โลกมุ่งสู่การสะสมอาวุธ งบทหารทั่วโลกทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681377

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 10:59 น.โลกมุ่งสู่การสะสมอาวุธ งบทหารทั่วโลกทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก

รายจ่ายทางการทหารทั่วโลกเพิ่มขึ้น 0.7% ในปี 2564 สู่ระดับ 2,113,000 ล้านล้านดอลลาร์

ตามข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านการทหารทั่วโลกที่เผยแพร่ในวันนี้โดยสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ผู้ใช้จ่ายงบประมาณด้านการทหารรายใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2564 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย สหราชอาณาจักร และรัสเซีย โดยรวมกันคิดเป็น 62% ของรายจ่าย 

การใช้จ่ายทางทหารแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่สองของการระบาดใหญ่

การใช้จ่ายด้านการทหารทั่วโลกยังคงเติบโตในปี 2564 โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ นี่เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ดร.ดิเอโก โลเปส ดา ซิลวา นักวิจัยอาวุโสของโครงการค่าใช้จ่ายทางทหารและการผลิตอาวุธของ SIPRI กล่าวว่า “แม้อยู่ท่ามกลางผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 การใช้จ่ายทางการทหารของโลกก็พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ‘อัตราการเติบโตที่แท้จริงมีการชะลอตัวเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ในแง่ตัวเงินแล้ว การใช้จ่ายทางทหารเพิ่มขึ้น 6.1%’

ผลจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในปี 2564 ภาระทางทหารทั่วโลก คือ รายจ่ายทางการทหารของโลกในฐานะส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของโลก ลดลง 0.1% จาก 2.3% ในปี 2563 เป็น 2.2% ในปี 2564

สหรัฐอเมริกามุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาทางทหาร

การใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ มีมูลค่า 801,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2564 ลดลง 1.4% จากปี 2563 ภาระทางทหารของสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อยจาก 3.7% ของ GDP ในปี 2563 เป็น 3.5% ในปี 2564

เงินทุนของสหรัฐฯ สำหรับการวิจัยและพัฒนาทางทหาร (R&D) เพิ่มขึ้น 24% ระหว่างปี 2555-2564 ในขณะที่เงินทุนในการจัดหาอาวุธลดลง 6.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2564 การใช้จ่ายทั้งสองลดลง อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่ลดลง (–1.2 เปอร์เซ็นต์) นั้นน้อยกว่าการใช้จ่ายด้านการจัดซื้ออาวุธ (–5.4 เปอร์เซ็นต์)

“การใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 2555-2564 แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในยุคหน้ามากขึ้น” อเลกซานดรา มาร์กสไตเนอร์ นักวิจัยจากโครงการค่าใช้จ่ายทางทหารและการผลิตอาวุธของ SIPRI กล่าว ‘รัฐบาลสหรัฐได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของกองทัพสหรัฐเหนือคู่แข่งเชิงกลยุทธ์’

รัสเซียเพิ่มงบประมาณกองทัพก่อนทำสงคราม

รัสเซียเพิ่มรายจ่ายทางทหารขึ้น 2.9% ในปี 2564 เป็น 65,900 ล้านดอลลาร์ ณ เวลาที่รัสเซียกำลังเพิ่มกองกำลังตามแนวชายแดนยูเครน นี่เป็นปีที่สามติดต่อกันของการเติบโตและการใช้จ่ายทางทหารของรัสเซียสูงถึง 4.1% ของ GDP ในปี 2564

“รายได้จากน้ำมันและก๊าซที่สูงช่วยให้รัสเซียเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารในปี 2564 ค่าใช้จ่ายทางทหารของรัสเซียลดลงระหว่างปี 2559 ถึง 2562 อันเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ต่ำประกอบกับมาตรการคว่ำบาตรเพื่อตอบสนองต่อการผนวกไครเมียของรัสเซียในปี 2557” ลูซี เบโรด์-ซูโดร ผู้อำนวยการโครงการค่าใช้จ่ายทางทหารและการผลิตอาวุธของ SIPRI กล่าว

เส้นงบประมาณ “การป้องกันประเทศ” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3 ใน 4 ของการใช้จ่ายทางทหารทั้งหมดของรัสเซีย และรวมถึงเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานตลอดจนการจัดหาอาวุธ ได้รับการแก้ไขแล้วตลอดทั้งปี ตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ 48,400 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 14% ณ สิ้นปี 2563

เนื่องจากต้องเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันรัสเซีย การใช้จ่ายทางทหารของยูเครนจึงเพิ่มขึ้น 72% นับตั้งแต่การผนวกไครเมียในปี 2557 การใช้จ่ายลดลงในปี 2564 เป็น 5,900 พันล้านดอลลาร์ แต่ยังคิดเป็น 3.2% ของจีดีพีของประเทศ

เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยผู้ใช้จ่ายรายใหญ่ในเอเชียและโอเชียเนีย

ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้จ่ายมากเป็นอันดับสองของโลก จัดสรรเงินให้กองทัพประมาณ 293,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับปี 2563 การใช้จ่ายด้านการทหารของจีนเติบโตขึ้น 27 ปีติดต่อกัน งบประมาณจีนปี 2564 เป็นแผนแรกภายใต้แผนห้าปีฉบับที่ 14 ซึ่งใช้ไปจนถึงปี 2568

ภายหลังการอนุมัติครั้งแรกของงบประมาณปี 2564 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มเงิน 7,000 พันล้านดอลลาร์ในการใช้จ่ายด้านการทหาร เป็นผลให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 7.3% เป็น 54,100ล้านดอลลาร์ในปี 2564 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นประจำปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2515 การใช้จ่ายทางทหารของออสเตรเลียก็เพิ่มขึ้นในปี 2564 ด้วย 4.0% สู่ระดับ 31,800 ล้านดอลลาร์

ดร. หนาน เทียน นักวิจัยอาวุโสของ SIPRI กล่าวว่า “ความแน่วแน่ที่เพิ่มขึ้นของจีนทั้งในและรอบๆ ทะเลจีนใต้และตะวันออกได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการใช้จ่ายทางทหารในประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลียและญี่ปุ่น ‘ตัวอย่างคือข้อตกลงด้านความมั่นคงไตรภาคีของ AUKUS ระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการจัดหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จำนวน 8 ลำไปยังออสเตรเลียโดยมีมูลค่าประมาณ 128,000 ล้านดอลลาร์’

พัฒนาการที่โดดเด่นอื่นๆ:

• ในปี 2564 งบประมาณทางทหารของอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีเป็น 24,600 ล้านดอลลาร์ เงินทุนสำหรับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามยังคงเติบโตในปี 2564 โดยเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปี 2563 และคิดเป็น 34% ของการใช้จ่ายทางทหารทั้งหมดของอิหร่าน

• สมาชิก 8 รายขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือแห่งยุโรป (NATO) บรรลุเป้าหมายของพันธมิตรในการใช้จ่ายในกองทัพ 2% หรือมากกว่าในสัดส่วนของ GDP ในปี 2564 ซึ่งน้อยกว่าในปี 2563 หนึ่งราย แต่เพิ่มขึ้นจากสองเท่าในปี 2557

• ไนจีเรียเพิ่มการใช้จ่ายทางทหารขึ้น 56% ในปี 2564 เป็นมูลค่า 4,500 ล้านดอลลาร์ การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากความท้าทายด้านความมั่นคงมากมาย เช่น กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งและการก่อความไม่สงบเพื่อแบ่งแยกดินแดน

• เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายมากเป็นอันดับสามในยุโรปกลางและยุโรปตะวันตก ใช้เงิน 56,000 ล้านดอลลาร์ในการทหารในปี 2564 หรือคิดเป็น 1.3% ของ GDP การใช้จ่ายทางทหารลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับปี 2563 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ

• ในปี 2564 การใช้จ่ายทางทหารของกาตาร์อยู่ที่ 11,600 ล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายมากเป็นอันดับห้าในตะวันออกกลาง การใช้จ่ายด้านการทหารของกาตาร์ในปี 2564 สูงกว่าปี 2553 ถึง 434% ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายครั้งล่าสุดก่อนปี 2564

• การใช้จ่ายทางทหารของอินเดียที่ 76,600 ล้านดอลลาร์เป็นอันดับสามของโลก เพิ่มขึ้น 0.9% จากปี 2563 และเพิ่มขึ้น 33% จากปี 2555 ในการผลักดันให้อุตสาหกรรมอาวุธในประเทศเข้มแข็งขึ้น 64% ของเงินทุนที่ใช้ไปกับงบประมาณทางทหารในปี 2564 ได้รับการจัดสรรสำหรับการจัดหาอาวุธที่ผลิตในประเทศ

Photo by Nikolay DOYCHINOV / AFP

บทวิเคราะห์ ฝรั่งเศสยังไม่พ้นปัญหา มาครงชนะแต่สังคมแตกแยกชัดเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681375

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 09:36 น.บทวิเคราะห์ ฝรั่งเศสยังไม่พ้นปัญหา มาครงชนะแต่สังคมแตกแยกชัดเจน

ความไม่นิยมในวงกว้างอาจทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้ รวมถึงการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนมิถุนายนเป็นความท้าทายทางการเมืองครั้งแรก และมาครงอาจเผชิญการประท้วงถ้าเขาผ่านการปฏิรูปเงินบำนาญ

เอ็มมานูเอล มาครง อาจมชนะมารีน เลอ แปน ผู้นำฝ่ายขวาจัด แต่วาระการดำรงตำแหน่งครั้งที่ 2 ของเขาอาจโหดกว่าครั้งแรกด้วยความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นและความไม่พอใจทางสังคมที่เดือดพล่าน

ในขณะที่ผู้สนับสนุนของเขาได้ลิ้มรสการเลือกตั้งครั้งใหม่อย่างยากลำบากในการชุมนุมโดยหอไอเฟลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาครงยอมรับในสุนทรพจน์ชัยชนะของเขาว่าหลายคนที่โหวตให้เขาทำเช่นนั้นเพื่อปิดกั้นเลอ แปนไม่ให้มีอำนาจ และไม่ใช่เพราะพวกเขาสนับสนุนความคิดของเขา

“จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างทาง” มาครงกล่าว พร้อมขนาบข้างด้วยบริจิตต์ ภรรยาของเขา

“ยุคหน้านี้จะไม่เหมือนกับอาณัติครั้งก่อน  เราจะคิดค้นวิธีการใหม่ในการทำสิ่งต่างๆ ร่วมกัน ให้ดีขึ้นไปอีกห้าปี”

อุปสรรค์ถัดไปคืออีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเลือกตั้งรัฐสภาในเดือน มิ.ย. จะเป็นการกำหนดโฉมรัฐบาลมาครงที่ต้องพึ่งพาเพื่อดูแผนการปฏิรูปที่จะเขย่ารัฐสวัสดิการของฝรั่งเศสอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ประธานาธิบดีที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งใหม่มักจะคาดหวังว่าจะได้เสียงข้างมากในรัฐสภาหากผลการเลือกตั้งฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไปตามผลการลงคะแนนเสียงของประธานาธิบดีโดยตรง เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วมีผู้สนับสนุนผู้สมัครที่พ่ายแพ้การเลืกอตั้งประธานาธิบดีจะไม่มาลงคะแนนในระดับการเลือกตั้งฝ่ายนิติบัญญัติ

อย่างไรก็ตาม ในการกล่าวสุนทรพจน์ของเธอ เลอ แปน กล่าวอย่างท้าทาย โดยให้คำมั่นว่าจะมีกลุ่มฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งในรัฐสภา ในขณะที่ ฌอง-ลุค เมอลองชง ฝ่ายซ้ายก็มีความคิดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับคะแนนเสียงฝ่ายซ้ายจำนวนมากในรอบแรก

เมอลองชงหวังที่จะนำแรงผลักดันนั้นไปสู่การเลือกตั้งรัฐสภาและบังคับให้มาครงเข้าสู่สภาวะ “การอยู่ร่วมกัน” ที่น่าอึดอัดใจกับการต้องอยู่ร่วมกับเสียงข้างมากในสภาพที่เป็นฝ่ายซ้าย

แม้ว่าพันธมิตรของมาครงจะได้รับเสียงข้างมากหรือบรรลุข้อตกลงร่วมที่ใช้การได้ เขาก็ยังต้องรับมือกับการต่อต้านตามท้องถนนต่อแผนการปฏิรูปของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปเงินบำนาญที่จะค่อยๆ เพิ่มอายุขั้นต่ำเป็น 65 จาก 62 ปี

‘เขาจะทำอะไรไม่ได้เลย’

เงินบำนาญมักเป็นปัญหาที่ร้อนแรงในฝรั่งเศส และคะแนนที่ต่ำกว่าของมาครงต่อเลอ แปง เมื่อเทียบกับปี 2017 หมายความว่าเขาไม่มีอำนาจแบบเดียวกันในการดำเนินการปฏิรูปที่เขาผลักดันเมื่อห้าปีก่อน แม้จะกลายเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกตั้งใหม่เป็นครั้งที่ 2 ภายในสองทศวรรษ 

“การเลือกตั้งของเขาเป็นทางเลือกโดยปริยาย เขาเสี่ยงที่จะเป็นเป็ดง่อยที่ต้องเผชิญกับความไม่พอใจทางสังคมครั้งใหญ่ หากเขาต้องการดำเนินการปฏิรูปที่ละเอียดอ่อน เช่น เงินบำนาญ” คริสโตเฟอร์ เดมบิก นักเศรษฐศาสตร์ของ Saxo Bank กล่าวกับรอยเตอร์

มีสัญญาณที่เป็นไปได้ของปัญหาที่รออยู่ข้างหน้า เขาได้รับการตักเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการปฏิรูปเงินบำนาญบนเส้นทางการหาเสียง ทำให้เขาต้องยอมรับขีดจำกัดที่พอจะรยอมรับกันได่ที่การเพิ่มอายุขั้นต่ำเป็น 64 ปี 

ฟิลิปป์ มาร์ติเนซ หัวหน้าสหภาพ CGT ที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสหภาพที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ได้เตือนมาครงแล้วว่าจะไม่มี “การฮันนีมูน” สำหรับเขา และเขาสามารถคาดหวังการประท้วงได้หากเขาไม่ถอนตัวจากแผนการปฏิรูปสวัสดิการโดยสิ้นเชิง

อีกประเด็นที่ผันผวนที่ต้องรับมือภายหลังการเลือกตั้งคือราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น

รัฐบาลของมาครงจำกัดราคาไฟฟ้าและเสนอส่วนลดราคาที่ปั๊มจนกว่าจะถึงหลังการเลือกตั้ง เขากล่าวในระหว่างการหาเสียง เขาจะปกป้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งตราบเท่าที่จำเป็น แต่ไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน

สิ่งที่ชัดเจนคือต้องมีการยกเลิกมาตรการที่มีต้นทุนที่ราคาแพงในบางจุด ในขณะเดียวกัน ฝ่ายนิติบัญญัติกล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร้องเรียนเรื่องราคาอาหารที่จำเป็นทุกประเภทที่พุ่งสูงขึ้น เช่น น้ำมันดอกทานตะวันที่ผลิตในยูเครน หรือข้าวและขนมปัง

ในปี 2018 ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้จุดชนวนให้เกิดความไม่สงบทางสังคมที่เลวร้ายที่สุดของฝรั่งเศส นับตั้งแต่นักเรียนปี 1968 ก่อจลาจลด้วยการก่อการลุกฮือที่เรียกว่า “เสื้อกั๊กเหลือง” ที่ก่อให้เกิดการหยุดชะงักเป็นเวลาหลายเดือนในกรุงปารีสและลามไปทั่วฝรั่งเศส

มาครงจึงต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวัง หากไม่ต้องการจุดชนวนระเบิดอีกครั้ง

เทอมแรกของเขาเต็มไปด้วยความผิดพลาดในด้านการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้เขาถูกมองว่าเย่อหยิ่งหรือทำเป็นโอ้โลมอย่างไม่จริงใจ ชาวฝรั่งเศสหลายคนเกลียดชังเขา ชายคนหนึ่งในเส้นทางการหาเสียงบอกเขาต่อหน้าว่าเขาเป็น “ประธานาธิบดีที่เลวร้ายที่สุดของสาธารณรัฐที่ห้า”

พันธมิตรทางการเมืองเตือนว่าเขาจะต้องปรึกษาฝ่ายนิติบัญญัติ สหภาพแรงงาน และภาคประชาสังคมให้มากกว่านี้ และเลิกใช้รูปแบบการปกครองจากบนลงล่างในสมัยแรกของเขา ซึ่งเขาเองได้อธิบายไว้อย่างสูงส่งว่า “เป็นแนวคิดอันล้ำเลิศ”

“เอ็มมานูเอล มาครงได้รับคำเตือนแล้วว่า คุณไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับทุกสิ่งจากระดับบน เขาไม่ใช่หัวหน้าบริษัท” ปาทริก วิกนัล สมาชิกสภานิติบัญญัติกล่าวกับรอยเตอร์ “เขาต้องยอมรับแนวคิดการเจรจา การปรึกษาหารือ”

Source – ANALYSIS-In troubled France, no honeymoon for re-elected Macron/Reuters 

Photo – REUTERS/Benoit Tessier TPX IMAGES OF THE DAY

เปิดบทสัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณแฉหมดเปลือกกับ Al Jazeera

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681349

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 16:44 น.เปิดบทสัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณแฉหมดเปลือกกับ Al Jazeera

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรอง ผบช.ภ.8 และอดีตหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา เปิดข้อมูลที่ไม่เคยเปิดดกับสื่อนอกมาก่อน

สำนักข่าว Al Jazeera สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ซึ่งขณะนี้กำลังลี้ภัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียโดยระบุว่าการสัมภาษณ์นี้เป็นครั้งแรกที่พล.ต.ต.ปวีณกล่าวหาบุคคลที่มี “เส้นสาย” ที่เหนียวแน่นที่สุดในประเทศไทยบางคนว่าขัดขวางกระบวนการการสืบสวนสอบสวน

ในการสัมภาษณ์ระบุว่าถึงแม้ พล.ต.ต.ปวีณจะได้รับคำสั่งให้สรุปผลการสอบสวนเรื่องการค้ามนุษย์ในคดีโรฮีนจาตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ พล.ต.ต.ปวีณก็พบอุปสรรคระดับสูง โดยพล.ต.ต.ปวีณเล่าว่า พนักงานสอบสวนบอกทีมว่าโดนสั่งระงับหลักฐานสำคัญโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง และยังพบหลักฐานสำคัญที่จะอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ แต่ถูกขัดขวางและว่ากล่าวอย่างรุนแรงจากข้าราชการการเมืองระดับสูงบางคน 

พล.ต.ต.ปวีณ เผยว่าการถูกสั่งย้ายไปจังหวัดภาคใต้ทำให้ตระหนักว่าตนเองกำลังถูกเอาชีวิต จึงบินไปออสเตรเลียและยื่นขอลี้ภัย Al Jazeera รายานว่านี่คือ “ตำรวจชั้นแนวหน้าที่ทำงานสอบสวนได้หลบหนีเอาชีวิตรอดและเขาต้องมาหาที่ลี้ภัยทางการเมืองในออสเตรเลีย” 

Al Jazeera รายงานว่า พล.ต.ต.ปวีณ จากไปอย่างเร่งรีบจนไม่มีเวลาบอกลาครอบครัวเลย เมื่อเขามาถึงออสเตรเลีย เขาแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย และรู้ว่าจะไม่สามารถทำงานเป็นตำรวจอีกแล้ว เขาทำงานในเรือนเพาะชำมาระยะหนึ่ง และตอนนี้เขาได้งานในโรงงานในเขตชานเมืองเมลเบิร์น รายงานระบุว่า พล.ต.ต.ปวีณ คือ “หนึ่งในตำรวจที่อาวุโสที่สุดของประเทศไทย และตอนนี้คุณกำลังใช้แรงงานแบบคนในโรงงาน” ในฐานะคนงานตอกหมุดเบาะที่นั่งรถยนต์

หนังในหลักฐานคำให้การที่พล.ต.ต.ปวีณ ใช้เป็นเอกสารยื่นขอลี้ภัยระบุ (ในภาษาอังกฤษ) ว่า “เขาบอกกับผมว่า กองทัพไม่พอใจอย่างมากที่ผมจับกุม พล.ท. มนัส คงแป้น ผมรู้สึกกลัวมากเมื่อผมรู้ข่าวนี้ แล้วยังทราบอีกครั้งว่านายกรัฐมนตรีโกรธผม ทำให้ผมกลัวต่อชีวิตอย่างมาก”

รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และบุคคลที่พล.ต.ต.ปวีณ อ้างถึงและกล่าวหาได้อยู่ในคลิปการให้สัมภาษณ์บางส่วนเป็นในภาษาไทยด้านล่างของเนื้อหาข่าวแล้ว

Al Jazeera ยังรายงานว่า พล.ต.ต.ปวีณ ให้สัมภาษณ์ถึงสองครั้งที่ออสเตรเลียด้วยโดยไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลที่พัวพันกับการสืบสวนจนนำไปสู่การลี้ภัยของเขา

แต่ล่าสุด พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์เปิดเผยชื่อบุคคลต่างๆ ที่เขากล่าวหาอย่างชัดเจนตั้งแต่ระดับสูงของฝ่ายตำรวจจนถึงบริหารของไทย ต่อไปนี้เป็นคลิปการสัมภาษณ์ซึ่งมีทั้งเนื้อหาภาษาไทยและอังกฤษ

รัสเซียลั่นสหรัฐ-นาโตวางแผนยั่วยุ-ใส่ร้ายรัสเซียคิดใช้นิวเคลียร์กับสังหารหมู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681344

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 15:33 น.รัสเซียลั่นสหรัฐ-นาโตวางแผนยั่วยุ-ใส่ร้ายรัสเซียคิดใช้นิวเคลียร์กับสังหารหมู่

สื่อของรัสเซียรายงานอย่างต่อเนื่องถึงการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียที่ระบุว่าสหรัฐและนาโตกำลังวางแผนเพื่อทำให้รัสเซียต้องกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก

สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า อิกอร์ คิริลลอฟ หัวหน้ากองกำลังป้องกันรังสี เคมี และชีวภาพของรัสเซีย กล่าวว่ากระทรวงกลาโหมของรัสเซียมีข้อมูลเกี่ยวกับสหรัฐฯ ที่กำลังเตรียมการยั่วยุเพื่อกล่าวหากองทัพรัสเซียว่าใช้อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ หรืออาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี

ตามข้อมูลของคิริลลอฟแผนดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อความสำเร็จของรัสเซียในการปฏิบัติการพิเศษ “ในเดือนมีนาคม-เมษายนของปีนี้เพียงเดือนเดียว ผู้นำของประเทศตะวันตกมักออกแถลงการณ์ยั่วยุถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะใช้อาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว TASS ยังรายงานว่า มิคาอิล มิซินเชฟ หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการการป้องกันประเทศของรัสเซีย เปิดเผยว่า หน่วยรบความมั่นคงแห่งยูเครน (SBU) และรบพิเศษของสหราชอาณาจักรกำลังวางแผนยั่วยุในเมืองลือซือชันสก์ (Lisichansk) คล้ายกับเหตุการสังหารหมู่ในเมืองบูชา (Bucha) ของยูเครน

