หุ้นไทยเตรียมพุ่ง ดร ณัฐวุฒิ ฟันธง รัฐบาลอนุทิน พลิกโฉมเศรษฐกิจยุคใหม่
วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.08 น.
ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง และเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้
วันนี้ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนชื่อดัง ขานรับชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ชี้เป็นสัญญาณบวกดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกกลับมา ว่า “โอกาสของการเกิดElection Rallyในตลาดหุ้น หลังพรรคน้ำเงินชนะท่วมตั้งรัฐบาล4แพ็ก-อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศชัยชนะที่ท่วมท้นเกินคาดของพรรคภูมิใจไทยว่า จะตั้งรัฐบาล4แพ็ก ที่มีเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ศุภจีจะเป็นรองนายกฯควบรัฐมนตรีพาณิชย์ เอกนิติจะเป็นรองนายกฯควบคลัง และสีหศักดิ์จะเป็นรองนายกฯควบต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คนไทยและต่างประเทศที่มีรัฐบาลซึ่งมีภาพลักษณ์นักบริหารมืออาชีพเข้าบริหารประเทศ ซึ่งตกอยู่ในสถานะที่สื่อต่างประเทศอย่างFinancial Timesนิยามว่ากำลังเป็นคนป่วยแห่งเอเชียในเวลานี้
ดีสุดขั้วกับชั่วสุดขีด-ตลาดหุ้นไทยได้รับการคาดหมายว่าจะปรับตัวขึ้นขานรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปด้วยความราบรื่น พรรคภูมิใจไทยชนะท่วมท้นเกินคาด เหนือพรรคการเมืองสายปฏิรูปอย่างพรรคประชาชน ที่ประกาศพร้อมเป็นฝายค้าน ขณะที่คาดว่านายอนุทินจะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างราบรื่น และมีเสถียรภาพ ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากชนชั้นนำไทย และได้แรงหนุนหลังจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่พากันเทคะแนนเสียงให้
การเลือกตั้งในอดีตและผลต่อตลาดหุ้นไทยนั้นแบ่งเป็น2แบบอย่างสุดขั้ว กล่าวคือแบบแรก หากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่น พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล มีเสถียรภาพ และมีทีมงานเศรษฐกิจที่สร้างความเชื่อมั่น ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นนำ ตลาดหุ้นจะทะยานขึ้นหลังเลือกตั้งอย่างแข็งแกร่ง และหลายครั้งขึ้นได้ยาว เช่น การเลือกตั้งปี2531 ที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดัชนีหุ้นไทยขึ้นยาวจากเขต300จุดขึ้นไปสูงสุด1200จุด ,การเลือกตั้ง2535/2 หลังพฤษภาทมิฬ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ หุ้นไทยขึ้นจากเขต600ไปสูงสุด1793จุด,เลือกตั้งปี2544ที่ทักษิณ ชินวิตร ตั้งรัฐบาล ดัชนีหุ้นขึ้นจาก250จุด ขึ้นไปสูงสุดเขต800จุด และการเลือกตั้งปี2554 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนะเลือกตั้ง ดัชนีตลาดหุ้นขึ้นจากเขต1,000จุด ขึ้นไปสูงสุด1,650จุด
แต่ในทางตรงกันข้ามหากการเลือกตั้งไม่ราบรื่น หรือได้นายกฯที่ไม่เป็นที่นิยม หรือพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล เช่น การคว่ำบาตรเลือกตั้งปี2549 กับปี2557 ส่งผลให้หุ้นตกหนัก ,การเลือกตั้งปี2538ที่ได้นายบรรหารเป็นนายกฯ ไม่เป็นที่นิยมส่งผลให้ดัชนีSETตกหนัก เช่นเดียวกับเลือกตั้งปี2539ได้พลเอกชวลิต ที่ไม่เป็นที่นิยม ส่งผลให้ดัชนีSETหลุดระดับ1,000จุด ลงไปต่ำสุดเขต200จุด หรือเลือกตั้งปี2562 กับปี2566 ที่พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับ1ไม่ได้ตั้งรัฐบาล ทำให้ขาดแรงสนับสนุน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นตกหนักหลังเลือกตั้ง และการตั้งรัฐบาล
