ และการยกระดับรายได้ของประชาชนฐานราก โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ ดังนี้

ด้านการศึกษาและเยาวชน  กองทุนพัฒนาการศึกษาเด็กยากไร้ และกองทุนกู้ยืมนักศึกษาเพื่อปั้นเป็นผู้ประกอบการ

ด้านเกษตรและสวัสดิการ  สวัสดิการปุ๋ยช่วยเกษตรกร และสวัสดิการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

ด้านสังคมและสิทธิ จัดระเบียบคนไร้บ้าน, ลดอิทธิพล-กระจายอำนาจสู่มือประชาชน และผลักดันวันหยุดพนักงานประจำ

ด้านการร้องเรียน ติดตั้งกล่องร้องเรียนไม่ระบุชื่อ 1 กล่อง ต่อ 1 อำเภอ เพื่อรับฟังเสียงที่แท้จริง

การผงาดขึ้นมาของพรรคไทยทรัพย์ทวีในครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งไทย และเป็นบทพิสูจน์ว่าแม้จะเป็นพรรคเล็กหรือน้องใหม่ แต่หาก “จังหวะ” และ “โอกาส” ลงตัว ก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนในสนามการเมืองได้เช่นกัน

นางงามยังต้องโพสต์ อแมนด้า ฝากสาส์นถึงนายกฯคนใหม่

นางงามยังต้องโพสต์ อแมนด้า ฝากสาส์นถึงนายกฯคนใหม่

นางงามยังต้องโพสต์ อแมนด้า ฝากสาส์นถึงนายกฯคนใหม่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.10 น.

ท่ามกลางบรรยากาศลุ้นผลการเลือกตั้งสุดระทึกเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ฝั่งนักการเมืองเท่านั้นที่คึกคัก แต่ฝั่งคนบันเทิงและเหล่านางงามก็ออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนและส่งต่อพลังบวกให้กับสังคมเช่นกัน

ล่าสุดนางงามขวัญใจมหาชน อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อส่งข้อความสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมายถึงผู้นำคนใหม่ของประเทศ โดยระบุว่า “ฝากถึงนายกคนใหม่นะคะ ด้าหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ประชาชนทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น ไม่ว่าใครจะเป็นนายกคนใหม่ขอแสดงความยินดีค่ะ เพราะคุณคือคนที่ประชาชนเลือก ด้าหวังว่าคุณจะรับฟังเสียงของประชาชนนะคะ สู้ๆ นะคะ”

อแมนด้า ออบดัม

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้ไม่นาน บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในความน่ารักและความใส่ใจที่มีต่อบ้านเมือง ขณะที่บางคนก็ขอหยอดมุกเสี่ยวๆ ตามสไตล์แฟนคลับด้า เช่น

“เลือกตั้งยังสวย”

“น่ารักมากค่ะ ทั้งหน้าตาและคำพูด”

“อ้อร่อสวยมาก”

“Amanda………ทํางานยังมีวันหยุดแต่รักเธอที่สุดไม่มีวันหยุดเลย….”

“เลือกเธอ”

“มีแต่ประชาชนที่จะฟังเสียงประชาชนค่ะ”

อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม
อแมนด้า ออบดัม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Amanda Obdam 

ทำไมสีน้ำเงินผงาด อ วันวิชิต วิเคราะห์ 4 ปัจจัยทำภูมิใจไทยกวาดที่นั่งถล่มทลาย

ทำไมสีน้ำเงินผงาด อ วันวิชิต วิเคราะห์ 4 ปัจจัยทำภูมิใจไทยกวาดที่นั่งถล่มทลาย

ทำไมสีน้ำเงินผงาด อ วันวิชิต วิเคราะห์ 4 ปัจจัยทำภูมิใจไทยกวาดที่นั่งถล่มทลาย

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.33 น.