มิคาอิล มิซินเชฟ กล่าวว่า หน่วยของยุเครนและสหราชอาณาจักร “กำลังเตรียมวิดีโอปลอมอีกอัน เพื่อจุดประสงค์นี้ (ใส่ร้ายรัสเซีย) ตัวแทนของสื่อมวลชนในยูเครนและตะวันตกได้มาถึงเมืองนี้ล่วงหน้าแล้ว โดยก่อนหน้านี้พวกเขาได้จัดทำภาพถ่ายและวิดีโอในบูชา” และจะนำออกเผยแพร่ในโลกตะวันตกในเร็วๆ นี้

มิซินเชฟกล่าวว่ารัฐบาลยูเครนจงใจสร้างเงื่อนไขให้เกิดการยั่วยุในวันอีสเตอร์เพื่อกระตุ้นคลื่นลูกใหม่ของกระแสเกลียดชังรัสเซียในยูเครนและต่างประเทศ 

มิซินเชฟยังกล่าวว่าหน่วยรบพิเศษของยูเครนเตรียมยั่วยุด้วยการใช้สารเคมีในเมืองท่าออแดซาเพื่อโยความผิดให้รัสเซีย และยูเครนยังอาจเป็นผู้ลงมือวางระเบิดที่ห้องเย็นในท่าเรือออแดซา เมื่อวันที่ 18 เมษายน ซึ่งมีถังบรรจุแอมโมเนียเก็บรักษาเอาไว้

สำนักข่าว TASS ยังรายงานด้วยว่า มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เขียนในช่อง Telegram ของเธอว่าตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมของรัสเซียเมื่อวันเสาร์ สหรัฐฯ และพันธมิตรนาโตได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนการยั่วยุในยูเครน 

“ข้อมูลที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมของรัสเซียที่เผยแพร่ในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลวอชิงตันด้วยการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรนาโตได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนการยั่วยุในยูเครน ซึ่งน่าจะโน้มน้าวให้ประชาคมโลกเชื่อว่า ‘รัสเซียกำลังใช้สารเคมีในการรบที่เป็นพิษและสารชีวภาพ'” ซาคาโรวาตั้งข้อสังเกต

ซาคาโรวาเน้นว่าแผนเบื้องต้นของรัฐบาลสหรัฐที่ใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเพื่อให้รัสเซีย “พิจารณาผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายในด้านความมั่นคงใหม่ทั้งหมด” ปรากฏว่า “มันไม่ได้ผล ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนไปใช้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาวุธทำลายล้างสูง (WMD) ในทางปฏิบัติ – กับเกมที่อยู่นอกเหนือ ‘เส้นสีแดง’” โฆษกหญิงกล่าว “หากเป็นเช่นนี้จะมีเหยื่อนับไม่ถ้วน และ (ชีวิต) แต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของนักยุทธศาสตร์อเมริกันในสำนักงานของทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศ และเพนตากอน และในจิตสำนึกของหุ่นเชิดของพวกเขาในรัฐบาลเคียฟ หากมันยังมีอยู่บ้าง” เธอกล่าวเสริม

Photo – State Emergency Service Of Ukraine in Odesa Oblast/Handout via REUTERS 

ครั้งแรก อิสราเอลเพิ่มเงินหยวนในทุนสำรอง-ลดถือดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681337

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 13:28 น.ครั้งแรก อิสราเอลเพิ่มเงินหยวนในทุนสำรอง-ลดถือดอลลาร์

ตอกย้ำความสำคัญของเงินหยวน เมื่อธนาคารกลางของอิสราเอลเพิ่มสกุลเงินของจีนในตระกร้าทุนสำรองของประเทศ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าธนาคารกลางอิสราเอล (Bank of Israel) ปรับยุทธศาสตร์การถือครองเงินตราต่างประเทศครั้งสำคัญ โดยเพิ่มเงินหยวนเข้าไปในทุนสำรวอของชาติสำรอง 206,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับเพิ่มสกุลเงินของแคนาดา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่นในตะกร้าเงินตราต่างประเทศด้วย ขณะเดียวกันธนาคารแห่งอิสราเอลก็กำลังเคลื่อนไหวเพื่อลดการถือครองเงินดอลลาร์และยูโร ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ด้านสำนักข่าว Silk Road Briefing รายงานว่า รองผู้ว่าการธนาคารแห่งอิสราเอลประกาศว่าจะลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐและเพิ่มเงินหยวนจีนลงในตะกร้าสำรองเงินตราต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารกลางของอิสราเอลถือครองเพียงดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และปอนด์อังกฤษเท่านั้น

ทั้งนี้ ทุนสำรองของของอิสราเองจะมีสกุลเงินของจีน 2% รวมกับ 3.5% ของดอลลาร์แคนาดาและออสเตรเลีย

ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์และยูโรรวมกันลดลง 9% หมายความว่าส่วนแบ่งของยูโรจะลดลงจาก 30% เป็น 20% และดอลลาร์สหรัฐเป็น 61% จาก 66.5%

จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่วนแบ่งเงินสำรองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกได้ตกลงสู่จุดต่ำสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ

Silk Road Briefing ชี้ว่า ธนาคารกลางอิสราเอลอาจจะคาดว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโรจะลดลง อาจเป็นผลมาจากการสูญเสียการค้าพลังงานกับรัสเซียหลังจากการคว่ำบาตรรัสเซีย และราคาพลังงานที่สูงขึ้นในเวลาต่อมาคาดว่าจะส่งผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้

Photo – REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

Sensitive Skin Awareness Month เดือนแห่งการบอกลาผิวแพ้ง่ายเพื่อผิวสุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681084

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 09:45 น.Sensitive Skin Awareness Month เดือนแห่งการบอกลาผิวแพ้ง่ายเพื่อผิวสุขภาพดี

เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังพบ 70% ของคนบนโลกกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพผิวอ่อนแอจากหลายปัจจัย เซตาฟิลชวนบอกลา 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายเพื่อผิวสุขภาพดี ผ่านแคมเปญ Sensitive Skin Awareness Month

หนึ่งในแบรนด์ที่คนผิวแพ้ง่ายบอบบางรู้จักกันดี ต้องมี เซตาฟิล (Cetaphil) ผู้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชั้นนำของโลก ที่ล่าสุดเดินหน้าภารกิจพิเศษเพื่อเสริมสร้างผิวสุขภาพดีเป็นครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก ผ่านแคมเปญ Sensitive Skin Awareness Month เพื่อให้ความรู้สู่สมการผิวสุขภาพดีตลอดเดือนเมษายนนี้

สุทธนา เผ่าไทย ผู้บริหารส่วนงานผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลสำรวจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาในกว่า 20 ประเทศจาก 5 ทวีปทั่วโลกว่า กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างที่เซตาฟิลได้ทำการสำรวจมีสภาพผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย และปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ผิว เซลาฟิล (Cetaphil) จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญ ‘Sensitive Skin Awareness Month’ ให้เป็นเดือนแห่งการรณรงค์เผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้บริโภคเพื่อบอกลาปัญหาผิวแพ้ง่าย

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวโน้มการเกิดสภาพผิวแพ้ง่ายจากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยเฉพาะจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หลากหลาย รวมทั้งการต้องเผชิญกับปัญหามลภาวะ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสภาพผิวทั้งสิ้น

แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะฉลาดเลือก แต่ก็อาจตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผิดพลาดได้ หากไม่รู้สภาพผิวของตนเอง ที่สำคัญพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีสภาพผิวที่แพ้ง่าย เซตาฟิล (Cetaphil) จึงพยายามสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ ด้วยการนำเสนอ 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายเพื่อให้ผู้บริโภคได้ดูแลผิวอย่างเหมาะสมที่สุด” นายสุทธนา เผ่าไทย กล่าว 

