ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน 'ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่' 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ไวไว” เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานประเพณีสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมล้านนาอย่างคับคั่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมายาวนานกว่า 730 ปี

นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ “ไวไว” มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมจัดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ล้านนาอันงดงาม ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งของชาวล้านนา อีกทั้งยังเป็นวาระพิเศษในการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 730 ปีของการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ อันสะท้อนถึงความรุ่งเรืองและความเข้มแข็งของชุมชนล้านนามาอย่างยาวนาน

ไวไวเชื่อว่าการสืบสานประเพณีท้องถิ่น ไม่เพียงช่วยรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในสังคม และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิต ความเชื่อ และคุณค่าของชาวล้านนาอย่างใกล้ชิด” นางสาวณิชรัตน์ กล่าว

สำหรับการจัดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญตามขนบธรรมเนียมล้านนาอย่างครบถ้วน อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 90 รูป ณ ข่วงประตูท่าแพ พิธีอาราธนาพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนรถบุษบก (ชาวล้านนานิยมเรียกว่า “พระสิงห์”) ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญ อาทิ พระเจ้าทองทิพย์ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น สะท้อนถึงพลังศรัทธาและความร่วมมือร่วมใจในการสืบสานประเพณีอันดีงาม

นอกจากนี้ “ไวไว” ยังได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญตามความเชื่อของชาวล้านนา อาทิ พิธีสืบชะตา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และพิธีก่อเจดีย์ทรายถวายดุง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการทำบุญสะสมกุศล พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นตลอดช่วงเทศกาล

ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคม “ไวไว” ได้จัดตั้งโรงทาน ณ วัดพระสิงห์วรมหารวิหาร ระหว่างวันที่ 11 – 16 เมษายน 2569 เพื่อแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน สร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปันและน้ำใจไมตรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยผู้เข้าร่วมงานต่างร่วม “อิ่มบุญ อิ่มใจ” กันอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสนุกสนานจากบูธ “WAIWAI Songkran 2026” ที่ “ไวไว” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย ทั้งการร่วมเล่นเกม รับของที่ระลึก และการแจกผลิตภัณฑ์ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจและการมีส่วนร่วมได้อย่างคึกคักตลอดงาน

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของประเพณีล้านนา คือ “พิธีสระเกล้าดำหัว ป้อเมืองเจียงใหม่” ซึ่งเป็นพิธีแสดงความเคารพและขอพรจากผู้ใหญ่ตามธรรมเนียมโบราณ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงใหม่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยในโอกาสนี้ “ไวไว” ยังได้ร่วมจัดบูธภายในงาน พร้อมนำเสนอเมนูพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธี ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ “ไวไว” ในการร่วมสืบสานประเพณีไทย พร้อมสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทุกความสุขในทุกเทศกาล

ผู้สนใจสามารถติดตามภาพบรรยากาศและกิจกรรมดี ๆ จาก “ครอบครัวไวไว” ได้ทาง Facebook: waiwaiinstantnoodle และเว็บไซต์ www.waiwai.co.th

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเสวนา ‘นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน’ พลิกโฉมการดูแลสุขภาพ… บอกลาโรคอ้วนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่!

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเสวนา 'นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน' พลิกโฉมการดูแลสุขภาพ... บอกลาโรคอ้วนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่!

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเสวนา ‘นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน’ พลิกโฉมการดูแลสุขภาพ… บอกลาโรคอ้วนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่!

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเสวนา “นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน – Innovative Obesity Care for Sustainable Health” พบกับแนวทางการดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่จะช่วยให้คุณพิชิตโรคอ้วนได้อย่างถาวรและปลอดภัย วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา: 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม CONVENTION ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

Expert Talk: เจาะลึกนวัตกรรมการจัดการโรคอ้วน จากทีมแพทย์เฉพาะทางและสหสาขาโภชนศาสตร์คลินิก ศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิกส์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ทางเดินอาหารและตับ ระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต

กิจกรรมภายในงาน

• The Robotic Surgery: สัมผัสนวัตกรรมหุ่นยนต์ผ่าตัดลดน้ำหนัก ทางเลือกใหม่เพื่อชีวิตที่คล่องตัว

• Healthy Diet: เคล็ดลับโภชนาการจัดการความอ้วน

• Healthy Life: ออกกำลังกายง่ายๆ แต่ลดพุงได้จริง

• Body Composition: ตรวจองค์ประกอบร่างกาย

• Appointment: นัดหมายปรึกษาคลินิกโรคอ้วนและเมตาบอลิซึม

• Food Innovation: คณะนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ

ร่วมแชร์ประสบการณ์การรักษาโรคอ้วนกับ ยิป-พัชรดา ทองนาค Miss Popular Vote จากเวที Miss Tiffany’s Universe ครั้งที่ 25 (ประจำปี 2024)

เริ่มต้นวันนี้เปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน  https://forms.cloud.microsoft/r/f8xfsVK4vG มาร่วมสร้างหุ่นใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นักร้องรุ่นใหม่รวมตัวขึ้นเวทีศาลาเฉลิมกรุง เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”

นักร้องรุ่นใหม่รวมตัวขึ้นเวทีศาลาเฉลิมกรุง เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ...เพลงสุนทราภรณ์”

นักร้องรุ่นใหม่รวมตัวขึ้นเวทีศาลาเฉลิมกรุง เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.33 น.

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงเปิดเวทีเริงลีลาศ…รับลมร้อน สืบสานเพลงสุนทราภรณ์ เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน บูรพศิลปิน เจ้าของฉายาขุนพลแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บุคคลสำคัญของโลก ปี 2553 โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รวมตัวนักร้องรุ่นใหม่แชมป์จากเวทีศาลาเฉลิมกรุง…สืบสานตำนานเพลง ร่วมขับขานบทเพลงสุนทราภรณ์ ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์” วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง

นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นำทีมนักร้องรุ่นใหม่และ วง Big Band เฉลิมราชย์ บรรเลงเพลงสุนทราภรณ์ ควบคุมวงโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร(ศิลปินแห่งชาติ) คัดสรรผลงานเพลงอันไพเราะ เพลงลีลาศจังหวะต่างๆ ผลงานการประพันธ์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน มาถ่ายทอดให้ฟังกันแบบครบทุกอรรถรส…หลังจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดคอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง “บูรพศิลปิน ครูเอื้อ สุนทรสนาน” ขึ้นในครั้งแรกเมื่อปี 2567 ส่งผลให้แฟนเพลงเรียกร้องให้จัดขึ้นอีกครั้ง ปีนี้พิเศษสุด….มาในคอนเซ็ปต์ เริงลีลาศ พาย้อนวันวานเข้าสู่ยุคสมัยวัฒนธรรมการเต้นรำที่รุ่งเรืองผ่านบทเพลงอันไพเราะ ถ่ายทอดโดยนักร้องคุณภาพรุ่นใหม่แชมป์จากเวทีศาลาเฉลิมกรุง…สืบสานตำนานเพลง สปาย- ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย พลอย-ทิพย์รมิดา พันตาวงษ์กบิล เมจิ-ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์ เข้ม-ศุภกิจ กัลยาณกุล ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ แบ็งค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ แบ๋ม-สิริรัตน์ คำหงค์ษา บาร็อก-ชลธาร เซ็นเชาวนิช ร่วมด้วยนักร้องคุณภาพ อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน เบลโลล่า-กนิษฐา  ศรีลุปะบาต เริงลีลาศไปกับทีมนักเต้นจาก DANCEMASTER พิธีกร โกมุท คงเทศ – พิชญาพร โพธิ์สง่า 

ครูเอื้อ สุนทรสนาน บุคคลสำคัญของโลก สาขาวัฒนธรรมดนตรีไทยสากล ปี 2553 ผู้ก่อตั้งวงดนตรี “สุนทราภรณ์” ชื่อวงซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่าง “สุนทรสนาน” นามสกุลของครูเอื้อ และ “อาภรณ์” ชื่อของ อาภรณ์​ กรรณสูตร ลูกสาวคหบดีข้างบ้านที่ครูเอื้อหลงรัก ซึ่งครูเอื้อใช้เป็นนามแฝงตอนอัดแผ่นเสียง ก่อนจะนำมาตั้งเป็นชื่อวงเมื่อรับงานนอกราชการ ครูเอื้อเป็นผู้ที่มีความสามารถในการประพันธ์ดนตรี และยังเป็นนักดนตรีผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งเป็นนักร้องที่ขับร้องเพลงได้มากมาย จนได้รับฉายา “ขุนพลเพลงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” เป็นบุคคลสำคัญที่มีคุณูปการทางด้านดนตรีของประเทศไทยและของโลก ด้านการประพันธ์เพลง ครูเอื้อเป็นผู้ประพันธ์ทำนองเพลง มีผลงานการประพันธ์เนื้อร้องร่วมกับครูเพลงหลายท่าน โดยสร้างสรรค์ผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาตามยุคตามสมัย อาทิ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ครูเวส สุนทรจามร ครูสุรัฐ พุกกะเวส ครูพจน์ จารุวณิช ครูสมศักดิ์ เทพานนท์ ครูธาตรี (วิชัย โกกิลกนิษฐ์) ครูธนิต ผลประเสริฐ เป็นต้น

ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีผลงานเพลงสุนทราภรณ์ที่ประพันธ์ไว้หลากหลายแนวเพลง โดยเฉพาะเพลงลีลาศนั้น มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมากมาย ได้แก่ วอลซ์(Waltz) อาทิ หงส์เหิน, ดอกไม้กับแมลง แทงโก้ (Tango) เป็นเพลงเน้นท่วงทำนองหนักแน่น และเร้าใจ อาทิ ผู้ครองฟ้า, ดาวล้อมเดือน ชะชะช่า(Cha Cha Cha) เพลงลีลาศที่เน้นจังหวะสนุกสนาน อาทิ เพลินเพลงแมมโบ้, สุขกันเถอะเรา บีกิน(Beguine) แนวเพลงละตินจังหวะช้าๆ โรแมนติก อาทิ น้ำตาลใกล้มด, นวลปรางนางหมอง, จากรัก รัมบ้า(Rumba) ท่วงทำนองที่นุ่มนวล โรแมนติก อาทิ หนึ่งน้องนางเดียว, โอ้ยอดรัก ตะลุง เพลงจังหวะสนุกสนานแบบไทย อาทิ ตะลุงมอญซ่อนผ้า, ตะลุงสากล  ฟ็อกซ์ทร็อต(Foxtrot) เพลงที่เน้นท่วงทำนองนุ่มนวล ลื่นไหล อาทิ โลกหมุนเวียน, อุษาสวาท กัวราช่า(Guaracha) เป็นดนตรีลาตินอเมริกันที่มีจังหวะคึกคัก สนุกสนาน และเคลื่อนไหวเร็ว ท่วงทำนองเน้นความรื่นเริงและเร้าใจ อาทิ มองอะไร, ไพรพิสดาร ออฟบิท(Off beat) เพลงลีลาศที่เน้นจังหวะเคาะที่ยกขึ้น ให้ความรู้สึกสนุกสนาน คึกคัก และโยกย้ายตามได้ง่าย อาทิ รักในลมหนาว, แสนงอน ร็อค(Rock) เป็นเพลงลีลาศจังหวะเร็ว สนุกสนาน อาทิ อย่าลืมฉัน แซมบ้า(Samba) เป็นเพลงลีลาศสไตล์ลาตินที่เร้าใจ เน้นการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและสนุกสนาน อาทิ จุฬาแซมบ้า และรำวง เป็นเพลงจังหวะสนุกสนาน เป็นต้น

ร่วมเป็นกำลังใจให้นักร้องศิลปินรุ่นใหม่ถ่ายทอดบทเพลงสุนทราภรณ์…เริงลีลาศรับลมร้อน สืบสานบทเพลงสุนทราภรณ์เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน บูรพศิลปิน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”  วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 รอบ 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง บัตรราคา 1,200 บาท ทุกที่นั่ง จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2225-8757-8 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com

“พระผู้ให้” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

“พระผู้ให้” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

“พระผู้ให้” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมจุฬาฯ จัดนิทรรศการ “พระผู้ให้”              เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ โดยมีคณะผู้บริหารจุฬาฯ และสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมจุฬาฯ นำโดย รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธบิการบดี ให้การต้อนรับ  เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ

ในการนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวสำนึก    ในพระมหากรุณาธิคุณ และวางพวงมาลัยบนพานหน้าพระรูปสมเด็จพระพันปีหลวง วงจุฬาฯ เชมเบอร์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัยถ่ายภาพร่วมกัน เสร็จแล้วนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ และเข้าชมนิทรรศการ

นิทรรศการ “พระผู้ให้” ได้อัญเชิญบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระผู้ให้” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระราชทานเพื่อใช้เป็นบทขับร้องในการแสดงดนตรีไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงบทพระราชนิพนธ์บางบทจากหนังสือ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” มาถ่ายทอดในรูปแบบนิทรรศการที่ออกแบบอย่างงดงามและเข้าใจง่าย

เนื้อหานิทรรศการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าและน้ำ

ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้สัมผัสถึงพระราชจริยวัตรแห่ง “การให้” ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน โดยไม่ทรงเลือกที่รักมักที่ชัง สะท้อนพระราชปณิธานอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย สมดังชื่อของนิทรรศการ “พระผู้ให้” อย่างแท้จริง

นิทรรศการ “พระผู้ให้” เปิดให้เข้าตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ โทร. 0-2218-3645–6, 0-2218-3624 และ Facebook: Chulamuseum

คุณแหน : 21 เมษายน 2569

คุณแหน : 21 เมษายน 2569

คุณแหน : 21 เมษายน 2569

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ช่วงนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่าน อยู่ระหว่างการ “หยุดยิง” ผู้คนทั้งโลกก็ผ่อนคลายความเครียดลงได้บ้าง แต่พอเหลียวไปดูอีกด้านหนึ่ง กองทัพอิสราเอล กลับบุกขึ้นด้านเหนือเข้า ดินแดนเลบานอน โจมตีจุดยุทธศาสตร์ และชุมชนบางแห่งอย่างดุเดือด จากภาพข่าวจะเห็นชัดว่าพื้นที่ในเลบานอน ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของศรีวิไลเซชั่นของภูมิภาคกลายเป็นซากปรักหักพังมากมาย ทั้งนี้ฝ่ายอิสราเอลจะอ้างว่าทั้งสองประเทศเคยเป็นเพื่อนบ้านพรมแดนติดกันมาด้วยดีจนกระทั่ง 40 ปีที่ผ่านมาเลบานอนเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนแอทางทหารเลยถูกกลุ่มหัวรุนแรง “ฮิซบุลลอฮ์” เข้ามาครอบงำและใช้กำลังที่แข็งแกร่งกว่าคุมนโยบายทางทหารให้เลบานอนเป็นศัตรูกับอิสราเอล ถึงระดับแทรกซึมเข้าไปก่อการร้าย ยิ่งกว่านั้นยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเทลอาวีฟ … บารอนเนส หวนคิดเรื่องนี้แล้วเสียดายมาก นครหลวงกรุงเบรุตในสมัยก่อนลือกันว่าเป็นมหานครที่ศรีวิไลที่สุดในตะวันออกกลาง จนฝรั่งเรียกว่า “PARIS OF THE EAST” ผู้คนพื้นเมืองทั้งหญิงชายหน้าตาดีมีการศึกษาสูงชอบใช้ชีวิตเยี่ยงชาวตะวันตกทีเดียว พลเมืองจะแบ่งการนับถือศาสนา 3 แบบ กล่าวคือชนชั้นนำจำนวนมากจะเป็นชาวคริสต์ ส่วนที่เหลือจะเป็นอิสลามนิกายซุนนีและนิกายชีอะห์…
  • นับเนื่องจากการมีบัญญัติศัพท์ “ซอฟพาวเวอร์” จนติดหู ต้องยอมรับว่า “มวยไทย” เป็นเอกลักษณ์ที่ฝรั่งต่างแดนยอมรับว่าเป็นอันดับหนึ่ง เน้นโฟกัสให้ชัดขึ้นอีกในบรรดารายการมวยไทยจำนวนมากที่ประชันขันแข่งกันอยู่ รายการ “ONE CHAMPIONSHIP” ของ บอส ชาตรี นับว่าเหนือชั้นยกระดับเป็นเอกอุทีเดียว ทุกสัปดาห์ไม่ว่าวันศุกร์หรือเสาร์ชาวไทยและประชากรรอบโลกจำนวนหลายร้อยล้านคนต้องเกาะจอรอดูทีวีจนเรตติ้งช่อง 7 สีสูงเป็นประวัติการณ์ ว่ามาถึงจุดนี้เพื่อให้เห็นความสามารถขององค์กรนี้ แล้วเลี้ยวมาพูดถึงตัวนักมวยปัจเจกบุคคล กรณีนี้คือเมื่อเสาร์ที่ 11/4 รายการใหญ่คู่มวยสำคัญเป็นอดีตแชมป์ สามเอ (3A) ปะมือกับนักมวยดาวรุ่งชาวโมร็อกโก (หมัดหนักมาก) 3A แน่นอนมีชื่อเสียงโด่งดังมานับสิบปีอายุปัจจุบันเข้าไป 42 ปีแล้ว (สำหรับมวยอาชีพก็คือชายชรา) ปรากฏว่าสู้กันอย่างดุเดือดสมศักดิ์ศรีโดย 3A ชนะน็อคเอาท์ แฟนมวยในสนามโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างเมามันส์ แต่สำหรับผู้มีใจเป็นกลางอาจเห็นตรงข้าม 1) เรายอมรับในความยิ่งใหญ่ของ 3A 2) ยกย่องในความมีวินัยของเขาที่ดูแลร่างกายให้แข็งแกร่ง 3) เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักมวยไทยอาชีพ… แต่ท้ายที่สุดเราอยากเห็น 3A กำหนดวาระชีวิตตนเองได้แขวนนวมในจุดสูงสุด โดยไม่เสียตำแหน่ง, ไม่บาดเจ็บ, ไม่ถูกมองข้ามเมื่อหมดยุค, และได้รับการจารึกชื่อเข้า “THE HALL-OF-FAME” …
  • งานประเพณีรดน้ำดำหัวขอพรคณาจารย์และรุ่นพี่อาวุโส คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แมสคอม มช.) จัดโดย สมาคมศิษย์เก่าแมสคอม มช. ที่มี ดร.ชลวิทย์ สุขอุดม นายกสมาคมฯ ศิษย์เก่ารหัส 27 และ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ สุดฤทัย เลิศเกษม ศิษย์เก่ารหัส 25 ร่วมกันจัดขึ้น ที่กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันศุกร์ก่อน …งานสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมายไปเรียบร้อย อาจารย์ที่มาร่วมงานมี รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ , ผศ.นาฏยา ตนานนท์ และ ผศ.ดร.ศุภฤกษ์ โพธิไพรัตนา คณบดีคณะแมสคอม มช.คนปัจจุบัน พร้อมอาจารย์ในคณะฯ…สำหรับศิษย์เก่า มากันหลากรุ่น หลายเจน ตั้งแต่รหัส 07 -รหัส 66 อาทิ รุ่นพี่อาวุโสสุดคือ พ.อ.หญิงมาลัยวัลย์ แสงสุวรรณ์ รหัส 07 (เข้าเรียน มช.ปี 2507 บัณฑิตแมสคอม มช.รุ่นแรก) แชมป์การเข้าร่วมงานทุกปี มิเคยขาด… นอกจากนี้ยังมี รุ่นพี่รหัส 13 พล.ร.ต.หญิงสุรัชฎา ชลออยู่ , รหัส 15 ธนิต วิจิตรพันธ์ุ และรหัส 16 พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร ,รหัส 18 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฯ วันชัย สุทธิวรชัย ,รหัส 19 วิโรจน์ ประกอบพิบูล และ สุมนา ศุขนิทร ฯลฯมาร่วมงานกันคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลด้วยความรัก-ความสามัคคี มีความสุขกันถ้วนหน้า…
  • ในโอกาสครบวาระ ได้มีการเลือกตั้ง นายกสมาคมนักศึกษาเก่าแมสคอม มช.คนใหม่ ซึ่งผลการเลือกตั้งเป็นเอกฉันท์เลือก อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ (หลา) รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการผลิตคอนเทนต์ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รหัส 32 เป็น นายกสมาคมฯคนใหม่ สืบแทน ดร.ชลวิทย์ สุขอุดม …ขอแสดงความยินดีด้วย !!…

บารอนเนส

แม็คโคร-โลตัส จัดงาน ‘Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น’ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนส่งตรงจากสวน

แม็คโคร-โลตัส  จัดงาน ‘Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น’ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนส่งตรงจากสวน

แม็คโคร-โลตัส จัดงาน ‘Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น’ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนส่งตรงจากสวน

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.12 น.

“แม็คโคร–โลตัส” ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) สนับสนุนเกษตกรไทย ร่วมต้อนรับเทศกาลผลไม้ฤดูร้อน จัดงาน “Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น” เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้ภาคตะวันออกส่งตรงจากสวนโดยเกษตรกรมาให้เลือกทานแบบไม่อั้น พร้อมบริการ เคาะ เจาะ ชั่ง ปอก รับประกันความอร่อย หวานมันทุกชิ้นแบบไม่ต้องลุ้น เริ่มต้นที่ โลตัส บางนา ระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2569 ในราคา 599 บาท / 1 คน สามารถร่วมกิจรรมบุฟเฟ่ต์ทุเรียนได้ 1 ชม. พร้อมรับสิทธิ์หมุนฟรีวงล้อลุ้นรางวัลจากโลตัส 1 ครั้ง

พร้อมอิ่มอร่อยต่อเนื่องแบบจัดเต็มกับงาน “Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น” บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ในราคา 599 บาท / 1 คน ที่ “แม็คโครโลตัส” ทั่วประเทศ ได้แก่

ภาคกลาง

วันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร ศรีนครินทร์

วันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา รามอินทราโลตัส สาขา สุขุมวิท 50

วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา สุขาภิบาล 1โลตัส สาขา สระบุรีโลตัส สาขา อยุธยา

วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา ศรีนครินทร์โลตัส สาขา พระราม 1

วันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา ซีคอนโลตัส สาขา ฟอร์จูน โลตัส สาขา รังสิต โลตัส สาขา พัฒนาการ

ภาคเหนือ

วันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร เชียงใหม่

วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา เชียงใหม่คำเที่ยง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร ขอนแก่นโลตัส สาขา ปากช่องโลตัส สาขา อุดรธานี

ภาคตะวันออก

วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา พัทยา

ภาคใต้

วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา หาดใหญ่

วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา ภูเก็ต

วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร หาดใหญ่

โดยจัด 4 รอบ/วัน รอบที่ 1 เวลา 11.00-12.00 น.รอบที่ 2 เวลา 13.00-14.00 น.รอบที่ 3 เวลา 14.30-15.30 น. และ รอบที่ 4 เวลา 16.00-17.00 น.

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรม หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ผ่าน https://www.facebook.com/makroHQ หรือ https://www.facebook.com/lotussth

SACIT เชิดชูเกียรติสุดยอดครูศิลป์แห่งปี 2569 เผยโฉม 5 ‘ครูศิลป์ของแผ่นดิน’ ผู้ชุบชีวิตผ้าไทยระดับตำนานและงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

SACIT เชิดชูเกียรติสุดยอดครูศิลป์แห่งปี 2569 เผยโฉม 5 'ครูศิลป์ของแผ่นดิน' ผู้ชุบชีวิตผ้าไทยระดับตำนานและงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

SACIT เชิดชูเกียรติสุดยอดครูศิลป์แห่งปี 2569 เผยโฉม 5 ‘ครูศิลป์ของแผ่นดิน’ ผู้ชุบชีวิตผ้าไทยระดับตำนานและงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.46 น.

20 เมษายน 2569 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT (สศท.) จัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ “ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2569” ณ บ้านปาร์คนายเลิศ เพื่อยกย่องบุคคลผู้เป็นที่สุดแห่งงานศิลปหัตถกรรมไทย รวม 22 ท่าน นำโดย 5 ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผู้สืบทอดงานผ้าไทยและประณีตศิลป์ระดับ Masterpieces ที่หาชมได้ยากยิ่ง พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ดันงานฝีมือไทยก้าวสู่สากล

ดร.เสรี นนทสูติ ประธานสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ประธานในพิธี เปิดเผยว่า “งานศิลปหัตถกรรมไทยคือรากแก้วของมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของความเป็นไทย การเชิดชูเกียรติบุคคลผู้ทรงคุณค่าในปีนี้ได้คัดสรรอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้สุดยอดผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2569 แบ่งเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน 5 ท่าน, ครูช่างศิลปหัตถกรรม 10 ท่าน และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม 7 ท่าน เพื่อให้ทุกท่านเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการส่งต่อมรดกภูมิปัญญาที่ไม่มีวันตาย และเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนงานหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างยั่งยืน”

ไฮไลต์สำคัญ: 5 ปรมาจารย์ผู้ชุบชีวิตหัตถศิลป์ระดับตำนาน

ในปีนี้ SACIT ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับงานผ้าไทยที่สะท้อนความประณีต เพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและรักษางานผ้าไหมไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง       ที่ทรงอุทิศพระองค์อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย สร้างอาชีพและรายได้ให้ราษฎรในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งงานประณีตศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาผู้สืบทอดได้ยากในปัจจุบัน ได้แก่:

1.​นางเหรียญ ผลงาม (ผ้าจกไทยวน): ปรมาจารย์ผู้รักษาลวดลาย “ผ้าจกไทยวน” ที่มีความละเอียดอ่อนในทุกฝีเข็ม สะท้อนอัตลักษณ์ที่สั่งสมมานับร้อยปี

2.​นางสมใจ คงชัยภูมิ (ผ้าไหมมัดหมี่): ผู้สร้างสรรค์ผ้าไหมมัดหมี่ที่ผสานเทคนิคการย้อมและการทอเข้ากับจินตนาการ จนเกิดเป็นลายผ้าที่มีมิติและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์

3.​นางประจวบ จันทร์นวล (ผ้าไหม): ผู้เชี่ยวชาญการทอผ้าไหมด้วยเทคนิคโบราณที่เน้นความนุ่มนวลและเงางามของเส้นใยไหมธรรมชาติ

4.​นางสาวตาบทิพย์ แก้วดวงใหญ่ (หัวโขน): ศิลปินผู้สืบสานงานจิตรกรรมและประติมากรรมชั้นสูงในการสร้างสรรค์หัวโขนที่งดงามและถูกต้องตามหลักราชสำนัก

5.​นางอุไร แตงเอี่ยม (เครื่องเบญจรงค์): ผู้รักษาวิธีการเขียนลายเบญจรงค์ที่ใช้ความประณีตของฝีแปรงและน้ำทอง มอบความอลังการในแบบงานศิลป์ชั้นสูง

ผศ.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่มอบโล่เชิดชูเกียรติ แต่ยังรวมผลงานระดับ Masterpieces ของครูทุกท่านมาจัดแสดงเพื่อให้เห็นงานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นสูง ที่มีความละเอียด ประณีต สามารถใช้ได้จริง และเสริมสร้างเสน่ห์และความหรูหราให้กับเจ้าของและผู้สวมใส่ ปัจจุบันงานศิลปหัตถกรรมไทยมีความต้องการสูงและมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากล โดย SACIT จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมนำพาผลงานเหล่านี้เข้าสู่สายตาชาวโลกและไลฟ์สไตล์ระดับ world class”

ภายในงานยังมีการฉายวิดีทัศน์สรุปเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าและการสัมภาษณ์พิเศษถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานหัตถกรรมไทยในยุคดิจิทัล เพื่อให้งานศิลป์เหล่านี้เข้าถึงหัวใจของคนรุ่นใหม่และคนทั่วโลก

ทั้งนี้ SACIT เตรียมจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” สานภูมิปัญญาไทยสู่ความยั่งยืน เวทีที่รวบรวมสุดยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยจากบรมครูทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ

แอทแทค เปิดตัว ‘เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม’ บูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ‘ยิ่งขยับ ยิ่งหอม’

แอทแทค เปิดตัว ‘เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม’ บูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ‘ยิ่งขยับ ยิ่งหอม’

แอทแทค เปิดตัว ‘เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม’ บูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ‘ยิ่งขยับ ยิ่งหอม’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.59 น.

ตอบโจทย์เวิร์กกิ้งมัมและคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ แต่ยังให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่สะอาดและมีกลิ่นหอมติดทนนาน คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและเคมีภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวแคมเปญใหม่ของผลิตภัณฑ์ซักผ้า แอทแทค (Attack) ภายใต้แนวคิด “อยากให้ผ้าหอมขึ้น โมเมนต์นี้ต้อง แอทแทค ตบๆ ดึงๆ กอดๆ” นำเสนอ เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม (Fragrance Capsule Technology) ที่ช่วยให้เสื้อผ้ากระจายกลิ่นหอมได้ตลอดวันเพียงแค่ขยับร่างกาย เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน

นายชินจิ มัตซึโอกะ รองประธานส่วนการตลาด ธุรกิจสินค้าอุปโภค บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้า นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับเรื่องกลิ่นหอมของเสื้อผ้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและคนทำงานที่ต้องการเสื้อผ้าที่มีกลิ่นหอมระหว่างวัน ‘คาโอ’ จึงมุ่งมั่นผลักดันแบรนด์‘แอทแทค’ ให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ซักผ้า แต่เป็นเสมือน ‘ผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน’ ของทุกบ้าน และความตั้งใจของแบรนด์ที่จะช่วยลดภาระงานซัก เพิ่มเวลาความสุข ทำให้การดูแลเสื้อผ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และประหยัดเวลา ใช้นวัตกรรมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ และการมาร่วมแสดงโฆษณาครั้งแรกร่วมกับพรีเซนเตอร์ของแอทแทคอย่างคุณณเดชน์ คูกิมิยะ ก็เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์นี้ และอยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสประสบการณ์กับผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองจริง ๆ ”

เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมคืออะไร ?

เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม (Fragrance Capsule Technology) เป็นนวัตกรรมที่ใช้ไมโครแคปซูล (Microcapsule) กักเก็บน้ำหอมไว้ภายในแคปซูลขนาดเล็กที่เคลือบอยู่บนเส้นใยผ้าหลังการซัก เมื่อเกิดการเสียดสีหรือการเคลื่อนไหวของเสื้อผ้า เช่น การเดิน การยืดตัว การโอบกอด หรือการตบเสื้อเบา ๆ แคปซูลจะแตกตัวและปล่อยกลิ่นหอมออกมา เป็นการช่วยปล่อยกลิ่นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้กลิ่นติดทนนาน และช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมระหว่างวัน ด้วยเทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมของแอทแทค ทำให้ผ้าหอมยาวนานถึง 45 วัน และนอกจากด้านความหอมแล้ว ผลิตภัณฑ์แอทแทคยังมีจุดเด่นด้านการขจัดคราบหนักได้ง่ายในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องแช่ ไม่ต้องขยี้ ช่วยให้การซักผ้าเป็นเรื่องสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สัมผัสประสบการณ์ “ยิ่งขยับ ยิ่งหอม”

แคมเปญ “อยากให้ผ้าหอมขึ้น โมเมนต์นี้ต้อง แอทแทค ตบๆ ดึงๆ กอดๆ”   ได้เปิดตัวโฆษณาใหม่ โดยมี ณเดชน์ คูกิมิยะ พรีเซนเตอร์แอทแทค ร่วมกับ ชินจิ  มัตซึโอกะ ผู้บริหารด้านการตลาดของคาโอ ที่มาร่วมแสดงโฆษณาเป็นครั้งแรกเพื่อต้องการใกล้ชิดกับผู้บริโภคและเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การสื่อสารครั้งนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจวิธีการบูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ผ่านท่าทางการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน เช่น ตบเสื้อ ดึงเสื้อ หรือกอด ที่สามารถช่วยกระตุ้นให้เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมของแอทแทคปล่อยกลิ่นหอมออกมาได้ สามารถรับชมโฆษณาได้ที่: https://www.facebook.com/reel/1538654880537877  

มาพร้อม 4 กลิ่น เลือกได้ตามสไตล์

ผลิตภัณฑ์ซักผ้า “แอทแทค” ตอกย้ำการเป็นน้ำยาซักผ้าที่ “ยิ่งขยับ ยิ่งหอม”  มาพร้อมเทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม และมีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่  แอทแทค ไลฟ์ลี่ บลูมมิ่ง กลิ่นพีช เบอร์รี่ ผสานดอกไม้ หอมสดใส, แอทแทค คลีน แอดวานซ์ หอมสะอาด สดชื่น ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย, แอทแทค ชาร์มมิ่ง โรมานซ์   หวานละมุน ราวกับอยู่ในทุ่งดอกไม้ และ แอทแทค เลดี้ อิลิแกนท์ หอมหรู ดูพรีเมียม วางจำหน่ายแล้วที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำ ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ATTACK Family และ LINE OA: @AttackFamily

นีเวียยกระดับประสบการณ์ดูแลผิวใต้วงแขนครบจบในหนึ่งเดียว

นีเวียยกระดับประสบการณ์ดูแลผิวใต้วงแขนครบจบในหนึ่งเดียว

นีเวียยกระดับประสบการณ์ดูแลผิวใต้วงแขนครบจบในหนึ่งเดียว

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

เพราะ “ผิวใต้วงแขน” เป็นบริเวณที่บอบบางและเผชิญปัจจัยกระตุ้นหลากหลาย ทั้งความอับชื้นจากต่อมเหงื่อ การเสียดสีจากการเคลื่อนไหว รวมถึงการระคายเคืองจากการโกนหรือแว็กซ์ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาผิวคล้ำจากการอักเสบ ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน รวมถึงการสูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดความเหี่ยวย่น นีเวียจึงพัฒนาโซลูชันที่เข้าไปดูแล “ต้นเหตุของปัญหา” มากกว่าการแก้ไขเพียงปลายเหตุ โดยพัฒนานวัตกรรมใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้วงแขน

ล่าสุด นีเวีย  เปิดตัว “NIVEA Derma Control” ยกระดับการดูแลจากผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (ดีโอโดแรนต์) แบบเดิม สู่สกินแคร์ดูแลใต้วงแขนอย่างเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาการดูแลผิวอย่างครอบคลุม ทั้งประสิทธิภาพและสุขภาพผิวในระยะยาว

เภสัชกรหญิง วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) 

เภสัชกรหญิง วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นีเวียมุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพเหนือระดับ ควบคู่กับประสิทธิภาพที่พิสูจน์ได้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้วงแขนอันดับ 1 ในประเทศไทย ปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้คาดหวังเพียงการระงับกลิ่นกายหรือควบคุมเหงื่ออีกต่อไป แต่ต้องการการดูแลผิวใต้วงแขนอย่างลึกซึ้ง ในฐานะ ‘ผิว’ ที่ควรได้รับการบำรุงไม่ต่างจากผิวส่วนอื่นของร่างกาย ด้วยแนวคิดนี้ NIVEA Derma Control จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับใต้วงแขนในหลายมิติ ทั้งช่วยจัดการปัญหาใต้วงแขนหมองคล้ำ รอยพับเหี่ยวย่น และปัญหาผิวไม่เรียบเนียนได้ในหนึ่งเดียว”

จุดเด่นของ NIVEA Derma Control อยู่ที่การผสานพลังของไมโครไฮยาลูรอนและวิตามินคอมเพล็กซ์ ซึ่งประกอบด้วยวิตามินซี น้ำมันอะโวคาโด และสารสกัดจากชะเอมเทศ เพื่อฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนอย่างครอบคลุมในหลายมิติ โดยไมโครไฮยาลูรอนช่วยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียน วิตามินซีช่วยลดเลือนความหมองคล้ำและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ขณะที่ น้ำมันอะโวคาโดและสารสกัดจากชะเอมเทศช่วยลดการระคายเคือง เสริมเกราะป้องกันผิว และฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถจัดการปัญหาใต้วงแขนหมองคล้ำ รอยพับเหี่ยวย่น และปัญหาผิวไม่เรียบเนียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพในหนึ่งเดียว พร้อมมอบการปกป้องที่ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ NIVEA Derma Control ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ผ่าน 3 สูตรหลัก ได้แก่ สูตรไบรท์ รีแพร์  เน้นการฟื้นฟูความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติและความเรียบเนียนของผิว สูตรรีสโตร์ ที่โดดเด่นด้านการปลอบประโลมและลดการระคายเคืองของผิว และสูตรดีเฟนด์ ที่ช่วยดูแลให้ผิวดูเฟิร์ม กระชับ และสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่า NIVEA Derma Control ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทั่วไป แต่เป็นโซลูชันการดูแลผิวใต้วงแขนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพผิวและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภคในแต่ละคน

เพื่อถ่ายทอดแนวคิดสกินแคร์ดูแลใต้วงแขนอย่างเต็มรูปแบบ นีเวียได้จัดงาน “NIVEA Derma Control Skin Lab” เพื่อมอบประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านการดูแลผิวใต้วงแขนเสมือนการดูแลผิวหน้า ภายในงานประกอบด้วย 4 โซนประสบการณ์ ได้แก่ มุมถ่ายภาพที่สะท้อนภาพลักษณ์ความมั่นใจของผิวใต้วงแขน โซน Derma Control Skin Lab ที่อธิบายการทำงานของไมโครไฮยาลูรอนและวิตามินคอมเพล็กซ์อย่างเข้าใจง่าย โซน Underarm Skin Scan ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ตรวจวิเคราะห์สภาพผิวใต้วงแขน พร้อมรับคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และโซน Testing Station ที่ให้ทดลองสัมผัสกลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันในระดับน้ำหอม

นอกจากนี้ ยังมีช่วงเสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ได้แก่ เภสัชกรหญิง ปภัชญา ศรีสุข และแพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ รวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์จริงจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ สะท้อนผลลัพธ์ด้านความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ความเรียบเนียน และสุขภาพผิวที่ดีขึ้น โดยมีอินฟลูเอนเซอร์และ KOL เข้าร่วมงานกว่า 250 คน

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

 มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ประกาศจัดงานมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี  2569 ในงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก”    ครั้งที่ 38  วันที่ 18  ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี 

ทั้งนี้ ขอเชิญสถาบันการศึกษาที่มีการสอนระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศพิจารณาเสนออาจารย์ที่มีผลงานชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม และการครองตนที่ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของนิสิต  นักศึกษา ภายในวันที่ 19  มิถุนายน 2569 และขอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอคนพิการเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี 2569  นี้ ได้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ หน่วยงาน สมาคม มูลนิธิ ที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 29  พฤษภาคม 2569 หรือที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์   บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ตึกมหิดล ชั้น 4 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กทม.10400 หรือ E-mail : princessngarmchit@gmail.com ข้อมูลและคุณสมบัติต่างๆโปรดเปิดดูได้ที่ www. princessngarmchit.org หรือสอบถามได้ที่มูลนิธิฯ ไลน์ไอดี 080-4042439 หรือโทรศัพท์ 02-3547391-4  สำหรับการคัดเลือก บุคคลดีเด่นสาขาอาชีพอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาเสนอเข้า รับรางวัลโดยตรง