นายทุนสกัดทุกทาง เมื่อพนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่รวมตัวกันเป็นสหภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681926

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 15:49 น.นายทุนสกัดทุกทาง เมื่อพนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่รวมตัวกันเป็นสหภาพ

ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าจับตาในสหรัฐ เมื่อพนักงานบริษัทๆ รวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานมากขึ้นเพื่อต่อรองกับนายจ้าง โดยเฉพาะบริษัทบางแห่งมีประวัติเสียเรื่องกดขี่แรงงาน

รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนสหภาพแรงงานน้อยในอันดับท้ายๆ ของโลก ด้วยอัตราความหนาแน่นคนงานที่อยู่ในสหภาพแรงงานแค่ 3% จากตัวเลขปี 2016 เทียบกับในปี 2010 อัตราส่วนของคนงานที่อยู่ในสหภาพแรงงานในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 11.4% เมื่อเทียบกับ 18.3% ในญี่ปุ่น 27.5% ในแคนาดาและ 70% ในฟินแลนด์

ประเทศเหล่านี้มีความเหลื่อมล้ำในสังคมต่ำด้วย จากการศึกษาทางวิชาการแสดงให้เห็นหลักฐานสำคัญว่าสหภาพแรงงานลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ และนักเศรษฐศาสตร์ชื่อโจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) ยืนยันว่า “สหภาพแรงงานที่เข้มแข็งช่วยลดความไม่เท่าเทียมกัน ในขณะที่สหภาพที่อ่อนแอกว่าได้ช่วยให้ซีอีโอเพิ่มสิ่งนี้ (ความเหลื่อมล้ำ)”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจสหรัฐเมื่อพนักงงานในบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกอย่างน้อย 2 บริษัทในสหรัฐสามารถตั้งสหภาพแรงงานได้สำเร็จ นั่นคือ Amazon โดยเมื่อต้นเดือนเมษายน พนักงานของ Amazon ในที่คลังสินค้า JFK8 ในเกาะสแตเตน รัฐนิวยอร์ก โหวตให้จัดตั้งสหภาพแรงงานสหรัฐแห่งแรกของบริษัท 

สาเหตุที่แรงงานทนไม่ไหวต้องตั้งสหภาพมาขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะค่าแรงเท่าเดิม แต่ข้าวของแพง นายทุนเจ้าของบริษัทรวยเอาๆ ในช่วงเวลาของการระบาดใหญ่ ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน เจฟ เบโซส์ (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon มีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 164,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 113,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020

ความสำเร็จของแรงงานคลังสินค้า JFK8 ในการตั้งสหภาพแรงงาน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพนักงานบริษัท Starbucks สาขาบัฟฟาโลที่ตั้งสหภาพแรงงานสำเร็จเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างกันคือ Starbucks ไม่ค่อยจะมีเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม เทียบกับ Amazon ที่มีข่าวประเภทนี้บ่อยครั้ง

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทั้ง Amazon และ Starbucks ถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีการเพื่อบั่นทอนความพยายามของพนักงานเพื่อรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานเพื่อต่อรองกับนายจ้าง

ตัวอย่างเช่น The Guardian รายงานว่า Amazon ได้ต่อต้านการรวมตัวของสหภาพแรงงานอย่างรุนแรงโดยใช้เงินหลายล้านจ้างที่ปรึกษาด้านการสกัดสหภาพแรงงาน และผู้จัดงานสหภาพแรงงานอเมซอน (ALU) กล่าวหาว่าฝ่ายบริหารของสหภาพถูกคุกคามและข่มขู่

มีรายงานว่า Observer ว่า หลังจากชัยชนะของคลังสินค้า JFK8 คลังสินค้าแห่งที่สองคือ LDJ5 ทำการโหวตเพื่อจะจัดตั้งสหภาพแรงงานบ้าง คราวนี้ Amazon พยายามที่จะทำทำให้กระบวนการตั้งสหภาพต้องชะงัก ด้วยการหยุดเดินเครื่องจักรหลายคัร้งในหนึ่งวัน ทำให้งานไปต่อลำบาก และเมื่อพนักงานมีเวลาก็จะสั่งให้พนักงานไปฟังการบรรยายของผู้จัดการและบุคคลากรจากบริษัทที่ทำหน้าที่สลายสหภาพแรงงานเพื่อให้พนักงานตระหนักถึงข้อดีของบริษัท และข้อเสียของสหภาพแรงงาน 

การต้อนพนักงานไปฟังบรรยายแบบนี้เรียกว่า “Captive Audience” หรือการ “จับตัวไปนั่งฟัง” ทั้งๆ ที่อยู่ในเวลางาน นอกจาก Amazon บริษัท Starbucks ก็ใช้วิธีการแบบเดียวกัน

เว็บไซต์ Open Democracy รายงานว่า หลังจากมีความพยายามจะจัดตั้งสหภาพแรงงานที่เมืองบัฟฟาโล Starbucks ส่งผู้จัดการเกือบ 200 คนจากทั่วประเทศไปยังบัฟฟาโลทั้งๆ ที่ร้านสาขาแค่ 20 แห่ง เพื่อจับตาพนักงงานที่นี่ และจัดตารางการประชุมต่อต้านสหภาพแรงงาน  เชิญพนักงานไปหลังร้านเพื่อสอบปากคำหรือล้วงข้อมูลเพื่อใช้ในการประชุมกลุ่มตั้งสหภาพ แค่ทำสงครามจิตวิทยากับพนักงานของตัวเอง

แต่มันไม่สำเร็จ นับตั้งแต่ชัยชนะของบัฟฟาโล มีร้าน Starbucks จำนวน 250 แห่งในกว่า 30 รัฐได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (NLRB) เพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงาน แต่มีรายงานว่า Starbucks ยิ่งเดินหน้าสกัดการตั้งสหภาพด้วยการใช้วิธี “captive-audience”

นอกจากการตั้งสหภาพแรงงานแล้ว พนักงานบริษัทใหญ่ๆ และกลุ่มอาชีพต่างๆ ในสหรัฐประสบความสำเร็จในการนัดหยุดงานมากขึ้นเรื่อยๆ หรือกดดันทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสวัสดิภาพและรายได้ของแรงงาน

ล่าสุด ในปลายเดือนเมษายนคือ Delta Air Lines ตกลงที่จะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตั้งแต่ก่อนที่พนักงานขึ้นเครื่อง (บอร์ดดิ้ง) แต่ก่อนนี้พนักงานบนเคร่องจะไม่ได้รับค่าจ้างก่อนการบอร์ดดิ้ง ซึ่งบางครั้งอาจนานถึง 50 นาที ทำให้เสียรายได้ส่วนนี้ไป และเป็นแนวปฏิบัติของสายการบนิส่วนใหญ่ในสหรัฐ

ความสำเร็จนี้มาจากการผลักดันของสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องของสายการบินนี้ แม้ว่า Delta Air Lines จะต่อต้านการตั้งสหภาพแรงงานมาโดยตลอดก็ตาม แต่ในที่สุดก็ต้องยอมให้กับสมาคมของพนักงานที่เรียกร้องค่าจ้างอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ การวิจัยจากนอร์เวย์พบว่าอัตราการรวมตวกันเป็นสหภาพที่สูงส่งผลให้ผลิตภาพของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น  การวิจัยจากเบลเยียมยังพบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 

แต่ในสหรัฐอเมริกาพบว่าสหภาพแรงงานอาจส่งผลเสียต่อความสามารถในการทำกำไร การจ้างงาน และอัตราการเติบโตของธุรกิจ มิลตัน ฟรีดแมน นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันและผู้สนับสนุนระบบทุนนิยมแบบเสรีนิยม พยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าการรวมตัวเป็นสหภาพทำให้ได้ค่าแรงที่สูงขึ้น (สำหรับสมาชิกสหภาพแรงงาน) แต่มีการจ้างงานน้อยลง และหากอุตสาหกรรมบางประเภทมีสหภาพแรงงานแต่อุตสาหกรรมอื่นๆ ไม่มี ค่าแรงก็จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มที่มีสหภาพ แต่จะลดลงในอุตสาหกรรมที่ไม่มีสหภาพแรงงาน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo – REUTERS/Andrew Kelly

รัสเซียถล่มอาวุธอเมริกันในยูเครน ขณะที่ประธานสภาสหรัฐเยือนเคียฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681939

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 17:42 น.รัสเซียถล่มอาวุธอเมริกันในยูเครน ขณะที่ประธานสภาสหรัฐเยือนเคียฟ

แนนซี เปโลซีเดินทางถึงเคียฟเข้าพบกับ เซนเลสกี ลั่น “อเมริกายืนหยัดอย่างมั่นคงกับยูเครน”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าได้โจมตีอาวุธที่สหรัฐและประเทศในยุโรปส่งให้ยูเครนและทำลายรันเวย์ที่สนามบินทหารใกล้เมืองโอแดซาของยูเครน

กระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธ Onyx ที่มีความแม่นยำสูงเพื่อโจมตีสนามบินหลังจากที่ยูเครนกล่าวหาว่ารัสเซียทำการโจมตีรันเวย์ที่สร้างขึ้นใหม่ที่สนามบินหลักของโอแดซา

มักซิม มาร์เชนโก ผู้ว่าการภูมิภาคโอแดซา กล่าวว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธ Bastion ที่ยิงจากไครเมีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบรายงานได้ทันที

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียยังกล่าวด้วยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิด Su-24m ของยูเครน 2 ลำเหนือภูมิภาคคาร์คิฟในคืนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เธอได้พบกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนในเคียฟ เพื่อส่งข้อความว่าสหรัฐฯ ยืนหยัดอย่างมั่นคงกับยูเครน ขณะที่กำลังต่อสู้กับ “การรุกรานอย่างโหดร้ายของปูติน”

เซเลนสกีซึ่งขนาบข้างด้วยทหารคุ้มกันติดอาวุธ ทักทายเปโลซีนอกทำเนียบประธานาธิบดี 

“คณะผู้แทนของเราเดินทางไปยังเคียฟ เพื่อส่งข้อความที่ชัดเจนและก้องกังวานไปทั่วโลก: อเมริกายืนหยัดอย่างมั่นคงกับยูเครน” เปโลซีกล่าวในแถลงการณ์

“สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการสนับสนุนยูเครนอย่างเข้มแข็งในการต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย ขอบคุณที่ช่วยปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐของเรา” เซเลนสกีกล่าวบน Twitter โดยแชร์วิดีโอการประชุมกับเปโลซี

Photo – Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

วอร์เรน บัฟเฟตต์ลั่นยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้ก็ไม่เอา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681917

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 13:29 น.วอร์เรน บัฟเฟตต์ลั่นยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้ก็ไม่เอา

ขณะที่รองประธาน Berkshire Hathaway ถึงกับบอกว่า Bitcoin คือความชั่วร้ายและโง่เขลา

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซีอีโอของบริษัท Berkshire Hathaway วิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin โดยกล่าวว่าหากจะยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้เขาในราคาเพียง 25 ดอลลาร์ เขาก็ไม่เอา โดยบอกว่า “สิ่งที่ผมค่อนข้างแน่ใจคือมันไม่ได้ผลิตอะไรขึ้นมาเลย”

ที่ผ่านมานักลงทุนชั้นนำจำนวนหนึ่งและนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกชี้ว่า Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเพียงการเก็งกำไรและไม่มีมูลค่าที่แท้จริง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นหนึ่งในบุคคลเหล่านั้นที่แสดงความกังขาต่อเงินดิจิทัล ท่ามกลางกระแสผลักดันให้มันมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินโลก

ตามรายงานของ CNBC บัฟเฟตต์ ยกตัวอย่างว่า “ถ้าคุณบอกว่า… ผลประโยชน์ 1% ในพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา จ่ายเงินให้กลุ่มของเรา 25,000 ล้านดอลลาร์ ผมจะเขียนเช็คให้คุณในบ่ายวันนี้” พร้อมกับยกตัวอย่างว่าถ้ามีคนเสนอขายอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาด้ยเงินจำนวนเดียวกัน เขาก็จะเขียนเช็คจ่ายให้ทันทีเหมือนกัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าการได้มาซึ่งต้นทุนการผลิตที่ผลิตข้าวของได้จริงๆ นั้น สามารถซื้อหามาได้ง่ายๆ และได้ผลผลิตที่จับต้องได้ เขาย้ำว่า “มันง่ายมาก” 

“ถ้าคุณบอกผมว่าคุณเป็นเจ้าของ Bitcoin ทั้งหมดในโลก และคุณเสนอให้ผมในราคา 25 ดอลลาร์ ผมจะไม่รับมันเพราะผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมัน ผมต้องขายคืนให้คุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มันจะไม่ก่อให้เกิดอะไรเลย อพาร์ตเมนต์ยังจะผลิตค่าเช่าและพื้นที่ยังจะผลิตอาหารได้” บัฟเฟตต์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ชาร์ลี มันเกอร์ รองประธานของ Berkshire Hathaway กล่าวอย่างดุดันยิ่งกว่าบัฟเฟตต์ จากการรายงานของ Fox Business มันเกอร์บอกว่า “ในชีวิตของผม ผมพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่โง่เขลาและชั่วร้าย และสิ่งที่ทำให้ผมดูแย่เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น และ Bitcoin ก็ทำทั้งสามอย่าง”

เขายังบอกว่า “ในตอนแรก มันโง่เขลาเพราะมีโอกาสมากที่จะเป็นศูนย์ และมันก็ชั่วร้ายเพราะมันบ่อนทำลายระบบธนาคารกลางสหรัฐและระบบสกุลเงินของประเทศ ซึ่งเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความเป็นเอกภาพและการควบคุมของรัฐบาล และอื่นๆ”

“และประการที่สาม มันทำให้เราดูโง่เขลาเมื่อเทียบกับผู้นำคอมมิวนิสต์ในจีน พวกเขาฉลาดพอที่จะแบน Bitcoin ในประเทศจีน และด้วยข้อได้เปรียบทั้งหมดของเราในด้านอารยธรรม เราจึงโง่กว่าผู้นำคอมมิวนิสต์ในจีนมาก”

Photo – Warren Buffett ประธาน Berkshire Hathaway (ซ้าย) และรองประธาน Charlie Munger ที่งานประจำปีของผู้ถือหุ้น Berkshire ใน Omaha, Nebraska, US, 3 พฤษภาคม 2019 – REUTERS / Scott Morgan / ไฟล์รูปภาพ / ไฟล์รูปภาพ

“ไปเสี่ยงทำไม ไม่ห่วงลูก?” ชาวโลกเสียงแตก แองเจลินา โจลีเยือนยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681906

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 11:04 น."ไปเสี่ยงทำไม ไม่ห่วงลูก?" ชาวโลกเสียงแตก แองเจลินา โจลีเยือนยูเครน

ความเห็นของชาวโลกแตกเป็นสองฝั่ง แม้แต่ในประเทศตะวันตกที่สนับสนุนยูเครนก็ยังถกเถียงกันว่านักแสดงชั้นนำของโลกควรเดินทางไปที่นั่นหรือไม่และมีจุดประสงค์อะไร

รอยเตอร์รายงานว่า นักแสดงฮอลลีวูด แองเจลินา โจลี เยือนเมืองลวีฟทางตะวันตกยูเครนเมื่อวันเสาร์ โดยไปที่สถานีเพื่อพบปะผู้คนที่พลัดถิ่นจากสงครามกับรัสเซีย ก่อนออกเดินทางในภายหลังหลังจากเสียงไซเรนโจมตีทางอากาศดังขึ้น

โจลี วัย 46 ปี เป็นทูตพิเศษของหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ซึ่งระบุว่า มีผู้อพยพมากกว่า 12.7 ล้านคนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของประชากรก่อนสงครามในยูเครน

ในระหว่างการเยี่ยมชมสถานี โจลีได้พบกับอาสาสมัครที่ทำงานกับผู้พลัดถิ่น ซึ่งบอกกับเธอว่าจิตแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่แต่ละคนได้พูดคุยกับคนประมาณ 15 คนต่อวัน อาสาสมัครหลายคนในสถานีเป็นเด็กอายุตั้งแต่ 2 ถึง 10 ปี

“พวกเขาคงช็อค … ฉันรู้ว่าการบาดเจ็บส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไร ฉันรู้ว่ามีคนแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความสำคัญมากเพียงใด เสียงของพวกเขามีความสำคัญเพียงใด ฉันรู้ว่าการรักษานั้นเป็นอย่างไรสำหรับพวกเขา” โจลี กล่าว

มีอยู่ช่วงหนึ่งระหว่างที่เธอไปที่สถานี เธอจั๊กจี้เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดแดง ซึ่งหัวเราะออกมาด้วยความยินดี เธอยังถ่ายรูปร่วมกับอาสาสมัครและเด็กบางคนอีกด้วย

ต่อมา ไซเรนโจมตีทางอากาศเริ่มส่งเสียง โจลีและผู้ช่วยของเธอเดินออกจากสถานีอย่างรวดเร็วและขึ้นรถที่รออยู่

เมื่อเดือนที่แล้ว ในบทบาทของเธอในฐานะทูตพิเศษ โจลีได้ไปเยือนเยเมน ซึ่งผู้คนนับล้านต้องพลัดถิ่นจากสงคราม

แม้ว่โจลีจะเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงหลายแห่งแล้วในฐานะทูตพิเศษของหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ แต่การเดินทางไปยูเครนของเธอทำให้เกิดประเด็นถกเถียงในวงกว้าง โดยเฉพาะในสื่อของโลกตะวันตก

เช่น  BBC News ที่ไม่น่ามีดราม่าก็มีดราม่าเกิดขึ้นเพราะกรณีนี้ เช่นท็อปเมนต์บอกกับ BBC News ว่า “”แองเจลินา โจลีเริ่มการโปรโมทของเธออีกครั้ง” นั่น… ผมแก้ไขพาดหัวข่าวให้คุณแล้ว” แต่อีกท็อปเมนต์โต้ว่า “ขอบคุณ แองเจลินา โจลีสำหรับงานด้านมนุษยธรรมของคุณ พวกที่แสดงความเกลียดชังทุกคนในโพสต์นี้ทำอะไรเมื่อเร็ว ๆ นี้เพื่อช่วยยูเครนกันล้างล่ะ?

ในเฟจเฟซบุ๊คของ Daily Mail สื่ออังกฤ๋มีผู้แสดงความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ เช่น มีความเห็นบอกว่า “พวกเขาอยู่ท่ามกลางสงครามนองเลือดที่โหดร้าย เธอเป็นนักแสดง เธอมีทักษะอะไรที่สามารถช่วยได้? เธอผ่านการฝึกหน่วยซีลหรือไม่? เรียนรู้ที่จะบินเครื่องบินไอพ่น? เป็นพยาบาลหรือแพทย์?ฉันขอโทษ แต่ตอนนี้ไม่มีการแสดงใดที่จะช่วยเหลือชาวยูเครนได้” ความเห็นนี้มีคนไลค์กว่า 700

อีกความเห็นที่มีคนกดไลค์กว่า 400 บอกว่า “เลิกยุ่งได้แล้ว เธอเป็นนักแสดงอยากได้ซีน เธอไม่ได้กล้าอะไรหรอก”

แต่ก็มีคนเถียงว่า “อยากเกลียดเธอก็เกลียดไป แต่นี่คือคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของเธอ….เธอเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเธอเสมอสำหรับการกระทำด้านมนุษยธรรมที่เธอทำไปก็ไม่ได้เงินเศรษฐีหลายคนอยู่ในคฤหาสน์ของพวกเขา และคนหายากอย่างแองจี้กำลังหนีจากระเบิดกับพลเรือน” ความเห้นนี้มีความไลค์เกือบ 400 คน แต่ก็ตามด้วยเทรดความเห็นตอบโต้ที่ยาวเหยียด เช่นที่ตอบว่า “ไม่มีใครเกลียดเธอ เห็นแก่สวรรค์เถอะ ใครหน้าไหนจะเอาตัวเองไปเสี่ยงในขณะที่มีลูกฟหลายคนต้องเลี้ยงดู”

อีกเทรดความเห็นบอกว่า “แองเจลิน่า โจลี่ หนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่กล้าหาญทั้งในภาพยนตร์และในชีวิตจริงแต่นั่นเป็นความเสี่ยงจากความกล้าหาญ มันอาจจะจบลงด้วยเรื่องไม่ดีก็ได้ มันมีความวุ่นวายในยูเครนและควรไปเยือนด้วยความระมัดระวังเท่านั้น ฉันดีใจที่เธอสบายดี” นี่เป็นความเห็นระดับท็อปเมนต์ ซึ่งมีคนกดหัวเราะเป็นจำนวนมาก พร้อมกับความเห็นต่อว่าโจลีตามมาในเทรดนั้น เช่น  “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอถูกฆ่าตายในสงคราม? ลูกๆ ของเธอทุกคนจะไม่มีแม่!” ซึ่งมีผู้เห็นด้วยโดยบอกว่า “คุณพูดถูก มันเสี่ยงมากสำหรับเธอที่จะมาเยี่ยมแบบนี้” ขณะที่อีกความเห็นวิจารณ์ว่า “สิ่งที่เธอต้องการคือการอยากดัง ! ดังนั้นเด็กๆ ไม่ได้อยู่ในสมองเท่าเม็ดถั่วของเธอหรอก”

สำนักข่าว ABC News ถึงกับต้องปิดช่องคอมเมนต์เพราะการโต้เถียงที่เผด็ดร้อน เช่น ท็อปเมนต์หนึ่งบอกว่า “หวังว่าเธอจะเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเยี่ยมชมฉนวนกาซา เยเมน อัฟกานิสถาน มีคนนับล้านที่อดอยากในประเทศเหล่านั้น หรือว่านี่จะเป็นการแสดงความสามารถในการประชาสัมพันธ์ และประเทศอื่นๆ ก็ไม่สำคัญ เพราะสื่อตะวันตกปฏิเสธที่จะรายงาน”

แต่อีกท็อปเมนต์โต้ว่า “อยากจะรักทุกความคิดเห็นที่โง่เขลาเกี่ยวกับนักแสดงหญิงคนนี้ เธอไปเยี่ยมประเทศต่างๆ ในช่วงที่มีความขัดแย้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ยังไม่ต้องพูดถึงงานการกุศลและความคิดริเริ่มทั้งหมดที่เธอตั้งขึ้นในประเทศต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

อีกความเห็นออกไปทางเย้ยหยันว่า “ในระหว่างนี้….ลีฟ ชไรเบอร์ (นักแสดงร่วมของโจลี่ในเรื่อง Salt) อยู่ที่โปแลนด์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำอาหารให้ชาวยูเครนพลัดถิ่น และในลวิฟทำงานเพื่อสนับสนุนการแจกจ่ายเวชภัณฑ์…”

แม้แต่ในสหรัฐ ที่เพจของ NBC News ก็เถียงกันดุเดือดและยังลามไปเรื่องส่วนตัวด้วย เช่น ท็อปเมนต์หนึ่งบอกว่า “เอาล่ะ เธอเลยทำงานหนักเพื่อยูนิเซฟ ฉันยอมรับเธอตรงจุดนี้ แต่ทำไมโจลีถึงทำให้มันยากสำหรับแบรด พิตต์ที่จะมีความสัมพันธ์กับลูกๆ ของพวกเขา? การต่อสู้เพื่อการดูแลที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเธอเป็นเรื่องตลกพอๆ กับแอมเบอร์ เฮิร์ดที่อ้างว่าเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว หากแองเจลิน่าสนใจลูกๆ ของเธอจริงๆ เธอจะไม่ยอมให้อัตตาของเธอมาขัดขวางการปล่อยให้พวกเขาใช้เวลากับพ่อเพียงเล็กน้อย” ความเห็นนี้จุดประเด็นถกเถียงยาวเหยียดเช่นกัน

อีกความเห็นว่า “ไม่มีเด็กคนใดในโลกที่ไม่ควรคบหากับพ่อของตน โจลีสามารถไปปรากฏตัวได้เฉพาะกับคนอื่นแต่ไม่ใช่กับสถานการณ์ในบ้านของเธอเอง และแสร้งทำเป็นไปทำบุญในต่างประเทศ ในขณะที่เธออยู่บ้าน เธอใจร้ายกับพ่อของลูกๆ ของเธอมาก”

แต่มีคนตอบโต้ว่า “อยากจะพูดอะไรก็พุดไป คุณก็มีสิทธิ์เช่นกัน แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้สนับสนุนผู้ทั่วโลกมากๆ ฉันรักความหลงใหลในสิ่งนั้น แรงผลักดันและความทะเยอทะยานของเธอในการขอความช่วยเหลือให้ใครก็ตามที่เธอสามารถช่วยได้อย่างต่อเนื่อง เธอค่อนข้างทรงพลัง และฉันชอบสิ่งนั้น”

Photo – Press Service of the Lviv Regional State Administration/Handout via REUTERS 

สหรัฐคอนเฟิร์ม กำลังช่วยฝึกทหารยูเครนให้ชนะการรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681905

วันที่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 10:21 น.สหรัฐคอนเฟิร์ม กำลังช่วยฝึกทหารยูเครนให้ชนะการรบ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่ากองกำลังยูเครนกำลังได้รับการฝึกฝนในเยอรมนีและที่อื่นๆ ในยุโรป

จอห์น เอฟ. เคอร์บี เลขาธิการฝ่ายข่าวของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) จัดงานแถลงข่าววันที่ 29 เมษษยนตามเวลาท้องถิ่น (30 เมษายนเวลาไทย) โดยกล่าวยืนยันว่าสหรัฐให้ความช่วยเหลือยูเครนในการฝึกทหารในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรป

“วันนี้ ผมสามารถประกาศได้ว่าสหรัฐฯ ได้เริ่มการฝึกกับกองทัพยูเครนเกี่ยวกับระบบหลักที่ฐานปฏิบัติงานของกองทัพสหรัฐฯ ในเยอรมนี ตอนนี้ ความพยายามเหล่านี้ต่อยอดจากการฝึกปืนใหญ่ขั้นต้นที่กองกำลังของยูเครนได้รับจากที่อื่นแล้ว และยังรวมถึงการฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบเรดาร์และรถหุ้มเกราะที่เพิ่งประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจความช่วยเหลือด้านความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพยุโรปและแอฟริกาของสหรัฐฯ จะจัดการฝึกอบรมนี้โดยประสานงานกับรัฐบาลของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และแน่นอนว่าเรารู้สึกขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของเยอรมนี” เคอร์บี กล่าว

เขาเสริมว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐได้สั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งชั่วคราวของสมาชิก 160 คนของ Florida National Guard (หน่วยพิทักษ์ดินแดนแห่งชาติฟลอริดา) ที่สนับสนุนกลุ่ม Joint Multinational Training Group (กลุ่มฝึกร่วมนานาชาติ) ในยูเครน โดยดำเนินการ “ด้วยความระมัดระวังอย่างมาก”

“และเราได้กล่าวในขณะนั้นว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็น ไม่ใช่จุดจบ — ความสัมพันธ์ของเรากับยูเครน แน่นอน และด้วยเหตุนี้ เราจะสำรวจวิธีใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกันในอนาคต การรวมตัวครั้งล่าสุดของสมาชิกหน่วยพิทักษ์ดินแดนแห่งชาติฟลอริดากับเพื่อนร่วมงานชาวยูเครน เป็นการพบปะกันที่น่าซาบซึ้่งใจ เนื่องจากสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นซึ่งก่อตัวขึ้นในขณะที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ในฟลอริดา) และทำงานร่วมกันก่อนที่จะแยกทางกันชั่วคราวในเดือนกุมภาพันธ์” เคอร์บี กล่าว

เคอร์บี กล่าวว่า “ขณะนี้ ความพยายามในการฝึกอบรมครั้งใหม่ในเยอรมนีและที่อื่นๆ ในยุโรปได้รับการสนับสนุนโดยตรงสำหรับแพ็คเกจความช่วยเหลือด้านความมั่นคงล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ยูเครนชนะการต่อสู้ในวันนี้ และสร้างความแข็งแกร่งสำหรับอนาคต ระบบใหม่เหล่านี้และการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถของยูเครนในการตอบโต้การรุกครั้งใหม่ของรัสเซียในยูเครนตะวันออก นับตั้งแต่ปี 2564 สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงเป็นมูลค่ากว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธของยูเครนในการเผชิญกับการรุกรานของรัสเซีย และดังที่ผมได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เราไม่ควรลืมความสำคัญของความสัมพันธ์การฝึกอบรมระยะยาวนี้”

Photo – REUTERS/Kim Kyung-Hoon KKH//File Photo

Vesper Cocktail Bar ขวัญใจคนกรุง คว้า Asia’s 50 Best Bars 2022 ครองรางวัล 7 ปีซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681849

วันที่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 09:09 น.Vesper Cocktail Bar ขวัญใจคนกรุง คว้า Asia’s 50 Best Bars 2022 ครองรางวัล 7 ปีซ้อน

Vesper Cocktail Bar ตัวแทนค็อกเทลบาร์ในกรุงเทพฯ ที่คว้าบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย Asia’s 50 Best Bars 2022

เรียกได้ว่าเป็นค็อกเทลบาร์แถวหน้าของไทยที่สร้างชื่อเสียงทั้งในระดับเอเชียและระดับโลกเลยทีเดียว สำหรับ Vesper (เวสเปอร์) ค็อกเทลบาร์ สีลม ร้านที่เป็นขวัญใจชาวกรุงเทพมหานครมานานกว่า 8 ปีเต็มนับตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการ บริหารโดย โชติพงษ์-เด็บบี้ ลีนุตพงษ์ ซึ่งมี Federico Balzarini (เฟรดเดอริโก้ บัลซาลินี่) เป็นผู้จัดการ Bar Manager, Vesper

โดยล่าสุด Vesper คว้ารางวัลบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย Asia’s 50 Best Bars 2022 และนับเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน จากกาศประกาศผลไปเมื่อวันที่ 28 เมษายน ณ ศาลาริมน้ำ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ปีนี้อันดับ 1 ได้แก่ ร้าน COA จากฮ่องกง

สำหรับประเทศไทยมีร้านที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้เพียง 5 ร้านเท่านั้น ประกอบด้วย

อันดับ 10 BKK Social Club

อันดับ 17 Tropic City

อันดับ 19 Vesper

อันดับ 43 Asia Today

อันดับ 46 The Bamboo Bar at Mandarin Oriental, Bangkok

การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นปีที่พิเศษสำหรับกรุงเทพมหานคร เพราะงานได้จัดขึ้นที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ โดยมีบาร์เทนเดอร์จากทั่วเอเชียบินตรงมาร่วมงาน พร้อมมีการถ่ายทอดสดใน 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย อันเป็นการประชาสัมพันธ์ความพร้อมของประเทศไทยที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกได้อย่างดี

ติดตามเรื่องราวของ Vesper (เวสเปอร์) ค็อกเทลบาร์ สีลม ได้ที่เว็บไซต์ https://www.vesperbar.co/

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/vesperbkk/

และอินสตราแกรม https://www.instagram.com/vesperbkk/

สำเริงอารมณ์บนดาดฟ้ายามราตรี ที่ ‘The Press Sky Bar’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681601

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 11:55 น.สำเริงอารมณ์บนดาดฟ้ายามราตรี ที่ 'The Press Sky Bar'

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ชี้เป้ารูฟท็อปบาร์วิวหลักล้าน ชวนเสพสุขทุกมิติที่ The Press Sky Bar บนดาดฟ้าของ The Printing House Poshtel กินดื่มสุดชิลพร้อมชมวิวรอบเกาะรัตนโกสินทร์แบบ 360 องศา

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เย็นย่ำค่ำนี่ เราพามาเช็กอินที่ “The Press Sky Bar” บนชั้น 5 และชั้น 6 ของ “The Printing House Poshtel” Luxury Hostel สไตล์ Industrail Loft ใจกลางพระนคร ย่านถนนดินสอ ใกล้กับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดดาดฟ้าเป็น Open bar ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลที่นี่นอกจากการได้มาอิ่มเอมกับรสชาติของอาหารเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มฟังเสียงดนตรีที่ขับกล่อมแล้วยังได้ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์อันน่าอภิรมย์ของเกาะรัตนโกสินทร์ที่คงหาดูชมได้ไม่บ่อยนัก

และแน่นอนนอนว่าหาคุณเป็นนักท่องราตรีตัวยงคงไม่อยากพลาดกับการมาเสพสุขในบรรยากาศส่วนตัว ที่เหมาะมากกับการนัดปาร์ตี้เบาๆ แฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน หรือเปลี่ยนบรรยากาศมาทานมื้อค่ำ ดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบ เก็บภาพ Sunset ทอดสายตามองเสาชิงช้า หรือบรรดาวัดวาอารามเก่าแก่ อาทิ วัดราชนัดดารามวรวิหาร (โลหะปราสาท) ที่ตั้งตระหง่านเคียงข้างกับวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) ที่ส่องแสงเรืองรองน่าพิสมัย

สำเริงอารมณ์กันพอสมควร ก็ได้เวลาหาของอร่อยเป็นมื้อค่ำ ที่ The Press Sky Bar ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม มากมาย เริ่มด้วย Four Cheese pizza half Pepperoni pizza price (380 บาท) พิซซ่าของคนรักชีส ประกอบด้วยมอสซาเรลล่าชีส พาเมซานชีส บลูชีส และเชดด้าชีส มอบรสพิเศษที่มีความละมุนได้รสสัมผัสที่ลงตัวซึ่งเกิดจากการผสมผสานของชีสทั้งสี่ชนิด

Beef Burger ความโดดเด่นอยู่ที่การคัดสรรเนื้อสันนอกซึ่งเป็นเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย ได้ความนุ่มของเนื้อเกรดพรีเมี่ยมผ่านกรรมวิธีการหมักและอบอย่างพอดี ทานตอนเสิร์ฟมาร้อนๆ ยกให้เป็นที่สุดของค่ำคืนนี้

ข้าวเหนียวไก่ย่างโรงพิมพ์กับน้ำจิ้มแจ่ว เมนูซิกเนอเจอร์ที่มีความโดดเด่นอยู่ที่เนื้อไก่หมักเครื่องเทศย่างจนเหลืองหอม เสริมความอร่อยด้วยน้ำจิ้มแจ่วรสจี๊ดจ๊าด ทานคู่กับข้าวเหนียวมูล หอมกลิ่นกะทิ รสชาติแปลกใหม่ที่ทำหลายคนติดใจจนวางช้อนไม่ลง ต่อที่เมนูข้าวผัดปลาร้าทรงเครื่อง จุดเด่นของจานนี้อยู่ที่ปลาร้าที่ทอดจนกรอบ ก่อนนำมาผัดจนหอม เรียกว่าได้กลิ่นหอมของปลาร้าและรสชาตินัวๆ ทานคู่กับผักสด เมนูซี่โครงหมูบาร์บีคิวซอส เนื้อซี่โครงหมูอบจนนุ่มและล่อนออกจากกระดูกแบบละลายในปาก พร้อมน้ำซอสราดข้นๆ เต็มคำ สเต๊กแซลมอน ปลาแซลมอนนอร์เวย์สดย่างราดซอส ทานกับผักนานาชนิดย่างพอหอม 

ส่วนคนรักเส้นต้องสั่ง สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ เส้นพาสต้าฉ่ำน้ำซอสมะเขือเทศ ต่อที่ สปาเก็ตตี้ปลาร้าทรงเครื่อง เส้นสปาเก็ตตี้ที่คลุกเคล้าปลาร้าหั่นเต๋าผสมกับแซลมอนทอดกรอบปรุงครบรส ตามสูตรเฉพาะของ The Press Sky Bar

ปิดท้ายกันด้วยของหวาน อย่าง แพนเค้ก เนื้อแป้งนุ่มสอดไส้กล้วยหอมราดคาราเมลไซรัป และเครื่องดื่มสีสันสวยงามที่มีทั้งค็อกเทล ม็อกเทล และอื่นๆ

ตามมาสุขสมอารมณ์หมายกันได้ที่ The Press Sky Bar รูฟท็อฟของ The Printing House Poshtel ใกล้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร  เปิดบริการทุกวันพฤหัส – อาทิตย์ เวลา 17.30 – 23.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Press Sky Bar / The Letter Press Cafe & Restaurant หรือสอบถามที่โทร. 02-226-2003-6 หรือ 094-934-4848

รัสเซียโบ้ยสงครามยูเครนเกิดเพราะสหรัฐต้องการเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681865

วันที่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 14:43 น.รัสเซียโบ้ยสงครามยูเครนเกิดเพราะสหรัฐต้องการเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก

รมต.ต่างประเทศรัสเซียเผยว่าที่รัสเซียบุกยูเครนเป็นเพราะตะวันตกปลุกปั่นให้ยูเครนเกลียดรัสเซีย

Russia Today รายงานว่า เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเผยกับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่า ความขัดแย้งระหว่างมอสโกและเคียฟและวิกฤตยูเครนที่กำลังดำเนินอยู่ เป็นผลโดยตรงจากแรงผลักดันของตะวันตกที่จะสร้างให้โลกมีเพียงขั้วอำนาจเดียว

“สหรัฐและนาโตมองว่ายูเครนเป็นเครื่องมือในการควบคุมรัสเซียเสมอมา” ลาฟรอฟเผย และเสริมว่า เหตุผลที่กระตุ้นให้มอสโกเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนคือ นโยบายตะวันตกที่ยาวนานหลายปีซึ่งรวมถึงการปลุกปั่นความรู้สึกต่อต้านรัสเซียในหมู่ชาวยูเครนและบังคับให้พวกเขา “เลือกทางที่ผิด” ระหว่างตะวันตกกับรัสเซีย

ลาฟรอฟกล่าวว่า “เป็นประเทศตะวันตกที่ยุยงปลุกปั่นก่อนแล้วจึงสนับสนุนการรัฐประหารต่อต้านรัฐธรรมนูญในเคียฟในปี 2014” ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในยูเครนที่สหรัฐและพันธมิตรไม่เคยพยายามแก้ไข ลาฟรอฟกล่าวหาสหรัฐและพันธมิตรว่าเป็นคนบ่มเพาะเส้นทางการ “ต่อต้านรัสเซียอย่างรุนแรง” ของยูเครน และ “ผลักดันให้กลุ่มชาตินิยมแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางทหาร” ในวิกฤตดอนบัส

ลาฟรอฟเผยว่า สหรัฐและนาโตปัดตกข้อเรียกร้องให้รับประกันความปลอดภัยของรัสเซียในยุโรปเมื่อเดือน ธ.ค. 2021 มอสโกจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มปฏิบัติการทางทหารเพื่อปกป้องประชาชนของดอนบัสตามคำร้องขอจากผู้นำของสองสาธารณรัฐรัสเซียที่รัสเซียยอมรับ

ลาฟรอฟกล่าวว่า รัสเซียต้องการให้ยูเครนสงบสุข มีอิสระเสรี เป็นกลาง มั่งคั่ง และเป็นมิตร รัสเซียต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และครอบครัวที่มีมายาวนานระหว่างชาวรัสเซียและชาวยูเครน

ลาฟรอฟมองว่า มันเป็นนโยบายของ “การยั่วยุ” ที่เกิดขึ้นโดยชาวตะวันตกที่ขัดขวางกระบวนการสันติภาพ “พวกเขา [สหรัฐฯ และพันธมิตร] สนับสนุนโดยพฤตินัยให้เคียฟต่อสู้กับ [รัสเซีย] จนถึงที่สุดด้วยการอัดฉีดอาวุธและส่งทหารรับจ้างไปยังยูเครน”

ลาฟรอฟเผยว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ “สงครามเย็นครั้งใหม่” แต่เป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของสหรัฐและพันธมิตรในการใช้หลักการ “สหรัฐเป็นศูนย์กลางของโลก” กับประเทศอื่นๆ สหรัฐและพันธมิตรพยายามบ่อนทำลายระเบียบโลกของสหประชาชาติและแทนที่ด้วย “ระเบียบที่ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์” ของตัวเอง

ลาฟรอฟกล่าวว่า ยูเครนไม่ใช่ประเทศเดียวที่สหรัฐและพันธมิตรต้องการบรรลุวัตถุประสงค์นี้ ขณะนี้สหรัฐกำลังดำเนิน “นโยบายต่อต้านจีนอย่างเปิดเผย” ในภูมิภาคแปซิฟิก

ลาฟรอฟทิ้งท้ายว่า ปฏิบัติการของรัสเซียในยูเครนทำให้เกิดกระบวนการ “ปลดปล่อยโลกจากแอกลัทธิการล่าอาณานิคมสมัยใหม่ของตะวันตก ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการเหยียดเชื้อชาติและความพิเศษเฉพาะเหนือคนอื่นของ (อเมริกัน)”

Russian Foreign Ministry/Handout via REUTERS

เกิดอะไรขึ้น! แค่ 3 เดือนมหาเศรษฐีรัสเซียฆ่าตัวตายแล้ว 5 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681874

วันที่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 16:40 น.เกิดอะไรขึ้น! แค่ 3 เดือนมหาเศรษฐีรัสเซียฆ่าตัวตายแล้ว 5 คน

นักธุรกิจชาวรัสเซียลงมือปลิดชีพตัวเองแล้วอย่างน้อย 5 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน

สำนักข่าว CNN รายงานว่า นับตั้งแต่เดือน ม.ค. นักธุรกิจชื่อดังของรัสเซียอย่างน้อย 5 คนถูกพบเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย โดย 3 คนน่าจะลงมือสังหารสมาชิกในครอบครัวก่อนที่จะปลิดชีพตัวเอง และผู้เสียชีวิต 4 คนเกี่ยวข้องกับบริษัทผลิตน้ำมัน Gazprom ของรัสเซียหรือหนึ่งในสาขาของบริษัทดังกล่าว

CNN ระบุว่า จากการรายงานข่าวของสำนักข่าว RIA ของรัสเซีย ผู้บริหารระดับสูงของ Gazprom ถูกพบว่าเสียชีวิตในบ้านพักในหมู่บ้านในเลนินสกีใกล้กับเมืองเลนินกราดเมื่อวันที่ 30 ม.ค. โดยพบจดหมายลาตายในที่เกิดเหตุ ส่วนสถานีโทรทัศน์ RenTv ของรัสเซียระบุว่าผู้เสียชีวิตคือ เลโอนิด ชูลมาน (Leonid Shulman) หัวหน้าฝ่ายขนส่งของ Gazprom Invest

ราว 1 เดือนหลังจากนั้น Novaya Gazeta หนังสือพิมพ์อิสระของรัสเซียรายงานว่า อเล็กซานเดอร์ ตุลยาคอฟ (Alexander Tyulakov) ผู้บริหารระดับสูงอีกคนหนึ่งของ Gazprom ถูกพบว่าเสียชีวิตในโรงรถซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเมื่อวันที่ 25 ก.พ.

CNN รายงานว่า มิคาอิล วัตฟอร์ด (Mikhail Watford) มหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่เกิดในยูเครน เสียชีวิตในบ้านพักในเมืองเซอร์เรย์ของอังกฤษเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

CNN รายงานโดยอ้างหนังสือพิมพ์ Kommersant ของรัสเซียว่า วาซิลี เมลนิคอฟ (Vasily Melnikov) เจ้าของบริษัทเวชภัณฑ์ MedStom และสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตที่เมืองนิจินอฟโกร็อดเมื่อปลายเดือน มี.ค. โดยคณะกรรมการสืบสวนของรัสเซียระบุว่า ชายวัย 43 ปี ภรรยาวัย 41 ปี และลูก 2 คนอายุ 4 และ 10 ปี ถูกแทงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มี.ค.

คณะกรรมการสืบสวนไม่ได้ระบุชื่อเมลนิคอฟ แต่อายุของผู้เสียชีวิตและสถานที่พบศพตรงกับที่ Kommersant รายงาน

CNN ระบุว่า ขณะนั้นคณะกรรมการสืบสวนท้องถิ่นเผยว่า “ไม่มีร่องรอยของการเข้าไปในอพาร์ตเมนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “พบมีดและยึดไว้แล้ว” และ “(พนักงานสืบสวน) ตั้งสมมติฐานของเหตุการณ์ไว้หลายสาเหตุ รวมทั้งหัวหน้าครอบครัวลงมือสังหารภรรยาและลูกๆ แล้วฆ่าตัวตายตาม”

และช่วงต้นเดือนนี้ก็มีนักธุรกิจรัสเซียฆ่าตัวตายยกครัวอีก 2 ครอบครัว

CNN รายงานโดยอ้างสำนักข่าว TASS ของรัสเซียว่า วลาดิสลาฟ อาวาเยฟ (Vladislav Avayev) อดีตรองประธาน Gazprombank ถูกพบเป็นศพอยู่กับภรรยาและลูกสาวในอพาร์ตเมนต์ในกรุงมอสโกเมื่อวันที่ 18 เม.ย. โดย TASS อ้างแหล่งข่าวในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนการเสียชีวิตของอาวาเยฟว่าเป็นการฆ่าสมาชิกในครอบครัวแล้วฆ่าตัวตายตาม

TASS รายงานอีกว่า ยูเลีย อิวาโนวา ตัวแทนจากคณะกรรมการสืบสวนของมอสโกเผยว่า ญาติพบร่างของอาวาเยฟหลังจากคนขับรถและพี่เลี้ยงเด็กของครอบครัวอาวาเยฟแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ เพราะประตูถูกล็อกจากด้านใน

ด้าน อิกอร์ โวโลบูเยฟ อดีตรองประธาน Gazprombank เผยกับ CNN ว่า ไม่เชื่อว่าอาวาเยฟฆ่าตัวตาย “งานของเขาคือติดต่อกับธนาคารเอกชน ซึ่งหมายถึงการติดต่อกับลูกค้าวีไอพี เขารับผิดชอบเงินจำนวนมหาศาล ดังนั้นเขาจะฆ่าตัวตายเหรอ ผมว่าไม่ ผมว่าเขารู้อะไรบางอย่างเลยอาจตกอยู่ในอันตราย”

หลังจากนั้น 1 วันคือวันที่ 19 เม.ย. เซอร์เก โปรโตเซนยา (Sergey Protosenya) อดีตผู้บริหารบริษัทผลิตก๊าซ Novatek ซึ่ง Gazprom เป็นเจ้าของอยู่ส่วนหนึ่ง เสียชีวิตในบ้านพักในเมืองโยเรตเดมาร์ทางตอนเหนือของบาร์เซโลนา โดยพบศพภรรยาและลูกสาวอยู่ใกล้กัน

CNN ระบุว่า แหล่งข่าวเผยว่า ร่างของผู้หญิง 2 คนซึ่งพบหลักฐานของการถูกใช้ความรุนแรงถูกพบในตัวบ้าน ส่วนร่างของโปรโตเลนยาถูกพบในสวนด้านนอก เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสังหารสมาชิกในครอบครัวก่อนจะฆ่าตัวตายตามจากเหตุการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

ทว่า เฟเดอร์ โปรโตเซนยา ลูกชายของนักธุรกิจรายนี้ซึ่งอยู่ในฝรั่งเศสขณะเกิดเหตุเผยกับ DailyMail ว่า เขาเชื่อว่าพ่อถูกฆาตกรรม “เขารักแม่และโดยเฉพาะมาเรียน้องสาวของผม เธอเป็นเจ้าหญิงของพ่อเลย เขาไม่มีทางทำอะไรพวกเธอหรอก ผมไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่ผมรู้ว่าพ่อไม่ได้ทำร้ายพวกเธอ”

รัสเซียเปิดเอกสารลับเผยชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตเผด็จการนาซีฮิตเลอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681862

วันที่ 30 เม.ย. 2565 เวลา 12:40 น.รัสเซียเปิดเอกสารลับเผยชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตเผด็จการนาซีฮิตเลอร์

นายพลคนสนิทของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เล่าช่วงสุดท้ายของชีวิตผู้นำเผด็จการนาซีก่อนปลิดชีพ

สำนักข่าว Russia Today รายงานว่า หน่วยความมั่นคงกลาง (FSB หรือหน่วยสายลับ KGB ในอดีต) ของรัสเซียเปิดเผยเอกสารที่เคยเก็บเป็นความลับซึ่งอยู่ในคำให้การของอดีตนักบินส่วนตัวของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการนาซี ที่บอกเล่ารายละเอียดช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่ฮิตเลอร์จะปลิดชีพตัวเอง

นายพล ฮันส์ เบาเออร์ (Hans Baur) ซึ่งทำงานกับฮิตเลอร์กว่า 10 ปีถูกทหารโซเวียตจับกุมตัวเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 1945 และถูกดำเนินคดีในมอสโก

เบาเออร์เล่าถึงบทสนทนาสุดท้ายของเขากับฮิตเลอร์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 1945 ไม่นานก่อนที่ฮิตเลอร์และ อีวา บรอว์น (Eva Braun) ภรรยาจะฆ่าตัวตาย ว่า ในช่วงวันท้ายๆ ฮิตเลอร์แทบจะไม่ออกจากที่พักเลย ดูชรา อ่อนแอ มือสั่น แต่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน

“ฮิตเลอร์พบกับผมที่ห้องโถงและพาผมเข้าไปในห้องของเขา เขายื่นมือมาหาผมแล้วพูดว่า ‘เบาเออร์ ผมอยากจะบอกลาคุณ ผมขอขอบคุณที่ทำงานให้ผมมาหลายปี’” เบาเออร์เล่า

จากคำให้การของเบาเออร์นั้น ฮิตเลอร์ต้องการมอบภาพเขียนภาพโปรดของตัวเองเป็นของขวัญให้เบาเออร์ นั่นคือภาพวาดพระเจ้าเฟรเดอริกมหาราชแห่งปรัสเซียฝีมือจิตรกรดังอย่างแรมบรันต์ ส่วนเบาเออร์พยายามโน้มน้าวไม่ให้ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย โดยบอกว่า “ทุกอย่างจะสิ้นสุดลง”

ฮิตเลอร์ตอบกลับว่า “ทหารของฉันไม่สามารถและไม่ต้องการที่จะทนอีกต่อไป ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

ฮิตเลอร์ยังสั่งเสียให้เบาเออร์เผาร่างของตัวเองและบรอว์น “ทันที” หลังเสียชีวิต เพราะกลัวว่าร่างของตัวเองจะมีจุดจบเช่นเดียวกับ เบนิโต มุสโสลินี อดีตผู้นำเผด็จการของอิตาลีและภรรยาน้อยที่ถูกนำไปแขวนประจานในเมืองมิลานหลังถูกประหารชีวิตในเดือน เม.ย. 1945

ราว 2-3 ชั่วโมงหลังจบการสนทนา ซึ่งเบาเออร์ใช้ในการเผาเอกสารและเตรียมตัวออกจากกรุงเบอร์ลิน เบาเออร์ย้อนกลับมาเอาภาพวาดของแรมบรันต์และพบว่า “ทุกอย่างจบแล้ว” ร่างของฮิตเลอร์และบรอว์นถูกจุดไฟเผาไปแล้ว

“การ์ดของหน่วย SS หลายคนวิ่งขึ้นวิ่งลงอย่างตื่นตกใจ ผมถามว่า ‘มันจบแล้วใช่มั้ย’ ‘ใช่’ ‘ศพอยู่ไหน’ ‘พวกเขา (ศพของฮิตเลอร์และบรอว์น)’ ถูกห่อด้วยผ้าห่ม ราดด้วยน้ำมัน และถูกเผาอยู่ชั้นบนในสวนของทำเนียบรัฐบาล’ แล้วก็มีคนบอกผมว่าฮิตเลอร์ยิงตัวตาย…ใครคนหนึ่งบอกว่า ‘พวกเราต้องเช็ดเลือดกองใหญ่’”

วันที่ 13 พ.ค. 1945 ลูกจ้างของหน่วยงานต่อต้านข่าวกรอง SMERSH พบสถานที่ฝังร่างที่ไหม้เกรียมของฮิตเลอร์และบรอว์นในสวนของทพเนียบ

Russia Today รายงานว่า FSB เผยถึงเอกสารที่นำมาเปิดเผยว่า “ความถูกต้องของร่างได้รับการยืนยันโดยการตรวจสอบทางนิติเวชจำนวนมาก”

ภาพ: wikipedia/Bundesarchiv, Bild 183-H1216-0500-002