‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ภูมิใจไทย’ฉลุย กวาดสส.อันดับ1-ส่ง‘หนู’นั่งนายกฯ นิด้า-พระปกเกล้าโพลฟันธง ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม. ‘ปชป.’ยอมรับพ่ายแพ้กระสุน เพื่อไทยยังลุ้นขอจัดตั้งรัฐบาล

หลังปิดหีบเลือกตั้ง 2569 “นิด้า-พระปกเกล้าโพล” ฟันธง “ภูมิใจไทย” นำฉลุย กวาดสส.อันดับ 1-ส่ง “อนุทิน” นั่งนายกฯ นำจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ ปชน.ยังเหนียวยึดสนามกทม.เรียบ 33 เขต ส่วน “เพื่อไทย” ยังฝันได้จัดตั้งรัฐบาล ด้าน “ปชป.” ยอมรับพ่ายแพ้กระสุน เลือกตั้งคึกคัก บุคคลสำคัญ-แกนนำพรรคการเมืองออกใช้สิทธิ์เลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ “ประยุทธ์” ออกมาใช้สิทธ์ิเลือกตั้ง คาดหวังจะได้รัฐบาลทำงานต่อเนื่องปธ.กกต.เข้าคูหาใช้สิทธิ์ ตรวจหน่วยเลือกตั้ง ให้กำลังใจกปน.ปฏิบัติหน้าที่รอบคอบ ตั้งเป้าปชช.ออกใช้สิทธิ์เกิน 75% “อนุทิน-เนวิน” แท็กทีมใช้สิทธิ์ ลต.ที่บุรีรัมย์ ก่อน เข้า “ภท.” ลุ้นเลือกตั้ง“เอกนิติ-ศุภจี” ชวนปชช.ร่วมสร้างอนาคตประเทศ “เท้ง” ควงครอบครัวใช้สิทธิ์ ก่อนเข้า ปชน. ตั้ง “วอร์รูม” ลุ้นผล “อภิสิทธิ์” พร้อมแคนดิเดตนายกฯตบเท้าเข้าคูหา “ยศชนัน-เจ๊แดง” ใช้สิทธิ์

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศภาพรวมการเปิดหีบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปปี 2569 และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญในวันเดียวกันของหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11 แขวงพญาไท ถนนประดิพัทธ์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้บัญชาการทหารบกเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11แขวงพญาไทเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร บริเวณเต้นท์ใต้ทางด่วนซอยประดิพัทธ์5 โดยพลเอกประยุทธ์มีรายชื่ออยู่ในลำดับที่162 ซึ่งหน่วยที่ 11 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง439 คน ส่วนจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติรวมทั้งสิ้น 434 คน

ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สื่อมวลชนให้ความสนใจจับตาในการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ระบุถึงการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องช่วยกันดูแล เมื่อถามว่า จะคาดหวังได้หรือไม่ว่าจะได้รัฐบาลเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง พลเอก ประยุทธ์ ระบุว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นจะเลือกตั้งกันไปทำไม

‘ปธ.กกต.’เข้าคูหาเลือกตั้ง

เวลา 08.00 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ปธ.กกต.)เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตเลือกตั้งที่ 14 ณ บริเวณเต็นท์ลานจอดรถคริสตัสลดไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 655 คน โดยประธาน กกต.มีชื่อในลำดับที่ 617และได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกำชับให้ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย

คาดผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกิน75%

นายณรงค์ให้สัมภาษณ์การตั้งเป้าว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิมากกว่าของเดิมที่ร้อยละ 75 ซึ่งครั้งนี้หากได้ร้อยละ 80 ถึง 90ก็จะเป็นการแสดงพลังของประชาชนในการกำหนดทิศทางของประเทศไทย

หลังจากลงคะแนนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น ประธาน กกต.พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี

‘อนุทิน-เนวิน’กาบัตรที่บุรีรัมย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 2 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อเวลา13.12น.นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาพร้อมกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติที่ศาลากลางหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านไทยเจริญ เขตที่ 2 หน่วยเลือกตั้ง 9 ต.อิสาณอ.เมือง จ.บุรีรัมย์

โดยนายอนุทินมีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งอย่างเป็นกันเอง หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน นายอนุทิน เปิดเผยสั้นๆว่าหลังจากนี้จะเดินทางกลับกรุงเทพฯเพื่อไปลุ้นผลคะแนนอย่างเป็นทางการที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยร่วมกับผู้สมัครสส.และแกนนำพรรคคนอื่นๆในช่วงเย็นวันนี้

‘เอกนิติ’ชวนคนไทยสร้างอนาคตปท.

เวลา10.10น.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย เดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยซึ่งหน่วยเลือกตั้งแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยนายเอกนิติมีรายชื่อใช้สิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ลำดับที่80 ทันทีที่เดินทางเข้าคูหาปฏิบัติตามขั้นตอน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กกต.คอยอำนวยความสะดวก ส่วนภาพรวมประชาชนทั่วไป เริ่มทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งต่อเนื่อง

นายเอกนิติ กล่าวหลังการใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าได้มีการทำการบ้านศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งมาแล้วเพื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจไม่สับสนและหากการมาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างที่จะราบรื่นไม่ได้มีปัญหาอะไร อยากเชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์เพื่อร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน

‘ศุภจี’ควงคุณแม่-ลูกชายกาบัตร

เวลา09.05 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 143 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เขตที่ 4 โรงเรียนประเสริฐอิสลาม นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ซึ่งมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลำดับที่ 694 เดินทางมาลงคะแนนเสียงพร้อมด้วยบุตรและมารดาในเขตเลือกตั้งนี้ โดย นางศุภจี ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้สิทธิ์กับกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย ก่อนจะรับบัตร 3 ใบ เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครบทั้ง 3ใบ หลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

ชวนปชช.กำหนดอนาคตประเทศ

นางศุภจีให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันนี้ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อและประชามติด้วยว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เสียงของพี่น้องประชาชนทุกคนสำคัญ เรามากำหนดอนาคตประเทศไปด้วยกัน ส่วนตนพร้อมกับครอบครัววันนี้ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘เท้ง’ควงครอบครัวออกมาใช้สิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 32 กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานครในเวลา 09.46น.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 1ของพรรคประชาชน เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นพี่สาวและคุณพ่อคุณแม่เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนังไปก่อนแล้ว

โดยนายณัฐพงศ์มีสีหน้ายิ้มแย้ม และยกมือทักทายสื่อมวลชนและสื่อต่างประเทศจำนวนมากที่มามารอสังเกตการณ์ ที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ระหว่างที่นายณัฐพงศ์กำลังจะเดินเข้าคูหาคุณพ่อคุณแม่และพี่สาวซึ่งเลือกตั้งเสร็จก็ได้เดินออกมาทักทายและสวมกอดให้กำลังใจนายณัฐพงศ์ด้วย

มั่นใจปชช.ออกมาใช้สิทธิ์เกิน70%

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่ารู้สึกดีใจวันนี้ได้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและลงประชามติ แล้วแต่พี่ก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทราบว่าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันค่อนข้างคึกคักมากก็รู้สึกดีใจก็มั่นใจว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เกิน70%มากกว่าครั้งที่แล้ว ดูจากบรรยากาศที่ได้ออกไปรณรงค์ พบว่าประชาชน มีการตอบรับและให้ความสนใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ นี่ก็อยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนวันนี้มีเวลา มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งถึง 17.00 น.อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติ เพราะว่าตอนนี้อำนาจอยู่ที่ปลายปากกาของพี่น้องประชาชนทุกคน ถ้าใครที่อยากเห็นอนาคตที่ดีกว่า ประเทศไทยก็ขอให้ออกมาแสดงพลังกันเยอะๆ

แกนนำปชน.เข้าพรรคตั้ง‘วอร์รูม’

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน(ปชน.)เมื่อเวลา14.30น.แกนนำพรรค ปชน. และแกนนำในอดีตที่ปัจจุบันสังกัดคณะก้าวหน้า ต่างทยอยเดินทางเข้าพรรคเพื่อ“วอร์รูม”เกาะติดวิเคราะห์และประเมินผลการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งบรรยากาศที่ทำการพรรคประชาชนคึกคักตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันมีประชาชนทยอยเดินทางมาปักหลักรอลุ้นผลคะแนน วันนี้เป็นวันแรกที่โซลบาร์ เปิดขายเมนูใหม่คือ“มีส้มไม่มีเทา”ราคา 46บาท มีส่วนผสมเป็นส้มยูซุใส่น้ำส้ม100% โซดา และบุกส้ม

ทั้งนี้ พรรค ปชน.ได้เตรียมลานจอดรถของพรรคไว้เป็นที่สำหรับกองเชียร์ ได้เตรียมเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ และตั้งเก้าอี้พลาสติกไว้ให้กองเชียร์นั่งดู การแถลงข่าวของพรรค ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังการปิดหีบเลือกตั้ง เวลา 17.00 น.

‘อภิสิทธิ์’เข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 แขวงคลองตันเหนือเขตวัฒนา เขตเลือกตั้งที่ 4 กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 08.55 น.โดยทันทีที่มาถึงได้เข้าไปตรวจสอบลำดับของผู้มีสิทธิ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ อยู่ลำดับที่ 48 หลังลงคะแนน

สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เขตเลือกตั้งที่ 4 กรุงเทพ ยังมีบุคคลในครอบครัวของนายอภิสิทธิ์ที่มีสิทธิในหน่วยดังกล่าวคือนางอลิสา วัชรสินธุ พี่สาวคนโต มารดาของนายพริษฐ์วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน น.ส.งามพรรณ เวชชาชีวะ พี่สาวคนรอง นายพศุตม์วัชรสินธุ พี่ชายของนายพริษฐ์ ขณะนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา และ น.ส.ปราง เวชชาชีวะ มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งอื่น

ชวนคนไทยกำหนดอนาคตปท.

นายอภิสิทธิ์กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเพื่อมาร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ ส่วนที่ประชาชนตื่นตัวมาใช้สิทธิตั้งแต่เปิดหีบนั้นก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเราก็อยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมากๆรู้สึกดีใจที่เห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้าและมากันจำนวนมาก อย่างไรก็ดี จากที่ปิดหีบตนจะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปติดตามผล เมื่อถามว่าเมื่อคืนนอนหลับดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวติดตลกว่า”บอลแพ้ครับ”

‘กรณ์-การดี’ออกใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางวรกร จาติกวณิช ภริยา และครอบครัวเดินทางไปใช้สิทธิ์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก น้อดดี้เพลย์กรุ๊ป บาย อลิซาเบธ ย่านเย็นอากาศ เขตสาทร กรุงเทพฯ

นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปใช้สิทธิการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญที่โรงเรียนดลวิทยา ซอยศูนย์วิจัย เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

โดยนางการดีกล่าวภายหลังการใช้สิทธิว่าตื่นเต้นมาก และบรรยากาศก็คึกคัก เจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้สิทธิดีมากและขั้นตอนการใช้สิทธิต่างๆภายในหน่วยเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ไม่สับสน พร้อมยังเชิญชวนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้เต็มที่ เพื่อเลือกผู้แทนไปบริหารประเทศต่อไป

‘ชวน’เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมืองตรัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา11.00น.นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภาและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่พลเมืองแบบอย่าง ในการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปและออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งวัดควนวิเศษ ถนนวิเศษกุล ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

“ยศชนัน”ชวนคนไทยใช้สิทธิ์เยอะๆ

เวลา 09.09น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมภรรยา เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 54 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เขตเลือกตั้งที่ 8 บริเวณเต็นท์ที่จอดรถบริษัทยูซีไอ มีเดียจำกัดหน้าหมู่บ้านเบเวอรี่ฮิลล์

นายยศชนันให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ครั้งนี้ นอกจากเรื่องของการเลือกตั้งแล้วจะมีเรื่องการทำประชามติด้วยก็สะดวกไม่สับสน เลือกตั้งเสร็จ2ใบ เดินออกมาแล้วก็รับบัตรอีก1ใบกลับไปหย่อนบัตรประชามติ เพื่อที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศเรา วันนี้รู้สึกตื่นเต้น เพราะจะเป็นวันที่คึกคักวันหนึ่งของประชาชน

“ส่วนที่ออกมาเวลา09.09น.ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ พักผ่อนอยู่ที่บ้านออกมาช้านิดหนึ่งเป็นวันที่คิดว่าน่าจะสามารถทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนถึงเรื่องการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันนี้แน่นอนครับ ประเทศไทยก็ต้องเปลี่ยนแปลง และ 1 สิทธิ์ 1 เสียงของทุกคนมีความสำคัญ อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ”

‘เจ๊แดง’ออกใช้สิทธิ์เลือกตั้งคนแรก

สำหรับวันนี้คงไม่ได้ไปไหนต่อ เดี๋ยวจะกลับไปที่บ้าน พาครอบครัวทานข้าว แล้วเดี๋ยวตอนเย็นจะเข้าไปที่พรรคเวลา 17.00 น.เพื่อที่จะดูผลการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 54 นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มารดานายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นคนแรก ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่ 53 ที่ติดกัน โดยมีทหารจากมณฑลทหารบกที่11 มารอใช้สิทธิ์ตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดหีบเลือกตั้งต่อแถวยาวออกมานอกหน่วยไปถึงถนน

‘สุริยะ’ควงครอบครัวลงคะแนน

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 เต็นท์บริเวณลานกิจกรรมโรงเรียนอยู่เป็นสุขอนุสรณ์ (ซอยสุภาพงษ์1 แยก 7) แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมครอบครัว เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ

‘อิ๊งค์’ควง‘แม่-พี่สาว’เลือกตั้ง

เวลา 10.20น.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดาและนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว พร้อมครอบครัวเดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ที่บริเวณเต็นท์ลานกีฬา1เคหะธานี 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

เย็นไปลุ้นผลคะแนนที่เพื่อไทย

ภายหลังใช้สิทธิลงคะแนน นางสาวแพทองธาร และครอบครัว ได้ถ่ายรูปร่วมกัน พร้อมทั้งมีประชาชนมาขอถ่ายรูป จากนั้นเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและได้เดินทางกลับเข้าบ้านพักทันที โดยจะเดินทางเข้าไปลุ้นผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยในช่วงเย็น

‘หญิงหน่อย’เข้าคูหาเลือกตั้ง

เวลา09.45น.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 33 เขตเลือกตั้งที่ 8 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร บริเวณธนาคารไทยพานิชย์ ลาดพร้าวซอย 10

ย้ำการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวภายหลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าเท่าสังเกตจะเห็นว่าวันนี้มีประชาชนออกใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่น่ายินดี พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิในวันนี้ให้เต็มที่ เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาประเทศในหลายๆด้าน ทั้งเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้การเมืองที่มีคุณธรรมและสร้างสรรค์ ให้ประเทศเดินหน้าและประชาชนมีความสุข ได้รับโอกาสที่ดีสำหรับทุกคน พร้อมย้ำว่า“การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”และวันนี้จะเดินทางเข้าไปยังที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย เพื่อติดตามผมการเลือกตั้งประมาณเวลา16.30น.

‘ธรรมนัส’วอนคนพะเยาใช้สิทธิ

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 อาคารอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 14 ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวภายหลังใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งทุกครั้งก็ยังคงสร้างความตื่นเต้น แม้จะผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาหลายครั้งแล้ว ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพะเยาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยย้ำว่าเสียงของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางการเมืองและการพัฒนาบ้านเกิด

และว่าภายหลังเลือกตั้ง จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคกล้าธรรม กรุงเทพฯเพื่อติดตามการนับคะแนนร่วมกับสมาชิกพรรคกล้าธรรม ขณะที่ในพื้นที่จ.พะเยาจะมีทีมงานติดตามบรรยากาศและรายงานผลอย่างใกล้ชิด

ผบ.ตร.-ภริยา ออกใช้สิทธิ์ลต.

ที่อาคารอเนกประสงค์ มัสยิดนูรุ้ลอิบาดะห์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เทศบาลตำบลเชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โดยผบ.ตร.กำชับให้ดูแลรักษาความสงบการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยหากมีเหตุสำคัญให้รีบแก้ไขปัญหาแล้วรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบโดยด่วน

ฝนถล่มกรุงก่อนปิดหีบเลือกตั้ง

บรรยากาศในวันเลือกตั้ง ส.ส.และออกเสียงประชามติ ในพื้นที่กทม.ปรากฎว่าช่วงบ่ายเจออุปสรรคใหญ่หลังเกิดฝนถล่มกรุงเทพฯในหลายจุดทำเอาน้ำท่วมขังรอการระบาย การจราจรเป็นอัมพาตขณะที่ประชาชนยังคงหลั่งไหลเข้าคูหาอย่างต่อเนื่องแม้ต้องลุยฝนก่อนปิดหีบเลือกตั้ง

เวลา 14.10 น.ในพื้นที่บริเวณเขตพระโขนง เกิดฝนตกหนักอย่างกะทันหัน พร้อมลมกระโชกแรง ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลงอย่างมาก รถยนต์ที่เดินทางไปเลือกตั้งต้องชะลอตัวเนื่องจากมองไม่เห็นเส้นทาง

ต่อมาเวลา 14.57น.ย่านถนนรัชดา-สุทธิสาร ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เริ่มมีน้ำท่วมขังรอการระบาย บนพื้นผิวจราจร กระทบต่อประชาชนที่กำลังวางแผนเดินทางไปใช้สิทธิในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดหีบเลือกตั้ง17.00น.

เวลา15.02น.ในพื้นที่เขตบางพลัด ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักแต่หน่วยเลือกตั้งยังคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากพกร่มและสวมชุดกันฝนออกมาต่อแถวรอใช้สิทธิอย่างหนาตา

นิด้าโพลเผยภท.กวาดสส.อันดับ1

ต่อมา เวลา 17.00 น. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คาดการณ์ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2569 ประกอบด้วยวิธีการ คือ 1) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,000 หน่วยตัวอย่าง

โดยในส่วนของคำถามว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ท่านจะเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใด อันดับ 1พรรคประชาชน 37.17% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 32-37 ที่นั่ง อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย 19.27% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 18-19 ที่นั่ง อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 18.03% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 17-18 ที่นั่ง อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 13.90% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 12-13 ที่นั่ง อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ 3.98% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1-3 ที่นั่ง อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ 1.80% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง อันดับ 7 พรรคกล้าธรรม 1.20% คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง อันดับ 8 พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี พรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ 4.65%คาดการณ์ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 8-19 ที่นั่ง

การคาดการณ์จำนวน สส. รวมแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 140-150 ที่นั่ง อันดับ 2พรรคประชาชน คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 125-135 ที่นั่ง อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 110-120 ที่นั่ง อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 35-45ที่นั่ง อันดับ 5 พรรคกล้าธรรม คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ 35-45 ที่นั่ง อันดับ 6 พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทรวมพลัง พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี และพรรคอื่นๆ คาดการณ์ได้จำนวน สส.เขตและบัญชีรายชื่อ ไม่เกิน 55 ที่นั่ง

พระปกเกล้าเผยภท.กวาด134-151ที่นั่ง

ขณะเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า เผยผลสำรวจหลังเลือกตั้ง 2569 เมื่อถามว่า คิดว่าใครสามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ 20.7% รองลงมาคือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ 19.2% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ 15.1%นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ 12.0% ฯลฯ

ทั้งนี้ การคาดการณ์ สส. แบบแบ่งเขต 6 อันดับแรก พบว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ สส.แบบแบ่งเขต 113-130 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 21 ที่นั่ง รวม 134-151 ที่นั่ง, พรรคประชาชน ได้ สส.แบบแบ่งเขต100-115 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 28 ที่นั่ง รวม 128-143 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ได้ สส.แบบแบ่งเขต 80-195 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง รวม 100-115 ที่นั่ง, พรรคกล้าธรรม ได้ สส.แบบแบ่งเขต25-35 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง รวม 28-38 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส.แบบแบ่งเขต 10-15 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 11 ที่นั่ง รวม 21-26 ที่นั่ง, พรรคประชาชาติ ได้ สส.แบบแบ่งเขต 8-10 ที่นั่งสส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง รวม 9-11 ที่นั่ง ซึ่งพบว่าใน กทม. พรรคประชาชนได้ทั้งหมด 31 เขต แต่มี 2 เขตที่ถูกตีแตก โดยเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่าใครเหมาะที่จะเป็นนายกฯ คนใหม่ พบว่าทิศทางการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. 6 อันดับแรก เป็นดังนี้ อันดับ 1 คือ พรรคภูมิใจไทย ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 21.4% สส.แบบแบ่งเขต 23.6% อันดับ 2 พรรคประชาชน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 21.0% สส.แบบแบ่งเขต 21.2% อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 16.2% สส.แบบแบ่งเขต 15.6% อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 11.5% สส.แบบแบ่งเขต 10.0% อันดับ 5 คือ พรรคเศรษฐกิจ ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 2.7% สส.แบบแบ่งเขต 1.5% และ อันดับ 6 พรรคกล้าธรรม ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 2.5% สส.แบบแบ่งเขต 4.0%

ดุสิตโพล คาด ปชน. โกย 165 ที่นั่ง

ทางด้าน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สรุปคาดการณ์จํานวนที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยข้อมูลเชิงปริมาณได้จากการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศระหว่างวันที่ 16-28 มกราคม 2569 กลุ่มตัวอย่างจํานวน 26,621 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน บวกลบ 10%) และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริบทของสถานการณ์ทางการเมือง ในช่วงก่อนการเลือกตัง ดังนี้

จำนวนที่นั่งคาดการณ์ในแต่ละพรรค เป็นดังนี้ พรรคประชาชน 165 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 130 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 115 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 45 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 35 ที่นั่ง อื่นๆ 10 ที่นั่ง

เอพีวิเคราะห์ปชน.ชนะ-แต่ภท.ตั้งรบ.

สำนักข่าวเอพีรายงานบทวิเคราะห์และบรรยากาศของสนามเลือกตั้งในปีนี้ โดยบอกว่าเป็นการแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างฝ่ายหัวก้าวหน้า ฝ่ายประชานิยม และฝ่ายอนุรักษนิยม ในการเลือกตั้งปีนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 53 ล้านคน ท่ามกลางช่วงเวลาที่ไทยเจอกับเศรษฐกิจชะลอตัวและกระแสชาตินิยมที่กำลังมาแรง แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองมากกว่า 50 พรรคลงแข่งขัน แต่มีเพียง 3 พรรคที่ถือเป็นผู้ท้าชิงหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้ นั่นก็คือพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย

เอพีระบุว่า โพลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักในไทยชี้ว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก แต่คาดว่าพรรคประชาชนของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะได้คะแนนเสียงมากที่สุด พรรคมีจุดยืนที่จะปฏิรูปกองทัพ ตำรวจ และฝ่ายตุลาการ ซึ่งโดนใจกลุ่มคนวัยรุ่นและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเมือง ถึงกระนั้นก็ดี นโยบายปฏิรูปต่างๆ ของพรรคประชาชนไม่ได้รับความชื่นชมจากพรรคคู่แข่ง ทำให้พรรคประชาชนจะเจอกับความยากลำบากในการจัดตั้งรัฐบาล อุปสรรคทางข้อกฎหมายยังทำให้พรรคประชาชนยอมยกเลิกความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ทั้งนี้ เอพีมองว่าการลดความเสี่ยงทางการเมืองของตัวเองลงทำให้ทางพรรคสูญเสียฐานสนับสนุนบางส่วนไป ประกอบกับครั้งนี้พรรคประชาชนไม่สามารถใช้จุดขายในการต่อต้านพรรครัฐบาลทหารได้เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่แล้วอีกด้วย

ปชป.ยอมรับสู้กระสุนไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ บรรดาแกนนำต่างได้ทยอยไปยังที่ทำการพรรคของตัวเอง

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่หนึ่งเดินทางเข้าพรรค โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“ผลการเลือกตั้งน่าหนักใจเพราะเงินเยอะกว่าครั้งที่แล้ว ภาคใต้กระแสสู้กระสุนจริงๆ” ต่อมา.บรรดาแกนนำพรรคทยอยเดินทางเข้ามา อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ ตามมาสมทบโดยมีแม่ยกกองเชียร์ร่วมลุ้นผลการเลือกตั้ง

เพื่อไทยรอผล ฝันตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลาเวลา 17.30 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางถึงที่ทำการพรรค เพื่อติดตามผลคะแนนเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถามว่า โพลหลายที่พรรคเพื่อไทยยังตามอยู่ มีความมั่นใจอย่างไรบ้าง

นายยศชนันกล่าวว่า ยังมั่นใจเหมือนเดิม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทย ตรงนี้เป็นกำลังใจให้เราพร้อมที่จะทำงานต่อไป และอยากให้กำลังใจทีมงานและผู้สนับสนุนของเราด้วย วันนี้ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว และหากเราได้จัดตั้งรัฐบาล ก็จะทำให้ดีที่สุด หากไม่เป็นไปตามนั้น เราก็ยังยืนหยัดที่จะสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน เดี๋ยวตนจะขึ้นไปประเมินกับกรรมการบริหารพรรค เพราะว่ายังมีอีกหลายโพลที่ยังไม่ได้รายงานออกมา

เมื่อถามว่าเทียบผลสำรวจที่พรรคเพื่อไทยได้ทำไว้กับโพลที่ออกมาหลังจากปิดหีบ ผลไล่เรียงกันหรือว่าห่างกันมาก นายยศชนันกล่าวว่า ยังต้องประเมิน เพราะว่าเราทำเป็นหลายภาค ซึ่งหลายๆ ภาคก็เป็นไปตามที่คาดไว้ เรื่องการรวมผลตรงนี้เดี๋ยวขอขึ้นไปดูกับทีมงานอีกที

ถามอีกว่า แต่ยังมีลุ้นอยู่ใช่ไหม นายยศชนันตอบว่า มีแน่นอน และก็เป็นกำลังใจให้กับผู้สนับสนุน ตอนนี้กำลังเริ่มนับเดี๋ยวกรรมการบริหารพรรค น่าจะมาแสดงความคิดเห็นกันเป็นระยะๆ

ก่อนหน้านั้น เวลา 17.06 น.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงที่ทำการพรรคหลังปิดหีบเลือกตั้งทันที ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า ยังมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ตามเป้าที่วางไว้แต่อย่างไรให้รอดูผลก่อน

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 23.09 น.

“ณัฐพงษ์” แถลงยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ยันไม่ตั้งรัฐบาลแข่งหรือร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยทั้งสิ้น พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ขอรัฐสภาเดินหน้าจัดทำ รธน. ใหม่ร่วมกันตามผลประชามติ แฟนคลับร้องไห้ บอกเท้งอย่าลาออก ให้สู้ต่อไป

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวหลังผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการออกมา  โดยระบุว่าขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันนี้ แม้ผลการเลือกตั้งอาจยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ยังน่ายินดีที่ผลการจัดทำประชามติในตอนนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

อย่างไรก็ตามสำหรับผลการเลือกตั้งในส่วนของพรรคประชาชน จากคะแนน ณ ตอนนี้พรรคประชาชนอาจจะไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามที่ตนและแกนนำพรรคทุกคนได้เคยแสดงออกไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าจะเคารพกระบวนการการเมืองในระบบรัฐสภา นั่นคือให้พรรคการเมืองอันดับหนึ่งได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ทั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน การเลือกตั้งทุกครั้งคือการหาทางออกให้กับประเทศ และตราบใดที่ทุกคนยังเชื่อในพลังของตัวเอง ยังออกมาใช้สิทธิใช้เสียง มีส่วนร่วมกับการเมืองมากๆ ตนมั่นใจว่าประเทศไทยมีทางออก วันนี้ตนพร้อมทีมผู้บริหารและ สส. ทุกคนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเพื่อทำงานรับใช้ประชาชนทุกคนต่อไป

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ตามที่ตนได้เคยประกาศไปแล้วว่าไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทยได้ และพรรคประชาชนไม่ใช่อันดับหนึ่ง ณ ตอนนี้ พรรคประชาชนจึงต้องให้พรรคอันดับหนึ่งได้ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยจะไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพื่อเป็นการเคารพในหลักการพรรคอันดับหนึ่งจะต้องเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

ทุกการเลือกตั้งเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน พรรคประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาและเคารพในเสียงของประชาชน ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน ในส่วนของพรรคประชาชนเองไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังที่ประชาชนแต่ละคนออกไปลงคะแนนในวันนี้จะเป็นอย่างไร พรรคประชาชนพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปแบบที่เชื่อ คือการสถาปนาการเมืองของประชาชนขึ้นมาใหม่ และการเดินหน้าผลักดันนโยบายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทุกคน

นายณัฐพงษ์ ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ที่ถามว่ามีการทาบทามมาจากพรรคการเมืองใดเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่  โดยระบุว่า ไม่มีการทาบทามอะไรกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น กระบวนการในการทาบทามต้องเป็นสิทธิของพรรคอันดับหนึ่งก่อน ณ ตอนนี้ดูจากผลการเลือกตั้งล่าสุดประเมินได้แล้วว่าพรรคประชาชนไม่น่าที่จะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้นตนจึงยังยืนยันในคำพูดเดิม ว่าพรรคประชาชนจะเคารพการเมืองในระบบรัฐสภา และถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นคนทาบทามมา พรรคประชาชนก็ไม่สามารถที่จะไปร่วมรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ และไม่สามารถยกมือโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยได้แน่นอน

ส่วนในเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ตนขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาในอนาคตทุกคนที่จะทำหน้าที่นี้ เมื่อเสียงประชามติออกมาแล้วว่าประชาชนอยากเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนก็หวังว่าทุกคนจะเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนมากที่สุด

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวต่อไปว่า ตนขอฝากไปยังทุกพรรค ตนเชื่อว่าทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่อยากให้ทุกพรรคการเมืองที่เคยสัญญาอะไรไว้กับประชาชน เช่น การเดินหน้าจัดทำและทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงอีกหลากหลายนโยบาย ก็อยากให้รักษาสัญญาของตัวเองด้วย

สำหรับประชาชนทุกคนและผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ตนขอให้ยังมีความหวังกับการเมือง อย่าเพิ่งหยุดเชื่อ ขอให้ทุกคนใช้เสียงของตัวเองให้เยอะ มีส่วนร่วมทางการเมืองให้มาก ร่วมตรวจสอบนักการเมืองสม่ำเสมอ ดูรัฐบาลต่อไปว่าทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้หรือไม่ และคนที่จะตัดสินได้มีเพียงคนเดียว ที่เป็นสถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศนี้ คือประชาชนทุกคน

ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเกี่ยวกับจุดยืนของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะมวลชนที่มารอให้กำลังใจบริเวณด้านหน้าที่ทำการพรรค โดยมีผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งเดินทางมารวมตัวกันจำนวนมาก

นายณัฐพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ พร้อมระบุว่า การรวมตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการสั่งการหรือการนัดหมายจากผู้ใด แต่เป็นการมารวมตัวกันด้วยความเชื่อเดียวกัน โดยย้ำว่า ทุกการเลือกตั้งคือความหวัง และเป็นทางออกของประเทศ พร้อมระบุว่าประชาชนที่มารวมตัวกันในวันนี้ต่างมีความเชื่อร่วมกันว่า พรรคประชาชนเป็นความหวังของประชาชนเช่นเดียวกัน

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา พรรคและผู้สนับสนุนได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก และสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในหลายด้าน รวมถึงผลักดันการทำงานทางการเมืองจนเกิดความสำเร็จร่วมกันในหลายเรื่อง แม้ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะทำให้พรรคยังไม่สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ได้ให้กำลังใจผู้สนับสนุน โดยขอให้ทุกคนเดินหน้าต่อไป อย่าท้อถอย และอย่าสิ้นหวัง พร้อมย้ำว่าตราบใดที่ทุกคนยังยืนหยัดอยู่ร่วมกัน การเมืองของประชาชนยังคงมีความหมาย และพรรคประชาชนจะยังคงเป็นของประชาชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงที่นายณัญพงษ์ ออกไปทักทายขอบคุณ พี่น้องประชาชน มีน้องๆหลายคนร้องไห้ด้วยความเสียใจที่พรรคประชาชนไม่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง และบอกกับนายณัฐพงษ์ว่า อย่าลาออกจากหัวหน้าพรรค อยากให้สู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.38 น.

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร – พรรค’ 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมข้อความขอบคุณ โดยระบุว่า “พรรคภูมิใจไทย
ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้แก่ผู้สมัคร สส. และ พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8กุมภาพันธ์ 2569” 

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.34 น.

‘ภูมิใจไทย’ มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชน-เพื่อไทย แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม – แดง ‘สุชาติ’ ประกาศศักดิ์ดา ยึดพื้นที่คืนจากปชน. ส่วน ‘ปชป.’ ปั่นประแส ‘ฟ้าคืนใต้’ พ่ายน้ำเงินลอย ‘ชาดา’ แผ่อิทธิพลนครสวรรค์สำเร็จ

เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 8 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปเมื่อเวลา 17.00  น.และมีการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนสส.แบบแบ่งเขตมาเป็นอันดับ 1 ได้ 178 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง รวม 198  ส่วนบัญ อันดับ 2 คือ พรรคประชาชน ได้ 70 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 27 ที่นั่ง รวม 97 ที่นั่ง และเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 3 ได้ 67 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง รวม 86 ที่นั่ง ขณะที่ส่วนพรรคกล้าธรรมหายใจรดต้นคอมาเป็นที่ 4 ได้ สส.เขต 59 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง รวม 61 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้สส.เขต 11 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง รวม21 ที่นั่ง 

ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการแข่งขันกันดุเดือน จังหวัดน่าน เพื่อไทยสูญทั้งจังหวัด โดยเขต 2 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แชมป์เก่าร่วงเป็นอันดับ 3 กล้าธรรมผงาดขึ้นที่ 1 คะแนนห่างเป็นหมื่น ส่วนเขต 1 เขต 3 เพื่อไทยก็พ่ายให้กับพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม จังหวัดน่านมีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ ซึ่งมีแนวสูงที่จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ 

จังหวัดแพร่ เขต 3 วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เพื่อไทยยังรักษาแชมป์ได้ แต่เขต 1 และเขต 2 พ่ายให้กับภูมิใจไทย ขณะที่สุโขทัย ถูกภูมิใจไทยเจาะไข่แดงเขต 4

ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มีทั้งหมด 4 เขต โดยเขต 1 นางฐิติมา ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ยังคงรักษาเก้าอี้สส.ได้อีก 1 สมัย  เขต 2  นายอรรถกร ศิริลัทธยากร การเลือกตั้งเมื่อปี 66 ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ยังสามารถรักษาเก้าอี้สส.ไว้ได้เช่นกัน  เขต 3  ปรากฎว่า นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่านายศักดิ์ชาย ตันเจริญ จากพรรคเพื่อไทย ขณะที่ เขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งการเลือกตั้งปีนี้ ส่ง นางแพรวนภัศร์ ทองสุวรรณ์ ภรรยาของนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ลงสมัครแทน

ขณะที่จังหวัดสงขลา มีทั้งหมด 8 เขต เขตที่น่าจับตาคือเขต 2 ศาสตรา ศรีปาน แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปลงในนามพรรคภูมิใจไทย แพ้ให้กับจุรี นุ่มแก้ว ชนะ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ มาเป็นอันดับ 3 ส่วนเขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ สำหรับเขต นายสมยศ พลายด้วง รักษาแชมป์ไว้ได้ ขณะที่เขต 4 นายชนาภัทร นาคสั่ว แช้มป์เก่าซึ่งถูกคำสั่งยึดทรัพย์เอี่ยวคดีเว็บพนันออนไลน์ ยังมีรักษาแชมป์ไว้ได้  ส่วนเขต 5 นายวงศ์วัชร ขาวทอง รักษาแชมป์แทน บิดา นายเดชอิศม์ ขาวทอง

ส่วนพื้นร้อนแรงอย่าง จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 10 เขต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคประชาชนได้ 7 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งไอซ์-รักชนก ศรีนอก เฝ้าจับตา ไปช่วยผู้สมัครของประชาชนคือนายวรท ศิริลักษ์ แข่งกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ผลกรากฎว่านายสุชาติได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนกว่า 4.2 หมื่นคะแนน ขณะที่นายวรทได้ 3.7 หมื่นคะแนน 
 
จังหวัดระยองมีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชน รักษาแชมป์ได้ 3 ที่นั่ง ในเขต 1,2,5 ขณะที่เขต 3 เสียให้พรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 เสียให้ภูมิใจไทย

จังหวัดนครสวรรค์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขยายอำนาจไปถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะสามารถปักธงได้ถึง 5 เขต โดยที่เขต 1 กับ เขต 2  สามารถล้มแชมป์เก่าได้ ส่วนเขต 4  และ 5 เป็นของภูมิใจไทยเดิม ส่วนเขต 6 ดูดนายปราสาท ตันประเสิร์ฐ จากพรรคชาติพัฒนากล้าไป อยู่ในนามภูมิใจไทยก็ชนะ ทั้งนี้แบ่งพื้นที่ให้กับพรรคกล้าธรรมที่ส่งนายสัญญา นิลสุพรรณ อดีตสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกได้ว่าเพื่อไทย กับพรรคประชาชนที่เคยครองพื้นที่รอบนี้แก้ราบคาบ 

ในส่วนของจังหวัดพะเยา บ้านใหญ่ “ตระกูลพรหมเผ่า” นำทีมรักษาแชมป์ทั้ง 3 เขต อย่างไรก็ตาม จังหวัดพะเยามีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.อ้างชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เอาบัตรลงคะแนนไปหวังที่จะทำการเลือกตั้งแทน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวรับว่าได้รับค่าจ้างมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง 

จังหวัดลพบุรี ที่ลดลง 1 เขต บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือ “ทางผา” กับ จิรพันธุวาณิช กวาดที่นั่งในเขต 1,2,3 ภูมิใจไทย ส่วนเขต 4 แบ่งให้กับนายวงวงศ์ วรปัญญา เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคเพื่อไทย 

ขณะที่แชมป์เก่า นายสรพัช ศรีป่านญ์ แชมป์เก่า สระบุรีเขต 1 แพ้ให้กับนายขุนทอง แสนวิเศษ ส่วนเขต 2 นายอรรถพร วงศ์ประยูร ที่ย้ายจากเพื่อไทย ไปภูมิใจไทยก็สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้

จังหวัดนครปฐม เขต 1 นายศุภโชค ศรีสุขจร พรรคภูมิใจไทย เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย  เขต 2 พันโทสินธพ แก้วพิจิตร พรรคกล้าธรรม เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ  ก็ยังคงรักษาแชมป์ได้อีกหนึ่งสมัย เขต 3 นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัด พรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เช่นเดียวกับเขต 4 พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่า  นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ พรรคประชาชนเขต 5 นายอนุชา สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เขต 6 นายกองโทพเยาว์ เนียะแก้ว พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อปี 66  

สำหรับภาครวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) แบ่งที่นั่งกันอยู่ 3 พรรค คือ ภูมิใจไทยกวาดอีสานใต้ ส่วนโคราช ไล่ไปถึงอีสานตอนบน เพื่อไทยได้เสียงเป็นส่วนใหญ่ สลับกับพรรคกล้าธรรม โดยมีพรรคไทยสร้างไทยสอดแทรกมา 1 ที่นั่ง คือ ร้อยเอ็ดเขต 7 ขณะที่หนองคาย พลังประชารัฐเข้ามาได้ 2 ที่นั่ง คือเขต 1 กับ เขต 2 ส่วนพรรคประชาชน จากที่เคยมีถึง 8 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าเหลือเพียง 2 คือ เขนแก่นเขต 1 และ นครราชสีมาเขต 1

ภาคกลาง เสียงส่วนใหญ่ก็เทมาที่พรรคภูมิใจไทย จากเดิมจะเป็นพื้นที่ของพรรคประชาชน พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ขณะที่ภาคใต้ ภูมิใจไทยก็กวาดที่นั่งเป็นอันดับหนึ่ง โดยภูเก็ต มี 3 เขต ที่ปักหมุดเอาไว้ทั้งหมดก็เสียให้กับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม รักษาไว้ได้แค่ เขต 2

เช่น สส.แบบแบ่งเขต หลายพื้นที่ อย่างกทม. 33 เขตเลือกตั้งพรรคก้าวไกลในอดีต หรือพรรคประชาชนในปัจจุบันสามารถกวาดที่นั่งได้ 32 เขต ปัจจุบันจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ยังสามารถครองใจคนกรุงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องเจอฤทธิ์ฝนกระหน่ำ ช่วงเย็นทำให้การนับคะแนนล่าช้า 

ธรรมนัส ยิ้มรื่น รอพรรคสีฟ้าต่อสาย ยังไม่มาสักที ขอบคุณประชาชน สนันสนุนกล้าธรรมเกินคาด

ธรรมนัส ยิ้มรื่น รอพรรคสีฟ้าต่อสาย ยังไม่มาสักที ขอบคุณประชาชน สนันสนุนกล้าธรรมเกินคาด

ธรรมนัส ยิ้มรื่น รอพรรคสีฟ้าต่อสาย ยังไม่มาสักที ขอบคุณประชาชน สนันสนุนกล้าธรรมเกินคาด

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.25 น.

“ธรรมนัส” ยิ้มรื่น ลั่น! รอพรรคสีฟ้าต่อสาย ยังไม่มาสักที  พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชน ตื้นตัน สนันสนุนกล้าธรรมเกินคาดหมาย 

วันที่ 8 กุภาพันธ์ 2569 เวลา 21.05 น. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมคณะ ได้ลงมาพบกับสื่อมวลชน พร้อมแถลงข่าวในเบื้องต้น ว่า ขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน ที่ใกล้ชิดติดตามการเลือกตั้งมาโดยตลอด ที่สำคัญที่สุดขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกเสียงที่สนับสนุนพรรรคกล้าธรรม ตนรู้สึกตื้นตันใจที่พี่น้องคนไทยให้การสนับสนุนพรรคกล้าธรรมเกินคาดความคาดหมาย ขอบคุณทุกคะแนนเสียงแม้ว่าขณะนี้ยังไม่ทราบผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ แต่ก็พอจะดูออกได้บ้างว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างไร 

ส่วนตัวไม่ได้ประเมินอะไรไว้ แต่ดูการนับคะแนนทางโทรทัศน์พร้อมๆ กับพี่น้องสื่อมวลชน ไม่นับปาร์ตี้ลิสต์ ได้ส่วน สส.เขต ขณะนี้ได้เกือบ 60 ที่นั่ง ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือเคยให้ข่าวพี่น้องสื่อมวลชนไปแล้ว ว่าเราจะปรับปรุงต่อทุกจังหวัด เหลือแค่จังหวัดแพร่ จังหวัดเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถปรับปรุงได้ ส่วนจังหวัดอื่นทำได้ทั้งหมด  

ส่วนประเด็นข้อร้องเรียนที่จังหวัดพะเยา เขต 1 ร้อยเอก ธรรมนัส ได้ชี้แจงกรณีที่มีการแชร์ภาพ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ในการดึงบัตรทดสอบระบบ (Test) ออกมาจำนวน 14 ใบ แบ่งเป็นบัตรแบบบัญชีรายชื่อ 7 ใบ และแบบแบ่งเขต 7 ใบ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด

ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ตนติดตามพร้อมพี่น้องประชาชน ขณะนี้ได้ประมาณ 61 – 62 คน ซึ่งตนเคยพูดแล้วว่าพรรคเรา บวกลบ 50 หรืออาจจะมากกว่า แต่มั่นใจว่ามากกว่า 50 คนเราอยู่ในพื้นที่มาตลอด พรรคเรารัฐมนตรีทุกท่าน ตลอดจนพี่น้องผู้สมัคร ส่วนใหญ่ สส. เก่าเข้าเกือบ 100% มองว่าเขาได้ดูแลพื้นที่มาโดยตลอด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีพรรคไหนสายโทรศัพท์มาหาหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า “ขณะนี้ยังไม่มีใครต่อสายมา รอพรรคสีฟ้าต่อสาย แต่ยังไม่ต่อสักที” ตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ตัวเลขที่แน่ชัดว่าได้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทุกพรรคก็คาดการณ์ว่าตัวเองจะได้เป็นรัฐบาล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเก้าอี้รัฐมนตรี ว่ายังอยากนั่งกระทรวงเกษตรฯ ต่อหรือไม่  ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่า “ขอรอให้นับคะแนนได้สัก 80% ก่อน ในเชิงการเมือง ชิงพูดก่อน จะเสียเปรียบ”ส่วนพื้นที่จังหวัดที่คาดไม่ถึง คือ จังหวัดสกลนคร เขต 1 พร้อมพูดต่อว่า “ดูแผนที่ ก็เขียวทั่วประเทศ มีบางเขตที่เราไม่ได้ส่ง คือ เราไม่ได้คาดหวัง”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมา ร้อยเอกธรรมนัส บอกว่า จะกลับมาแค่เดือนสองเดือน พิสูจน์ไม่ได้ แต่การกลับมาที่เราอยู่ในพื้นที่มาตลอด สำคัญกว่า

เมื่อถามว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ไม่สามารถสู้ได้ มองอย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส บอกว่า กรุงเทพมหานครเป็นการสู้ระหว่าง 1 ค่าย กับ 4 – 5 ค่าย ซึ่งเป็นการแย่งคะแนนกันเอง ทำให้เจ๊ง

นอกจากนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงข้อครหาเรื่อง “ทุนสีเทา” ที่พรรคถูกโจมตีมาตลอดการหาเสียง ว่า ขอให้รอเวลาที่เหมาะสม โดยระบุสั้น ๆ ว่า “บางอย่างพูดตอนนี้ยังไม่เหมาะ แต่เดี๋ยวสักพักจะพูดให้ดังกว่านี้” พร้อมปิดท้ายด้วยสโลแกน “42 จงเจริญ กล้าธรรม”

เพื่อไทย แถลงขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ โยนพรรคอันดับหนึ่งรวมเสียงตั้งรัฐบาล

เพื่อไทย แถลงขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ โยนพรรคอันดับหนึ่งรวมเสียงตั้งรัฐบาล

เพื่อไทย แถลงขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ โยนพรรคอันดับหนึ่งรวมเสียงตั้งรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.16 น.

เพื่อไทย แถลงขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ ยัน ยศชนัน กำลังใจดียังเดินหน้าทางการเมืองต่อไป  โยนพรรคอันดับหนึ่งรวมเสียงตั้งรัฐบาล เพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็ได้ ฝ่ายค้านก็ทำมาแล้ว

เมื่อเวลา 21.17 น. วันที่ 8 ก.พ.2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าวหลังนับคะแนนอย่างเป็นทางการ  นายจุลพันธ์กล่าวว่า แม้การเลือกตั้งยังนับคะแนนอยู่เราได้เห็นภาพอย่างเป็นทางการแล้ว พรรคเพื่อไทยเรากราบขอบคุณประชาชนทุกคนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งเดินหน้าระบอบประชาธิปไตย และขอบคุณทุกคะแนนที่ให้กับพรรคเพื่อไทย เป็นกำลังใจที่ทำให้เราเดินหน้าในการทำงานเพื่อประชาชนต่อไป  ส่วนผลการเลือกตั้งในขณะนี้อาจจะยังไม่จบสิ้นยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมคะแนนต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยยืนยันเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและรัฐสภาคงเป็นภาระหน้าที่ของพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในการเดินหน้าตั้งรัฐบาลต่อไป   ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดเราจะทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถที่เรามีอยู่

ผู้สื่อข่าวถาม จะเร็วไปหรือไม่พรรคเพื่อจะบอกว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล  นายจุลพันธ์ กล่าวว่ายังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ แต่วันนี้เราเคารพในการตัดสินใจของประชาชนเรื่องการตั้งรัฐบาลเป็นของพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงอันดับหนึ่งจากกลไกรัฐสภาเป็นกลไกในการรวบรวมเสียง พรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะอยู่บทบาทใดเราก็สามารถทำงานได้

เมื่อถามถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะยังสู้ต่อไปในเส้นทางการเมืองหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าตัวยังกำลังใจดี ยังยิ้มแย้มแจ่มใสยังมีกำลังใจที่ดีจะทำงานการเมืองต่อไป จากคำปรามาศเรายังยืนยันว่าเรายังแข็งแรงกำลังใจที่มอบให้วันนี้เราจะเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางและอุดมการณ์ของเรา

เมื่อถามได้ที่นั่งต่ำกว่า 200 ปัจจัยอะไรที่ทำให้ไม่ถึงเป้าหมาย นายจุลพันธ์กล่าวว่า ก็ยอมรับในการตัดสินใจของประชาชน
  
ส่วนเรื่องกระแสรักชาติที่มาในช่วงหลังเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคเพื่อไทยและคะแนนไม่ดีหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องกระแสเราไม่ขอพูดถึงแต่ขอน้อมรับในการตัดสินใจ

ส่วนการจะทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดไม่ว่าจะบทบาทใดเราสามารถทำงานให้กับประชาชนได้ หากเป็นการร่วมรัฐบาลก็ต้องดูว่าแกนนำแต่ละพรรคจะพูดคุยมาหรือไม่และอุดมการณ์แนวคิดนโยบายสอดคล้องกันหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านเราก็เคยทำมาแล้วและทำได้ดีด้วย

เช็กผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 7 จังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา

เช็กผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 7 จังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา

เช็กผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 7 จังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.09 น.

ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 7 จังหวัดชายแดน ไทย-กัมพูชา ‘ภูมิใจไทย’ ตีแตก ‘สุรินทร์ –บุรีรัมย์’ กวาดยกจังหวัด ขณะที่ศรีสะเกษ แดงพ่ายเหลือ 2 ที่นั่ง เขต 6 ,7 ‘สระแก้ว’ ตระกูลเทียนทองยังเหนียว ส่วน ‘จันทบุรี-ตราด’ แชมป์เก่าพรรคประชาชนเสียให้กับ ภท. 

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 8 ก.พ.2569 สำหรับพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทยกัมพูชา ประกอบด้วย จ.อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี, และตราด มีการรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ดังนี้ 

โดย จ.อุบลราชธานี มีทั้งหมด 11 เขต ผลปรากฏว่า พรรคไทยรวมพลัง กวาดมา 5 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 2 นายณรงค์ชัย วีระกุล เขต 3 นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร เขต 8 นายบรรหาร ศรีบุระ เขต 9 นางจิตรวัน หวังศุภกิจโกศล เขต 10 นายสมศักดิ์ บุญประชม 

พรรคเพื่อไทย ได้มา 3 ที่นั่ง คือ เขต 1 นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เขต 4 นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี เขต 6 นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ 

ขณะที่เขต 5 เขต 7 และเขต 11 เป็นของภูมิใจไทย 

ส่วน จ.ศรีสะเกษ มีทั้งหมด 9 เขต เดิมพรรคเพื่อไทย ครองอยู่ 6 ที่นั่ง ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทย กวาดสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไปทั้งหมด 6 ที่นั่ง ประกอบด้วยเขต 1 นายศิริพงษ์ อังคะสกุลเกียรติ /เขต 2 นายศุภกิจ ศรีหาภาค เขต 3 นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เขต 5 นางสาวจินตวรรณ ไตรสรณกุล  เขต 8 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เขต 9 นายวิทวัส ไตรสรณกุล

ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ไป 2 ที่นั่ง คือ เขต 6 นายวีระพล จิตรสัมฤทธิ์ เขต 7 นางสาววิลดา อินฉัตร

จ.สุรินทร์  มีทั้งหมด 8 เขต ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทย กวาดไปทั้งหมด 8 ที่นั่ง เขต 1 นางสาวเบญญา มุ่งเจริญพร เขต 2 นายณัฎฐพล จรัสรพีพงษ์ เขต 3 นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ เขต 4 นางสาวสุรีย์ ธรรมมาตร เขต 5 นายภุชงค์ สุภัควรางกูร เขต 6 นายล้ำเลิศ พัวพัฒนาโชติ เขต 7 นายเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ และเขต 8 นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ 

จ.บุรีรัมย์ มีทั้งหมด 10 เขต ผลปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยกวาด ที่นั่งส.สแบบแบ่งเขตไปทั้งจังหวัด เขต 1 นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ตัวที่เขต 2 นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร เขต 3 นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เขต 4 นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ เขต 5 นายโสภณ ซารัมย์ เขต 6 นายศักดิ์ ซารัมย์ เขต 7 นายพรชัย ศรีสุริยัณโยธิน เขต 8 นายไตรเทพ งามกมล เขต 9 นายรุ่งโรจน์ ทองศรี และเขต 10 นายจักรกฤษณ์ ทองศรี

จ.สระแก้ว มี 3 เขต พรรคพลังประชารัฐกวาดไป 2 ที่นั่ง คือ เขต 2 นางสาวตรีนุช เทียนทอง เพื่อไทย 1 ที่นั่ง คือเขต 3 นายสรวงศ์ เทียนทอง

จ.จันทบุรี มี 3 เขต เดิมมีอดีตพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในปัจจุบัน เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม แต่ในการเลือกตั้ง ปี 2569 พบว่าเขต 1 เขต 1 พลตำรวจโทสุรพล วิรัตน์โยสิน จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับการเลือกเป็นสส.เขต 1 แทน เขต 2 นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ พรรคประชาชน เขต 3 นายชรัต เนรัญชร พรรคภูมิใจไทย

จ.ตราด มีอยู่ 1 เขต ผลปรากฏว่านายพิชานนท์ อิงประสาร จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกเป็น สส.เขต 1 จากเดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นของนายศักดินัย นุ่มหนู จากพรรคก้าวไกลเดิม หรือพรรคประชาชนในปัจจุบัน

น้ำตาคลอกอดภริยา อนุทิน ตื้นตัน ขอบคุณปชช. แลนด์สไลด์สีน้ำเงินทะลุเป้า

น้ำตาคลอกอดภริยา อนุทิน ตื้นตัน ขอบคุณปชช. แลนด์สไลด์สีน้ำเงินทะลุเป้า

น้ำตาคลอกอดภริยา อนุทิน ตื้นตัน ขอบคุณปชช. แลนด์สไลด์สีน้ำเงินทะลุเป้า

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.08 น.

“อนุทิน” ถึง ภท. ตื้นตันโผเข้ากอด ลูกพรรค-ภริยา หลังคะแนนนำ ขอบคุณปชช. หลังทะลุเกือบ200ที่นั่ง 

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 21.05 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ทำการพรรค พร้อมเข้าสวมกอดกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ นายศุภชัย ใจสมุทร และนายเกรียงยศ สุดลาภา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและแววตาแห่งความตื้นตันใจ

ก่อนจะเดินตรงไปที่ร้านกาแฟจาริสต้า เพื่อเข้าไปหา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา พร้อมสวมกอดภริยาทันที จากนั้นนายอนุทินกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ขอให้รอการแถลงข่าวครั้งเดียว ตอนนี้ยังไม่ทราบผลอย่างเป็นทางการ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยจะสไลด์ถึง 200 ที่นั่งแล้ว นายอนุทิน ร้องว่า “โห” พร้อมยกมือไหว้ท่วมหัว และกล่าวขอบคุณประชาชน ทุกคนที่ลงคะแนนให้

จากนั้นนายอนุทินเดินขึ้นไปบนที่ทำการพรรค เพื่อติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้ง และประชุมร่วมกับแกนนำพรรค 

ด้านนายสันติ กล่าวสั้นๆอย่างอารมณ์ดีว่า ดี ตอนนี้หายเหนื่อยแล้ว ยิ้มได้แล้ว ขณะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้ เดินทางเข้าพรรคด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

นอกจากนี้ยังมี น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล และนายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรสาวและบุตรชาย นายอนุทิน เดินทางมาที่ทำการพรรค เพื่อให้กำลังใจนายอนุทินด้วย

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ชม ปชน. แข็งแกร่งใน กทม.

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ชม ปชน. แข็งแกร่งใน กทม.

อภิสิทธิ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ชม ปชน. แข็งแกร่งใน กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.04 น.

“อภิสิทธิ์” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ได้แค่20 ที่นั่ง เผยคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ภาคใต้-สุโขทัยมาอันดับหนึ่ง ยอมรับสส.เขตที่ได้มาจากผู้แทนฯเก่า ส่วนสนามกทม. ปชน.ยังแข็งแกร่งอยู่ตามคาด ยังลุ้นบางพื้นที่อาจได้เก้าอี้เพิ่ม  ขณะที่แฟนคลับน้ำตาซึมแห่ให้กำลังใจ แค่นี้ก็ดีแล้ว  

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.47 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคและผู้สมัครสส.กทม. ร่วมกันแถลงภายหลงทราบผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ตนในนามของพรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณประชาชนที่ได้มาลงคะแนนในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้ลงคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าขณะนี้การนับคะแนนหรือการรวมผลคะแนนจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่ก็พอเห็นภาพคร่าวๆในส่วนของที่นั่ง และคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งได้มีการพูดคุยกันในพรรคว่าเป็นไปอย่างที่เราเคยคาดการณ์ว่าสิ่งที่เรามั่นใจได้ประการหนึ่งคือการเพิ่มคะแนนสัดส่วนในบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

 นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่าเท่าที่ตรวจสอบเช่นในภาคใต้เกือบทุกจังหวัด หรือแม้กระทั่งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ที่คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคก็มาเป็นอันดับที่หนึ่ง ซึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ส่วนในเขตเลือกตั้งนั้น แม้อาจจะยังไม่ได้มีความชัดเจนทั้งหมด แต่คิดว่าก็ได้เพิ่มมาจากอดีตสส.ที่มีอยู่อย่างชัดเจน และหวังว่าเมื่อมีการรวมพลคะแนนแล้วในหลายพื้นที่ คิดว่าน่าจะมีที่นั่งเพิ่มเติม 

อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูจากการประเมินของสื่อ เรื่องจำนวนที่นั่งของพรรคก็จะอยู่ที่ประมาณ 20 บวกลบ ซึ่งก็หมายความว่าเราก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ที่สำคัญคือผู้สมัครของเราโดยเฉพาะในพื้นที่อย่างกทม. ทุกคนมีกำลังใจ แลพร้อมทำงานกับพรรคต่อไปด้วยความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เราได้ทำในช่วง3-4 เดือนที่ผ่านมา เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในการจะเดินหน้าโน้มน้าวให้ประชาชน ให้เห็นร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในทำการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าในการทำหน้าที่ในสภา สิ่งที่เราได้กล่าวกับประชาชนในช่วงการหาเสียง มีสิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะต้องต่อสู้ให้บ้านเมืองมีความสุจริต  ดังนั้นการทำหน้าที่ในสภาเราจะทำอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีคนที่เป็นหู เป็นตา เป็นตัวแทนเขา ในการทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่การเป็นบ้านเมืองสุจริต

ส่วนเรื่องของผลการเลือกตั้งในส่วนอื่นๆนั้น เนื่องจากขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง และยังไม่ชัดเจนในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ตนคงยังไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้มากนัก

เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจจะเป็นสูตรน้ำเงิน-ฟ้า- ส้ม ถ้ามีการส่งเทียบเชิญมายังพรรคประชาธิปัตย์ จะมีจุดยืนอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเหมือนกับที่เคยบอกกับประชาชน คือต้องมีเงื่อนไขตามที่เราเคยประกาศเอาไว้ ก็ยังยืนยันอย่างนั้น

เมื่อถามว่าแสดงว่าถ้ามีเทาก็จะไม่มีประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราเคยบอกแล้วว่าการดำเนินการกับผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามทุนเทา และคอร์รัปชั่นต้องไม่มีสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด

ถามว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการติพต่อมามาแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ายังไม่มีการติดต่อมา และไม่ได้มีปัญหาอะไร พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา เพราะสิ่งที่เราทำได้ด้วยเสียงแบบนี้คือช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับประชาชน เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเราอยู่ในแนวทางความถูก 

“เราพร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน เราคิดว่าขณะนี้ด้วยเสียงที่เรามีอยู่ เราสามารถที่จะทำหน้าที่ในฐษนะฝ่ายค้านได้ ผมคิดว่าเราจะเป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการที่จะเข้าไปร่วมเป็น ถ้าพูดตามตรงในเรื่องของนโยบายด้วยเสียงเท่านี้ คงเป็นเรื่องค่อนข้างลำบาก แต่ถ้าสามารถจะทำให้เราสร้างเงื่อนไขตามที่ประกาศกับประชาชนไว้ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่การทำหน้าที่ฝ่ายค้านก็จะเป็นไปตามแนวทางที่เราสามารถที่จะรักษาแนวทางที่ประกาศกับประชาชนไว้ได้ไม่ได้มีปัญหาอะไร“

เมื่อถามว่ากระบวนการเลือกตั้งที่มีการร้องเรียนจำนวนมากจะทำให้เกิดการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าคงต้องดูว่ามีเหตุ หรือความผิดปกติ หรือมีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่จะต้องไปตรวจสอบ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้เรายังไม่มีเรื่องที่คนของเราบอกว่ามีความผิดปกติขนาดที่เรียกว่าจะดำเนินการอะไรได้

เมื่อถามว่ากรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้สสในกทม.อีกครั้งถือว่าผิดคาดหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนพูดไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะได้ที่นั่งในกทม และปฏิเสธไม่ได้ว่าคะแนนเสียงของพรรคประชาชนยังมีความแข็งแกร่งมาก เรียกได้ว่าสัดส่วนคะแนนนั้นค่อนข้างสูงแทบจะไม่แพ้คราวที่แล้ว และดูเหมือนจะมากกว่าด้วยซ้ำ

ขณะที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าจากการตรวจสอบการนับคะแนนจากทีมงานในพื้นที่ คาดว่ามีพื้นที่ที่ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับชัยชนะ ได้แก่ จังหวัดสงขลา 2 เขต จังหวัดตรัง 2 เขต มีลุ้นอีก 2 เขต จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 เขต จังหวัดนครศรีธรรมราช 4 เขต และยังมีลุ้นอีก 2 เขต และจังหวัดระยอง 1 เขต ขณะที่จำนวนสส.บัญชีรายชื่อ เชื่อว่าพรรคจะได้ 10 ที่นั่งขึ้นไป

สำหรับบรรยากาศการแถลงของนายอภิสิทธิ์ มีบรรดาแฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์ต่างปรบมือและส่งเสียงให้กำลังใจ ทีมของพรรคประชาธิปัตย์  แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะได้ไม่ตามเป้า บางคนตะโกนบอกว่า ได้ขนาดนี้ถือว่าดีมากแล้ว นอกจากนั้นมีแฟนคลับบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วย โดยนายอภิสิทธิ์ได้ทำมือสัญลักษณ์หัวใจส่งให้กับแฟนคลับด้วย 

เพราะฝนตกหนัก! ประธานกกต. เกาะติดผลนับคะแนนทั่วประเทศ หลังระบบล่าช้า

เพราะฝนตกหนัก! ประธานกกต. เกาะติดผลนับคะแนนทั่วประเทศ หลังระบบล่าช้า

เพราะฝนตกหนัก! ประธานกกต. เกาะติดผลนับคะแนนทั่วประเทศ หลังระบบล่าช้า

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.55 น.

ประธานกกต. เกาะติดผลนับคะแนนทั่วประเทศ หลังระบบล่าช้าจากเหตุฝนตกหนัก

เมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 8 ก.พ.2569 นายณรงค์ กลั่นวาริน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงมาติดตามการประมวลผลการนับคะแนนผ่านเว็บไซต์ ect Report 69 .ect.go.th ของ สำนักงาน กกต.กลาง ที่ศูนย์ประมวลผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายหลังระบบการรายงานของสำนักงานฯ มีความล่าช้าเล็กน้อย 

โดยมี พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต.ได้ลงมาอำนวยการแก้ปัญหา พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ประธาน กกต.รับทราบเกี่ยวกับการดำเนินการติดตามผลการนับคะแนนทั่วประเทศ ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ที่จะจัดส่งตัวเลขผลการนับคะแนนมายัง ศูนย์ข้อมูลดังกล่าว 

ซึ่งเบื้องต้นพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ได้รายงานให้ทราบถึงปัญหาของการส่งผลคะแนนมายังกกต.กลางที่เกิดความล่าช้า โดยเฉพาะในพื้นที่เขตการเลือกตั้งในกทม. เบื้องต้นทราบว่ามาจากความขัดข้องของสัญญาณสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตจากฝนที่ตกหนัก เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา