ประมวลภาพคนบันเทิงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 คึกคัก

ประมวลภาพคนบันเทิงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 คึกคัก

ประมวลภาพคนบันเทิงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 คึกคัก

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.58 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการออกมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งและลงประชามติ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของประเทศในวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนทยอยเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลก็ถูกจับตามองไม่น้อย หลังมีเหล่าคนบันเทิง ดารา นักแสดง และศิลปินชื่อดังจำนวนมาก ตบเท้าเข้าคูหา เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ ทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยอย่างพร้อมเพรียง อาทิ หนุ่ม กรรชัย ,เกรซ กาญจน์เกล้า ,นุ่น วรนุช ,เมย์ เฟื่องอารมย์ ,ศรีริต้า เจนเซ่น ,แพทตี้ อังศุมาลิน ,อาร์ต พศุตม์ เป็นต้น

หลายคนได้เผยภาพและบรรยากาศขณะไปใช้สิทธิผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว พร้อมส่งต่อข้อความเชิญชวนให้แฟนคลับและประชาชนออกมาใช้สิทธิของตนเอง ย้ำว่าการเลือกตั้งและการลงประชามติคือพลังเสียงของประชาชน ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติได้จนถึงเวลา 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งตามรายชื่อที่กำหนดไว้

ทราย เจริญปุระ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เมืองนนท์ ชวนคนไทยออกมาใช้เสียงให้เต็มที่

ทราย เจริญปุระ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เมืองนนท์ ชวนคนไทยออกมาใช้เสียงให้เต็มที่

ทราย เจริญปุระ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เมืองนนท์ ชวนคนไทยออกมาใช้เสียงให้เต็มที่

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.16 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทน ที่ 23 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี เขต 2 ลานจอดรถศูนย์อาหาร ปากซอยติวานนท์ 3 แยก 4 น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย เจริญปุระ นักแสดงชื่อดัง และกำลังมีผลงานภาพยนต์เรื่องกิ่งแก้ว นักโทษประหาร เป็นผู้ที่มีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลำดับที่ 147 

ทราย เจริญปุระ กล่าวว่า วันนี้มาใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งตนใช้สิทธิทุกครั้ง ขอเชิญชวนประชาชนที่อยากเห็นประเทศ และประชาชนเจริญเติบโตก็ออกมาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ และครั้งนี้พิเศษคือมีบัตรสีเหลืองเอาไว้ลงประชามติ ไม่ว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือไม่ออกความเห็น ก็อยากให้ออกมาใช้สิทธิ์กันตรงนี้ อาจจะสับสนนิดหน่อยแต่มีคนให้ข้อมูลที่จุดลงคะแนน สำหรับผลงานตอนนี้มีภาพยนต์เรื่อง กิ่งแก้ว ที่กำลังฉายอยู่ ดูในโรงภาพยนต์ได้ 
 

‘แห้ว’ เปิดมุมมองใหม่ เที่ยวฟินๆ ที่ลพบุรี

‘แห้ว’ เปิดมุมมองใหม่ เที่ยวฟินๆ ที่ลพบุรี

‘แห้ว’ เปิดมุมมองใหม่ เที่ยวฟินๆ ที่ลพบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทริปนี้ “แห้ว” ชวนเดินเที่ยวฟินๆ รอบเมืองลพบุรี… พิกัดแรก ก็ต้องศาลพระกาฬ  ปัจจุบันจำนวนลิงน้อยลงไปมาก แต่ยังคงเสน่ห์ความเป็นเมืองเก่าที่มีโบราณสถานสำคัญ ซึ่งได้มีการปรับภูมิทัศน์ใหม่ให้น่าเที่ยวมากกว่าเดิม… เดินข้ามฝั่งมาอยู่บริเวณหน้าพระปรางค์ 3 ยอด สัญลักษณ์เด่นของเมืองอีกหนึ่งจุด 

จากนั้นเดินลัดเลาะ เช็คอิน ชมสตรีทอาร์ตเมืองลพบุรี   ซึ่งโบราณสถานรอบเมืองอยู่คู่กับเทรนด์ใหม่ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว…!! ภาพส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักเรียน นักศึกษา  และกลุ่มคนรักศิลปะลพบุรี แต่ละภาพจะเน้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของลพบุรีตึกโรงหนังเก่ามาลัยรามา เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องมาเช็คอิน…  เป็นจุดรวมตัวของศิลปินหลายเชื้อชาติกับงานกราฟิกซิตี้ต่อด้วยเช็คอินถนนคนเดินเมืองลพบุรีแห่งใหม่  บริเวณถนนเลียบทางรถไฟข้างพระปรางค์สามยอดไปถึงหน้าโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย เปิดทุกเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึง 5 ทุ่ม เช็คอินที่พักใหม่ในเมืองลพบุรีที่ The Six Resort Lopburi กับโมเดิร์น และมินิมอล

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็กอิน ‘วัดโพธิ์เก้าต้น’ กราบ ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ แห่งค่ายบางระจัน

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็กอิน ‘วัดโพธิ์เก้าต้น’  กราบ ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ แห่งค่ายบางระจัน

‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’ พาเช็กอิน ‘วัดโพธิ์เก้าต้น’ กราบ ‘พระอาจารย์ธรรมโชติ’ แห่งค่ายบางระจัน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จะพาแฟน ๆ  ไปกราบไหว้ขอพรพระอาจารย์ธรรมโชติ แห่งค่ายบางระจัน ที่ วัดโพธิ์เก้าต้น เกจิสุดเข้มขลังในสมัยกรุงศรีอยุธยา  และพาเที่ยวชม วัดที่เป็นสถานที่ตั้งค่ายของวีรชนชาวบ้านบางระจัน

มาถึงวัดโพธิ์เก้าต้นก็ต้องมากราบขอพรพระอาจารย์ธรรมโชติให้ปกปักรักษา ซึ่งชาวบ้านนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องการงาน สุขภาพ โดยเมื่อขอพรสำเร็จดังที่ขอ ก็จะมาหาบน้ำ ถือเป็นการเติมบุญกุศล เติมน้ำใส่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่จากนั้นหนุ่ม-แท่ง พาผู้ชมไปรู้ประวัติวัดโพธิ์เก้าต้นกันแบบเจาะลึก ว่าวัดนี้มีสถานที่สำคัญ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์จุดใดบ้าง เริ่มจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสระน้ำเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่เมื่อนักรบชาวค่ายบางระจันจะออกรบ
พระอาจารย์ธรรมโชติจะนำน้ำในสระน้ำแห่งนี้มาประพรมให้เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นสระที่ไม่เคยแห้ง และยังเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเดียวของจ.สิงห์บุรี ที่นำน้ำไปทำพิธีในวาระสำคัญต่าง ๆ จากนั้นไปกันต่อที่  ศาลรวมวิญญาณวีรชน, บ่อดิน, วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ, เนินดินแนวค่ายบางระจัน ซึ่งเนินดินแนวค่ายนี้เป็นบริเวณที่ชาวบ้านบางระจันขุดดินขึ้นเป็นชั้นกำแพงดิน เพื่อใช้ป้องกันข้าศึกซึ่งยกมาจากเมืองวิเศษชัยชาญ ลุยต่อกันที่ ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน  ตลาดนี้มีจุดเด่นโดยพ่อค้าแม่ขายจะแต่งชุดไทยเดิม  บางคนก็แต่งเป็นชุดนักรบ ค้าขายอาหารและขนมที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นเป็นสีสันของตลาดเป็นอย่างดีหลังจากเต็มอิ่มจากเรื่องราวของวัด ไปอร่อยตบโต๊ะกันต่อที่  ร้านบ้านสวนแม่ลาการ้อง ที่เมนูเด็ดวันนี้เป็นปลาช่อนแม่ลาเผาที่หอมเตะจมูกออกมาจากเตาเลยทีเดียว

โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “เป็นอีกวัดที่ต้องบอกว่าครบรส ได้มากราบไหว้เกจิอาจารย์สุดเข้มขลัง และยังมีตลาดย้อนยุคให้เดินซื้อของ แถมยังมีการแสดงให้ชมอีกด้วย วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี หนุ่มแท่งบอกเลยว่าต้องมากันให้ได้นะครับ”

‘เอ-แป้ง’ตะลุยฉะเชิงเทรา เปิดพิกัดของดี 2 วิสาหกิจชุมชน แปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า

‘เอ-แป้ง’ตะลุยฉะเชิงเทรา เปิดพิกัดของดี 2 วิสาหกิจชุมชน  แปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า

‘เอ-แป้ง’ตะลุยฉะเชิงเทรา เปิดพิกัดของดี 2 วิสาหกิจชุมชน แปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 “มิตรรัก ทั่วไทย” พาผู้ชมออกเดินทางไปตามหาของดีประจำถิ่นที่จ. ฉะเชิงเทรา โดยมีสองพ่อลูกคู่ซี้ พ่อเอ-ไชยา มิตรชัย และ ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์ มิตรชัย เป็นไกด์นำทาง ลุยเต็มอิ่มถึง 2 วิสาหกิจชุมชน ที่รวมของดี ของเด็ด พร้อมเรื่องราวการแปรรูปผลไม้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ชุมชน

เปิดทริปกันที่ วัดป่าพรหมยาน วัดชื่อดังที่มีความงดงามทางพุทธศิลป์ กับองค์ “สมเด็จองค์ปฐมเรืองแสง” พระพุทธรูปที่สามารถเรืองแสงได้ในยามค่ำคืน สร้างความศรัทธาและความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากนั้นพ่อเอและลูกแป้งพาแวะเติมพลังที่ ร้านครัวคู่คิด อำเภอแปลงยาว ร้านอาหารใจบุญที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่มีเงินหรือคนที่กำลังหางาน สามารถแวะมากินข้าวได้ฟรี  ที่นี่มีเมนูเด็ดประจำร้านมากมาย อาทิ กุ้งซอสมะขาม แกงป่า แกงส้มแป๊ะซะ และปลาหมึกมะนาวอิ่มท้องแล้ว ก็ถึงเวลาตามหาของดีชุมชน เริ่มที่ วิสาหกิจชุมชนขนุนทอดหมู่ 10 (ทองประเสริฐ) ที่ขึ้นชื่อเรื่อง ขนุนทอดกรอบ งานนี้พ่อเอลูกแป้งได้ลงพื้นที่ดูทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกขนุนจากสวน ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป เรียกได้ว่าเห็นกันแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำต่อด้วย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลไม้แปรรูปแม่สมบูรณ์ ที่มีผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง ผลไม้กวนหลากชนิด ทั้งมะม่วงกวน กล้วยกวน สับปะรดกวน และสินค้าใหม่ล่าสุด มะละกอกวน โดยครั้งนี้พาไปดูขั้นตอนการทำสับปะรดกวน ซึ่งนำผลไม้ตกเกรดมาแปรรูป เพิ่มมูลค่า ปิดท้าย พ่อเอ ลูกแป้ง เล่นใหญ่  ด้วยการนำสินค้าของทั้ง 2 ชุมชนมาช่วยขายตามสไตล์ให้แฟน ๆ ทางบ้าน
ได้อุดหนุนกัน  ส่วนใครที่สนใจของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social แสดงความไม่พอใจงานประกาศรางวัลแกรมมี ปี 2026 โดยเรียกงานแกรมมีปีนี้ว่าเป็นงานที่แย่ที่สุด และแทบดูไม่ได้เลย พร้อมพาดพิงไปถึง เทรเวอร์ โนอาห์ พิธีกรของงานว่าทำหน้าที่ไมได้เรื่อง แย่พอ ๆ กับ จิมมี คิมเมล ในงานออสการ์เรตติ้งต่ำ ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า โนอาห์พูดข้อมูลผิดอย่างสิ้นเชิงบนเวที โดยอ้างว่าเขาและ บิล คลินตัน เคยไปยังเกาะของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน พร้อมขู่ว่าจะส่งทีมทนายไปฟ้องร้อง ต้นเหตุของความไม่พอใจเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดงานแกรมมี เมื่อเทรเวอร์ โนอาห์ กล่าวแซวบนเวทีว่า “รางวัลเพลงแห่งปี คือสิ่งที่ศิลปินทุกคนอยากได้ พอ ๆ กับที่ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ ซึ่งก็สมเหตุสมผลนะ เพราะเกาะของเอปสตีนมันหายไปแล้ว เขาก็ต้องหาเกาะใหม่ไว้ไปแฮงเอาต์กับบิล คลินตัน”

– บิลลี อายลิช ใช้ช่วงท้ายของสุนทรพจน์รับรางวัลบนเวทีแกรมมี กล่าวถ้อยคำที่รุนแรงเกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ โดยบอกว่า “ไม่มีใครเป็นผู้ลักลอบบนแผ่นดินที่ถูกขโมยมา” ปิดท้ายด้วยคำด่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE อย่างรุนแรง แม้จะเรียกเสียงปรบมือจากคนในงานล้นหลาม แต่หลายฝ่ายก็วิจารณ์ว่าคำกล่าวของอายลิชนั้นตื้นเขินและซ้ายตกขอบ นักข่าวอังกฤษคนหนึ่งถึงกับลงทุนเดินทางไปยังคฤหาสน์สุดหรูของอายลิชในลอสแอนเจลิส และตะโกนถามผ่านประตูรั้วว่า จะยอมเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าหรือผู้อพยพเข้าไปพักอาศัยในที่ดินส่วนตัวของเธอหรือไม่ ฝ่ายสนับสนุนอายลิชมองว่า พฤติกรรมของนักข่าวเป็นการคุกคามความเป็นส่วนตัว ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความย้อนแย้งของเหล่าเซเล็บ ที่ชอบหนุนแนวคิดเสรีนิยมแต่กลับใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบชิดและการป้องกันอย่างแน่นหนา

– นิกกี้ มินาจ แร็ปเปอร์สาวชื่อดัง ประกาศตัวขอเป็นสาวกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังเจ้าตัวได้ขึ้นไปกล่าวชื่นชมพร้อมจับมือกันอย่างใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐฯ ในงานอีเวนต์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการบัญชีทุนสำหรับเด็กทารกที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเผยว่า ได้กรีนการ์ดทองของทรัมป์มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมอบสิทธิ์การพำนักและเส้นทางสู่การเป็นพลเมืองสหรัฐฯ มาแบบฟรีๆ มินาจ ซึ่งเกิดที่ตรินิแดด เคยโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อปี 2018 ว่า เข้ามาในประเทศนี้ในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมายตอนอายุ 5 ขวบ แม้จะมีบัตรพำนักและทำงานเสียภาษีจำนวนมาก แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รับสิทธิ์ในฐานะพลเมืองที่แท้จริงของสหรัฐอเมริกาเสียที แต่ตอนนี้ เธอได้กรีนการ์ดบัตรทองมาแล้ว และกำลังดำเนินการเรื่องเอกสารการเป็นพลเมืองให้เสร็จสิ้น

– เอ็มมา เฮมิง วิลลิส ภรรยาของ บรูซ วิลลิส ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านรายการพอดแคสต์ Conversations with Cam เผยว่า บรูซไม่เคยรับรู้ว่าตัวเองได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดฟรอนโทเทมโพรัลเลยแม้แต่น้อย และไม่เคยเชื่อมโยงอาการต่าง ๆ เข้ากับโรคที่ตัวเองเผชิญอยู่ แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีใจที่เขาไม่รับรู้ความจริงข้อนี้ เพราะมันอาจเป็นสิ่งที่ช่วยลดความทุกข์ทางใจของเขาได้ เอ็มมากล่าวว่า แม้โรคจะดำเนินไปเรื่อย ๆ แต่บรูซยังคงมีตัวตนอยู่กับปัจจุบัน และครอบครัวก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวไปพร้อมกับเขา และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้น ครอบครัวของบรูซเปิดเผยตั้งแต่ปี 2023 ว่าเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดฟรอนโทเทมโพรัล ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้สมองส่วนหน้าและสมองส่วนขมับเสื่อมลง ส่งผลต่อการพูด อารมณ์ บุคลิกภาพ รวมถึงพฤติกรรม ทำให้เขาต้องอำลาวงการบันเทิงไปโดยปริยาย

– แคทเธอรีน โอฮารา นักแสดงหญิงระดับตำนานชาวแคนาดา-อเมริกัน ผู้เป็นที่รักจากบทบาทคุณแม่ ใน Home Alone และจากซีรีส์ Schitt’s Creek เสียชีวิตลงแล้วในวัย 71 ปี ที่บ้านพักในลอสแอนเจลิสหลังจากมีอาการป่วยช่วงสั้นๆ ขณะที่ แมคคูเลย์ คัลกิ้น ซึ่งรับบทลูกชายวัย 8 ขวบใน Home Alone ที่ตอนนี้อายุ 45 ปีแล้ว โพสต์ข้อความสุดซึ้งว่า “แม่ครับ ผมนึกว่าเราจะยังมีเวลามากกว่านี้… ผมยังมีเรื่องอยากจะพูดอีกตั้งเยอะ รักแม่นะครับ แล้วเจอกัน” โอฮารา มีผลงานที่สร้างเสียงหัวเราะมานานกว่า 50 ปี ทั้งจาก Home Alone ในปี 1990 และ Schitt’s Creek ในปี 2015-2020 ที่ทำให้เธอคว้ารางวัล Emmy และ Golden Globe มาครอง พร้อมกับสร้างเอกลักษณ์การพูดและแฟชั่นที่กลายเป็นไวรัลทั่วโลก

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.55 น.

7 กุมภาพันธ์ 2569  ทำเอานักแสดงสาว กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล เดือดสุดๆ หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคามด้วยข้อความหยาบคาย โดยสาวกระติ๊บ ได้ออกมาโพสต์ปกป้องตัวเองผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@kratip” ระบุข้อความว่า … 

” การไม่มีใคร ไม่ใช่สิทธิของใคร ที่จะล้ำเส้น ความเงียบ ไม่ใช่คำยินยอม การอยู่คนเดียวคือขอบเขตไม่ใช่ช่องว่าง ขอแจ้งให้ทราบโดยสุภาพว่า หากยังคงมีการคุกคามไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ขออนุญาตดำเนินการ ส่งหมายศาล เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของตนเอง ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปนะคะ”

ซึ่งหลังจากที่ กระติ๊บ ชวัลกร ได้ออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าวไปนั้น ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับ เข้ามาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก

ธัญญ่า แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน ต้องรับงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้

ธัญญ่า แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน ต้องรับงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้

ธัญญ่า แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน ต้องรับงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.36 น.

ธัญญ่า-แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน! บ้านรถเข้าธนาคาร-ขายทรัพย์สินใช้หนี้ เครียดถึงขั้นอยากจบชีวิต?

เปิดใจครั้งแรก ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ แคนดี้ รากแก่น  สองสาวผู้ประสบภัย ล่าสุดโดนโกงเงินจากคนคนเดียวกัน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ถึงขั้นพี่ธัญญ่าต้องรับงานหนัก เอาบ้าน เอารถเข้าแบงก์เพื่อใช้หนี้ และพี่แคนดี้ทุ่มเงินเก็บหมดหน้าตักจนเกิดภาวะซึมเศร้าจนอยากจบชีวิตตัวเอง และบอกเลยว่าฉันไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ทั้งหมดนี้สองสาวจะมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

อย่างที่ทราบกันตามหน้าสื่อและรายการต่างๆ พี่ธัญญ่า พี่เป๊ก สัณณ์ชัย พี่แคนดี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้ประสบภัยทางธุรกิจ โดนโกง ใช้คำนี้ได้ไหม?

แคนดี้ : ได้ค่ะ น่าจะอย่างนี้เลย

ของพี่ญ่าก่อนโดนไปเท่าไหร่?

ธัญญ่า : รวมทั้งหมด 83 แต่มันมีส่วนที่ได้คืนมาบ้างแล้ว แต่ไม่ถึง 10% 

ของพี่แคนดี้ละ?

แคนดี้ : 44 ล้าน

ของพี่ญ่ากับพี่แคนดี้มันคือการทำธุรกิจและนำไปสู่การถูกโกง มันเริ่มต้นได้ยังไง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?

แคนดี้ : เราทำธุรกิจอยู่แล้ว ค่อนข้างดูเยอะทุกครั้งที่ทำอะไร อย่างอันนี้ แคนดี้เข้าสู่ธุรกิจนี้คือตัวเองเป็นคนขายของอยู่แล้ว เราก็หาสินค้าขาย ทีนี้คนนี้เขาเป็นเหมือนโรงงานที่แปรรูปสินค้าแล้วส่งออก พอส่งออกมันก็จะใหญ่กว่าที่เราเคยทำ เราทำขายออนไลน์ ซื้อมาขายไป แล้วทีนี้วันนึงเราอยากโต ไปเจอเขาซึ่งเขามีโรงงาน แล้วพี่ญ่าก็เห็นว่าแคนดี้ไปอยู่กับเขา ออกจากการขายของออนไลน์ไปเรียนรู้อยู่กับเขา 5 เดือน ไปอยู่อย่างนั้น ไปดูระบบเขามีลูกค้ามาจริง พอมันถึงช่วงฤดูกาลที่ทำได้ เพราะสินค้าเขาเป็นฤดูกาล เขาก็เลยบอกว่ามาลงไหม มาทำไหม คือซื้อมาขายไปเหมือนกัน ลงทุนปุ๊บเขาซื้อของส่งไป พอได้เงินเขาก็ให้เราเลย

คุณแคนดี้ไปก่อนคนแรก?

