พิธา มาไวเคลมไว! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เสร็จปุ๊บ บินด่วนกลับอเมริกาปั๊บ

พิธา มาไวเคลมไว! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เสร็จปุ๊บ บินด่วนกลับอเมริกาปั๊บ

พิธา มาไวเคลมไว! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เสร็จปุ๊บ บินด่วนกลับอเมริกาปั๊บ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.16 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 07.45 น.ที่ธนาคารออมสิน หน้าห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางมาลงคะแนนที่จุดเลือกตั้งและที่ออกเสียง หน่วยที่ 7 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดย นายพิธา เปิดเผยว่า เมื่อเลือกตั้งเสร็จต้องรีบไปสนามบิน ถือเป็นการเลือกตั้งทิ้งทวนก่อนจะไปอยู่ที่ต่างประเทศ เนื่องจากบุตรสาวกำลังศึกษาอยู่ 2 สัปดาห์แล้วที่ไม่ได้เรียนพร้อมเพื่อนคนอื่น จึงต้องรีบกลับไป

ลุงป้อม โชว์ฟิตเข้าคูหาใช้สิทธิ บอกชัด อยากให้ใครเป็นรัฐบาล ก็เลือกคนนั้น

ลุงป้อม โชว์ฟิตเข้าคูหาใช้สิทธิ บอกชัด อยากให้ใครเป็นรัฐบาล ก็เลือกคนนั้น

ลุงป้อม โชว์ฟิตเข้าคูหาใช้สิทธิ บอกชัด อยากให้ใครเป็นรัฐบาล ก็เลือกคนนั้น

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.14 น.

บิ๊กป้อม ควงน้องชาย เดินจากบ้านลาดพร้าว 71 มาใช้สิทธิเลือกตั้งคิวแรกๆ พร้อมเชิญชวนปชช.ออกมาใช้สิทธิ บอกอยากให้ใครเป็นรัฐบาลก็เลือกคนนั้น ชี้ รบ.ใหม่ต้องเข้มแข็ง

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 08.01 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมด้วย พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา น้องชาย ได้เดินเท้าจากบ้านในซอยลาดพร้าว 71 มายังหน่วยเลือกตั้งที่ 12 (สวนสาธารณะวังทอง) แขวงสะพานสอง ซอยลาดพร้าว 71 เขตวังทองหลาง ซึ่งอยู่ใกล้กัน เพื่อมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ เมื่อมาถึงหน่วยเลือกตั้งพล.อ.ประวิตร ได้มายืนต่อคิวตามปกติ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่ง พล.อ.ประวิตร เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในลำดับที่ 462 

ทั้งนี้ ระหว่างรอคิว ยังมีประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ เข้ามาทักทายพล.อ.ประวิตร เป็นระยะๆ ทั้งนี้ ภายหลังลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น จึงได้เดินทางกลับในเวลา 08.31 น.

พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ หากเราต้องการรัฐบาลคนไหนก็เลือกคนนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเย็นจะไปติดตามลุ้นผลการเลือกตั้งที่ไหน พล.อ.ประวิตร ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ไม่ไปหรอกครับ นอนบ้าน 

เมื่อถามว่า อยากให้อวยพรประเทศไทยที่กำลังจะได้รัฐบาลใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ก็ต้องเข้มแข็ง เมื่อถามว่า มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีนะครับ

บางกะปิคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ 2569

บางกะปิคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ 2569

บางกะปิคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ 2569

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.54 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ 2569 ในช่วงเช้าวันนี้ โดยภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยเฉพาะที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 83 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสวนหย่อมตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ มีประชาชนทยอยเดินทางมารอใช้สิทธิกันตั้งแต่ก่อนเปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 08.00 น.

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบลำดับรายชื่ออย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับบัตรเลือกตั้ง 3 ใบ (ส.ส. แบบแบ่งเขต, ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ) ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นระเบียบเรียบร้อย

ตลิ่งชันคึกคัก! ปชช.แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งควบประชามติ เท้งจ่อลงคะแนน 9 โมงครึ่ง

ตลิ่งชันคึกคัก! ปชช.แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งควบประชามติ เท้งจ่อลงคะแนน 9 โมงครึ่ง

ตลิ่งชันคึกคัก! ปชช.แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งควบประชามติ เท้งจ่อลงคะแนน 9 โมงครึ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.37 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน ที่หน่วยเลือกตั้ง วัดทองบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯฯ ซึ่งในเวลา 09.30 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

และก่อนที่จะเปิดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในเวลา 08.00 ถึง 17.00 น.เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง ได้นำหีบบัตรสีเขียว เลือก สส.แบบแบ่งเขต , บัตรสีชมพู เลือกพรรคที่ใช่ และบัตรสีเหลือง ใช้สิทธิ เห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ กับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มาจัดเตรียมความพร้อมยังหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และลงประชามติ

โดยก่อนถึงเวลาการเลือกตั้ง มีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อตรวจสอบรายชื่อและสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และการลงประชามติ จากนั้นเวลา 08.00 น.เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งได้เปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายในคูหา ด้วยความเรียบร้อย

– 006

เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง

เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง

เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.27 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กกต.เพิ่งตื่น ทำงานล่าช้า ล้มเหลว

ผมได้ฟังการแถลงข่าวของคณะกรรมการเลือกตั้ง โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้กล่าวว่า หลังจาก กกต.ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จับชุดเคลื่อนที่เร็วมาแล้ว 2 สัปดาห์ รวมทั้งการตั้งจุดสกัดทั่วประเทศในช่วงกลางคืน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ 2 ราย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ยังติดตามการสืบสวนสอบสวนและเกาะติดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ ยังส่งหน่วยการข่าวชุดสอบสวนลงพื้นที่อีก 10 กว่าชุด จะเห็นได้ว่า กกต.ได้มีการปฏิบัติการจับกุมตามที่เป็นข่าว ในวันก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วัน ทั้งที่การซื้อเสียงมีการจดชื่อ มีการจ่ายเงินล่วงหน้ามาเป็นเวลาหลายวันแล้ว ถ้าหาก กกต.ได้ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ก่อนจากนี้ 2 สัปดาห์จริง ก็คงจะมีการจับกุมหรือมีผลการปฎิบัติงานให้เห็นบ้าง แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นเลย

แม้ว่าจะมีการซื้อเสียงและทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกจังหวัดทั่วประเทศ กกต.สามารถจับกุมได้ และนำมาแถลงข่าวเพียง 4 จังหวัดเท่านั้น นับว่าน้อยมาก ถือว่าเป็นการปฏิบัติการที่ล้มเหลว และไม่สามารถจะป้องปรามหรือจับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อเสียงที่บอกว่า กำลังส่งหน่วยข่าวไปเกาะติดพื้นที่ ในจังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น

ก็ต้องเรียนว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชซื้อเสียงกันอย่างหนักทุกเขตเลือกตั้ง ชาวบ้านรู้กันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต 2 มีการซื้อก่อนล่วงหน้าแล้ว แจกเงินซื้อเสียงกันทั้ง 3 พรรค จนเป็นที่รับรู้กัน เพราะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินเพิ่ม และให้มีการตรวจสอบว่า หัวคะแนนหรือแกนนำ อมเงินหรือหักหัวคิวเงินค่าซื้อเสียงหรือไม่ จากเดิมตกลงกันว่าราคาหัวละ 1000 บาท แต่กลับจ่าย 500 บาท จนมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอา 500 บาทกลับคืนมา ทำให้มีกระแสข่าวว่าผู้สมัครบางคนคิดจะนำเงินอีก 500 บาทไปจ่ายเพิ่ม

พฤติกรรมเหล่านี้ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัดในประเทศไทย ที่น่าเสียดายก็คือ กกต.มาทำงานเชิงรุกใน 2 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการปฏิบัติการซื้อเสียงมีมาก่อนหน้านี้ เป็นเวลา 1 – 2 สัปดาห์แล้ว ถ้ายึดหลักการซื้อเสียงในคืนหมาหอนตามวัฒนธรรมการซื้อเสียงแบบเก่าๆ ในอดีต เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยุคนี้ไม่มีคืนมาแล้ว การเมืองการซื้อเสียงพัฒนาไปไกล มีการซื้อเสียงก่อนหน้านี้มาหลายวันแล้ว

