ชัยวุฒิ-ดร.เอ้-จตุพร สอบตก ไม่ได้เป็น สส. นโยบายพรรคพี่เต้ พาได้ 1 ที่นั่ง

ชัยวุฒิ-ดร.เอ้-จตุพร สอบตก ไม่ได้เป็น สส. นโยบายพรรคพี่เต้ พาได้ 1 ที่นั่ง

ชัยวุฒิ-ดร.เอ้-จตุพร สอบตก ไม่ได้เป็น สส. นโยบายพรรคพี่เต้ พาได้ 1 ที่นั่ง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.37 น.

เปิดคะแนสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ‘ชัยวุฒิ-ดร.เอ้-จตุพร ‘ไม่ได้เข้าสภา ส่วนพรรค”พี่เต้ “ส่งนโยบายเปลี่ยนโลกดันหัวหน้าพรรคเข้าสภา  ด้านพรรคเศรษฐกิจ เข้าวิน 4 คน แต่ไม่ถึงพล.อ.รังษี ขณะที่’พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ‘ยังได้กลับเข้ามาสภาฯ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการนับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการเวลา 23.10 น. ซึ่งนับไปแล้ว 85% มีจำนวน สส. 100 คน นอกจากพรรคการเมืองใหญ่ที่จะได้ สส.อย่างพรรคประชาชน 8,014,543 คะแนน ได้สส.30 คน อันดับ 2 พรรคภูมิใจไย 5,164,577 คะแนน ได้สส. 19 คน อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 4,632,171 คะแนน ได้สส. 17 คน อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 2,974,029 คะแนน ได้สส.11 คน  ปรากฏว่าพรรค การเมืองหลายพรรคที่ได้ สส.ในระบบเขตเป็นจำนวนมาก กลับได้สส.แบบบัญชีรายชื่อน้อย เช่น พรรคกล้าธรรม 546,709 คะแนน จะได้ สส. บัญชีรายชื่อเพียง 1 คน เช่นเดียวกับพรรคประชาชาติ ซึ่งครั้งนี้ได้สส.เขตเพียง 4 เขต จากเดิมที่เคยได้  7 เขต และได้คะแนน สส.บัญชีรายชื่อเพียง 350,635 คะแนน หรือได้ 1 ที่นั่ง ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ  เมื่อครั้งที่แล้ว ได้สส.บัญชีรายชื่อ 13 ที่นั่ง โดยครั้งนี้ได้เพียง 1 ที่นั่งเท่านั้น โดยได้คะแนน 595,380 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคที่ได้ตั้งขึ้นใหม่ อย่างพรรคเศรษฐกิจ ของ พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์ เป็นหัวหน้าพรรคแม้ไม่ได้ สส.แบบระบบเขต แต่ได้คะแนนสส.แบบบัญชีรายชื่อ 918,945 คะแนน หรือ 4 ที่นั่ง แต่พล.อ.รังษี จะไม่ได้เป็นสส.เพราะอยู่ในลำดับที่ 10 ส่วนพรรคทางเลือกใหม่ ที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เป็นแกนนำ ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งในระบบเขต แต่ได้รับคะแนนบัญชีรายชื่อ 142,043 จะได้สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ได้แก่ นายราเชนทร์  ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรค เนื่องจากนายมงคลกิตติ์ อยู่ในลำดับที่ 3 พรรคไทยก้าวใหม่ของนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กลับไม่ได้สส.แม้แต่ที่นั่งเดียว เช่นเดียวกับพรรครักชาติ ของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ขณะที่พรรคโอกาสใหม่ ของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ แม้จะได้สส. เขต ใน จ.อุตรดิตถ์ เขต 2 เพียง 1 ที่นั่ง แต่ก็ไม่ได้คะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อพียงพอ ด้านพรรคเสรีรวมไทย แม้ไม่ได้สส.เขต แต่ได้รับคะแนนสส. แบบบัญชีรายชื่อ 154,409 คะแนน หรือได้ 1 ที่นั่ง ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้เข้ามาทำงานในสภาอีกรอบ

ปวิน ซัด ติ่งส้ม เลิกโทษคนต่างจังหวัด พ่ายยับเพราะขาดฐานเสียงยั่งยืน

ปวิน ซัด ติ่งส้ม เลิกโทษคนต่างจังหวัด พ่ายยับเพราะขาดฐานเสียงยั่งยืน

ปวิน ซัด ติ่งส้ม เลิกโทษคนต่างจังหวัด พ่ายยับเพราะขาดฐานเสียงยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.16 น.

หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศทางการเมืองไทยในวันนี้ (9 กุมภาพันธ์) เต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลคะแนนอย่างดุเดือด โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ของพรรคที่เคยเป็นกระแสแรงอย่าง พรรคประชาชน (พรรคส้ม) ในพื้นที่ต่างจังหวัด

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นาย ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun แสดงทัศนะต่อผลการเลือกตั้งที่พรรคประชาชนกวาดที่นั่งในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด แต่กลับพ่ายแพ้ในภาพรวมระดับประเทศ โดยระบุว่า “ได้ สส กรุงเทพทั้งหมด แต่แพ้เลือกตั้งอย่างย่อยยับ แทนที่จะวิเคราะห์ว่าทำไม ติ่งส้มกลับโทษว่าคนต่างจังหวัดโง่ นี่ไม่เรียนรู้บทเรียนที่ผ่านมาบ้างหรอ” 

ปวิน

โพสต์ดังกล่าวของ นาย ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ กลายเป็นจุดชนวนให้ชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ทั้งในเชิงวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจ และการตำหนิกลุ่มแฟนคลับพรรค เช่น

“มันก็อดคิดถึงทฤษฎี 2 นคราประชาธิปไตยไม่ได้… ครั้งนี้คนเมืองตื่นรู้ แต่คนอีกกลุ่มยังอยู่ในวังวนระบบอุปถัมภ์บ้านใหญ่และการหว่านกระสุน ประกอบกับความ(นิ้ว)กลางของ กกต. ที่ทำคะแนนตกหล่นหลายล้าน”

“จริงค่ะอาจารย์ แพ้แล้วเราบอกว่าให้ทบทวนตัวเอง ถอดบทเรียน ไม่ใช่เอาแต่ว่าเขาใช้เงินอย่างเดียว เหนื่อยกับส้มดื้อบางคนจริง”

“ไม่ต่างกับ ปชป. ตอนด่า พท. เลยครับ”

“เงินเท่านั้น ที่ตะครองแชมป์ เรื่องจริงนะ”

“แทนที่จะวิเคราะห์ กลับโทษติ่งส้มว่าโทษคนต่างจังหวัด”

ปวิน
ปวิน

ต่อมา นาย ปวิน ได้โพสต์ร่ายยาวถึงบทสรุป Soul Searching หรือการสำรวจจิตวิญญาณของฝ่ายก้าวหน้า โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ 3 ประการ “นี่คือช่วงเวลา soul searching ฝ่าย “ก้าวหน้า” ของไทยพลาดอะไรบ้าง ต้องขอบอกก่อนว่า นี่คือการประเมินเบื้องต้น คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้อาจต้องใช้เวลาทำวิจัยสักพัก แต่วันนี้ ขอประเมินแบบนี้ค่ะ

…พรรคประชาชนแพ้แบบราบคาบ ได้คะแนนน้อยกว่าครั้งที่แล้ว แถมคะแนนที่เสียไปตกไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม การที่พรรคกวาดที่นั่งทั้งหมดในกรุงเทพ แต่ไม่ได้เสียงในต่างจังหวัด นั่นไม่ใช่การสูญเสียฐานเสียงนะคะ แต่พรรคประชาชนไม่เคยมีฐานเสียงเลย การได้ที่นั่งมาจากส่วนต่างๆ ของประเทศเป็นเพราะความสามารถส่วนบุคคล บวกกับกระแสพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ก็เมื่อกระแสหดหาย และการไม่มีบ้านใหญ่ในต่างจังหวัด นี่คือผลลัพธ์สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคอย่างภูมิใจไทยลงทุนกับฐานเสียงแบบระยะยาวและยั่งยืน ส่วนพรรคประชาชนนั้น แม้เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเมื่อมีสมาชิกพรรคลงพื้นที่หาเสียง แต่นั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่ค้ำประกันว่าพรรคประชาชนสามารถครองใจชาวต่างจังหวัดได้

