มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ รับมอบเงินสนับสนุน สานพลังภาครัฐ-เอกชนอนุรักษ์ทะเลไทยอย่างยั่งยืน

14 กันยายน 2569 เวลา 16:12 น.

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา (ม.อปสท.สร.) จัด “งานพิธีรับมอบเงินสนับสนุนโครงการ/กิจกรรม ปี ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๓) และงานมอบของที่ระลึกและใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนโครงการ/กิจกรรม ปี ๒๕๖๘ – ๒๕๖๙” ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๒ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อแสดงความขอบคุณและเชิดชูเกียรติแด่หน่วยงานภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุน โดยมี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และผู้แทนจากหน่วยงานชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานกว่า ๕๐ หน่วยงาน

การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ภายใต้พระปณิธานอันแน่วแน่และวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานมูลนิธิฯ ที่ทรงให้ความสำคัญและมีพระดำริในการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ฟื้นฟู สร้างความตระหนักรู้ และ จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์เกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างจริงจัง ส่งผลให้ภารกิจทั้งด้านวิชาการ งานวิจัยเชิงลึก การฟื้นฟูแนวปะการังและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่ และการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและสาธารณชนทั่วไปผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการนิทรรศการ Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE การดำเนินงานได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งเจตนาดี ความร่วมมือ และการสนับสนุนอันทรงคุณค่าจากทุกภาคส่วน

ภายในงานจัดให้มีพิธีสำคัญเพื่อแสดงความขอบคุณและยกย่องหน่วยงานและเครือข่ายพันธมิตรกว่า ๕๐ หน่วยงาน ที่ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของมูลนิธิฯ โดยมีพิธีการสำคัญ ๔ ลำดับ ได้แก่

๑. พิธีรับมอบเงินสนับสนุน ประจำปี ๒๕๖๙ รับมอบเงินสนับสนุนจากหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของมูลนิธิฯ ปี ๒๕๖๙ จำนวน ๙ หน่วยงาน ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจ.ซี.เจ จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน), สถาบันพระปกเกล้า, เมืองพัทยา และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

๒. พิธีรับมอบเงินสนับสนุนและใบประกาศเกียรติคุณ ประจำปี ๒๕๖๙ รับมอบเงินสนับสนุนจากหน่วยงาน และมอบใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและ ยกย่องหน่วยงานผู้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ปี ๒๕๖๙ จำนวน ๗ หน่วยงาน ประกอบด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), กระทรวงอุตสาหกรรม, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชวนหลงเซรามิค, มูลนิธิวิน วิน, บริษัท เอ็มเอ็มซี โพลีเมอร์ จำกัด, บริษัท นิวสบายวิง จำกัด และ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

๓. พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ปี ๒๕๖๘ – ๒๕๖๙มอบใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและยกย่องในคุณูปการของหน่วยงานผู้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ปี ๒๕๖๘ – ๒๕๖๙ จำนวน ๑๑ หน่วยงาน ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพดุสิต เวชการ จำกัด (มหาชน), บริษัท แวรูล่า เอ็นเนอร์ยี่ ออยล์ แอนด์ แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด, บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

๔. พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานนิทรรศการ “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม – ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ สยามพารากอน กรุงเทพฯ เพื่อแสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร จำนวน ๑๕ หน่วยงาน ที่ร่วมจัดนิทรรศการและส่งเสริมการสร้างการรับรู้ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในกลุ่มเยาวชนและประชาชนที่เข้าร่วมงานกว่า ๔๕,๐๐๐ คน ประกอบด้วย กองทัพเรือ, กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมประมง, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร, สโมสรโรตารีกรุงเทพ คลองเตย, สโมสรโรตารีพระปกเกล้า, สโมสรโรตารี เจริญนคร, สโมสรโรตารีวังสราญรมย์ ท่าพระ, สโมสรโรตารีกรุงเทพบางลำพู ในพระอุปถัมภ์, สโมสรโรตารียานนาวา, สโมสรโรตารีราษฎร์บูรณะ, สโมสรโรตารี สปอร์ต ไทยแลนด์ และ บริษัท ณัฐธนาธร จำกัด

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ เชื่อมั่นว่า “พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” คือกลไกสำคัญในการขยายและเชื่อมโยงความร่วมมือขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนรวมทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาทในการอนุรักษ์ทะเลไทยเพิ่มขึ้น และสร้างความตระหนักรู้ด้านจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล ให้เกิดผลในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น

มูลนิธิฯ มิได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างความร่วมมือและการสร้างจิตสำนึก ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ต่อสังคม อาทิ การจัดงานประชุมวิชาการ การส่งเสริมการอัพไซคลิงขยะทะเลเพื่อพัฒนาเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วย ได้แก่ หม้อนอน และผ้าพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งสะท้อนแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่มุ่งสร้างคุณค่าจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ หากแต่เป็นพลังร่วมในการดูแลและฟื้นฟูแนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลไทย เพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์และความงดงามของทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่ ส่งต่อความสมบูรณ์ของทะเลไทยแก่คนรุ่นหลังสืบต่อไป

วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ” มอบรางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 38

14 กันยายน 2569 เวลา 16:03 น.

มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  ในพระราชูปถัมภ์  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  กำหนดจัดงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ครั้งที่ 38  ประจำปี 2569 โดย พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม อีกทั้งเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี และเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลเนื่องในวันครบรอบการถึงแก่อนิจกรรมของหม่อมงามจิตต์ฯ  โดยมีหน่วยราชการต่าง ๆ  และองค์การสาธารณกุศลจำนวนมาก อาทิ  กระทรวงมหาดไทย  กรุงเทพมหานคร  กรมประชาสัมพันธ์  สมาคมแม่บ้านมหาดไทย  ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ  ฯลฯ  ร่วมจัดงาน ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์  ซ.อารีย์สัมพันธ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชมงานมิตรสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
ที่โรงแรมดุสิตธานี ในตอนค่ำของวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2519 โดยมี หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
บุคคลสำคัญของโลก เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

ปีนี้รางวัล “ หม่อมงามจิตต์บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569  มีผู้ได้รับคัดเลือกจากทั่วประเทศ รวม  190  คน  ประกอบด้วย

  1. ประเภท ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด (ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด) ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ จำนวน  15  คน (คัดเลือกจาก  51  จังหวัด)
  2. ประเภท ผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นแก่ประชาชนและสังคม จำนวน  53  คน  แบ่งเป็น

–  ตำรวจจราจร  จำนวน  10  นาย  (คัดเลือกจาก  2,600  นาย)

–  พนักงานกวาดถนน  จำนวน 6  คน  (คัดเลือกจาก  9,000  คน  จาก 50 เขต)

–  พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน  10  คน  (คัดเลือกจาก 6,500  คน)

–  พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)   จำนวน  10  คน (คัดเลือกจาก  5,500  คน)

–  ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   จำนวน  10  คน (คัดเลือกจาก อปพร.ทั้งประเทศ และ เจ้าหน้าที่เผชิญสถานการ์ณวิกฤต (ERT) 640,000  คน)

– พลเมืองดี และจิตอาสาดีเด่น  จำนวน  7  คน  (คัดเลือกจากประชาชนทั่วไป  16  คน)

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ให้แก่หม่อมงามจิตต์
บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก เป็นคนแรก เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2513 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  1. ประเภท อาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรมมีผลงานดีเด่น ในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 8 คน (คัดเลือกจากสถานศึกษาทั่วประเทศ 27 แห่ง)
  2. ประเภท ครู ในสถานศึกษาที่มีเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ หรือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเมตตาจิตที่คู่ควรแก่การยกย่อง  จำนวน  93  คน  จาก  58  จังหวัด  (คัดเลือกจากสถานศึกษาทั่วประเทศ 109 แห่ง จาก 69 จังหวัด)
  3. ประเภท คนพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จำนวน 7  คน  (คัดเลือกจาก  200  คน)
  4. ประเภท หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น จำนวน 12 หมู่บ้าน  (คัดเลือกจากหมู่บ้านทั่วประเทศ 31 หมู่บ้าน จาก 31 จังหวัด)  และ  ผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น  จำนวน  2  คน  (คัดเลือกจากผู้นำหมู่บ้านทั่วประเทศ 18  หมู่บ้าน  จาก  18  จังหวัด)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เสด็จพระราชดำเนินไปในงานสภาสังคมสงเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
บุคคลสำคัญของโลก ตามเสด็จ

สำหรับผู้ได้รับรางวัล “ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ” ในจังหวัดต่าง ๆ ประเภทครู ในสถานศึกษาที่มีเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ หรือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิฯ ที่ได้รับรางวัล มูลนิธิฯ ได้เชิญให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ เป็นผู้มอบรางวัล ต่อไป เพื่อไม่เป็นภาระในการเดินทางของผู้ได้รับรางวัล

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมใหญ่ครบ 3 ปี ของสภาสตรีระหว่างประเทศ (ไอ ซี ดับบลิว)
โดยมีหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก เฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนิน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2513
ณ โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมที่สำคัญของมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  ในพระราชูปถัมภ์ ฯ   คือ  การมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ที่มูลนิธิฯ จัดมอบให้แก่บุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ  เพื่อเชิดชูเกียรติ  และรำลึกในความสามารถ  ในคุณความดีของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคม จนเป็นที่ยกย่องยอมรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับ  รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ทั่วประเทศ  ที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่าง ๆ ที่รับผิดชอบด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้น เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการงานของตน และเป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน บุคคลทั่วไป รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น  อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวมด้วย 

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนสภาสตรีประเทศต่างๆ
ทั่วโลกที่มาร่วมประชุมใหญ่ครบ 3 ปี ของ ไอ ซี ดับบลิว เข้าเฝ้าฯ โดยมีหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
บุคคลสำคัญของโลก เฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนิน ณ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2513

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร  ได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็น บุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล เมื่อปี 2558 ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาชุมชน และการศึกษาด้านวัฒนธรรม เนื่องด้วยเป็นสุภาพสตรีไทยผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งที่ได้สร้างชื่อเสียงเกียรติประวัติที่ล้ำเลิศของประเทศชาติ เป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคมผู้มีอุดมการณ์แห่งความเสียสละ ได้ประกอบคุณงามความดีเป็นอเนกประการแก่ประเทศชาติและชาวโลกอย่างใหญ่หลวงกอรปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ยากที่จะหาผู้เสมอเหมือนผลงานของท่านปรากฏเป็นที่ประจักษ์มากมายทั้งด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาสตรี การพัฒนาเยาวชน การพัฒนาชนบทและการศึกษา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์การจัดงานโคเน็กซ์
81- สหชาติศิลปาชีพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์เยี่ยมชม งานที่สวนอัมพร วันที่ 16
กุมภาพันธ์ 2524

หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก  ริเริ่มงานระดับชาติจำนวนมาก ตั้งแต่กว่า  81 ปีที่แล้ว  อาทิ  มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ  สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ  สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ  มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชนฯ  เป็นต้น  ซึ่งเป็นงานสาธารณกุศลที่ส่งเสริมสนับสนุนงานของรัฐบาล  ซึ่งงานเหล่านั้นยังจำเป็น  และมีคุณค่ากับสถานการณ์ปัจจุบัน  ซึ่งยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  เพื่ออำนวยคุณประโยชน์ในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติจนถึงทุกวันนี้

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี
เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดการประชุมปฐมฤกษ์ คณะกรรมการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน
ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ พ.ศ. 2525 โดยมีหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
บุคคลสำคัญของโลก ประธานกรรมการดำเนินงานมูลนิธิฯ เฝ้ารับเสด็จ

หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก  เป็นคนไทยคนแรกและคนเดียวในรอบ 138 ปี (ณ ปี 2569)  ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานสภาสตรีระหว่างประเทศ  ซึ่งมีองค์การสมาชิกถึง  75  ประเทศ  ซึ่งสภาสตรีระหว่างประเทศ  ก็ได้ยกย่องชื่นชมเช่นกัน  โดยได้จัดงาน “วันแห่งการพัฒนาเพื่อเชิดชูเกียรติหม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร” ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2529  ด้วย

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
และ ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ
ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา
อดีตประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
และอดีตประธานที่ปรึกษามูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ
ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร
อดีตประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
และอดีตประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร และหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
ปี 2531 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงโปรดให้ สมเด็จพระ
เจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขณะ 10
พรรษา เสด็จแทนพระองค์ ทรงเปิดงาน วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์
เซ็นทรัลลาดพร้าว มีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ประธานจัดงานฯ และพระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าวิมลฉัตร ที่ปรึกษาการจัดงานเฝ้ารับเสด็จ ฯ

‘สกาย กิ่งโพยม’จากลูกชายตัวแม่ ‘ลูกเกด’ สู่นักกีฬาทีมชาติ กับเส้นทางพิสูจน์ตัวเอง

15 กันยายน 2569 เวลา 12:54 น.

กำลังถูกจับตามองแบบต่อเนื่อง สำหรับ “สกาย กิ่งโพยม ชาร์พเพิร์ล” หนุ่มหล่อลูกชายของตัวแม่วงการบันเทิง “ลูกเกด เมทินี” ที่วันนี้ไม่ได้มีดีแค่รันเวย์ เพราะเจ้าตัวยังเป็น นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย อีกด้วย ล่าสุดขอเปลี่ยนโหมดมานั่งเก้าอี้ร้อนในรายการ “HOT SEAT ตีซี้ตัวตึง” เปิดมุมชีวิตที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็น

งานนี้ “สกาย” พูดถึงกระแสความฮอตในโลกออนไลน์ที่ชื่อถูกพูดถึงต่อเนื่อง  พร้อมเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อถูกจับตามองมากขึ้น ทั้งงานแฟชั่น แบรนด์ดัง คอมเมนต์ในโซเชียล  รวมถึงแรงกดดันจากการเป็นลูกชายของ “ลูกเกด เมทินี” พร้อมเผยว่าตัวตนของเขาในวันที่อยู่บ้านกับวันที่อยู่ต่อหน้าสื่อ แตกต่างกันแค่ไหน

อีกด้านที่น่าสนใจคือชีวิตนักกีฬา เมื่อ “สกาย” ต้องบาลานซ์ระหว่างรันเวย์กับการฝึกซ้อมว่ายน้ำอย่างจริงจัง  พร้อมพูดถึงเป้าหมายบนเส้นทางกีฬา และคำถามชวนเลือกที่ทำเอาต้องคิดหนักว่า หากต้องเลือกระหว่าง “เหรียญทองโอลิมปิก” กับ “พระเอกเบอร์ 1 ของเมืองไทย” จะเลือกอะไร?

ยังมีเรื่องหัวใจและตัวตนในชีวิตจริง ทั้งคนที่คอยฮีลใจ ความรัก สเปกในฝัน รวมถึงความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ  ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์  “Social Bomb”  ที่โยนคอมเมนต์จากโลกออนไลน์มาให้ตอบกันตรง ๆ ตั้งแต่ “ดังเพราะเป็นลูกคนดัง” ไปจนถึง “เดี๋ยวมีเด็กใหม่มาก็โดนกลบ” งานนี้สกายจะรับมืออย่างไร ปิดท้ายด้วยบททดสอบ “สยบทุกดรามา 15 วิ” เปิดพื้นที่ให้ “สกาย” พูดแทนตัวเองแบบสั้น กระชับ และชัดเจน ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใคร

ติดตามความสนุกและอีกหลายมุมของ “สกาย กิ่งโพยม ชาร์พเพิร์ล” ได้ในรายการ “HOT SEAT ตีซี้ตัวตึง” เมื่อเก้าอี้ตัวนี้ไม่ได้มีไว้แค่นั่ง แต่พร้อมพาคุณไปรู้จักตัวตึงให้มากกว่าที่เคย! วันเสาร์ ที่   19  กันยายน  2569    เวลา 14.10 น. ทาง MONOMAX SPORTS TV ดูมันส์แบบอันเซ็นเซอร์ได้ที่ Monomax

#MONOMAXSPORTSTV #Monomax #HOTSEAT #ตีซี้ตัวตึง #น็อตวรฤทธิ์ #สกายกิ่งโพยม

‘บาส ธีรภัทร์’อำลาตำแหน่ง Take Hormones Thailand SS2 กับ ที่สมศักดิ์ศรีและน่าประทับใจที่สุด

15 กันยายน 2569 เวลา 12:52 น.

“บาส ธีรภัทร์” แชมป์ Take Hormones Thailand SS2 กับการร่วมงาน Final Project Competition ที่ออร่าความหล่อเปล่งประกายจนหลายเพจต้องเอ่ยปากชม​กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ พลังความรักจากแฟนคลับทุกคนคือสิ่งสำคัญที่สุด ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างน้องบาสมาตลอดนะคะ ขอบคุณน้องนาราที่ยังนึกถึงและเชิญบาสมาร่วมงานในฐานะแชมป์ SS2 และที่ขาดไม่ได้คือ ขอบคุณพี่จั๊กจั่นกับมะเดี่ยว ที่คอยดูแลด้วยความรักและความเป็นครอบครัวเสมอมา จนบาสและลูกทีมได้มีโอกาสมาร่วมโชว์ในซีซั่น 3

​แม้ซีซั่นของน้องบาสจะจบลงแล้ว แต่การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ฝากทุกคนมอบความรักและคอยซัพพอร์ตอดีตแชมป์เปี้ยนคนนี้ต่อไปด้วยนะคะ รับรองว่าทุกคนจะได้เห็นน้องบาสในบทบาทใหม่ที่เป็นอีกหนึ่งความฝันของน้องแน่นอน รอติดตามกันได้เลยค่ะ! 

​#บาสชายแท้ #takehormonesthailand #teerabas #stareminent

สวยจึ้งกระแทกตา ‘หลิงหลิง คอง’ ออร่าพุ่งบนแคทวอล์ก DOWNY LUXE SUNWAY

15 กันยายน 2569 เวลา 12:44 น.

ทำเอาแม่น้ำเจ้าพระยาแทบลุกเป็นไฟ! เมื่อดาราสาวสุดฮอต “หลิงหลิง คอง” ปรากฏตัวในงานเปิดตัว Brand Ambassador คนล่าสุดของ ดาวน์นี่ ลักซ์ พร้อมเนรมิตแฟชั่นโชว์สุดอลังการ DOWNY LUXE SUNWAY ในคอนเซปต์พระอาทิตย์ขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาริมแม่น้ำเจ้าพระยา งานนี้บอกเลยว่าต่อให้แสงแดดจะแรงแค่ไหน ก็ต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับความเจิดจรัสของเธอวินาทีที่สาวหลิงหลิงก้าวเท้าขึ้นบนแคทวอล์กด้วยชุดสุดปัง ออร่าความสวยสะพรั่ง ทำเอาคนในงานและเหล่าแฟนคลับ “Golden Angel” ถึงกับตกตะลึงจนละสายตาไม่ได้ เรียกเสียงกรี๊ดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งงาน สมฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ดาวน์นี่ ลักซ์ สูตรหอมแดดทุกที่ทุกเวลาอย่างแท้จริง

โดย คุณพิมพ์ชนก ชื่นกมลพันธ์ – ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าดาวน์นี่ และแอเรียล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน แอมบิเพอร์ พีแอนด์จี ประเทศไทย ได้กล่าวถึงหมุดหมายสำคัญของงานนี้ไว้ว่า “เพราะวงการแฟชั่นเกี่ยวข้องกับผ้า Downy Luxe ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า จึงอยากขยายโอกาสให้แบรนด์เสื้อผ้าไปได้ไกลมากขึ้น สิ่งที่เราสามารถช่วยได้คือ การผลักดันดีไซเนอร์ไทย ให้มีเวทีนำเสนอไอเดีย และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในอีกด้านหนึ่งแนวคิดของเราคือ การเสริมสร้างความมั่นใจให้กับทุก ๆ คนผ่านเสื้อผ้าที่หอมแดด ทุกที่ ทุกเวลา ทุกรันเวย์”

สำหรับดีไซน์เนอร์หลักใน DOWNY LUXE SUNWAY ได้แก่ TandT ซึ่งเป็นดีไซน์เนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง นำเสนอการออกแบบแฟชั่นภายใต้คอนเซป เมื่อค่ำคืนมาถึง และพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า… แต่ “เธอ” ไม่ต้องรอให้ฟ้าสาง เพราะ Downy Luxe จะมาช่วยปลุกแสงแดดขึ้นมากลางดึก แล้วพกมันพร้อมความมั่นใจติดตัวไปด้วย โดยแบ่งเป็น 3 ชุดโชว์ตามแสงพระอาทิตย์ใน 3 ช่วงเวลา ตั้งแต่การเปิดตัวด้วยโทนสีฟ้า เสมือนทองฟ้าในตอนกลางวัน จากนั้นไล่ตามแสงแดดไปถึงช่วงพลบค่ำด้วยสีส้มและสีชมพู เเละปิดจบด้วยโทนสีดำ-น้ำเงินเหมือนทองฟ้าตอนกลางคืน

หลังจากออกมามาโชว์สเต็ปเดินแบบสับ ๆ แล้ว หลิงหลิง ยังได้ร่วมพูดคุยเปิดใจ พร้อมแจกเทคนิคความมั่นใจอีกว่า เสื้อผ้าที่สะอาดและมีกลิ่นหอมแดด เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเสริมเสน่ห์และความมั่นใจให้กับทุกคนได้ในทุก ๆ วัน งานนี้ทำเอาผู้เข้าร่วมงานเห็นพ้องต้องกันว่า ดาวน์นี่ ลักซ์ ตาคมสุดๆ เลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ได้ตรงปกและไม่ผิดคนจริงๆ

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคอลแลบส์สุดเก๋ระหว่าง DOWNY LUXE ในฐานะ Fabric Care และ Fashion Community ที่นอกจากจะเสิร์ฟความหอมระดับพรีเมียมแล้ว ยังช่วยสร้างสเปซใหม่ๆ ให้กับวงการสร้างสรรค์ของไทยได้อย่างน่าจับตามอง

ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชายเพราะอะไร? เปิดแต้มต่อของร่างกายที่ผู้ชายไม่มี

15 กันยายน 2569 เวลา 12:00 น.

ผู้หญิงยังครองแชมป์ “อายุยืน” กว่าผู้ชาย แต่ทำไมช่วงบั้นปลายชีวิตกลับมีโอกาสต้องอยู่กับความเจ็บป่วยนานกว่า? On the way with Chom ชวน “นพ.อรรถสิทธิ์ ศักดิ์สุธาพร” มาถอดรหัส 3 แต้มต่อของร่างกายผู้หญิง ตั้งแต่โครโมโซม, ไมโทคอนเดรีย ไปจนถึงเอสโตรเจน ฮอร์โมนสำคัญที่เป็นเกราะป้องกันของผู้หญิง ทั้งเรื่องหัวใจ กระดูก สมอง และพลังงานของเซลล์ พร้อมเคลียร์เรื่องที่หลายคนสงสัยเทคฮอร์โมนเสี่ยงมะเร็งจริงไหม? ทำไมผู้หญิงเสี่ยงอัลไซเมอร์มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า! และถ้าอยากดูแลเซลล์ โครโมโซม ฮอร์โมนให้ดี ต้องกินอยู่อย่างไร? ถ้าอยากอายุยืนแบบสุขภาพดีไปด้วยต้องเริ่มดูแลตัวเองอย่างไร มาหาคำตอบพร้อมกัน!

ความเชื่อที่ว่าผู้หญิงมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชายจริงไหม ?

นพ.อรรถสิทธิ์: อายุยืนยาวกว่าผู้ชายจริง ๆ ครับ จากสถิติในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้หญิงก็ยังครองแชมป์อายุยืนยาวกว่าผู้ชาย มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือผู้หญิงอายุยืนยาวกว่า แต่ข้อเสียที่ติดมาด้วยคือ ผู้หญิงมีคุณภาพชีวิตในช่วงบั้นปลายที่ไม่ดียาวนานกว่าผู้ชาย ความแก่คือความป่วยอย่างหนึ่ง เดี๋ยวนี้เขาจะพูดกันเรื่อง Lifespan กับ Healthspan  เทียบจริง ๆ แล้วผู้ชายมี Healthspan ใกล้เคียงกับ Lifespan มากกว่า ส่วนผู้หญิงจะมี Healthspan กับ Lifespan ห่างกันมากกว่า

สถิติอายุขัยเฉลี่ยและสาเหตุของช่องว่างระหว่าง Healthspan กับ Lifespan ?

นพ.อรรถสิทธิ์: ถ้าดูข้อมูลทั่วโลกจะห่างกันประมาณ 5 ปี แต่ของไทยห่างกันเยอะกว่านั้น ประมาณ 7 ปีกว่า ๆ ถามว่าทำไมผู้หญิงถึงอายุยืนกว่าผู้ชาย มีปัจจัยเรื่อง Lifestyle พฤติกรรมต่าง ๆ ผู้ชายจะกิน ดื่ม มากกว่า ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือพฤติกรรมใช้ชีวิตเสี่ยงต่าง ๆ เกิดอุบัติเหตุมากกว่า ผาดโผนกว่า แต่ถ้าตัดปัจจัยเหล่านี้ออกไป ยังไงตัวผู้หญิงก็จะมีข้อได้เปรียบมากกว่าอยู่ดี มี 3 ข้อหลักที่เป็นข้อได้เปรียบ วันนี้ถ้าฟังจบ คุณผู้หญิงจะได้วิธีปิดช่องว่างตรงนี้ว่าจะปิดช่องว่างยังไงให้ไม่แก่ Healthspan ขึ้นไปใกล้เคียงกับ Lifespan มากที่สุด ก็คือช่วงเวลาในปีท้าย ๆ ของชีวิต จะได้อยู่อย่างมีคุณภาพ คุณภาพชีวิตที่ดี และอายุยืนยาวครับ

แต้มต่อที่ 1 ความได้เปรียบทางพันธุกรรมและโครโมโซม XX ?

นพ.อรรถสิทธิ์: ข้อที่ 1 เลยนะครับ เป็นความได้เปรียบที่แค่คุณเกิดมาเป็นผู้หญิง คุณมีโครโมโซม XX คุณได้เปรียบกว่าผู้ชายแล้ว ผู้หญิงโครโมโซมเพศจะเป็น XX ผู้ชายจะเป็น XY ความได้เปรียบตรงนี้คือ เหมือนผู้หญิงมี Spare Part อะไหล่สำรอง สมมุติว่ามีความเสียหายของยีน หรือ DNAต่าง ๆ ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของ X ผู้หญิงยังมี X อีกตัวหนึ่งที่มาคอยสนับสนุน เหมือนเป็นอะไหล่ แต่พอผู้ชายเป็น XY พอ X ตัวนี้เสียไป จะแสดงออกถึงความเจ็บป่วยทันที ก็เลยเป็นข้อได้เปรียบแค่เกิดมาเป็นผู้หญิงได้เปรียบแล้ว 

แนวทางการปกป้องและรักษาความเสถียรของ DNA Genomic Stability ?

นพ.อรรถสิทธิ์: Basic มาก ๆ Lifestyle วิถีชีวิตเรา ทุกคนตอนนี้คงได้ยินถึงเรื่องของเวชศาสตร์ วิถีชีวิต ที่พูดถึง 6 เสาหลักในการดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตให้ดี กินให้ดี นอนให้ดี ออกกำลังกาย เหล่านี้จะเป็นตัวปกป้อง DNA ของเรา ให้มีความ Genomic Stabilly ซึ่งข้อนี้เป็นหนึ่งใน Hallmarks of Aging ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 14 ข้อ Hallmarks of Aging เป็นสาเหตุให้แก่ เสื่อม ชรา ข้อเรื่องของยีนมีอยู่ในนี้ด้วย

Lifestyle เป็นตัวทำให้ยีนเสื่อมมีตัวช่วยอะไรในเรื่องของโครโมโซม ?

นพ.อรรถสิทธิ์: นอกจากการดูแล Lifestyle ที่ดีแล้ว สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุพื้นฐานที่ควรจะได้ ก็มีส่วนช่วยในระบบส่งเสริมให้ DNA มีความเสถียรมากขึ้น ซึ่งเวลาที่ DNA เสียหาย จะมีกลไก DNA Damage Response ตอบสนอง  โดยมี Enzyme ที่ทำงานตรงนี้ ซึ่งตัวที่ช่วยทำงานร่วมกับEnzyme เด่น ๆ ที่มีงานวิจัยในคนเยอะคือ NMN และจะยิ่งดีถ้าทำงานร่วมกับ Resveratrol 2 ตัวนี้จะเด่นในเรื่อง DNA Damage Response ครับ

แต้มต่อที่ 2 บทบาทของ Hormones เพศหญิง Estrogen Shield ต่อระบบร่างกายและภูมิคุ้มกัน ?

นพ.อรรถสิทธิ์: แต้มต่อที่ 2 เป็นเรื่องของ Hormones เพศหญิง เป็นแต้มต่อที่สำคัญมาก ๆ ของผู้หญิง อย่างที่คุณชมพูดตอนต้นว่า ทำไมผู้หญิงแก่ง่าย เสียชีวิตช้า คือ Estrogen มีมาให้เราประมาณค่อนชีวิต ผมมองว่า Estrogen เป็นสูตรโกงของผู้หญิง มีสิ่งที่เรียกว่า Estrogen Shield คือ Estrogen จะปกป้องร่างกายแทบทุกระบบ แต่พอเวลาถึงอายุประมาณสักอายุ 50 ปี ค่อนชีวิตแล้ว เขาเหมือนปิดระบบลงเลย ทำให้ความเสื่อมช่วงนั้นมาเยอะมาก Estrogen เป็นเหมือน  Antioxidant ของผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงมีอนุมูลอิสระน้อยกว่า อนุมูลอิสระทำให้ร่างกายผู้หญิงเสื่อมช้ากว่า Estrogen เหมือนอนุมูลอิสระของผู้หญิงร่างกายเลยเสื่อมช้ากว่า แล้วถ้าย้อนไปยุคโบราณที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะ Estrogen ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้หญิงแข็งแรงกว่า ผู้หญิงจะติดเชื้อโรคต่าง ๆ ยากกว่า ถึงติดก็ไม่ค่อยเสียชีวิต เพราะภูมิคุ้มกันแข็งแรงครับ 

ความแตกต่างเรื่องโรคมะเร็ง โรคแพ้ภูมิตัวเอง และการสะสมไขมันระหว่างเพศ ?

นพ.อรรถสิทธิ์: ถ้าไม่แยกมะเร็งแบ่งเพศ ผู้ชายเป็นมะเร็งมากกว่า ซึ่งมะเร็ง จริง ๆ แล้วมีปัจจัยหลายอย่าง แต่ภูมิคุ้มกันเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผมจะบอกว่า ทำให้ผู้ชายเป็นมะเร็งมากกว่าและเวลาผู้ชายเป็นมะเร็งก็มักจะเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงด้วย อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งของผู้ชายสูงกว่าตายเร็วกว่า เพราะระบบภูมิคุ้มกันผู้ชายสู้มะเร็งไม่ได้ แต่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้หญิงแข็งแรงกว่า แต่เหรียญมี 2 ด้านเสมอ เพราะฉะนั้นผู้หญิงเป็นมะเร็งน้อยกว่า ต่อสู้กับมะเร็งได้ดีกว่า เพราะภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง มาพร้อมข้อเสียคือ ผู้หญิงเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองมากกว่าผู้ชาย เพราะภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ในหมวดหมู่ต่อมา Estrogen ช่วยแบบนี้เวลาผู้หญิงอ้วน มักลงสะโพก ลงขา เป็นฤทธิ์ของ Estrogen ที่ปกป้องคุณอยู่ ส่วนผู้ชายจะลงพุง ผู้หญิงจะลงขา เพราะ Estrogen เป็นตัวช่วย ไขมันที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมากที่สุดคือไขมันที่พุง หรือไขมันในช่องท้อง ส่วนหนึ่งจะอยู่ใต้ผิวหนัง อีกส่วนหนึ่งอยู่ลึกภายในช่องท้องอยู่กับลำไส้และตับ ซึ่งไขมันในช่องท้องไปพอกตับมากขึ้น ผู้ชายมีไขมันพอกตับมากกว่า Estrogen จะช่วยลดไขมันในช่องท้องน้อยลงแล้วกระจายไปที่สะโพกแทน นอกจากนี้ไขมันในช่องท้องยังกวนการทำงานของอินซูลิน ทำให้ดื้อต่ออินซูลินและเป็นเบาหวาน แต่ Estrogen ช่วยการทำงานของอินซูลิน ผู้หญิงเลยเป็นเบาหวานยากกว่าและช้ากว่าผู้ชาย

ความเชื่อมโยงของภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะ PCOS และผลกระทบต่อหลอดเลือดและไขมัน ?

นพ.อรรถสิทธิ์: เกี่ยวเนื่องกันไปหมด เพราะพอใช้ชีวิตไม่ดี Hormones ก็รวนอยู่แล้ว คนทั่วไปอาจจะคิดว่า Estrogen คือ Hormones ของเพศหญิง Hormones หลักของผู้หญิงมี Estrogen กับ Progesterone  ซึ่งต้องสมดุลกัน แต่ข้อได้เปรียบหลัก ๆ ของผู้หญิงเด่นที่ Estroge

ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน Perimenopause ที่บ่งชี้ว่าจำเป็นต้องเสริม Hormones Testosterone ?

นพ.อรรถสิทธิ์: การใช้ Hormones ในเพศหญิงนะครับ จะต้องใช้ Estrogen Progesterone  ก่อนแน่นอน แต่ Testosterone ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่เราดู แต่การให้ Hormones ในผู้หญิง อยู่ดี ๆ เราจะไม่ให้ Testosterone นะ ถามว่าการให้ Testosterone ในผู้หญิงช่วยเรื่องอะไร หลัก ๆ ช่วยเรื่องของกระดูก กล้ามเนื้อ แล้วก็ช่วยเรื่องของอารมณ์ทางเพศ

สัญญาณเตือน Hormones ร่วง ภาวะ Estrogen Dominance และการเปลี่ยนแปลงรอบเดือน ?

นพ.อรรถสิทธิ์: ทุกวันนี้ในผู้หญิงไทย วัยทองจะมากันตอนช่วงอายุ 51 – 52 ปี ในช่วงนี้เวลาที่ Hormones ร่วง โดยมากแล้ว Estrogen จะไปร่วงช่วงนั้น แต่ Progesterone จะเป็นตัวที่ร่วงก่อน จะเกิดภาวะที่เรียกว่า Estrogen Dominance คือ Estrogen เด่นกว่าProgesterone  ภาวะนี้เราจะเจอก่อนในช่วงอายุ 40 กว่าขึ้นไป ก็มีอารมณ์ขึ้นลง, มีความเหวี่ยงของอารมณ์, ซึมเศร้าก็ได้ เรื่องของ ท้องอืด, ตัวบวม, น้ำหนักขึ้น เป็น Estrogen Dominance มีเรื่องของเจ็บเต้านม, คัดหน้าอก, เจ็บตึงเต้านม เป็นลักษณะของ Estrogen ที่เด่น อย่าลืมว่าEstrogen เป็นตัวกระตุ้น Progesterone เป็นตัวเบรก แล้วตัวเบรกเราไม่มี เรื่องของมดลูกจะมีความเสี่ยงในการมีเนื้องอกในมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว เวลามีประจำเดือนก็จะมีปวดท้องประจำเดือนเยอะ เลือดประจำเดือนออกเยอะ บางทีออกมาเป็นก้อน ๆ

วิธีการตรวจวัดระดับ Hormones ให้แม่นยำ ?

นพ.อรรถสิทธิ์: ต้องเจาะเลือดตรวจ ผู้ชายถ้าเจาะเลือดตรวจ Hormones ตรวจวันไหนก็ได้ แต่ผู้หญิงจะมีความละเอียดอ่อน มีความซับซ้อนของ Hormones ในช่วงครึ่งเดือนแรกผู้หญิงEstrogen จะเด่นกว่า เสร็จปุ๊บช่วงครึ่งเดือนหลัง Progesterone จะเด่นกว่า เราต้องหาจุดตัดที่ Estrogen Progesterone สมดุลกัน เวลาจะตรวจ วันที่แม่นที่สุดคือ 7 วันก่อนจะมีประจำเดือน บางทีเขาจะพูด Day 21 แต่ว่ารอบเดือนของผู้หญิงแต่ละคนไม่เท่ากัน ถ้าเกิดจะเอาเป๊ะ ๆ หมอจะถามประจำเดือนแล้ว จดประจำเดือนมาให้ดู หมอจะแพลนแล้วว่า คาดว่าเดือนต่อไปน่าจะมาเมื่อไหร่ เราจะเจาะ 7 วันก่อนจะมี แต่ถ้าคนที่ รอบเดือนไม่รู้เลย มาบ้างไม่มาบ้าง จะให้ตรวจตกไข่ เราจะตรวจจากปัสสาวะ อย่าไปเลือก Test ตรวจที่เป็นขึ้น 2 เส้น ดูยากมาก หมอจะบอกว่าให้เลือกเป็นประเภท ถ้าไข่ตกเป็นหน้ายิ้ม จะมีเป็นสัญลักษณ์หน้ายิ้ม ไข่ตกอีก 7 วันตรวจได้เลย จะแม่นที่สุด

แต้มต่อที่ 3 ทฤษฎี Mitochondria และการถ่ายทอดทางแม่ The Mother’s Curse ?

นพ.อรรถสิทธิ์: แต้มต่อที่ 3 เป็นสมมุติฐานของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง เป็นเรื่องของMitochondria ของผู้หญิง สมมุติฐานนี้เขาจะเรียกว่าเป็น The Mother’s Curse คำสาปของคุณแม่ที่มีต่อลูกชาย ใน Cell เราแต่ละ Cell ข้างในก็จะมี Nucleus อยู่ เปรียบเหมือนศูนย์บัญชาการ ที่สั่งงาน Cell แล้วใน Cell เราก็จะมีอวัยวะหนึ่งที่ชื่อว่า Mitochondria ซึ่ง Mitochondriaเปรียบเหมือนเป็นโรงไฟฟ้าของ Cell ที่ผลิตพลังงานให้กับ Cell ถ้าเราดูเด็ก ๆ วิ่งไปวิ่งมาตลอด เพราะว่าโรงไฟฟ้าเขายังดี แบตเตอรี่ดี สดใหม่ พอเวลาอายุเยอะ ๆ โรงไฟฟ้าเขาเริ่มเสื่อม ซึ่งMitochondria ก็เป็นหนึ่งใน Hallmarks of Aging เช่นกัน เวลาที่โรงไฟฟ้าเสื่อมแล้ว พลังงานต่าง ๆ ก็จะน้อยลง คำสาปของคุณแม่มายังไง มาจากว่า ใน Nucleus ของคนเรา จะมี DNA อยู่ โดยที่มาจากคุณพ่อครึ่งหนึ่ง มาจากคุณแม่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเหมาะสม Make sense แต่ในMitochondria จะมี Mitochondria อยู่ชุดหนึ่ง ซึ่ง Mitochondria มี DNA จากคุณแม่เท่านั้น ไม่มี DNA จากคุณพ่อ DNA ของ Mitochondria จะส่งต่อเป็นของคุณแม่เท่านั้น ของคุณพ่อเราจะเอาออก

การดูแลสุขภาพด้วย 6 เสาหลัก Lifestyle Medicine และการสร้าง Social Connection ?

นพ.อรรถสิทธิ์: อย่าคิดว่ามีแต้มต่อแล้ว จะใช้ชีวิตยังไงก็ได้ สุดท้ายต้องกลับมาดูแล Lifestyle ให้ดี ผมบอกไปแล้วว่า เราดูแล 3 อย่าง ดูแล Lifestyle ดูแลสารอาหาร และดูแล Hormones ในLifestyle มี 6 เสาหลักของ Lifestyle Medicine ที่ทุกวันนี้คือมีข้อมูลเยอะมาก ๆ ช่วยในเรื่องของ Healthspan แน่นอน เราคิดว่าข้อไหนสำคัญที่สุด ถ้าเลือกได้ข้อเดียว มี กิน, นอน, ออกกำลัง, สารพิษ, สารเสพติดต่าง ๆ เหล้า บุหรี่ อยู่ในนี้หมด การจัดการความเครียด แล้วก็เรื่องของ Social Connection คือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เพราะโดยมากก็คิดทั้ง 6 ข้อ ถ้าเกิดคนที่ยังไม่เริ่มดูแลสุขภาพ จะเริ่มสักข้อหนึ่ง ทำอะไรดี ประมาณนี้ ถ้าในส่วนตัวหมอเลือกของเรื่องของ Social Connection ให้เป็นข้อแรก มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ถ้าเราดูงานวิจัยนี้ คืองานวิจัยที่ยาวนานที่สุดบนโลกใบนี้ของฮาร์วาร์ด 75 ปี ที่เขาพบว่าความสุขในชีวิตของคนเรา ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความสัมพันธ์รอบตัว ถ้าเกิดมีความสัมพันธ์ที่ดี ชีวิตก็จะแฮปปี้ มีความสุข เราจะอยู่ยาวไปทำไม ถ้าชีวิตไม่มีความสุข เวลาความสัมพันธ์รอบตัวไม่ดี ก็เกิดความเครียดด้วย มีอีกอย่างหนึ่งที่เขาพูดถึง เคยได้ยินกฎของค่าเฉลี่ยไหม 5 คนรอบตัวเรา สมมุติว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับ 5 คนรอบตัวที่เราสนิทด้วยมากที่สุด เรื่องสุขภาพก็เช่นกัน ถ้าเพื่อนเรายังเที่ยวผับบาร์ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า คิดว่าเราจะเลิกบุหรี่ได้ไหม เวลาที่ยังไปเจอเพื่อนเหล่านี้อยู่ ต้องไปเที่ยวกลางคืน แล้วจะนอนดีได้ยังไง ส่วนตัวหมอข้อสำคัญสุด แต่ถ้าเกิดคนไข้มาที่คลินิก มาปรึกษา เราคงไปยุ่งกับ Social Connection เขาไม่ได้ สิ่งที่หมอจะให้เขาทำก่อนอันดับแรก คือ นอน หมอมองว่า คือจัดการได้ด้วยตัวเองง่ายสุด เพราะว่าถ้านอนไม่ดี อย่าหวังจะให้เขาคุมอาหาร ทุกอย่างสร้างตอนนอน พอนอนไม่ดี ก็จะมี Sugar Craving อยากหวาน อยากอาหาร Calorie สูง จะให้ไปคุมอาหาร คุมยาก นอนยังไม่ดีเลย อยู่ดี ๆ จะเอาแรงที่ไหนไปออกกำลังกาย ขอเรื่องแรกเรื่องเดียวก่อน เรื่องนอน กลับมานอนดีให้ได้ แล้วอื่น ๆ จะตามมาครับ

บัณฑิตป้ายแดง ‘ลูค’ภูมิใจ! คว้าปริญญาตรี จุฬาฯ ได้สำเร็จ

15 กันยายน 2569 เวลา 11:55 น.

ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดง “ลูค ภีมสรรค์ โสตางกูร” นักแสดงหนุ่มฮอต สังกัด “GMMTV” ที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานควบคู่ไปกับการเรียน จนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาวิชานวัตกรรมบูรณาการ (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Bachelor of Arts and Science in Integrated Innovation (BAScii) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาได้สำเร็จ

ซึ่งหนุ่ม “ลูค” รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ตั้งเป้าหมายลุยงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่ โดยตอนนี้กำลังถ่ายทำผลงานซีรีส์เรื่อง “จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series” ที่เตรียมให้แฟนๆ ได้รับชมกันเร็วๆ นี้ และยังมีแผนเรียนต่อปริญญาโท หากมีโอกาสที่เหมาะสมอีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งหล่อทั้งเก่งครบเครื่องจริงๆ ท่ามกลางเพื่อนๆ นักแสดงที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น อาทิ “มิค เมธัส โอภาสเอี่ยมขจร, แอสตัน รติภัทร เหลืองวรพันธ์ ฯลฯ” เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569  ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ช็อกวงการบันเทิงญี่ปุ่น ‘นากามูระ ยูริ’ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หลังต่อสู้กับโรคร้ายมานาน 13 ปี

15 กันยายน 2569 เวลา 08:15 น.

วงการบันเทิงญี่ปุ่นต้องพบกับข่าวเศร้า เมื่อ “นากามูระ ยูริ” นักแสดงสาวมากฝีมือชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งลำไส้ตรงมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และแฟนคลับ โดยต้นสังกัด อัลฟา เอเจนซี ได้ออกแถลงการณ์แจ้งข่าวการจากไปอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าครอบครัวและคนสนิทได้จัดพิธีศพเป็นการภายในเรียบร้อยแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 13 ปีก่อน นากามูระ ยูริ เคยตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเป็นครั้งแรก แต่เธอเลือกที่จะเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นความลับและไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน เนื่องจากไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างต้องรู้สึกเป็นกังวล หลังจากอาการป่วยสงบลง เธอยังคงเดินหน้าทำงานแสดงที่รัก พร้อมเข้ารับการตรวจติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา โรคร้ายได้กลับมาอีกครั้ง แม้เธอจะเข้ารับการผ่าตัดและการรักษาในช่วงแรกประสบความสำเร็จ แต่ภายหลังกลับตรวจพบว่าเซลล์มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย จนมีความยากในการรักษาให้หายขาด เธอจึงเลือกเข้ารับการรักษาเพื่อประคับประคองอาการ และตั้งใจใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีคุณค่ามากที่สุด

กระทั่งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นากามูระ ยูริ จำเป็นต้องถอนตัวจากการร่วมแสดงในซีรีส์เรื่อง Dangerous ของสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค เนื่องจากมีภาวะลำไส้อุดตัน ก่อนที่อาการจะทรุดลงอีกครั้งในเดือนสิงหาคม และแพทย์ได้แจ้งว่าเธอเหลือเวลาอีกไม่นาน

ต้นสังกัดเปิดเผยด้วยความอาลัยว่า แม้จะอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่นากามูระ ยูริ ยังคงมีความสงบนิ่งและสามารถรักษารอยยิ้มอันอ่อนโยนเอาไว้ได้เสมอ เธอใช้เวลาช่วงสุดท้ายอย่างมีความหมาย โดยได้อยู่เคียงข้างและใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอย่างเต็มที่

สำหรับ นากามูระ ยูริ เกิดที่จังหวัดโอซาก้า และเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงจากการเป็นสมาชิกวงดูโอ YURIMARI ก่อนจะหันมาเดินหน้าสู่งานแสดงอย่างเต็มตัว และมีผลงานโดดเด่นมากมายตลอดเส้นทางในวงการบันเทิง ทั้งภาพยนตร์และละคร โดยผลงานที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ Pachigi! Love & Peace, Bosei และ Uso Happyaku: Naniwa Yume no Jin

เจ้าแม่คำคม ‘ดีเจพี่อ้อย’ เปิดโหมดเสิร์ฟสมมง ในบรรยากาศสุดน่ารักและอบอุ่น

14 กันยายน 2569 เวลา 17:43 น.

อบอุ่นอิ่มเอมหัวใจและประสบความสำเร็จอย่างงดงามท่ามกลางกระแสตอบรับแรง!จนบัตร Sold Out! ทั้ง 2 รอบ สำหรับทอล์กโชว์ครั้งแรกในชีวิตของพี่สาวผู้ฮีลใจ “ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” ใน “DJ. P’AOY ONE STAND UP EMPATHY” “ใจเขา” แล้ว “ใจเรา” ล่ะ” ก้าวเดี่ยวจับไมค์ ที่ไม่ได้ COMEDY เหมือนใครๆ แต่มี EMPATHY ให้ทุกหัวใจที่มาเจอกันในงานจริงๆ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569 ที่ สยามพิฆฮอลล์ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

งานนี้ผู้จัดอย่าง ATIME รังสรรค์บรรยากาศอุ่นเครื่องฮีลใจกันตั้งแต่หน้างานด้วย Empathy Exhibition ถึง 4 โซน อย่าง โซนสุขก็เล่า เศร้าก็ฟ้อง พื้นที่ให้ทุกคนได้เขียนระบายความรู้สึกไม่ดีโยนทิ้งตระกร้า หรือจะฝากเสียงถึงดีเจพี่อ้อยผ่านตู้โทรศัพท์ , โซน Bear Hug อ้อมกอดใหญ่ๆกับตุ๊กตาหมีตัวโต , โซนสวัสดีตัวฉัน..เราได้คุยกันเมื่อไหร่นะ ถ่ายรูปกับกระจก(คำคม) , โซนการฟังเพลงคือการคุยกับตัวเองรูปแบบหนึ่ง ฟังเพลย์ลิสเพลงที่ดีเจพี่อ้อยเลือกไว้ให้ในอารมณ์ต่างๆ ให้ทุกคนร่วมสนุกกัน

ก่อนจะถึงเวลาเปิดเวทีให้ ดีเจพี่อ้อย ขึ้นมาทักทายผู้ชมซึ่งทั้งรอบบ่ายและรอบค่ำมีเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการมาให้กำลังใจมากมาย อาทิ ดีเจอั๋น ภูวนาท , ดีเจเป้ วิศวะ ,ดีเจเฟี๊ยต ธัชนนท์ , ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ ,ดีเจแนน รชาดา ,        พิมมาดา , ป๋อมแป๋ม นิติ , ว่าน ธนกฤต และอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญคือคุณสามี ไนท์ นวพล ก่อนเข้าสู่พาร์ทแรกที่ดีเจพี่อ้อยได้เล่าถึงเส้นทาง 33 ปีกับงานวิทยุที่รับฟังปัญหาหัวใจจนได้ฉายา “กูรูความรัก” พร้อมกับฉายา “เครื่องจักรผลิตคำคม” ก่อนหยิบยกประเด็นและเรื่องราวต่างๆ ทั้งความรัก การทำงาน และการใช้ชีวิต ที่แปรเปลี่ยนเคลื่อนตัวไปตามกาลเวลา แต่มักส่งต่อมาเป็นคำถามให้พี่อ้อยช่วยแก้ด้วยเหล่าคำคมมากมายนับร้อยที่ผลิตออกมากระชากใจกระชากสติคนฟังในวันนี้ อย่าง ปัญหาคนโสด กับคำคมเด็ด โสดก็แค่หาวิธีแก้เหงา ดีกว่าต้องนั่งเศร้าถ้าเขาไม่ใช่  หรือ อย่ามัวตามหารักแท้ แค่ดูแลรักที่มีให้ดีที่สุด , ปัญหาการนอกใจ กับคำคมเด็ด ถ้าคิดว่าการนอกใจเป็นเรื่องธรรมดา การเสียน้ำตาก็เป็นเรื่องปกติ, ปัญหาคนมีคู่ กับคำคมเด็ด  ตอนอยู่ไม่ดูแล อย่ารู้สึกแย่ตอนเขาจากไป เรียกว่างานนี้ดีเจพี่อ้อยจัดให้แบบจัดหนักแบบจุกๆ ก่อนสรุปให้ทุกคนตั้งหลักดำเนินชีวิตด้วยการหันมาดูแลใจตัวเอง Deep Talk กับตัวเองบ้าง เพื่อสู้กับทุกปัญหาและสถานการณ์ชีวิตที่จะผ่านเข้ามา ด้วยคำคมชุดใหญ่ อย่ามัวแต่ดูแลใครจนลืมหัวใจตัวเอง , ความสุขไม่ได้อยู่ที่เรามีอะไร แต่อยู่ที่เรารู้สึกยังไงกับสิ่งที่มี , สุขให้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่มี , ยอมรับให้ได้ว่าโลกไม้ได้ใจดีกับเราทุกวัน และเมื่อถึงวันนั้นเราต้องใจดีกับตัวเองที่สุด , ที่ไหนมีรักที่นั่นมีทุกข์ ที่ไหนมีทุกข์ยิ่งต้องมีรัก โดยเฉพาะ รักตัวเอง กูรูความรักไม่มีจริงค่ะ  ใครๆก็ตอบปัญหาความรักได้หมด  ถ้าไม่ใช่เรื่องตัวเอง เพราะปัญหาคนอื่นเราใช้หัว  ปัญหาตัวเราใช้ใจ พร้อมทิ้งท้ายขีดเส้นใต้ Key Message สำคัญไว้ว่า คำคมไม่ช่วยอะไร ถ้าสักแต่โดนใจแล้วไม่ทำนะคะ แสนจะดุเด็ดเผ็ดมันสาแก่ใจคนฟังให้ตบมือลั่นกันทุกช่วงคำคมเลยทีเดียว

มาถึงพาร์ทแขกรับเชิญเปิดเวทีต้อนรับ น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ จาก อย่าหาว่าน้าสอน และ ดีเจต้นหอม ศกุนตลา จาก พุธทอล์กพุธโทร EFM94 ออกมาช่วยตอบคำถามแทนเสียงในหัวของ ดีเจพี่อ้อย ที่ยอมรับว่าบางครั้งก็ฟาดคนฟังด้วยคำคมสายดาร์กแบบ “ต้นหอม” และ “น้าเน็ก” บ้างเหมือนกัน ก่อนจะคัดคำถามหน้างานและคำถามจากผู้ชมในฮอลล์มาตอบได้อย่างเผ็ดร้อนและแสบสันถูกใจผู้ชมที่ยกมือยิงคำถามกันรัวๆ แถมงานนี้ทั้งสามคนยังเห็นตรงกันว่าปัญหาท็อปฮิตที่ทั้ง 3 คนมักโดนถาม คือเรื่อง คนไทยเป็นอะไรกับแฟนเก่า? พร้อมให้แง่คิดใช้ชีวิตแบบมูฟออนไปข้างหน้า

ต่อกันที่อีกหนึ่งแขกรับเชิญ “สแตมป์ อภิวัช” ที่ขึ้นมาสร้างสีสันในพาร์ทเรามักซ่อนใครบางคนไว้ในเพลงเสมอ ดีเจพี่อ้อยอยู่หลังไมค์เปิดเพลงในคลื่นกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีเพลงประกอบชีวิตของตัวเอง เพราะการฟังเพลงคือการคุยกับตัวเองรูปแบบหนึ่ง พร้อมเซ็ทเพลงที่จัดมาให้แบบมีความหมายอย่าง “ความคิด” , “แอบดี” , “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” , “ทฤษฎีสีชมพู” และเพลง “ครั้งสุดท้าย” เพลงประกอบชีวิตของดีเจอ้อยที่เรียนรู้จากสิ่งรอบตัวในชีวิตว่า “ทำให้ดีที่สุดทุกวัน ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาไม่เจอเขา เราจะไม่เสียใจ” ส่งท้ายด้วย Fan Benefit  เติมพี่อ้อยที่ผู้ชมที่ซื้อบัตรมูลค่า 3,000 บาททุกที่นั่งจะได้รับกอดอุ่นๆจากดีเจพี่อ้อยกันแบบตัวต่อตัว แถมงานนี้รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายยังมอบให้กับ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศรีษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อีกด้วย

เกียรตินิยมจุฬาฯ ‘แมค สุภณัฐ’ คว้าปริญญาตรีสำเร็จ ก่อนต่อโทจบในปีเดียว

14 กันยายน 2569 เวลา 17:16 น.

ขอแสดงความยินดีกับอีกหนึ่งหนุ่มมากความสามารถสำหรับ “แมค” สุภณัฐ พรวรวาณิช สมาชิก ดูโอฝาแฝด (MicMac) จากค่าย White Fox  ที่นอกจากมีผลงานเพลงไม่ว่าทั้งการร้องเพลงเล่นดนตรีให้แฟนๆได้ติดตามกันแล้ว

ด้านการศึกษาก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการจัดการการสื่อสาร หลักสูตรนานาชาติ พร้อมคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ประจำปีการศึกษา 2567

และระหว่างเรียนชั้นปีที่ 4 “แมค” ยังสมัครเข้าหลักสูตรตรีควบโท ศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาธุรกิจ ก่อนสำเร็จการศึกษาในปี 2568 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าภูมิใจของหนุ่มรุ่นใหม่ที่ทั้งเรียนเก่งและทำงานไปพร้อมกัน