การออกมาแถลงข่าวของ กกต.ในครั้งนี้ ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ล้มเหลว และเป็นการประจานการปฎิบัติงานของ กกต.ในเรื่องการซื้อเสียง หรือป้องกันการซื้อเสียงด้วยซ้ำไป

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’ ตะเพิดจีนสแกมเมอร์

เปิดศึกยึดคืนอธิปไตย! “กัน จอมพลัง”ลุยประชิดรั้วตราดร่วมทหารนาวิกโยธินวางตู้คอนเทนเนอร์ครึ่งร้อยใบซ้อน 2 ชั้นปิดตายแนวเขตทับซ้อนไทย-เขมร ไล่ตะเพิดแก๊งทุนจีนเทากร่าง ซุ่มกบดานทำสแกมเมอร์พ้นพื้นที่ไทย ลั่นใครกล้าแหยมแตะต้องมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ถึงขั้นวิญญาณหลุดแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราดว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนาม “กันจอมพลัง” พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดตราดติดตามการวางแนวตู้คอนเทนเนอร์ 50 ใบ เพื่อกั้นแนวรอยต่อเขตแดนไทย-กัมพูชาบริเวณจุดที่มีปัญหาอ้างสิทธิ์ทับซ้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่กลุ่มทุนจีนเข้ามาตั้งร้านค้าและรีสอร์ทแฝงตัวอยู่ ซึ่งการทำรั้วครั้งนี้เพื่อตัดปัญหาการกระทบกระทั่ง และทำให้เขตแดนไทยชัดเจนขึ้นเหมือนโมเดลหนองจานที่เคยสำเร็จมาแล้ว

งานนี้กันจอมพลังไม่ได้มาเล่นๆ ได้ประสานงานกับกองทัพเรือ รวบรวมรายชื่อคนจีนกลุ่มนี้ส่งสถานทูตจีนตรวจสอบด่วน หลังพบพฤติกรรมน่าสงสัยและเคยก่อเหตุยั่วยุทำร้ายทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้คาสิโนและเป็นชุมชนปิด จึงสงสัยว่าอาจเป็นรังของแก๊งสแกมเมอร์ที่มาแฝงตัวตามตะเข็บชายแดน ส่วนเรื่องมวลชนที่จะมาต่อต้าน เจ้าตัวประกาศลั่นไม่กลัว พร้อมเผยแผนสำรองเตรียมรถส้วมไว้จัดการ และเตือนฝ่ายตรงข้ามว่าห้ามเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์เด็ดขาดเพราะมีไม้เด็ดซ่อนไว้ ใครฝ่าฝืนอาจถึงขั้นวิญญาณหลุดได้

กันจอมพลัง ยืนยันว่า เป้าหมายใหญ่ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวตราด ให้ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ไม่ต้องอพยพหนีภัยจากการปะทะกันบ่อยๆ เหมือนที่ผ่านมา

ต่อมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินตราด ได้ร่วมกับทีมงานมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ และภาคเอกชน ได้ทำการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์จากจุดพักบริเวณปั๊มน้ำมันนำไปติดตั้งเป็นแนวกั้นบนถนนทั้งสองเส้นทางตามแผนที่วางไว้ โดยใช้รถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนนำรถโฟล์คลิฟท์เคลื่อนย้ายไปยังจุดติดตั้งเพื่อวางเป็นแนวยาวตลอดเส้นทางเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเจ้าหน้าที่ดำเนินการวางตู้คอนเทรนเนอร์แนวรั้ว มีชาวจีนและชาวกัมพูชาบางส่วนเข้ามาพูดคุย ถ่ายภาพ และบันทึกคลิปวิดีโออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีทหารฝั่งกัมพูชาเดินตรวจการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยยืนคุมเชิงสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เพียง 100 เมตร แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ได้ครบทุกจุดตามแผน ลักษณะการวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นการซ้อน 2 ชั้น ต่อเนื่องเป็นระยะทาง 50 เมตร

ด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่องการควบคุมอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับมาตรการตามสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ภาพรวมจะเริ่มดีขึ้นจนมีการผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้ทำมาหากินหรือใช้ในภาคธุรกิจได้บ้าง แต่พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญยัง “การ์ดสูง” สั่งล็อกพื้นที่ห้ามบินโดรนพลเรือนเด็ดขาดครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดนตะวันออก ไล่มาตั้งแต่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด รวมถึงเขตนิคมอุตสาหกรรมและแหล่งพลังงานในจังหวัดชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่รอบสนามบินทุกแห่งในระยะ 9 กิโลเมตรอีกด้วย

สำหรับกฎเหล็กที่คนเล่นโดรนต้องแม่นคือ ทั้งคนบินและตัวโดรนต้องลงทะเบียนกับ CAAT ให้ถูกต้อง และหากจำเป็นต้องบินในพื้นที่ควบคุมต้องยื่นขออนุญาตผ่านระบบ UAS Portal ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน โดยกำหนดเพดานบินห้ามเกิน 90 เมตร และบินได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น. เท่านั้น หากใครจะบินช่วงค่ำต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และที่สำคัญคือห้ามบินหลังเที่ยงคืนถึงตี 4 โดยเด็ดขาดทุกกรณี หากใครฝ่าฝืนแอบนำโดรนขึ้นบินสุ่มสี่สุ่มห้า มีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แถมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีอำนาจใช้ระบบ Anti-Drone สอยโดรนให้ร่วงได้ทันทีหากพบเหตุสงสัยที่เป็นภัยต่อความมั่นคง

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นโคม่าและยังมีโอกาสฟื้นตัว หากรัฐบาลใหม่เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยควรเปลี่ยนบทบาทจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าในระดับอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)”

นายธนวรรธน์ พลวิชัย

อธิการบดีและปธ.ที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้นได้มีหนังสือหารือสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของนักเรียนพลตำรวจ ตามหนังสือกรมตำรวจ ด่วนที่สุดที่ มท 0604.1/2927 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2531 ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ตอบข้อหารือดังกล่าวตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0514/20601 ลงวันที่ 29 เมษายน 2531 ว่าโรงเรียนตำรวจที่นักเรียนพลตำรวจซึ่งกรมตำรวจบรรจุเป็นพลสำรอง เพื่อเข้ารับการอบรมไม่ถือเป็นท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก ทุกหน่วยงานในกรมตำรวจจึงถือปฏิบัติตามแนวทางในหนังสือหารือดังกล่าวในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตำรวจมาโดยตลอด

เมื่อผู้ฟ้องคดีได้รับคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งเป็นพลตำรวจสำรองพิเศษ กองปราบปราม ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน หรือโต้แย้งเกี่ยวกับท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกต่อกรมตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดเดิมแต่อย่างใด จึงเชื่อได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รู้หรือควรรู้ถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับท้องที่ที่ผู้ฟ้องคดี เริ่มรับราชการครั้งแรกตามกฎหมายว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการแล้ว

เมื่อผู้ฟ้องคดีโอนมารับราชการเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครองโดยได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานศาลปกครองกลางซึ่งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการโดยรู้อยู่แล้วว่าท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกของผู้ฟ้องคดี คือท้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามระเบียบคณะกรรมการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีได้รู้ถึงเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งที่อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ตั้งแต่ในขณะได้รับคำสั่งดังกล่าวแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจอ้างความเชื่อโดยสุจริตในความคงอยู่ของคำสั่งดังกล่าวได้ตามมาตรา 51 วรรคสาม (3) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

ตำรวจสายตรวจ สภ.พาน จังหวัดเชียงราย รวบอดีต ส.อบต. คารถเก๋ง พบเงินสด–รายชื่อ124คน รับสารภาพ พร้อมยิงกระสุนหัวละ 500 บาท หนุนผู้สมัครพรรคดังรายหนึ่ง ด้าน ธปท.ส่งข้อมูลเบิกเงินผิดปกติให้ กกต. เพิ่มอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้ส่งมาแล้ว 6 บัญชี

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน จ.เชียงราย ได้ตรวจสอบกรณีช่วงเวลาประมาณ18.00 น.วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.พาน ได้รับแจ้งว่าจะมีการรวบรวมรายชื่อบุคคลและจะขนเงินสดไปซื้อเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ จึงได้ออกเฝ้าตรวจตามจุดต่างๆ

เวลาต่อมาเมื่อไปถึงถนนสาธารณะพื้นที่หมู่บ้านแม่ต๊าก หมู่ 5 ต.สันกลาง อ.พานจ.เชียงราย ได้พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาส ด้า สีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับผ่านมาจึงได้เรียกตรวจสอบ

จากการตรวจพบมีนายเจริญ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นคนหนึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต อ.พาน เมื่อจะตรวจภายในรถปรากฎว่านายเจริญ พยายามจะหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้ได จากนั้นได้ตรวจค้นในรถพบมีธนบัตรใบละ500 บาทจำนวน 128 ใบ และธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 4 ใบ รวมเป็นเงินสดทั้งหมดจำนวน 64,400 บาท นอกจากนี้พบเอกสารเป็นโพยรายชื่อชาวบ้านจำนวน 7 แผ่น ภายในมีรายชื่อและนามสกุลบุคคลพร้อมบ้านเลขที่จำนวน 124 ราย หัวเอกสารระบุว่าเป็นโพสำรวจผู้สนับสนุนผู้สมัครคนหนึ่งโดยมีรายชื่อผู้สำรวจเอาไว้อย่งชัดเจนรวมทั้งพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง

สอบถามนายเจริญ เบื้องต้นให้การรับว่าได้นำของกลางทั้งหมดมาจากนาย ท.หรือเรียกกันว่า สจ.อ.เพื่อให้นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มีรายชื่ออยู่ในโพยคนละ 500 บาท เพื่อเป็นการจูงใจใหัลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับผู้สมัครคนหนึ่งของพรรคการเมืองชื่อดัง ซึ่งไม่เคยเป็น ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 4 นี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกถ้อยคำและให้ชี้เอกสารต่างๆ ตามที่รับก่อนตั้งข้อหาว่า “กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นส.ส.ด้วยวิธีการดังกล่าวต่อไปนี้ 1.จัดทำ ให้ เสนอ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินให้แก่ผู้ใด” ซึ่งนายเจริญได้รับทราบพร้อมรับสารภาพตลอดกล่าวหา.

มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งมาแล้ว 6 บัญชี โดยทางสำนักงานฯได้แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ทาง ธปท.แจ้งว่าพบความปกติของการเบิกเงิน โดยสั่งการให้มีการเฝ้าระวังติดตามการกระจายของเงินที่อาจจะใช้ไปในการซื้อเสียงเลือกตั้ง รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้

ขณะเดียวกันสำนักงานฯได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคอีสานพบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการในการติดตาม และป้องปรามมากขึ้น

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อหมด

“กกต.” เผยศาลสั่งถอนผู้สมัคร สส. เขต 18 คน จาก 9 พรรคการเมือง และบัญชีรายชื่อ 31 คน จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ์ เตือนไม่เลือกกากบาทช่องผู้สมัคร สส.ถูกตัดสิทธิ เพราะจะเป็นบัตรเสีย ส่วนผู้สมัครบัญชีรายชื่อถูกตัดสิทธิไม่กระทบ ยังเลือกพรรคได้

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั่วประเทศ ว่าวันพรุ่งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่มีการเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติในที่เดียวกัน โดยหน่วยเลือกตั้ง 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 52 ล้านคน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้พร้อมในการออกไปใช้สิทธิ์โดยตรวจสอบสถานที่ไปใช้สิทธิ หมายเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและหมายเลขพรรคที่จะเลือก รวมถึงตอบประเด็นออกเสียงประชามติ และเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการแสดงตน ได้แก่บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวผู้พิการ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ รวมถึงเอกสารแสดงตนดิจิทัล

พร้อมกันนี้ รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่าศาลฎีกาได้มีคำสั่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต จำนวน 18 คน ได้แก่

1.นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ จ.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม 2.น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย จ.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย 3.นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ จ.ตาก เขต 3 หมายเลข 6 พรรคประชาชน 4.นายพสิษฐ์ คำชัย จ.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม 5.นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์จ.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม 6.น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด จ.ระยอง เขตที่ 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ 7.นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย 8.นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัครเขต 3 นครศรีธรรมราช หมายเลข 9 พรรคพลวัต 9.นายบุญเสริม หัตถยานนท์ จ.นครศรีธรรมราช เขต 4 หมายเลข 9 พรรคเพื่อบ้านเมือง

10.นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จ.นครศรีธรรมราช เขต 7 เบอร์ 3 พรรคกล้าธรรม 11.น.ส.ณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ จ.ชลบุรี เขต 6 หมายเลข 12 พรรค ไทยสร้างไท 12 นายหร้าหมาน คลเรียน จ.พังงา เขต 1หมายเลข 6 พรรคพลวัต 13.นายสมชัย นันทาภิรัตน์ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม

14.นายกิตติพัทธ์ แก้วใส จ.อุตรดิตถ์ เขต 1 หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ 15.นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ จ.สุราษฎร์ธานี เขต 6 เขต 6 หมายเลข 7 พรรคไทยก้าวใหม่ 16.นายชาติชาย จันทร์สวย จ.อุดรธานี เขต 10 หมายเลข 6 พรรคประชาธิปัตย์ 17.นายสิทธิ โสพสิงห์ จ.อำนาจเจริญ เขต 2 หมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ 18.นายชัยยุตต์ เกิดหลำ จ.สระบุรี เขต 2 หมายเลข 6 พรรคกล้าธรรม

ทั้งนี้ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว เพราะหากไปกากบาทในช่องเลือกผู้สมัครรายดังกล่าวก็จะทำให้กลายเป็นบัตรเสีย ซึ่งในส่วนของประชาชนที่ได้เลือกบุคคลที่ถูกถอนชื่อทั้ง 18 รายไปแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้า บัตรเลือกตั้งดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสียทันที

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังมีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 31 ราย

1.นายสมโชค จันทร์ทอง ผู้สมัคร สส.บัญ ชีรายชื่ออันดับที่ 2 พรรคพลังธรรมใหม่ 2.นายสมัครสุนทรเวทย์ ปรีชาชัยวัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 59 พรรคไทยก้าวใหม่ 3.นายโชคชัย จันทร์วิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญ ชีรายชื่ออันดับที่ 9 พรรคเป็นธรรม 4.นายสมพร ขวัญเนตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 7 พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 5.น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 3 พรรครวมพลังประชาชน 6.นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 40 พรรคไทยก้าวใหม่ 7.นายไชยยศ จิระเมธากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 29 พรรคประชาธิปัตย์ 8.นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 20 พรรครักชาติ 9.สิบตรี สมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 17 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน

10.นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 23 พรรคปวงชนไทย 11.นายวิชัย แซ่เตีย ผู้สมัคร สส.บัญีรายชื่อลำดับที่ 4 พรคไทยพร้อม 12.นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 32 พรรคใหม่ 13.นายรพี ขาวทอง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 17 พรรคทางเลือกใหม่ 14. พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 พรรคกล้าธรรม 15.นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 98 พรรคกล้าธรรม 16.นายพุทธชาติ ช่วยราม ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 พรรคพลังประชารัฐ17.นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่7 พรรคไทยพร้อม 18.นายวุฒิไกร ศรีจันไชย ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 49 พรรคเศรษฐกิจ 19.ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 31 พรรคกล้าธรรม20.น.ส.พนัชกรณ์ ตุลานนท์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 38 พรรครวมไทยสร้างชาติ

21.น.อ. พิเศษ ปริญ ไชยเสวกวิ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 53 พรรคเศรษฐกิจ 22. นายกัมชัย อภิโชครตนกุล ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7พรรคไทยธรรม 23. นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที 9 พรรคฟิวชั่น 24. นายวชิรชัย คงชัย ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 22 พรรคปวงชนไทย 25. นายพร้อมพณ ทินวงศ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 26 พรรคปวงชนไทย 26. นางสาววาเลน ชื่นโชคสันต์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 64 พรรครวมไทยสร้าง ชาติ 27. นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20 พรรคไทยชนะ 28. นายโยธิน วรารัศมี ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 70 พรรคกล้าธรรม 29. นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 พรรคไทยรวมไทย 30. นางสาววริสรา พังงา ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 พรรครักชาติ 31. นายเศรษฐศิษฎ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3พรรคครูไทยเพื่อ ประชาชน

สำหรับผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อจะไม่กระทบกับการลงคะแนนเลือกพรรค เพราะกฎหมายกำหนดให้ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 บัญชี ไม่เกิน 100 รายชื่อ ดังนั้น การถอนรายชื่อผู้สมัครรายใดก็ไม่กระทบกับพรรค ยังสามารถเลือกพรรคได้ตามปกติ ทั้งนี้ได้มีการประสานไปยัง กกต.จังหวัดให้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อออกหน้าหน่วยรวมถึงบนบัตรเลือกตั้งจะขีดฆ่ารายชื่อผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิออก เพราะหากประชาชนไปกากบาทเลือกในช่องดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสีย

พร้อมเน้นย้ำว่าหากเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แล้ว ไม่ได้ไปใช้สิทธิ จะไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ เนื่องจากขาดจากการเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ แต่ยังสามารถไปออกเสียงประชามติได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ ไม่มีชื่อปรากฏในการเลือกตั้งเมื่อวันที่1กุมภาพันธ์ ก็สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ณ หน่วยเลือกตั้งตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ส่วนกรณีที่เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติเป็นคนละที่กันนั้น รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าหากประชาชนไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและประชามตินอกเขต หน่วยเลือกตั้งก็ยังคงเป็นหน่วยเดียวกัน จะเป็นคนละหน่วยเฉพาะกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง แต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต หรือกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ก็จะทำให้หน่วยออกเสียงเป็นคนละที่กัน ส่วนกรณีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ติดหน้าหน่วยที่พบว่ามีสีซีดจางอ่านไม่ออกนั้นในวันเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ก็จะนำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดใหม่ไปติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยแทน ซึ่งจะทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เน้นย้ำกฎหมายว่าตั้งแต่วันที่ 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง ห้ามขาย จำหน่ายจ่ายแจกหรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตพื้นที่หรือทั้งประเทศ พร้อมขอให้พึงระมัดระวังเพราะฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ของฝากก็ยังผู้สมัครและพรรคการเมืองว่า 18.00 น. ในวันนี้ห้ามผู้ใดทำหาเสียงการหาเสียงทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัคร จึงขอฝากไปยังประชาชนทุกคนเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อขาวรายงานว่าสำหรับผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ถูกศาลชื่อนั้น พบว่าเป็นผู้สมัครพรรคกล้าธรรม 6 คน พรรคเพื่อไทย 2 คน พลังประชารัฐ 3 คน พลวัต 2 คน พรรคประชาชน 1 คน ประชาธิปัตย์ 1 คน ไทยสร้างไทย 1 คน พรรคเพื่อบ้านเมือง 1 คน ไทยก้าวใหม่ 1 คน

ขณะที่ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อที่ถูกถอดรายชื่อ พบ พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน ไทยก้าวใหม่ 2 คน พรรคกล้าธรรม 4 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 1 คน พรรครวมพลังประชาชน 1 คน ปวงชนไทย 3 คน พรรครักชาติ 2 คน ครูไทยเพื่อประชาชน 2 คน พรรคไทยพร้อม 2 คน พรรคเศรษฐกิจ 2 คน รวมไทยสร้างชาติ 2 คน พลังประชารัฐ 1 คน พรรคใหม่ 1 คน พรรคทางเลือกใหม่ 1 คน พรรคฟิวชั่น 1 คน พรรคไทยธรรม 1 คน พรรคไทยรวมไทย 1 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และพรรคไทยชนะ 1 คน

ด้านพล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขํา ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคกล้าธรรม และอดีตผู้อำนวยการทหารผ่านศึก กล่าวถึงถูกศาลฏีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส.เหตุไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่า ได้ยื่นคัดค้าน กกต.ตัดสิทธิ์การเลือกตั้งไปแล้ว กรณี ไม่ได้ไปเลือกตั้งเทศบาล เนื่องจากในขณะนั้นไปปฏิบัติราชการ และจะนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นให้ กกต.วันที่ 9 ก.พ.นี้