ประการที่ 2 การลดลงของเพดานหาเสียง พรรคประชาชนแทบไม่มีต้นทุนในการทำนโยบายประชานิยมที่จะไปแข่งกับพรรคอื่นๆ การเจาะประเด็นทุนเทา และคอร์รัปชั่นในเรื่องเงินประกันสังคมแม้จะหวือหวา แต่คนไทยคุ้นชินกับปัญหานี้และไม่คิดว่าพรรคให้อะไรใหม่ สิ่งที่เป็น trademark ของพรรคประชาชนคือการเปลี่ยนโครงสร้างการเมือง การปฏิรูปหลักๆ ทั้งกองทัพและสถาบันฯ การลดเพดานแบบนี้ทำให้พรรคขาดพลัง ไม่ได้สานต่อการชุมนุมเมื่อปี 2020 พอลดลงมาเล่นเกมประชานิยม ก็สู้พรรคอื่นๆ ที่แม่นเรื่องนี้กว่ามากไม่ได้

ประการที่ 3 การโหวตให้อนุทินเป็นนายกในรอบที่แล้ว คือความผิดพลาดอย่างมหันต์ เป็นการต่อชีวิตอนุทินให้กลับมามีแต้มต่อ เป็นการเปิดโอกาสให้อนุทิน “ทดลอง” จัดตั้งรัฐบาลระยะสั้น ที่ขนเอา “แทคโนแครต” มาอุ้มพรรค ช่วยสร้างภาพลักษณ์ทันสมัยให้กับกลุ่มฐานเสียงบ้านใหญ่ พรรคประชาชนก็รู้ว่าเกมนี้พลาด เลยจัดทำ The Professionals มาแข่ง แต่ก็สายเกินไป ที่สายไปกว่านั้นคือการทำลายศรัทธาของหลายคนที่มีต่อพรรคต่อการต่อชีวิตให้อนุทิน ส่วนพรรคเพื่อไทย นี่คือ end of the road ของชินวัตร เมื่อขึ้นสูงสุด ก็ลงสู่ต่ำสุด แม้เข็นเอายศชนันมาเป็นนอมินี แต่ก็ไม่เพียงพอ แบรนด์ชินวัตรขายไม่ได้อีกแล้ว ที่ขายไม่ได้เพราะเพื่อไทยข้ามขั้ว แต่เป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมาก เพราะวันนี้ เราไม่สามารถ locate เพื่อไทยได้ว่าอยู่ตรงไหน? ไม่ใช่ฝั่งเสรีนิยมแน่ๆ และแม้จะอยากไปอยู่กับอนุรักษ์นิยม เจ้าไทยก็มีตัวเลือกที่ดีกว่าคืออนุทิน ไม่นับว่านางแบกคือตัวถ่วงให้พรรคพังด้วย

คำถามสำคัญคือ จากนี้อีก 8 ปี พรรคส้มต้องทำอย่างไรให้กลับมาใหม่ได้ เมื่อวานนี้ ทั้งธนาธรและปิยบุตรเป็นมนุษย์ล่องหน ทั้ง 2 คนมีพันธะในการออกมาขอโทษประชาชนกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เพราะไม่ใช่พรรคที่แพ้ แต่ประเทศไทยก็แพ้ด้วยค่ะ”

ปวิน
ปวิน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun 

โซเชียลจดชื่อ ทนายอั๋น ท้าเดิมพันพรรคสีน้ำเงิน แตะ 70 ที่นั่ง วิ่งเข้ากรุง

โซเชียลจดชื่อ ทนายอั๋น ท้าเดิมพันพรรคสีน้ำเงิน แตะ 70 ที่นั่ง วิ่งเข้ากรุง

โซเชียลจดชื่อ ทนายอั๋น ท้าเดิมพันพรรคสีน้ำเงิน แตะ 70 ที่นั่ง วิ่งเข้ากรุง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.39 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทำเอาโลกโซเชียลลุกเป็นไฟ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ หรือ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ทนายความชื่อดังที่มักออกมาเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะ เดิมพัน ผลการเลือกตั้งที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569 ทนายอั๋นได้โพสต์ข้อความระบุถึงทิศทางของพรรคการเมืองสีน้ำเงินพรรคหนึ่งไว้อย่างเผ็ดร้อนว่า “ถ้าพรรค ‘น้ำเงิน’ ได้ถึง 70 เก้าอี้ ขึ้นไป #ทนายอั๋น บุรีรัมย์ จะวิ่งแก้ผ้าจากบุรีรัมย์ ไป ‘อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย’ #แล้วกล่าวอะไรสักอย่าง ก่อนจะอำลาวงการ หาลูกเมีย ทำนา ตามประสาคนจน ต่อไป”

ทนายอั๋น

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างตบเท้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งฝ่ายที่เชียร์ให้พรรคดังกล่าวได้คะแนนน้อย และฝ่ายที่มองว่าตัวเลข 70 เก้าอี้นั้นมีเสียว แน่นอน เช่น

“เขาถึงแน่ครับ ทนายไม่ต้องทำขนาดนั้น สิ่งที่ทนายทำอยู่มันมีคุณค่ามาก เป็นกำลังใจให้ครับ… นับถือน้ำใจคนบุรีรัมย์อย่างนาย แน่มากครับ”

“70 ผมว่าเสียวอยู่นะครับ คุณทนาย แต่ 100 ไม่ถึงแน่ !! ฟันธง ชิงที่ 2 ส้ม-น้ำเงิน”

“ถ้าได้ก็คือบัตรผีครับ”

“เขาแจกกล้วยเยอะนะทนาย”

“ถ้าเร่งเขากระโดงกับฮั้ว สว. จบไว เสียงเดียวก็ไม่มี เชียร์ครับทนายอั๋น”

“อ้าว ๆ ทนายอั๋น มีพ่อยกแม่ยกลุ้นให้ทนายอั๋นทายผิดไหมนี่ 5555”

ทนายอั๋น
ทนายอั๋น
ทนายอั๋น

การออกมาประกาศกร้าวครั้งนี้ของทนายอั๋น ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับแวดวงการเมือง แต่ยังเป็นการตั้งคำถามถึงกระแสความนิยมของพรรคสีน้ำเงินในพื้นที่ฐานเสียงสำคัญ ซึ่งหากผลการเลือกตั้งออกมาเกิน 70 ที่นั่งตามที่ปรากฏในโพสต์จริง สังคมคงต้องจับตามองว่า ทนายอั๋น จะทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการโพสต์เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองเท่านั้น

และหลังจากที่ผลการเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจนขึ้น ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความรัว ๆ ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแสดงทัศนะต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือด ดังนี้

“นับคะแนนแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ประกาศชัยชนะ-แพ้ แล้ว เอาคะแนนมาจากไหน มันแปลกไหม”

“คนไทยครับ #เตรียมตัวรับมือความฉิบหาย ไว้ด้วยนะครับ สวดมนต์พร้อมกันด่วน”

“4 เดือน มันน้อยไปใช่มั้ย?? สำหรับความหายนะ?? #งั้นเตรียมตัวดื่มด่ำกันให้พอ….. เอาให้เต็มที่!!!”

“อย่าให้บัก ‘วุ้นเส้น’ + แก๊งค์สแกมเมอร์ + คอลเซ็นเตอร์ + ทุนเทา #มันสมหวังเด้อพี่น้อง”

ทนายอั๋น
ทนายอั๋น
ทนายอั๋น
ทนายอั๋น

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ทนายอั๋น บุรีรัมย์

ชูวิทย์ฟาดเจ็บ! ส้มฝันค้าง ทำน้ำเงินแลนด์สไลด์ ซัดเด็กวานซืนสู้บ้านใหญ่ไม่ได้ เตือนแรงอย่าลำพองตัว

ชูวิทย์ฟาดเจ็บ! ส้มฝันค้าง ทำน้ำเงินแลนด์สไลด์ ซัดเด็กวานซืนสู้บ้านใหญ่ไม่ได้ เตือนแรงอย่าลำพองตัว

ชูวิทย์ฟาดเจ็บ! ส้มฝันค้าง ทำน้ำเงินแลนด์สไลด์ ซัดเด็กวานซืนสู้บ้านใหญ่ไม่ได้ เตือนแรงอย่าลำพองตัว

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.23 น.

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง  ได้โพสต์ข้อความล่าสุดหลังคะแนนเสียงการเลือกตั้งประกาศ (อย่างไม่เป็นทางการ) โดยระบุว่า  

น้ำเงินแลนด์สไลด์เพราะส้ม

พรรคส้มทำให้พรรคน้ำเงินเติบใหญ่ขึ้นมาเอง

เหตุจากการวาง “กลยุทธ์ที่ผิดพลาด“

น้ำเงินแลนด์สไลด์มาเป็นอันดับ 1 และทำให้พรรคส้มได้น้อยลงกว่า ปี 2566 อย่างที่ผมคาดการณ์

แถมด้วยพรรคกล้าธรรมที่เติบโตขึ้น เพราะได้ร่วมรัฐบาล 4 เดือนกับพรรคน้ำเงิน พลอยฟ้าพลอยฝนได้ไปด้วยก็เพราะพรรคส้มอีก

จากที่ “ฝ่ายเสรีนิยม” เป็นผู้ชนะเมื่อครั้งก่อน แต่พรรคส้มทำให้ฝ่าย “อนุรักษ์นิยม” พลิกฟื้นกลับมาแข็งแกร่งสุดๆ

ที่นี้เห็นฝีมือการเมืองเก่าหรือยัง ว่าเขาทำกันยังไง?

พรรคส้มต้องเรียนรู้อีกมาก และผมเตือนด้วยความหวังดีเสมอ

ประเทศไทยที่ “ยังไม่เปลี่ยน” ก็เพราะพรรคส้มฝันค้าง และคิดว่าตัวเองเก่ง ลำพองตัวกับคะแนนที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 อย่างไม่คาดคิด

แล้วส่งเด็กวานซืนไปสู้ สส. เขตกับบ้านใหญ่ จึงพากันล้มระเนระนาดอย่างที่ผมว่าไว้ ในพื้นที่เขตต่างจังหวัดที่บ้านใหญ่เตรียมตัวมาดี

ผมย้ำไปแล้วว่า ”พรรคส้มต้องโทษตัวเอง”

การไปปากไวพูดว่า “ประสบการณ์เก่าแบบนั้น ทำให้บ้านเมืองฉิบหายมาถึงทุกวันนี้“ ไม่ได้ทำให้พรรคส้มชนะการเลือกตั้ง

พรรคส้มต้องสั่งสมประสบการณ์อีกมาก เพื่อรับมือและพลิกเกมจากการเมืองเก่าให้ได้

แล้วเที่ยวนี้อย่าไปโทษใครอีกนะครับว่า ”เขาไม่ให้เราเป็นรัฐบาล“

ต้องพูดว่า ”เราไปทำเอาท่าไหน ทำไมไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียที“

แล้วนี่ ป.ป.ช. จะลงดาบตามอีก เรื่อง 44 สส. เสนอแก้ ม.112

หันมองตัวเองและปรับปรุง วันหนึ่งจะเป็นวันของพวกคุณ

ให้กำลังใจและเดินก้าวต่อไป ทางข้างหน้าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยขวากหนาม

แล้วต่อไปอย่าเอาคะแนนที่ประชาชนเลือกไปเทให้ใครอีกนะน้อง

พี่รักถึงเตือนน้อง แต่ยังกลับมาด่า

ทีนี้เข้าใจกันหรือยัง?

ว่า “อิทธิฤทธิ์“ ของการเมืองเก่าเก่งแค่ไหนเมื่อพลาดเพียงก้าวเดียว

จึงบอกได้ว่า “น้ำเงินแลนด์สไลด์เพราะส้มเองแท้ๆ”

ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยสักนิด

จับแหลกซื้อเสียง3จังหวัด สุราษฎร์-เชียงราย-ราชบรี พบหลักฐานโพยเงินมัดรายชื่อ

จับแหลกซื้อเสียง3จังหวัด สุราษฎร์-เชียงราย-ราชบรี พบหลักฐานโพยเงินมัดรายชื่อ

จับแหลกซื้อเสียง3จังหวัด สุราษฎร์-เชียงราย-ราชบรี พบหลักฐานโพยเงินมัดรายชื่อ

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จับแหลกซื้อเสียง3จังหวัด สุราษฎร์-เชียงราย-ราชบรี พบหลักฐานโพยเงินมัดรายชื่อ

“แสวง” จับเข้าข่ายซื้อเสียง 5 กรณี ใน 3 จังหวัด ทั้ง สุราษฎร์-เชียงราย-ราชบุรี ท่ามกลางสารพันปัญหาที่เกิดขึ้นกับกกต.ได้ โล่งจังหวัดชายแดนไทย-เขมร เรียบร้อยดี ส่วนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เพิ่มมาตรการคุมเข้มมากกว่าปกติ

เมื่อวันที่ 8กุมภาพันธ์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภาพรวมการเปิดหีบเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป ปี 2569 และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ว่าได้เปิดหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08.00 น.ซึ่งภาพรวมการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางกรรมการประจำหน่วย (กปน.) คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้สิทธิฯ จนถึงเวลา 17.00 น.ขอขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และลงประชามติเชื่อว่าจะมีการเตรียมหลักฐานในการแสดงตนและชุดความรู้เกี่ยวกับผู้สมัครเขตเลือกตั้งนั้นๆ ก่อนที่จะใช้สิทธิ อยากเน้นย้ำขั้นตอนการลงคะแนนแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน หากมีข้อสงสัยการทำหน้าที่ของ กปน.ขอให้ทักท้วงทันที ซึ่งจะมีการบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยไว้เป็นหลักฐาน โดยจะเป็นหลักฐานชั้นดีที่จะร้องคัดค้านและเป็นการช่วยทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้ง

นายแสวง กล่าวว่า มี กปน.ทำหน้าที่ 1.5 ล้านคน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้สิทธิออกเสียงล่วงหน้า 2 ล้านคน จึงเหลือผู้ที่ยังมีสิทธิในวันเดียวกันนี้ราว 51 ล้านคนเศษ อยากให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิฯ กาเพื่อประเทศไทย ทั้งนี้ การนับคะแนนหลังจากปิดหีบเลือกตั้งแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงเลือกตั้ง จากนั้นจะเริ่มนับคะแนน 3 กระดานไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม คะแนนแรกที่จะรายงานผลน่าจะเริ่มเข้ามายังสำนักงาน กกต.หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้ว โดยประมาณการคาดว่าไม่เกิน 23.00 น.น่าจะรู้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หรือเร็วกว่านั้น

“การนับคะแนน 3 กระดานพร้อมกัน อาจจะเกิดความล่าช้าบ้าง เนื่องจากต้องการให้เกิดความถูกต้องและชัดเจน หากผู้สังเกตการณ์รวมถึงตัวแทนพรรคการเมืองเห็นว่ามีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ ส่วนกรรมการจะวินิจฉัยเป็นอย่างไรก็ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่ท่านสามารถนำคำทักท้วงที่บันทึกไว้มาร้องการนับคะแนนได้ภายใน 3 วัน” เลขาธิการ กกต.กล่าว

เมื่อถามถึงการจับกุมการซื้อเสียงที่ จ.ราชบุรี ซึ่งนายธนากร เลี้ยงฤทัย อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง แจ้งความว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น นายแสวง กล่าวว่า ภาพรวมเกี่ยวกับการซื้อเสียงนั้นทาง กกต.พยายามดูแลปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนไม่ให้มีการซื้อเสียง โดยร่วมกับตำรวจกว่าแสนนาย ที่ผ่านมาเราเน้นการป้องกัน ซึ่งมีการจับกุมผู้เตรียมการได้ 4-5 กรณี ซึ่งที่ จ.ราชบุรี มีหลักฐานเป็นโพยเงิน และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากนี้จะดำเนินการตามระเบียบสืบสวนฯขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนกรณีอื่นๆ มีที่ จ.สุราษฎร์ธานี 3 ราย เชียงราย 1 ราย และราชบุรี 1 ราย

ต่อข้อถามถึงกรณีประชาชนโพสต์โซเชียลมีเดียว่าได้เลือกผู้สมัคร สส.หรือพรรคการเมืองใด ภายหลังใช้สิทธินั้นทำได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในวันเลือกตั้งจะมีข้อห้ามเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริตและเที่ยงธรรม เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตามมาตรา 99 พ.ร.ป.สส.ระบุว่าห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับการตีความ จึงต้องระมัดระวังว่าอาจจะมีคนนำไปร้องและมีความผิดได้ นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งคือกฎหมายบอกว่าห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง ก็ต้องมาดูพฤติกรรมว่าเป็นการหาเสียงในวันเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งตนไม่อยากให้ทำ เพราะจะเข้าข้ายกระทำความผิด

นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีออกเสียงประชามติเขาห้ามรณรงค์ในวันออกเสียง จะผิดกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์เช่นกันเมื่อถามถึงสถานการณ์การเลือกตั้งในจังหวัดชายแดนไทยที่ติดกับกัมพูชา และจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายแสวง กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ถือว่าน่าจะเบาใจได้ แต่ทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปกติฝ่ายความมั่นคงดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง ก็มีการประสานและเพิ่มมาตรการเป็นพิเศษมากกว่าการดูแลตามปกติ

กองทัพไทยลุยเต็มที่ กวาดล้าง‘ทุ่นระเบิด’ พื้นที่ชายแดนบุรีรัมย์ เคลียร์เกือบครบ100%

กองทัพไทยลุยเต็มที่ กวาดล้าง‘ทุ่นระเบิด’ พื้นที่ชายแดนบุรีรัมย์ เคลียร์เกือบครบ100%

กองทัพไทยลุยเต็มที่ กวาดล้าง‘ทุ่นระเบิด’ พื้นที่ชายแดนบุรีรัมย์ เคลียร์เกือบครบ100%

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพไทยลุยเต็มที่ กวาดล้าง‘ทุ่นระเบิด’ พื้นที่ชายแดนบุรีรัมย์ เคลียร์เกือบครบ100%

กองทัพไทยลุยกวาดล้างทุ่นระเบิด ชายแดนบุรีรัมย์ เคลียร์ Sector 1 เกลี้ยง 100% พบ 11 ทุ่นระเบิด ส่วน Sector 2 คงเหลือพื้นที่ต้องสงสัยร้อยละ 5.91 ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) และหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ได้ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ บ้านสายโท 10 ใต้
ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ Sector 1
และ Sector 2 อย่างต่อเนื่องสำหรับการปฏิบัติงานใน Sector 1 ซึ่งมีขนาดพื้นที่รวม 178,730 ตารางเมตร ได้ดำเนินการสำรวจทางเทคนิค (Technical Survey : TS) เพิ่มเติม และสามารถประกาศพื้นที่ปลอดภัยได้อีก 3,826 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 2.14 โดยไม่พบทุ่นระเบิดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถดำเนินการเก็บกู้และสำรวจพื้นที่ใน Sector 1 ได้ครบถ้วน 100% ไม่เหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด โดยตรวจพบทุ่นระเบิดรวม 11 รายการ แบ่งเป็นทุ่นระเบิดชนิด MD82B จำนวน 9 ทุ่น และ POMZ-2 จำนวน 2 ทุ่น

ขณะเดียวกัน การปฏิบัติงานใน Sector 2 ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 176,296 ตารางเมตร ได้ดำเนินการสำรวจทางเทคนิคและสามารถประกาศพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มอีก 4,528 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 2.56 โดยไม่พบทุ่นระเบิดสรุปผลการดำเนินงานใน Sector 2 ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน สามารถประกาศพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 165,892 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 94.09 คงเหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิดจำนวน 10,404 ตารางเมตร หรือร้อยละ 5.91 ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ

ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัย เสริมสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืน

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม. ‘ปชป.’ยอมรับพ่ายแพ้กระสุน เพื่อไทยยังลุ้นขอจัดตั้งรัฐบาล

หลังปิดหีบเลือกตั้ง 2569 “นิด้า-พระปกเกล้าโพล” ฟันธง “ภูมิใจไทย” นำฉลุย กวาดสส.อันดับ 1-ส่ง “อนุทิน” นั่งนายกฯ นำจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.เรียบ 33 เขต ส่วน “เพื่อไทย” ยังฝันได้จัดตั้งรัฐบาล ด้าน “ปชป.” ยอมรับพ่ายแพ้กระสุน เลือกตั้งคึกคัก บุคคลสำคัญ-แกนนำพรรคการเมืองออกใช้สิทธิ์เลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ “ประยุทธ์” ออกมาใช้สิทธ์ิเลือกตั้ง คาดหวังจะได้รัฐบาลทำงานต่อเนื่องปธ.กกต.เข้าคูหาใช้สิทธิ์ ตรวจหน่วยเลือกตั้ง ให้กำลังใจกปน.ปฏิบัติหน้าที่รอบคอบ ตั้งเป้าปชช.ออกใช้สิทธิ์เกิน 75% “อนุทิน-เนวิน” แท็กทีมใช้สิทธิ์ ลต.ที่บุรีรัมย์ ก่อน เข้า “ภท.” ลุ้นเลือกตั้ง“เอกนิติ-ศุภจี” ชวนปชช.ร่วมสร้างอนาคตประเทศ “เท้ง” ควงครอบครัวใช้สิทธิ์ ก่อนเข้า ปชน. ตั้ง “วอร์รูม” ลุ้นผล “อภิสิทธิ์” พร้อมแคนดิเดตนายกฯตบเท้าเข้าคูหา “ยศชนัน-เจ๊แดง” ใช้สิทธิ์

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศภาพรวมการเปิดหีบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปปี 2569 และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญในวันเดียวกันของหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11 แขวงพญาไท ถนนประดิพัทธ์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้บัญชาการทหารบกเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11แขวงพญาไทเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร บริเวณเต้นท์ใต้ทางด่วนซอยประดิพัทธ์5 โดยพลเอกประยุทธ์มีรายชื่ออยู่ในลำดับที่162 ซึ่งหน่วยที่ 11 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง439 คน ส่วนจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติรวมทั้งสิ้น 434 คน

ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สื่อมวลชนให้ความสนใจจับตาในการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ระบุถึงการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องช่วยกันดูแล เมื่อถามว่า จะคาดหวังได้หรือไม่ว่าจะได้รัฐบาลเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง พลเอก ประยุทธ์ ระบุว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นจะเลือกตั้งกันไปทำไม

‘ปธ.กกต.’เข้าคูหาเลือกตั้ง

เวลา 08.00 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ปธ.กกต.)เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตเลือกตั้งที่ 14 ณ บริเวณเต็นท์ลานจอดรถคริสตัสลดไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 655 คน โดยประธาน กกต.มีชื่อในลำดับที่ 617และได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกำชับให้ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย

คาดผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกิน75%

นายณรงค์ให้สัมภาษณ์การตั้งเป้าว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิมากกว่าของเดิมที่ร้อยละ 75 ซึ่งครั้งนี้หากได้ร้อยละ 80 ถึง 90ก็จะเป็นการแสดงพลังของประชาชนในการกำหนดทิศทางของประเทศไทย

หลังจากลงคะแนนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น ประธาน กกต.พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี

‘อนุทิน-เนวิน’กาบัตรที่บุรีรัมย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 2 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อเวลา13.12น.นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาพร้อมกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติที่ศาลากลางหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านไทยเจริญ เขตที่ 2 หน่วยเลือกตั้ง 9 ต.อิสาณอ.เมือง จ.บุรีรัมย์

โดยนายอนุทินมีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งอย่างเป็นกันเอง หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน นายอนุทิน เปิดเผยสั้นๆว่าหลังจากนี้จะเดินทางกลับกรุงเทพฯเพื่อไปลุ้นผลคะแนนอย่างเป็นทางการที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยร่วมกับผู้สมัครสส.และแกนนำพรรคคนอื่นๆในช่วงเย็นวันนี้

‘เอกนิติ’ชวนคนไทยสร้างอนาคตปท.

เวลา10.10น.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย เดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยซึ่งหน่วยเลือกตั้งแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยนายเอกนิติมีรายชื่อใช้สิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ลำดับที่80 ทันทีที่เดินทางเข้าคูหาปฏิบัติตามขั้นตอน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กกต.คอยอำนวยความสะดวก ส่วนภาพรวมประชาชนทั่วไป เริ่มทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งต่อเนื่อง

นายเอกนิติ กล่าวหลังการใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าได้มีการทำการบ้านศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งมาแล้วเพื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจไม่สับสนและหากการมาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างที่จะราบรื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร อยากเชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์เพื่อร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน

‘ศุภจี’ควงคุณแม่-ลูกชายกาบัตร

เวลา09.05 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 143 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เขตที่ 4 โรงเรียนประเสริฐอิสลาม นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ซึ่งมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลำดับที่ 694 เดินทางมาลงคะแนนเสียงพร้อมด้วยบุตรและมารดาในเขตเลือกตั้งนี้ โดย นางศุภจี ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้สิทธิ์กับกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย ก่อนจะรับบัตร 3 ใบ เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครบทั้ง 3ใบ หลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

ชวนปชช.กำหนดอนาคตประเทศ

นางศุภจีให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันนี้ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อและประชามติด้วยว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เสียงของพี่น้องประชาชนทุกคนสำคัญ เรามากำหนดอนาคตประเทศไปด้วยกัน ส่วนตนพร้อมกับครอบครัววันนี้ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘เท้ง’ควงครอบครัวออกมาใช้สิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 32 กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานครในเวลา 09.46น.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 1ของพรรคประชาชน เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นพี่สาวและคุณพ่อคุณแม่เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนังไปก่อนแล้ว

โดยนายณัฐพงศ์มีสีหน้ายิ้มแย้ม และยกมือทักทายสื่อมวลชนและสื่อต่างประเทศจำนวนมากที่มามารอสังเกตการณ์ ที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ระหว่างที่นายณัฐพงศ์กำลังจะเดินเข้าคูหาคุณพ่อคุณแม่และพี่สาวซึ่งเลือกตั้งเสร็จก็ได้เดินออกมาทักทายและสวมกอดให้กำลังใจนายณัฐพงศ์ด้วย