แคนดี้ : ใช่ๆ มันเป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งเราลองทำดู โอเคมันก็ได้ มันอยู่ในก้อนที่เราพร้อมลงทุน คือ 1.8 ล้าน นี่คือก้อนแรก ก็ได้คืนกลับมาทั้งต้นและดอก

ขั้นตอนต่อไปคืออะไรอีก?

แคนดี้ : พอเราทำอันแรกปุ๊บมันก็มีลูกค้าเข้ามาอีก ทีนี้มันอยู่ที่การพูดคุยแล้ว หาของให้ลูกค้าได้ไหม หาของได้ก็ส่ง เราก็ทำอยู่อย่างนี้ 4-5 รอบ ก็ได้ตลอด

ทางฝั่งของพี่ญ่ารู้จักผ่านคุณแคนดี้ หรือรู้จักเขาอยู่แล้ว?

ธัญญ่า : มาจากพี่เป๊กรู้จักก่อนก็น่าจะคุยเรื่องธุรกิจกันแล้วมันน่าจะต้องใช้เงิน แกก็เลยพาพี่เข้าไปคุยด้วย เราก็ไปฟังเกี่ยวกับธุรกิจ แล้วเราก็รู้ว่าแคนดี้ทำอยู่แล้ว ก็อย่างที่แคนดี้บอกแหละ เราลงทุนไปแล้วอีก 2 อาทิตย์เงินที่เราลงทุนและตัวกำไรจากการขายสินค้าจะกลับมา เราก็แบ่งกับเขาคนละครึ่ง ซึ่งถือว่ามันเป็นผลตอบแทนที่ดี

รอบแรกที่พี่ญ่ากับพี่เป๊กลงไปเท่าไหร่?

ธัญญ่า : พี่ไม่แน่ใจน่าจะประมาณ 4-5 ล้าน แล้วผลตอบรับที่กลับมามันใช้ได้เลย 

รูปแบบธุรกิจเขาคือเป็นโรงงานผลิตของแล้วก็ส่งออก?

ธัญญ่า : ใช่ค่ะ มันส่งไปเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ตู้นึงลงทุนประมาณ 4-5 ล้านต่อตู้ แล้วพอขายเสร็จเขาก็ส่งคืนมาด้วยกำไร ก็เหมือนลงทุนร่วมกัน ขายได้กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง

กำไรเยอะไหม?

ธัญญ่า : เกือบ 10% นะ แต่ก็ปกติของการทำงาน มันดูเป็นไปได้ ไม่หลอกลวง

แคนดี้ : มันดูเข้าท่า ทีนี้พอลงอันแรก แคนดีก็เริ่มเพิ่ม รอบต่อไปลูกค้าสั่งมา ออเดอร์มาอีกแล้ว เราเห็นใบออเดอร์ เราก็ลงไปเรื่อยๆ ลงไปอีก 3 ล้าน จนถึง 10 ล้าน เป็นก้อนที่แคนดี้วางตัวเองไว้แค่นั้น คือบอกตัวเองว่าฉันจะไม่ลงทุนหรือทำธุรกิจเกินกว่านี้คือให้ลิมิตตัวเองไว้แค่นี้ ก็ลงไป 10 ล้านแล้ว แต่ 10 ล้านนี้มันอยู่ระหว่างการเดินทางมันยังไม่กลับมา 2-3 รอบแรกคือได้แล้ว

10 ล้านรอบนี้นานไหม?

แคนดี้ : รอบนี้นาน เขาบอกว่าเขาต้องไปหาสินค้าจากต่างประเทศมา เราก็โอเคสินค้าจากต่างประเทศมันก็ดูมีอะไร ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ก็เลยลงแล้วมันก็ใช้เวลานานกว่าเดิม เราก็รอ จนกระทั่งมาถึงล็อตใหญ่

ทางฝั่งพี่ญ่า ในขณะที่คุณแคนดี้รอให้เขาหาของจากต่างประเทศ ฝั่งพี่ญ่าดูว่ามีแนวโน้มดี รอบแรกลงไป 4 กำไรคืนมา 10% หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?

ธัญญ่า : ก็ลงเพิ่ม ด้วยความที่เราเห็นว่าตู้คอนเทนเนอร์นึงมันได้แล้ว ก็เพิ่มเป็นสอง เพิ่มเป็นสามไปเรื่อยๆ แล้วเราก็คุยกับพี่เป๊กว่าจริงๆ น่าจะชวนเพื่อนที่เราสนิทจะได้เติบโตไปด้วยกัน ก็เลยชวนเพื่อนเรา แล้วพี่เป๊กก็ชวนเพื่อนเขา ซึ่งของเราก้อนเล็กกว่า แต่ของพี่เป๊กจะก้อนใหญ่ เพื่อนเขามีเงินมากกว่า

ในกรณีของคุณแคนดีเริ่มตั้งแต่ 10 ล้านไปนานเลยยังไม่กลับของพี่ญ่ากี่รอบถึงจะเริ่มเอ๊ะ มันนานผิดปกติ?

ธัญญ่า : ของพี่ไม่ใช่ไปนานแล้วมันไม่กลับ แต่ของเราด้วยความไว้ใจ พี่เป๊กก็บอกว่าก็เอาเงินไปไว้ตรงนั้นเลย เขาจะได้ไม่ต้องเอาไปกลับ คือเป็นเงินทุนไปเลย แล้วเอามาแค่กำไร

เอาเงินไปไว้ที่เขาเลยเท่าไหร่?

ธัญญ่า : มันค่อยๆ เพิ่มนะ จาก 4-5 ล้าน เงินตัวเอง เงินสด 20 ก่อน แล้วไปคุยกับคุณพ่อ คือเรารู้สึกว่าธุรกิจมันไปได้ดี ถ้าเรามีเงินมากกว่านี้มันก็ดีนะ ก็ไปคุยกับคุณพ่อพี่เป๊ก น้องสาวพี่เป๊ก ซึ่งทั้งคุณพ่อและกี้บอกเป็นไปไม่ได้ อะไรมันจะได้กำไรดีขนาดนี้ ไม่งั้นคนก็ทำไปทั่วแล้วสิ คือถ้าจะทำก็ทำเองไม่ใช่ไปให้คนอื่นเขาทำ ให้เขาดูแลเงินให้มันไม่ได้ คุณพ่อเลยไม่เข้าร่วม คุณพ่อบอกไม่ให้ทำ แต่พวกเราทำไปแล้ว เราก็แบบ…เอาไงดี 

พอคุณพ่อไม่เห็นด้วย ตอนนั้นความรู้สึกเราเป็นยังไงเริ่มเอะใจไหม?

ธัญญ่า : ไม่เอะใจเลย ไปต่อ น้องสาวพี่เป๊กก็ไม่ได้เหมือนกัน บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราก็คุยกับพี่เป๊กแต่เราเห็นนะว่ามันได้

ตอนนั้นที่คุณพ่อและน้องสามพี่เป๊กบอกว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ เงินเราอยู่ที่เขาเท่าไหร่?

ธัญญ่า : ตอนนั้นน่าจะไปแล้ว 20 พอพ่อไม่ร่วม น้องสาวไม่ร่วม เฮ้ย มีบ้าน

อันนี้พี่ญ่ากับพี่เป๊กคุยกัน?

ธัญญ่า : คุยกัน คือพี่เป๊กแกก็จะมีรถของแก พี่ก็จะมีบ้านถ่ายละครพี่ที่เราเคลียร์หนี้สินไปหมดแล้ว ไม่ใช่ที่รังสิตนะคะ เพราะที่นั่นของคุณพ่อ แต่เราจะมีบ้านของเราที่เราลงทุนเองแล้วเคลียร์หนี้ไปหมดแล้ว เป็นไทยแล้ว เราก็เลยแบบเอาบ้านไปเข้าสัก 10 ไหม ระหว่างบ้านกับรถเอาอะไรดี เพราะพี่เป๊กรถเขามีมูลค่า เราก็เลยคุยกันว่าเป็นบ้านดีกว่า พอเป็นบ้านเสร็จ เราก็ไม่รู้ว่าพี่เป๊กเอารถไปเข้า บ้านเนี่ย 10 ไปละ พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 พี่เองก็ไม่รู้ มารู้ตอนหลัง พี่ก็บอกว่าเอาไปเข้าเพื่อจะเอามาลงเนี่ยจะงุบงิบเงินกำไรใช่ไหม มีเถียงกันเล็กน้อย เขาก็หัวเราะแห้งๆ เหมือนที่พี่หัวเราะนี่แหละ

ทางฝั่งพี่ญ่าไปแล้ว 20 เอาบ้านไปเข้าอีก 10 พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 แล้วเงินเพื่อนมีไหม?

ธัญญ่า : เงินเพื่อนฝั่งพี่ก็น่าจะประมาณเกือบ 5 ล้าน ฝั่งพี่เป๊กอีก 20 ล้าน

ของแคนดี้ นอกจากเงินเราไปแล้วยังไม่กลับ 10 ล้าน เรามีชวนเพื่อนไหม?

แคนดี้ : มีชวนค่ะ แต่ก่อนชวนแคนดี้เอาเงินส่วนตัวของตัวเอง ที่ปกติเราจะไม่ยุ่งกับก้อนนี้เก็บมาทั้งชีวิต ก็คือเป็นก้อนที่เราเก็บไว้ดูแลคุณแม่ ส่วนอีกก้อนนึงบอกตัวเองว่าจะเกษียณ 2 ปีฉันจะเที่ยวแล้ว ก็เป็นเงินเที่ยว เงินใช้จ่าย เอาไงดีนะ คือรอบนี้รอบสุดท้าย เป็นรอบใหญ่เขาต้องใช้เงินเท่านี้ ความโลภด้วยแหละ เราเลยตัดสินใจ มันเห็นมาตลอดว่ามันได้ ได้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรด้วย เราเลยตัดสินใจยืมเงินตัวเองก่อน เอาออกมาจากกองนี้ประมาณ 25 ล้าน เสร็จแล้วปรากฏว่ามันทำได้ดีเหมือนพี่ญ่าเลย แล้วมีเพื่อนที่เราทำธุรกิจด้วยอยู่ตอนนั้น เราเลยชวนเขา อยากให้เขาได้ด้วย เอ็นดูเขา รักเขา แต่เราชวนเขาคนเดียว เขาก็ลงมา 7 ล้าน ทั้งหมดก็กลายเป็น 42 ล้าน

ธัญญ่า : ของเพื่อนพี่เป๊กไม่ใช่ 20 แต่เป็น 30 มีอีก มันลืมๆ

ทีนี้พอลงกันไปเยอะๆ แล้ว พอเริ่มติดขัด หลังจากนั้นคุยกันว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้?

ธัญญ่า : ของพี่ลงไปน่าจะประมาณกันยายน ตุลาคม 2 ปีมาแล้ว จำไม่ได้ว่าปีไหน ประมาณตุลาคม ถึงกุมภาพันธ์ที่ได้มาแบบต่อเนื่อง แล้วหลังกุมภาพันธ์ที่มันหยุดชะงักไปเลยจนถึงทุกวันนี้ แล้วเงินต้นก็หายไปด้วยเลย

ณ วันที่มันสะดุด เขาไม่ได้ส่งกำไร พี่ญ่า พี่เป๊ก พี่แคนดี้ทำยังไง?

แคนนดี้ : ตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยกับพี่เป๊ก พี่ญ่า แต่เราก็มีการคุยกันตลอด ได้บ้างไหม ของแคนดี้ก็เอาทนายเข้าไปคุยเลย โทรไปมันยังไงคือเรามันไม่ปล่อยอยู่แล้ว ก็ตามจิกเขา จนเขาไม่รับสาย พอไปถึงที่บ้านเขาก็บอกว่าป่วย ไม่ออกมาเจอ ก็เข้าใจได้ เขาก็คงเครียดเหมือนกันกับภาวะที่เกิดขึ้น ก็เลยคุยกับทางพี่เป๊ก พี่เป๊กก็บอกว่าให้โอกาสเขาหน่อย ก็ถามพี่เป๊กให้โอกาสยังไงดี พี่เป๊กบอกว่าเขาอาจจะมีโอกาสฟื้นตัวก็ได้ระหว่างนี้ มันเหมือนมีความหวัง เขาทำธุรกิจอยู่ เขาอาจจะมีโอกาสฟื้นตัว โอเคงั้นแคนดี้ก็ถอยออกมา ไม่ไปกดดันอะไรเขามาก ก็นั่งรอ ระหว่างที่รอก็คือพี่เป๊กบอกอย่าเพิ่งพูดอะไรออกไป เพราะเดี๋ยวมันจะกระทบกับธุรกิจ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังขอไม่ให้พูด เพราะเดี๋ยวมันจะกระทบกับธุรกิจเขาที่กำลังทำแล้วเหมือนจะฟื้นตัวอยู่ตอนนี้

หมายถึงตัวลูกหนี้ก็ไม่อยากให้เราพูด?

แคนดี้ : ค่ะ ซึ่งแคนดี้ก็รอ ไม่รู้จะทำยังไง รออย่างเดียว

พี่ญ่าเงินลงไปตั้งเยอะไม่กลับมาเลย ณ ตอนนั้นคุยกันยังไง?

ธัญญ่า : เราก็คุยว่่จะยังไง พี่เป๊กบอกว่าถ้าฟ้องไปเขาติดคุกแล้วจะยังไงล่ะ เขาก็ไม่มีโอกาสทำงาน เอาเงินมาใช้หนี้ ได้ความสะใจเหรอ มันก็แค่นั้น ก็คือให้โอกาสดีกว่า แต่ระหว่างให้โอกาสเราก็ไปรู้มาอีกว่า พี่เป๊กไปลงเพิ่มอีก 8 ล้าน จากเดิม 45 เป็น 53 

ตัวคุณแคนดี้ที่ชวนเพื่อนมาลงทุนก็หาเงินมาใช้หนี้ให้เพื่อน?

แคนดี้ : ใช่ค่ะ รับผิดชอบ ก็คือแคนดี้เอาบ้านที่ตัวเองอยู่ทุกวันนี้ไปเข้าแบงก์ ของเขา 7 ล้าน แล้วรวมเงินปันผล 10% จำนวน 6 เดือนที่เราทำสัญญากันก็ 10 ล้าน แคนดี้เอาบ้านเข้าไปแล้วมาจ่ายเขาหมดเลย

เราไม่ได้บอกปัญหาเลยว่าเราโดนแบบนี้ คือให้เขาตามปกติ?