Election Rallyขานรับรัฐบาล4แพ็ก-ส่วนการชนะเลือกตั้งท่วมท้นของพรรคภูมิใจไทยในเที่ยวนี้ เข้าข่ายผลการเลือกตั้งแบบแรกทุกองค์ประกอบคือ ชนะเลือกตั้งท่วมท้น ปราศจากข้อสงสัย การจัดตั้งรัฐบาลน่าจะราบรื่นมีเสถียรภาพอย่างมาก ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากชนชั้นนำ และฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่สำคัญมีทีมงานผู้บริหารมืออาชีพ”4แพ็ก”ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่แวดวงธุรกิจ ส่วนฝ่ายค้านพรรคประชาชนน่าจะใช้วิถีทางรัฐสภาตรวจสอบ มากกว่าการเมืองบนท้องถนนที่จะทำให้เกิดความปั่นป่วนไร้เสถียรภาพ
ผมคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวตามโมเดลแบบแรกคือเกิดบรรยากาศPost Election โดยดัชนีตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นไปด่านแรกราวๆ1400จุด+/- ด่านถัดไป1500+/- กรณีดีที่สุดไม่น่าเกินกว่าเขต1600จุด+/- หลังจากที่ดัชนีได้ขึ้นมาก่อนแล้วในช่วงนายอนุทินได้รับมติจากพรรคประชาชนให้เป็นรัฐบาลชั่วคราว โดยขึ้นมาจากเขต1,000จุด ล่าสุดปิดอยู่ที่เขต1,350จุด
ตลาดหุ้นไทยในระยะ10ปีที่ผ่านมาอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นโลก และตกต่อเนื่องมา3ปีหลังสุด ผลตอบแทนแย่ที่สุดในโลก เนื่องจากปัญหาเสถียรภาพการเมือง แบบที่Financial Timesชี้ว่าเป็นเหตุสำคัญให้ไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย อัตราขยายตัวเศรษฐกิจ หรือGDPอยู่ในกระดับ2.5% หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นเฏณฑ์ที่ต่ำกว่าเพื่อนบ้านอาเซียน ที่เติบโตเฉลี่ย5% ขณะที่ทุนนอกไหลออก
แต่การชนะเลือกตั้งท่วมท้นเกินคาดของพรรคภูมิใจไทย และจะได้รัฐบาล4แพ็ก ได้จุดความหวังว่าจะพลิกเปลี่ยนสถานการณ์คนป่วยแห่งเอเชียไปในทางบวก และดัชนีตลาดหุ้นก็อาจจะสะท้อนต่อความหวังดังกล่าว
บทความ By ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ใบอนุญาตเลขที่ 012888 บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น (ก่อตั้ง พศ.2540 อยู่ภายใต้การกำกับ ของ กลต. กระทรวงการคลัง ) 9 กุมภาพันธ์ 2569″
หลังจากโพสต์ของ ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวโซเชียลต่างก็พากันเข้ามาคอมเมนต์แสคงคามคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
“กำจัด HFT short sell block trade ด้วย ครับท่าน set จะได้ไป 1860”
“บาทจะแข็งขึ้นอีกใช่มั้ยครับ”
“จะตั้งตารอดูGDPปีนี้ว่าจะดีขึ้นอย่างที่โม้ไว้รึป่าวครับ”
“ดัชนีเป้าหมาย 1,600 โดยรวมถือว่าโอเคร นะครับจารย์”
“อาจารย์ครับ 1500 จุด แสดงว่าตัวใหญ่ๆ เช่น scg ptt top aotจะกลับไปที่ๆเคยอยู่ นั่นหมายถึงมันจะเดินไปช้าๆ แล้ว อัตราการเติบโตก็จะขยายตัวตามไป ผมยังนึกไม่ออก อะไรที่ทำให้ ศก ไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้น ครับ”
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น