หลังเสร็จสิ้นศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แม้ผลคะแนนจะเริ่มนิ่งแต่บรรยากาศทางการเมืองไทยยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง หรือ อาจารย์โอบ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์ฉากทัศน์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือด โดยให้นิยามชัยชนะครั้งนี้ว่าเป็นการปะทะกันระหว่าง พลังจัดตั้ง และ พลังธรรมชาติ ว่า “การเลือกตั้ง 69 จบลงแล้ว พลังออร์แกไนซ์ (คะแนนจัดตั้ง) ชนะพลังออร์แกนิค (คะแนนธรรมชาติ ตามมุมมองของผม ผมนอนขบคิดทั้งคืน ว่าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเครือข่าย “พลังจารีต” มาจากปัจจัยใดกันแน่ ได้ประเมินคร่าวๆ ไว้ดังนี้ครับ

วันวิชิต

1. การกาลงคะแนนบัตรเลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์ได้ผลจริง

1.1 พลังจารีต มองว่า ความพ่ายแพ้ของการเลือกตั้งของปี 66 พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม ตัดคะแนนกันเอง ต่างฝ่ายมีความมั่นใจจนเกินไป และประมาทพรรคก้าวไกล คิดว่าพรรคเพื่อไทยคือคู่แข่งหลัก

1.2 บ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัดคุย-เคลียร์ตกลงกันรู้เรื่อง จัดการปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไม่ตัดคะแนนกัน คะแนน “ออร์แกไนซ์” จึงจัดตั้งได้เป็นระบบบริหารจัดการ และมีระเบียบในการควบคุม ทำให้คะแนนแตกแถวยาก เห็นได้ชัดทั้งภูมิใจไทย และ พรรค“ผู้กอง” ได้ที่นั่งมากมายเพราะได้ “บ้านใหญ่” มาพอสมควร ที่สำคัญพรรคของผู้กอง บี้เน้นพื้นที่ในจังหวัด “รอง” เป็นพิเศษ ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการได้ง่าย

2. พลังจารีต ฟื้นคะแนนนิยม เพราะบทบาทกองทัพ

2.1 ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มันกินเวลากว่า 8 เดือน มีพื้นที่ข่าวทุกวัน ผู้คนส่วนใหญ่ให้กำลังใจ ส่งใจให้กับทหารในการปฏิบัติหน้าที่อย่างท่วมท้น โดยเฉพาะบทบาทของ แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่สอง

2.2 คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า กัมพูชา และตระกูลฮุน คือภัยคุกคามความมั่นคงและความปลอดภัย การเลือกพรรคภูมิใจไทย อย่างถล่มทลาย จึงทำมั่นใจในขั้นต้นว่า จะไม่มีการ ยอมซูเอี๋ย กับเขมร เช่นจะต้องปิดด่านจนกว่าเขมรจะสิ้นสภาพ

2.3 คนไทยส่วนหนึ่งอยากให้ล้อมรั้วสร้างกำแพง เพื่อตัดปัญหาจุกจิกกวนใจจากฝ่ายเขมร เลยเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะสานต่อจนสำเร็จ มากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ

วันวิชิต

3. พลังจารีต ทำให้คนที่กำลังลังเลได้ทราบ ”ข้อมูลใหม่“ ว่าทำไมต้องเลือกภูมิใจไทย

3.1 “ข้อมูลใหม่นี้ ”กลายเป็นภาพในการสร้างหลักประกันความมั่นใจ ว่า ต้องหาผู้นำ ที่ต้องเข้ามาจัดการความโกลาหล เพื่อให้ประเทศมีความปลอดภัย ผลคะแนนจึงมาในทิศทางใหม่ แม้ว่าผู้คนในซีกนี้จะไม่ค่อยชอบคุณอนุทิน และเชื่อว่า คุณอนุทินมีเงาคุณเนวิน ชิดชอบ ยืนซ้อนเป็นเงาอยู่ข้างหลัง แต่เนื่องด้วยประเทศจำเป็นต้องได้รัฐบาลที่มีความชำนาญ รวามเข้าใจในการบริหาร วาระแห่งประเทศที่สำคัญ ในหลายๆ เรื่อง

3.2 สามทหารเสือของพรรคภูมิใจไทย ศุภจี- สีหศักดิ์- เอกนิติ มีผลงานและภาพลักษณ์ กลายเป็นที่พออกพอใจของฝ่ายพลังจารีต และคนชื่นชอบพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างคนละครึ่งพลัส กระตุ้นได้จริง มีผลในเชิงบวกแบบจับต้องได้ คนค้าขายกล่าวชื่นชมเสมอ กับโครงการนี้

3.3 พรรคการเมืองซีกฝ่ายอนุรักษ์ พยายามด้อยค่า เล่นงาน โพสต์แซะ คุณศุภจี กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายทำให้ จำเป็นต้องเลือกภูมิใจไทยอย่างไม่ลังเล