แคนดี้ : ก็บอกค่ะ แต่เขาก็ยืนยันที่จะเอาตามสัญญา

ธัญญ่า : แคนดี้ใจดีนะเนี่ย

แคนดี้ : (หัวเราะ) โง่ 

เป็กกี้ : ไม่หรอก เป็กขอแก้คำนี้ให้คุณแคนดี้คำนึง คุณแคนดี้ไม่ได้โง่นะ คุณแคนดีแค่ซื่อสัตย์กับคนที่ทำงานด้วย ส่วนใครไม่ซื่อสัตย์กับเรานั่นเป็นปัญหาของเขา จงภูมิใจในเรื่องนี้ไว้

เห็นว่าขายที่ดินที่เชียงใหม่ด้วย?

แคนดี้ : ใช่ค่ะ เป็นที่ดินที่เราพูดไว้ก็คือเงินก้อนที่เราจะเอาไว้ใช้บั้นปลายชีวิต อยากทำออนเซน เป็นคนชอบมาก ชอบญี่ปุ่นมาก ก็เลยไปซื้อที่ไว้จะทำออนเซนที่แม่ออน เป็นความฝันเลย สุดท้ายระหว่างทางที่ทำตรงนี้มันติดขัด ต้องบอกน้อง พี่ต้องขายที่ตรงนี้แล้วมาใช้หนี้

ช่วงนั้นสภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?

แคนดี้ : แย่เลย เพราะว่า แคนดี้ไม่เคยโกหก มีอะไรแคนดี้พูดหมด แต่วันนึงเราห้ามพูดเลย เพราะว่าด้วยความที่พี่เป๊กเขามีเหตุผลของเขา ทั้งให้โอกาสและอะไรหลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง 1.คนในบ้านก่อน แคนดี้ไม่มีเงินให้แม่ ปกติเป็นคนสายเปย์แม่มาก แม่อยากได้อะไรให้ อยากไปไหนพาไป ทีนี้กลายเป็นเรายืมเงินแม่มาใช้ มันหมดแล้วเงินที่เราเก็บให้แม่ พอแม่ขออะไรบางอย่าง ง่ายสุดเลยตอนนั้น แม่อยากทำฟัน ทั้งปากมันประมาณ 7 แสน ไม่มี ซึ่งปกติพาแม่ จูงมือไปเดี๋ยวนั้นเลย สบายมาก เราไม่รู้จะบอกแม่ว่ายังไง เล่าให้แม่ฟังไม่ได้ มันเลยเก็บแล้วโดนแบบนี้มาเรื่อยๆ แม่อยากทำอันนี้ ไม่ได้ พอข้างนอกเราทำธุรกิจขายของ ซื้อมาขายไป หนูขายกระเป๋าในเพจ ไม่มีเงินลงทุน ก็ไปต่อไม่ได้ เราก็เครียด มีแต่ใช้ออก ใช้เงินเก่า สุดท้ายมันกลายเป็นภาวะซึมเศร้าไม่รู้ตัว เรากลายเป็นไม่ออกไปเจอคน ไม่คุยกับใคร ทุกครั้งที่คุยกับพี่ญ่าเราจะสบสยใจทุกครั้ง แค่ทักไปแล้วเขาตอบมา หนูก็ไม่คุยเลย ไม่ทักหาใครใดๆ เลย กลายเป็นเก็บตัว หายไปเลย ไม่ไลฟ์ขายของ ออกจากทุกอย่าง แม้แต่บันเทิง ซึ่งตอนนั้นก็มีคนติดต่องานร้องเพลง งานพิธีกร ไม่ไปเลย มันกลายเป็นเราไม่อยากเจอคน แล้วก็กลัวไปเลย เป็นอยู่ประมาณ 6 เดือน เรื่องธุรกิจมันไปไม่รอด มันเลยหนัก 6 เดือนนั้น แคนดี้กลางตัวสัญญาเรื่องบ้าน ถ้าเราไม่อยู่บ้านนี้จะหลุดไหม มาดูถึงขั้นนั้นแล้ว ไม่อยากอยู่แล้ว มันทำอะไรให้แม่ไม่ได้ ก็รู้สึกว่าถ้าไม่มีเรา ประกันจะโคปเว่อร์แค่ไหน แเล้วก็เรื่มทำบทความของการเตรียมตัวตาย แฟนเห็นเขาเลยรู้สึกไม่ดี เขาเริ่มรู้แล้ว แต่เขาพูดกับเราไม่ได้ เขาเลยลาออกจากงานที่เขาทำมา ถึงขั้นเป็นผู้บริหารแล้ว ทำมา 28 ปี ลาออกมาดูแลเรา ต้องขอบคุณเขามากๆ คือใช้ญี่ปุ่นบำบัด ให้แคนดี่ออกจากตรงนี้เลย ไปอยู่ญี่ปุ่น ก็ 3 เดือนไป 4 คร้้ง ก็ปรับๆ มันหนักมากๆ ในโมเมนต์นั้นจริงๆ 

ทำไมถึงไม่ไปพบจิตแพทย์?

แคนดี้ : เรายังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น ตอนนั้นเราเก่ง แข็งแกร่ง เราไม่ยอมรับ มันรับไม่ได้ ฉันทำได้ แก้ไขได้ สุดท้ายมันพังไม่รู้ตัวด้วยข้างในมันสลาย มันแลกสลาย ถ้าคนที่ทำดูอยู่รู้ไว้เลยนะว่าคุณทำแคนดี้เป็นถึงขนาดนี้

ใช้คำว่าหมดตัวได้ไหม?

แคนดี้ : หมด ณ โมเมนต์นั้น เงินหมด แต่เรายังมีทรัพย์สิน เงินที่จะให้แม่ เงินที่เราเก็บอะหมด

ฟื้นมาได้ยังไงกับความรู้สึกนั้น?

แคนดี้ : กว่าจะฟื้นได้ ใจมันเป็นหนักมาก แล้ววันนึงเราหันมาเห็นแม่เรา แล้วแม่ก็ไม่ถาม ไม่อะไรเลย เราเลยเปรยๆ แม่ว่าวันนึงถ้าหนูไม่มีเงินแล้วอะ ทำยังไงดี แม่ก็บอกว่าแม่ก็ออกมาร้องเพลงไง ก็มาทำงานไง เราก็เลยแบบ เออะหวะ…เราก็แค่ลุกขึ้นมาทำงาน แล้วหนูก็เห็นเพื่อนหนู ผู้ประสบภัย 2 คนออกมาไลฟ์ ตี2 ตี3 ก็ไลฟ์ เอาก็ไปเติมพลังกับพี่เรานี่แหละหวะ ก็เลยชวนแม่ บอกว่าออกไปหาเงินใช้หนี้กัน ตอนนั้นเทศกาลเจนนี่ อาจจะเป็นเทศกาลแคนดี้ก็ได้ เอาวะลุกขึ้นสู้

ที่แซวพี่ญ่าว่าทำงานเหมือนคนเป็นหนี้ คือเป็นหนี้จริงๆ?

ธัญญ่า : เป็นหนี้จริงๆ เวลาใครแซวก็เป็นหนี้ไงคะ ก็ไม่มีเชื่อ คือง่ายๆ เลยพี่เป๊กไม่กล้าไปขอพ่อเพื่อเอามาใช้หนี้ เขารู้สึกว่าพ่อห้ามแล้ว กลัวพ่อด่า อดทนทุกข์ทรมานมา 2 ปี จนตัวเราเองทำงานมาเรื่อยๆ ใช้หนี้ฝั่งเพื่อนเราหมดแล้ว แล้วฝั่งเพื่อนพี่เป๊กบางส่วน แต่มันก็เหลืออีกก้อนใหญ่ พี่เป๊กเองเขาบอกว่าเวลาเจอหน้าเพื่อนแล้วรู้สึกไม่ดี เหมือนมองได้โดยไม่บริสุทธิ์ใจ มันเหมือนไปเอาเงินเขามาแล้วไม่ให้เขาได้ผลตอบแทนตามที่เราคาดหวัง ก็เลยปรึกษากันว่าคุยกับพ่อเถอะ ต้องบอกพ่อแล้วล่ะ ก็เลยตัดสินใจไปบอกพ่อกัน ซึ่งเรากะว่าต้องฟังพ่อดุแล้วสอนนานแน่ แต่สุดท้ายพ่อฟัง เพราะพี่เป๊กเคยมีแบบนี้มา 2-3 รอบแล้ว ตั้งแต่เขาหนุ่มๆ  ทำธุรกิจแล้วล้มแล้วพ่อก็ต้องเข้ามาช่วย  จนอันนี้พี่เป๊กรู้สึกว่าเขาแก่แล้ว 50 ต้นแล้ว แต่ว่ายังต้องพึ่งพ่ออยู่เลย เขาก็รู้สึกไม่ดี แต่ว่าพ่อก็น่ารักมากเลยค่ะ เข้าใจแล้วทำไมพี่เป๊กถึงรักทั้งพ่อ แม่ มาก เพราะว่าพ่อกับแม่คอยซัพพอร์ตทุกอย่าง 

มีครอบครัวที่ดี?

ธัญญ่า : พ่อก็ถาม เท่าไหร่ล่ะลูก

พอแจ้งตัวเลขคุณพ่อว่ายังไง?

ธัญญ่า : อือ 50 หรือลูก แล้วเขาก็หันไปถามน้องสาว มันมีเงินตรงส่วนไหนไปจัดการให้เป๊กหน่อย เราเข้าใจแล้วทำไมคนรักพ่อขนาดนี้ ลูกๆ รักขนาดนี้ เพราะพ่อซัพพอร์ตทุกอย่าง

พี่เป๊กกับพี่ญ่าก็ไม่ได้ให้คุณพ่อช่วยอย่างเดียว พี่เป๊ก พี่ญ่าก็ไลฟ์สดกันแบบมาราธอน?

ธัญญ่า : เราบอกพ่อว่าเราเอาเงินตรงนี้มาใช้ก่อน เพื่อให้เราได้สบายใจกับเพื่อนๆ เราจะได้ไม่เครียดกันเกินไป ขอใช้หนี้พ่อเดือนเท่าไหร่ๆ ไม่รู้ว่าอีก 50 ปีจะหมดไหม ก็ค่อยๆ ผ่อนพ่อดีกว่า หมายถึงว่าตัวพี่เป๊กเองพ่อเขาก็แบ่งแล่วลูก 2 คนให้ยังไง แต่พี่เป๊กไม่เคยไม่ยุ่งเลยกับเงินก้อนนั้น ก็เหมือนไปเอาเงินตัวเองออกมา แล้วก็ใช้คืน เพราะว่าเงินส่วนนี้เก็บไว้ให้ลูก

ทีนี้ก็เริ่มมหกรรมไลฟ์บ้านพี่เป๊ก พี่ญ่า ดึกสุด เริ่มตั้งแต่กี่โมง ถึงกี่โมง?

ธัญญ่า : เอาที่โหดสุดคือช่วงช่วยน้ำท่วมด้วย มีลูกค้าที่มาซื้อประจำด้วย ประมาณ 20 แบนด์ แล้วเราก็รับช่วยน้ำท่วมด้วยอีก 20 เริ่มตั้งแต่บ่าย3 ไปจบที่ตี1 มันออกไปได้ แค่ไปเข้าห้องน้ำทั้งคู่ ยางทีพี่เป๊กก็เลยป้ายบ้าง ก็ต้องลุ้นว่าจะทำอะไรลูกค้าไหม

คุณแคนดี้เห็นแสงสว่าง เพราะพี่เป๊กกับพี่ญ่าไลฟ์ แล้วไปไลฟ์วันนั้น วันที่เขาลดสถานะกันพอดี วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?

แคนดี้ : จริงๆ เราก็ซื้อคิวเข้าไปนี่แหละ เราอยากจะเอาฤกษ์ เอาชัยไปไลฟ์กับพี่เป๊ก พี่ญ่า

ธัญญ่า : เขาไม่ได้บอกเราด้วยนะ เขาติดต่อทีมเอง

แคนดี้ : วันนั้นเราได้คิว 4 โมงเย็นประกาศลดสถานะ นี่กำลังแต่งตัว เห้ย…ยังไง แต่ไม่กล้าถาม ตอนแรกก็นึกว่าคอนเทนต์ แต่พอเห็นพี่ญ่าเริ่มไลฟ์ เราก็นั่งจ้องอยู่ อุ้ย..ตาแดง ตาบวม อุ้ย…ไม่คอนเทนต์ละ แต่เราก็ต้องไปตามคิว

ไปถึงสถานการณ์จริงเป็นยังไงบ้าง?

แคนดี้ : โอ้โห…ตึงเครียดสุดๆ เลย ไม่กล้าแซว ไม่กล้าอะไรเลย

ธัญญ่า : คือก่อนลงมาไลฟ์แปลงร่างไปแล้ว พี่แปลงร่างแล้วถามว่าจะไลฟ์ไหม คือพี่จะลงไปไลฟ์นะ ถ้าอยากลงก็ลง ไม่อยากลงก็ไม่ต้องลง เขาก็แบบกลัวพี่ไปแฉเขาในไลฟ์ กลัวไง เราก็บอกไม่พูดหรอก รับงานลูกค้ามาแล้วมันต้องทำให้จบ เขาก็ค่อยๆ มาแบบกล้าๆ กลัวๆ คอยดูว่าจะหลุดอะไรเมื่อไหร่

วันนั้นพอประกาศลดสถานะปุ๊บ คนเข้ามาติดตามในไลฟ์เยอะมาก?

ธัญญ่า : คนคิดว่าเป็นคอนเทนต์เยอะมาก ซึ่งมันคือเรื่องจริง อะไรที่เกิดขึ้นในไลฟ์คือเรื่องจริงทั้งหมด เราไม่มีการแต่งเติม ขนาดน้องเขยยังแบบพี่ญ่ามันมีสคริปต์หรือเปล่า

แคนดี้ : ยืนยันๆ ไม่มีๆ พอเราเข้าไปตึงมากทั้งเรื่องของเราเอง เรื่องพี่ญ่า เอายังไงดี แต่พี่ญ่าก็สปิริตมาก ทุกอย่างผ่านไปสนุกสนาน วันนั้นเติมวิตามินฉ่ำ

ให้โอกาสเขาได้ใช้หนี้ แต่หลังจากนี้จะมีดำดเนินคดีตามกฎหมายไหม?

แคนดี้ : ฝั่งแคนดี้คือต้องมีการตั้งทนายไปพูดคุย เพราะว่าเขาบอกว่าธุรกิจของเขาถูกโกง อย่างที่พี่ญ่าบอก เขาบอกว่าโกงภายใน เราซึ่งเป็นคนลงทุนธุรกิจย่อมอยากรู้ เงินมันหายไปจากระบบตอนไหน

ธัญญ่า : ให้โอกาสเขามา 2 ปีในการฟื้นตัว เขาน่าจะฟื้นได้แล้ว

แคนดี้ : ส่วนเราเองเกือบแย่ เพราะฉะนั้นใช้กฎหมาย เดี๋ยวจะมีเข้าไป

พี่ญ่าล่ะ?

ธัญญ่า : ยังไม่ได้มีการพูดกับพี่เป๊กเลยว่าจะยังไงต่อ อาจจะรอแคนดี้

พี่แคนดี้พอโดนโกง เป็นซึมเศร้า ถึงขั้นเลิกศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือยังไง?

แคนดี้ : ไม่โหดถึงขั้นเลิกศรัทธา แต่ไม่งมงาย ก่อนหน้านี้ที่เราเจอปัญหา คือเราไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย เราทำธุรกิจสำเร็จมาตลอด พอเราเจอปุ๊บ พึ่งใครดี พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วกัน ช่วงนั้นแคนดี้ไปเยอะมาก ไหว้นั้น ไหว้นี้ ตั้งโต๊ะบูชา ทำทุกอย่างจนกลายเป็นเจ้าแม่สายมูไปเลย แต่มันเหมือนการแลก สมมติทำโต๊ะบูชาไปก่อนลงทุนไปแสน ก็หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องให้คืนฉันล้าน มันคือการมูแบบงมงาย พอเราทำไปจนถึงก้อนสุดท้ายที่เรามี ก็ไปทำเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นได้คืนมาเลย เราก็เลยรู้สึกตาสว่าง ก็เลยบอกตัวเองว่าไม่เอาแล้ว ฉันเลิกงมงาย มู ไหว้แบบธรรมดาดีกว่า นับถือนะ พญานาคก็ยังนับถือ สิ่งศักดิ์สิทธ์ต่างๆ ก็ยังชวนพี่ญ่าไปไหว้กันอยู่เลย

ธัญญ่า : ก็ยังไหว้

แคนดี้ : แต่ไม่ใช่เงินแบบเดิมแล้ว ช่วงนั้นงอนมากถึงขั้นไปนั่งคุย ปู่ไม่รักหนูใช่ไหม สุดท้ายก็ไปล้างออกให้หมดทุกอย่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเยอะกว่าศัลยกรรมอีก เอาออกให้หมดเลย

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพี่แคนดี้ที่อยากมีชีวิตอยู่ต่ออยากเห็นหลานประสบความสำเร็จ นั่นคือ น้อง เอเอ วง BUS นั่นเอง?

แคนดี้ : ใช่ อันนี้ก็ถือว่าวง BUS บำบัดเหมือนกัน โมเมนต์ที่เราไม่โอเค เราจะเปิดเพลงวง BUS ตลอด หรือดูกิจกรรมของเขา มันทำให้เรามีความสุขมาก เราไม่มีลูกชาย ก็มี เอเอ กับ เอไอ ที่เป็นลูกแอนนี่ เราก็ถือเป็นลูกเรา คือมีความสุขมาก เห็นพัฒนาการเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็โอเค พร้อมที่จะอยู่เพื่อเขา เพื่อแม่

จริงๆ คุณแคนดีต้องมีความสุขนะ สังเกตไหมที่บ้านทุกคนเป็นศิลปินหมดเลย และเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง โด่งดังกันหมด?

แคนดี้ : จริงๆ ก็มีความสุข ทุกอย่างที่ดึงแคนดี้กลับมาได้ก็เพราะครอบครัว คนรอบข้างที่ทำให้เรากลับคืนมาได้ เอเอ วง BUS ด้วย น่ารักมาก

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

กรุงเทพฯ เอาแล้ว! พบยายวัย 71 ปี ฉีกบัตรเลือกตั้ง ยอมรับเข้าใจผิด คิดว่าต้องแยกส่วน

กรุงเทพฯ เอาแล้ว! พบยายวัย 71 ปี ฉีกบัตรเลือกตั้ง ยอมรับเข้าใจผิด คิดว่าต้องแยกส่วน

กรุงเทพฯ เอาแล้ว! พบยายวัย 71 ปี ฉีกบัตรเลือกตั้ง ยอมรับเข้าใจผิด คิดว่าต้องแยกส่วน

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.10 น.

กรุงเทพฯ เอาแล้ว! พบยายวัย 71 ปี ฉีกบัตรเลือกตั้ง ยอมรับเข้าใจผิด คิดว่าต้องแยกส่วน 

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ช่วยราชการ บช.น.ในฐานะหัวหน้า ศปก.น.ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลา 14.10 น. ที่เขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 บริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ พื้นที่ สน.คลองตัน มีเหตุการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง (ทำการฉีกบัตรเลือกตั้ง)

พฤติการณ์เมื่อเวลา 14.10 น. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งว่า ที่เขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 บริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง มีผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง โดยผู้ก่อเหตุชื่อ น.ส.อินทิรา (สงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 65 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ได้เข้ามาแสดงตัวเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบทราบว่า เป็นผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย จึงได้มอบบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง คือสีเขียว และสีชมพู จำนวน 2 ใบ เมื่อเข้าไปลงคะแนนในคูหาเพื่อลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง ผู้ก่อเหตุได้ทำการฉีกบัตรลงคะแนนทั้ง 2 ใบ 

จากการสอบถาม น.ส.อินทิรา ให้การว่า เป็นเหตุเข้าใจผิด คิดว่าต้องฉีกแยกส่วน นำเฉพาะส่วนที่ทำเครื่องหมายกากบาทหย่อนลงหีบบัตร จึงได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัว เพื่อดำเนินการต่อไป

กกต.ชี้จับซื้อเสียงราชบุรี หลักฐานชัด!โพยเงิน-รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กกต.ชี้จับซื้อเสียงราชบุรี หลักฐานชัด!โพยเงิน-รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กกต.ชี้จับซื้อเสียงราชบุรี หลักฐานชัด!โพยเงิน-รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.51 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.แถลงถึงการจับกุมการซื้อเสียงที่ จ.ราชบุรี ซึ่ง นายธนากร เลี้ยงฤทัย อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง ไปแจ้งความว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น นายแสวง กล่าวว่า ภาพรวมเกี่ยวกับการซื้อเสียงนั้น ทาง กกต.พยายามดูแลปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ โดยร่วมกับตำรวจจำนวนกว่าแสนนาย ที่ผ่านมาเราเน้นการป้องกัน ซึ่งมีการจับกุมผู้เตรียมการได้ 4 – 5 กรณี ซึ่งที่ จ.ราชบุรี มีหลักฐานเป็นโพยเงิน และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากนี้จะดำเนินการตามระเบียบสืบสวนฯ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนกรณีอื่นๆ มีที่ จ.สุราษฎร์ธานี 3 ราย , เชียงราย 1 ราย และราชบุรี 1 ราย