สวีเดนแย้มสหรัฐจะคุ้มครองความปลอดภัยช่วงรอเป็นสมาชิกนาโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682215

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 11:20 น.สวีเดนแย้มสหรัฐจะคุ้มครองความปลอดภัยช่วงรอเป็นสมาชิกนาโต

สหรัฐประกาศให้ความคุ้มครองสวีเดนในช่วงที่รอการรับรองให้เป็นสมาชิกนาโต

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แอน ลินเด รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนเผยว่า สวีเดนได้รับการรับรองจากสหรัฐว่าจะได้รับการสนับสนุนในระหว่างที่การสมัครเข้าร่วม NATO อยู่ระหว่างดำเนินการโดย 30 ประเทศในกลุ่มพันธมิตรนาโต

ระหว่างสงครามเย็นสวีเดนและฟินแลนด์ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มนาโต แต่การที่รัสเซียผนวกไครเมียของยูเครนเมื่อปี 2014 และการรุกรานยูเครนส่งผลให้ทั้งสองประเทศต้องกลับมาทบทวนนโยบายด้านความมั่นคงอีกครั้ง และมีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่จะเข้าเป็นสมาชิกนาโต

ทั้งสองประเทศต่างก็กังวลว่าจะตกอยู่ในความเสี่ยงในระหว่างขั้นตอนการสมัครซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 1 ปีกว่าจะได้รับการอนุมัติจากประเทศสมาชิกนาโตทั้งหมด

“ฉันจะไม่ลงรายละเอียดใดๆ แต่ฉันรู้สึกมั่นใจมากว่าตอนนี้เราได้รับการรับรองจากสหรัฐแล้ว” ลินเดเผยกับ Swedish TV จากกรุงวอชิงตันหลังจากหารือกับ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ “อย่างไรก็ดี ไม่ใช่การรับรองความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจะได้รับเฉพาะกรณีเป็นสมาชิกนาโตอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว”

ลินเดปฏิเสธที่จะบอกว่าได้รับการรับรองอะไรจากบลิงเคน

“(การรับรอง) พวกนั้นหมายความว่ารัสเซียสามารถเข้าใจชัดเจนว่าหากพวกเขากระทำกิจกรรมเชิงลบใดๆ ต่อสวีเดนโดยตรง ซึ่งรัสเซียเคยข่มขู่มาแล้ว มันจะไม่ใช่สิ่งที่สหรัฐยอมให้เกิดขึ้น…โดยไม่มีการตอบโต้” ลินเดกล่าว

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ออกหลังการหารือระบุว่า บลิงเคนได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐต่อนโยบายของนาโตในการต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่ไม่ได้กล่าวถึงคำรับรองด้านความปลอดภัย

เมื่อเดือนที่แล้วรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสวีเดนเผยว่า การขอสมัครเป็นสมาชิกนาโตอาจจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้หลายอย่างจากรัสเซีย รวมทั้งการโจมตีทางไซเบอร์และมาตรการผสมผสาน อาทิ โฆษณาชวนเชื่อ ไปจนถึงการบ่อนทำลายความมั่นคงของสวีเดน

รัสเซียเคยเตือนว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกในเมืองคาลินินกราดซึ่งเป็นดินแดนของรัสเซียในยุโรปหากสวีเดนและฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกนาโต

ลินเดซึ่งกำลังเดินทางไปแคนาดาเพื่อหารือประเด็นด้านความมั่นคงกับรัฐบาลแคนาดาเผยว่า สหรัฐสนับสนุนการเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดนและฟินแลนด์ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพในภูมิภาคบอลติกและอาร์กติกอย่างเต็มที่

ทั้งสวีเดนและฟินแลนด์คาดว่าจะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมนาโตหรือไม่ในเดือนนี้

REUTERS/Michael A. McCoy/Pool

จะเกิดอะไรขึ้นตามมาเมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2000?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682204

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 10:10 น.จะเกิดอะไรขึ้นตามมาเมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2000?

แม้ว่า Federal Reserve จะตัดสินใจไม่ขึ้นดอกเบี้ยถึง 0.75% แต่มันก็สร้างความสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนทั้งด้านบวกและด้านลบ

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.50% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2000 หรือในรอบ 22 ปี   

ทำไมเฟดจึงขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงขนาดนี้?

1. คณะกรรมการเฟดกล่าวว่า แม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะลดลงในไตรมาสแรก แต่การใช้จ่ายของครัวเรือนและการลงทุนคงที่ของธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง การจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราการว่างงานลดลงอย่างมาก อัตราเงินเฟ้อยังคงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาด ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านราคาในวงกว้าง

2. การรุกรานของยูเครนโดยรัสเซียทำให้เกิดความยากลำบากอย่างมากต่อผู้คนและเศรษฐกิจ นัยต่อเศรษฐกิจสหรัฐมีความไม่แน่นอนสูง การบุกรุกและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกำลังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่ออัตราเงินเฟ้อและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การปิดเมืองที่เกี่ยวข้องกับโควิดในจีน มีแนวโน้มที่จะทำให้ซัพพลายเชนหยุดชะงักลง คณะกรรมการให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเป็นอย่างมาก

3. คณะกรรมการพยายามที่จะบรรลุการจ้างงานสูงสุดและอัตราเงินเฟ้อในอัตราร้อยละ 2 ในระยะยาว ด้วยจุดยืนของนโยบายการเงินที่แน่วแน่อย่างเหมาะสม คณะกรรมการคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายที่ 2 เปอร์เซ็นต์ และตลาดแรงงานจะยังคงแข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ คณะกรรมการจึงตัดสินใจเพิ่มช่วงเป้าหมายสำหรับอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลางเป็น 3/4 ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเป้าหมายจะเหมาะสม

4. นอกจากนี้ คณะกรรมการตัดสินใจที่จะเริ่มลดการถือครองหลักทรัพย์ธนารักษ์และตราสารหนี้และหลักทรัพย์ค้ำประกันโดยหน่วยงานในวันที่ 1 มิถุนายน โดยคณะกรรมการจะติดตามดูผลกระทบของข้อมูลที่เข้ามาเพื่อแนวโน้มเศรษฐกิจต่อไป และคณะกรรมการจะเตรียมปรับจุดยืนของนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากมีความเสี่ยงที่อาจขัดขวางการบรรลุเป้าหมายของคณะกรรมการ โดยการประเมินของคณะกรรมการจะพิจารณาข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการอ่านข้อมูลด้านสาธารณสุข สภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ และการพัฒนาด้านการเงินและระหว่างประเทศ

จะเกิดอะไรขึ้นตามมาหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่?

 ในขั้นต้น ตลาดทุนตอบรับด้วยดีเพราะคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราราวๆ นี้ และยังทำให้นักลงทุนโล่งใจเพราะบางคนเชื่อว่าเฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยสูงกกว่านี้คือ 0.75% และก่อนหน้านี้ เจอโรม พาวเวลล์ ยังกล่าวอีกว่าเฟดไม่ได้ “พิจารณาอย่างจริงจัง” ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 จุด ซึ่งลดความคาดหวังของตลาดบางส่วนเรื่องที่เฟดจะเข้มงวดในเชิงรุก 

 ส่วนในอนาคตก็คาดหวังได้ว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยที่แรงกกว่านี้ เพราะพาวเวลล์กล่าวว่าผู้กำหนดนโยบายคือคณะกรรมการของเฟดพร้อมที่จะอนุมัติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขนาดใกล้เคียงกันในการประชุมนโยบายที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม

 ตลาดคริปโตอาจจะเข้าสู่ตลาดกระทิง หลังการประกาศขึ้นดอกเบี้ย BTC เพิ่มขึ้น 5% มุ่งสู่หลัก $40,000 ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเนื่องจากความเชื่อมั่นในเชิงลบลดลงจากการายงานของ coindesk

 หลังการขึ้นดอกเบี้ยดัชนี Fear & Greed Index ที่ใช้จับตา Bitcoin ปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้กับ Extreme fear มากขึ้น การปรับลงมาในแดน fear อาจเป็นสัญญาณว่านักลงทุนวิตกกังวลเกินไป ซึ่งนั่นอาจเป็นโอกาสในการซื้อ

 ต้องจับตาทองคำ หลังจากที่พาวเวลล์กล่าวออกมาพร้อมกับให้เหตุผลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยว่าเพื่อปราบเงินเฟ้อ ทำให้ราคาทองคำขึ้นมา เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้เก็งกำไรในช่วงที่เงินเฟ้อรุนแรง

 ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึง JPMorgan Chase & Co, Wells Fargo Bank และ Citibank ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพิเศษเป็น 4% โดยมีผลในวันพฤหัสบดีนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้พื้นฐานเพิ่มขึ้น 50 จุด ตามเกณฑ์ธนาคารกลางกล่าวในแถลงการณ์

 CNBC รายงานว่าหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะต้องจับตาสิ่งที่แพงขึ้นคือ ดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหลาย เช่น ดอกเบี้ยบ้าน ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งชาวอเมริกันใช้กันอย่างกว้างขวาง แม้แต่การขึ้น 1% ก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายของชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องดูว่ามันจะเป็นภาระซ้ำซ้อนกับเงินเฟ้อหรือไม่

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo – Win McNamee/Getty Images/AFP

ชาวอเมริกันแห่ถือปืนมากขึ้น กลายเป็นนักฆ่าอันดับ 1 ของเด็กและวัยรุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682178

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 18:47 น.ชาวอเมริกันแห่ถือปืนมากขึ้น กลายเป็นนักฆ่าอันดับ 1 ของเด็กและวัยรุ่น

อาวุธปืนกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กและวัยรุ่นอเมริกัน ชี้คนใช้ปืนมากขึ้นช่วงโควิด

อาวุธปืนกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กและวัยรุ่นอเมริกันแซงหน้าอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตามข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC)

ABC News รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก CDC ซึ่งได้บันทึกการเสียชีวิตของชาวอเมริกันพบว่า ตลอดทั้งปี 2020 มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนถึงจุดสูงสุดครั้งใหม่ที่ 45,222 คน โดยในจำนวนนี้มีเยาวชนมากกว่า 4,300 คน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 19 ปีมีอัตราการเสียชีวิตจากอาวุธปืนเพิ่มขึ้น 29.5% จากปี 2019 และสูงเป็นสองเท่าของการเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนที่พบในประชากรทั่วไป

รายงานระบุว่าในช่วง 21 ปีที่ผ่านมาปืนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ระยะหลังการเสียชีวิตด้วยปืนพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐ โดยส่วนใหญ่เกิดจากการฆาตกรรม ซึ่งเพิ่มขึ้น 33.4% จากปี 2019 ถึง 2020 ส่วนการฆ่าตัวตายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนในสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.1% ในช่วงเวลาเดียวกัน

CDC ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของอัตราการเสียชีวิตจากอาวุธปืนที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ระบุว่าข้อมูลใหม่นี้สอดคล้องกับหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนเพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

“อัตราการเสียชีวิตจากอาวุธปืนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มระยะยาว และแสดงให้เห็นว่าเรายังคงล้มเหลวในการปกป้องเยาวชนของเราจากสาเหตุการเสียชีวิตที่ป้องกันได้”

ขณะที่การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมาพบว่าในช่วงเดือนม.ค. ถึงเดือนเม.ย. 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้ใหญ่อเมริกันซื้อปืนครั้งแรกถึง 7.5 ล้านคน โดยทุกวันนี้ชาวอเมริกันครอบครองอาวุธปืนรวมกันมากกว่า 390 ล้านกระบอก

นอกจากนี้ การวิจัยจากโรงเรียนการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ลินช์แห่งวิทยาลัยบอสตัน ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร Pediatrics พบว่าการพกปืนในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2019 โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นผิวขาว และวัยรุ่นรายได้สูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอาวุธปืนในกลุ่มวัยรุ่นอเมริกันและคนอื่นๆ ในสังคม

ขณะที่รัฐบาลกลางประมาณการว่าในปี 2019 ถึง 2020 มีวัยรุ่นพกอาวุธปืนมากขึ้นถึง 200,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงปี 2002 ถึง 2003

รายงานยังระบุว่าการบาดเจ็บจากอาวุธปืนส่งผลกระทบระยะยาวต่อเยาวชน และเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มอัตราการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธปืนในอนาคต ตลอดจนการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน โดยปืนพกไม่เหมือนกับปืนชนิดอื่นๆ ตรงที่มีแนวโน้มที่จะถูกใช้ในการฆาตกรรม และการฆ่าตัวตาย

ศาสตราจารย์นาโอกะ อี. แครี่ จากภาควิชาจิตวิทยา โรงเรียนการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ลินช์ กล่าวว่า “ขณะนี้ความรุนแรงจากปืนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของเยาวชนในสหรัฐ และเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องจัดการ การกำหนดนโยบายต้องมาจากสิ่งที่วัยรุ่นรายงานในวันนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เคยทำเมื่อ 20 ปีที่แล้วหรือจากทฤษฎีในชั้นเรียน เราหวังว่าการศึกษาของเราจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถระบุสาเหตุของความรุนแรงและการบาดเจ็บในวัยรุ่นได้ดีขึ้น”

Photo by JOE RAEDLE/GETTY IMAGES NORTH AMERICA/Getty Images via AFP

จาก ‘ทุเรียน’ ราชาแห่งผลไม้ สู่สุดยอด Pastry ที่รังสรรค์สุดฝีมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682112

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 07:45 น.จาก 'ทุเรียน' ราชาแห่งผลไม้ สู่สุดยอด Pastry ที่รังสรรค์สุดฝีมือ

เชฟธวัชและทีม ร่วมกันเนรมิตเมนูขนมหวานจากทุเรียน “ราชาแห่งผลไม้” ในหลากหลายรูปแบบ Pastry ที่ทุกคนคาดไม่ถึง ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 และซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เพิ่มความน่ากินแบบฟินขั้นกว่า กับบรรดาขนมหวานเลิศรสจากทุเรียน “ราชาแห่งผลไม้” ของอร่อยประจำฤดูกาลที่ทุกท่านรอคอย ซึ่งปีนี้หัวหน้าพาสทรี้เชฟธวัช และทีมงานมากประสบการณ์ ประจำห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 และซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเอาใจทุเรียนเลิฟเวอร์ด้วยกลิ่นและรสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทุเรียนสายพันธุ์ชะนี และสายพันธุ์หมอนทอง พร้อมเสิร์ฟสารพันเมนูความอร่อยรสชาติหวานมันกำลังดี แถมมีหน้าตาน่ารัก โดยมีให้เลือกสรรความอร่อยถึง 12 อย่าง

สำหรับความพิเศษในครั้งนี้คือ เมนูทุเรียนน้องใหม่ที่คนรักทุเรียนต้องลอง อย่าง

มาการองข้าวเหนียวทุเรียน
โรลทุเรียนมันม่วง
ทุเรียนป๊อป
ชิฟฟ่อนมะพร้าวไส้ทุเรียน
ชอร์ตเค้กทุเรียนกับใบเตย

เมนูข้าวเหนียวทุเรียนที่คนไทยคุ้นเคยในการนำเสนอที่แปลกใหม่ในรูปแบบของมาการอง ที่ยังคงให้รสชาติความเป็นข้าวเหนียวทุเรียนเต็มร้อย โรลทุเรียนมันม่วง ผสานความอร่อยของเนื้อทุเรียนกับเนื้อมันม่วง ที่พ่วงท้ายด้วยความว้าวเพียงได้ชิมคำแรก ทุเรียนป๊อป เมนูที่น่ารักเกินต้าน ด้านในรสอร่อย นุ่ม ละมุน ชิฟฟ่อนมะพร้าวไส้ทุเรียน สองขั้วความลงตัวของมะพร้าวและทุเรียนที่ไม่เลี่ยนอย่างที่คิด และ ชอร์ตเค้กทุเรียนกับใบเตย เมนูที่ชูกลิ่นหอมของสองวัตถุดิบได้อย่างดี ทั้งยังเข้ากัน หอม หวาน มัน กำลังดี

ทุเรียนช็อกโกแลตโอเปร่า
ทุเรียนดับเบิ้ลชีสเค้ก
ทุเรียนดับเบิ้ลชีสเค้ก

ทางด้านเมนูขายดียกให้ ทุเรียนช็อกโกแลตโอเปร่า ความลงตังของรสช็อกโกแลตเข้มข้นกันราชาแห่งผลไม้ ไอเท็มขายดีที่ลูกค้าชาวต่างชาติชื่นชอบมาก ทุเรียนดับเบิ้ลชีสเค้ก (180 บาท++ ต่อชิ้น สามารถสั่งจองลองหน้าสำหรับไซส์ 1 ปอนด์ หรือขนาดอื่น) ดับเบิ้ลความหอมอร่อยทั้งทุเรียนและชีสเค้ก

มูสทุเรียนมะพร้าว
ทุเรียนทีรามิสุ
ไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง
ทุเรียนเคลือบช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่
ทุเรียนก้านยาวไวท์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล

ต่อด้วย มูสทุเรียนมะพร้าว น้องทุเรียนหน้าตาหน้ารักที่ซ่อนมูสสุดอร่อยไว้ข้างใน ตามด้วย ทุเรียนทีรามิสุ ความหวานที่ผสมผสานกับความหอมละมุน ในเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ท็อปหน้าด้วยเนื้อทุเรียนสุกกำลังดี ไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง ไอศกรีมรสกลมกล่อมที่ไม่หวานเกินไปกินแล้วไม่รู้สึกผิด และอัพเลเวลความเข้มข้นของทุเรียนขึ้นด้วย ทุเรียนเคลือบช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่  ทุเรียนก้านยาวไวท์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล 

Durian Afternoon Tea

นอกจากนั้น ยังมี Durian Afternoon Tea ที่มีเมนูทุเรียนในแบบสโคน พร้อมแยมทุเรียน และเครื่องดื่มร้อนบริการที่ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 และซิงก์เบเกอรี่ ในราคาเพียง 888 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

แวะมาเช็กอินกินขนมอร่อยๆ แบบนี้ได้ที่ห้องอาหารเวนตีซี และ ซิงก์เบเกอรี่ ในโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2565 เท่านั้น

ติดตามข่าวสารโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant

เฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld

อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งออเดอร์ที่ 02-100-6255 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ทำไมศาลสูงจะคว่ำกฎหมายทำแท้ง อเมริกันทะเลาะกันครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682153

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 13:39 น.ทำไมศาลสูงจะคว่ำกฎหมายทำแท้ง อเมริกันทะเลาะกันครั้งใหญ่

สหรัฐถกประเด็นทำแท้งอีกครั้ง หลังศาลสูงส่งสัญญาณคว่ำ Roe v. Wade

1. Politico เปิดเผยร่างความเห็นของคณะตุลาการศาลสูงซึ่งระบุว่าเป็น “ร่างที่ 1” ลงวันที่ 10 ก.พ. 2022 ได้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อยกเลิกกฎหมาย Roe v. Wade ปี 1973 ที่ให้สิทธิชาวอเมริกันทั่วประเทศยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนสัปดาห์ที่ 24 ของการตั้งครรภ์

2. ร่างความเห็นดังกล่าวจัดทำโดยซามูเอล อาลิโต ผู้พิพากษาสายอนุรักษนิยมในศาลสูงสุดสหรัฐซึ่งมองว่า “กฎหมายดังกล่าวผิดพลาดอย่างมหันต์ตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งจะต้องถูกลบล้าง” โดยกล่าวว่าสิทธิในการทำแท้งไม่ได้ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐ อีกทั้งการทำแท้งอาจขัดกับหลักมนุษยธรรม และการอนุญาตให้ทำแท้งก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอีกมากมาย

3. โดยนอกจากอาลิโตแล้วยังมีผู้พิพากษาอีก 4 คนที่ลงคะแนนให้ยกเลิกกฎหมาย Roe v. Wade ได้แก่ คลาเรนซ์ โทมัส, นีล กอร์ซุช, เบรตต์ คาวานอ และเอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์

4. จอห์น โรเบิตส์ หัวหน้าคณะตุลาการศาลสูงยืนยันว่าร่างความเห็นดังกล่าวเป็นของจริง แต่ยังไม่ใช่การตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเอกสารดังกล่าวหลุดออกไปได้อย่างไร และกล่าวต่อว่าผู้ที่ทำให้เอกสารรั่วไหลออกไปว่าถือเป็นการทรยศ ขัดขวางการดำเนินงานของศาล และเน้นย้ำถึงการเคารพและรักษาความลับของกระบวนการยุติธรรม

5. ไม่นานหลังจากที่ร่างความเห็นของคณะตุลาการศาลสูงหลุดออกมา บรรดากลุ่มอนุรักษ์นิยมในสหรัฐก็ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน ส่งเสียงเชียร์ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมต้องการให้ยกเลิกกฎหมาย Roe v. Wade มานานหลายปีแล้ว แต่อีกด้านหนึ่ง กลุ่มผู้ที่สนับสนุนการทำแท้งเสรีก็ได้ออกมาถือป้ายประท้วงร่างความเห็นดังกล่าวด้วย

6. ตามรายงานของ The New York Times ระบุว่าผลสำรวจของ Gallup ในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาพบว่า 58% ของชาวอเมริกันไม่ต้องการให้ยกเลิกกฎหมาย Roe v. Wade โดยเว็บไซต์ Market Watch ชี้ว่ามุมมองของชาวอเมริกันต่อประเด็นทำแท้งไม่ได้เพิ่งเปลี่ยนแปลงเมื่อเร็วๆ นี้ แต่เป็นเช่นนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่ง Gallup เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1989 พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันให้การสนับสนุน Roe v. Wade อยู่ที่ระหว่าง 52% ถึง 66%

7. ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน วิจารณ์ร่างความเห็นของคณะตุลาการศาลสูง และเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุน Roe v. Wade โดยกล่าวว่าหากร่างความเห็นของศาลสูงยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจะเป็นภัยคุกคามต่อสิทธิของสาธารณชน และย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งในปีนี้ที่ประชาชนควรเลือกผู้ที่สนับสนุนสิทธิการทำแท้งเข้าไปนั่งในสภา นั่นหมายถึงนักการเมืองจากพรรคเดโมแครต

8. อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่าหาก Roe v. Wade ถูกยกเลิกจริง แต่ในบางรัฐที่มีแนวคิดเสรีนิยมได้ออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิในการทำแท้งแล้ว ในทางกลับกันรัฐที่นำโดยพรรครีพับลิกันพยายามออกข้อจำกัดในการทำแท้ง

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo by REUTERS/Brian Snyder

ทวดบราซิลอายุร้อยปี เผยเคล็ดลับทำงานที่เดิมยาว 84 ปีไม่ย้ายไปไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682163

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 15:47 น.ทวดบราซิลอายุร้อยปี เผยเคล็ดลับทำงานที่เดิมยาว 84 ปีไม่ย้ายไปไหน

ชายบราซิลคนนี้เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น จนอายุครบ 100 ปี เขาได้ทำลายสถิติโลกในการทำงานบริษัทเดียวนานที่สุด

เว็บไซต์ Guinness World Records เปิดเผยเรื่องราวของวอลเตอร์ ออร์ธมันน์ วัย 100 ปี ผู้ครองสถิติพนักงานที่ทำงานในบริษัทเดิมนานที่สุดในโลก โดยในปีนี้เขาทำงานให้กับบริษัทสิ่งทอแห่งหนึ่งมาเป็นปีที่ 84 แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 1938 เป็นวันแรกที่ออร์ธมันน์เริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยจัดส่งที่ Industrias Renaux S.A. บริษัทสิ่งทอในรัฐซานตา กาตารีนา ประเทศบราซิล หรือที่ตอนนี้รู้จักกันในชื่อ ReneauxView

ออร์ธมันน์เป็นคนที่มีความกระตือรือร้น มีวินัย และมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็ก เขาเดินไปโรงเรียนและกลับมาทำแบบฝึดหัดที่บ้านทุกวัน ต่อให้จะเป็นวันที่ฝนกระหน่ำจนต้องเดินเท้าเปล่า นอกจากนี้เขายังเป็นนักเรียนที่มีความจำดีมากอีกด้วย

แต่เนื่องจากปัญหาทางการเงินของที่บ้านทำให้ออร์ธมันน์ต้องหางานทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว เมื่ออายุได้ 15 ปีเขาไปที่โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งกับแม่เพื่อสมัครงาน และด้วยความสามารถด้านภาษาเยอรมันทำให้เขาได้งานนี้ในที่สุด และทำงานที่นั่นตั้งแต่นั้นมา

เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยจัดส่งออร์ธมันน์ทำงานได้ดีมากกว่าที่คาดไว้เสมอ ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพนักงานฝ่ายขาย และผู้จัดการฝ่ายขายในที่สุด

“ตอนที่ผมได้รับโอกาสเป็นพนักงานขาย ผมเดินทางไปที่เซาเปาโล และภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ผมสามารถทำยอดขายได้เทียบเท่ากับการทำงาน 3 เดือน”

ออร์ธมันน์เชื่อว่าข้อดีที่สุดของการมีงานทำคือช่วยให้เรามีจุดมุ่งหมาย และมีความมุ่งมั่น ตลอดการทำงานกว่า 84 ปีเขาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในบริษัท ในประเทศ และในโลก เขาเข้าใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของธุรกิจคือต้องมีความทันสมัยและปรับตัวอยู่เสมอ

“เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ เราจะไม่รู้เลยว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว”

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบอายุ 100 ปีของออร์ธมันน์ เขาฉลองวันเกิดกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง และครอบครัวด้วยงานเลี้ยงที่ยากจะลืมเลือน ออร์ธมันน์ยังคงมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ และยังมีความทรงจำที่ดีเยี่ยม เขาสนุกกับการใช้ชีวิตที่สงบและออกกำลังกายทุกวัน คุณตาวัย 100 ปีคนนี้ยังคงแข็งแรงพอที่จะขับรถไปยังสถานที่โปรดของเขาทุกๆ วัน นั่นก็คือที่ทำงาน

ออร์ธมันน์กล่าวว่าคำแนะนำที่ดีที่สุดที่เขาจะสามารถให้ได้คือ “พยายามทำงานในบริษัทที่ดีและในพื้นที่ที่ทำให้คุณรู้สึกมีแรงจูงใจ”

“ผมไม่ได้วางแผนอะไรมากนักและไม่สนใจวันพรุ่งนี้เท่าไร ผมสนใจแค่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอีกวันที่ผมจะตื่นขึ้นมา ออกกำลังกาย และไปทำงาน คุณแค่ต้องใช้เวลาอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่อดีตหรืออนาคต ที่นี่และตอนนี้คือสิ่งที่มีค่า งั้นก็ไปทำงานกันเถอะ!”

ออร์ธมันน์ยังกล่าวอีกว่าการได้ทำลายสถิติของ Guinness World Records ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขาที่ได้รับการรับรองให้เป็นพนักงานที่ทำงานในบริษัทเดิมนานที่สุดในโลก

Photo by REUTERS/Diego Vara

Howitzer ขายดีจนผลิตไม่ทัน ไต้หวันอด-ตะวันตกแห่ยกให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682132

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 11:54 น.Howitzer ขายดีจนผลิตไม่ทัน ไต้หวันอด-ตะวันตกแห่ยกให้ยูเครน

หนึ่งในอาวุธยอดนิยมประเภทหนึ่งที่มีความต้องการสูงมากในเวลานี้คือปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์ (Howitzer)

“ปืนใหญ่เป็นสิ่งของเฉพาะที่ชาวยูเครนร้องขอเนื่องจากการสู้รบที่พวกเขาคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในดอนบัส โฆษกของเพนตากอน จอห์น เคอร์บี กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 18 เมษายน “ภูมิประเทศเอื้ออำนวยต่อการใช้ปืนใหญ่ ที่เราเรียกว่าระยะยิง และเรารู้ว่าชาวรัสเซียก็เชื่อในสิ่งเดียวกัน เพราะเราเห็นพวกเขาย้ายหน่วยปืนใหญ่เข้าไปในดอนบัส เช่นกัน ดังนั้นเราจึงต้องการให้ยูเครนได้เปรียบทุกประการที่เราสามารถทำได้”

ฮาวอิตเซอร์ (Howitzer) เป็นอาวุธระยะไกล คาบเกี่ยวระหว่างปืนใหญ่กับปืนครก โดยปืนใหญ่ซึ่งยิงกระสุนที่วิถีทางเรียบ ส่วนปืนครกยิงในมุมสูงของการขึ้นและลง บางครั้งมันเป็นปืนใหญ่อัตตาจร (Self-propelled artillery) โดยติดตั้งกับรถเกราะ/รถถัง เพื่อทำการยิงแล้วเคลื่อนย้ายที่ตั้งอย่างรวดเร็ว ฮาวอิตเซอร์ถือเป็นปืนใหญ่ยุคสมัยใหม่สี่ประเภทพื้นฐานในการรบ คือ 1. ฮาวอิตเซอร์ 2. ปืนลำกล้องยาว 3. ปืนครก และ 4. ปืนใหญ่จรวด

ในสงครามยูเครน ฮาวอิตเซอร์กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยสหรัฐฯ ได้เร่งส่งอาวุธมูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์ไปยังยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตีเมื่อวันที่ 24 ก.พ. รวมถึงฮาวอิตเซอร์

รัฐบาลเยอรมันส่งฮาวอิตเซอร์ไปช่วยเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 29 เมษายน เยอรมนีกำลังพิจารณาส่งปืนฮาวอิตเซอร์พิสัยไกลไปยังยูเครน โดยแหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวกับรอยเตอร์โดยยืนยันรายงานที่ตีพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์ Welt am Sonntag เพียงไม่กี่วันหลังจากที่รัฐบาลเบอร์ลินตัดสินใจจัดหาอาวุธหนักให้กับยูเครน แต่รัฐบาลเยอรมนีถูกวิจารณ์ภายในประเทศจากการทำเช่นนี้้

นอกจากนี้ สำนักข่าว ANP รายงานเมื่อวันที่ 26 เมษายนว่า เนเธอร์แลนด์ตั้งเป้าที่จะจัดหาปืนฮาวอิตเซอร์แบบเดียวกันใน “จำนวนจำกัด” ให้กับยูเครน หลังจากเยอรมนีเสนอให้ฝึกอบรมและกระสุนสำหรับฮาวอิตเซอร์ที่สร้างโดยบริษัทป้องกันประเทศเยอรมัน KMW

วันที่ 2 พฤษภาคม มีรายงานจากรอยเตอร์ว่าทหารยูเครนราว 200 นายกำลังฝึกการใช้งานฮาวอิตเซอร์รุ่น M777 howitzer ที่ผลิตในสหราชอาณาจักร แต่มันถูกส่งให้โดยประเทศต่างๆ คือ ในเดือนเมษายน สหรัฐฯ จัดหา 90 กระบอก แคนาดาจัดหา 4 กระบอก และออสเตรเลียจัดหา M777 จำนวน 6 กระบอกให้กับกองทัพยูเครน เพื่อขับไล่รัสเซีย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 เมษายน มีรายงานจากรอยเตอร์ว่ารัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของแคนาดา แอนิตา อานันท์กล่าวระหว่างการเยือนวอชิงตันว่ากองทหารแคนาดากำลังฝึกกองทหารยูเครนให้ใช้ปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์ ขณะเดียวกันสหรัฐได้ฝึกกองกำลังยูเครนจำนวนเล็กน้อยเกี่ยวกับปืนฮาวอิตเซอร์และระบบอื่นๆ ที่ภายนอกยูเครน แต่ทางแคานาดาไม่ได้บอกว่าการฝึกของแคนาดาเกิดขึ้นที่ใด

แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียลินเตือนว่าการจัดหาอาวุธของตะวันตกให้กับยูเครนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของทวีปยุโรป “และก่อให้เกิดความไม่มั่นคง” และเริ่มที่จะเล็งเป้าหมายโจมตีคลังแสงที่เก็บอาวุธที่ชาติตะวันตกส่งมาให้ยูเครน

ในเวลาเดียวกัน ด้วยจำนวนฮาวอิตเซอร์ที่ถูกส่งไปยูเครนไม่ใช่น้อยๆ อาจทำให้เกิดความต้องการที่คับคั่งและกระทบต่ออีกฟากหนึ่งของโลกที่กำลังกังวลกับการรุกรานเช่นกัน นั่นคือไต้หวัน

รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า กระทรวงกลาโหมของไต้หวันกล่าวเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ว่ากำลังพิจารณาตัวเลือกอาวุธทางเลือก หลังจากที่สหรัฐฯ แจ้งว่าการส่งมอบระบบปืนใหญ่จะล่าช้าเนื่องจากสายการผลิตที่ “แออัด”

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลวอชิงตันอนุมัติการขายระบบปืนใหญ่อัตตาจร 155mm M109A6 Medium Self-Propelled Howitzer จำนวน 40 คัน/กระบอก ให้กับไต้หวันในข้อตกลงมูลค่าสูงถึง 750 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสื่อไต้หวันระบุว่ามีกำหนดส่งมอบภายในปี 2023

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของไต้หวันกล่าวว่า เนื่องจากสายการผลิต M109A6 ที่ “แออัด” สหรัฐได้แจ้งว่าการส่งมอบจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2026 อย่างเร็วที่สุด

รอยเตอร์ระบุว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สหรัฐผลักดันให้ไต้หวันปรับปรุงกองทัพของตนให้ทันสมัยเพื่อให้กลายเป็นเหมือน “เม่น” ที่จีนโจมตีได้ยาก

และมีการบรรลุข้อตกลงซื้อาวุธระหว่างไต้หวันกับสหรัฐบ่อยครั้งในระยะหลัง แต่การขายอาวุธของสหรัฐให้ไต้หวันมักจะทำให้จีนไม่พอใจและเพิ่มความตึงเครียดระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo – นาวิกโยธินสหรัฐฯ M777 ลากจูงปืนฮาวอิตเซอร์ขนาด 155 มม. ถูกจัดแสดงบนเส้นทางการบินก่อนที่จะบรรทุกขึ้นเครื่องบิน C-17 Globemaster III ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มุ่งหน้าสู่ยุโรปเพื่อส่งมอบให้กับกองกำลังยูเครน ณ ฐานสำรองอากาศเดือนมีนาคม รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 22 เมษายน 2022. ภาพที่ 22 เมษายน 2022 U.S. Marine Corps/Cpl. Austin Fraley/เอกสารแจกผ่าน REUTERS

ยูเครนลั่นไม่ต้องการสัญญาสันติภาพ แต่อยากเห็นความพ่ายแพ้ของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682133

วันที่ 04 พ.ค. 2565 เวลา 10:59 น.ยูเครนลั่นไม่ต้องการสัญญาสันติภาพ แต่อยากเห็นความพ่ายแพ้ของรัสเซีย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงลั่นเอกสารเดียวที่ยูเครนจะลงนามคือรับรองความพ่ายแพ้ของรัสเซียเท่านั้น

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าอเล็กเซย์ ดานิลอฟ หัวหน้าสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติของยูเครน (NSDC) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพกับรัสเซียว่า “เอกสารเดียวที่ยูเครนจะลงนามคือรับรองความพ่ายแพ้ของรัสเซียเท่านั้น” ขณะที่การสู้รบยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมาดานิลอฟกล่าวว่า “กับรัสเซียเราสามารถลงนามในเอกสารการยอมจำนนของรัสเซียเท่านั้น และยิ่งทำได้เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งดีต่อประเทศเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม การเจรจากับรัสเซียอยู่ภายใต้การดูแลของโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนไม่ใช่ NSDC ซึ่งดานิลอฟกล่าวว่าทางสภาฯ มีจุดยืนของตัวเองในประเด็นนี้และประธานาธิบดีก็ทราบดี

ดานิลอฟเสริมว่าเซเลนสกีจะไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญของยูเครน ซึ่งรับประกันบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศและแรงบันดาลใจในการเข้าร่วม NATO

ด้านอเล็กเซย์ อาร์สโตวิช ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวถึงคำพูดของดานิลอฟว่า “จะไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพกับรัสเซีย จะมีเพียงการยอมจำนนของสหพันธรัฐรัสเซียเท่านั้น”

ทั้งนี้ การเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซียหยุดชะงักภายหลังจากการประชุมในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวต่อว่ายูเครนว่าเปลี่ยนท่าทีบ่อยครั้งและเป็นฝ่ายทำลายการเจรจา

Photo by REUTERS/Zohra Bensemra

‘หงส์ปีศาจ’ Phoenix Ghost โดรนลึกลับที่สหรัฐสร้างให้ยูเครนโดยเฉพาะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682095

วันที่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 18:11 น.'หงส์ปีศาจ' Phoenix Ghost โดรนลึกลับที่สหรัฐสร้างให้ยูเครนโดยเฉพาะ

นี่เป็นยุทโธปกรณ์ที่ถูกพูดถึงกันมากในช่วงสัปดาห์นี้ และอาจช่วยตอกย้ำความสำเร็จของยูเครนในสงครามโดรนที่ดูเหมือนจะเหนือกว่ารัสเซีย

1. มันมีชื่อว่า Phoenix Ghost หรือ ‘หงส์ปีศาจ’ โดรนปริศนาที่ถูกพูดถึงในสื่อมากขึ้นเรื่อยๆ Phoenix Ghost เป็นอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่พัฒนาโดยบริษัทอาวุธสัญชาติอเมริกัน Aevex Aerospace โดยความร่วมมือกับกองทัพอากาศสหรัฐฯ มันสามารถบินอยู่บนพื้นที่เป้าหมายได้เป็นเวลานานก่อนที่จะได้รับคำสั่งให้กำหนดเป้าหมาย ดังนั้นจึงเป็นอาวุธประเภท Loitering Weapon (โดรนพุ่งชนเป้าหมายหรือโดรนฆ่าตัวตาย) นอกจากนี้ยังใช้สำหรับการสำรวจและทำภาพถ่ายได้ด้วย

2. เว็บไซต์ Politico รายงานว่า Phoenix Ghost เป็นเวอร์ชันดัดแปลงของ Switchblade 600 (โดรนรุ่นยอดนิยมชของสหรัฐซึ่งเป็นแบบโดรนพุ่งชนเป้า) ซึ่งเริ่มพัฒนาในต้นปี 2022 จากข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการของผู้ผลิต Phoenix Ghost สามารถบินได้ในแนวตั้ง มีการติดตั้งเซ็นเซอร์อินฟราเรด ดังนั้นจึงสามารถใช้ในความมืดได้กับ “เป้าหมายภาคพื้นดินที่หุ้มเกราะหนักปานกลาง” 

3. แต่นี่คือข้อมูลพื้นฐานสุดๆ ของหงส์ปีศาจ แม้แต่เว็บไซต์ Task and Purpose ที่เชี่ยวชาญด้านอาวุธอเมริกันก็ยังบอกว่า “Phoenix Ghost ยังคงถูกครอบงำด้วยความลึกลับอยู่บ้าง” แต่พวกเขาบอกว่า Phoenix Ghost “ออกแบบมาเพื่อการต่อสู้ในยูเครน โดยมาให้โดยสหรัฐอเมริกาโดยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดส่งอาวุธและอุปกรณ์ล่าสุด”

4. จากรายงานของเว็บข้อมูลสงคราม The Drive โฆษกเพนตากอน จอห์น เคอร์บีกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 21 เมษายนว่า “สิ่งนี้ (Phoenix Ghost) ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยกองทัพอากาศเพื่อตอบสนองความต้องการของยูเครนโดยเฉพาะ” จำนวนที่ส่งไปให้ยูเครนคือมากกว่า 121 ลำ (บางแห่งบอกว่า 122) ซึ่ง The Drive บอกว่าเป็นตัวเลขที่เฉพาะเจาะจงจนดูผิดปกติ และดูคลุมเครืออย่างลึกลับ

5. สิ่งที่ไม่เคลียร์อีกอย่างคือความร้ายกาจของมัน โฆษกเพนตากอน จอห์น เคอร์บี บอกกับนักข่าวแค่ว่า Phoenix Ghost ให้ความสามารถที่คล้ายคลึงกันกับโดครน Switchblade “แต่ไม่เหมือนจะๆ เสียทีเดียว” เขาพยายามเลี่ยงที่จะตอบอย่างละเอียด แต่บอกว่า “มันมีความสามารถทางยุทธวิธีแบบเดียวกับที่ Switchblade ทำ Switchblade เป็นโดรนยิงรอบเดียว (หมายถึงโดรนฆ่าตัวตาย) และเห็นได้ชัดว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อซัดเข้าจังๆ”

6. โดยสรุปก็คือ เว็บไซต์ Task and Purpose บอกว่ามันคือ “หุ่นยนต์ติดกล้องบินได้พร้อมกับระเบิดภายใน” และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลาโหมสหรัฐเผยเมื่อปลายเดือนเมษายนว่า ทหารยูเครน 20 นายเริ่มหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับ Phoenix Ghost เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว “เหลือเวลาอีกนิดเดียวก่อนจะออกล่าได้” โดยใช้เวลาฝึกเพียงเล้กน้อยเท่านั้นสำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องอาวุธแบบ UAS มาก่อน

7. คำถามก็คือมันจะออกล่าที่ไหน? โฆษกเพนตากอน จอห์น เคอร์บี บอกว่า Phoenix Ghost “ได้รับการพัฒนาตอบรับกับชุดข้อกำหนดที่ตรงกับสิ่งที่ชาวยูเครนต้องการในตอนนี้ในดอนบัส” ซึ่งในเวลานี้ดอนบัสเป็นสมรภูมิหลักที่รัสเซียพุ่งความสนใจมากที่สุดหลังจากยุทธศาสตร์ยึดเมืองใหญ่ต่างๆ ในยูเครนไม่ประสบความสำเร็จ

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo – REUTERS/Ueslei Marcelino  (ภาพประกอบข่าว)

รายงานข่าวและภาพเกี่ยวกับโดรนรุ่นนี้ที่ CNN บอกว่า แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารก็ไม่เคยได้ยินชื่อของมันมาก่อน

ยก 3 ร้านดัง Street food เสิร์ฟถึงบ้าน อร่อยไม่ซ้ำ สั่งกินได้ทุกมื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682021

วันที่ 03 พ.ค. 2565 เวลา 09:55 น.ยก 3 ร้านดัง Street food เสิร์ฟถึงบ้าน อร่อยไม่ซ้ำ สั่งกินได้ทุกมื้อ

CRG รวมร้านเด็ดเสิร์ฟเมนู Street food อร่อยไม่ซ้ำ สั่งกินได้ทุกมื้อ ส่งตรงถึงหน้าประตูบ้าน

เดี๋ยวร้อนเด๋วฝนจนคนไม่อยากแพลนออกนอกบ้านแบบนี้ ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ (CRG) ขอส่งเมนูสตรีทฟู้ดแสนอร่อยที่จัดเสิร์ฟให้คุณถึงบ้าน อร่อยได้ทุกมื้อ ไม่มีซ้ำกับ 3 ร้านดัง เริ่มไปกับ

อร่อยดี

“อร่อยดี” เสิร์ฟเมนูสุดฟิน กินกี่ทีก็ไม่มีเบื่อกับ “เมนูข้าวไข่ขยี้” เมนูคุ้นเคย หอมมัน นวลละมุนลิ้น ปรุงรสเข้มข้น เครื่องแน่น สารพัดหน้า เนื้อไข่แน่นเต็มจาน รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ราดพริกน้ำปลามะนาวรสเด็ด อร่อยจัดเต็มกับเมนูจานด่วนที่จะมาจับคู่ความอร่อยแบบจุก ๆ กับ 5 เมนูเด็ดในราคาเบาๆเริ่มต้นเพียง 49 บาทเท่านั้น

ได้แก่ ข้าวไข่ขยี้พริกน้ำปลามะนาว, ข้าวไข่ขยี้กุนเชียง, ข้าวไข่ขยี้กะเพราหมูสับ, ข้าวไข่ขยี้หมูกรอบคั่วพริกเกลือ และข้าวไข่ขยี้กุ้งโคตรมันกุ้ง หรือจะฟินเพิ่มอีกกับยำกุนเชียง ในราคา 89 บาทและเฉาก๊วยนมสดให้ได้สดชื่น ราคาเพียง 59 บาท หรือจะอร่อยเป็นเซตก็คุ้มค่า อิ่มครบจบทั้งคาวหวานได้ในราคาสุดคุ้ม กับ

· ไข่ขยี้ชุด 1 : ข้าวไข่ขยี้กุนเชียง + เฉาก๊วยนมสด + ชามะนาวเย็น ราคา 109 บาท (ปกติ 177 บาท)

· ไข่ขยี้ชุด 2 : ข้าวไข่ขยี้กะเพราหมูสับ + เฉาก๊วยนมสด + ชามะนาวเย็น ราคา 135 บาท (ปกติ 197 บาท)

· ไข่ขยี้ชุด 3 : ข้าวไข่ขยี้กุ้งโคตรมันกุ้ง + ยำกุนเชียง + ชามะนาวเย็น ราคา 179 บาท (ปกติ 267 บาท)

อร่อยได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2565 ที่อร่อยดีทุกสาขา หรือจะกดสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแอพชั้นนำได้เลย จะกินที่ไหน กินเวลาไหน ก็อร่อยได้แบบไม่มีเบื่อแน่นอน

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: Aroi Dee Restaurant

· Line: @aroideerestaurant

· CRG Call Center โทร. 1312

โจว ข้าวต้มแห้ง 

ต่อด้วย “โจว ข้าวต้มแห้ง” ข้าวต้มแห้งแบบใหม่เอาใจคนเมือง เปิดขายในยุค New Normal แต่รสชาติและความอร่อย No Normal ซึ่งจุดเด่นคือ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวโบราณของทางร้านที่มีรสชาติจัดจ้าน อร่อยแบบไม่ต้องปรุง พร้อมด้วยน้ำซุปต้มยำรสเด็ดที่รับรองจี๊ดถึงใจ และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้คือเครื่องหลักที่หลากหลายให้เลือกสั่ง หนึ่งในเมนูแนะนำได้แก่ ข้าวต้มแห้งหมูรวมพิเศษ, ข้าวต้มแห้งหมูบะเต็ง, ข้าวต้มแห้งปลากระพง และข้าวต้มแห้งหมูรวมเครื่องใน

ปัจจุบันมีจำหน่ายใน Grab Kitchen ราคาเริ่มต้นเพียง 75 บาทเท่านั้น อยากกินเวลาไหนก็เลือกเมนูโดนใจ แล้วกดสั่งเดลิเวอรี่ใน Grab Kitchen Every Foood ได้เลยที่ https://bit.ly/3N7dvuC

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: https://web.facebook.com/zhouricebowl

· CRG Call Center โทร. 1312

คลั่งกะเพรา 

ใครสายกะเพราเผ็ดร้อน มาทางนี้ เรามาปิดท้ายกันด้วยร้าน “คลั่งกะเพรา” แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไม่นานมานี้ ด้วยจุดเด่นคือรสชาติกะเพราที่เข้มข้น เผ็ด ร้อนแรง ด้วยการผัดโดยใช้พริก 4 ชนิดเป็นสูตรลับเฉพาะ พร้อมเติมความเผ็ดร้อนให้ขึ้นไปอีกด้วยการใส่เม็ดพริกไทยดำในทุกเมนู กินแล้วแทบคลั่ง สมกับชื่อแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งที่หลากหลายโดดเด่นกว่าร้านกะเพราอื่นๆ

อาทิ สเต็กเนื้อออสเตรเลีย, สะโพกไก่ทอด, หมูกรอบ Plant Based เมนูแนะนำได้แก่ ข้าวคลั่งกะเพราหมูสับ , ข้าวคลั่งกะเพราทะเล, ข้าวคลั่งกะเพราคลุก, ไก่กรอบและข้าวคลั่งกะเพราคลุก + สเต็กเนื้อออส เป็นต้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาทเท่านั้น

ใครอยากลองคลั่งกะเพรา ตามไปสั่งได้ใน Grab ที่ https://bit.ly/37cAYtH

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: https://web.facebook.com/klangkaprao

· CRG Call Center โทร. 1312

อย่าปล่อยให้อากาศร้อนจนมาอยากออกไปไหนมาทำให้ท้องคุณหิว อยากกินเมนูไหน กดสั่งได้เลย แค่นี้ก็อิ่มอร่อยเหมือนไปนั่งกินสตรีทฟู้ดถึงที่แล้ว