มั่นใจปชช.ออกมาใช้สิทธิ์เกิน70%

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่ารู้สึกดีใจวันนี้ได้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและลงประชามติ แล้วแต่พี่ก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทราบว่าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันค่อนข้างคึกคักมากก็รู้สึกดีใจก็มั่นใจว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เกิน70%มากกว่าครั้งที่แล้ว ดูจากบรรยากาศที่ได้ออกไปรณรงค์ พบว่าประชาชน มีการตอบรับและให้ความสนใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ นี่ก็อยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนวันนี้มีเวลา มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งถึง 17.00 น.อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติ เพราะว่าตอนนี้อำนาจอยู่ที่ปลายปากกาของพี่น้องประชาชนทุกคน ถ้าใครที่อยากเห็นอนาคตที่ดีกว่า ประเทศไทยก็ขอให้ออกมาแสดงพลังกันเยอะๆ

แกนนำปชน.เข้าพรรคตั้ง‘วอร์รูม’

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน(ปชน.)เมื่อเวลา14.30น.แกนนำพรรค ปชน. และแกนนำในอดีตที่ปัจจุบันสังกัดคณะก้าวหน้า ต่างทยอยเดินทางเข้าพรรคเพื่อ“วอร์รูม”เกาะติดวิเคราะห์และประเมินผลการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งบรรยากาศที่ทำการพรรคประชาชนคึกคักตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันมีประชาชนทยอยเดินทางมาปักหลักรอลุ้นผลคะแนน วันนี้เป็นวันแรกที่โซลบาร์ เปิดขายเมนูใหม่คือ“มีส้มไม่มีเทา”ราคา 46บาท มีส่วนผสมเป็นส้มยูซุใส่น้ำส้ม100% โซดา และบุกส้ม

ทั้งนี้ พรรค ปชน.ได้เตรียมลานจอดรถของพรรคไว้เป็นที่สำหรับกองเชียร์ ได้เตรียมเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ และตั้งเก้าอี้พลาสติกไว้ให้กองเชียร์นั่งดู การแถลงข่าวของพรรค ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังการปิดหีบเลือกตั้ง เวลา 17.00 น.

‘อภิสิทธิ์’เข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 แขวงคลองตันเหนือเขตวัฒนา เขตเลือกตั้งที่ 4 กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 08.55 น.โดยทันทีที่มาถึงได้เข้าไปตรวจสอบลำดับของผู้มีสิทธิ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ อยู่ลำดับที่ 48 หลังลงคะแนน

สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เขตเลือกตั้งที่ 4 กรุงเทพ ยังมีบุคคลในครอบครัวของนายอภิสิทธิ์ที่มีสิทธิในหน่วยดังกล่าวคือนางอลิสา วัชรสินธุ พี่สาวคนโต มารดาของนายพริษฐ์วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน น.ส.งามพรรณ เวชชาชีวะ พี่สาวคนรอง นายพศุตม์วัชรสินธุ พี่ชายของนายพริษฐ์ ขณะนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา และ น.ส.ปราง เวชชาชีวะ มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งอื่น

ชวนคนไทยกำหนดอนาคตปท.

นายอภิสิทธิ์กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเพื่อมาร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ ส่วนที่ประชาชนตื่นตัวมาใช้สิทธิตั้งแต่เปิดหีบนั้นก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเราก็อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมากๆรู้สึกดีใจที่เห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้าและมากันจำนวนมาก อย่างไรก็ดี จากที่ปิดหีบตนจะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปติดตามผล เมื่อถามว่าเมื่อคืนนอนหลับดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวติดตลกว่า”บอลแพ้ครับ”

‘กรณ์-การดี’ออกใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางวรกร จาติกวณิช ภริยา และครอบครัวเดินทางไปใช้สิทธิ์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก น้อดดี้เพลย์กรุ๊ป บาย อลิซาเบธ ย่านเย็นอากาศ เขตสาทร กรุงเทพฯ

นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปใช้สิทธิการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญที่โรงเรียนดลวิทยา ซอยศูนย์วิจัย เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

โดยนางการดีกล่าวภายหลังการใช้สิทธิว่าตื่นเต้นมาก และบรรยากาศก็คึกคัก เจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้สิทธิดีมากและขั้นตอนการใช้สิทธิต่างๆภายในหน่วยเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ไม่สับสน พร้อมยังเชิญชวนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้เต็มที่ เพื่อเลือกผู้แทนไปบริหารประเทศต่อไป

‘ชวน’เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมืองตรัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา11.00น.นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภาและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่พลเมืองแบบอย่าง ในการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปและออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งวัดควนวิเศษ ถนนวิเศษกุล ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

“ยศชนัน”ชวนคนไทยใช้สิทธิ์เยอะๆ

เวลา 09.09น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมภรรยา เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 54 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เขตเลือกตั้งที่ 8 บริเวณเต็นท์ที่จอดรถบริษัทยูซีไอ มีเดียจำกัดหน้าหมู่บ้านเบเวอรี่ฮิลล์

นายยศชนันให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ครั้งนี้ นอกจากเรื่องของการเลือกตั้งแล้วจะมีเรื่องการทำประชามติด้วยก็สะดวกไม่สับสน เลือกตั้งเสร็จ2ใบ เดินออกมาแล้วก็รับบัตรอีก1ใบกลับไปหย่อนบัตรประชามติ เพื่อที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศเรา วันนี้รู้สึกตื่นเต้น เพราะจะเป็นวันที่คึกคักวันหนึ่งของประชาชน

“ส่วนที่ออกมาเวลา09.09น.ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ พักผ่อนอยู่ที่บ้านออกมาช้านิดหนึ่งเป็นวันที่คิดว่าน่าจะสามารถทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนถึงเรื่องการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันนี้แน่นอนครับ ประเทศไทยก็ต้องเปลี่ยนแปลง และ 1 สิทธิ์ 1 เสียงของทุกคนมีความสำคัญ อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ”

‘เจ๊แดง’ออกใช้สิทธิ์เลือกตั้งคนแรก

สำหรับวันนี้คงไม่ได้ไปไหนต่อ เดี๋ยวจะกลับไปที่บ้าน พาครอบครัวทานข้าว แล้วเดี๋ยวตอนเย็นจะเข้าไปที่พรรคเวลา 17.00 น.เพื่อที่จะดูผลการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 54 นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มารดานายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นคนแรก ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่ 53 ที่ติดกัน โดยมีทหารจากมณฑลทหารบกที่11 มารอใช้สิทธิ์ตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดหีบเลือกตั้งต่อแถวยาวออกมานอกหน่วยไปถึงถนน

‘สุริยะ’ควงครอบครัวลงคะแนน

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 เต็นท์บริเวณลานกิจกรรมโรงเรียนอยู่เป็นสุขอนุสรณ์ (ซอยสุภาพงษ์1 แยก 7) แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมครอบครัว เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ

‘อิ๊งค์’ควง‘แม่-พี่สาว’เลือกตั้ง

เวลา 10.20น.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดาและนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว พร้อมครอบครัวเดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ที่บริเวณเต็นท์ลานกีฬา1เคหะธานี 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

เย็นไปลุ้นผลคะแนนที่เพื่อไทย

ภายหลังใช้สิทธิลงคะแนน นางสาวแพทองธาร และครอบครัว ได้ถ่ายรูปร่วมกัน พร้อมทั้งมีประชาชนมาขอถ่ายรูป จากนั้นเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและได้เดินทางกลับเข้าบ้านพักทันที โดยจะเดินทางเข้าไปลุ้นผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยในช่วงเย็น

‘หญิงหน่อย’เข้าคูหาเลือกตั้ง

เวลา09.45น.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 33 เขตเลือกตั้งที่ 8 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร บริเวณธนาคารไทยพานิชย์ ลาดพร้าวซอย 10

ย้ำการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวภายหลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าเท่าสังเกตจะเห็นว่าวันนี้มีประชาชนออกใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่น่ายินดี พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิในวันนี้ให้เต็มที่ เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาประเทศในหลายๆด้าน ทั้งเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้การเมืองที่มีคุณธรรมและสร้างสรรค์ ให้ประเทศเดินหน้าและประชาชนมีความสุข ได้รับโอกาสที่ดีสำหรับทุกคน พร้อมย้ำว่า“การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”และวันนี้จะเดินทางเข้าไปยังที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย เพื่อติดตามผมการเลือกตั้งประมาณเวลา16.30น.

‘ธรรมนัส’วอนคนพะเยาใช้สิทธิ

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 อาคารอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 14 ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวภายหลังใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งทุกครั้งก็ยังคงสร้างความตื่นเต้น แม้จะผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาหลายครั้งแล้ว ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพะเยาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยย้ำว่าเสียงของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางการเมืองและการพัฒนาบ้านเกิด

และว่าภายหลังเลือกตั้ง จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคกล้าธรรม กรุงเทพฯเพื่อติดตามการนับคะแนนร่วมกับสมาชิกพรรคกล้าธรรม ขณะที่ในพื้นที่จ.พะเยาจะมีทีมงานติดตามบรรยากาศและรายงานผลอย่างใกล้ชิด

ผบ.ตร.-ภริยา ออกใช้สิทธิ์ลต.

ที่อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดนูรุ้ลอิบาดะห์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เทศบาลตำบลเชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โดยผบ.ตร.กำชับให้ดูแลรักษาความสงบการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยหากมีเหตุสำคัญให้รีบแก้ไขปัญหาแล้วรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบโดยด่วน

ฝนถล่มกรุงก่อนปิดหีบเลือกตั้ง

บรรยากาศในวันเลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติ ในพื้นที่กทม.ปรากฎว่าช่วงบ่ายเจออุปสรรคใหญ่หลังเกิดฝนถล่มกรุงเทพฯในหลายจุดทำเอาน้ำท่วมขังรอการระบาย การจราจรเป็นอัมพาตขณะที่ประชาชนยังคงหลั่งไหลเข้าคูหาอย่างต่อเนื่องแม้ต้องลุยฝนก่อนปิดหีบเลือกตั้ง

เวลา 14.10 น.ในพื้นที่บริเวณเขตพระโขนง เกิดฝนตกหนักอย่างกะทันหัน พร้อมลมกระโชกแรง ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลงอย่างมาก รถยนต์ที่เดินทางไปเลือกตั้งต้องชะลอตัวเนื่องจากมองไม่เห็นเส้นทาง

ต่อมาเวลา 14.57น.ย่านถนนรัชดา-สุทธิสาร ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เริ่มมีน้ำท่วมขังรอการระบาย บนพื้นผิวจราจร กระทบต่อประชาชนที่กำลังวางแผนเดินทางไปใช้สิทธิในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดหีบเลือกตั้ง17.00น.

เวลา15.02น.ในพื้นที่เขตบางพลัด ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักแต่หน่วยเลือกตั้งยังคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากพกร่มและสวมชุดกันฝนออกมาต่อแถวรอใช้สิทธิอย่างหนาตา

นิด้าโพลเผยภท.กวาดสส.อันดับ1

ต่อมา เวลา 17.00 น. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คาดการณ์ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2569 ประกอบด้วยวิธีการ คือ 1) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,000 หน่วยตัวอย่าง

โดยในส่วนของคำถามว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ท่านจะเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใด อันดับ 1พรรคประชาชน 37.17% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 32-37 ที่นั่ง อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย 19.27% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 18-19 ที่นั่ง อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 18.03% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 17-18 ที่นั่ง อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 13.90% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 12-13 ที่นั่ง อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ 3.98% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1-3 ที่นั่ง อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ 1.80% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง อันดับ 7 พรรคกล้าธรรม 1.20% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง อันดับ 8 พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี พรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ 4.65%คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 8-19 ที่นั่ง

การคาดการณ์จำนวน สส. รวมแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 140-150 ที่นั่ง อันดับ 2พรรคประชาชน คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 125-135 ที่นั่ง อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 110-120 ที่นั่ง อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 35-45ที่นั่ง อันดับ 5 พรรคกล้าธรรม คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 35-45 ที่นั่ง อันดับ 6 พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทรวมพลัง พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี และพรรคอื่นๆ คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ ไม่เกิน 55 ที่นั่ง

พระปกเกล้าเผยภท.กวาด134-151ที่นั่ง

ขณะเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า เผยผลสำรวจหลังเลือกตั้ง 2569 เมื่อถามว่า คิดว่าใครสามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ 20.7% รองลงมาคือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ 19.2% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ 15.1%นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ 12.0% ฯลฯ

ทั้งนี้ การคาดการณ์ สส. แบบแบ่งเขต 6 อันดับแรก พบว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ สส.แบบแบ่งเขต 113-130 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 21 ที่นั่ง รวม 134-151 ที่นั่ง, พรรคประชาชน ได้ สส.แบบแบ่งเขต100-115 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 28 ที่นั่ง รวม 128-143 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ได้ สส.แบบแบ่งเขต 80-195 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง รวม 100-115 ที่นั่ง, พรรคกล้าธรรม ได้ สส.แบบแบ่งเขต25-35 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง รวม 28-38 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส.แบบแบ่งเขต 10-15 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 11 ที่นั่ง รวม 21-26 ที่นั่ง, พรรคประชาชาติ ได้ สส.แบบแบ่งเขต 8-10 ที่นั่งสส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง รวม 9-11 ที่นั่ง ซึ่งพบว่าใน กทม. พรรคประชาชนได้ทั้งหมด 31 เขต แต่มี 2 เขตที่ถูกตีแตก โดยเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่าใครเหมาะที่จะเป็นนายกฯ คนใหม่ พบว่าทิศทางการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. 6 อันดับแรก เป็นดังนี้ อันดับ 1 คือ พรรคภูมิใจไทย ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 21.4% สส.แบบแบ่งเขต 23.6% อันดับ 2 พรรคประชาชน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 21.0% สส.แบบแบ่งเขต 21.2% อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 16.2% สส.แบบแบ่งเขต 15.6% อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 11.5% สส.แบบแบ่งเขต 10.0% อันดับ 5 คือ พรรคเศรษฐกิจ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 2.7% สส.แบบแบ่งเขต 1.5% และ อันดับ 6 พรรคกล้าธรรม ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 2.5% สส.แบบแบ่งเขต 4.0%

ดุสิตโพล คาด ปชน. โกย 165 ที่นั่ง

ทางด้าน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สรุปคาดการณ์จํานวนที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยข้อมูลเชิงปริมาณได้จากการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศระหว่างวันที่ 16-28 มกราคม 2569 กลุ่มตัวอย่างจํานวน 26,621 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน บวกลบ 10%) และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริบทของสถานการณ์ทางการเมือง ในช่วงก่อนการเลือกตัง ดังนี้

จำนวนที่นั่งคาดการณ์ในแต่ละพรรค เป็นดังนี้ พรรคประชาชน 165 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 130 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 115 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 45 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 35 ที่นั่ง อื่นๆ 10 ที่นั่ง

เอพีวิเคราะห์ปชน.ชนะ-แต่ภท.ตั้งรบ.

สำนักข่าวเอพีรายงานบทวิเคราะห์และบรรยากาศของสนามเลือกตั้งในปีนี้ โดยบอกว่าเป็นการแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างฝ่ายหัวก้าวหน้า ฝ่ายประชานิยม และฝ่ายอนุรักษนิยม ในการเลือกตั้งปีนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 53 ล้านคน ท่ามกลางช่วงเวลาที่ไทยเจอกับเศรษฐกิจชะลอตัวและกระแสชาตินิยมที่กำลังมาแรง แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองมากกว่า 50 พรรคลงแข่งขัน แต่มีเพียง 3 พรรคที่ถือเป็นผู้ท้าชิงหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้ นั่นก็คือพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย

เอพีระบุว่า โพลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักในไทยชี้ว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก แต่คาดว่าพรรคประชาชนของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะได้คะแนนเสียงมากที่สุด พรรคมีจุดยืนที่จะปฏิรูปกองทัพ ตำรวจ และฝ่ายตุลาการ ซึ่งโดนใจกลุ่มคนวัยรุ่นและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเมือง ถึงกระนั้นก็ดี นโยบายปฏิรูปต่างๆ ของพรรคประชาชนไม่ได้รับความชื่นชมจากพรรคคู่แข่ง ทำให้พรรคประชาชนจะเจอกับความยากลำบากในการจัดตั้งรัฐบาล อุปสรรคทางข้อกฎหมายยังทำให้พรรคประชาชนยอมยกเลิกความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ทั้งนี้ เอพีมองว่าการลดความเสี่ยงทางการเมืองของตัวเองลงทำให้ทางพรรคสูญเสียฐานสนับสนุนบางส่วนไป ประกอบกับครั้งนี้พรรคประชาชนไม่สามารถใช้จุดขายในการต่อต้านพรรครัฐบาลทหารได้เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่แล้วอีกด้วย

ปชป.ยอมรับสู้กระสุนไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ บรรดาแกนนำต่างได้ทยอยไปยังที่ทำการพรรคของตัวเอง

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่หนึ่งเดินทางเข้าพรรค โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“ผลการเลือกตั้งน่าหนักใจเพราะเงินเยอะกว่าครั้งที่แล้ว ภาคใต้กระแสสู้กระสุนจริงๆ” ต่อมา.บรรดาแกนนำพรรคทยอยเดินทางเข้ามา อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ ตามมาสมทบโดยมีแม่ยกกองเชียร์ร่วมลุ้นผลการเลือกตั้ง

เพื่อไทยรอผล ฝันตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลาเวลา 17.30 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางถึงที่ทำการพรรค เพื่อติดตามผลคะแนนเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถามว่า โพลหลายที่พรรคเพื่อไทยยังตามอยู่ มีความมั่นใจอย่างไรบ้าง

นายยศชนันกล่าวว่า ยังมั่นใจเหมือนเดิม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทย ตรงนี้เป็นกำลังใจให้เราพร้อมที่จะทำงานต่อไป และอยากให้กำลังใจทีมงานและผู้สนับสนุนของเราด้วย วันนี้ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว และหากเราได้จัดตั้งรัฐบาล ก็จะทำให้ดีที่สุด หากไม่เป็นไปตามนั้น เราก็ยังยืนหยัดที่จะสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน เดี๋ยวตนจะขึ้นไปประเมินกับกรรมการบริหารพรรค เพราะว่ายังมีอีกหลายโพลที่ยังไม่ได้รายงานออกมา

เมื่อถามว่าเทียบผลสำรวจที่พรรคเพื่อไทยได้ทำไว้กับโพลที่ออกมาหลังจากปิดหีบ ผลไล่เรียงกันหรือว่าห่างกันมาก นายยศชนันกล่าวว่า ยังต้องประเมิน เพราะว่าเราทำเป็นหลายภาค ซึ่งหลายๆ ภาคก็เป็นไปตามที่คาดไว้ เรื่องการรวมผลตรงนี้เดี๋ยวขอขึ้นไปดูกับทีมงานอีกที

ถามอีกว่า แต่ยังมีลุ้นอยู่ใช่ไหม นายยศชนันตอบว่า มีแน่นอน และก็เป็นกำลังใจให้กับผู้สนับสนุน ตอนนี้กำลังเริ่มนับเดี๋ยวกรรมการบริหารพรรค น่าจะมาแสดงความคิดเห็นกันเป็นระยะๆ

ก่อนหน้านั้น เวลา 17.06 น.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงที่ทำการพรรคหลังปิดหีบเลือกตั้งทันที ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า ยังมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ตามเป้าที่วางไว้แต่อย่างไรให้รอดูผลก่อน

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 23.09 น.

“ณัฐพงษ์” แถลงยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ยันไม่ตั้งรัฐบาลแข่งหรือร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยทั้งสิ้น พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ขอรัฐสภาเดินหน้าจัดทำ รธน. ใหม่ร่วมกันตามผลประชามติ แฟนคลับร้องไห้ บอกเท้งอย่าลาออก ให้สู้ต่อไป

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวหลังผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการออกมา  โดยระบุว่าขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันนี้ แม้ผลการเลือกตั้งอาจยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ยังน่ายินดีที่ผลการจัดทำประชามติในตอนนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

อย่างไรก็ตามสำหรับผลการเลือกตั้งในส่วนของพรรคประชาชน จากคะแนน ณ ตอนนี้พรรคประชาชนอาจจะไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามที่ตนและแกนนำพรรคทุกคนได้เคยแสดงออกไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าจะเคารพกระบวนการการเมืองในระบบรัฐสภา นั่นคือให้พรรคการเมืองอันดับหนึ่งได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ทั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน การเลือกตั้งทุกครั้งคือการหาทางออกให้กับประเทศ และตราบใดที่ทุกคนยังเชื่อในพลังของตัวเอง ยังออกมาใช้สิทธิใช้เสียง มีส่วนร่วมกับการเมืองมากๆ ตนมั่นใจว่าประเทศไทยมีทางออก วันนี้ตนพร้อมทีมผู้บริหารและ สส. ทุกคนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเพื่อทำงานรับใช้ประชาชนทุกคนต่อไป

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ตามที่ตนได้เคยประกาศไปแล้วว่าไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทยได้ และพรรคประชาชนไม่ใช่อันดับหนึ่ง ณ ตอนนี้ พรรคประชาชนจึงต้องให้พรรคอันดับหนึ่งได้ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยจะไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพื่อเป็นการเคารพในหลักการพรรคอันดับหนึ่งจะต้องเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

ทุกการเลือกตั้งเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน พรรคประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาและเคารพในเสียงของประชาชน ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน ในส่วนของพรรคประชาชนเองไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังที่ประชาชนแต่ละคนออกไปลงคะแนนในวันนี้จะเป็นอย่างไร พรรคประชาชนพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปแบบที่เชื่อ คือการสถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่ และการเดินหน้าผลักดันนโยบายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทุกคน

นายณัฐพงษ์ ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ที่ถามว่ามีการทาบทามมาจากพรรคการเมืองใดเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่  โดยระบุว่า ไม่มีการทาบทามอะไรกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น กระบวนการในการทาบทามต้องเป็นสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งก่อน ณ ตอนนี้ดูจากผลการเลือกตั้งล่าสุดประเมินได้แล้วว่าพรรคประชาชนไม่น่าที่จะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นตนจึงยังยืนยันในคำพูดเดิม ว่าพรรคประชาชนจะเคารพการเมืองในระบบรัฐสภา และถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นคนทาบทามมา พรรคประชาชนก็ไม่สามารถที่จะไปร่วมรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ และไม่สามารถยกมือโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยได้แน่นอน

ส่วนในเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ตนขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาในอนาคตทุกคนที่จะทำหน้าที่นี้ เมื่อเสียงประชามติออกมาแล้วว่าประชาชนอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนก็หวังว่าทุกคนจะเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนมากที่สุด

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวต่อไปว่า ตนขอฝากไปยังทุกพรรค ตนเชื่อว่าทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่อยากให้ทุกพรรคการเมืองที่เคยสัญญาอะไรไว้กับประชาชน เช่น การเดินหน้าจัดทำและทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงอีกหลากหลายนโยบาย ก็อยากให้รักษาสัญญาของตัวเองด้วย

สำหรับประชาชนทุกคนและผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ตนขอให้ยังมีความหวังกับการเมือง อย่าเพิ่งหยุดเชื่อ ขอให้ทุกคนใช้เสียงของตัวเองให้เยอะ มีส่วนร่วมทางการเมืองให้มาก ร่วมตรวจสอบนักการเมืองสม่ำเสมอ ดูรัฐบาลต่อไปว่าทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้หรือไม่ และคนที่จะตัดสินได้มีเพียงคนเดียว ที่เป็นสถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศนี้ คือประชาชนทุกคน

ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเกี่ยวกับจุดยืนของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะมวลชนที่มารอให้กำลังใจบริเวณด้านหน้าที่ทำการพรรค โดยมีผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งเดินทางมารวมตัวกันจำนวนมาก

นายณัฐพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ พร้อมระบุว่า การรวมตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการสั่งการหรือการนัดหมายจากผู้ใด แต่เป็นการมารวมตัวกันด้วยความเชื่อเดียวกัน โดยย้ำว่า ทุกการเลือกตั้งคือความหวัง และเป็นทางออกของประเทศ พร้อมระบุว่าประชาชนที่มารวมตัวกันในวันนี้ต่างมีความเชื่อร่วมกันว่า พรรคประชาชนเป็นความหวังของประชาชนเช่นเดียวกัน

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา พรรคและผู้สนับสนุนได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก และสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในหลายด้าน รวมถึงผลักดันการทำงานทางการเมืองจนเกิดความสำเร็จร่วมกันในหลายเรื่อง แม้ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้พรรคยังไม่สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ได้ให้กำลังใจผู้สนับสนุน โดยขอให้ทุกคนเดินหน้าต่อไป อย่าท้อถอย และอย่าสิ้นหวัง พร้อมย้ำว่าตราบใดที่ทุกคนยังยืนหยัดอยู่ร่วมกัน การเมืองของประชาชนยังคงมีความหมาย และพรรคประชาชนจะยังคงเป็นของประชาชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงที่นายณัญพงษ์ ออกไปทักทายขอบคุณ พี่น้องประชาชน มีน้องๆหลายคนร้องไห้ด้วยความเสียใจที่พรรคประชาชนไม่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง และบอกกับนายณัฐพงษ์ว่า อย่าลาออกจากหัวหน้าพรรค อยากให้สู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.38 น.

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร – พรรค’ 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความขอบคุณ โดยระบุว่า “พรรคภูมิใจไทย
ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้แก่ผู้สมัคร สส. และ พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8กุมภาพันธ์ 2569” 

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.34 น.

‘ภูมิใจไทย’ มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชน-เพื่อไทย แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม – แดง ‘สุชาติ’ ประกาศศักดิ์ดา ยึดพื้นที่คืนจากปชน. ส่วน ‘ปชป.’ ปั่นประแส ‘ฟ้าคืนใต้’ พ่ายน้ำเงินลอย ‘ชาดา’ แผ่อิทธิพลนครสวรรค์สำเร็จ

เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 8 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปเมื่อเวลา 17.00  น.และมีการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนสส.แบบแบ่งเขตมาเป็นอันดับ 1 ได้ 178 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง รวม 198  ส่วนบัญ อันดับ 2 คือ พรรคประชาชน ได้ 70 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 27 ที่นั่ง รวม 97 ที่นั่ง และเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 3 ได้ 67 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง รวม 86 ที่นั่ง ขณะที่ส่วนพรรคกล้าธรรมหายใจรดต้นคอมาเป็นที่ 4 ได้ สส.เขต 59 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง รวม 61 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้สส.เขต 11 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง รวม21 ที่นั่ง 

ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการแข่งขันกันดุเดือน จังหวัดน่าน เพื่อไทยสูญทั้งจังหวัด โดยเขต 2 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แชมป์เก่าร่วงเป็นอันดับ 3 กล้าธรรมผงาดขึ้นที่ 1 คะแนนห่างเป็นหมื่น ส่วนเขต 1 เขต 3 เพื่อไทยก็พ่ายให้กับพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม จังหวัดน่านมีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ ซึ่งมีแนวสูงที่จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ 

จังหวัดแพร่ เขต 3 วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เพื่อไทยยังรักษาแชมป์ได้ แต่เขต 1 และเขต 2 พ่ายให้กับภูมิใจไทย ขณะที่สุโขทัย ถูกภูมิใจไทยเจาะไข่แดงเขต 4

ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มีทั้งหมด 4 เขต โดยเขต 1 นางฐิติมา ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ยังคงรักษาเก้าอี้สส.ได้อีก 1 สมัย  เขต 2  นายอรรถกร ศิริลัทธยากร การเลือกตั้งเมื่อปี 66 ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ยังสามารถรักษาเก้าอี้สส.ไว้ได้เช่นกัน  เขต 3  ปรากฎว่า นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่านายศักดิ์ชาย ตันเจริญ จากพรรคเพื่อไทย ขณะที่ เขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งการเลือกตั้งปีนี้ ส่ง นางแพรวนภัศร์ ทองสุวรรณ์ ภรรยาของนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ลงสมัครแทน

ขณะที่จังหวัดสงขลา มีทั้งหมด 8 เขต เขตที่น่าจับตาคือเขต 2 ศาสตรา ศรีปาน แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปลงในนามพรรคภูมิใจไทย แพ้ให้กับจุรี นุ่มแก้ว ชนะ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ มาเป็นอันดับ 3 ส่วนเขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ สำหรับเขต นายสมยศ พลายด้วง รักษาแชมป์ไว้ได้ ขณะที่เขต 4 นายชนาภัทร นาคสั่ว แช้มป์เก่าซึ่งถูกคำสั่งยึดทรัพย์เอี่ยวคดีเว็บพนันออนไลน์ ยังมีรักษาแชมป์ไว้ได้  ส่วนเขต 5 นายวงศ์วัชร ขาวทอง รักษาแชมป์แทน บิดา นายเดชอิศม์ ขาวทอง

ส่วนพื้นร้อนแรงอย่าง จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 10 เขต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคประชาชนได้ 7 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งไอซ์-รักชนก ศรีนอก เฝ้าจับตา ไปช่วยผู้สมัครของประชาชนคือนายวรท ศิริลักษ์ แข่งกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ผลกรากฎว่านายสุชาติได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนกว่า 4.2 หมื่นคะแนน ขณะที่นายวรทได้ 3.7 หมื่นคะแนน 
 
จังหวัดระยองมีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชน รักษาแชมป์ได้ 3 ที่นั่ง ในเขต 1,2,5 ขณะที่เขต 3 เสียให้พรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 เสียให้ภูมิใจไทย

จังหวัดนครสวรรค์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขยายอำนาจไปถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะสามารถปักธงได้ถึง 5 เขต โดยที่เขต 1 กับ เขต 2  สามารถล้มแชมป์เก่าได้ ส่วนเขต 4  และ 5 เป็นของภูมิใจไทยเดิม ส่วนเขต 6 ดูดนายปราสาท ตันประเสิร์ฐ จากพรรคชาติพัฒนากล้าไป อยู่ในนามภูมิใจไทยก็ชนะ ทั้งนี้แบ่งพื้นที่ให้กับพรรคกล้าธรรมที่ส่งนายสัญญา นิลสุพรรณ อดีตสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกได้ว่าเพื่อไทย กับพรรคประชาชนที่เคยครองพื้นที่รอบนี้แก้ราบคาบ 

ในส่วนของจังหวัดพะเยา บ้านใหญ่ “ตระกูลพรหมเผ่า” นำทีมรักษาแชมป์ทั้ง 3 เขต อย่างไรก็ตาม จังหวัดพะเยามีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.อ้างชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เอาบัตรลงคะแนนไปหวังที่จะทำการเลือกตั้งแทน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวรับว่าได้รับค่าจ้างมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง 

จังหวัดลพบุรี ที่ลดลง 1 เขต บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือ “ทางผา” กับ จิรพันธุวาณิช กวาดที่นั่งในเขต 1,2,3 ภูมิใจไทย ส่วนเขต 4 แบ่งให้กับนายวงวงศ์ วรปัญญา เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคเพื่อไทย 

ขณะที่แชมป์เก่า นายสรพัช ศรีป่านญ์ แชมป์เก่า สระบุรีเขต 1 แพ้ให้กับนายขุนทอง แสนวิเศษ ส่วนเขต 2 นายอรรถพร วงศ์ประยูร ที่ย้ายจากเพื่อไทย ไปภูมิใจไทยก็สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้

จังหวัดนครปฐม เขต 1 นายศุภโชค ศรีสุขจร พรรคภูมิใจไทย เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย  เขต 2 พันโทสินธพ แก้วพิจิตร พรรคกล้าธรรม เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ  ก็ยังคงรักษาแชมป์ได้อีกหนึ่งสมัย เขต 3 นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัด พรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เช่นเดียวกับเขต 4 พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่า  นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ พรรคประชาชนเขต 5 นายอนุชา สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เขต 6 นายกองโทพเยาว์ เนียะแก้ว พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อปี 66  

สำหรับภาครวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) แบ่งที่นั่งกันอยู่ 3 พรรค คือ ภูมิใจไทยกวาดอีสานใต้ ส่วนโคราช ไล่ไปถึงอีสานตอนบน เพื่อไทยได้เสียงเป็นส่วนใหญ่ สลับกับพรรคกล้าธรรม โดยมีพรรคไทยสร้างไทยสอดแทรกมา 1 ที่นั่ง คือ ร้อยเอ็ดเขต 7 ขณะที่หนองคาย พลังประชารัฐเข้ามาได้ 2 ที่นั่ง คือเขต 1 กับ เขต 2 ส่วนพรรคประชาชน จากที่เคยมีถึง 8 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าเหลือเพียง 2 คือ เขนแก่นเขต 1 และ นครราชสีมาเขต 1

ภาคกลาง เสียงส่วนใหญ่ก็เทมาที่พรรคภูมิใจไทย จากเดิมจะเป็นพื้นที่ของพรรคประชาชน พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ขณะที่ภาคใต้ ภูมิใจไทยก็กวาดที่นั่งเป็นอันดับหนึ่ง โดยภูเก็ต มี 3 เขต ที่ปักหมุดเอาไว้ทั้งหมดก็เสียให้กับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม รักษาไว้ได้แค่ เขต 2

เช่น สส.แบบแบ่งเขต หลายพื้นที่ อย่างกทม. 33 เขตเลือกตั้งพรรคก้าวไกลในอดีต หรือพรรคประชาชนในปัจจุบันสามารถกวาดที่นั่งได้ 32 เขต ปัจจุบันจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ยังสามารถครองใจคนกรุงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องเจอฤทธิ์ฝนกระหน่ำ ช่วงเย็นทำให้การนับคะแนนล่าช้า