แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานของศิลปินสมัครเล่นใน Silesian Museum เมือง Katowice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/351604

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานของศิลปินสมัครเล่นใน Silesian Museum เมือง Katowice

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานของศิลปินสมัครเล่นใน Silesian Museum เมือง Katowice

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

The Creation of the World by Erwin Sowka

ในมิวเซียม Silesian นอกจากจะมีผลงานของศิลปินดังชาวโปลเป็นจำนวนมากแล้ว มิวเซียมแห่งนี้ยังให้โอกาสศิลปินสมัครเล่นมากมายจนมีการจัดแสดงผลงานของศิลปินสมัครเล่นอย่างเป็นสัดส่วน การสะสมงานของศิลปินสมัครเล่นหรือ non-professional artที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้ไม่เพียงพิจารณาจากมุมมองทางด้านวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังพิจารณาจากมุมมองด้านสุนทรียศาสตร์และศิลปะด้วย การจัดแสดงมีจุดมุ่งหมายที่จะเสนอผลงานของศิลปินมือสมัครเล่นตั้งแต่ยุคสงครามจวบจนปัจจุบันซึ่งไม่ได้เน้นเฉพาะแต่กับศิลปินชาว Silesian แต่ให้โอกาสในการจัดแสดงกับศิลปินโปลทั่วประเทศ

Panorama of Szopienice by Pawel Wrobel

ศิลปินที่เด่นที่สุดในมิวเซียมคงไม่พ้น Erwin Sowka ที่เกิดใน Katowice นั่นเอง เขามาจากครอบครัวของชาวเหมือง เขาจึงทำงานในเหมืองเฉกเช่นเดียวกับบิดาจนถึงอายุ 17 ปี งานจิตรกรรมชิ้นแรกของเขาที่เป็นภาพเกี่ยวกับธรรมชาติเกิดขึ้นเมื่อเขาอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น เขามักใช้งานจิตรกรรม ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับเหมือง และแสดงความรู้สึก แต่งานเด่นๆ ของเขากลับเป็นภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาทั้งตะวันออกและตะวันตกไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่า เช่น The Creation of the World, Temptation และเทพเจ้าต่างๆ ของอินเดีย เช่น Krishnaนักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานของ Sowkaมีความโดดเด่นทั้งในด้านจินตนาการ และการใช้สีอย่างมากจนทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่มศิลปินมือสมัครเล่นที่ชื่อว่า Janowska

Krishna by Erwin Sowka

ศิลปินสมัครเล่นอีกคนที่สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างน่าทึ่งคือ Pawel Wrobelศิลปินที่เกิดใน Szopienice จากมารดาที่ไม่ได้แต่งงาน ความที่เขาเป็นคนยากจนเขาจึงได้เรียนหนังสือเพียงแค่ประถม 3 และเริ่มทำงานในเหมืองตั้งแต่อายุได้เพียงแค่ 10 ปีชีวิตในวัยเด็กส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่ในท้องทุ่ง และเหมือง แต่เนื่องจากเขามีความสามารถทางด้านวาดภาพ ทำให้เขาสามารถหาเงินได้เพิ่มขึ้นจากงานจิตรกรรมตั้งแต่ยังเล็กแม้จะไม่ได้มีโอกาสร่ำเรียนทางด้านศิลปะอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ตาม แม้เขาจะใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตไปกับการเป็นคนทำงานเหมือง แต่เขากลับเป็นศิลปินที่ใช้สีสันสดใสในการสร้างสรรค์ผลงานมากกว่าความเทาของชีวิตตัวเอง

Temptation detail

เนื่องจากผลงานส่วนใหญ่ของเขาเน้นเกี่ยวกับทิวทัศน์ในเมือง หมู่บ้าน เรื่องราวของชีวิตในสังคม การแต่งงาน งานศพ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ความที่เขาสามารถสร้างสรรค์จากเรื่องราวธรรมดาด้วยสีสันแสบตาน่าทึ่ง ผลงานของเขาจึงได้รับการจัดแสดงในมิวเซียมของโปแลนด์มากขึ้น รวมทั้งชนะการประกวดมากมายจนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินระดับเดียวกันกับ Teofil Ociepka และ Erwin Sowka ความสำเร็จที่ได้รับแทนที่ชีวิตของเขาจะดีขึ้น กลับทำให้เขาย่ำแย่ลงเพราะเขาหันไปพึ่งพาแอลกอฮอล์

Panorama of Szopienice detail

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสชมผลงานของ Wrobel จะเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีจินตนาการสูง มีความอดทน และมีฝีไม้ลายมือที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวถ้าเปรียบเทียบกับการที่เขาไม่เคยเรียนศิลปะจากที่ใดเลย ผลงานของเขาน่าเป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างให้กับคนทั่วไปที่รักการสร้างสรรค์ศิลปะได้ว่า ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ หมั่นศึกษา ก็สามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องเรียนจบจากโรงเรียนดังๆ หรือเข้าเรียนศิลปะอย่างเป็นทางการเลย

Temptation by Erwin Sowka

ผลงานของ Pawel Wrobel

ผลงานของ Pawel Wrobel2

ผลงานของ Pawel Wrobel3

แหวกฟ้าหาฝัน : ของจัดแสดงในมิวเซียม Silesian

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/350196

แหวกฟ้าหาฝัน :  ของจัดแสดงในมิวเซียม Silesian

แหวกฟ้าหาฝัน : ของจัดแสดงในมิวเซียม Silesian

วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผลงานของ Waclaw Szymanowski

Silesian Museum เป็นมิวเซียมหลักของเมือง Katowice ของจัดแสดงส่วนใหญ่จึงมีความหลากหลายอยู่มาก ภัณฑารักษ์แบ่งการจัดแสดงเป็น งานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลระหว่างปี 1800-1945งานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลหลังปี1945 ภาพเขียนเกี่ยวเนื่องกับศาสนา งานสิ่งพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศระหว่างปี 1800-1945 และหลังปี 1945 โปสเตอร์ที่ติดในโปแลนด์ งานหัตถกรรมภาพถ่ายและงานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปล

ส่วนของงานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลระหว่างปี 1800-1945 นั้นจะจัดในส่วนของช่วงก่อนสงคราม (pre-war)ของจัดแสดงส่วนนี้เป็นผลมาจากความพยายามของ Dr.TadeuzDobrowolskiผู้อำนวยการมิวเซียมที่พยายามเก็บสะสมงานจิตรกรรมของศิลปินชาวโปลกว่าร้อยชิ้น ไม่ว่าจะเป็นของ StanislawIgnacy Witkiewicz, WladyslawPodkowinski, Aleksander Orlowskiหรือ Stanislaw Czajkowski โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง ของจัดแสดงชุดนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในชุดที่ดีที่สุดของศิลปินชาวโปลในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 ของประเทศ เพราะผลงานชุดนี้ครอบคลุมศิลปะแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นRomanticism, Realism, Academicism, Symbolism และ Art Nouveau อีกทั้งยังมีผลงานของศิลปินยุค Impressionism ท้องถิ่นก่อนสงครามและหลังสงครามอีกต่างหากด้วย

ของจัดแสดงที่สำคัญอีกชุดหนึ่งในมิวเซียมก็คือ งานจิตรกรรมของศิลปินโปลหลังปี 1945 ที่มีมากถึง 700 ชิ้น งานชุดนี้เป็นการบันทึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงเวลานั้นที่ศิลปินประสบและให้ความสนใจ ภัณฑารักษ์ได้นำงานของศิลปินดังๆ จากทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็น Krakow, Warsaw, Wroclaw และศิลปินท้องถิ่น Silesian มารวมกันเข้าไว้ นอกจากนี้ในระหว่างปี 2009-2012 ทางมิวเซียมยังได้นำงานจิตรกรรมของศิลปินร่วมสมัย เช่น Tadeusz Kantor,Jan Lebenstein, Stanislaw Drozdz, ZbigniewLibera มาจัดแสดงด้วย

ยิ่งกว่านั้นภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา ดั้งเดิมนั้นภาพที่เกี่ยวข้องกับศาสนาถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในโปแลนด์อันเนื่องมาจากโปแลนด์เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังปี 1999 ภาพที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาไม่ว่าจะเป็นภาพเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ พระแม่มารี และนักบุญหลายองค์ได้รับการยกระดับให้เป็นสมบัติชาติ และส่วนหนึ่งถูกขนย้ายมายังมิวเซียม Silesian ภาพที่มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่กว่า 200 ชิ้น ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในรัสเซียตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18

นอกจากงานของศิลปินโปลที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ในมิวเซียมแห่งนี้ยังมีส่วนจัดแสดงที่เรียกว่า Non-professional ด้วย ดั้งเดิมนั้นมิวเซียมส่วน Non-professional ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Ethnography Department นี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะที่ยากจะอธิบายว่าเป็นศิลปะแนวทางใดตามหมวดศิลปะมาตรฐานที่มีการกำหนด บางคนก็เรียกส่วนนี้ว่าผลงานของมือสมัครเล่น ใน Silesian
Museum นี้ภัณฑารักษ์ได้นำผลงานของศิลปินมือใหม่หรือมือสมัครเล่นประจำท้องถิ่นมาจัดแสดงไว้เป็นจำนวนมาก เสียดายที่มิวเซียมห้ามถ่ายรูปชื่อศิลปินสำหรับในหมวดนี้ ทำให้การศึกษาผลงานของศิลปินเหล่านี้ในอนาคตทำได้ยากลำบาก แต่เนื่องจากผลงานของศิลปินกลุ่มนี้ไม่มีกรอบที่แน่นอน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมและได้ดูของจัดแสดงในส่วนนี้อาจรู้สึกสนุกสนานมากกว่าการดูผลงานของศิลปินที่มีแนวทางศิลปะจำเพาะด้วยซ้ำไป

ผลงานแนว Contemporary Art

ผลงานแนว Contemporary Art
ผลงาน Contemporary Art ของศิลปินโปล

ผลงาน Contemporary Art ของศิลปินโปล
การจัดแสดงในมิวเซียม

การจัดแสดงในมิวเซียม
The Birth of Red Star by Krzysztof Michal Bednarski

The Birth of Red Star by Krzysztof Michal Bednarski

แหวกฟ้าหาฝัน : Silesian museum มิวเซียมที่ทันสมัยที่สุดของยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/348767

แหวกฟ้าหาฝัน : Silesian museum มิวเซียมที่ทันสมัยที่สุดของยุโรป

แหวกฟ้าหาฝัน : Silesian museum มิวเซียมที่ทันสมัยที่สุดของยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รูปลักษณ์อาคารภายนอก

เนื่องจากโปแลนด์เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่ยังคงล้าหลังกว่าประเทศยุโรปตะวันตกมาก โปแลนด์จึงได้เงินช่วยเหลือจากอียูค่อนข้างมากในการนำมาปรับปรุงสาธารณูปโภคและอาคารด้านวัฒนธรรมSilesian Museum ก็เป็นมิวเซียมหนึ่งที่ได้รับเงินสนับสนุนในการปรับปรุงจำนวนมหาศาลจากอียู นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมา Katowice จะพบว่า Silesian Museum เป็นอาคารที่สร้างได้อย่างน่าทึ่งมาก มิวเซียมที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1929 หลังจากการกบฏ Silesian ที่มีผู้อำนวยการคนแรกชื่อ Tadeusz Dobrowolski นั้น
ได้เริ่มสะสมของต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า งานหัตถการ ภาพเขียน และงานศิลปะเกี่ยวกับศาสนา และได้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 23 มกราคม 1929 และในเดือนพฤษภาคมก็ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการครั้งแรกขึ้น

หลังจากก่อตั้งได้ 10 ปี เทศบาลเมืองก็เริ่มโครงการก่อสร้างอาคารมิวเซียมที่ทันสมัยที่สุดในยุโรปในช่วงเวลานั้นภายใต้การนำของ Karol Schayer แต่ก่อนที่มิวเซียมจะก่อสร้างเสร็จสงครามโลกครั้งที่สองก็ปะทุขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1940 กองทัพนาซีได้ทำลายมิวเซียมนี้ลงจนหมดสิ้นและได้ย้ายของจัดแสดงไปยัง OberschlesischesLandesmuseum เมือง Bytom ใกล้ๆ เมืองKatowice หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลโปแลนด์ก็มีดำริที่จะบูรณะมิวเซียมอีกครั้งโดยเริ่มในเดือนธันวาคมปี 1984 และนำของจัดแสดงมาตั้งไว้ชั่วคราวที่อาคารโรงแรมแกรนด์Dr.Lech Szaraniec ผู้อำนวยการจึงได้ปรับปรุงอาคาร 4 ชั้น ให้เป็นที่จัดแสดงของมิวเซียมและใช้มาถึงปี 1992

ในปี 1988 ของจัดแสดงที่มีค่ามากที่สุดของมิวเซียมประกอบด้วยภาพเขียนของศิลปินชาวโปลตั้งแต่ก่อนและหลังปี 1945 เช่น งานของ JozefChelmonski, ArturGrottger, Tadeusz Makowski, Jacek Malczewski, Jan Matejko, JozefMehofferและ Stanislaw Wyspiaski ที่เคยถูกย้ายไปยังเมือง Bytomได้ถูกย้ายกลับมายังมิวเซียมอีกครั้งและกลายเป็นส่วนจัดแสดงถาวรที่เรียกว่า Gallery of Polish Art 1800-1945 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2004 Marshal’s office of theSlaskie Voivodeship ได้เตรียมการที่จะลงทุนสร้างอาคารมิวเซียมใหม่ และในเดือนธันวาคมก็ได้ทำข้อตกลงซื้อเหมืองเก่าเพื่อทำเป็นอาคารมิวเซียม

การออกแบบเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2005ต่อมาในเดือนกรกฎาคมก็เริ่มมีการจัดการประกวดแนวคิดของการสร้างมิวเซียมและประกาศผู้ชนะในเดือนธันวาคม ในเดือนกันยายนปี 2006 ทางมิวเซียมได้รับเงินสนับสนุนจากอียูเพื่อสร้างมิวเซียมใหม่ และในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ผู้บริหารได้ประกาศประกวดแบบก่อสร้างและประกาศผู้ชนะประกวดในเดือนกรกฎาคม ปี 2007 การก่อสร้างอาคารใหม่เสร็จสิ้นในเวลา 6 ปีโดยได้มีการเปิดการแสดงครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 2015

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมบนสถานที่ตั้งที่เดิมเป็นเหมืองนี้จะทึ่งกับอัจริยภาพ ของ Riegler Riewe Architekten f สถาปนิกผู้ออกแบบจาก Austrian Studio เมือง Graz ทั้งนี้เพราะเขาสามารถที่จะปรับปรุงเหมืองให้เป็นมิวเซียมโดยนำอุปกรณ์หลายอย่างภายในเหมืองที่ยากจะเคลื่อนย้ายมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคารและของจัดแสดง ความกลมกลืนของสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตามาก และรู้สึกทึ่งกับแนวคิดของสถาปนิกผู้ออกแบบ ยิ่งกว่านั้นเขายังปรับส่วนที่อยู่บนดินทั้งหมดเป็นอาคารที่ทำด้วยกระจก 2 ชั้น ซึ่งชั้นนอกเป็นกระจกมีลายและเป็นห้องว่างๆ ซึ่งมองลงไปเห็นส่วนของการจัดแสดงทั้งหมดที่อยู่ใต้ดินซึ่งมีพื้นที่มากถึง 6,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ชั้นใต้ดินยังมีส่วนของห้องประชุม 320 ที่นั่งอีกด้วย เขายังใส่ลิฟท์แก้วให้หอคอยที่สูง 40 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เป็นจุดชมวิวเมืองอีกต่างหากด้วย สถาปัตยกรรมของมิวเซียมแห่งนี้จึงสมกับเป็นมิวเซียมแห่งทศวรรษที่ 2010 จริงๆ

ทางเข้า

ทางเข้า
ภายใน Museum

ภายใน Museum
บรรยากาศแบบเหมืองเก่า

บรรยากาศแบบเหมืองเก่า
ลายบนกระจกด้านนอกอาคาร

%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%206.5*%20CM.%20

ลายบนกระจกด้านนอกอาคาร %e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%206.5*%20CM.%20

ทางเข้าจากทางเดินด้าน Spodex

ทางเข้าจากทางเดินด้าน Spodex

แหวกฟ้าหาฝัน : Spodex เมือง Katowice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/347270

แหวกฟ้าหาฝัน : Spodex เมือง Katowice

แหวกฟ้าหาฝัน : Spodex เมือง Katowice

วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Spodex จากสวนบนหลังคา

Katowice เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวอร์ซอที่ห่างจากวอร์ซอโดยรถไฟ2 ชั่วโมงกว่านี้ เป็นเมืองที่เดินทางไม่ยาก เพราะใช้รถตรงจากวอร์ซอ เพียงแต่ต้องออกจากสถานี warsaw west เท่านั้น Katowice เมืองที่มีประชากรเพียงแค่สองแสนกว่าคน และเป็นศูนย์กลางของแคว้น Silesian นี้มีประวัติยาวนานย้อนไปถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ดั้งเดิมนั้นที่นี่เป็นเหมืองเก่าแต่เมื่อเกิดสงคราม Silesian ครั้งแรกขึ้น เมืองนี้ถูกยกให้เป็นของปรัสเซีย ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 18 ช่างฝีมือและพ่อค้าชาวเยอรมัน รวมทั้งชาวยิวต่างย้ายมาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมืองทั้งเมืองจึงกลายสภาพจากท้องนากลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมยิ่งกว่านั้นรัฐบาลกลางยังให้สถานีรถไฟKatowice เป็นหนึ่งในศูนย์กลางเชื่อมกับส่วนอื่นๆ ของประเทศส่งผลให้เมืองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

การที่ Katowice เป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมเหล็กกล้า เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้น และเยอรมนีพ่ายแพ้ในสงครามเมืองนี้จึงถูกแบ่งแยกจากปรัสเซียกลายเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ อีกทั้งยังเป็นกลายเป็นเมืองหลวงของแคว้น Silesian อย่างไรก็ดี ในปี 1939 เยอรมันกลับมามีอำนาจอีกครั้ง รัฐบาล Wehrmarcht จึงได้ยึดเมืองจากชาวโปลให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมันส่งผลให้เมืองนี้ยังคงเป็นที่อยู่ของชาวเยอรมันอีกเป็นจำนวนมากจวบจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อพันธมิตรมาปลดปล่อยเมืองนี้จากการยึดครองของเยอรมนีในปี 1945 การที่ Katowice เป็นเมืองที่เจริญด้านอุตสาหกรรม ส่งผลให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางทางด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การค้า และการขนส่งไปด้วยในที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่มีอิทธิพลสูงทางด้านเศรษฐกิจโดยเป็นเมืองที่มีอิทธิพลมากอันดับ 16 ในแง่ GDP ของสหภาพยุโรปโดยมีผลผลิตทางด้านเศรษฐกิจมากถึงปีละ 114.5พันล้านสหรัฐ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ PolishNational Radio Symphony andOrchestra และเป็นเจ้าภาพของการแข่งขัน Intel Extreme Masters อีกต่างหากด้วย

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้สถานที่ท่องเที่ยวแรกที่จะพบก็คือ ก่อนไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ก็คือ Silesian Insurgents’ Monument หรืออนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการจลาจล 3 ครั้งของเมืองในปี 1919-21 จนทำให้เกิดการประกาศอิสรภาพของเมือง อนุสาวรีย์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 นี้ออกแบบโดย Gustaw Zemla นักประติมากรรมและ Wojciech Zablocki สถาปนิกโดยปีกเป็นสัญลักษณ์ของการก่อการจลาจล และมีการสลักชื่อของสถานที่ที่เกิดการจลาจลขึ้นไว้ด้วย หลังจากถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์เรียบร้อย สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องมาให้ได้ก็คือ Spodex สนามกีฬาขนาดใหญ่ประจำเมือง สนามกีฬาที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1955 นี้เดิมชื่อว่า Stalinogrod ดั้งเดิมนั้นเทศบาลเมืองต้องการสร้างสนามกีฬาไว้ชานเมือง แต่ Voivodeship National Council เห็นว่า การสร้างสนามกีฬาไว้กลางเมืองจะให้ความสะดวกกับประชาชนมากกว่าจึงได้เลือกเหมืองเก่ากลางเมืองมาทำสนามกีฬาแทน เนื่องจากสนามกีฬาแห่งนี้ถูกสร้างบนดิน และส่วนของหลังคาใช้เทคโนโลยีใหม่ในการดึงรั้งโดมให้ยึดติดกันเป็นวงกลมทำให้มีข่าวลือเรื่องการโค่นของหลังคาลงมาตลอดการก่อสร้าง เพื่อพิสูจน์ว่าสนามกีฬามีความแข็งแรง Maciej Gintowt and Maciej Krasinski สถาปนิกผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คุมการก่อสร้างจึงได้ระดมทหารกว่า 3,500 คนมาทดสอบความแข็งแกร่ง และสามารถผ่านการทดสอบแบบฉลุย

นักท่องเที่ยงที่ได้มีโอกาสมาเยือนเมือง Katowice และได้มาเยือนสนามกีฬาที่เปิดใช้งานครั้งแรกในปี 1971 นี้จะพบว่า ที่นี่ไม่เพียงมีส่วนโดมกลางเท่านั้น ยังมีส่วนของยิม ที่เล่นสเก็ตน้ำแข็ง โรงแรม และที่จอดรถอีก 3 ลานด้วย เนื่องจากสนามกีฬาแห่งนี้จุคนได้มากถึง 11,500 คนที่นี่จึงเป็นที่จัดคอนเสิร์ตด้วย แต่หากนักท่องเที่ยวไม่มีโอกาสเข้าไปใน Spodex เนื่องจากไม่มี event ก็สามารถเดินชมทิวทัศน์รอบๆ ได้ด้วยการเดินบันไดด้านข้างที่รายล้อมด้วยสนามหญ้า และหากมีเวลาอาจแวะปิกนิกได้อีกต่างหากด้วย ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมและบริเวณรอบๆ นี้ จึงทำให้สนามกีฬาแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งที่ชาวโปแลนด์ภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

Silesian Insurgents’ Monument lateral side

Silesian Insurgents’ Monument lateral side
Silesian Insurgents’ Monument

Silesian Insurgents’ Monument
ห้างสรรพสินค้าตรงข้ามสถานีรถไฟ Katowice

ห้างสรรพสินค้าตรงข้ามสถานีรถไฟ Katowice
สวนสาธารณะข้าง Spodex

สวนสาธารณะข้าง Spodex
สถานีรถไฟ Katowice Spodex

สถานีรถไฟ Katowice Spodex
ทิวทัศน์ด้านข้าง Spodex

ทิวทัศน์ด้านข้าง Spodex
ทางไป Spodex

ทางไป Spodex

Spodex ถ่ายจาก Silesian Museum

Spodex ถ่ายจาก Silesian Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Panorama of the Battle of Raclawice เมือง Wroclaw

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/345746

แหวกฟ้าหาฝัน :  Panorama of the Battle of Raclawice เมือง Wroclaw

แหวกฟ้าหาฝัน : Panorama of the Battle of Raclawice เมือง Wroclaw

วันอาทิตย์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนโปแลนด์และได้มาเมือง Wroclaw สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้ ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงโปแลนด์ก็คือ Panorama of the Battle of Raclawice นักท่องเที่ยวที่อ่านหนังสือหรือหาข้อมูลมาก็อาจงงๆ ว่า สถานที่แห่งนี้คืออะไร จัดแสดงอะไร ทำไมค่าเข้าถึงได้แพงนัก สนนราคาค่าเข้าถึง 30 เหรียญ และยังต้องเข้าชมเป็นรอบๆ ด้วย การซื้อตั๋วไม่ยากแต่ต้องเข้าคิวยาวมาก หากนักท่องเที่ยวต้องการประหยัดเวลา ควรซื้อตั๋วมาก่อนทางอินเตอร์เนตเลย แต่จะพลาดรอบไม่ได้เด็ดขาด ก่อนเข้าชมคนส่วนใหญ่เห็นสถานที่แล้วอาจคิดว่ากำลังจะเข้าไปชมภาพยนตร์ 3 มิติ เพราะทั้งหน้าตาด้านหน้า หน้าต่างขายตั๋ว และรูปร่างของอาคารก็น่าจะจัดแสดงอะไรที่ทันสมัยแบบหนัง 3 หรือ 4 มิติแต่เอ ทำไมแจก audio guide เมื่อนักท่องเที่ยวผ่านส่วนตรวจตั๋ว และเดินขึ้นบันไดไปเข้าชมแล้วจะสามารถบันทึกให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งในโลกก็ว่าได้

การเดินทางมาชม Panorama of the Battle จากสถานีรถไฟไม่ลำบากมาก แต่ไม่ได้ใกล้ต้องนั่งรถบัสหรือรถรางมาประมาณ15 นาที อาคารที่จัดแสดงถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงภาพ 3 มิตินี้โดยเฉพาะนั้นเป็นอาคารทรงกลมที่มีหลังคาผ้าใบขึงตั้งอยู่บนเนินเขาเห็นแต่ไกล ส่วนภาพเขียนที่ผู้เขียนวาดโดยดูเหมือนจะให้ผู้ชมเป็นศูนย์กลางนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ Jan Styka ซึ่งได้เชิญ WojciechKossak จิตรกรที่มีความสามารถในการเขียนภาพเกี่ยวกับสงครามให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามเพื่อเชิดชูเกียรติชาวบ้านในการฉลองครบรอบ 100 ปี ของชัยชนะที่Raclawice ศิลปินได้เชิญ LudwikBoller,Tadeusz Popiel และศิลปินอื่นๆ อีกหลายคนมาร่วมงาน งานจิตรกรรม 3 มิติที่เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมปี 1893 ณ เมือง Lviv นี้สำเร็จลงในเดือนพฤษภาคมปี 1894 และเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในวันที่ 5 มิถุนายน 1894ผลงานชิ้นนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาที่เมือง Lviv มากถึงปีละ 75,000 คน

หลังสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเป็นในช่วงเวลาที่รัสเซียกำลังมีอิทธิพลเหนือโปแลนด์นั้นภาพเขียนที่มีความยาว 114 เมตร สูง 15 เมตรแต่ใช้เวลาในการวาดเพียงแค่ 9 เดือนนี้ถูกย้ายมาอยู่ ณ เมือง Wroclaw โดยถูกเก็บซ่อนไว้ให้ห้องเก็บของเนื่องจากเหตุผลทางด้านการเมืองเพราะภาพนี้แสดงให้เห็นถึงชัยชนะของชาวโปลเหนือชาวรัสเซีย ภาพที่ผู้เขียนใช้วิธีการเขียนเสมือนหนึ่งภาพ3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นมุมมอง แสง และเครื่องไม้เครื่องมือที่นำไปติดตั้งด้านหน้าทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเสมือนจริงราวกับเข้าไปอยู่ในบรรยากาศนี้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนอีกครั้งในปี 1985 โดยผู้เข้าชมกลุ่มแรกๆ ประกอบด้วย สันตะปาปาจอห์นปอลที่สอง พระนางเจ้า Beatrix แห่งเนเธอร์แลนด์รวมทั้งนายจ้าวจื่อหยางนายกรัฐมนตรีจีน และการที่นายจ้าวจื่อหยางมาชมภาพนี้พร้อมคำบรรยายนี่เองก็สร้างแรงบันดาลใจให้เขากลับไปบัญชาให้ศิลปินจีนเขียนภาพในแนวเดียวกันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้ของคอมมิวนิสต์ที่ชนะก๊กหมินตั๋งแห่งไต้หวันในปี 1948 ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่า

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จะไม่เพียงรู้สึกเหมือนได้เข้าไปดูภาพยนตร์ แต่ยังสามารถสัมผัสได้ถึงอัจฉริยภาพของจิตรกร ความตั้งใจและความอลังการที่ประทับใจไม่รู้ลืมสมกับเป็นหนึ่งในสถานที่ ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : มหาวิทยาลัยสวยที่สุดในโลก University of Wroclaw

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344213

แหวกฟ้าหาฝัน :  มหาวิทยาลัยสวยที่สุดในโลก University of Wroclaw

แหวกฟ้าหาฝัน : มหาวิทยาลัยสวยที่สุดในโลก University of Wroclaw

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาโปแลนด์และต้องการมาเมือง Wroclaw ก็เพราะต้องการมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของเมืองนั่นคือ มหาวิทยาลัยแห่งเมือง Wroclaw มหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3 ศตวรรษแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเพราะที่นี่ผลิตผู้ชนะรางวัลโนเบลในสาขาต่างๆ มากถึง 9 คน มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีมากถึง 26,000 คนและระดับปริญญาเอกมากถึง 1,400 คนทุกปีที่นี่จะผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดมากถึงปีละ 8 พันคน จาก 10 สาขาวิชา โดยมีการเรียนการสอนทั้งภาษาโปแลนด์และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีความร่วมมือกับนานาชาติโดยเฉพาะกับมหาวิทยาลัยในภาคพื้นยุโรปอื่นๆเพื่อผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิต ยิ่งกว่านั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านการวิจัยโดยมีการนำเสนอผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์ในวารสารต่างๆ ปีละหลายพันเรื่อง ในโครงการวิจัยกว่าปีละ 280 ชิ้น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสามารถนำสู่นวัตกรรมและการจดสิทธิบัตรมากมายในแต่ละปีอันเป็นผลมาจากความร่วมมือกับนักวิชาการนานาชาติกว่า 400 คน จากทุกมุมโลก

มหาวิทยาลัย Wroclaw ที่เดิมมีชื่อในภาษาเยอรมันว่า Universitat Breslau และภาษาละตินว่า Universitas Wratislaviensis นี้เมื่อแรกกำเนิดถูกจัดตั้งขึ้นจากมูลนิธิในวันที่ 20 กรกฎาคม 1505 โดยพระเจ้า Vladislausที่สองแห่งโบฮีเมีย แต่ความปรารถนาของพระองค์กลับไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะโป๊ปจูเลียสที่สอง ปฏิเสธไม่ให้ตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง อีกทั้งยังถูกต่อต้านจากสถาบันการศึกษาในเมือง Krakow ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก การจัดตั้งอาคารสถานศึกษาขึ้นสำเร็จครั้งแรกหลังจากนั้นอีก 200 ปี ในวันที่ 1 ตุลาคมปี 1702 โดยบัญชาของพระเจ้า Leopold ที่หนึ่งแห่งออสเตรีย กษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮังการีโบฮีเมียและมีผู้บริหารคนแรกชื่อ Johannes Adrian von Plencken ส่วนภาควิชาที่ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1638 ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็น Jesuit School เนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการปฏิรูป Silesia หลังจากดินแดนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมือเป็นของปรัสเซียที่นี่ก็กลายเป็นสถานศึกษาเกี่ยวกับศาสนาของอาณาจักรปรัสเซีย

หลังจากที่ปรัสเซียพ่ายแพ้ต่อนโปเลียนปรัสเซียจำเป็นต้องปรับสถานะของประเทศใหม่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่แต่เมื่อเยอรมนีถูกปกครองโดยกองทัพนาซี มหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัวใหญ่อีกครั้งตามอิทธิพลของหลักการนาซี นักศึกษาที่พูดภาษาโปลจะถูกลงโทษโดยทหารนาซี และในปี 1939 นักศึกษาโปลก็ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันพ่ายแพ้ให้กับกองทัพรัสเซีย ทหารแดงรัสเซียก็เข้ายึดเมืองและขับไล่ชาวเยอรมันออกจากเมือง และยกให้ Wroclawเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐโปแลนด์ รัฐบาลรัสเซียปรับเขตแดนโปแลนด์ใหม่ ให้ Universityof Lwow และห้องสมุดมาอยู่ที่ Wroclaw รวมทั้งสั่งย้ายทั้งคนและข้าวของมาเป็นของมหาวิทยาลัย Wroclaw ด้วย ทั้งนี้เพราะ Lwow ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต นักการศึกษาชาวโปลชุดแรกที่เข้ามายังมหาวิทยาลัยในพฤษภาคม 1945 ได้เข้ามาปรับปรุงอาคารใหม่จากซากที่ถูกทำลายไปถึง 70% ในวันที่ 24 สิงหาคม 1945 รัฐบาลเมืองได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นใหม่โดยใช้ชื่อว่า University of Wroclaw ส่วนคณาจารย์ชุดแรกที่เข้ามาปรับปรุงอาคารมี Alois Alzheimer ที่นามสกุลของเขาถูกนำมาใช้เป็นชื่อโรครวมอยู่ด้วย

เนื่องจากอาคารของมหาวิทยาลัยมีความสวยงามแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป ทางมหาวิทยาลัยจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยนักท่องเที่ยวต้องซื้อตั๋วอย่างน้อย2 ส่วนเพื่อได้รับอนุญาตเข้าชมห้องของมหาวิทยาลัย 3-4 ห้อง ส่วนไฮไลท์ก็คือ Aula Leopoldina หรือโถงพิธีการที่ตกแต่งด้วยเทวดาและพู่ระย้าสไตล์บาโรคที่หรูหราวิจิตรตระการตา งานจิตรกรรมบนหลังคาเป็นภาพ God’s wisdom ภาพเหมือนที่ประดับผนังเป็นภาพผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ส่วนระเบียงชั้นบนที่เรียกว่า MathematicalTower นั้นยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นวิวส่วนเมืองเก่าและแม่น้ำ Odra อีกต่างหากด้วย นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยแห่งนี้รับรองได้ว่าจะตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของอาคารจนรู้สึกอิจฉานักศึกษาของที่นี่ที่เสมือนหนึ่งเรียนอยู่ในวังเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : ชมประติมากรรมเลื่องชื่อเมือง Wroclaw

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/342655

แหวกฟ้าหาฝัน :  ชมประติมากรรมเลื่องชื่อเมือง Wroclaw

แหวกฟ้าหาฝัน : ชมประติมากรรมเลื่องชื่อเมือง Wroclaw

วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาโปแลนด์ เมืองหนึ่งที่ทัวร์นิยมจัดไปก็คือ เมือง Wroclaw ทั้งนี้เพราะเมืองชื่ออ่านยากนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การเดินทางไปเมืองนี้
จากกรุงวอร์ซอ Krakow ไม่ยาก แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานนั่นคือ สามารถนั่งรถไฟตรงจากสถานี Warsaw West หรือสถานีรถไฟเมือง Krakow ก็มาถึงเมืองเลยแต่ใช้เวลาเดินทางนานถึง 3 ชั่วโมงกว่าพอๆ กัน นักท่องเที่ยวที่พอมีเวลาและอยากแวะเมืองนี้จึงควรนั่งรถวนเป็นวงกลมจาก Warsaw มา Wroclaw แล้วไปเข้า Krakow ก่อนกลับ Warsaw เพื่อนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ เลยจะง่ายที่สุด

เมืองใหญ่ที่สุดทางทิศตะวันตกของโปแลนด์และใหญ่อันดับสี่ของประเทศนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Oder ดั้งเดิมนั้นเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของแคว้น Silesia แต่ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นLower Silesian Voivodeship เมืองที่มีประวัติศาสตร์ย้อนไปตั้งแต่ปี 1175 และเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโปแลนด์ โบฮีเมีย ฮังการี ราชวัง Habsburgปรัสเซีย และเยอรมนีกลายเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ในปี 1945

เมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมนี้เป็นชุมชนที่มีความเติบโตของนักศึกษาค่อนข้างมาก ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยประจำเมืองผลิตผู้ชนะรางวัลโนเบลมากถึง 9 คนจึงทำให้มหาวิทยาลัยประจำเมืองมีนักศึกษามากถึง 130,000 ส่งผลให้เมือง Wroclaw เป็นเมืองที่มีเด็กมากที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การศึกษาและวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศจนส่งผลให้ Wroclaw เป็นเมืองที่มีคุณภาพดีติด 100 อันดับแรกของโลก

นอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอีกแห่งก็คือ The Anonymous Pedestriansหรืองานประติมากรรมคนเดินถนนที่อยู่ตรงสี่แยกใกล้กับสถานีรถไฟ งานประติมากรรมจากทองแดงซึ่งเป็นผลงานของ Jerzy Kalina ซึ่งเคยอยู่ในกรุงวอร์ซอในปี 1977 นี้ ดั้งเดิมเป็นปูนปาสเตอร์และถูกย้ายมาอยู่ใน Wroclaw National Museum นาน 28 ปี ก่อนจะถูกแกะสลักด้วยทองแดงและนำมาจัดแสดงไว้ที่สี่แยกในตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันเพื่อเป็นการรำลึกถึงครบรอบ 24 ปีของการประกาศกฎอัยการศึกอันเนื่องมาจากงานศิลปะนี้สะท้อนถึงการทำงานใต้ดินหรือองค์กรใต้ดินอันนำมาซึ่งการประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนั้นนั่นเอง

งานประติมากรรมที่ประกอบด้วยคนหลายคนที่เดินลงไปใต้ดินและผุดขึ้นมาใหม่ทั้งสองฝั่งของสี่แยกนั้นถูกจัดแสดง ณ สี่แยกนี้ครั้งแรกในปี 2005 โดยที่ศิลปินไม่ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวจากครั้งเก่าก่อน ตัวละครจึงยังใส่ชุดเหมือนในยุคปี 1970 งานประติมากรรมชุดนี้ถูกกล่าวถึงในระดับโลกในปี 2011 เพราะนิตยสาร Newsweek ยกย่องให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในโปแลนด์ และนิตยสาร AmericanBudget Travel ก็ยกย่องให้เป็นสถานที่ที่น่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งของโลกยิ่งกว่านั้นด้วยงานประติมากรรมชิ้นนี้นี่เองที่ทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสร้างสรรค์ที่สุดจากเว็บ boredpanda.com และวารสารสถาปัตยกรรม Arch2O ก็กล่าวถึงผลงานชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวของโปแลนด์ นักท่องเที่ยวที่มาถึงเมืองนี้จึงไม่ควรพลาดที่จะมาชมงานประติมากรรมที่ได้รับการยกย่องและรางวัลมากมายชิ้นนี้

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition ใน Lublin Museum

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/341213

แหวกฟ้าหาฝัน :  Exhibition ใน Lublin Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition ใน Lublin Museum

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลุมศพสุนัข

โดยทั่วไปมิวเซียมไม่เพียงมีของจัดแสดงแบบถาวรเท่านั้น ยังมักจัดนิทรรศการเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับคนท้องถิ่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย Lublin Museum ซึ่งเป็นมิวเซียมประจำเมืองก็เช่นกัน Exhibition ในมิวเซียมเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในบริเวณเมืองย้อนไป 3 หมื่นปีก่อนคริสตกาล ของจัดแสดงจึงมีความน่าสนใจเพราะมันบอกถึงความยาวนานของวัฒนธรรมที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยังสามารถศึกษาย้อนกลับไปได้ถึงขนาดนั้น เช่น ตัวอย่างที่อยู่อาศัยจำลองขนาดเท่าของจริงของชาว Aurignacian ที่อาศัยอยู่ใน Gora Putawska เมื่อ 3 หมื่นปีก่อนคริสตกาล เนื่องจากคนยุคนั้นไม่มีความรู้ในการก่อสร้างเลย ที่อยู่อาศัยของพวกเขาจึงอาศัยพื้นดินเป็นพื้นไปเลย แต่ก็ยังมีใช้ไม้และหนังสัตว์ในการกั้นห้องเพื่อป้องกัน ความหนาวเย็น การที่พวกเขายังชีพด้วยการล่าสัตว์ทำให้ที่อยู่อาศัยไม่ได้สร้างแบบถาวร และเนื่องจากเขาย้ายบ้านบ่อยพวกเขาจึงเก็บกระดูกของสัตว์ที่ถูกล่ามาได้มาไว้ในบ้านอยู่เป็นจำนวนมากด้วย

กระท่อมจำลองขนาด 1 : 10 จาก Lublin-Czwartek อันเป็นที่อยู่อาศัยในกลุ่มสลาฟรุ่นแรกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 กระท่อมขนาด 14 ตารางเมตรนี้ มีผนังที่ทำจากไม้ไผ่ที่ฝังเสาไว้ในดิน กระท่อมที่เรียกว่าSemi-sub-terranean นี้ มีหลังคาทำจากหญ้าและฟาง ภายในมีเตาผิงที่ใช้หินเป็นสิ่งให้ความอบอุ่นตั้งอยู่ทางทิศเหนือของบ้าน

ไม่เพียงมีตัวอย่างที่อยู่อาศัย มิวเซียมยังมีตัวอย่างหลุมฝังศพหลากหลาย แบบด้วย เช่น ขนาด 1 : 10 ที่ค้นพบณ Stawinek หลุมฝังศพแต่ละหลุมจะมีขนาดค่อนใหญ่ยาว 10×3 เมตร เพราะใช้ฝัง 3 คน รวมกันแต่มีการกั้นเป็นสัดส่วนของแต่ละคน และมีการฝังเหยือก ถ้วย กรวย ขวาน และใบมีดไว้ อันบ่งบอกถึงความเชื่อของคนแถวนี้ในเรื่องชีวิตหลังความตาย และการเกิดใหม่นั่นเอง สุสานใน RaciborowiceKolonia ยุคทองแดงตอนต้นของชาว Strzyzow ขนาด 1 : 30 ตัวอย่างที่นำมาจัดแสดงเป็น 1 ใน 27 สุสานที่ขุดพบในทศวรรษที่ 1950 โดยสุสานเหล่านี้เริ่มมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นเพราะมีอาคารด้านบนเหนือสุสานด้วย อาคารเหล่านี้มักเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อหรือสิ่งที่คนตายให้ความนับถือ ส่วนหลุมฝังศพของกลุ่ม Maslomeczที่นำมาจัดแสดงในมิวเซียมนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลุมที่ขุดพบขนาด 1 : 1 จากจำนวน 536 หลุม ที่ขุดพบ หลุมฝังศพยุค 300 ปี ก่อนคริสตกาลของหญิงสาวนี้มีความลึกค่อนข้างมาก ภายในบรรจุข้าวของเครื่องใช้และโลงที่ทำจากไม้โอ๊ค นักโบราณคดียังพบว่าหลุมอื่นๆ อาจมีการฝังชาย-หญิงที่คาดว่าเป็นสามี-ภรรยา รวมกันด้วย

นอกจากหลุมฝังที่เป็นกิจจะลักษณะอย่างเป็นทางการแล้ว มิวเซียมยังมีการจัดแสดงโพรงขนาดเท่าของจริงที่มีการนำศพของชาวบ้านมาบรรจุไว้รวมกันโดยยังคงมีซากของไม้ไผ่ซึ่งถูกเผาแล้ว ที่ใช้ในพิธีการเผาศพบรรจุอยู่ในโพรงเดียวกันด้วย

นอกจากหลุมฝังศพของคนแล้ว ที่นี่ยังมีการจัดแสดงหลุมฝังศพของสุนัขด้วย ตัวอย่างหลุมฝังศพสุนัขที่ขุดพบจากบริเวณ StrzyzowHrubieszow ของยุคทองแดงตอนต้นขนาดเท่าของจริงนี้ ไม่เพียงมีกระดูกสุนัขฝังอยู่ ยังมีภาชนะใส่ของเหลวบรรจุในหลุมด้วยอันแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของชาวบ้านในยุคนั้นว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่พวกเขาให้การยกย่อง นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือนมิวเซียมและได้ดูนิทรรศการจะได้รับความรู้เกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชนพื้นเมืองในยุคโบราณคงคิดเหมือนๆ กันว่ามนุษย์ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน อยู่ ณ แห่งหนตำบลใดล้วนเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตายทั้งนั้น

ธนูในการล่าสัตว์

ธนูในการล่าสัตว์
หลุมฝังศพ Stawinek

หลุมฝังศพ Stawinek
แบบจำลองหลุมฝังศพยุคหิน

แบบจำลองหลุมฝังศพยุคหิน
แบบจำลองชีวิตความเป็นอยู่

แบบจำลองชีวิตความเป็นอยู่
แบบจำลองการขุดหลุม

แบบจำลองการขุดหลุม
บ้านชาวสลาฟ Lublin-Czwartek

บ้านชาวสลาฟ Lublin-Czwartek

เต็นท์นักล่าสัตว์

เต็นท์นักล่าสัตว์
เครื่องมือล่าสัตว์

เครื่องมือล่าสัตว์
เครื่องประดับอำพันในหลุมฝังศพ

เครื่องประดับอำพันในหลุมฝังศพ

แหวกฟ้าหาฝัน : Lublin Museum

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/339810

แหวกฟ้าหาฝัน :  Lublin Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Lublin Museum

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Rumors by Adam Pawlin

นักท่องเที่ยวที่มาดู Lublin Castleไม่เพียงจะได้ดูอาคารและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของปราสาทแล้ว ที่นี่ยังเป็นมิวเซียมประจำเมืองด้วย Lublin Museum เป็นหนึ่งในมิวเซียมที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ตะวันออกโดยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1906 แล้วผู้ที่ดำริที่จะก่อตั้งมิวเซียมแห่งนี้คือHieronimLopacinski อาจารย์มัธยมนักประวัติศาสตร์ นักมานุษยวิทยาที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อย่างมาก ในช่วงแรก เขาพยายามที่จะจัดนิทรรศการถึง 2 ครั้งในปี 1901 ซึ่งครั้งแรกเขาจัดนิทรรศการโดยมีของจัดแสดงเกี่ยวกับภาพเขียน ภาพร่าง งานตกแต่ง เหรียญ แผนที่ อาวุธถึงกว่า4 พันชิ้น ครั้งที่สองเขาก็จัดนิทรรศการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและการเกษตรของเมืองแล้วจึงคิดถึงการจัดตั้งมิวเซียมในเวลาต่อมา

มิวเซียมที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ตะวันออกนี้มีของจัดแสดงเกี่ยวกับมานุษยวิทยาประกอบด้วยงานประติมากรรม จิตรกรรมพื้นเมือง และเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาของศิลปินนานาชาติ เช่น รูปจำลอง Christ the Sorrowful, Portrait of King Stanislaw August in Coronation robes โดย Bacciarelli ศิลปินชาวอิตาเลียนแห่งยุคปลายบาโรคและนีโอคลาสิก, Pilate washing his hands โดย Henrickter Brugghenศิลปินชาวดัตช์ยุคทองของฮอลแลนด์ เขาเป็นสมาชิกก่อตั้งของกลุ่มที่ชื่นชอบงานของ Caravaggio หรือกลุ่มที่เรียกว่า UtrechtCaravaggist และงานจิตรกรรมของศิลปินโปแลนด์ในคริสต์ศตวรรษที่ 18-20 เช่นBringing Hay in โดย Aleksander Kotsis จิตรกรชาวโปล ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่เขียนภาพได้หลากหลายแนว แต่เน้นการผสมผสานระหว่างภาพแนว Realistic และ Romantic เป็นส่วนใหญ่ Landscape โดยJozef Chelmonski ศิลปินชาวโปล ปลายยุคโรแมนติก April โดย BazyliAlbiczuk ศิลปินชาวโปล ที่มีความสามารถมากแห่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นศิลปินที่แปลกเพราะไม่เคยเรียนเขียนภาพจากที่ไหนเลยแต่อาศัยการศึกษาด้วยตัวเอง เขาเน้นเขียนภาพทิวทัศน์โดยภาพเขียนของเขามีจุดเด่นที่การใช้สีที่สดใสและมีรายละเอียดมาก Autumn Fogs และ Rumors โดย Adam Pawlin

มิวเซียมที่ได้ชื่อว่ามีของสะสมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโปแลนด์นี้ ไม่เพียงจัดแสดงของสะสมทางด้านประติมากรรมและจิตกรรมเท่านั้น ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับโบราณคดีมากถึงพันกว่าชิ้นโดยบางชิ้นย้อนหลังไปถึง 3,700 ปี อาวุธที่ออกแบบโดยนักรบยุโรปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 อำพันที่มาจาก Bassonia ของตกแต่ง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเงินจากเมือง Lublin ในคริสต์ศตวรรษที่ 17-18 เครื่องกระเบื้องจากจีนพัด เข็มขัด ยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่างๆ ของศิลปินท้องถิ่น Lublinเหรียญ และงานโลหะที่ถือกำเนิดขึ้นจากชาวโปลในคริสต์ศตวรรษที่ 10-20 ซึ่งของจัดแสดงชุดนี้ถือเป็นชุดที่มีจำนวนมากที่สุดในมิวเซียมทั้งหมดของโปแลนด์เลยทีเดียว

April by Bazyli Albiczuk

April by Bazyli Albiczuk
พัด

พัด
จัดสัมมนาชั่วคราว

จัดสัมมนาชั่วคราว
งานประติมากรรม

งานประติมากรรม
งานจิตรกรรม

งานจิตรกรรม
เครื่องกระเบื้องจากจีน

เครื่องกระเบื้องจากจีน
การจัดแสดงในมิวเซียม

การจัดแสดงในมิวเซียม
Bringing Hay in by Aleksander Kotsis

Bringing Hay in by Aleksander Kotsis
Autumn Fogs by Adam Pawlin

Autumn Fogs by Adam Pawlin

แหวกฟ้าหาฝัน : Lublin Castle

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/338395

แหวกฟ้าหาฝัน :  Lublin Castle

แหวกฟ้าหาฝัน : Lublin Castle

วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Lublin Castle front

ไม่เพียงนักท่องเที่ยวที่มาเมือง Lublin จะสามารถเยี่ยมเยือน Open Air Museum แล้ว เมืองนี้ยังมี Castle หรือปราสาทให้เยี่ยมเยือนด้วย ประสาทของท่านดุ๊ก Casimir ที่สองนี้เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโปแลนด์ ปราสาทที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 บนเขานี้ ดั้งเดิมนั้นส่วนของปราสาทสร้างจากไม้ แต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เจ้าของได้ปรับปรุงโดยใช้หินมาก่อสร้างโดยส่วนต่อเติมที่สร้างด้วยศิลปะแบบ Romanesque ที่สูงที่สุดซึ่งยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 14 Casimir the Great ได้สร้างอาคารและกำแพงหินล้อมรอบตัวตึก รวมทั้งได้เพิ่มส่วนของโบสถ์สไตล์โกธิคที่มี Chapel of the HolyTrinity ขึ้นด้วยเพื่อไว้สวดมนต์ การตกแต่งภายในหอสวดมนต์ด้วยภาพปูนเปียกโดยRuthenian Master Anderj ซึ่งมีเอกลักษณ์พิเศษที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกและออกโธดอกซ์ที่ไม่เหมือนใครเกิดขึ้นในทศวรรษแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยคำบัญชาของพระเจ้า Wladyslaw ที่สองภาพเขียนนี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันเช่นกัน

ในช่วงราชวงศ์ Jagiellon ปราสาทแห่งนี้รุ่งเรืองมาก และเป็นที่พำนักสำคัญของราชวงศ์ตลอดมาจึงได้มีการต่อเติมขยายออกไปอีกโดยนำเข้าศิลปินจากเมือง Krakow มาปรับปรุง ยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่เซ็นสัญญา Union of Lublin และสัญญาการก่อตั้งPolish-Lithuanian Commonwealth ด้วยหลังสงครามในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ส่วนของปราสาทได้ถูกทำลายลงคงเหลือแต่ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดนั่นคือ หอสวดมนต์ที่รอดพ้นจากสงครามมาได้ หลังจาก Lublin ตกอยู่ในกำมือของรัสเซียและการแบ่งแยกดินแดนภายใต้เงื่อนไข Congress of Vienna ในปี 1815 รัฐบาลกลางโปแลนด์โดย Stanislaw Staszic จึงมีดำริให้ Stanislaw Stompfปรับปรุงปราสาทขึ้นใหม่ระหว่างปี 1826-28 โดยสถาปนิกได้เลือกแนวทางศิลปะแบบ EnglishNeogothic ซึ่งแตกต่างจากอาคารเดิมอย่างคนละขั้ว ทั้งนี้เพราะรัฐบาลต้องการให้ที่นี่ใช้เป็นคุกแทนที่จะเป็นปราสาทหรือที่ทำการรัฐ อย่างไรก็ดีรัฐบาลยังคงบัญชาให้สถาปนิกเก็บรักษาส่วนของหอสวดมนต์ไว้

นับจากการปรับปรุงครั้งนั้นปราสาทก็ใช้เป็นคุกอยู่นานถึง 128 ปี จวบจนกระทั่งปี 1954 โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองระหว่างปี 1939-44 นั้น ปราสาทคุมขังนักโทษชาวโปลและยิวมากถึง 8 หมื่นคน ก่อนสงครามโลกสิ้นสุดลง กองทัพนาซีก็จัดการสังหารหมู่ผู้ต่อต้านเยอรมันชาวโปลทั้งหมด รวมทั้งชาวยิวจนเหลือนักโทษเพียงแค่ 300 คนเท่านั้น หลังสงครามโลกสิ้นสุดลง รัสเซียซึ่งกำลังมีอิทธิพลต่อรัฐบาลและรัฐบาลโปลก็ยังคงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นคุกต่อไปอีกนับสิบปีโดยคุมขังนักโทษที่ต่อต้านรัสเซียมากถึง 35,000 คนและในครั้งนั้นรัฐบาลได้สังหารผู้ต่อต้านหัวรุนแรงที่อยู่ในคุกนี้ไปถึง 333 คน หลังปี 1954รัฐบาลได้ยกเลิกการใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นคุกและทำการปรับปรุงทัศนียภาพใหม่ และในปี 1957 ก็จัดตั้ง Lublin Museum ขึ้นแทน

City view from Lublin Castle

City view from Lublin Castle
Lublin Castle outside

Lublin Castle outside
inside chapel

inside chapel
fresco inside chapel

fresco inside chapel
Building Across Lublin Castle

Building Across Lublin Castle
Chapel

Chapel