ยอมไม่ได้ ‘ลำธาร ปชน.’ บุกกกต. ร้องนับใหม่เขต 13 โคราช บัตรหายปริศนา?

ยอมไม่ได้ 'ลำธาร ปชน.' บุกกกต. ร้องนับใหม่เขต 13 โคราช บัตรหายปริศนา?

ยอมไม่ได้ ‘ลำธาร ปชน.’ บุกกกต. ร้องนับใหม่เขต 13 โคราช บัตรหายปริศนา?

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.37 น.

9 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.นาลันทา บุญชิต หรือ “ลำธาร” ผู้สมัคร สส. เขต 13 จ.นครราชสีมา (อำเภอสีคิ้ว และอำเภอปากช่อง) จากพรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ตรวจสอบและสั่งนับคะแนนใหม่ หลังพบความผิดปกติในเอกสารผลนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง

น.ส.นาลันทา เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พบความไม่สอดคล้องของตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีประเด็นหลักที่น่าสงสัยดังนี้

ข้อมูลระบุผู้มาใช้สิทธิ 77,721 คน แต่ผลรวมบัตรดีและบัตรเสียกลับมีเพียง 77,407 ใบ ทำให้มีบัตรหายไปอย่างปริศนาถึง 314 ใบ โดยพบจำนวนบัตรเสียสูงถึง 6,426 ใบ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับส่วนต่างคะแนน

สำหรับผลคะแนนเบื้องต้น น.ส.นาลันทา (อันดับ 2) พรรคประชาชน ได้ 23,609 คะแนน ตามหลัง นายพชร จันทรรวงทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย (อันดับ 1) ที่ได้ 27,516 คะแนน อยู่เพียง 3,907 คะแนน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนบัตรเสียที่เกิดขึ้น

น.ส.นาลันทา ระบุผ่านสื่อโซเชียลส่วนตัวว่า การยื่นร้องเรียนครั้งนี้เพื่อรักษาสิทธิของประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยขอให้ กกต. ตรวจสอบบัตรเสียและกระบวนการนับคะแนนหน้าหน่วยที่อาจเกิดข้อผิดพลาด

“ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากประชาชนในเขต 13 ยืนยันว่าการตรวจสอบครั้งนี้ทำเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย หลังจากนี้จะรอผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการจาก กกต. ต่อไป”

ด้าน กกต. จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเรื่องไว้พิจารณาตามระเบียบ โดยจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากหน้าหน่วยเลือกตั้ง ก่อนจะมีมติว่าจะมีการเปิดหีบนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหาหรือไม่

อยากเห็นทีมสุดซอยทำงานต่อ! น้าเดช เชียร์ เอกนัฏ นั่งอุตสาหกรรม ในรัฐบาลชุดใหม่

อยากเห็นทีมสุดซอยทำงานต่อ! น้าเดช เชียร์ เอกนัฏ นั่งอุตสาหกรรม ในรัฐบาลชุดใหม่

อยากเห็นทีมสุดซอยทำงานต่อ! น้าเดช เชียร์ เอกนัฏ นั่งอุตสาหกรรม ในรัฐบาลชุดใหม่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.37 น.

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ยิ่งรัก ยิ่งลุ่มหลง” ระบุว่า ถ้าเป็นไปได้ เอาเอกณัฐ มานั่งอุตสาหกรรม อยากเห็นทีมสุดซอยทำงานต่อเนื่อง แค่นั้น

สรรเพชญขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนฯสมัยที่ 2 เต็มกำลัง

สรรเพชญขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนฯสมัยที่ 2 เต็มกำลัง

สรรเพชญขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนฯสมัยที่ 2 เต็มกำลัง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.18 น.

‘สรรเพชญ’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนฯสมัยที่ 2 เต็มกำลัง

9 ก.พ.2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยระบุว่า ขอขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลาทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้ตนได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรอีกหนึ่งสมัย ด้วยคะแนนเสียงกว่า 44,258 คะแนน ซึ่งนับเป็นกำลังใจสำคัญอย่างยิ่งในการเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า บรรยากาศการลุ้นผลคะแนนตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยต่างร่วมกันลุ้นให้คะแนนเสียงสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าคะแนนเพิ่มขึ้นหลายพันคะแนน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อการทำงานที่ผ่านมา

