เคลื่อนไหวแล้ว ปู มัณฑนา โพสต์น้อมรับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลั่นลุยยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ

เคลื่อนไหวแล้ว ปู มัณฑนา โพสต์น้อมรับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลั่นลุยยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ

เคลื่อนไหวแล้ว ปู มัณฑนา โพสต์น้อมรับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลั่นลุยยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.01 น.

จากกรณีคดีความที่เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และเป็นที่จับตามองของสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “ลูกหมี รัศมี”  ชนะคดีและศาลสั่งลงโทษจำคุก ปู มัณฑนา เป็นเวลา 2 ปี ข้อหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นและหมิ่นประมาท ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ทางศาลได้อนุญาตให้ ปู มัณฑนา ยื่นขอประกันตัวชั่วคราวด้วยวงเงินจำนวน 45,000 บาท ทั้งนี้ในวันดังกล่าว ทางฝั่งของปู มัณฑนา ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่ายังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ เกี่ยวกับผลการตัดสินของคดีในเวลานี้ ล่าสุดเจ้าตัว “ปู-มัณฑนา โห่ศิริ” ได้ออกมาเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรกผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Pou Mantana” โดยการโพสต์ข้อความชี้แจงแนวทางการสู้คดีและส่งสารถึงสื่อมวลชนทันที

โดยในโพสต์แรก ปู มัณฑนา ได้ระบุข้อความเกี่ยวกับรูปคดีอย่างชัดเจนว่า ตนเองเคารพในกระบวนการยุติธรรม แต่เตรียมจะใช้สิทธิ์ต่อตามกฎหมาย โดยระบุว่า “ปูเคารพคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการยื่นอุทธรณ์ต่อไป” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับการปักหมุดไว้ที่ด้านบนสุดของหน้าโปรไฟล์

นอกจากนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน อดีตนักแสดงสาวได้โพสต์ภาพข้อความอีกหนึ่งโพสต์ เพื่อส่งสารถึงกองทัพสื่อมวลชนที่เฝ้าติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ โดยขอความกรุณาและปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ในเวลานี้ ความว่า “ขออภัยสื่อมวลชนทุกท่านด้วยนะคะ วันนี้ปูยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ และขออนุญาตยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้” ซึ่งโพสต์นี้ก็ถูกนำมาปักหมุดไว้เช่นเดียวกัน

การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เจ้าตัวน้อมรับคำตัดสินในด่านแรก แต่ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนรายละเอียดเชิงลึกและสาเหตุที่แท้จริง คงต้องรอให้เจ้าตัวพร้อมและออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางสำนักข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

ปิ๊งปิ๊ง รภัทร สุดปลื้ม เข้ารับรางวัล นพเกล้าดาวมงกุฎเพชร

ปิ๊งปิ๊ง รภัทร สุดปลื้ม เข้ารับรางวัล นพเกล้าดาวมงกุฎเพชร

ปิ๊งปิ๊ง รภัทร สุดปลื้ม เข้ารับรางวัล นพเกล้าดาวมงกุฎเพชร

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของศิลปินรุ่นใหม่ เมื่อนักร้องสาว “ปิ๊งปิ๊ง-รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์” เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ “นพเกล้าดาวมงกุฎเพชร” ภายในงานเชิดชูเกียรติบุคคลในวงการบันเทิง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อบูชาองค์มหาเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความสำเร็จ พร้อมทั้งเชิดชูครูบาอาจารย์ ปูชนียบุคคล ศิลปินอาวุโส และผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่วงการศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ไทยโดย สาวปิ๊งปิ๊ง ได้รับรางวัลในสาขา “นักร้องน้องใหม่กระแสแรง” จากผลงานเพลงฮิตกว่า 5 แสนวิว “โสดนะจีบได้” สังกัดค่าย Time Lives Music ซึ่งได้รับความนิยมจากแฟนเพลงอย่างต่อเนื่อง และสร้างกระแสตอบรับที่ดีบนสื่อออนไลน์

สาวปิ๊งปิ๊ง  เปิดเผยความรู้สึกหลังรับรางวัลว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง พร้อมขอบคุณคณะผู้จัดงาน แฟนเพลง และทุกกำลังใจที่สนับสนุนผลงานมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาผลงานทางด้านดนตรีและการแสดง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพให้กับวงการบันเทิงไทยต่อไป และขอขอบพระคุณ อาจารย์วันชัย สุพรรณ เจ้าของรายการ คุยเฟื่องเรื่องพระด้วยค่ะ”

รางวัลดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นของศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นที่จับตามองในวงการบันเทิงไทยงานนี้มีผู้บริหารค่าย Time Lives Music อาทิ ประพันธ์พงษ์ อินทร์กสิกร, กันตภณ พุ่มหนุน และ เพชร พงศธรเสถียร ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีณ หอประชุมชั้น 2 อาคาร B  บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัดถนนแจ้งวัฒนะ

มีน นิชคุณ อวดลุคสตรีทสุดคลาสสิก เดินชมเมืองมิลานหลังจบโชว์ Ralph Lauren Spring 2027

มีน นิชคุณ อวดลุคสตรีทสุดคลาสสิก เดินชมเมืองมิลานหลังจบโชว์ Ralph Lauren Spring 2027

มีน นิชคุณ อวดลุคสตรีทสุดคลาสสิก เดินชมเมืองมิลานหลังจบโชว์ Ralph Lauren Spring 2027

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.26 น.

แม้ว่าแฟชั่นโชว์คอลเลกชัน Ralph Lauren Purple Label & Polo Ralph Lauren Spring 2027 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี จะรูดม่านปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กระแสความปังของหนุ่มหล่อ ‘มีน–นิชคุณ ขจรบริรักษ์’ (@meennicha8) ในฐานะแขกคนพิเศษของแบรนด์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ล่าสุดเจ้าตัวขอพักผ่อนด้วยการเดินสำรวจเมืองมิลาน พร้อมจัดเต็มสตรีทสไตล์สุดคลาสสิกจาก Polo Ralph Lauren ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความคลาสสิกแบบ American Heritage ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกันถึง 3 ลุค 3 สไตล์

ลุคที่ 1 Casual Heritage (เสน่ห์อเมริกันคลาสสิกในทุกวัน) เปิดประเดิมลุคแรกด้วยความแคชชวลที่ผสมผสานความสบายและความประณีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว หนุ่มมีนเลือกเลเยอร์เสื้อแจ็กเก็ตสีงาช้างทับเสื้อเชิ้ตเดนิมและเสื้อยืดสีชมพูอ่อน เพิ่มเลเยอร์ให้ดูมีมิติ แมตช์เข้าคู่กับกางเกงเดนิมสีเข้มและรองเท้าสนีกเกอร์สีขาว คอมพลีตลุคให้ดูผ่อนคลายยิ่งขึ้นด้วยกระเป๋าถักโทนสีธรรมชาติ เหมาะกับวันสบาย ๆ แต่ยังคงความเท่อย่างมีระดับ

ลุคที่ 2 Italian Effortless Summer (เรียบง่าย ทว่าสง่างามร่วมสมัย)ต่อกันด้วยลุคที่สะท้อนกลิ่นอายฤดูร้อนอันแสนอบอุ่นในแบบฉบับอิตาลี หนุ่มมีนมาในเสื้อลินินสีเขียวมะกอกพับแขนสบาย ๆ จับคู่กับกางเกงยีนส์ทรงหลวม (Loose Fit) เพิ่มลูกเล่นน่าค้นหาด้วยการนำเสื้อถัก Cable Knit มาพาดไว้ที่ไหล่ และถือกระเป๋าโท้ตสีน้ำเงินเข้ม ถ่ายทอดนิยามความสมาร์ทแคชชวลที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสง่างามร่วมสมัย

ลุคที่ 3 Denim on Denim (กลิ่นอาย Western American เหนือกาลเวลา)ปิดท้ายความหล่อเหลาด้วยลุคเดนิมออนเดนิม (Denim on Denim) ที่สะท้อนจิตวิญญาณตะวันตกอันเป็นหัวใจของแบรนด์ มีนสวมแจ็กเก็ตเดนิมที่มีดีเทลคอเสื้อสีคอนทราสต์ ตัดกับตัวเสื้อ สวมทับเสื้อเชิ้ตลายสก็อตโทนสีพาสเทลด้านใน จับคู่กับกางเกงยีนส์ฟอกสีอ่อน เป็นการนำเสนอแฟชั่น American Casual Wear ที่เรียบง่าย นุ่มนวล แต่เปี่ยมไปด้วยรายละเอียดที่น่าดึงดูดใจ

เรียกได้ว่าทั้ง 3 ลุคของ ‘มีน-นิชคุณ’ ในทริปมิลานครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนตัวตนอันมีเสน่ห์ของเขาเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดดีเอ็นเอความคลาสสิกเหนือกาลเวลาของ Polo Ralph Lauren ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและน่าประทับใจจริง ๆ

ไขข้อข้องใจชาวเน็ต เป้ย-เมย์ เปิดตัวเลข ดาราใส่ซองงานแต่งกี่บาท

ไขข้อข้องใจชาวเน็ต เป้ย-เมย์ เปิดตัวเลข ดาราใส่ซองงานแต่งกี่บาท

ไขข้อข้องใจชาวเน็ต เป้ย-เมย์ เปิดตัวเลข ดาราใส่ซองงานแต่งกี่บาท

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.37 น.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในโลกออนไลน์ เมื่อสองนักแสดงสาวเพื่อนซี้ เป้ย ปานวาด และ เมย์ พิชญ์นาฏ ออกมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับธรรมเนียมการใส่ซองงานแต่งของเหล่าคนดัง ผ่านคลิปใน TikTok ช่อง @maypeihello หลังมีคำถามยอดฮิตว่า “ดาราไปงานแต่งงาน ใส่ซองกันกี่บาท?”

       โดย เป้ย ปานวาด ระบุว่า การใส่ซองขึ้นอยู่กับความสนิทสนมเป็นหลัก หากสนิทมากก็จะให้มากขึ้น แต่โดยทั่วไปจะอยู่ในระดับหลักพันถึงหลักหมื่น ส่วนหลักแสนอาจไม่ใช่แนวทางที่ทุกคนสามารถทำได้ พร้อมมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในชีวิตของเจ้าบ่าวเจ้าสาว จึงควรให้ตามกำลังและความเหมาะสม

ด้าน เมย์ พิชญ์นาฏ ได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า ในช่วงเริ่มต้นเข้าวงการใหม่ๆ เคยใส่ซองงานแต่งอยู่ที่ประมาณ 2,000–4,000 บาท แต่เมื่อโตขึ้นและมีประสบการณ์มากขึ้น ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมของงาน เช่น สถานที่จัดงาน ระดับโรงแรม และจำนวนแขกที่เชิญ

       เมย์ระบุเพิ่มเติมว่า หากเป็นงานในโรงแรมระดับ 5–6 ดาว จะไม่เคยใส่ต่ำกว่า 4,000 บาท และหากไปในฐานะคู่ อาจเพิ่มจำนวนขึ้นตามความเหมาะสม ส่วนกรณีเพื่อนสนิทอาจอยู่ในช่วง 10,000–20,000 บาท โดยย้ำว่าไม่ได้มองเป็นการแข่งขัน แต่เป็นการแสดงน้ำใจและการช่วยเหลือกันในวันสำคัญของเพื่อน

ทั้งนี้ เมย์ยังเสริมว่า เจ้าภาพไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเงินจำนวนเท่าใดจากแขก แต่เป็นเรื่องของน้ำใจและความตั้งใจของผู้มาร่วมงาน ขณะที่เป้ยเห็นด้วย พร้อมย้ำว่าการแต่งงานถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต

ส่งกำลังใจ จ๋า ยศสินี ใจเกือบพังทำชีวิตเปลี่ยนหลังดูแล แม่จิ๋ม มยุรฉัตร ป่วยอัลไซเมอร์

ส่งกำลังใจ จ๋า ยศสินี ใจเกือบพังทำชีวิตเปลี่ยนหลังดูแล แม่จิ๋ม มยุรฉัตร  ป่วยอัลไซเมอร์

ส่งกำลังใจ จ๋า ยศสินี ใจเกือบพังทำชีวิตเปลี่ยนหลังดูแล แม่จิ๋ม มยุรฉัตร ป่วยอัลไซเมอร์

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.35 น.

ขอส่งกำลังใจ “จ๋า ยศสินี ณ นคร” ที่ออกมาเปิดใจในรายการ LifeDot tucktalk พูดคุยถึงการดูแลคุณแม่ จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช อดีตนางเอกและผู้จัดละครคนดังในวัย 76 ปีที่ตอนนี้ป่วยเป็น โรคอัลไซเมอร์ จนศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ ซึ่งเป็นโรคที่เป็นแล้วไม่มีทางหายและต้องอยู่รักษากันยาวๆ จนทำให้ จ๋า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านานเกือบ 2ปี เพราะโรคอัลไซเมอร์ไม่ได้เปลื่ยนแค่ชีวิตคนป่วย แต่เปลี่ยนชีวิตทั้งครอบครัวโดยเจ้าตัวเล่าว่า

 “โรคนี้เป็นสิ่งที่เรากลัวมาตลอด โดยเฉพาะแม่ แกจะชอบพูดตลอดว่าฉันกลัวมากเลย ฉันเป็นอัลไซเมอร์แน่ๆ ด้วยที่บ้านมีพันธุกรรมตรงนี้ จนเราต้องบอกแม่ว่าแม่อย่าสะกดจิตตัวเองอย่างนั้น ด้วยความที่เขากลัวเขาก็จะมีการเตรียมพร้อมของเขา เขาจะเขียนตารางว่าในแต่ละวันเขาต้องทำอะไร เบอร์คนนั้นคนนี้

แต่พอวันนั้นมันเกิดขึ้นจริงๆ มันทำให้เรารู้ว่าเรารู้จักกับโรคนี้น้อยมาก กลายเป็นพอถึงเวลาเราไม่รู้เลยว่าเราจะรับมือกับมันยังไงในฐานะผู้ดูแลทั้งๆ ที่เราเองก็เตรียมตัวมาเหมือนกัน

ความจำเสื่อมกับสมองเสื่อมไม่เหมือนกัน อัลไซเมอร์คือสมองเสื่อม เสื่อมคือการโดนทำลายไป มันไม่ใช่แค่การลืม สมมติบางคนที่ตอนปกติมารยาทดี แต่พอสมองตรงส่วนที่เก็บมารยาทเสื่อมไปเขาอาจจะกลายเป็นคนไม่มีมารยาทก็ได้ มันเปลี่ยนบุคคลิกของคนๆ นั้นได้เลย แต่ละคนก็จะเสื่อมตรงจุดที่ไม่เหมือนกัน”

เล่าเคสอัลไซเมอร์ของ “จิ๋ม มยุรฉัตร” นอกจากกรรมพันธุ์แล้วยังเป็นเรื่องของปัจจัยพฤติกรรมการใช้ชีวิตรอบด้าน

“แม่เป็นคนเครียด ขี้กังวล แกจะกังวลทุกอย่าง เป็นห่วงทุกคน ในส่วนของกรรมพันธ์ุมันก็ส่วนหนึ่ง แต่น้อยมาก มันเป็นโรคของพฤติกรรม แล้วมันไม่ได้เป็นแค่กับคนอายุเยอะ อายุน้อยก็สามารถเป็นได้เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าสมองมันล้ามากๆ มันเครียดมากๆ รู้สึกเหนื่อย ย้อนมาที่พฤติกรรมผู้หญิงที่บ้านที่ป่วยจากรุ่นสู่รุ่นที่มีเหมือนกันคือเคลื่อนตัวช้า ชอบกินขนมหวาน คุณจิ๋มแกติดขนม ซึ่งอัลไซเมอร์มันคือเบาหวานชนิดที่ 3 แล้วแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย

การนอนก็มีส่วนมากๆ คุณจิ๋มนอนยาก ไม่ค่อยจะยอมนอน เพราะเขาเป็นคนที่เก็บเรื่องทุกอย่างไว้กับตัวเอง ก็จะเครียด นอนยาก จะนอนก็เก็บเอามาคิด ห่วงงาน ห่วงลูก

ที่เป็นจุดปัญหามากๆ คือตอนคุณพ่อเสีย แม่ดูแลพ่อที่ป่วยต้องฟอกไตมาเป็น 10 ปีมันก็มีภาวะความเครียดที่เกิดขึ้น ช่วงที่พ่อเสียจ๋าว่าแม่ช็อก แล้วไม่ได้ระบายออกมา โดพามีนในสมองมันปิดลง ช่วงโควิดเริ่มเห็นว่าแม่มือสั่น ก็เริ่มมีอาการจากพาร์กินสัน ทำให้แกเขียนบท ทำงานไม่ได้ เป็นเรื่องที่แม่เจ็บปวดใจมาก เพราะเขารักการเขียนมาก ก็เริ่มจากตรงนั้นแล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ”

ตัดวงจรอัลไซเมอร์ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่หมดทุกอย่าง

“ในวันนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คือทำทุกอย่างให้ดีที่สุด คุณหมอจะบอกให้คนไข้เล่นเกม พาไปออกกำลังกาย รับแสงแดด ทำให้ใจเราดีขึ้น ส่วนตัวจ๋าเองพอเราทราบแล้วว่าครอบครัวเราเป็นโรคนี้มา 3 รุ่น และเรารู้ว่ามันไม่ใช่โรคกรรมพันธุ์ 100% ฉะนั้นเราต้องรีบตัด จ๋าเลยปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเองใหม่หมด หันมาออกกำลังกาย แม่พูดกับจ๋าเลยนะ ไปเอามาจากไหน ไม่มีใครในตระกูลนี้ออกกำลังกายกัน แล้วก็ดูแลอาหารการกิน พยายามทำอะไรก็ได้ที่ให้สมองและมือสัมพันธ์กันมากๆ

ด้วยสิ่งที่ครอบครัวหล่อหลอมเรามา เราก็เคลื่อนตัวช้าแบบแม่ของเรา ก็เป็นคนทำอะไรช้า นอนเยอะ ซึ่งพฤติกรรมทำอะไรช้ามันมีผลกับโรคนี้ จ๋าก็ปรับให้ตัวเองเป็นคนแอ็กทีฟ ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองเกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ อย่างเช่นเรียนภาษาใหม่ ออกเดินทางคนเดียว แล้วก็เล่นเกมอะไรก็ได้เป็นการฝึกให้สมองได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ

สิ่งที่ยากสำหรับจ๋าคือการจัดการกับความเครียด เพราะจ๋าเป็นคนที่จมอยู่กับความเครียดได้เป็นวันๆ อะไรได้ที่มันเปลี่ยนไปแม้เพียงนิดเดียวจะเครียดมาก กลายเป็นว่าทุกวันนี้เราต้องตั้งใจจัดสรรเวลาให้กับตัวเอง การใช้ชีวิต การทำงาน การกิน การนอน โชคดีที่ได้สามี เพราะเขาเป็นคนไม่เครียดและจัดการกับความเครียดได้เป็นอย่างดี เขาก็พยายามทำให้เราได้ไปเจอโลกใหม่ๆ เช่นการเดินทาง

จ๋าจะเป็นคนที่เหมือนแม่แทบจะทุกอย่าง เช่น แกไม่ชอบเดินทาง จ๋าก็ไม่ชอบเดินทาง ไม่อยากไปไหน ขี้กลัว จ๋าบอกสามีไม่อยากไปเพราะกลัวจิ้งจกเพราะแม่ก็กลัวจิ้งจก สามีบอกว่าถ้าน้องกลัวแค่จิ้งจก มันจะทำให้น้องไม่ได้เจอประสบการณ์ที่น้องควรจะได้เจอ เขาผลักเราออกไปเจอแสงแดด เจอป่า มันช่วยให้ร่างกายเราสดชื่นขึ้น จากที่เราเครียดมาก แล้วเราได้ไปเจอธรรมชาติ เรากลับรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นเรื่องสมมติหมดเลย”

จริงๆ คนดูแลคนไข้สมองเสื่อมโดดเดี่ยวกว่าผู้ป่วย การดูแลและการรับมือยากทุกมิติ

“มันยากในทุกมิติเลยค่ะ ความเข้าใจในโรคนี้ของคนยังน้อยมาก โรคนี้ไม่มียารักษา ฉะนั้นมันไม่หาย เราไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่กับเราเขาเป็นอะไร หลายคนเกิดความรู้สึกผิดที่พ่อแม่เขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป แล้วเราไปหงุดหงิดว่าเขาเป็นอะไรโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คืออาการแรกของโรค เช่น หงุดหงิด ถามซ้ำ พูดวน ลูกหลานจะหงุดหงิด เราจะอยากให้เขาเป็นเหมือนเดิม กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม อย่าถามอะไรซ้ำๆ เราจะมีคำถาม

ทำไมเขาไม่เป็นเหมือนเดิมที่เขาเคยเป็นทั้งๆ ที่เขาดูปกติมากๆ สิ่งที่ผู้ดูแลต้องปรับอย่างแรกคือปรับใจตัวเอง ว่าเขาป่วย เขาไม่เหมือนเดิม และนี่คืออาการของโรค และหลังจากนี้คุณจะต้องดีลกับอาการของโรค เข้าใจมัน ใจคนดูแลก็จะไม่พังมาก จริงๆ แล้วคนดูแลคนป่วยโรคสมองเสื่อมโดดเดี่ยวกว่าคนป่วยอีกนะคะ บางทีมันไม่รู้จะพูดยังไง หลายคนรู้สึกว่าตัวเองอกตัญญูไปเลยด้วยซ้ำ มันมีแต่การพูดไม่ออก มันจุกอยู่ในใจ อยากจะพูดกับใคร ความเข้าใจของคนข้างนอกมันก็ไม่มี กลายเป็นก็ไม่รู้จะปรึกษาใครเหมือนกัน มันเป็นความคิดถึงตั้งแต่วันที่ยังไม่จากกันด้วยซ้ำ มันมีหลายเรื่องที่ผู้ดูแลต้องทำใจและหลายคนทำใจไม่ได้ ไม่รู้จะดีลยังไง”

อย่าลืมเช็กใจตัวเองจากการเบิร์นเอาต์ในการดูแลผู้ป่วย

“เราเห็นบ้านอื่นพาพ่อแม่ไปเที่ยวไปกินข้าว เราอยากทำ แต่แม่ไม่ได้ชอบการที่จะต้องออกไปอยู่กับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เราก็พูดไม่ออก ทำไมไม่พาเขาไปกินข้าว ไม่เที่ยว เราเองคนดูแลก็อยู่กับเสียงในหัวตัวเองจนหาทางออกไม่ได้ คนดูแลจะมีความจุกใจ เหนื่อยใจ ไม่รู้จะพูดกับใคร พูดไปก็ไม่รู้จะมีคนเข้าใจหรือเปล่า

อีกอย่างนะคะ ถ้าคนดูแลเริ่มรู้สึกเหนื่อย รู้สึกผิดว่าเราเป็นลูกที่ไม่ดี ดูแลพ่อแม่ไม่ได้อันนี้คือสัญญาณของการเบิร์นเอาต์ ให้เปลี่ยนความรู้สึกผิดเป็นการรู้ตัวว่านี่คือการเบิร์นเอาต์จากการดูแลผู้ป่วย ฉะนั้นคนที่ดูแลผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองให้ดีเท่ากับที่ดูแลผู้ป่วย กลับมาดูแลตัวเองด้วยเพราะเราจะต้องอยู่กับระยะโรคนี้ไปยาวนานมาก เราต้องเตรียมตัว เตรียมอะไรหลายๆอย่างเพื่อที่จะอยู่กับตรงนี้ไปให้ได้ยาวนาน”

เล่าตนเองก็ต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหลังทราบว่าแม่ป่วยภาวะสมองเสื่อม ต้องรับยาอยู่ 2 ปี

“ในชีวิตเราเห็นแม่เป็นฮีโร่ของเรามาตลอด มีอะไรก็ปรึกษา เรามีแม่ดูแลเรามาทั้งชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต ในวันนึงที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแค่ทำใจรับตรงนี้มันก็ยากแล้ว ในบรรดาทั้งหมดจ๋าเป็นคนที่ประคองใจได้แย่ที่สุด จ๋าเป็นซึมเศร้าอยู่ 2 ปี หลังจากที่รู้ว่าแม่เริ่มป่วย หลังจากที่จ๋าทำมาตาลดาเพื่อฮีลใจคนทั้งประเทศ จ๋าเองรับยาอยู่ 2 ปี

จ๋าอยากบอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่สิ่งที่เคยทำให้เรามีความสุข มันไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเหมือนเดิมแล้ว ไปพบแพทย์เลยค่ะ ยิ่งถ้าเราปล่อยไว้นาน มันจะยิ่งทำให้โรคต่างๆ เข้ามาได้เร็ว ถ้าเราไม่สบายเราดูแลใครไม่ได้เลย ฉะนั้นเราต้องแข็งแรงค่ะ เราต้องทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ ใจเราก็จะเป็นปกติ ตัวเขาก็จะปกติ”

เป็นความโชคดีมากๆ ของลูกหลานที่ “จิ๋ม มยุรฉัตร” วางแผนการเงินทำให้มีอิสรภาพทางการเงิน ลูกหลานมีเงินจ้างคนดูแลทำให้ชึวิตได้ออกไปหายใจบ้าง

“คุณจิ๋มแกมีอิสรภาพทางการเงิน เขาเก็บของเขาไว้ในการที่จะใช้ดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นโชคดีของลูกมากๆ นะ ถ้าเราไม่โชคดีแบบนี้จ๋าก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ไม่ใช่แค่โชคดีธรรมดา แต่โชคดีมากๆ ด้วยที่เขามีอิสรภาพการเงินถึงขั้นที่เราพอจะจ้างคนดูแลเขาแบบเต็มเวลาได้ ทำให้ลูกๆ สามารถหายใจกันได้ ลูกๆได้ออกไปใช้ชีวิตกันได้ด้วย เพราะถ้าไม่มีเงินส่วนนี้เราไม่ได้ไปใช้ชีวิตของตัวเองเลย เพราะเราก็ปล่อยแม่เอาไว้ไม่ได้

อิสรภาพทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญเลยนะคะ ทั้งตัวเราและอะไรก็ตามแต่ ตอนนี้มีประกันสำหรับโรคเหล่านี้แล้ว มันจะทำให้คุณภาพชีวิตเราดีขึ้น ถ้าไม่มีตรงนี้ เราก็ล้มครืนกันไปทั้งหมด

ฉะนั้นตอนนี้หาที่พึ่งให้ตัวเองได้ก็หาไว้ก่อนเลยไม่ว่าจะเป็นประกัน การลงทุน หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะดูแลเราในระยะยาว”

ร้องไห้ส่งกำลังใจให้กับคนที่ดูแลผู้ป่วนอัลไซเมอร์เหมือนกัน ต่อให้ไม่มีใครเข้าใจขอให้รู้ไว้ว่าคุณเก่งมากๆ แล้ว

“คนดูแลคนป่วยทุกคนแบกภาระบางอย่างที่มองไม่เห็นไว้กับตัว มันพูดไม่ออกเราแบกตรงนี้ไว้โดยที่เราไม่รู้ว่าเราจะพูดกับใครได้บ้าง เพราะบางทีทางออกที่เขาแนะนำมามันก็ทำให้เรารู้สึกไม่ไหว อยากจะบอกกับทุกคนที่ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมว่าคุณเก่งมากๆ (ร้องไห้) ต่อให้จะไม่มีคนเข้าใจ หรือเรารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ให้บอกตัวเองไว้เลยว่าคุณเก่งมากๆ แล้ว

บางทีที่เราต้องดีลกับผู้ป่วยที่เขาเปลี่ยนไปให้เข้าใจว่านี่เรากำลังดีลกับอาการ เราไม่ได้ดีลกับพ่อแม่ที่เขาเป็นแบบเดิม บางอย่าที่เขาพูดเขาไม่ได้ไม่รักเรา มันเป็นอาการป่วย ถ้าเราแยกออกว่านี่คือการดีลกับอาการป่วย และที่สำคัญมากๆ คือดูแลใจคุณให้ดีมากๆ พอๆ กับที่คุณดูแลคนป่วยได้ ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ อย่างน้อยขอให้ใจคุณแข็งแรง”

สวยใสหน้าเด็กจนต้องมองซ้ำ เจี๊ยบ พิจิตตรา แจกความละมุนกลางลอนดอน

สวยใสหน้าเด็กจนต้องมองซ้ำ เจี๊ยบ พิจิตตรา แจกความละมุนกลางลอนดอน

สวยใสหน้าเด็กจนต้องมองซ้ำ เจี๊ยบ พิจิตตรา แจกความละมุนกลางลอนดอน

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.14 น.

เป็นอีกหนึ่งสาวที่ไม่ว่าจะอยู่ในลุคไหนก็ยังคงมีเสน่ห์ความละมุนเป็นเอกลักษณ์ สำหรับ เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่ล่าสุดปล่อยภาพจากทริปลอนดอนออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นชมกันแบบเต็มอิ่ม พร้อมบรรยากาศเมืองสวยสุดคลาสสิกที่ยิ่งช่วยขับให้ออร่าความหวานของเจ้าตัวดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ทริปนี้ เจี๊ยบมาในลุคสบายๆ แต่ดูดีมาก ด้วยเสื้อแขนยาวโทนครีมแมตช์กับกางเกงยีนส์ทรงหลวม เพิ่มความน่ารักด้วยกระเป๋าใบเล็กคู่ใจ เป็นลุคที่เรียบง่ายแต่ลงตัวสุดๆ ไม่ต้องแต่งเยอะก็สวยสะดุดตา แถมยังให้ฟีลอบอุ่นละมุนเหมือนสาวลอนดอนเกิร์ลในวันชิล

ขวัญ อุษามณี แช่งคนปล่อยข่าวลือท้องกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ให้ตกนรก เผยโอกาสคบกัน?

ขวัญ อุษามณี แช่งคนปล่อยข่าวลือท้องกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ให้ตกนรก เผยโอกาสคบกัน?

ขวัญ อุษามณี แช่งคนปล่อยข่าวลือท้องกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ให้ตกนรก เผยโอกาสคบกัน?

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.31 น.

“ขวัญ อุษามณี” ควง “อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” เปิดใจ หลังเจอมือดีปล่อยข่าวลือท้อง ออกโรงฟาดกลับ ใครทำขอให้ตกนรก พร้อมเปิดใจความสัมพันธ์กับอ.เบียร์แบบหมดเปลือก ยอมรับตั้งแต่รู้จักกันมา ชีวิตสนุกขึ้นมา แถมช่วยกันทำมาหากินแลกเปลี่ยนมุมมองชีวิตกันอยู่เสมอ ส่วนสถานะหัวใจ คืออะไรกันแน่ ข่าวลือซุ่มคบกันจริงหรือไม่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31

 ข่าวหลุดว่าท้องกับอ.เบียร์?

ขวัญ : ไม่ได้ท้อง ไม่รู้ข่าวมาได้ยังไง ขวัญจะบอกว่ามันมาจากการปั่นกระแสที่เว็บๆ นึงในช่องทางของติ๊กต๊อก แต่ถ้าใครอยู่กับขวัญก็จะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องขวัญผ่านดราม่าอะไรมาบ้าง มันก็จะมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงอยู่ในชีวิตของขวัญ อุษามณี อย่าง RIP ชีวิตหนูเจอมาแล้ว 3-4 รอบ แต่เรื่องท้องหนูมาอยู่กับอาจารย์ หนูเพิ่งเคยเจอเนี่ย แล้วท้องกับอาจารย์ด้วยนะ ไม่ได้ท้องกับคนอื่น มีแฟนกี่คนไม่เคยมีข่าวหนูท้องกับแฟนเลย หนูไลฟ์กับอาจารย์ ทำงานกับอาจารย์ ขายของกับอาจารย์ บอกหนูท้องกับอาจารย์เบียร์ได้เลย 

 ได้ข่าวว่าฟาดกลับเลยคนว่าท้อง?

ขวัญ : เขาโกหก พอขวัญเข้าไปดู เราเป็นคนสาธารณะ ขวัญรู้ว่าอันไหนที่เราควรปล่อย อันไหนที่ปล่อยไม่ได้ มันดึงรั้งหมดทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ แต่อันนี้เขาทำผิด เขาใส่เรื่องเว็บการพนัน แล้วพูดว่าทุกวันนี้ที่ขวัญมีกินมีใช้เพราะขวัญลงทุนกับเขา แล้วเอาข่าวนี้พาด ขวัญเลยรู้สึกว่าเฮ้ย คุณทำมาหากินแบบนี้ไม่ได้ แล้วตัวตนคุณก็เป็นอวตาร ใครก็ไม่รู้ขวัญก็เลยแคปไว้ก่อนแล้วลงหน้าสตอรี่ว่ามันไม่เป็นความจริง แล้วก็สาปแช่งให้ตกนรกเลย ขวัญไม่ได้โมโห แต่หนูสงสารคนอื่น คนที่เขาอยากทำมาหากิน คนที่เขามีเงินแล้วอยากไปลงทุน เขาไม่ควรใช้ชื่อเสียงขวัญในวิธีผิดๆ แบบนี้ 

ตอนนี้เยอะมาก เอาดาราไปบอกว่าท้องบ้างโน่นนี่บ้าง?

ขวัญ : เราเข้าใจว่าข่าวต้องปั่นให้เป็นกระแสอยู่แล้ว แต่สุดท้ายบริบทต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ตามกฎหมาย ถ้าคุณทำอะไรผิดหรือทำแบบนี้ ยังไงคุณต้องไปอยู่คุก ไม่ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้

นอกจากสาปแช่งให้ตกนรก มีไปแจ้งความมั้ย?

ขวัญ : ไม่ค่ะ เสียเวลา คนพวกนี้เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกดารานักแสดงทุกคน เราอย่าเพิกเฉย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคนอื่นเขาไม่รู้ เขามาอ่านแล้วเข้าใจผิดว่าดาราทำแบบนี้ ได้เหรอ ดีเหรอ ถ้าเราโดนเกี่ยวข้องเมื่อไหร่ เราต้องแสดงตัวตนเลยว่าเราเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ 

อาจารย์เบียร์พอเห็นคู่จิ้นเรามีข่าว?

อ.เบียร์ : คู่จิ้นเรา (หัวเราะ) จริงๆ มันเป็นข่าวด้วยกัน เพราะคนไปเต้าข่าว เว็บพนันมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไปอะไรกับมันมากไม่ได้หรอก อย่างเรื่องอ.เบียร์ตายแล้ว อาจารย์ก็เจอมาแล้ว

ขวัญ : ตายยัง 

อ.เบียร์ : ยังอยู่นี่ไง แต่เรื่องการท้อง เราตลกตรงที่ดันมีคนเชื่อ พระมาบิณฑบาตกับบ้านลูกศิษย์อาจารย์ ถามว่าอ.เบียร์ทำขวัญ อุษามณีท้องจริงเหรอ คบกันจริงเหรอ ทำท้องจริงเหรอ อ.ไลฟ์สดอยู่ก็มีคนมาถามอาจารย์ทำขวัญท้องจริงเหรอ ขอวิธีเทคนิคในการได้กับขวัญหน่อย มันปัญญาอ่อนมั้ย คนถามจริงจังเลย แล้วคนถามส่วนใหญ่เป็นคนแก่ๆ มีอายุหน่อย เหมือนแก๊งมิจฉาชีพพร้อมหลอก 

คนสูงวัยอาจไม่รู้ อาจดูแค่พาดหัวข่าว ขวัญท้อง อ้าว ท้องกับอ.เบียร์ ผู้ถือศีล 8?

อ.เบียร์ : ถูกต้อง

ข่าวพระกับสีกาเยอะ คนอาจเข้าใจว่าอาจารย์ทำขวัญท้อง?

อ.เบียร์ : ไม่ ประเด็นคือมันไม่เป็นดราม่าร้ายกาจ มันเป็นดราม่าแบบอุ้ยดีจังเลยเนอะ คนยินดี ไม่ใช่มึงไปทำเขาท้องได้ไง มันไม่ใช่ 

อยากบอกอะไรคนปล่อยข่าว?

อ.เบียร์ : ปัญญาอ่อน เพ้อเจ้อมาก ปล่อยข่าวให้มันดูสมเหตุสมผลหน่อย คืออาจารย์กับขวัญเพิ่งรู้จักกัน จะมาท้องกันเร็วขนาดนี้มันก็ไม่ใช่เรื่อง นึกออกเปล่า แล้วอาจารย์เจอกับมัน เจอกันแค่ในไลฟ์สด ถามสิกูไปได้กันตอนไหน ไลฟ์สดเหรอ มองตากันเป็นปลากัดแล้วตั้งไข่ได้เลยงี้เหรอ เขวี้ยงปากมันก่อน 

นอกจากขวัญ อาจารย์เบียร์ก็มีดราม่าสั่งทุเรียนเกรดเอแล้วได้ไม่ตรงตามเกรด ขวัญได้ปลอบใจอาจารย์มั้ย เห็นว่าโดนไปหลายล้านอยู่นะ?

ขวัญ : เห็นค่ะ วันนั้นเห็นว่าอาจารย์โดนอะไรบ้าง เราก็อยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ที่ขวัญรู้สึกว่ามันเนกาทีฟเลย คือคนที่เขาเป็นเจ้าของสวน ไม่รู้สวนไหน เขาพูดกับพี่สต๊าฟ พี่เขาแจ้งไปว่าอันนี้ไม่ใช่ทุเรียนตามเกรดแบบนี้ๆ แล้วที่ขวัญได้ยินคือเขาพูดว่าอันนั้นเกรดเอบีของคุณแต่อันนี้เกรดเอบีของผม ของคุณเป็นแบบไหนไม่รู้แต่นี่คือเอบีของผม ขวัญอยู่ตรงนั้นรู้สึกว่ามันเฟลมาก มันแย่ แล้วอาจารย์ก็ไม่รู้เรื่อง อาจารย์นั่งอยู่ข้างหน้าไลฟ์สด ไลฟ์ไปเรื่อย พูดไปเรื่อย หลังบ้านมีปัญหาอะไรบ้างก็ไม่รู้ ขวัญต้องบอกอาจารย์ว่ามันมีปัญหาแบบนี้จะทำยังไง เราก็ช่วยกันแก้ไขปัญหา ปัญหาเกิดขึ้นแล้วเราทำอะไรต่อไม่ได้ เพราะฝั่งโน้นเขาไม่ได้รับผิดชอบ ก็เลยมาแก้ไขกันตรงนี้

อาจารย์เลยตอบแทนด้วยการไปช่วยขวัญไลฟ์จนยอดถล่มทลาย?

อ.เบียร์ : ตอนนั้นขวัญเข้ามาแล้วเริ่มเห็นปัญหาทุเรียน มันก็ไปเดินแก้ปัญหาให้อาจารย์ คำแรกที่มันพูดขึ้นมาคือคำว่าอาจารย์เอาไปก่อนเลยมั้ยล้านนึง เหมือนจะลงทุนด้วย เราก็บอกว่าจะมาลงทุนอะไรกับกู ตอนนี้กำลังจะแย่ เขาบอกไม่เป็นอาจารย์เอาไปก่อนล้านนึง ถ้าจะแย่ก็ก็แย่ด้วยกัน เราก็เฮ้ย มันโอเคนะ มันใจกับเรามาก แล้วก็มานั่งช่วยไลฟ์สดขาย วันรุ่งขึ้นลงจากรถตู้มาหัวฟูมาเลย มาสองวัน มันไปงานมา แต่มันยังกลับมาช่วยเราขายทุเรียน แล้วมันเหนื่อย แต่ก็อยู่กับเราถึงตีหนึ่ง ตีสอง เที่ยงคืนกว่า นั่งไลฟ์สดช่วยกันขาย ทั้งที่บางช่วงอาจารย์เหนื่อยนะ มันบอกอาจารย์ขึ้นมาขายก่อน กลายเป็นมีเอเนอร์จี้มากกว่าเรา ปลุกกระแสเราขึ้นมา 

ขวัญ : เหมือนทำงานกลุ่ม เหมือนตอนอยู่มหา’ลัย เพื่อนเหนื่อย เพื่อนดร็อปเราก็ต้องช่วยเพื่อน

อ.เบียร์ : เราก็ตอบแทนมัน ด้วยการไปช่วยไลฟ์สดขายของของมัน 

ขวัญ : แว๊กศีรษะ 

อ.เบียร์ : เออ ไว้ผมให้เลย ถึงเวลาก็ไปเอาแว๊กที่เขาแว๊กจิ๊มิ๊มาแว๊กหัวกูเลย 

ขวัญ : (หัวเราะลั่น) มันไม่ได้แว๊กจิ๊มิ๊อย่างเดียว แว๊กขาก็ได้ เมื่อกี้หนูก็แว๊กขา 

ขวัญทำโปรดักซ์แว๊กกำจัดขน ขนอะไรก็ได้ที่ขึ้นในร่างกาย?

ขวัญ : ใช่ มันสามารถแว๊กได้หมดเลยทั้งตัว 

สุดท้ายอาจารย์ช่วยน้องจากเจตนาที่บริสุทธิ์ แต่ไม่วายเจอดราม่าว่าอาจารย์ถือศีล 8 แล้วให้ผู้หญิงมาจับหัวอาจารย์ได้ยังไง?

อ.เบียร์ : ทำไมจับไม่ได้ล่ะ

ขวัญ : เหมือนช่างตัดผม หรือเวลาเราไปหาหมอ เราเลือกไม่ได้ว่าหมอหญิงหรือหมอชาย 

อ.เบียร์ : จับได้หมดแหละ มันไม่ได้เกี่ยวอะไร จับให้ถูกจุดแล้วกัน อย่าไปจับจุดอื่น วันนั้นประเด็นคืออาจารย์ให้ขวัญนั่งบัญชาการอย่างเดียว แล้วมีผู้ชายมาแว๊กแล้วคอยเทส แต่ปรากฏว่าระยะเวลามันเริ่มเนิ่นนาน เขาไม่รู้เทคนิคในการไถ ต้องไถไปทางไหน ต้องลูบไปทางไหน ทีนี้มันอยู่นานเกินไปมันจะอันตรายต่อหัวเรา ก็บอกขวัญเช็ดเลย เพราะคนอื่นไม่รู้เทคนิคเดี๋ยวไม่ทัน ก็เลยให้ขวัญมาเช็ด 

ขวัญ : จะบอกว่าตัวแว๊กของหนู มันทิ้งไว้แค่ 5-6 นาทีเส้นขนมันละลายแล้ว ตอนนั้นที่แว๊กศีรษะอาจารย์ มันเกิน 5 นาทีแล้วแห้งแล้ว หัวอาจารย์จะละลายแล้ว อาจารย์เลยบอกว่าเฮ้ยขวัญช่วยหน่อย เราก็ต้องเช็ดย้อนขนให้ 

มีช่วงนึงอาจารย์มารายการคุยแซ่บโชว์ เม้าธ์เรื่องรองเท้าแดง?

ขวัญ : ไม่ หนูไม่ได้มีคู่เดียว วันนี้รายการรีเควสให้หนูใส่รองเท้าแดงมา มันเป็นดีไซน์เก๋ๆ แบบนี้ อาจารย์ขี้เม้าธ์ตั้งแต่อยู่มหา’ลัยแล้วขวัญว่า

ตอนเรียนรู้จักอาจารย์มั้ย?

ขวัญ : ตอนมหา’ลัยไม่รู้จักค่ะ ไม่เคยเจอ ขวัญเป็นคนชอบสีแดง เราเรียนมัธยม เราโตมา เข้ามหา’ลัยก็อยากแต่งตัวให้จี๊จ๊าดหนูก็ทาลิปสีแดงไป แต่ตอนนั้นเขาไม่ให้ทา เขาบอกแต่งตัวไม่เหมาะสม พ่อแม่เราก็หัวโบราณ เราก็เลยโอเคปากไม่แดงก็ได้ ขอรองเท้าแดงพอ เป็นจุดเดียวที่หนูพอทำได้สีแดง หนูก็เลยใส่รองเท้าแดงตลอดปีการศึกษา 4-5 ปีไปเลย 

อาจารย์สะดุดขวัญเพราะรองเท้าแดง?

อ.เบียร์ : ก็ไม่ได้สะดุดอะไรหรอก ก็มันเป็นดารา คนบ้าอะไรใส่รองเท้าอยู่สีเดียว มันไม่ใช่วิถีปกติของคนทั่วไปเด็กมหา’ลัยจะมาใส่รองเท้าสีเดียว โดยมากใส่สีดำ หลากหลาย ใส่สูงบ้าง ต่ำบ้าง แต่อีนี่ใส่อยู่สีเดียว

ขวัญ : อาจารย์ต้องดูหน้าดูตาดูผมบ้าง

อ.เบียร์ : ทำไมกูจะไม่ดู กูยังบอกว่ามึงตาคล้ำเหมือนคนติดยา ทุกวันนี้กูยังพูดอยู่

ขวัญ : (หัวเราะ)  

ใส่หูฟังเล่นละคร คุยกับแฟนตลอดเวลา?

ขวัญ : เข้าซีนดราม่า ก็คุยกับแฟนตลอดเวลา หนูไม่เคยรัดผม ไม่เคยรวบผมเลย ทำฟาร่าตลอด เพราะแฟนอยู่ในหู มันวางไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา (หัวเราะ) 

อยากรู้มั้ยใคร?

ขวัญ : เฮ้ย อย่า (หัวเราะ)

อักษรย่อ?

ขวัญ : ไม่ได้ๆ ไม่เอาๆ 

วันนี้กลับมาคุยกันด้วย?

ขวัญ : ไม่ๆ ข้ามๆ ตอนนี้หนูไม่มีแฟน แต่ใดๆ ตอนนี้หนูโสดนะ 

รับปากก่อนจะช่วยกันไลฟ์ ไม่งั้นแฉหมด?

ขวัญ : เดี๋ยวหนูไปไลฟ์กับพี่ ขอร้องนะ (หัวเราะ) 

อาจารย์เบียร์หึงมั้ย?

ขวัญ : ทำไมวกกลับมาล่ะ

อ.เบียร์ : โอ้ย ถามอะไร น่าเอากระโถนตีปากเหลือเกิน ไม่ควรจะถาม กูเขวี้ยงสักที (หัวเราะ)

ไปสนิทกันได้ยังไง?

อ.เบียร์ : แม่แตนนั่งอยู่นี่ นี่ไง 

แม่แตน คุณแม่สามีในอนาคตมั้ย?

ขวัญ : หนูมีสามีอีกแล้วเหรอ (หัวเราะ)

อ.เบียร์ : สามีเยอะมากอีนี่ (หัวเราะ) 

หนู : คุณแม่สามีในอนาคต 

อ.เบียร์ : แม่แตนเขารู้จักกับขวัญอยู่แล้ว ก็เลยมาทำความรู้จักกัน เขาเลยแนะนำขวัญว่าไปไลฟ์สดกับอาจารย์สิ ขวัญเลยขอคิวมา บอกว่าลองไลฟ์สดกันดู เริ่มต้นไลฟ์สดวันแรกก็เป็นไวรัลเลย บันเทิงเลย 

เห็นว่าดีนะที่อาจารย์มีคำว่าอาจารย์นำหน้า ถ้าไม่มีคำว่าอาจารย์จะเป็นยังไง?

ขวัญ : ตบบ่าไปแล้ว (หัวเราะ) 

สนิทกันแค่แป๊บเดียว แต่ทำไมดูความสัมพันธ์ดูลึกซึ้งจังเลย?

ขวัญ : ลึกซึ้งเลยเหรอ (หัวเราะ)

อ.เบียร์ : อาจารย์คุยด้วยแล้วสนิทหมดทุกคน คุยฟีลมึงกู ก็เลยกลายเป็นคุยกับเพื่อนตลอดเวลา แล้วขวัญเป็นคนเฟรนด์ลี่ เข้ากับทุกคน สังเกตเวลาคุยกับใครดูสนิทไปหมดเลย ทุกคนจริงๆ นะ บางทีพูดไม่หยุดเลย รำคาญ 

ขวัญ : หนูก็ไม่ได้พูดตลอดเวลานะ 

อาจารย์เป็นคนเดียวที่ขวัญไลฟ์แล้วไม่ด่าไม่สวนกลับ เพราะว่าไม่ทัน?

ขวัญ : ไม่เคยมีใครด่าขวัญแบบนี้ไง นึกออกมั้ย

อ.เบียร์ : อีสันขวาน อีสันดาน (หัวเราะ) 

ขวัญ : แต่เราไม่ได้ซีเรียสไง เรารู้เจตนาอาจารย์ไม่ได้มีอะไร มันคือคาแรกเตอร์อาจารย์ที่พูดประมาณนี้ อีกอย่างเป็นรุ่นพี่เรา ขวัญเชื่อว่าถ้าเราเรียนที่ไหน เวลาเราคุยกับรุ่นพี่รุ่นน้อง จะมีเซ้นส์บางอย่างเกี่ยวกัน พอสนิทอาจารย์ก็โดนไถตังค์นะ(หัวเราะ) รวยใช่มั้ย ขายช็อปปี้ใช่เปล่า ได้เงินตั้ง 7-8 หมื่น เลี้ยงข้าวหนูหน่อย 

อ.เบียร์ : 7-8 หมื่นขอแบ่งแล้ว พวกมึงขายได้เป็นล้านไม่เห็นจะแบ่งให้กูบ้าง สันดาน อยากให้กูด่า 

เวลาเถียงอาจารย์ไม่ทัน ทำยังไง?

ขวัญ : กรี๊ด ง่ายดี จบ หยุด 

อาจารย์ตกใจเหรอ?

อ.เบียร์ : ก็กูสตั๊นไปแป๊บนึง กรี๊ดทำหอกอะไร 

ขวัญ : อาจารย์พูดนอนสต๊อป พูดไม่หายใจ พูดเหมือนหายใจทางเหงือก

อ.เบียร์ : กูไม่ใช่ปลา 

เวลาไลฟ์เหมือนมวยถูกคู่ ชาวเน็ตตั้งฉายา คุณหนูตื่นสายกับคุณชายตื่นธรรม?

อ.เบียร์ : มันเป็นจากลูกศิษย์อาจารย์คนนึงไปตั้ง แล้วไปเจนเอไอ ทำเป็นอาร์ตเวิร์คขึ้นมาเพื่อบอกว่าจะไลฟ์สดนะ แล้วมันใช้คำนี้ขึ้นมาว่าคุณนายตื่นสายกับคุณชายตื่นธรรม

ขวัญ : ไม่ คือคาแรกเตอร์อาจารย์เป็นคนตื่นเช้า แต่หนูตื่นสาย อาจารย์จะตื่น 7-8 โมงตลอด แต่ขวัญเวลาแต่งหน้าเครื่องสำอางในไลฟ์จะเป็นเที่ยง บ่ายโมง แล้วคนมากู้ดมอร์นิ่งตอนเที่ยง เขาเหมือนจับแมตซ์นิสัยไทป์เราสองคน แล้วเอามาอยู่ในสโลแกนของเรา ซึ่งมันก็คือเรื่องจริงนะ นับถือลูกศิษย์อาจารย์คนนั้น คิดคำเก่ง 

คู่จิ้นหรือคู่จริง?

อ.เบียร์ : ถามใคร ไม่ใช่ว่าอึกอัก แต่ไม่รู้ใครต้องเป็นคนตอบ เรื่องนี้มันไม่มีอะไร เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับกูด้วยซ้ำ ไม่ต้องมาหญิงมาชายตอบได้ ไม่มีอะไรหรอก มันจิ้นกันไปเอง ไปพัฒนาห่xอะไรก่อน ขวัญไม่เคยคุยกับอาจารย์ส่วนตัวเลยนะ ไลน์หากัน ยกหูโทรหากัน ไม่มี แค่คุยกันตอนที่เราเจอกัน ไม่เคยมีโทรคุยกันแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีไลน์คุยกันแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่คุยผ่านทีมงานทั้งหมด ไม่มีโอกาสเห็นขาอ่อนกูหรอก กูบอกให้ 

ขวัญ : โหยยย ขนาดนั้นเลย (หัวเราะ) 

ขวัญเคยถามอาจารย์ว่าคบกันหรือไม่คบกัน?

ขวัญ : ไม่ เล่นกันอย่างเดียวพี่ 

ชอบเล่นจนเป็นเรื่อง?

ขวัญ : อย่างที่บอกเราเป็นพี่เป็นน้องกัน อยู่รั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน อีกอย่างเรารู้อยู่แล้วว่าปณิธานอาจารย์ต่อไปคือจะบวช เราศาสนาพุทธ ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะไปเป็นมารศาสนาหรอก หนูก็เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีอยู่ค่ะ น้องคนนี้จะซัปพอร์ตพี่ตลอด 

จะใจอ่อนมั้ย หลายคนเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนก่อน?

ขวัญ : ไม่มีค่ะ หนูไม่เคยคบเพื่อนเป็นแฟน ไม่เคยคบแฟนเป็นเพื่อน ถ้าเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่เคยเป็นแฟน นอกจากเขาเข้ามาจีบ มีแต่คนตั้งใจมาจีบเลย ไม่เคยมีเพื่อนแล้วมาเป็นแฟนหรือเป็นแฟนเสร็จแล้วเลิกกันมาเป็นเพื่อน ไม่มี เพราะขวัญตัดจบง่ายเลย 

ตอนนี้โสดมั้ย?

ขวัญ : โสด อาจารย์จะได้พ้นมลทินซะที 

อ.เบียร์ : เออ กูจะได้พ้นมลทินซะที 

หนิง : ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็มีคนจีบอยู่ เขาก็ตามมาที่รายการ แล้วโลกก็กลมมาก คนจีบเธอวันนี้ตกใจ

ขวัญ : แฟนเก่าพี่หนิงเหรอ (หัวเราะ) 

เรื่องคนเข้ามาจีบขวัญ เคยอยู่ในความสัมพันธ์กับพี่หนิง?

หนิง :   ถามเลย เพราะขวัญหาเนื้อคู่จากเอไอ อันนั้นเราไปหลังบ้าน 

หาคู่จากเอไอเป็นไง?

ขวัญ : หนูดูดวง อยากบอกว่าแชตจีพีทีดูดวงแม่นมากเลยนะ แต่เราต้องใส่ให้มันถูก ใส่ชื่อวันเดือนปีเกิดสถานที่เกิด มีข้อมูลอะไรที่เรารู้ เราเกิดช่วงไหน ใส่ไปในนั้นเลย ซึ่งดี 

ไปหาเนื้อคู่ว่าหน้าตาแบบไหน รูปร่างแบบไหน?

ขวัญ : นี่แหละธรรมะของหนู หนูจะได้รู้แนวว่าคนที่เป็นเนื้อคู่ชีวิตหนูมาเป็นแบบไหน

อ.เบียร์ : เพ้อเจ้อจ้ะ

ขวัญ : ไม่ใช่เพ้อเจ้อ แต่เป็นการตัดแนวทางอื่นที่ไม่เกี่ยวเวลาคนเข้ามา

อ.เบียร์ : มึงตัดคนดีออกจากชีวิตด้วยจ้ะ

ขวัญ : ไม่เกี่ยว 

อ.เบียร์ : เกี่ยวจ้ะ บางทีเราหลงกับเรื่องพวกนี้เยอะเกินไป พอไปดูเยอะๆ เข้าสุดท้ายเราอาจตัดคนดีๆ ออกจากชีวิตไปก็ได้ เพราะเราจะเอาเฉพาะเอไอ คนที่ดีจริงๆ กับชีวิตเรา อาจต้องไปคุยกัน ปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ไปดูแนวทางอะไรปัญญาอ่อน เพ้อเจ้อ เดี๋ยวตีปากเลยอีสันดาน อีนี่ไม่ตื่น 

ดูทุกอาทิตย์ อัปเดตทุกอาทิตย์?

อ.เบียร์ : บ้า มึงไม่น่าเจริญเติบโตมาได้ทุกวันนี้ กับสมองมึงที่มึงไปวุ่นวายเรื่องเอไอ (หัวเราะ) ปัญญาอ่อน 

ไม่มีคนมาจีบเหรอ?

ขวัญ : ไม่มี 

วันนี้เขามานะ?

ขวัญ :   พี่เต้ลูกแม่แตนสนิทกัน พี่หนิงก็พูดไปเรื่อยเก่งเหลือเกิน ตอนนี้ที่พูดมาไม่รู้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนโกหกแล้วนะ งงกับตัวเองเหมือนกัน 

คนมาจีบขวัญต้องผ่านด่านอาจารย์เบียร์เปล่า?

ขวัญ : ต้องผ่าน ถ้าเกิดคนไหนเราคบเราชอบจะพามารู้จักกับอาจารย์ 

อ.เบียร์ : กูพาไปบวชกับแม่ชีศันสนีย์ จะพาไปกล้อนผม จะได้ไม่ต้องมีอะไรเยอะแยะ

สเปกที่ชอบตอนนี้คือแบบไหน?

ขวัญ : ชอบคนเก่ง 

อ.เบียร์ก็เก่ง?

ขวัญ : ใช่ ก็ชอบ ถ้าเราชอบใครเราถึงจะอยู่ด้วย แต่การชอบของเราไม่ใช่เราต้องไปเป็นแฟน หนูชอบคือเคารพ เขาเป็นพี่เรา 

ต้องเป็นผู้ชายมั้ย เป็นทอม เป็นเลสเบี้ยนได้มั้ย ถ้าเขารักขวัญแล้วตอบโจทย์ขวัญได้?

ขวัญ : เป็นผู้ชาย 

อ.เบียร์ : (หัวเราะ) จริงๆ ใครก็ได้ ให้มันเป็นคนดี ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันได้ มันจะตอบสนองขวัญคนเดียวก็ไม่ได้ ขวัญจะตอบสนองมันคนเดียวก็ไม่ได้ มันต้องทั้งสองฝ่ายถึงจะอยู่ด้วยกันรอดปลอดภัย ไปมีซะที กูรำคาญ 

ขวัญ : เราทำงานตลอด ถามว่าจะเอาเวลาไหนไปหาแฟน คนโทรหาหนูก็ปิดโหมดรบกวนแล้ว 

ต้นแบบรักมั่นคง เสธ.ดอลลาร์-คุณหญิงแมงมุม เติมโมเมนต์หวานทำโซเชียลเขิน

ต้นแบบรักมั่นคง เสธ.ดอลลาร์-คุณหญิงแมงมุม เติมโมเมนต์หวานทำโซเชียลเขิน

ต้นแบบรักมั่นคง เสธ.ดอลลาร์-คุณหญิงแมงมุม เติมโมเมนต์หวานทำโซเชียลเขิน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.59 น.

ยังคงเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่ได้รับความชื่นชมจากแฟนๆ มาโดยตลอด สำหรับ พล.ต.พัชร รัตตกุล หรือ “เสธ.ดอลลาร์” และ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ที่ล่าสุดได้เผยโมเมนต์สุดหวานจนทำเอาหลายคนยิ้มตามกันทั้งโซเชียล

       โดยครั้งนี้ เสธ.ดอลลาร์ ได้พา คุณหญิงแมงมุม ไปใช้เวลาพักผ่อนและรับประทานอาหารที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายแต่อบอวลไปด้วยความรัก โดยมีโมเมนต์หวานๆ ที่เสธ.ดอลลาร์เอื้อมมือไปจับแก้มและเชยคางภรรยาขึ้นมาสบตาอย่างอ่อนโยน พร้อมแคปชั่นระบุว่า “Togetherness”

       แฟนคลับจำนวนมากต่างยกให้ทั้งสองเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของความรักแท้ ที่คอยดูแลและอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเฉพาะในวันที่คุณหญิงแมงมุมต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ เสธ.ดอลลาร์ก็ยังคงทำหน้าที่สามีที่ดี คอยดูแลและให้กำลังใจอย่างไม่เคยห่าง

ขอบคุณภาพจากอินสแกรม : @dollar_rattakul

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.08 น.

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากยังนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซัด ดีเอสไอ แถลงข่าวไม่ปกติ เปิดชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ปิดชื่อผู้ต้องหา คดี ภาวุธ ลั่น ฝ่ายกฎหมาย ปชน. จ่อฟ้องกลับ จนท.รัฐทุกคน ถ้าปล่อยตัวเองเป็นเครื่องมือถล่มฝ่ายตรงข้าม วอนสังคมให้ความเป็นธรรม ชี้ยังไม่ถึงขั้นหมายเรียก พรรคไม่จำเป็นต้องสอบวินัย โยนเจ้าตัวแจงเองดีสุด ปม ขาดประชุมสภา-ที่มาเงิน 28 ล้าน

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า ตนขอยืนยันตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ค่อนข้างชัดมาก ว่าไม่จําเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล ถ้า ป.ป.ช. เห็นพฤติกรรมที่ส่อเขาว่าจะมีการฮั้วประมูล เช่น การล็อกสเปค การตกลงการยื่นใบเสนอราคามาก่อนหน้า ที่ทําให้เห็นว่าราคาใกล้เคียงกัน แล้วสามารถล็อกได้เลยว่า ควรจะใช้ตรงไหนเป็นราคากลาง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เพียงแค่มีพฤติการณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสอบสวนตามกฎหมาย และเมื่อสอบสวนออกมาแล้ว ถ้ามีมูลก็ต้องดําเนินคดีต่อ ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 2 คณะที่ผ่านมา มีตัวแทน ป.ป.ช. นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ซึ่งตนเองก็ได้มีการพยายามสอบถาม ไม่ต้องดูตามข้อกฎหมาย แต่ดูตามความประพฤติ พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อเค้า ต้องดําเนินการสอบสวนทันที โดยไม่ต้องมีคนร้องด้วยซ้ํา ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา แปลว่าทําผิดต่อกฎหมายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะมีการส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าในตัวข้อสังเกตดังกล่าว จะต้องมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทําให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคํา และลายลักษณ์อักษร ที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. ต้องสามารถดําเนินการได้เลยทันที ในส่วนของเราก็จะดําเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดําเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคําร้อง 

เมื่อถามถึงกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้น และยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตนเองคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ นอกเหนือจากเรื่องที่ออกมาบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง ก็คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่ ในเมื่อสังคมตั้งคําถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาซึ่งมีเหตุผิดปกติเยอะ ทําไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้

เมื่อถามว่าเป็นผลให้เกิดคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ข้อสังเกตส่วนนี้ไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก ตนอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา 

เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกลับหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราเองก็พร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายภาวุธ ขาดการประชุมสภาฯในวันที่18มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่ามีประชุมเยอะมากนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายภาวุธเอง ว่าทำไมวันนั้นถึงเดินทางมาที่สภาด้วย ตนคงไปตอบแทนไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นทำธุระอะไรตรงไหน 

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนได้มีการพูดคุยอะไรกับนายภาวุธเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ใช้คำว่าสอบสวน แต่จากกระบวนการสอบถามภายใน มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเข้าใจว่าการทำทุรกรรมออนไลน์อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องการโอนเงินอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีเรื่องของเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ตนและพวกเราทุกคนก็ต้องคิดว่าต้องให้ให้ความเป็นธรรมกับนายภาวุธด้วยเช่นเดียวกัน 

เมื่อถามว่าพรรคต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบหรือไม่ เหมือนกับกรณีที่ต้องสงสัยหลายกรณีก่อนหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ตนได้หารือกับนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากรูปการที่เราเห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้นคงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายในของเรา เพราะฉะนั้น เรื่องนี้คงจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริง และให้นายภาวุธ เข้ามาชี้แจง

เมื่อถามว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เข้ามาในบัญชีนายภาวุธ ได้มีการสอบถามหรือไม่ว่ามีที่มาอย่างไร  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของนายภาวุธ เขาเองก็เป็นคนที่เทรดอยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรืออะไรต่างๆ ตนคิดว่ารายละเอียดเรื่องนี้ เงิน มีที่มาที่ไปอย่างไร ให้นายภาวุธชี้แจงด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด

กรวีร์ ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปมประชามติ

กรวีร์ ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปมประชามติ

กรวีร์ ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปมประชามติ

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.45 น.

21 มิถุนายน 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ความเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ว่า จริงๆ แล้วฝ่ายการเมืองทุกคนอยากเห็นการเลือก สสร.โดยตรงจากประชาชน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ก็อยากให้ประชาชนเลือก สสร. แต่การที่ สว.และฝ่ายค้าน ไปที่ศาลรัฐธรรมนุญแล้วได้แนวความเห็นมานั้น ก่อนหน้านี้เราเคยมีบทเรียนเกี่ยวกับการทำประชามติ ที่ไปขอความเห็นจากศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่าทำ 2 ครั้ง แต่พอศาลมีคำวินิจฉัยออกมาให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้หากประชาชนเลือก สสร.ได้โดยตรง ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี แต่เมื่อมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หากทุกคนเดินตามแนวทางนี้แล้วพอถึงเวลามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลคำวินิจฉัยออกมาอีกอย่างว่ากระบวนการไม่ใช่เป็นอย่างที่เข้าใจกันนี้ กลายเป็นการแพ้ฟาวกระบวนการทั้งหมดจะเสียหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

“ตนไม่อยากเห็นความพยายามที่เดินหน้ากันแล้วแพ้ฟาว เรามีบทเรียนเรื่องประชามติแล้ว ดังนั้น ตนมองว่าสุดท้ายต้องไปดูคำวินิจฉัยล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ที่ทุกคนเห็นกันอยู่แล้ว ที่บอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ แล้วนำมาปรับใช้เป็นแนวทางที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า” นายกรวีร์ ระบุว่า