4. ในนามของความเป็นชาติ [????????] ( In the name of the Nation) ในนิยามของผมกับห้วงการเลือกตั้งนี้ เข้าใจได้ทันทีว่า คนไทยให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศมากที่สุด และสถาบันหลักของชาติ ต้องมีความวัฒนาสถาพร อนุญาตให้มีความหลากหลายในรสนิยมทางความเชื่อ อนุญาตให้มี “ตัวตน” แต่ต้องยอมรับในระบบกติกาที่ไม่สร้างความแตกแยกให้ผู้คนภายในชาติ

ป.ล. บ้านเมืองเป็นของพวกเราทุกคน นะครับ ถ้ารัฐบาลใหม่ในอนาคตทำงานไม่ดี ก็มาตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป อย่างน้อยการทำประชามติ ครั้งที่ 1 ก็ผ่านไปด้วยดีครับ”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปได้เพียงไม่นาน ได้กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก บรรยากาศในช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนที่ดุเดือด ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยกับมุมมองทางรัฐศาสตร์ และกลุ่มที่ออกมาตั้งคำถามถึงเบื้องหลังคะแนนเสียงในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยมีคอมเมนต์ที่น่าสนใจ เช่น

“ตรงใจค่ะ”

“ในหลายพื้นที่แพ้น้ำเงิน ไม่อยากจะเชื่อว่าเงินจะซื้อได้จริงๆ”

“อาจารย์วิเคราะห์ได้ตรงใจมากค่ะ”

“ชื่นชมในมุมมองของอาจารย์ เห็นต่างแต่ไม่แตกแยกค่ะ เรารักประเทศกันทุกคนค่ะ”

วันวิชิต
วันวิชิต
วันวิชิต

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Wanwichit Boonprong

หมอวรงค์ คัมแบ็ก ขอบคุณทุกคะแนนเสียงส่ง ไทยภักดี คว้า 1 ที่นั่ง

หมอวรงค์ คัมแบ็ก ขอบคุณทุกคะแนนเสียงส่ง ไทยภักดี คว้า 1 ที่นั่ง

หมอวรงค์ คัมแบ็ก ขอบคุณทุกคะแนนเสียงส่ง ไทยภักดี คว้า 1 ที่นั่ง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.19 น.

ท่ามกลางสีสันและผลการเลือกตั้งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศเมื่อวานนี้ ดูเหมือนจะเป็นวันแห่งความสมหวังของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเล็กที่มีจุดยืนชัดเจน จนชาวโซเชียลจำนวนมากต่างก็พากันเข้าไปพูดคุยถกเถียงแสดงความคิดเห็น

วันนี้ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อแสดงความขอบคุณประชาชน หลังจากทราบผลคะแนนอย่างเป็นทางการว่าพรรคไทยภักดีสามารถคว้าเก้าอี้ สส. มาได้ 1 ที่นั่ง โดยระบุว่า “ขอขอบคุณพี่น้องที่ให้โอกาสไทยภักดี ไปทำหน้าที่ในสภา จะเป็น 1 ที่นั่งที่มีคุณค่า สมกับที่ประชาชนไว้วางใจครับ”

หมอวรงค์

ทันทีที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและผู้สนับสนุนต่างเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างคึกคัก หลายคนยอมรับว่าลุ้นตัวโก่งกับคะแนนในครั้งนี้

“เมื่อคืนก็ลุ้นว่า 1 เสียงของเรา จะสามารถส่งให้คุณหมอทำหน้าที่ในสภาได้ไหม ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จค่ะ ดีใจมากๆ ค่ะ ถึงเราจะเป็นไม้ซีกไปงัดไม้ซุงก็ตาม”

“1 เสียงในสภาของหมอ ดีกว่าอีกหลายสิบเสียงของพรรคอื่น”

“ดีใจมากครับ คุณหมอคนเดียวเอาอยู่ทั้งสภา คราวนี้ก็โล่งใจละครับ”

“เป็นไปได้ อยากให้คุณหมอเป็น รมต.กระทรวงยุติธรรมเลยครับ”

หมอวรงค์
หมอวรงค์

นับเป็นก้าวสำคัญของพรรคไทยภักดีที่สามารถเจาะไข่แดงคว้าที่นั่งในสภาได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากนี้สังคมคงต้องจับตาดูบทบาทของ หมอวรงค์ ในฐานะ สส. หนึ่งเดียวของพรรคว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนในสภาได้มากน้อยเพียงใดตามที่ได้รับปากกับประชาชนไว้

หมอวรงค์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom

โบว์ ณัฏฐา ชำแหละ 5 ปัจจัย พรรคน้ำเงิน ชนะขาด กวาดเกือบ 200 เก้าอี้

โบว์ ณัฏฐา ชำแหละ 5 ปัจจัย พรรคน้ำเงิน ชนะขาด กวาดเกือบ 200 เก้าอี้

โบว์ ณัฏฐา ชำแหละ 5 ปัจจัย พรรคน้ำเงิน ชนะขาด กวาดเกือบ 200 เก้าอี้

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.04 น.

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการชนะเลือกตั้งขาดลอยของพรรคภูมิใจไทย ว่า  หลายคนในกรุงเทพฯ ยังดูงงว่าพรรคภูมิใจไทยชนะมาขนาดนี้ได้ยังไง เราเองก็งง จึงต้องมาวิเคราะห์ว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่นำมาสู่ชัยชนะในระดับที่ไม่มีพรรคการเมืองไหนได้เห็นมาเป็น 10 ปีแล้ว

1.พรรคภูมิใจไทยมี สส. ที่ดูแลบ้านเกิดเมืองนอน เหมือนกลัวว่าตัวเองจะแพ้เลือกตั้งตลอดเวลา ถ้าใครเคยเห็นคงพอนึกออก ใครไม่เคยเห็นลองไปย้อนดูบรรดา สส. อย่าง แบด ภราดร แชมป์ กรวีร์ โต้ง สิริพงศ์ โกแพ วรศิษฎ์ และอีกหลายคนที่ชนะคู่แข่งด้วยคะแนนเกินสองเท่าตัว

2.สมาชิกใหม่ในพรรค แต่เป็นหน้าเดิมในพื้นที่ นี่คือการผนวกกำลังของ สส.แบบข้อ 1 เข้ากับแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้นของภูมิใจไทย ตัวอย่างชัดคือเมืองสุพรรณของคุณวราวุธ … คนก็ม๋า พรรคก็ม๋า กวาดหมดจังหวัดทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์

3.สถานการณ์บ้านเมืองทั้งในและต่างประเทศที่นำพากระแสชาตินิยม กับการที่คนเริ่ม “ล้า” กับทั้งการเมืองและบ้านเมืองที่ขาดเสถียรภาพในหลายมิติ องค์ประกอบของพรรคภูมิใจไทยทำให้รู้สึกว่าน่าจะเป็นพรรคที่อยู่บริหารบ้านเมืองยาวๆ อย่างมั่นคงและราบรื่นได้สักที

4.สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี ของแปลกที่กลายเป็นของชอบของประชาชน ด้วยโทนของผู้บริหารมืออาชีพ ที่เน้นสื่อสารเนื้อหาของงานและนโยบาย มากกว่าพูดจาภาษาการเมือง นี่คือองค์ประกอบที่ทำให้คนเข้าใจคำว่า “ภูมิใจไทย พลัส” และพร้อมใจกัน “ซื้อ” พรรคภูมิใจไทยในเวอร์ชันนี้

5.แคนดิเดตนายกฯ “อนุทิน” มีบุคลิกส่วนตัวที่มีแรงดึงดูดต่อชาวบ้านสูง ในยามที่คนมองหาความรู้สึกมั่นคงและสบายใจ การลงพื้นที่แบบออร์แกนิกมีพลังทั้งบนถนนและโลกออนไลน์ ภาพของผู้บริหารที่ไปเวทีโลกได้ ดึงคนเก่งมาทำงานได้ แต่ยัง “ติดดิน” คือสูตรสำเร็จสเปกนายกฯ ของคนไทย

สุดยอดยุทธศาสตร์และการบริหารที่เป็นเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยทำให้เกิดภาพของความ “ครบเครื่อง” จนแปรออกมาเป็นคะแนนเสียงท่วมท้นอย่างที่เห็น

คนกรุงเทพมองแวบแรกอาจไม่เข้าใจเพราะเราอยู่ในบริบทที่ต่างกันตั้งแต่ข้อหนึ่งแล้ว แต่การผงาดของพรรคภูมิใจไทยน่าจะทำให้เข้าใจว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องของรสนิยม และเช่นเดียวกับรสนิยมในทุกๆ เรื่องที่ย่อมมาจากบริบทของชีวิต วัฒนธรรม และความคาดหวังให้ตอบโจทย์ที่แตกต่างกัน

ด้วยเหตุปัจจัยเช่นนี้ คนหลายจังหวัดก็คงงงเหมือนกันว่าพรรคส้มกวาดหมดทั้งกรุงเทพฯ ได้อย่างไร.

อนุทิน ยังกั๊กสมการจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ขอรอผลทางการ ประชุม กก.บห.

อนุทิน ยังกั๊กสมการจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ขอรอผลทางการ ประชุม กก.บห.

อนุทิน ยังกั๊กสมการจับขั้วรัฐบาล มีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ขอรอผลทางการ ประชุม กก.บห.

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.53 น.

‘อนุทิน’ ยังแทงจับกั๊กขั้วรัฐบาล ขอรอผลทางการ-ประชุม กก.บห. ลั่นชัยชนะครั้งนี้คือ ‘ข้อสั่งการจากประชาชน’ ปัดตอบควบ ‘กลาโหม’ ย้ำ ‘ชายแดน’ นิ่งแล้ว หลังนำ ‘ภูมิใจไทย’ กวาดแต้มเกินคาด

8ก.พ.2569 เมื่อเวลา22.20น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามถึงการจัดตั้งรัฐบาลจะจับมือกับพรรคใด ว่า เรายังไม่ได้ผลการรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ คงจะต้องรอให้มีความชัดเจน ซึ่งขณะนี้แต่ละพรรคก็ต้องประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ถึงท่าทีแล้วแนวทาง ของแต่ละพรรค ซึ่งยังมีเวลาที่จะดำเนินการอยู่

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมจะเป็นพรรคที่มาร่วมรัฐบาล กับพรรคภูมิใจไทย ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ขอพูดถึงเรื่องของพรรคภูมิใจไทยก่อน ยังมีเวลาที่จะดำเนินการตามขั้นตอน ขณะที่ความชัดเจนอย่างเป็นทางการก็ยังไม่เรียบร้อย

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลักอะไรในการจัดตั้งรัฐบาลนายอนุทินกล่าวว่า ขอประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน หลังจากที่เราได้เห็นตัวเลข ที่มีความนิ่งเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราไปถึงจุดที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่าในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคิดว่าจะต้องรวบรวมตัวเลขสส. ในสภาเท่าไหร่ถึงจะอยู่รอดปลอดภัยและแข็งแรง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรู้ตัวเลขให้นิ่งก่อน เมื่อถามว่า หากเป็น รัฐบาลนโยบายเร่งด่วนแรกที่จะดำเนินการคือเรื่องใด นายอนุทินกล่าวว่า ก็มีนโยบายอยู่ครบ

เมื่อถามอีกว่า เป็นปัญหา ชายแดนด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ชายแดนตอนนี้นิ่งแล้ว อย่าไปขุดขึ้นมา เพราะเรื่องของชายแดน เป็นเรื่องที่เรา ได้สถาปนาความมั่นคงของประเทศไทยอยู่เหนือพื้นที่ ที่ประเทศไทยครอบครองควบคุมกำกับดูแล เรียบร้อยแล้ว และทางกองทัพ ได้มีการเฝ้าระวัง แนวชายแดน มีการเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันราชอาณาจักร ไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ

เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า พี่น้องประชาชนทำให้พรรคภูมิใจไทยชนะ ตอนไม่กล้าคิดหรือละลาบละล้วงความคิดของพี่น้องประชาชน วันนี้ที่เรามีชัยชนะในเบื้องต้น ก็เพราะพี่น้องประชาชน ที่เลือกพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่า นายอนุทินจะควบตำแหน่ง กระทรวงใดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมยังไม่ควรจะพูดขนาดนั้น เมื่อย้ำถามว่าจะควบกลาโหมด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าเร็วไปที่จะตอบ แล้วตอนนี้ก็ยังเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่

เมื่อถามว่าการชูมืออาชีพเป็นจุดแข็งที่ทำให้ภูมิใจไทยได้สส.จำนวนมากขนาดนี้ใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ต้องถามพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชน ก็น่าจะให้คำตอบกับพรรคภูมิใจไทยในระดับหนึ่ง และดีโค้ชคะแนนที่ออกมาถือเป็นข้อสั่งการ ของประชาชนที่มีต่อพรรคภูมิใจไทย และแกนนำทุกคนก็ถือว่ามีผลต่อคะแนน ที่ได้มา และคะแนนที่ได้มาก็ถือว่าเกินความคาดหมายที่ได้ตั้งเอาไว้