“ผมขอกราบขอบพระคุณจากใจจริง ทุกคะแนนเสียงมีความหมายและมีคุณค่าอย่างยิ่ง การได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรสมัยที่ 2 ทำให้ผมยิ่งต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่พ่อแม่พี่น้องมอบให้ยืนยันว่า จะเดินหน้านำทุกปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เข้าสู่การพิจารณาและผลักดันผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการทำงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวสงขลาอย่างแท้จริง” นายสรรเพชญ กล่าว

ตร.เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งปี ​69 รวม 151 คดี พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง 9 คดี ฉีกบัตร 15 คดี​

ตร.เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งปี ​69 รวม 151 คดี พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง 9 คดี ฉีกบัตร 15 คดี​

ตร.เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งปี ​69 รวม 151 คดี พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง 9 คดี ฉีกบัตร 15 คดี​

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.18 น.

ศลต.ตร. เปิดสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.ปี ​69 พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง 9 คดี ฉีกบัตร 15 คดี​ ยังพบทำลายป้ายหาเสียง ใส่ร้าย หมิ่นประมาท คุกคาม ไปจนถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 151 คดี ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน โดยพรรคประชาชนถูกทำลายป้ายมากที่สุด คิดเป็นเกือบ 38% ขณะที่ตำรวจยังเร่งสืบสวนขยายผลเอาผิดผู้กระทำผิดทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ได้เปิดเผยสถิติคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2569 ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2568 – 5 ก.พ.2569 พบการกระทำความผิดในหลายข้อหาทั้งทำลายป้ายหาเสียง,ทำให้เกิดความกลัวสอง, ร้องเรียน กกต,ดูหมิ่นซึ่งหน้า, ใส่ร้ายด้วยความเท็จ, ร้องเรียน, จำหน่ายเครื่องดื่ม, ทำลายป้ายหาเสียง รวมทั้งชักชวนซื้อสิทธิ์ขายเสียง ลักทรัพย์,หมิ่นประมาท,ร้องเรียน กกต.ดูหมิ่นซึ่งหน้า,จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมทั้งหมด 151 คดี โดยแบ่งเป็นกองบัญชาการตำรวจนครบาล 16 คดี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 27 คดี,ภาค 2 จำนวน 7 คดี,ภาค 3 จำนวน 9 คดี,ภาค 4 จำนวน 20 คดี,ภาค 5 จำนวน 18 คดี,ภาค 6 ตำรวจ 11 คดี,ภาค 7 จำนวน 26 คดี รวมคดีที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์, ภาค 8 จำนวน 3 คดี และภาค 9 จำนวน 4 คดี 

สำหรับสัดส่วนพรรคการเมืองที่ถูกทำลายป้ายหาเสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน จำนวน 45 ป้าย คิดเป็น 39 %,พรรคเพื่อไทย จำนวน 19 ป้าย คิดเป็น 18%,พรรคภูมิใจไทย จำนวน 18 ป้าย คิดเป็น 15%,พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 12 คิดเป็น 9%  และพรรคกล้าธรรม 9 ป้าย คิดเป็น 6%  ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ อีก 11 พรรค พบว่าถูกทำลาย 1-2%

ทั้งนี้ รายงานเหตุคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2569 ตั้งแต่วันที่ 7-8 ​ก.พ.2569 เวลา 18.00 น. พบมีการฉีกบัตร 15 คดี​ พื้นที่​ ภ.4  เยอะสุดจำนวน​ 6 คดี​, ภาค ​5 จำนวน​ 3 คดี, ภาค ​2 จำนวน​ 2 คดี​ และ​นครบาล​, ภาค6, ภาค7 และภาค9 อย่างละ 1 คดี

ส่วนการซื้อเสียงพบ​ทั้งหมด 9 คดี​แบ่งเป็นภาค 8 ​จำนวน 4 คดี​ และภาค​ 2,4,5, 6,7 อย่างละ 1 คดี​ ส่วนความผิดอื่น ถ่ายภาพ และชี้นำ​พบว่า​ ภาค 5 จำนวน 3 คดี และภาค 8 จำนวน 2 คดี​

หุ้นไทยเตรียมพุ่ง ดร ณัฐวุฒิ ฟันธง รัฐบาลอนุทิน พลิกโฉมเศรษฐกิจยุคใหม่

หุ้นไทยเตรียมพุ่ง ดร ณัฐวุฒิ ฟันธง รัฐบาลอนุทิน พลิกโฉมเศรษฐกิจยุคใหม่

หุ้นไทยเตรียมพุ่ง ดร ณัฐวุฒิ ฟันธง รัฐบาลอนุทิน พลิกโฉมเศรษฐกิจยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.08 น.

ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง และเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้

วันนี้ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนชื่อดัง ขานรับชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ชี้เป็นสัญญาณบวกดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกกลับมา ว่า “โอกาสของการเกิดElection Rallyในตลาดหุ้น หลังพรรคน้ำเงินชนะท่วมตั้งรัฐบาล4แพ็ก-อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศชัยชนะที่ท่วมท้นเกินคาดของพรรคภูมิใจไทยว่า จะตั้งรัฐบาล4แพ็ก ที่มีเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ศุภจีจะเป็นรองนายกฯควบรัฐมนตรีพาณิชย์ เอกนิติจะเป็นรองนายกฯควบคลัง และสีหศักดิ์จะเป็นรองนายกฯควบต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คนไทยและต่างประเทศที่มีรัฐบาลซึ่งมีภาพลักษณ์นักบริหารมืออาชีพเข้าบริหารประเทศ ซึ่งตกอยู่ในสถานะที่สื่อต่างประเทศอย่างFinancial Timesนิยามว่ากำลังเป็นคนป่วยแห่งเอเชียในเวลานี้

ดีสุดขั้วกับชั่วสุดขีด-ตลาดหุ้นไทยได้รับการคาดหมายว่าจะปรับตัวขึ้นขานรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปด้วยความราบรื่น พรรคภูมิใจไทยชนะท่วมท้นเกินคาด เหนือพรรคการเมืองสายปฏิรูปอย่างพรรคประชาชน ที่ประกาศพร้อมเป็นฝายค้าน ขณะที่คาดว่านายอนุทินจะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างราบรื่น และมีเสถียรภาพ ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากชนชั้นนำไทย และได้แรงหนุนหลังจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่พากันเทคะแนนเสียงให้
การเลือกตั้งในอดีตและผลต่อตลาดหุ้นไทยนั้นแบ่งเป็น2แบบอย่างสุดขั้ว กล่าวคือแบบแรก หากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่น พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล มีเสถียรภาพ และมีทีมงานเศรษฐกิจที่สร้างความเชื่อมั่น ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นนำ ตลาดหุ้นจะทะยานขึ้นหลังเลือกตั้งอย่างแข็งแกร่ง และหลายครั้งขึ้นได้ยาว เช่น การเลือกตั้งปี2531 ที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดัชนีหุ้นไทยขึ้นยาวจากเขต300จุดขึ้นไปสูงสุด1200จุด ,การเลือกตั้ง2535/2 หลังพฤษภาทมิฬ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ หุ้นไทยขึ้นจากเขต600ไปสูงสุด1793จุด,เลือกตั้งปี2544ที่ทักษิณ ชินวิตร ตั้งรัฐบาล ดัชนีหุ้นขึ้นจาก250จุด ขึ้นไปสูงสุดเขต800จุด และการเลือกตั้งปี2554 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนะเลือกตั้ง ดัชนีตลาดหุ้นขึ้นจากเขต1,000จุด ขึ้นไปสูงสุด1,650จุด

ดร.ณัฐวุฒิ

แต่ในทางตรงกันข้ามหากการเลือกตั้งไม่ราบรื่น หรือได้นายกฯที่ไม่เป็นที่นิยม หรือพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล เช่น การคว่ำบาตรเลือกตั้งปี2549 กับปี2557 ส่งผลให้หุ้นตกหนัก ,การเลือกตั้งปี2538ที่ได้นายบรรหารเป็นนายกฯ ไม่เป็นที่นิยมส่งผลให้ดัชนีSETตกหนัก เช่นเดียวกับเลือกตั้งปี2539ได้พลเอกชวลิต ที่ไม่เป็นที่นิยม ส่งผลให้ดัชนีSETหลุดระดับ1,000จุด ลงไปต่ำสุดเขต200จุด หรือเลือกตั้งปี2562 กับปี2566 ที่พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับ1ไม่ได้ตั้งรัฐบาล ทำให้ขาดแรงสนับสนุน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นตกหนักหลังเลือกตั้ง และการตั้งรัฐบาล

Election Rallyขานรับรัฐบาล4แพ็ก-ส่วนการชนะเลือกตั้งท่วมท้นของพรรคภูมิใจไทยในเที่ยวนี้ เข้าข่ายผลการเลือกตั้งแบบแรกทุกองค์ประกอบคือ ชนะเลือกตั้งท่วมท้น ปราศจากข้อสงสัย การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะราบรื่นมีเสถียรภาพอย่างมาก ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากชนชั้นนำ และฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่สำคัญมีทีมงานผู้บริหารมืออาชีพ”4แพ็ก”ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่แวดวงธุรกิจ ส่วนฝ่ายค้านพรรคประชาชนน่าจะใช้วิถีทางรัฐสภาตรวจสอบ มากกว่าการเมืองบนท้องถนนที่จะทำให้เกิดความปั่นป่วนไร้เสถียรภาพ

ดร.ณัฐวุฒิ

ผมคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวตามโมเดลแบบแรกคือเกิดบรรยากาศPost Election โดยดัชนีตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นไปด่านแรกราวๆ1400จุด+/- ด่านถัดไป1500+/- กรณีดีที่สุดไม่น่าเกินกว่าเขต1600จุด+/- หลังจากที่ดัชนีได้ขึ้นมาก่อนแล้วในช่วงนายอนุทินได้รับมติจากพรรคประชาชนให้เป็นรัฐบาลชั่วคราว โดยขึ้นมาจากเขต1,000จุด ล่าสุดปิดอยู่ที่เขต1,350จุด

ตลาดหุ้นไทยในระยะ10ปีที่ผ่านมาอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นโลก และตกต่อเนื่องมา3ปีหลังสุด ผลตอบแทนแย่ที่สุดในโลก เนื่องจากปัญหาเสถียรภาพการเมือง แบบที่Financial Timesชี้ว่าเป็นเหตุสำคัญให้ไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย อัตราขยายตัวเศรษฐกิจ หรือGDPอยู่ในกระดับ2.5% หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นเฏณฑ์ที่ต่ำกว่าเพื่อนบ้านอาเซียน ที่เติบโตเฉลี่ย5% ขณะที่ทุนนอกไหลออก

ดร.ณัฐวุฒิ

แต่การชนะเลือกตั้งท่วมท้นเกินคาดของพรรคภูมิใจไทย และจะได้รัฐบาล4แพ็ก ได้จุดความหวังว่าจะพลิกเปลี่ยนสถานการณ์คนป่วยแห่งเอเชียไปในทางบวก และดัชนีตลาดหุ้นก็อาจจะสะท้อนต่อความหวังดังกล่าว

บทความ By ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ใบอนุญาตเลขที่ 012888 บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น (ก่อตั้ง พศ.2540 อยู่ภายใต้การกำกับ ของ กลต. กระทรวงการคลัง ) 9 กุมภาพันธ์ 2569″

ดร.ณัฐวุฒิ

หลังจากโพสต์ของ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวโซเชียลต่างก็พากันเข้ามาคอมเมนต์แสคงคามคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“กำจัด HFT short sell block trade ด้วย ครับท่าน set จะได้ไป 1860”

“บาทจะแข็งขึ้นอีกใช่มั้ยครับ”

“จะตั้งตารอดูGDPปีนี้ว่าจะดีขึ้นอย่างที่โม้ไว้รึป่าวครับ”

“ดัชนีเป้าหมาย 1,600 โดยรวมถือว่าโอเคร นะครับจารย์”

“อาจารย์ครับ 1500 จุด แสดงว่าตัวใหญ่ๆ เช่น scg ptt top aotจะกลับไปที่ๆเคยอยู่ นั่นหมายถึงมันจะเดินไปช้าๆ แล้ว อัตราการเติบโตก็จะขยายตัวตามไป ผมยังนึกไม่ออก อะไรที่ทำให้ ศก ไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้น ครับ”

ดร.ณัฐวุฒิ
ดร.ณัฐวุฒิ
ดร.ณัฐวุฒิ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น

ดับอนาถเพราะปาก! นันทิวัฒน์ ชี้ วาทะเด็ดทำพิษ! ฉุด พรรคประชาชน-เพื่อไทย แพ้เลือกตั้ง

ดับอนาถเพราะปาก! นันทิวัฒน์ ชี้ วาทะเด็ดทำพิษ! ฉุด พรรคประชาชน-เพื่อไทย แพ้เลือกตั้ง

ดับอนาถเพราะปาก! นันทิวัฒน์ ชี้ วาทะเด็ดทำพิษ! ฉุด พรรคประชาชน-เพื่อไทย แพ้เลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.54 น.

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า  “เลือกตั้ง​ 69” 

พรรคที่เคยเป็นที่​ 1 มีเสียงเกือบ ​15​ ล้านเสียง​ เลือกตั้ง​กุมภา​ 69 เหลือผู้สนับสนุน​ 9 ​ล้าน เสียงหายไปมากถึง​ 5 ล้าน​ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนที่เคยรักถึงเดินหนี มีอะไรผิดพลาด

วาทะเด็ด มีทหารไว้ทำไม​ ถึงรบก็ไม่เชื่อว่าชนะ คนที่ไม่เลือกเรา​ มีแต่แก่​ จน​ โง่ ส่งผลแรงถึงขนาดนี้เลยหรือ หรือเกิดความแตกแยกในพรรค อุดมการณ์ประชาธิปไตยแต่ชื่อ ใส้ในเผด็จการตามข่าวที่คนในเล่า

พรรคอันดับสองจากเลือกตั้ง​ 66 คะแนนนิยมสนับสนุนจาก​ 10 ล้าน หายวับเหลือเพียง​ 5 ล้าน จากวาทะ “อังเคิลเอาอะไรจัดการให้” มันแรงถึงใจ

พรรคน้ำเงินพุ่งพรวดมาจากไหน แรงแซงขึ้นเป็นที่หนึ่ง​ มาได้ไง 3 เทคโนแครต​ ซุปจีแรงขนาดนั้น

ขอเวลาวิเคราะห์อีกนิด

อังคณา ฟาดไม่ยั้ง! พรรคคนรุ่นใหม่แตะต้องไม่ได้ พอวิจารณ์ก็โดนถล่ม

อังคณา ฟาดไม่ยั้ง! พรรคคนรุ่นใหม่แตะต้องไม่ได้ พอวิจารณ์ก็โดนถล่ม

อังคณา ฟาดไม่ยั้ง! พรรคคนรุ่นใหม่แตะต้องไม่ได้ พอวิจารณ์ก็โดนถล่ม

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

อังคณา ฟาดไม่ยั้ง! พรรคคนรุ่นใหม่แตะต้องไม่ได้ พอวิจารณ์ก็โดนถล่ม แซะคนนั่งใน กมธ.กม. ไม่ทำการบ้าน แค่นั่งฟังคอยยกมือโหวต

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ก่อนเลือกตั้งก็ไม่เคยถ่อมตน ใครวิพากษ์วิจารณ์ไรก็มาถล่มเขาหมด คิดแต่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต้องดีกว่า ไม่ฟัง แตะต้องไม่ได้ จนไม่มีใครเขาอยากเตือน หลังเลือกตั้งพอรู้ผลก็ look down ดูถูก คน ตจว ที่ไม่เลือกตัวเองว่าโง่ ไม่เข้าใจระบบการเมืองว่า สส มีหน้าที่เสนอและกลั่นกรองกฎหมาย ไม่ได้มีหน้าที่รับฟังทุกข์สุขชาวบ้าน เอาจริงคนที่นั่งใน กมธ พิจารณากฎหมาย จะรู้ดีว่า มี สส กี่คนบ้างที่รู้จริง หรือทำการบ้าน มีเหตุมีผล และกล้าปกป้อง หรือโต้แย้งคัดค้านถ้อยคำในกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ที่เห็น ๆ อยู่มีหลายคนแค่เข้าไปนั่งฟังและคอยยกมือโหวตก็มี

อนุทิน กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสะพานเชื่อม เพื่อไทย

อนุทิน กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสะพานเชื่อม เพื่อไทย

อนุทิน กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสะพานเชื่อม เพื่อไทย

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.20 น.

​”อนุทิน” กั๊กทำ MOA พรรคร่วม พร้อมส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ “เพื่อไทย” หลังถูกถามปมเผาสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไปแล้ว เปรียบสะพานมิตรภาพไทย-ลาวมี 5 แห่ง กำลังจะมีสะพานที่ 6

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจับขั้วรัฐบาลว่า ตรงนี้มีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อถามว่ามีพรรคการเมืองโทรศัพท์มาแสดงความยินดีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีครับ

เมื่อถามว่า จะดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ เพราะเพื่อไทยบอกว่าไปได้หมดทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ทุกอย่าง อยู่ในความคิด และอยู่ในกระบวนการอย่างไรก็ตามต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคด้วย ซึ่งยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะต้องมี MOA หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามว่าดูเหมือนพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยจะเล่นกันแรง อย่างช่วงหลังที่คดีต่างๆมีความคืบหน้า บอกว่าเหมือนเป็นการเผาสะพานมิตรภาพระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย สะพานจะกลับมาเชื่อมกันได้อีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สะพานมิตรภาพไทย-ลาวมีตั้ง 5 แห่ง เดี๋ยวก็มีแห่งที่ 6 แล้ว เมื่อถามว่า สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำหลังจากที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์ คิดว่าจะทำอะไร นายอนุทินหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ขอให้ได้เป็นเรียบร้อยก่อน จากนั้นนายอนุทิน เดินขึ้นบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อไปยังห้องทำงานพร้อมกับทำสัญลักษณ์พลัสโชว์สื่อมวลชน

อนุทิน ขอบคุณประชาชนเลือก ภูมิใจไทย ชนะถล่มทลาย ย้ำความไว้วางใจคือภารกิจใหญ่

อนุทิน ขอบคุณประชาชนเลือก ภูมิใจไทย ชนะถล่มทลาย  ย้ำความไว้วางใจคือภารกิจใหญ่

อนุทิน ขอบคุณประชาชนเลือก ภูมิใจไทย ชนะถล่มทลาย ย้ำความไว้วางใจคือภารกิจใหญ่

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.08 น.

“อนุทิน” ขอบคุณประชาชน ภูมิใจไทยชนะถล่มทลาย เกือบ 200ที่นั่ง ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ ย้ำความไว้วางใจคือภารกิจใหญ่ ขอทำหน้าที่นายกฯ ที่ดีของคนไทย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าว นอกจอ” โดยกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทย จนคว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เป็นพรรคอันดับ 1 พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ดีของประชาชนทุกคน พร้อมระบุว่ารู้สึกดีใจและปลาบปลื้มใจอย่างมาก

สำหรับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยได้ สส.เกือบ 200 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.เขต 175 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 นายอนุทิน ยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าวสูงเกินความคาดหมาย เดิมประเมินไว้ว่าจะได้ประมาณ 130–170 ที่นั่งเท่านั้น ส่วนที่เคยกล่าวไว้ในรายการว่าจะได้ถึง 200 ที่นั่งนั้น เป็นการประเมินจากบรรยากาศในสนามเลือกตั้ง ประกอบกับผลโพลและการวิเคราะห์ต่างๆ

นายอนุทินมองว่าผลคะแนนครั้งนี้ “ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์” เพราะสะท้อนถึงความไว้วางใจและความคาดหวังจากประชาชน ซึ่งถือเป็นแรงกดดันและพันธะที่พรรคต้องนำไปสู่การทำงานให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด

เมื่อถูกถามถึงคำให้สัมภาษณ์ก่อนการเลือกตั้ง ที่ระบุว่าหากไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 ก็ต้องเป็นที่ 1 ของขั้วรัฐบาล นายอนุทินยอมรับว่าได้เผื่อใจไว้จนถึงช่วง 17.00 น. หลังปิดหีบเลือกตั้ง แม้ไม่คิดว่าจะได้อันดับ 2 แต่ก็มีความหวั่นเกรงและไม่ประมาทคู่แข่ง โดยประเมินศักยภาพของคู่แข่งในระดับสูงมาโดยตลอด ทั้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นคนมีความรู้ ทำการบ้านหนัก และตั้งใจทำงานเพื่อประเทศ รวมถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ตนให้ความนับถือ เพราะไม่เคยใช้วาจาโจมตีหรือกล่าวร้ายผู้อื่น

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนติดตามสถานการณ์และการวิเคราะห์จากทุกพรรคอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามกระแสในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา จนที่ปรึกษาใหญ่ถึงกับบอกให้ภรรยายึดโทรศัพท์ไว้ในช่วงสัปดาห์สุดท้าย เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่ตนยึดหลัก “พหูสูต รู้มากไว้ก่อน” และเชื่อว่าสามารถรับแรงกดดันได้

เมื่อถูกถามว่าที่ปรึกษาใหญ่หมายถึงนายเนวิน ชิดชอบ หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะก่อนตอบว่า “ใหญ่ๆ หลายคน” พร้อมชี้แจงกรณีการย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่บ้านนายเนวิน และไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยกันว่า เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ใช้ระบบบัญชีรายชื่อแบบแบ่งกลุ่มจังหวัด จึงจำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้าน และทำเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งใหญ่หรือเลือกตั้งท้องถิ่น โดยมักจะไปพบปะ พูดคุย และรับประทานอาหารร่วมกันเสมอ ถือเป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้อง ที่ไม่ลืมที่มาที่ไป ล้มลุกคลุกคลานและเกื้อกูลกันมา พร้อมกล่าวถึงภาพหยอกล้อในอดีตว่าเป็นความผูกพันฉันพี่น้องที่มีความปรารถนาดีต่อกันมาโดยตลอด

นายอนุทิน ยังย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานทางการเมืองร่วมกับนายเนวิน ว่าจังหวะชีวิตของตนถือว่าดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร พร้อมเปรียบเปรยถึงที่มาและเส้นทางชีวิตทางการเมืองของแต่ละคน ที่ล้วนมีทั้งความสำเร็จ ความผิดหวัง และบทเรียน พร้อมย้ำถึงความผูกพันในเชิงครอบครัว มีรสนิยมและวิถีชีวิตคล้ายกัน เป็นคนติดดิน ไม่ยึดพิธีรีตอง และร่วมกันสร้างพรรคภูมิใจไทยให้มีที่ยืนทางการเมืองอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา

ส่วนกระแสที่สังคมมองว่านายอนุทินเป็นผู้ออกหน้า ขณะที่นายเนวินอยู่เบื้องหลังนั้น นายอนุทินระบุว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดีว่า ในแต่ละช่วงเวลาใครเหมาะสมกับบทบาทใด พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีการวางแผนล่วงหน้าในการถอนตัวออกจากรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร แต่อย่างใด โดยขอบคุณที่ให้ออกจากรัฐบาลและขอบคุณ MOA พรรคประชาชน

แก้วตา ฟาด ส้ม ต่อ สส.ชายนับ 10 ดูดบุหรี่ไฟฟ้า แต่ด้อยค่าผู้หญิงคนเดียว

แก้วตา ฟาด ส้ม ต่อ สส.ชายนับ 10 ดูดบุหรี่ไฟฟ้า แต่ด้อยค่าผู้หญิงคนเดียว

แก้วตา ฟาด ส้ม ต่อ สส.ชายนับ 10 ดูดบุหรี่ไฟฟ้า แต่ด้อยค่าผู้หญิงคนเดียว

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.06 น.

แก้วตาฟาดต่อ สส. – ผู้ช่วยชายพรรคส้มถูกถ่ายรูปดูดบุหรี่ไฟฟ้า แต่ “ด้อม”มาด้อยค่าสส.ผู้หญิงแค่คนเดียว

จากกรณีที่ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์เฟสบุ๊ก ถึง นายปิยบุตร แสงกนกกุล วิพากษ์วิจารณ์พรรค และประกาศจะ vote no จะเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่ FC ของพรรคประชาชน นอกจากนี้ยัง FC พรรคประชาชนหรือ “ด้อมส้ม” พากันมาคอมเมนต์ต่อว่า หรือ เอาทัวร์มาลงในโพสต์ดังกล่าว

แก้วตา

ทั้งนี้มีคอมเมนต์ที่น่าสนใจเพิ่มเติม โดยผู้ติดตามซึ่งเป็นผู้หญิงรายหนึ่ง ว่า “ส.ส.คนไหนที่มีภาพสูบบุหรี่ไฟฟ้าออกสู่สาธารณะคะ” โดย น.ส.ธิษะณา ได้ตอบโต้ทันทีว่า “ในพรรคกว่า 10 คนที่ถูกถ่ายรูปขณะดูดบุหรี่ไฟฟ้านะคะ ถ้าคุณเชียร์พรรคประชาชนแต่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวคุณก็ไม่ควรเลือกไหมคะ”เห็นโปรไฟล์แล้วเชียร์สุดเล่มทิมประตู ในขณะที่มีสอสอผู้ชายกว่า 10 คนถูกถ่ายรูปขณะดูดบุหรี่ไฟฟ้าแต่ด้อยค่าส.ส.ผู้หญิงแค่คนเดียว คุณด้อยค่า เพศสภาพและชาติกำเนิดตัวเองทำไมคะ”, “ผู้ช่วย ส.ส.พรรคส้ม ที่รู้จักมา ดูดบุหรี่ไฟฟ้าเกือบทั้งพรรคค่ะ ด้วยความเคาระนะคะ”

แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan