ชวน มั่นใจบารมี อภิสิทธิ์ ตั้งเป้าประชาธิปัตย์ กวาดตรังครบ 4 เขต ทวงคืนเก้าอี้ที่เสียไป

ชวน มั่นใจบารมี อภิสิทธิ์ ตั้งเป้าประชาธิปัตย์ กวาดตรังครบ 4 เขต ทวงคืนเก้าอี้ที่เสียไป

ชวน มั่นใจบารมี อภิสิทธิ์ ตั้งเป้าประชาธิปัตย์ กวาดตรังครบ 4 เขต ทวงคืนเก้าอี้ที่เสียไป

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.02 น.

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตั้งแต่เช้าด้วยอารมณ์แจ่มใส มั่นใจหลังอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ทำคะแนนเสียงดีขึ้น หวังทวงเก้าอี้ สส. ใน จ.ตรังกลับคืนมาครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ลั่นถ้าชนะเงินได้ก็ชนะ

8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.ตรัง หน่วยเลือกตั้งที่ 68 อาคารเรียน 10 (เฟื่องฟ้า) ด้านขวา โรงเรียนวัดควนวิเศษ ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง มีประชาชนมาสิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างคึกคัก โดยมีนางสุนีย์ ท่อแก้ว อายุ 90 ปี เป็นผู้ใช้สิทธิ์คนแรก ส่วนนายชวน หลีกภัย  อดีตนายกรัฐ มนตรีและอดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. ในเวลา 10.09 น. ที่ โดยนายชวนฯ ได้ไปตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 229 พร้อมทักทายกับประชาชนผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างอารมณ์ดี ก่อนเดินเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชวน หลีกภัย มั่นใจว่าจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนชาว จ.ตรังเพิ่มขึ้น หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และอาจจะได้เก้าอี้ สส. ที่เสียไป 2 ที่นั่งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ให้แก่นายถนอมพงษ์ หลีกภัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และเขตเลือกตั้งที่ 2 ให้แก่นายทวี สุระบาล จากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อปี 2566 กลับคืนมาจนครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง เพราะภาพรวมของพรรคประชาธิปัตย์ ขายความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากกว่าปี 2566 ด้วย

นายชวน กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คนตื่นตัว หากเปรียบเทียบกับครั้งที่แล้ว บรรยากาศเลือกตั้งโดยทั่วไปดี ถึงแม้จะมีการจ่ายเงินมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แนะนำว่าถ้ารับเงินมาแล้ว หากเกรงว่าจะถูกทำร้าย หรือถูกกลั่นแกล้งหากไม่รับ ก็แนะนำว่ากินเหยื่ออย่ากินเบ็ด พูดง่ายๆคือรับเงินมา แต่อย่าไปลงคะแนนให้ ถือเป็นวิธีสั่งสอนนักการเมืองพวกนี้ เหมือนรองผู้ว่าฯตรัง พูดว่าคนพวกนี้ไม่ใช่นักการเมือง คนเหล่านี้คือนักเลือกตั้ง ใช้โอกาสในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เพื่อเป็นผู้แทนโดยระบบและวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็คือซื้อเสียง

ท่านมีสิทธิที่จะเลือกใครก็ได้ ขออย่างเดียวถ้าหวังให้บ้านเมือง รอดพ้นจากระบบคอรัปชั่นได้ ก็มีทางเดียวคือเริ่มต้นจากเลือกผู้แทนที่ไม่ซื้อเสียง เพราะคนซื้อเสียงไม่เข้าไปโกงไม่มี ซึ่งผมเห็นมาตลอดชีวิต ผมจึงต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด และเป็นคนแรกๆที่ต่อต้านมาจนถึงปัจจุบันนี้ หวังว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยเราจะดีขึ้น ส่วน สส.ประชาธิปัตย์ใน จ.ตรัง ขอตอบสั้นๆว่า ถ้าชนะเงินได้ก็ชนะ

สำหรับ จ.ตรัง มีทั้งหมด 4 เขตเลือกตั้ง มี 927 หน่วยเลือกตั้ง มีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 508,811 คน  โดยมีผู้สมัคร สส. จำนวน 28 คนจาก 9 พรรคการเมือง แต่ที่น่าจับตามอง คือการสู้ศึกเลือกตั้งในเขต 3 ซึ่งเป็นศึกสายเลือดของตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ระหว่าง น.ส. สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเป็น สส. หญิงคนแรกของ จ.ตรัง ที่ครั้งนี้หันไปสวมเสื้อภูมิใจไทย แข่งกับนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก ถือเป็นศึกสายเลือดของตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ภูมิใจไทยใน จ.ตรัง

ธิษะณา ทิ้งบอมบ์ Vote No! แฉปลอมเอกสารให้เซ็นยินยอมสมัครแทน

ธิษะณา ทิ้งบอมบ์ Vote No! แฉปลอมเอกสารให้เซ็นยินยอมสมัครแทน

ธิษะณา ทิ้งบอมบ์ Vote No! แฉปลอมเอกสารให้เซ็นยินยอมสมัครแทน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.45 น.

แก้วตาทิ้งบอมบ์ โพสต์ถึง ปิยบุตร ลั่น vote no แถมแฉถูกผู้สมัครที่มาแทนปลอมแปลงเอกสารมาให้เซ็นยินยอม

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต สส.กรุงเทพฯ เขต 2 โพสต์เฟสบุ๊ก ระบุว่า เรียนอาจารย์ปิยบุตรที่เคารพอย่างสูง,

เส้นทางการเมืองได้ทำให้หนูเห็นทั้งความหวังและความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง หนูได้เรียนรู้ว่าอุดมการณ์—even the most noble ones—หลายครั้งก็เป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ไม่ว่าจะภายในพรรคหรือในสังคมที่เต็มไปด้วยโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันเลย

หนูถูกฟ้องมาตรา 112 ถึงสองครั้ง จากการรณรงค์ยกเลิกกฎหมายผ่านการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตาม พ.ร.บ. 2561 และจากการไปรณรงค์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งที่หนู ไม่ได้เอ่ยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์แม้แต่น้อย

สิ่งที่หนูกล่าวมีเพียงการตั้งคำถามต่อ
• การบังคับใช้ที่ไม่เป็นธรรม
• การตีความที่กว้างเกินหลักนิติรัฐ
• โทษที่ไม่สัดส่วนจนเทียบเท่าคดีฆ่าคนโดยไม่เจตนา
• และหลักสากลด้านเสรีภาพในการแสดงออก

ท้ายที่สุด ทั้งสองคดีถูกยกฟ้องทั้งหมด เพราะข้อเท็จจริงชัดเจนว่า หนูวิจารณ์กฎหมาย ไม่ใช่บุคคล

แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน หนูกลับสูญเสียผู้ช่วยที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562
เขาจากไปในค่ายทหารหลังถูกจับได้ใบแดง ทั้งที่หนูเคยสัญญาว่าเมื่อเขาปลดประจำการ หนูจะบรรจุเขาเป็นผู้ช่วยอย่างเป็นทางการ
การเสียชีวิตของเขาทำให้โลกของหนูพังลง และนำพาหนูสู่ภาวะซึมเศร้าหนักที่สุดในชีวิต

สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ความเจ็บปวดนี้กลับถูกใช้เป็นเหตุผลมองว่าหนู “ไม่เหมาะสม” จะเป็นผู้แทนราษฎร ทั้งที่เป็นผลจากโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมซึ่งคนตัวเล็กต้องแบกรับอย่างไม่สมควร

และนอกจากเรื่องของตัวเอง หนูก็ยังเจ็บปวดที่ไม่สามารถผลักดันความเท่าเทียมให้เป็นรูปธรรมได้ตามที่ตั้งใจไว้

ความเท่าเทียมที่เราพูดถึง—
ผู้ลี้ภัย
บุคคลไร้รัฐ
คนจน
คนที่ถูกทอดทิ้งโดยรัฐ
ประชาชนที่ไม่มีเครื่องมือเรียกร้องความเป็นธรรม

ทั้งหมดคือผู้คนที่หนูอยากยืนเคียงข้างในฐานะผู้แทน แต่กฎหมายที่บิดเบี้ยว โครงสร้างที่ปิดกั้น และอำนาจที่ไม่สมดุล ทำให้หนูไม่สามารถเรียกร้องสิทธิให้เขาได้ตามที่ควรจะทำ

และหนูอยากบอกอาจารย์อย่างตรงไปตรงมาว่า
หนูรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเหล่านั้นไม่ได้มากพอ
หนูอยากบอกคำว่าขอโทษ—ไม่ใช่ในฐานะผู้แพ้ แต่ในฐานะคนที่อยากทำมากกว่านี้แต่ทำไม่ได้ เพราะข้อจำกัดที่ใหญ่เกินแรงของคนคนเดียว

ถึงอย่างนั้น หนูก็ยังยืนหยัดอยู่บนเส้นทางนี้
เพราะหนูเดินตามรอยพ่อ—
หรืออาจารย์โต้ง
ผู้เขียนไว้ในบันทึกสุดท้ายว่า
“การต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกคือสมรภูมิสุดท้ายของชีวิตเขา”

พ่อศรัทธาในอาจารย์ปิยบุตร แม้ในวันที่คนจำนวนมากยังลังเล
พ่อเชื่อคุณ—ไม่ใช่เพราะพรรค แต่เพราะเห็นอาจารย์เป็นนักวิชาการที่ยืนหยัดด้วยหลักการเหมือนกับตัวพ่อเอง
แม้พ่อจะเคยตั้งข้อกังวลต่อ
คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ในสมัยแรก ๆ จากสายตาของนักสังคมนิยมที่เติบโตมาต้านทุนผูกขาด
แต่พ่อกลับ “เชื่อในอาจารย์ปิยบุตรตั้งแต่วันแรก”

พ่อคือเหตุผลที่หนูเริ่มเส้นทางนี้
แต่อาจารย์คือเหตุผลที่ทำให้หนูยังอยู่ต่อ

แม้อุดมการณ์จะยังเป็นเพียงทฤษฎี
แม้หนูจะเจ็บปวด สูญเสีย ถูกฟ้อง ถูกโจมตี และถูกมองอย่างไม่เป็นธรรม

แต่หนูเชื่อว่าสักวัน
สังคมไทยจะเข้าใจเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา
และวันนั้น ความเท่าเทียมจะไม่ใช่แค่คำพูด
แต่จะเป็นความจริงของประชาชนทุกคน

และจากเหตุผลทั้งหมดนี้เอง
ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะอดีตผู้แทนราษฎร
หนูตัดสินใจว่า หนูจะ vote no ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ไม่ใช่เพราะหนูหมดศรัทธาในประชาชน
แต่นี่คือการประกาศอย่างสงบว่า
หนูไม่อาจยอมรับระบบการเมืองที่ทำร้ายคนตัวเล็ก ๆ
ปิดกั้นผู้เห็นต่าง
ปล่อยให้กฎหมายที่บิดเบี้ยวทำลายชีวิตคน
และทำให้อุดมการณ์กลายเป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้อีกต่อไป

การ vote no ของหนูคือ
การยืนยันว่าประชาธิปไตยต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชน
ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่ออำนาจ
ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อความกลัว
และไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อกฎหมายที่ทำร้ายชีวิตมนุษย์

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ธิษะณา ชุณหะวัณ
08/02/69

น.ส.ธิษะณา ยังได้ตอบโต้ผู้มาคอมเมนต์ด้วยว่า “พูดอยู่นี่ไงคะ นี่ไม่โพสต์ตรงไหน คุณน่าจะมีปัญหากับตรรกะหลายอย่าง อดีต สอสอทุกคนที่ วิพากษ์วิจารณ์พรรคได้ต่อว่าแบบเดียวกับคุณเหมือน copy and paste “เพราะไม่ได้ลงต่อจึงวิจารณ์พรรค” ขอความเห็นใหม่บ้างได้ไหมคะที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ดิฉันโพสต์ไม่ใช่แค่ที่ว่าดิฉันวิพากษ์วิจารณ์เพราะทุกคนแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ทุกพรรคการเมืองได้ค่ะ”

“แล้วอย่าลืมผู้สมัครเขตที่ลงกรุงเทพมหานครเขตสองแทนดิฉันด้วยนะคะว่าปลอมแปลงเอกสารเอามาให้ดิฉันเซ็นโดยที่ดิฉันไม่ได้เป็นผู้ร่างเอกสารนั้นในการเป็น recommendation letter ให้มาดำรงตำแหน่งแทนดิฉัน เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย คนแบบนี้เหรอคะที่จะมาเป็นผู้แทน”

“แล้วคุณจะได้เรียนรู้ว่า การเห็นต่างแม้เพียงน้อยนิดของคุณกับด้อมของพรรคตัวเอง มันน่ากลัวแค่ไหน ไม่ใช่เพราะความคิดเราผิด แต่เพราะไม่เหมือนความเห็นของคนส่วนใหญ่ การคิดต่างแค่บางจุดหรือเล็กน้อย หากคนส่วนใหญ่ไม่ถูกใจ จะต้องแลกมาด้วยความผลักไสและเกลียดชัง
และนี่แหละ คือ “ประชาธิปไตย” ในความหมายของคนกลุ่มนี้
ปล. ดิฉันไม่ใช่ FC และอยู่คนละฝั่งทางการเมือง
แต่เข้าใจในสิ่งที่คุณพยายามสื่อ และรับรู้ถึงความผิดหวังและความเจ็บปวดนั้น
เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริง
คือการที่ทุกคนมีสิทธิ์ยืนอยู่ในจุดที่ตัวเองเลือก
ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
และไม่มีใครมีสิทธิ์จัดวางชีวิตของใคร “

ทั้งนี้ นส.ธิษะณา เป็นบุตรสาวของ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นหลานของ พล.อ.ชาติชาย และท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ

ชวน หลีกภัย เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมืองตรัง

ชวน หลีกภัย เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมืองตรัง

ชวน หลีกภัย เข้าคูหาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมืองตรัง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.38 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่พลเมืองแบบอย่าง ณ หน่วยเลือกตั้งวัดควนวิเศษ ถนนวิเศษกุล ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

ปธ.กกต.เข้าคูหา ตั้งเป้าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ 75

ปธ.กกต.เข้าคูหา ตั้งเป้าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ 75

ปธ.กกต.เข้าคูหา ตั้งเป้าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ 75

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.34 น.

ปธ.กกต.ตรวจหน่วยเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ ลานจอดรถ CDC ก่อนเข้าคูหาใช้สิทธิ์ พร้อมให้กำลังใจ กปน.ปฏิบัติหน้าที่รอบคอบ ตั้งเป้าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ 75

ช่วงเช้าวันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2569) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตเลือกตั้งที่ 14 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (เต๊นท์ลานจอดรถ คริสตัลดีไซน์ เซ็นเตอร์ CDC) โดยมี ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักงาน กกต.

ทั้งนี้ ระหว่างตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ประธาน กกต.ได้อธิบายขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกำชับให้ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน นายณรงค์ ยังได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เขตเลือกตั้งที่ 14 ซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 655 คน โดยประธาน กกต.มีชื่อในลำดับที่ 617

ทั้งนี้ นายณรงค์ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ ว่า กกต.มีความพร้อมทั่วประเทศ เพราะมีการเตรียมการกันมานาน ภาพรวมตั้งแต่เช้ายังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือความผิด และเราไม่กังวลว่าประชาชนจะทำ สัญลักษณ์ผิด เพราะในหน่วยจะมีตัวอย่างการกากบาทที่ถูกต้อง ว่าแบบใดเป็นบัตรดี บัตรสี การกากบาท ขอให้มีจุดตัด รวมทั้งการออกเสียงประชามติต้องใช้เครื่องหมายกากบาทเช่นกัน จะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ถ้าไปติ๊กเครื่องหมายถูก จะเป็นบัตรเสียทันที ส่วนการฉีกบัตรไม่กังวล เพราะที่ผ่านมาเป็นส่วนน้อย กรณีเจตนาทำผิดจริงๆ มีน้อยมาก

“ยืนยันว่าพร้อม 100% โดยเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ซึ่งเป็นวันที่กระจายวัสดุ อุปกรณ์ บัตรเลือกตั้ง ตนก็ได้เน้นย้ำทางกปน.ให้ช่วยอำนวยความ สะดวกในการการเลือกตั้งให้ดีที่สุด”

นายณรงค์ กล่าวถึงความคืบหน้าการร้องเรียนต่างๆ ว่า การซื้อเสียง ยอมรับว่ามี ทางกกต.ดำเนินการมาตลอด ถ้าพบว่ามีความเกี่ยวข้อง กับผู้ใดก็ดำเนินการ และขอเน้นย้ำกรณีศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิ ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หากประชาชนไปออกเสียงลงคะแนน ให้จะถือว่าเป็นบัตรเสียทันที อย่างไรก็ตามตั้งเป้าว่าประชาชนจะออกมา ใช้สิทธิมากกว่าของเดิมที่ร้อยละ 75 ครั้งนี้หากได้ร้อยละ 80 ถึง 90 ก็จะเป็นการแสดงพลังของประชาชนในการกำหนดทิศทางของประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีความกังวลกับหน่วยเลือกตั้งกับหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขต ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวเสริมว่าหน่วยออกเสียงนอกเขต จะแยกต่างหากสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้ จะจัดไว้แยกต่างหาก ซึ่งแยกจากหน่วยออกเสียงปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากลงคะแนนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น ประธาน กกต.พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี

– 006

อิ๊งค์ ควงแม่-พี่สาว เข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้ง-ประชามติ ก่อนเข้าพรรคลุ้นผลเย็นนี้

อิ๊งค์ ควงแม่-พี่สาว เข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้ง-ประชามติ ก่อนเข้าพรรคลุ้นผลเย็นนี้

อิ๊งค์ ควงแม่-พี่สาว เข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้ง-ประชามติ ก่อนเข้าพรรคลุ้นผลเย็นนี้

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.53 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติ หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เต็นท์บริเวณลานกีฬา 1  หมู่บ้านเคหะธานี 3 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว

โดยหลังลงคะแนนเสร็จ มีแฟนคลับมาขอถ่ายภาพร่วมกับ น.ส.แพทองธาร และครอบครัว จากนั้น น.ส.แพทองธาร ได้เดินทางกลับเข้าบ้านพักทันทีและจะเข้าไปลุ้นผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยในช่วงเย็น

– 006

พะเยาคึกคัก! ธรรมนัส ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ เตรียมเข้ากรุงลุ้นผลคะแนนเย็นนี้

พะเยาคึกคัก! ธรรมนัส ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ เตรียมเข้ากรุงลุ้นผลคะแนนเย็นนี้

พะเยาคึกคัก! ธรรมนัส ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ เตรียมเข้ากรุงลุ้นผลคะแนนเย็นนี้

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.27 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 อาคารอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง โดยระบุว่า การเลือกตั้งทุกครั้งยังคงสร้างความตื่นเต้น แม้จะผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาหลายครั้งแล้วก็ตาม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จนถึงขณะนี้ระยะเวลากว่า 2 ปี ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่รวดเร็วเกินไปสำหรับการทำงานการเมืองในกรอบ 4 ปี เพราะหลายโครงการและแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และยังไม่ทันได้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนและรอการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

“ความรู้สึกของนักการเมืองคือเวลา 2 ปีกว่ายังเร็วเกินไป เราเตรียมการทำงานไว้สำหรับ 4 ปี หลายเรื่องกำลังเดินหน้า แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองไม่มีเสถียรภาพ การผลักดันนโยบายและการแก้ไขปัญหาก็สะดุด” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ภายหลังลงคะแนนเสียง ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคกล้าธรรม กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามการนับคะแนนร่วมกับสมาชิกพรรคกล้าธรรม ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดพะเยาจะมีทีมงานติดตามบรรยากาศและรายงานผลอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพะเยาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยย้ำว่าเสียงของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางการเมืองและการพัฒนาบ้านเกิด จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวพะเยาออกมาใช้สิทธิของท่าน เสียงของท่านมีคุณค่าและมีความหมายต่อการพัฒนาจังหวัดพะเยา บ้านเกิดของพวกเราทุกคน

– 006

ดร.เอ้ เข้าคูหาบางกะปิ มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ลั่นเป็นวันสำคัญที่สุด

ดร.เอ้ เข้าคูหาบางกะปิ มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ลั่นเป็นวันสำคัญที่สุด

ดร.เอ้ เข้าคูหาบางกะปิ มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ลั่นเป็นวันสำคัญที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.18 น.

“ดร.เอ้”ควงพ่อแม่ เข้าคูหาบางกะปิ มั่นใจการเมืองสร้างสรรค์ชนะใจคนไทย ลั่นเป็นวันสำคัญที่สุด เชิญชวน ปชช.ออกมาใช้สิทธิ์ อุบพรรคร่วมรัฐบาลในใจ

8 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง) ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยครอบครัว

นายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการใช้สิทธิ์ว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พาบิดา มารดา และภรรยามาใช้สิทธิ์พร้อมหน้ากัน โดยเฉพาะบิดามารดาที่อายุเกือบ 90 ปีแล้ว แต่ยังมีความตื่นตัวและตั้งใจมาเลือกตั้ง ผมโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจมาตลอด เพราะว่าเป็นลูกคนเดียวด้วย คุณพ่อคุณแม่จะอยู่ในทุกช่วงสำคัญของชีวิต ตั้งแต่เราเด็กๆ แล้วเราก็ก้าวมาทำการเมือง ให้กำลังใจทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อเช้า ก็กราบขอพรคุณพ่อคุณแม่ด้วย

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่ามีความมั่นใจในแนวทางการเมืองแบบสร้างสรรค์ และเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้โอกาสนโยบายที่ทำเพื่อประเทศชาติ

“มั่นใจ เพราะผมพูดเสมอว่าผมทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ แล้วก็เชื่อมั่นว่าคนไทยเนี่ยต้องเปิดหัวใจ ให้พรรคการเมือง ให้คนทำงานการเมืองสร้างสรรค์ที่เน้นเรื่องนโยบายจริงๆ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตผม และก็น่าจะเป็นวันที่สำคัญที่สุดของการเมืองไทยวันหนึ่งเช่นกันครับ” นายสุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงพรรคร่วมรัฐบาลในใจ นายสุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้ายเพียงสั้นๆ ว่า “วันนี้ก็พูดไม่ได้ มีในใจแน่นอนครับ”

– 006

เอกนิติ ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ ชวนคนไทยร่วมสร้างอนาคตประเทศ

เอกนิติ ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ ชวนคนไทยร่วมสร้างอนาคตประเทศ

เอกนิติ ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ ชวนคนไทยร่วมสร้างอนาคตประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.06 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.10 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย ซึ่งหน่วยเลือกตั้งแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีจุดตั้งเต็นท์ให้บริการ ประชาชนที่จะออกมาเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ทั้งหมด 3 หน่วยเลือกตั้ง เรียงลำดับหน่วยที่ 8 มีผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 623 คน หน่วยเลือกตั้งที่ 9 มีจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 650 คน และ หน่วยเลือกตั้งที่ 10 มีจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 641 คน

โดย นายเอกนิติ มีรายชื่อใช้สิทธิ์ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ลำดับที่ 80 ทันทีที่นายเอกนิติเดินทางเข้าคูหาปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ก่อนลงคะแนนเสียงชูบัตรหย่อนลงในหีบเลือกตั้ง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ กกต.คอยอำนวยความสะดวก ส่วนภาพรวมประชาชนทั่วไป เริ่มทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งต่อเนื่อง

ภายหลังการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายเอกนิติระบุว่า ได้มีการทำการบ้านศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งมาแล้วเพื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจไม่สับสน และขากการมาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างที่จะราบรื่น ไม่ได้มีปัญหาอะไร และอยากเชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์เพื่อร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน

ด้าน ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งบางส่วน ยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความตื่นตัวเพราะอยากเห็นประเทศไทยมีการพัฒนามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และคาดหวังว่าหลังจากนี้ จะได้รัฐบาลใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ

– 006

เท้ง ปลุกประชาชนแสดงพลัง! ปชน.นัดแถลงผลเลือกตั้ง 2 ทุ่มคืนนี้ที่พรรค

เท้ง ปลุกประชาชนแสดงพลัง! ปชน.นัดแถลงผลเลือกตั้ง 2 ทุ่มคืนนี้ที่พรรค

เท้ง ปลุกประชาชนแสดงพลัง! ปชน.นัดแถลงผลเลือกตั้ง 2 ทุ่มคืนนี้ที่พรรค

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.52 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเขตเลือกตั้งที่ 32 กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน

ซึ่งในเวลา 09.46 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 1 ของพรรคประชาชน เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านั้น พี่สาวและคุณพ่อคุณแม่ เดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงบางเชือกหนัง ไปก่อนแล้ว

โดยนายณัฐพงศ์ มีสีหน้ายิ้มแย้ม และยกมือทักทายสื่อมวลชน และสื่อต่างประเทศ จำนวนมากที่มามารอสังเกตการณ์ ที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว และระหว่างที่นายณัฐพงศ์กำลังจะเดินเข้าคูหาคุณพ่อคุณแม่และพี่สาวซึ่งเลือกตั้งเสร็จก็ได้เดินออกมาทักทายและสวมกอดให้กำลังใจนายณัฐพงศ์

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจวันนี้ได้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและลงประชามติ แล้วแต่พี่ก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทราบว่าประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันค่อนข้างคึกคักมาก ก็รู้สึกดีใจ ก็มั่นใจว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เกิน 70% มากกว่าครั้งที่แล้ว ดูจากบรรยากาศที่ได้ออกไปรณรงค์ ก่อนหน้านี้ก็พบว่าประชาชน มีการตอบรับและให้ความสนใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ นี่ก็อยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ทุกคนวันนี้มีเวลา มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ถึง 17.00 น.อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติ เพราะว่าตอนนี้อำนาจอยู่ที่ปลายปากกาของพี่น้องประชาชนทุกคน ถ้าใครที่อยากเห็นอนาคตที่ดีกว่า ประเทศไทยก็ขอให้ออกมาแสดงพลังกันเยอะๆ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่าขณะนี้การเลือกตั้งยังราบรื่นดีและอยากให้สื่อมวลชนไป ใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย ออกเสียงประชามติด้วย

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ทางพรรคได้เตรียมทีมงานกระจายตัวไปเป็นผู้สังเกตการณ์ในการออกคะแนนเสียงทั้งวันและในการนับคะแนนเสียง และในการทำหน้าที่ประชาชนในการพิทักษ์สิทธิ์และเสียงประชาชนทุกคน

หลังจากที่พรรคส่งผู้สังเกตการณ์ไปออกแล้วตอนนี้ก็ยังได้รับรายงานที่เป็นข้อน่ากังวลอะไรกับการออกเสียงเลือกตั้ง ก็ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย ให้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ การออกเสียงประชามติครั้งนี้ เป็นไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ที่พรรคประชาชนจะมีการแถลงผลอย่างไม่เป็นทางการอีกครั้งในเวลาประมาณ 20.00 – 21.00 น.

ด้าน นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ บิดานายณัฐพงษ์ กล่าวภายหลังการลงคะแนนเสียเลือกตั้ง และลงประชามติ ว่า นายณัฐพงษ์ ไม่ตื่นเต้นอะไร ความตื่นเต้นได้หายไปตั้งแต่ได้เป็น ส.ส. ครั้งแรกแล้ว จากนั้นเขาก็ทำดีที่สุดมาตลอดเวลา และการออกมาเลือกตั้งวันนี้ ก็ไม่ได้ถือฤกษ์ถือยามอะไร เอาฤกษ์สะดวก วันนี้ใส่เสื้อสีส้มมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพื่อเป็นกำลังใจลูก ซึ่งเมื่อเช้านี้ตนก็เดินทางมาที่หน่วยเลือกตั้งครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อมาดูความเรียบร้อยของหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากดารเลือกตั้วึรั้งก่อน ครอบครัวตนเคยไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีกฝั่งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง 16 จึงเดินทางมาดูความเรียบร้อยก่อนที่จะพาครอบครัวมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สำหรับตนก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเมื่อคืนนี้ก็นอนหลับสบาย

ศุภจี ควงคุณแม่และลูกชาย ใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนปชช.ออกมาทำหน้าที่เพื่ออนาคตประเทศ

ศุภจี ควงคุณแม่และลูกชาย ใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนปชช.ออกมาทำหน้าที่เพื่ออนาคตประเทศ

ศุภจี ควงคุณแม่และลูกชาย ใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนปชช.ออกมาทำหน้าที่เพื่ออนาคตประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.51 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา09.05 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 143 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เขตที่ 4 โรงเรียนประเสริฐอิสลาม นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ซึ่งมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลำดับที่ 694 เดินทางมาลงคะแนนเสียงพร้อมด้วยบุตรและมารดาในเขตเลือกตั้งนี้

โดยนางศุภจีได้ตรวจสอบรายชื่อผู้สิทธิ์กับกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย ก่อนจะรับบัตร 3 ใบ เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครบทั้ง 3 ใบ

หลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว นางศุภจี ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันนี้ทั้งแบบเขตแบบบัญชีรายชื่อ และประชามติด้วยว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เสียงของพี่น้องประชาชนทุกคนสำคัญ เรามากำหนดอนาคตประเทศไปด้วยกัน ส่วนตนพร้อมกับครอบครัววันนี้ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว