Eat Out กับแมริออท บอนวอย จัดโปรโมชั่นอาหาร 3 ระดับ ตลอด 2 เดือน จากโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681637

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 14:40 น.Eat Out กับแมริออท บอนวอย จัดโปรโมชั่นอาหาร 3 ระดับ ตลอด 2 เดือน จากโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

ฉลองความหรรษาในการรับประทานอาหารกับเทศกาลอาหารทั่วไทย โดยแมริออท บอนวอย ตลอด 2 เดือน กับ “Eat Out กับแมริออท บอนวอย” เสนอโปรโมชั่นอาหาร 3 ระดับ ตลอดเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

เตรียมพบกับความพิเศษที่จะมาเติมความสุขครั้งใหญ่ เมื่อ แมริออท บอนวอย ฉลองความสุขที่เหนือกาลเวลาของการมีเพื่อนดีๆ และอาหารที่ยอดเยี่ยมในประเทศไทยตลอดเดือนพฤษภาคม และมิถุนายนนี้ ด้วยการเปิดตัวโปรแกรม “Eat Out กับแมริออท บอนวอย” (Eat Out with Marriott Bonvoy) เทศกาลอาหารที่จัดขึ้นทั่วประเทศ

โดยมอบสิทธิพิเศษมากมาย เป็นส่วนลดการรับประทานอาหารสำหรับสมาชิกแมริออท บอนวอย ณ โรงแรมและรีสอร์ทเกือบ 40 แห่งทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2565 ความหรรษาของการรับประทานอาหารตลอด 2 เดือนนี้ ร้านอาหารในโรงแรมของแมริออทจะนำเสนออาหารที่ดีที่สุดให้ผู้รับประทานอาหารสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่น 3 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลาย ในราคาเพียง 950 บาท

ระดับที่ 2 ราคา 1,150 บาท และระดับที่ 3 ราคา 1,450 บาท คิดเป็นส่วนลดพิเศษถึง 20 – 50% โดยโปรโมชั่นนี้ยังสามารถใช้ได้กับอีเวนต์เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มที่น่าทึ่งอีกมากมาย รวมถึงอาหารจานอร่อยจากโรงแรมและบาร์ที่เข้าร่วมรายการ

ตัวอย่างเช่น เกาะสมุย โปรโมชั่นระดับที่ 1 มีบริการที่ห้องอาหารริมหาด “ล่องทะเล” ที่ เชอราตัน สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา นำเสนออาหารไทยปักษ์ใต้แบบเซตเมนูสำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 950 บาท คิดเป็นการลดราคา 25% จากราคาปกติ หรือที่ห้องอาหาร Favola ที่ เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ นำเสนอเซตเมนูอาหารอิตาเลียนสำหรับครอบครัว มีทั้งสลัด แอนติพาสตี พาสต้า พิซซ่า และของหวานสำหรับโปรโมชั่นระดับที่ 1 ในราคาเพียง 950 บาทต่อเซ็ต

สำหรับตัวเลือกอื่นๆ โปรโมชั่นระดับที่ 2 เช่นที่ คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท พัทยาเหนือ ที่เปิดตัวใหม่ แขกจะได้อร่อยไปกับซี่โครงหมูย่างอันเป็นเมนูซิกเนเจอร์ ที่ Cafe22 ในราคาสุดเย้ายวนใจที่ 1,150 บาท และที่ เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ซึ่งพิซซ่าแท้สไตล์อิตาเลียน Stella di Terra ของห้องอาหาร The Pizzeria มีบริการในราคา 1,150 บาท

ขณะเดียวกันในกรุงเทพฯ คนรักอาหารจีน สามารถมุ่งไปยังห้องอาหาร Fei Ya ที่โรงแรมเรอเนซองส์ แบงค็อก ราชประสงค์ ซึ่งเป็ดปักกิ่ง อบไม้ลิ้นจี่อันเลื่องชื่อ มีบริการในโปรโมชั่นระดับที่ 3 ราคา 1,450 บาท เช่นเดียวกับเซตเมนูอาหารอิตาเลียนที่ Giorgio ของ รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ซึ่งมีอาหารจุใจ 3 คอร์ส รวมไวน์ 1 ขวด และชาหรือกาแฟ สำหรับ 2 คน

นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีโรงแรมและรีสอร์ทอีกมากมายทั่วประเทศไทยที่จะนำข้อเสนอสุดพิเศษในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ด้วยทางเลือกมากมายในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับผู้อยู่ในประเทศ การรับประทานอาหารนอกบ้านาจะไม่มีครั้งไหนที่คุ้มค่ากว่านี้อีกแล้ว

โปรแกรม Eat Out กับแมริออท บอนวอย ให้บริการเฉพาะสมาชิกของแมริออท บอนวอย หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก ฟรี! สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โปรแกรม Eat Out with Marriott Bonvoy และการจองมื้ออาหารของคุณในประเทศไทย กรุณาเยี่ยมชมที่ http://restaurants.marriottbonvoy.com/th

ชวนเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีปผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681450

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:10 น.ชวนเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีปผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ

3 ทริปเที่ยวทิพย์ตะลอนทัวร์เมืองใหญ่ 3 ทวีป! เนสเพรสโซ เปิดโลกวัฒนธรรมไปกับกาแฟ World Explorations ใหม่ ส่งตรงรสชาติสุดลงตัวสำหรับคอเอสเพรสโซ

เคยสงสัยไหมว่า … ทำไมชาวปารีสถึงชอบนั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่?

… คนบราซิลดื่มกาแฟกันทั้งวันจริงไหม?

… แล้วชาวตุรกีมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่เก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จริงหรือเปล่า?

มาร่วมท่องวัฒนธรรมหาคำตอบไปกับกาแฟเนสเพรสโซ ในกลุ่ม World Explorations ใหม่ที่เหมาะกับการดื่มกาแฟแบบเอสเพรสโซตั้งแต่วันนี้! 

Paris

เริ่มต้นขอพาคอกาแฟทัวร์ดินแดนยุโรปบุกปารีส กับ World Explorations Paris Espresso หากพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟฉบับ ปารีเซียง คงต้องย้อนกลับไปสู่ช่วง ปี ค.ศ. 1644 ที่เป็นครั้งแรกที่ชาวปารีสได้เริ่มดื่มด่ำกาแฟ เมื่อกาแฟเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้คาเฟ่เริ่มผุดขึ้นมากมาย จนเกิดเป็นสภากาแฟ โดยร้านกาแฟได้กลายมาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารต่างๆ และความคิด รวมถึงเป็นสถานที่พบปะสำคัญแม้ในยามสงคราม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ที่หลบภัยของคนเกียจคร้านและที่พักพิงของคนยากจน”

จากประวัติศาสตร์ต่างๆ นานา ทำให้ปารีสกลายเป็นเมืองสุดชิคที่มีวัฒนธรรมกาแฟเป็นเอกลักษณ์ หันไปทางไหนก็เจอคาเฟ่ให้นั่งจิบกาแฟคลายเครียดได้ทุกหัวมุมถนน หากใครกำลังเศร้าๆ เหงาๆ แต่ยังไม่มีแพลนไปไหน ขอแนะนำให้หยิบโต๊ะและเก้าอี้ออกไปนั่งในสวน มองดูเหล่านกชมไม้เที่ยวปารีสทิพย์แบบห่างไกลโควิด ด้วยการจิบกาแฟ World Explorations Paris Espresso จากเนสเพรสโซ ผสานวัฒนธรรมกาแฟแท้ๆจากปารีส มอบรสชาติความเข้มระดับ 6 พร้อมกลิ่นความหอมของธัญพืชและฟรุตตี้ ให้อารมณ์เหมือนจิบกาแฟอยู่ที่ เทอเรซ คาเฟ่ในกรุงปารีส สามารถดื่มด่ำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวปารีเซียงได้เป็นอย่างดี

Rio de Janeiro

หลังจากตะลอนทัวร์ยุโรปเรียบร้อยแล้ว ขอพาคนรักกาแฟเปลี่ยนบรรยากาศมาที่อเมริกาใต้ ณ ดินแดนแห่งสีสัน รีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) สวมบทเป็นชาวบราซิล ต้อนรับแขกทุกคนด้วย Cafézinho หรือกาแฟถ้วยเล็ก โดยบราซิลขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า “ทุกเวลาคือเวลาของการดื่มกาแฟ” โดยในอดีต เนื่องจากราคากาแฟค่อนข้างสูง จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการแบ่งชนชั้น โดยบราซิลนั้นจะมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า Cafézinho เป็นการเสิร์ฟกาแฟถ้วยเล็กเพื่อต้อนรับแขกโดยเฉพาะ เป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับอันอบอุ่นและความใส่ใจ

โดยเนสเพรสโซได้หยิบยกวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสุดเก๋มาบรรจบกับรสชาติคั่วเข้มของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าของบราซิล ที่มีกลิ่นอายความหอมจากไม้จันทร์และสมุนไพร พร้อมแต่งแต้มจิตวิญญาณเมืองแห่งเทศกาลที่จะทำให้คุณท่องไปใน Rio de Janeiro นครแห่งสีสันกับ World Explorations Rio de Janeiro Espresso โดยหากคอกาแฟท่านใดอยากลองดื่มกาแฟตามแบบฉบับของชาวบราซิลอย่างแท้จริง เราแนะนำให้ใส่แคปซูลเพิ่มเป็น 2 ช็อต เพื่อลิ้มรสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนของกาแฟเอสเพรสโซอย่างที่ผู้คนในเมือง Rio de Janeiro เรียกกันว่า “Carioca”

Istanbul

มาแลนด์ดิ้งปิดท้ายทริปกันที่ดินแดนแห่งสองทวีปอย่างประเทศตุรกี ที่เชื่อว่า “กาแฟคือหน้าต่างของหัวใจ” เพราะชาวตุรกีเชื่อว่า กาแฟสามารถบอกหรือทำนายสิ่งต่างๆได้ไม่แพ้แววตา! กาแฟได้ถูกจารึกไว้ในวัฒนธรรมตุรกีมาอย่างยาวนานและถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยชาวตุรกีเชื่อว่า กาแฟหนึ่งแก้ว จะถูกจดจำด้วยมิตรภาพนานนับ 40 ปี โดยกาแฟถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความจริงใจ หากมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมบ้าน ชาวตุรกีก็มักจะเสิร์ฟกาแฟตุรกีดั้งเดิมพร้อมน้ำเปล่าเพื่อแสดงถึงความยินดีและการต้อนรับอันอบอุ่น ในทางกลับกัน การรับแก้วกาแฟมาดื่มยังถือเป็นการให้เกียรติเจ้าบ้านอีกด้วย หรือแม้แต่การทำพิธีการสู่ขอของบ่าวสาวตุรกี กาแฟก็ยังมีบทบาทสำคัญไม่น้อย เจ้าสาวจะต้องแสดงฝีมือการชงกาแฟให้แก่ครอบครัวเจ้าบ่าว เพื่อพิสูจน์ถึงความเป็นแม่ศรีเรือนของเธอและความจริงใจที่มีต่อเจ้าบ่าวอีกด้วย

หากอยากลองสัมผัสรสชาติกาแฟแห่งวัฒนธรรมของสองทวีป เนสเพรสโซขอมอบรสชาติความเข้มระดับ 8 จาก World Explorations Istanbul Espresso ให้เนื้อกาแฟที่หนาและนุ่มนวล เจือความฟรุตตี้ของผลไม้ป่าที่สุกแล้ว พร้อมกลิ่นหอมของอัลมอนด์พาให้ย้อนเวลากลับไปในบรรยากาศของเส้นทางการค้าโบราณของเมืองตุรกีที่มีรากฐานวัฒนธรรมของการดื่มกาแฟที่เก่าแก่

Le Du X World Explorations

และความพิเศษในครั้งนี้ เนสเพรสโซ ประเทศไทย ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษให้กับเหล่าคอกาแฟ ผ่านการจับมือกับฤดู (Le Du) ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย ลำดับที่ 4 จากการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด รังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟ World Explorations ทั้ง 3 รสชาติใหม่ โดยเชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เปิดประสบการณ์อาหารที่ผสมผสานด้วยกาแฟ ทำให้คุณลืมการดื่มกาแฟแบบเดิมๆ โดยเหล่าคอกาแฟ

สามารถร่วมลุ้นรางวัลรับประทานคอร์สสุดพิเศษที่ร้านฤดู (Le Du) แบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ง่ายๆ เพียงซื้อแคปซูลกาแฟในกลุ่ม World Explorations แพ็ค 10 และเล่นเกมตอบคำถาม เพื่อลุ้นเป็นผู้โชคดี 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/Nespresso.Thailand

เตรียมแพ็คกระเป๋าเที่ยวทิพย์ผ่านวัฒนธรรมกาแฟสามเมืองได้ง่ายๆ กับแคปซูล World Explorations 3 รสชาติใหม่ ในราคาแคปซูลละ 24 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ และเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM

3 หัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/681595

วันที่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 10:51 น.3 หัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการแพทย์

รามาธิบดี ผลักดัน 3 แนวคิดต้นแบบพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ยุคใหม่ เพื่อสุขภาพคนไทยที่ยั่งยืน

เนื่องใน “วันรามาธิบดี” วันที่ 3 พฤษภาคมที่กำลังจะถึงนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเปิดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และเปิดให้บริการแก่ประชาชนคนไทยในฐานะโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลที่พึ่งของประชาชนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงได้จัดแถลงข่าวเพื่อตอกย้ำถึงพันธกิจสำคัญในการผลิตบุคลากรการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พัฒนางานวิจัยและองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยโดยนำนวัตกรรมการแพทย์เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงอายุอย่างยั่งยืน โดยมีมูลนิธิรามาธิบดีฯ ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญที่ช่วยระดมทุนเพื่อสนับสนุนทุกพันธกิจ และส่งต่อการให้…ไม่สิ้นสุด

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี  จวบจนปัจจุบัน  คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี และผลิตบุคลากรการแพทย์ได้มากกว่า 18,000 คน  ประกอบด้วย แพทย์  พยาบาล  รวมทั้งแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง นักวิทยาศาสตร์ฉุกเฉินการแพทย์ และนักเวชศาสตร์สื่อความหมาย ซึ่งบัณฑิตเหล่านี้ก็จะกระจายกันออกไปดูแลผู้ป่วยในสังคมทั่วประเทศ สิ่งที่รามาธิบดีเน้นย้ำอยู่เสมอคือการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเท่าเทียม เพราะผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ นอกจากนี้รามาธิบดียังมีการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์อยู่เสมอ เพื่อการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างครอบคลุมและขับเคลื่อนวงการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าต่อไป”

โดยความหมายของ 3 หัวใจสำคัญของนวัตกรรมทางการแพทย์ที่รามาธิบดีมุ่งเน้นพัฒนา แบ่งออกได้ดังนี้

ด้านการสร้างแพทย์

รามาธิบดีมีการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โดยจัดทำ 2 หลักสูตรร่วมกับ 2 คณะของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อรับมือกับยุค Disruption และเพื่อตอบสนองความสนใจที่หลากหลายของนักศึกษาแพทย์ โดยได้ร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ผลิต “แพทย์นวัตกร” ซึ่งเป็นแพทย์ที่มี 2 ปริญญา หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และวิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต รวมถึงความร่วมมือกับวิทยาลัยการจัดการในการผลิต “แพทย์นักบริหาร” เพื่อส่งเสริมให้แพทย์มีทักษะและความพร้อมในการบริหารจัดการโรงพยาบาล และองค์กรด้านสาธารณสุขตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรผลิต “นักฉุกเฉินการแพทย์ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา – Sport Paramedic” เป็นหลักสูตรร่วมระหว่างภาควิชาฉุกเฉินการแพทย์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา 

ด้านการวิจัย

เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านโรคที่รักษายาก ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและการวิจัยตัวอย่างงานวิจัยที่โดดเด่น เช่น การวิจัยด้านนวัตกรรมสร้างอวัยวะเทียมที่มีชีวิต (Tissue Regeneration) ซึ่งทำให้เกิดการผลิตกระดูกเทียมเยื่อหุ้มสมองเทียม การรักษาโรคด้วยเม็ดเลือดขาวซึ่งกระตุ้นภูมิต้านทานต่อเซลล์มะเร็ง การปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ตับ และไต สำหรับไตได้ ดำเนินการไปแล้วกว่า 2.9 พันราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย การปลูกถ่ายอวัยวะตับจากพ่อแม่สู่ลูกที่มีภาวะตับวาย โดยทำสำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมโดยไม่ต้องผ่าตัด และนวัตกรรมรักษาลิ้นหัวใจรั่วด้วยการใช้คลิปหนีบ เป็นต้น

ด้านการรักษาและสร้างสุขภาพ

รามาธิบดีมีการส่งเสริมแนวทางการรักษาโรคและดูแลสุขภาพในการแพทย์ยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายเชิงระบบ โดยมีแนวคิดว่าการรักษาหลายอย่างสามารถทำได้ที่ “บ้าน” ซึ่งตัวอย่างนวัตกรรมการรักษาที่โดดเด่น ได้แก่ นวัตกรรมระบบการให้บริการผู้ป่วยนอกผ่าน Telemedicine ซึ่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นผู้นำด้านนี้ รวมถึงนวัตกรรมเคมีบำบัดที่บ้านสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ที่ช่วยให้เกิดการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างตรงเวลาและลดการใช้เตียงในโรงพยาบาล ซึ่งนำมาสู่การผลักดันเชิงนโยบายสาธารณสุขของประเทศไทย ที่ส่งผลให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายเชิงสาธารณสุขอย่างมาก

นางสาวพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้กล่าวเสริมว่า “บทบาทสำคัญของมูลนิธิรามาธิบดีฯ คือการเป็นสะพานบุญแห่งการให้ เพราะการให้สร้างความสุขทั้งต่อผู้ให้และผู้รับ  มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าส่งต่อน้ำใจและการช่วยเหลือจากผู้ให้ไปสู่ผู้ป่วย ผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบของการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล การจัดหาเครื่องมือแพทย์ การสนับสนุนงานวิจัย การก่อสร้างอาคารสถานที่เพื่อขยายศักยภาพการรับรองดูแลผู้ป่วย ซึ่งทั้งหมดนี้มุ่งหวังให้ผู้ป่วยให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกระดับชั้น และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในภาพรวม

ในปีนี้มูลนิธิฯ มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการการผลักดันให้เกิดโครงการนวัตกรรมการแพทย์เพื่อผู้สูงวัยและผู้ป่วยระยะ เพื่อรองรับสังคมแห่งผู้สูงวัย โดยโครงการนี้ได้มีการพัฒนานวัตกรรมในการสร้างศูนย์ต้นแบบการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างครบวงจร หวังว่าจะดูแลผู้คนในทุกช่วงวัยให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีจวบจนนาทีสุดท้าย โดยจะผลักดันให้เป็นศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้ต่อไป ซึ่งโครงการต่างๆ ของรามาธิบดีที่กล่าวมานี้จะไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชน ในนามของมูลนิธิเราจึงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสานต่อการให้ที่ยิ่งใหญ่นี้ให้คงอยู่ในสังคมสืบต่อไป” นางสาวพรรณสิรี กล่าวทิ้งท้าย

เนื่องในวันรามาธิบดี จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ ด้วยการซื้อเสื้อ “หัวใจอินฟินิตี้” ราคา 199 บาท ทางช่องทางต่าง ๆ เช่น LINE @ramafoundation, www.ramafoundation.or.th, มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ สอบถามโทร 02-201-1111

อังกฤษเรียกร้อง ‘นาโตโลก’ เพื่อปกป้องไต้หวันจากจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681825

วันที่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 18:00 น.อังกฤษเรียกร้อง 'นาโตโลก' เพื่อปกป้องไต้หวันจากจีน

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษสนับสนุน ‘นาโตโลก’ ชี้ไต้หวันควรได้รับความช่วยเหลือเช่นเดียวกับยูเครน

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้มีนาโตระดับโลก (global NATO) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้การสนับสนุนไต้หวันในการรับมือกับจีน เหมือนที่นาโตให้การสนับสนุนยูเครน ขณะที่ถูกรุกรานจากรัสเซีย

ทรัสส์กล่าวว่าระเบียบโลกที่สร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็นไม่ได้ผลอีกต่อไป และจำเป็นต้องให้การสนับสนุนไต้หวันเช่นเดียวกับยูเครน โดยเสริมว่าอาจต้องปฏิบัติกับจีนแบบเดียวกับรัสเซีย หากจีนไม่ปฏิบัติตามกฎ

“วิสัยทัศน์ของฉันคือโลกที่บรรดาประเทศเสรีต่างมีความแน่วแน่และเฟื่องฟู ที่ซึ่งเสรีภาพและประชาธิปไตยมีความเข้มแข็งผ่านเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคง” ทรัสส์กล่าว

นอกจากนี้ทรัสส์ยังกล่าวว่าตะวันตกและพันธมิตรจำเป็นต้องให้การสนับสนุนอาวุธหนัก รถถัง และเครื่องบินแก่ยูเครน เพื่อผลักรัสเซียให้พ้นไปจากยูเครน และสร้างประเทศขึ้นใหม่ตามแนวทางของแผนมาร์แชล (แผนฟื้นฟูยุโรป) ฉบับใหม่

“สงครามในยูเครนคือสงครามของพวกเรา เพราะชัยชนะในยูเครนมีความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ต่อพวกเราทุกคน”

นอกเหนือจากในยุโรปแล้ว ทรัสส์กล่าวถึงความมั่นคงในยูโร-แอตแลนติก และอินโด-แปซิฟิก โดยมองว่าจำเป็นต้องมีนาโตระดับโลก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไต้หวันจะสามารถป้องกันตัวเองจากอิทธิพลของจีนได้

ด้านจีนมองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะให้นาโตเข้ามาแทรกแซงในเอเชีย ซึ่งเป็นภัยความมั่นคงต่อภูมิภาค

Photo by REUTERS/Kuba Stezycki

ธนาคารโลกเตือนราคาอาหาร-พลังงานยังสูงต่อเนื่องอีกหลายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681809

วันที่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 15:15 น.ธนาคารโลกเตือนราคาอาหาร-พลังงานยังสูงต่อเนื่องอีกหลายปี

ธนาคารโลกคาดการณ์ราคาอาหารและพลังงานอาจแพงไปจนถึงสิ้นปี 2024

Bloomberg รายงานว่าธนาคารโลก (World Bank) เตือนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์รวมทั้งอาหาร และราคาพลังงานจะยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี อันเนื่องมาจากสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ และราคาสินค้าเหล่านี้อาจยังคงสูงไปจนถึงสิ้นปี 2024 เนื่องจากห่วงโห่อุปทานที่หยุดชะงัก

ธนาคารโลกกล่าวในรายงานแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ว่าราคาพลังงานพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตน้ำมันปี 1973 และคาดว่าจะพุ่งขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ ก่อนที่จะค่อยๆ ลดลงในปี 2023 และ 2024

โดยในปีนี้คาดว่าน้ำมันดิบเบรนต์จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 40% และเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013

ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรและโลหะคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ในปีนี้ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวลดลงในปีต่อๆ ไป โดยคาดการณ์ว่าราคาข้าวสาลีอาจพุ่งขึ้นกว่า 40% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนโลหะคาดว่าจะปรับตัวขึ้นประมาณ 16% ในปีนี้

ทั้งนี้ ราคาอาหารเริ่มพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา Business Insider ระบุว่ายูเครนเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีและข้าวโพดรายใหญ่ โดยคิดเป็นสัดส่วน 12% และ 17% ของอุปทานทั่วโลกตามลำดับ ส่วนรัสเซียส่งออกข้าวสาลีเกือบ 17% ของอุปทานทั่วโลก

สงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนจึงทำให้เกิดความกังวลต่อการขาดแคลนธัญพืชทั่วโลก ขณะที่ราคาข้าวสาลีพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีเมื่อเดือนที่แล้ว รวมไปถึงราคาพลังงาน ราคาอาหารและสินค้าเกษตรอื่นๆ รวมถึงปุ๋ยก็เพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังระบุว่าสงครามอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อยาวนานขึ้นและชะลอการเปลี่ยนผ่านของพลังงานสะอาด เนื่องจากประเทศต่างๆ กำลังแสวงหาเส้นทางการค้าทางเลือกและเพิ่มการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การขาดแคลนอาหารและทำให้ความคืบหน้าในการลดความยากจนทั่วโลกหยุดชะงัก

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมาธนาคารโลกยังระบุว่าสงครามในยูเครนคุกคามการฟื้นตัวอย่างไม่เท่าเทียมกันของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) โดยสงครามที่เกิดขึ้นซ้ำเติมความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 

Manuela V. Ferro รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า “ในขณะที่เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกำลังฟื้นตัวจากภาวะช็อกจากการระบาดใหญ่ สงครามในยูเครนกำลังเข้ามาแทรกโมเมนตัมการเติบโต อย่างไรก็ตามพื้นฐานที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่ และนโยบายที่ดีของภูมิภาคนี้น่าจะช่วยให้สามารถฝ่าฟันพายุเหล่านี้ได้”

Photo by REUTERS/Jim Vondruska

ไม่สนคำขู่ปูติน ไบเดนของบเพิ่ม 1 ล้านล้านช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681788

วันที่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 12:30 น.ไม่สนคำขู่ปูติน ไบเดนของบเพิ่ม 1 ล้านล้านช่วยยูเครน

ไบเดนของบกว่า 1 ล้านล้านบาทช่วยยูเครนสู้สงคราม ยันสหรัฐไม่ได้โจมตีรัสเซียแต่ช่วยยูเครนป้องกันตัวเอง

BBC รายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ขออนุมัติงบประมาณเพิ่มอีก 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.13 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนยูเครนในด้านทหาร เศรษฐกิจ และมนุษยธรรม ขณะที่ผู้นำสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้โจมตีรัสเซีย

ไบเดนกล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐจะต้องอนุมัติข้อตกลงดังกล่าว เพราะจะช่วยให้ยูเครนสามารถปกป้องตนเองได้ ในขณะที่กำลังเผชิญกับการโจมตีจากรัสเซีย

โดยข้อเสนอมูลค่า 33,000 ล้านเหรียญสหรัฐของไบเดน รวมถึงความช่วยเหลือทางทหารมากกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอีก 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ แต่ถ้าปล่อยให้เกิดการพังทลายจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้” ไบเดนกล่าว

อย่างไรก็ตาม ไบเดนยืนยันว่า “สหรัฐไม่ได้โจมตีรัสเซีย แต่กำลังช่วยยูเครนป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเตือนว่าประเทศใดก็ตามที่เข้ามาแทรกแซงในสงครามยูเครนจะต้องกับการตอบโต้ทางการทหารที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ

“หากมีคนจากภายนอกพยายามแทรกแซงสถานการณ์ปัจจุบันในยูเครนและก่อภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้สำหรับรัสเซีย พวกเขาควรรู้ว่าการตอบสนองของเรา…จะรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ”

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein

ประเทศแรกของโลก เดนมาร์กระงับโครงการฉีดวัคซีนโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681774

วันที่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 11:15 น.ประเทศแรกของโลก เดนมาร์กระงับโครงการฉีดวัคซีนโควิด

เดนมาร์กชี้คุมการระบาดได้แล้วจึงระงับโครงการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เดนมาร์กกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ระงับโครงการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เป็นวงกว้าง หลังจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว โดยจะไม่มีการเชิญประชาชนไปฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. แต่ทุกคนยังสามารถฉีดวัคซีนให้ครบคอร์สได้

“ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว การฉีดวัคซีนในประชาชนเดนมาร์กอยู่ในระดับสูง และโรคระบาดลดลงแล้ว ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจึงยุติโครงการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เป็นวงกว้างสำหรับฤดูกาลนี้” กระทรวงสาธารณสุขเดนมาร์กแถลง

ทั้งนี้ เดนมาร์กเริ่มโครงการฉีดวัคซีนไม่นานหลังจากเทศกาลคริสต์มาสของปี 2020 โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ประชากรราว 4.8 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้ว และกว่า 3.6 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว บวกกับการมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากนับตั้งแต่สายพันธุ์โอมิครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาด ซึ่งหมายความว่าระดับภูมิคุ้มกันในหมู่ประชาชนอยู่ในระดับสูง

โบเลตเต ซือบอร์ก ผู้จัดการแผนกของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเผยว่า “เราอยู่ในจุดที่ดี เราควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ซึ่งดูเหมือนว่าจะบรรเทาลง อัตราการเข้ารับการรักษา (ในโรงพยาบาล) คงที่ และเราหวังว่าพวกจะลดลงในไม่ช้า ดังนั้นเราจึงยุติแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวงกว้าง”

ซือบอร์กย้ำว่า ประชาชนยังสามารถฉีดวัคซีนได้ตลอดช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนหากต้องการ และศูนย์ฉีดวัคซีนยังคงเปิดให้บริการทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี เดนมาร์กยังอยู่ห่างไกลจากการยกเลิกโครงการฉีดวัคซีนทั้งหมด และสำนักงานสุขภาพและยาของเดนมาร์กเผยว่า อาจต้องกลับมาฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 กันอีกครั้งในฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากไวรัสยังคงกลายพันธุ์ การระบาดทั่วโลกยังไม่ยุติ โดยสำนักงานสุขภาพและยาจะเฝ้าจับตาพัฒนาการของการระบาดอย่างใกล้ชิด และพร้อมกลับมาฉีดวัคซีนอีกครั้งหากจำเป็นต้องฉีดเพิ่มเติมให้กลุ่มเป้าหมายใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง

REUTERS/Michele Tantussi

วินาทีจรวดถล่มกรุงเคียฟ เมื่อเลขาธิการ UN พบผู้นำยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681770

วันที่ 29 เม.ย. 2565 เวลา 10:40 น.วินาทีจรวดถล่มกรุงเคียฟ เมื่อเลขาธิการ UN พบผู้นำยูเครน

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเลขาธิการ UN พบผู้นำยูเครน กรุงเคียฟถูกถล่มอีกครั้ง

เช้าวันนี้ (29 เม.ย.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโอยอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนว่า ขีปนาวุธของรัสเซีย 2 ลูกเข้าถล่มกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา ระหว่างที่อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ (UN) เข้าพบประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บราว 10 คน

หลังจากที่รัสเซียไม่สามารถยึดกรุงเคียฟได้สำเร็จ และถอนกำลังออกจากพื้นที่ไปเมื่อเดือนที่แล้ว และเปิดการโจมตีครั้งใหม่ในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครนแทน

แต่เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมารัสเซียยิงจรวดโจมตีกรุงเคียฟอีกครั้ง ขณะที่ผู้นำยูเครนเน้นย้ำว่า “การโจมตีครั้งนี้ทำให้เห็นว่าเราต้องไม่ละเลยเฝ้าระวัง เราต้องไม่คิดว่าสงครามจะจบลงแล้ว”

ทั้งนี้ จรวดของรัสเซียลูกแรกเข้าโจมตีย่านเชฟเชนโก ตอนกลางของเมือง ขณะที่อีกลูกพุ่งเข้าใส่ชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัยสูง 25 ชั้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน ขณะที่รัสเซียยังไม่ได้แถลงใดๆ ถึงเหตุระเบิดดังกล่าว

Consequences of one of the hits of an enemy missile in #Kyivpic.twitter.com/KAZ3n3ONij— NEXTA (@nexta_tv) April 28, 2022

Kyiv’s mayor said Ukraine’s capital was hit by two missile strikes on Thursday, with footage released by Ukrainian Emergency Services showing firefighters rushing to extinguish the flames. https://t.co/mWZMDMihjH pic.twitter.com/S4f8rilA1G— ABC News (@ABC) April 28, 2022

When your city is under bombardment… #Kyiv.#StopPutinNOW #StandWithUkraine #armUkraineNow pic.twitter.com/0fLG2RDhWm— olexander scherba (@olex_scherba) April 28, 2022

โดยขณะนี้กองกำลังรัสเซียยึดที่มั่นในภูมิภาคดอสบัส ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียได้ยึดครองดินแดนนี้ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเจ้าหน้าที่ของยูเครนกล่าวว่ารัสเซียกำลังเพิ่มการโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีกองกำลังรัสเซียอีกส่วนหนึ่งเข้ายึดพื้นที่ทางใต้ของยูเครน

Photo by REUTERS/Valentyn Ogirenko

บุกก่อนได้เปรียบ จีนมาตั้งฐานทัพ พันธมิตรอเมริกาจะชิงยึดโซโลมอน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681732

วันที่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 19:00 น.บุกก่อนได้เปรียบ จีนมาตั้งฐานทัพ พันธมิตรอเมริกาจะชิงยึดโซโลมอน 

ออสเตรเลียถึงกับนั่งไม่ติดเรียกร้องให้ยกพลบุกโซโลมอนหลังโซโลมอนทำข้อตกลงด้านความมั่นคงกับจีน

ข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างจีนและโซโลมอนสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วแปซิฟิก เพราะสำหรับเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และสหรัฐซึ่งมีอิทธิพลอยู่ในแปซิฟิก นี่เป็นการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในถิ่นของตัวเอง ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคนี้

สหรัฐและพันธมิตรในแปซิฟิกกลัวว่าจีนจะฉวยโอกาสเข้าไปตั้งฐานทัพในหมู่เกาะโซโลมอน (ซึ่งถ้าจีนทำจะเป็นฐานทัพแห่งแรกของจีนในแปซิฟิก) เพราะร่างสัญญาที่หลุดออกมาตอนหนึ่งระบุว่า เรือรบของจีนสามารถเทียบท่าในหมู่เกาะโซโลมอนได้ และรัฐบาลจีนสามารถส่งกองกำลังความมั่นคงมาช่วยเหลือในการรักษาความสงบเรียบร้อยทางสังคมได้

แม้จะไม่มีการพูดถึงการตั้งฐานทัพ แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้หลายคนนั่งไม่ติดแล้ว โดยเฉพาะในออสเตรเลียที่อยู่ห่างจากหมู่เกาะโซโลมอนราว 1,600 กิโลเมตร เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ออสเตรเลียดำเนินการทางทหารอย่างการบุกโซโลมอนแบบเต็มรูปแบบ หรือการโค่นล้มรัฐบาลนายกรัฐมนตรี มานาสเซห์ โซกาแวร์

บางคนยังเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการทหารของโซโลมอนกับประเทศที่ไม่ใช่มหาอำนาจตะวันตกกับวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา หลังจากที่ในช่วงทศวรรษ 1950 คิวบากลายเป็นประเทศแถบซีกโลกตะวันตกเพียงประเทศเดียวที่อยู่นอกอิทธิพลของอเมริกา

เดวิด ลีเวลลิน-สมิธ (David Llewellyn-Smith) อดีตเจ้าของนิตยสารเกี่ยวกับการต่างประเทศ The Diplomat คือแกนนำหลักที่เรียกร้องให้ออสเตรเลียบุกโซโลมอน เขาบอกว่า สกอตต์ มอร์ริสัน ควร “เผชิญหน้าโดยตรง” กับมหาอำนาจคอมมิวนิสต์ในกรณีโซโลมอนโดยใช้ “ทุกวิถีทางที่จำเป็น” เพื่อขับไล่จีนออกจากภูมิภาค

ลีเวลลิน-สมิธบอกว่า “ไม่มีทางที่ออสเตรเลียจะยอมให้ข้อตกลงนี้ดำเนินต่อไปได้ ถ้าจำเป็นออสเตรเลียควรบุกยึดเกาะกัวดัลคะแนลเพื่อที่เราจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในกรุงโฮนีอารา มันมีซอฟท์พาวเวอร์อื่นให้งัดออกมาใช้ก่อน และเราควรงัดออกมาอย่างแข็งขัน แต่เราควรเริ่มรวบรวมกองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบกทันทีเพื่อเพิ่มแรงกดดัน”

เขายังบอกอีกว่า มันจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หากจะอนุญาตให้รัฐเผด็จการจอดเรือและเรือบรรทุกเครื่องบินภายในระยะทางที่สามารถโจมตีทุกเมืองในฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย “เมื่อใดก็ตามที่ปักกิ่งไม่เห็นด้วยกับแคนเบอร์รา ก็จะเปิดประตูสำหรับขีปนาวุธร่อนที่อยู่ในโซโลมอน และขอให้เราทบทวนอีกครั้ง”

Military Watch Magazine ระบุว่า ท่าทีของลีเวลลิน-สมิธสะท้อนให้เห็นฉันทามติในออสเตรเลียเกี่ยวกับความจำเป็นในการพิจารณาการรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน หากนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เพื่อนบ้านสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับจีน

Military Watch Magazine ระบุอีกว่า หากออสเตรเลียใช้มาตรการโจมตีก็จะซ้ำรอยความพยายามของสหรัฐในการรุกรานคิวบาก่อนหน้านี้ และการรุกรานเกรนาดาในปี 1983 ซึ่งมีเหตุผลคลายๆ กัน ซึ่งถูกมองว่าฝ่าฝืนกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนนายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ก็ไม่ยอมเช่นกันโดยเผยว่า ออสเตรเลียมีเส้นตายเดียวกับสหรัฐในกรณีความเกี่ยวข้องของจีนในโซโลมอน ด้าน ปีเตอร์ ดัตตัน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเผยเมื่อวันจันทร์ (25 เม.ย.) ว่า “รัสเซียต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม” โดยอ้างว่าขณะนี้จีนรอบคอบและตั้งใจมาก

ขณะที่ท่าทีของสหรัฐบอกว่าไม่ตัดความเป็นไปได้ในการดำเนินการทางทหารหากจีนตั้งฐานทัพในหมู่เกาะโซโลมอน โดย แดเนียล คริเทนบริงค์ นักการทูตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐสำหรับกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกย้ำถึงความตั้งใจของสหรัฐที่จะดำเนินการหากจีนตั้งฐานทัพว่า “แน่นอนว่าเราเคารพอธิปไตยของหมู่เกาะโซโลมอน แต่เราต้องการให้พวกเขาทราบด้วยว่าหากมีการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อสร้างฐานทัพถาวรโดยพฤตินัย หรือที่ทำการทหาร เราจะมีความกังวลอย่างมาก และเราจะตอบสนองต่อข้อกังวลเหล่านั้นโดยธรรมชาติ”

เมื่อถูกจี้ถามว่าจะปฏิเสธความเป็นไปได้หรือไม่ว่าสหรัฐอาจดำเนินการทางทหารต่อหมู่เกาะโซโลมอนหากมีการตั้งฐานทัพ คริเทนบริงค์เผยว่า “ไม่มีอะไรเพิ่มเติมมากกว่าที่ได้กล่าวไปแล้ว”

นักวิเคราะห์หลายคนกังวลเช่นเดียวกับสหรัฐและออสเตรเลียคือ ข้อตกลงฉบับนี้อาจเป็นเพียงก้าวแรกของแผนที่ใหญ่กว่า นั่นก็คือการตั้งฐานทัพในหมู่เกาะโซโลมอนของจีน

ชาร์ลส์ เอเดล ประธานออสเตรเลียและที่ปรึกษาระดับอาวุโสของ ศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS) เผยกับ The New York Times ว่า “จีนได้ขยายการปรากฎตัวและขยายอิทธิพลไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และอย่างที่เคยทำมา ปักกิ่งกำลังตามล่าหาฐานทัพทหารในภูมิภาคนี้ ซึ่งจะทำให้จีนสามารถแสดงอำนาจออกไปภายนอกและมีอิทธิพลต่อการเมืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”

มิไฮ โซระ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศออสเตรเลียจากสถาบันโลวีในออสเตรเลีย ยกกรณีของประเทศจิบูตีที่ทำข้อตกลงด้านความมั่นคงกับจีน ซึ่งต่อมาได้พัฒนาจนกลายมาเป็นการสร้างฐานทัพซึ่งปีกกิ่งเลี่ยงบาลีเรียกว่า “สิ่งอำนวยความสะดวกด้านลอจิสติกส์”

ขณะที่นักรัฐศาสตร์อย่าง ทาร์ซิเซียส คาบูเทาลาคา มองว่า จีนไม่น่าจะตั้งฐานทัพในหมู่เกาะโซโลมอนอย่างเป็นทางการ เพราะจะยิ่งทำให้จีนถูกชาวโซโลมอนและชาวโลกมองในแง่ลบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจีนจะไม่มีกองกำลังทหารในหมู่เกาะโซโลมอนแบบไม่เปิดเผย และหากจีนสามารถส่งเรือรบหรือบุคคลากรทางทหารเข้าไปในโซโลมอนได้ดังที่ร่างสัญญาที่หลุดออกมาระบุไว้ จีนก็ไม่จำเป็นต้องมีฐานทัพอย่างเป็นทางการ

ทีมข่าวประเทศโพสต์ทูเดย์

AFP / POOL / THOMAS PETER

จริงหรือเล่น? อีลอน มัสก์ จะซื้อกิจการ Coca-Cola ปรับสูตรใส่ ‘โคเคน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681725

วันที่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 17:30 น.จริงหรือเล่น? อีลอน มัสก์ จะซื้อกิจการ Coca-Cola ปรับสูตรใส่ 'โคเคน'

หลังฮุบกิจการ Twitter ไปแล้ว อีลอน มัสก์ เผยต่อไปจะซื้อ Coca-Cola และนำโคเคนมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมอีกครั้ง

หลังจากที่มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลกอย่างอีลอน มัสก์ เรียกเสียงฮือฮาจากทั่วโลกด้วยการทุ่มเงินซื้อ Twitter ไปในราคา 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 เม.ย.) เขาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังประกาศผ่าน Twitter ว่า “ต่อไปผมจะซื้อ Coca-Cola และนำโคเคนมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมอีกครั้ง”

Next I’m buying Coca-Cola to put the cocaine back in

— Elon Musk (@elonmusk) April 28, 2022

โดยขณะนี้ทวีตดังกล่าวมีผู้รีทวีตไปแล้วกว่า 425,000 ครั้ง และจำนวนคนกดถูกใจอีกกว่า 2.6 ล้านครั้ง

ทั้งนี้ โคเคนเคยถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มของ Coca-Cola จริง แต่เลิกใช้ไปเมื่อทศวรรษ 1900 อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเชื่อว่าทวีตของอีลอน มัสก์ เป็นเพียงแค่การพูดเล่นเท่านั้น

Photo by REUTERS/Mike Blake/File Photo