ทั้งนื้ แคมเปญ Sensitive Skin Awareness Month ที่จะจัดขึ้นโดยเซตาฟิล ประเทศไทยนั้น มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับที่จัดขึ้นในทุกประเทศ คือต้องการสร้างให้เป็นเดือนแห่งการให้ความรู้เรื่องผิวแพ้ง่าย ให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับสาเหตุและสัญญาณของผิวที่บอบบาง รวมถึงการดูแลผิวแพ้ง่ายให้ดีที่สุดและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระดับแนวหน้าของไทยและต่างชาติผ่านการสร้างสรรค์วิดีโอเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพผิวแต่ละประเภทโดยเฉพาะปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่ายแบบเจาะลึก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Real Change Real Skin ที่ชวนผู้ใช้จริงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมด 20 ท่าน ผ่านทาง Cetaphil Facebook fan page โดยให้คณะกรรมการคัดเลือก พร้อมรับผลิตภัณฑ์จาก Cetaphil ไปใช้ พร้อม Review ติดต่อกัน 7 วัน เพื่อบอกลา 5 สัญญาณผิวแพ้ง่าย กันไปเลย ซึ่งหลังจากจบกิจกรรมทั้งหมด 7 วัน บอกได้คำเดียวว่าเห็นผลจริง ทั้งยังได้ร่วมกับ Shopee สอดแทรกเคล็ดลับการดูแลผิวแพ้ง่ายพร้อมโปรโมชันพิเศษผ่านเฟซบุ้กไลฟ์ พร้อมมอบผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองผ่านกิจกรรมทางช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจากแฟนพันธุ์แท้ของ เซตาฟิล ‘เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในการดูแลผิวแพ้ง่ายด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริโภค” นายสุทธนา เผ่าไทย กล่าวถึงภาพรวมกลยุทธ์การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องในการดูแลผิวแพ้ง่ายที่เซตาฟิล ประเทศไทยสร้างสรรค์ขึ้น

บอกลา 5 สัญญาณผิวแพ้ง่าย เพื่อผิวสุขภาพดีแบบฉบับเซตาฟิล 

1. เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ (Weakened Skin Barrier) ผิวของเราทุกคนมีเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติอยู่ที่ผิวชั้นนอก แต่เมื่อผิวได้รับการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น ฝุ่น มลภาวะ สารเคมีจากผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือปัจจัยภายใน เช่น การพักผ่อนไม่พอ ความเครียด จะทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ผิวเกิดรอยรั่ว พวกสิ่งสกปรก แบคทีเรีย สารเคมีต่างๆ ก็เข้าไปรบกวนให้ผิวเกิดการระคายเคือง ส่งผลให้เรามีผิวแพ้ง่าย มีอาการผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยก่อนวัย หากไม่รีบแก้อาจเกิดเป็นปัญหาผิวเรื้อรัง ทั้งรักษายากและใช้เวลานานเลยทีเดียว

2. ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น (Dryness) เกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอลง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น แห้ง แตก ลอกเป็นขุย เกิดอาการตึงๆ ผิว ตามมาด้วยอาการคัน แสบผิว ผิวระคายเคืองง่าย หากปล่อยไว้อาจลุกลามกลายเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่รักษาได้ยาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์ สามารถช่วยเติมน้ำให้ผิว ฟื้นฟูผิวให้กลับมาชุ่มชื้นและแข็งแรงได้

3. ผิวไม่เรียบเนียน มีผดผื่น (Roughness) ผิวแห้ง มักตามมาด้วยอาการคัน เมื่อเราห้ามมือห้ามใจไม่ไหว ไปแกะเกา ผิวก็ลอกเป็นขุย เมื่อผิวถูกทำร้ายมากเข้าก็จะขึ้นปื้นแดงๆ ถ้าเกาต่อเนื่องปื้นแดงจะขยายบริเวณใหญ่ขึ้น เกิดผดผื่นตามมา ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน ขรุขระ และไม่น่าสัมผัส

4. ผิวทั้งแสบทั้งระคายเคือง (Irritation) สังเกตไหมว่า แค่ออกไปโดนแสงแดดนิดเดียว ทำไมผิวเราทั้งแสบ ทั้งระคายเคือง นั่นเป็นสัญญาณว่า เพราะผิวอ่อนแอ จึงถูกรังสียูวีจู่โจมทำร้าย ทำให้ผิวระคายเคือง ตามมาด้วยอาการแสบผิว รอยแดงบนผิวหน้า และหนักที่สุดถ้าไม่ป้องกันด้วยครีมกันแดดอยู่เสมอ ผิวอาจไหม้แดดได้ ซึ่งฟื้นฟูยากสุดๆ

5. ผิวแน่นตึง (Tightness) เกิดมาจากผิวที่ขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น ไม่จะเป็นว่าต้องเกิดขึ้นกับคนที่สภาพผิวแห้งเท่านั้น แต่ผิวมันก็ขาดน้ำได้ โดยจะมีความรู้สึกตึงผิว รู้สึกว่าหน้าแห้งมาก สำหรับผู้หญิงที่แต่งหน้าเป็นประจำ จะรู้สึกเลยว่า เครื่องสำอางไม่ติดผิว หลุดล่อนออกโดยง่าย จะแต่งกี่ลุคก็ไม่มั่นใจ

บอกลาผิวแพ้ง่าย ด้วย 3 STEP ง่ายๆ ดังนี้

STEP 1 ล้างหน้าให้สะอาดด้วย “คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน”

ทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้าและเย็นด้วย Cetaphil Gentle Skin Cleanser ล้างสิ่งสกปรกหมดจด ไม่แน่นผิว

• นวัตกรรม Moisturizing Film ล้างพร้อมล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำระหว่างวัน

• สร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ด้วยส่วนผสมจาก Glycerin และ Panthenol

• สูตร Non-comedogenic อ่อนโยน ปราศจากส่วนผสมของสบู่ ไม่ทำร้ายผิว ไม่อุดตันรูขุมขน

• ไม่พบสัญญาณผิวแน่นตึงหลังใช้ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์3,4,12

• 95% ของผู้หญิงทุกคนเห็นด้วยว่าใช้ Cetaphil Gentle Skin Cleanser แล้วรู้สึกผิวดีทันทีหลังล้างหน้า  

STEP 2 บำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วย “มอยส์เจอไรเซอร์”

บำรุงทั้งเช้าและเย็น ฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน หมองโทรม ให้กลับฟื้นคืนความสดใส เปล่งปลั่ง อิ่มน้ำด้วย Cetaphil Moisturising Cream ครีมบำรุงสำหรับผิวแห้ง-แห้งมาก และผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่มีปัญหาผิวพบว่าเกราะป้องกันเสียหายลดลงหลังจากใช้ได้ 3 วัน 21

• ฟื้นคืนเกราะป้องกันผิว เติมความชุ่มชื้นให้ผิวกลับมาชุ่มชื้นได้ภายใน 7 วัน

• ฟื้นบำรุงผิวถึงขีดสุดด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Sweet Almond Oil วิตามิน E และ B5สูตรเข้มข้นแต่ไม่เหนอะหนะผิวใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายอ่อนโยนต่อผิวบอบบางแพ้ง่ายปราศจากน้ำหอมและลาโนลินไม่อุดตันผิวไม่ก่อให้เกิดสิว

STEP 3 ปกป้องผิวตลอดวันด้วย “ครีมกันแดดสูตรบางเบาพิเศษ”

เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะตลอดวัน ช่วงกลางวันใช้ Cetaphil Sun SPF50+ PA++++ Light Gel  

• เนื้อเจลบางเบาพิเศษ (Light GEL) เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว

• สูตร Very Water Resistant กันน้ำ ทนเหงื่อ เหมาะสำหรับวันออกแดดจัด และการเล่นกิจกรรมทางน้ำ

• ค่า SPF 50+ PA++++ ปกป้องผิวได้สูงสุดยาวนานจากรังสี UVA และ UVB

• อ่อนโยนปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม สารกันเสีย และพาราเบน

ข้อมูลอ้างอิง

^ จากผลสำรวจการแนะนำผลิตภัณฑ์ของแพทย์ผิวหนังในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,532 คน พ.ย. 2562 โดย IQVIA ประเทศสหรัฐอเมริกา

*95% ของผู้หญิงไทยอายุระหว่าง 18-40 ปี (213 จาก 223 คน) เห็นด้วยว่ารู้สึกผิวดีทันทีหลังล้างหน้าด้วย เซตาฟิล เจนเทิล สกิน คลีนเซอร์ จากการสำรวจบนเว็บไซต์ tryandreview ประเทศไทย ระหว่างเดือน ธ.ค. 2562 – ม.ค. 2563 3 Data on file, Gladerma Laboratories L.P. CRLNJ2020-0498 4Data on file, Gladerma Laboratories L.P. 86-1308-74 12Data on file, Gladerma Laboratories L.P. MKG001

**จากการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครผู้หญิง จำนวน 50 ราย ระหว่างเดือน ก.ค. ถึง ส.ค. 2560 โดย Biometrix, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา

21Data on file, Gladerma Laboratories L.P. GLI.04.SPR.US10402

สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือไม่มั่นใจสภาพผิว สามารถตรวจสอบ 5 สัญญาณผิวแพ้ง่ายได้ที่ https://www.cetaphil.co.th/ หรือ https://www.facebook.com/CetaphilThailand

เซเลนสกีชี้รัสเซียคิดยึดครองประเทศอื่น หลังจากยูเครนอาจมีรายต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681318

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 10:58 น.เซเลนสกีชี้รัสเซียคิดยึดครองประเทศอื่น หลังจากยูเครนอาจมีรายต่อไป

ผู้นำยูเครนวอนประเทศต่างๆ อย่าวางตัวเป็นกลางเพราะอาจทำให้ตกอยู่ในอันตรายได้

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนกล่าวว่ารัสเซียต้องการยึดครองประเทศอื่น โดยชี้ว่าการรุกรานยูเครนอาจเป็นจุดเริ่มต้นของแผนขยายอำนาจของรัสเซีย

“ผมขอยืนยันในสิ่งที่ผมพูดมาหลายครั้งว่า การรุกรานยูเครนมีเจตนาที่จะใช้เป็นจุดเริ่มต้น พวกเขาต้องการยึดครองประเทศอื่น” เซเลนสกี้กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 เมษายน

เซเลนสกี กล่าวว่า “แน่นอนว่า เราจะปกป้องตัวเองเท่าที่จำเป็นที่สุดเพื่อทำลายความมุ่มั่นของสหพันธรัฐรัสเซีย” แต่เขายังได้ขอให้ประเทศต่างๆ ไม่วางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งเพราะพวกเขาอาจตกอยู่ในอันตรายได้ เขาบอกว่า “ประชาชาติทั้งหมดที่เชื่อในชัยชนะของชีวิตเหนือความตายต้องต่อสู้กับเรา เช่นเดียวกับเรา พวกเขาต้องช่วยเราเพราะเราเป็นคนแรกในคิว แล้วใครจะมาคนต่อไปล่ะ”

เซเลนสกีกล่าวว่า “หากใครก็ตามสามารถเป็นรายต่อไปอยากจะบอกว่าเป็นกลางในตอนนี้เพื่อที่จะไม่สูญเสียอะไร นี่คือการเดิมพันที่สุ่มเสี่ยงที่สุด เพราะคุณจะสูญเสียทุกอย่าง

ในวันที่ 24 เมษายน เซลนสกียังมีสุทรพจน์หลังการโจมตีที่เมืองออแดซา โดยเขากล่าวว่า “วันนี้ รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอีกครั้งที่ยูเครน ที่ออแดซา ณ ตอนนี้ มีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 18 คน คนธรรมดาที่สงบเสงี่ยม ในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเด็กหญิงอายุ 3 เดือน เธอข่มขู่รัสเซียอย่างไร? ดูเหมือนว่าการฆ่าเด็กเป็นเพียงความคิดระดับชาติใหม่ของสหพันธรัฐรัสเซียไปแล้ว”

เซเลนสกีเผยว่าขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงโดยเครื่องบินยุทธศาสตร์ของรัสเซีย จากบริเวณทะเลแคสเปียน ซึ่งยูเครนจัดการยิงขีปนาวุธสองลูกลงมาได้ แต่ขีปนาวุธอีกห้าลูกพุ่งเข้าใส่ “เมืองที่สงบสุข” รวมถึงบ้านอพาร์ตเมนต์ทั่วไป อาคารสูงธรรมดาๆ 

“เราจะระบุผู้ที่รับผิดชอบในการโจมตีนี้ทั้งหมด ผู้รับผิดชอบในการก่อการร้ายด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย ทุกคนที่ออกคำสั่งเหล่านี้ ทุกคนที่ปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านี้ ไม่มีใครจะสามารถซ่อนได้ ไม่ว่าเราจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ไอ้สารเลวเหล่านี้จะต้องรับผิดชอบต่อความตายทุกครั้งที่เกิดขึ้น” เซเลนสกี กล่าว

Photo – PRESIDENT OF UKRAINE  VOLODYMYR ZELENSKYY Official website

เจ้าชายหลุยส์ทรงเติบใหญ่ เผยภาพพระชนมายุครบ 4 พรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681319

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 11:31 น.เจ้าชายหลุยส์ทรงเติบใหญ่ เผยภาพพระชนมายุครบ 4 พรรษา

เจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ (Prince Louis of Cambridge) เป็นพระโอรสพระองค์ที่สองในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ กับแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

เจ้าชายวิลเลี่ยมแห่งสหราชอาณาจักรและแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาได้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์ 4 ภาพรูปของเจ้าชายหลุยส์พระโอรสองค์เล็ก เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมายุครบ 4 พรรษาของพระองค์

ภาพของเจ้าชายหลุยส์ ซึ่งมีพระชนมายุครบ 4 พรรษาในวันเสาร์ที่ 23 เมษายน ถ่ายโดยแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระมารดาของพระองค์ ในเมืองนอร์ฟอล์ก ทางตะวันออกของอังกฤษ และแสดงให้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเจ้าชายน้อย ขณะทรงถือลูกบอลคริกเก็ตและวิ่งไปตามชายหาด

ทั้งนี้เจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ทรงเป็นพระปนัดดาพระองค์ที่ 6 ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงอยู่ในลำดับที่ 4 ของการสืบสันตติวงศ์สหราชอาณาจักรตามขนบเดิม แต่ตามขนบใหม่ภายหลังการดำเนินการความตกลงเพิร์ธ (Perth Agreement) พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายอังกฤษพระองค์แรกที่ได้รับตำแหน่งต่อจากพระภคินี คือเจ้าหญิงชาร์ลอตต์แห่งเคมบริดจ์ ในสายการสืบราชสันตติวงศ์

Photo The Duchess of Cambridge/Handout

เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน ณ สตูดิโอโยคะไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุง ‘Atha Yoga Lifestyle Studio’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681283

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 14:30 น.เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน ณ สตูดิโอโยคะไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุง 'Atha Yoga Lifestyle Studio'

เช็กอิน Community แห่งใหม่สำหรับคนอยากมีสุขภาพดี ที่ Atha Yoga Lifestyle Studio สตูดิโอโยคะไลฟ์สไตล์ใจกลางสุขุมวิท จากความตั้งใจของคุณแพร-ณัชชา หมู่ธนะกิจภิญโญ

เมื่อความไม่สมบูรณ์แบบคือความสวยงามที่แท้จริง

ท่ามกลางความเร่งรีบของไลฟ์สไตล์คนเมืองย่านทองหล่อ สุขุมวิท ยังมีสถานที่เงียบสงบให้คนกรุงไปปรุงแต่งชีวิต เติมมุมสงบผ่อนคลายผ่านดีไซน์สะดุดตาด้วยความโค้งของฝ้าเพดานและผนังอาคารที่ออกแบบมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อที่ว่า “ความไม่สมบูรณ์แบบคือความสวยงามที่แท้จริง” ที่นี่คือ “Atha Yoga Lifestyle Studio”

Atha (อฐ)

รู้จักกับ Atha

สำหรับ Atha (อฐ) มาจากภาษาสันสกฤต ที่มีความหมายว่า “ณ เวลานี้” “ตอนนี้” ด้วยต้องการให้คนที่เข้ามาสัมผัสได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน คุณแพร-ณัชชา หมู่ธนะกิจภิญโญ ผู้ก่อตั้ง เล่าถึงความเป็นมาว่า จากการที่เราเป็นคนที่มีโครงสร้างกระดูกใหญ่ ตั้งแต่เด็กจนโตก็พยายามกับการลดน้ำหนักมาโดยตลอด เพราะยึดติดกับค่านิยมความสวยตามบรรทัดฐานของสังคมมากเกินไป แต่การลดน้ำหนักมากๆ ก็ เปรียบเสมือนเป็นการลงโทษและทำให้ตัวเองรู้สึกแย่

คุณแพร-ณัชชา หมู่ธนะกิจภิญโญ ผู้ก่อตั้ง Atha Yoga Lifestyle Studio

หลังจากได้รู้จักกับโยคะและฝึกฝนก็เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง โยคะทำให้เรียนรู้ในการยอมรับตัวเอง อยู่กับตัวเองในปัจจุบัน มีความสุขในแบบฉบับของตัวเองที่ไม่จำเป็นต้องทำตามค่านิยม จึงเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดสตูดิโอสอนโยคะเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของโยคะที่ทำให้เราเรียนรู้ตัวตนของเรา ซึ่งกลายเป็นที่มาของ Atha Yoga Lifestyle Studio แห่งนี้

การเรียนโยคะที่ Atha จะเน้นการเรียนในแบบที่เหมาะกับความต้องการของผู้ฝึก เน้นการรู้จักตัวตนให้มากยิ่งขึ้น และเข้าถึงจิตใจของตัวเองอย่างลึกซึ้ง โดยมีครูสอนโยคะที่มากด้วยประสบการณ์หลากหลายคน และจุดเด่นที่นับว่าสร้างความแตกต่างให้กับที่นี่ คือบริการที่ปรึกษา (consultation service) โดยครูโยคะผู้เชี่ยวชาญจะคอยให้คำแนะนำว่าแต่ละคนเหมาะกับการฝึกแบบไหน เป้าหมายการฝึกเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ฝึกได้รับการฝึกที่ตอบโจทย์กับตัวเองมากที่สุด

Atha Class

คลาสเรียนโยคะของ Atha จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ Private Class คือการฝึกตัวต่อตัวกับครู Semi-Private Class เป็นการฝึกร่วมกันกับเพื่อน 2-5 คน โดยจับกลุ่มกันเอง และ Group Class การเรียนแบบกลุ่ม

Private Class และ Semi-Private Class จะเป็นการฝึกที่เน้น Tailor-made class ครูผู้สอนจะดีไซน์คลาสให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ฝึกหรือเป้าหมายที่ผู้ฝึกตั้งไว้ เหมาะสำหรับผู้ฝึกที่มีความมุ่งมั่น ต้องการเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง เพราะโปรแกรมการสอนจะถูกออกแบบมาอย่างเข้มข้น

Group Class มาพร้อมกับคอนเซปต์ที่แปลกใหม่และแตกต่าง เริ่มตั้งแต่ชื่อของคลาสโยคะ ที่ไม่ได้เรียกตามรูปแบบของโยคะทั่วไป แต่นำเอา “Feel ความรู้สึก” มาตั้งเป็นชื่อคลาส เพราะเชื่อว่าร่างกายของคนเราในแต่ละวันจะมีอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป โดยแบ่งออกเป็น 4 Feels ด้วยกัน คือ Feel Calm, Feel Good, Feel Active และ Feel Sweaty ซึ่งแต่ละ Feel ผู้ฝึกสามารถเลือกฝึกได้ตามความต้องการของตัวเองในแต่ละวัน

โดยใน Group Class คือครูสอนโยคะแต่ละคนจะดีไซน์คลาสของตัวเอง ด้วยการนำท่าโยคะรูปแบบต่างๆ มาปรับเพื่อให้เหมาะสมในแต่ละ Feel ทำให้แม้จะฝึก Feel เดียวกัน แต่เรียนกับครูที่ต่างกัน ผู้ฝึกก็จะได้รับประสบการณ์การฝึกที่แตกต่างออกไป ซึ่งยังคงได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกนั้นๆ อยู่ ทำให้ รู้สึกสนุกและไม่น่าเบื่อ แม้จะไม่เคยฝึกโยคะมาก่อน

Sound Bath ศาสตร์บำบัดด้วยเสียง

Sound Bath

ถ้าพูดถึง Atha สิ่งที่เป็น Signature เลยของที่นี่คือคลาส Sound Bath ศาสตร์บำบัดด้วยเสียงหรือการนอนอาบเสียง ที่ใช้คริสตัล โบลว์ (crystal bowl) หรือพลังจากหินคริสตัลมาเป็นตัวช่วยการบรรเลง เสียงตัวโน้ตที่บรรเลงออกมาแต่ละตัวช่วยในการบำบัดความเครียด ทำให้การนอนหลับดีขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูจิตใจได้ดีอีกด้วย

โยคะเป็นศาสตร์ที่ทำให้คนได้ใกล้ชิดกับพื้นที่ ผ่านการรับรู้ทางสายตาและการสัมผัส การออกแบบสตูดิโอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกองค์ประกอบ และการตกแต่งภายใน ออกแบบมาเพื่อเสริมประสบการณ์การเล่นโยคะโดยเฉพาะ เน้นให้เกิดความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และปรับอารมณ์จากความวุ่นวายภายนอก ทำให้มีสมาธิมากขึ้น

ดีไซน์และการออกแบบ Atha Yoga Lifestyle Studio

จุดที่เป็นไฮไลท์ของสตูดิโอ คือทางเข้าห้องโยคะ จะได้พบกับเสน่ห์ของประตูทางเข้าที่มีดีไซน์เหมือนทางเข้าถ้ำ ใช้ลูกเล่นการซ่อนไฟที่พื้นห้องเพื่อให้เกิดทิศทางของแสงที่แตกต่างจากโถงด้านนอกเป็น Transition space ให้ผู้ฝึกได้ปรับอารมณ์ก่อนเข้าสู่พื้นที่เล่นโยคะด้านในได้ละทิ้ง ได้ปลดปล่อยความวุ่นวายจากข้างนอก เพื่อเตรียมชาร์จพลังได้อย่างเต็มที่

เมนูเพื่อคนรักสุขภาพของ Atha Cafe

Atha Yoga Lifestyle Studio ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ เพราะนอกจากจะได้ฝึกโยคะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ที่นี่ยังมี Atha Café คอยให้บริการเครื่องดื่ม อาหารว่าง สำหรับผู้ที่มาฝึกโยคะจะได้จิบชาหลังฝึกเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย โดยเมนูไฮไลท์ที่ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชอบมาก คือ โยเกิร์ต โบวล์ (Yogurt Bowl) ที่รับประทานคู่กับซอสราสเบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ ทำสดใหม่ทุกวัน โรยหน้าด้วยกราโนล่า เป็นเมนูที่อร่อย อิ่มท้อง และยังสุขภาพดีอีกด้วย

โดยความตั้งใจของ Atha คือต้องการที่จะเป็น Community สำหรับทุกคนที่อยากมีสุขภาพดี โดยมีโยคะเป็นสื่อกลาง และร่วมส่งต่อ message “Yoga for anyone” ให้โยคะเข้าถึงทุกคนได้ง่าย ใครๆ ก็เล่นได้ และเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิต

เพื่อตอบโจทย์ให้ทุกไลฟ์สไตล์สามารถเข้าถึงโยคะได้ง่ายขึ้น Atha จึงได้จัดโปรแกรม Atha Yoga Retreat ชวนคุณมาหลีกหนีความวุ่นวายจากตัวเมือง กลับคืนสู่ธรรมชาติที่ห้อมล้อมไปด้วยท้องทะเลอันแสนงดงามของเกาะมันนอก จังหวัดระยอง โดยงานนี้ Atha ปิดทั้งเกาะมันนอก เพื่อชวนคุณมาผ่อนคลายไปกับการฝึกโยคะริมทะเล ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Solace by the Sea” ให้ทุกโสตประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2565 นี้

สำหรับใครที่อยากรีชาร์จพลังงานบวกให้กับร่างกายและจิตใจต้องห้ามพลาดโปรแกรมพิเศษนี้ เพราะตลอด 3 วัน 2 คืน คุณจะได้อิ่มเอมไปกับการฝึกโยคะ ที่ทาง Atha ได้จัดเตรียมคลาสพิเศษที่ดีไซน์เพื่อให้ตอบโจทย์ 5 ประสาทสัมผัสของคุณ ได้แก่

– คลาสโยคะ Sunset Sight Flow คลาสฝึกโยคะท่ามกลางแสงยามเย็นในช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดิน ที่จะกระตุ้นโสตประสาทด้านการมองเห็น ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายและแสงที่สวยงามตาจะช่วยให้การฝึกโยคะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

– คลาสโยคะ Ocean Scent Breathing คลาสที่จะกระตุ้นโสตประสาทด้านกลิ่น สูดรับกลิ่นไอจากธรรมชาติแห่งท้องทะเลไปพร้อมกับการฝึกหายใจแบบ Ujjayi ตามศาสตร์ของโยคะ โดยจะเน้นการกระชับกล้ามเนื้อด้านหลังลำคอ เพื่อสร้างเสียงที่คลายกับคลื่นของมหาสมุทรในขณะที่หายใจ

– คลาส Sound bath และการฝึกโยคะนิทรา ที่จะช่วยกระตุ้นโสตประสาทด้านการฟัง ให้คุณนอนอาบเสียงจากคริสตัลโบลว์ ไปพร้อมกับการฟังเสียงคลื่นแห่งท้องทะเล เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างล้ำลึก และผ่อนคลายขั้นสุดที่จะช่วยให้การนอนของคุณหลับลึกอย่างสบาย

– กระตุ้นโสตประสาทด้านการสัมผัสไปกับ องค์ประกอบความสวยงามธรรมชาติพร้อมกับกิจกรรมและเวิร์กช้อปพิเศษ

– กระตุ้นต่อมการรับรส โดย Atha ได้ร่วมกับ El Mercado ที่มาช่วยเนรมิตให้ค่ำคืนของคุณเต็มไปด้วยอรรถรส กับกิจกรรมฝึกโยคะไปพร้อมกับจิบไวน์รสนุ่มๆ ในคลาส Wineyasa คลาสโยคะที่เน้นการฝึกสมาธิและการทรงตัว หลังจบคลาสเพลิดเพลินไปกับอาหารเมนูซิกเนเจอร์จากร้าน El Mercado ที่เตรียมทีมมาเสิร์ฟความอร่อยกลางเกาะมันนอกถึงสองวันเต็ม

พบกับคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพได้ที่ Atha Yoga Lifestyle Studio อาคารคอนโดมิเนียม Noble Remix ชั้น 2 ซอยสุขุมวิท 36 ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.athalifestyle.com

Facebook: Atha.Lifestyle

Instagram: @atha.lifestyle

Line Official Account: @athalifestyle

หรือโทรศัพท์ 065-638-5398

ช้อปรักษ์โลก Ecotopia ร่วมสร้างโลกที่ดีไปด้วยด้วยกัน ต้อนรับ Earth Day

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681167

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 07:20 น.ช้อปรักษ์โลก Ecotopia ร่วมสร้างโลกที่ดีไปด้วยด้วยกัน ต้อนรับ Earth Day

ต้อนรับ Earth Day วันคุ้มครองโลก Ecotopia แหล่งรวมสินค้าอีโค่แสดงจุดยืนเป็นคอมมูนิตี้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“Ecotopia” ที่สุดของแหล่งรวมสินค้าอีโค่สำหรับคุณ ครบครันหลากหลายเพื่อโลกที่ดีขึ้น เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค เปิดให้ทุกคนเข้ามาค้นพบและเลือกสรรได้ที่อีโค่โทเปียได้อย่างครบครัน จบในที่เดียวกว่า 300 แบรนด์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ทุกวันที่ 22 เมษายน เพื่อปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งอีโค่โทเปีย เป็นคอมมูนิตี้ที่แสดงจุดยืนในการร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อมมายาวนาน เป็นเมืองรวมผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย ณ Ecotopia ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

“เราสร้างโลกให้ดีขึ้นไปด้วยกัน” เป็นความตั้งใจที่ ECOTOPIA มุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเรา ด้วยการลดการสร้างขยะ เพิ่มการใช้ซ้ำ ทำความรู้จักกับธรรมชาติในมุมมองใหม่และสร้างคุณค่าของเหลือใช้ให้กลับมามีประโยชน์ขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งยังสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่ายๆ จบในที่เดียวอีกด้วย

ในการสร้างโลกให้ดีไปด้วยกันในยุคนี้ มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเพราะมีนวัตกรรมใหม่ๆมาให้ได้ทดลองใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย อาทิ NATEDE นวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศด้วยต้นไม้ โดยจุดเด่นที่ทำให้ไม่เหมือนใครคือ การใช้งานร่วมกับธรรมชาติได้ดีเยี่ยม เพราะสามารถปลูกต้นไม้ในกระถางพร้อมฟอกอากาศไปในตัว นอกเหนือจากมอบอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังสามารถตกแต่งมุมบ้านได้อย่างสวยงามอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องฟอกอากาศอีกมากมาย ทั้งแบบพกพา หรือตั้งไว้ในสถานที่ต่างๆ อย่าง SABAIDEE CARE เครื่องฟอกอากาศ รุ่น NAPHA IV นอกจากช่วยขจัดเชื้อโรคแล้วยังช่วยกรองฝุ่น กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกด้วย หรือจะแบบพกพาง่าย กระทัดรัด แบบ Aura Air Mini เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา สามารถตั้งโต๊ะทำงาน หรือไว้บนรถก็ได้

นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์โควิด19 ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ควรต้องมี อย่าง หน้ากากอนามัย, แอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งมีการพัฒนามีส่วนผสมที่ช่วยป้องกัน ปกป้องได้ยาวนาน อย่าง Disinfect & Shield (ดิสอินเฟ็กต์ แอนด์ ชีลด์) นวัตกรรมกำจัดและป้องกันแบคทีเรียและ

ไวรัสสุดล้ำแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา ป้องกันกำจัดแบคทีเรียไวรัสได้ถึง 99.99 รวมทั้งผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ไม่มีสารระคายเคืองเหมาะกับเด็กเล็กหลากหลายยี่ห้อมากมาย รวมไปถึงถุงขยะที่สามารถย่อยสลายได้ ของใช้ในครัวเรือน อย่างช้อนส้อมทำจากวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

อีกทั้งยังชวนมาสวยต้อนรับวันคุ้มครองโลกไปกับผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีความออร์แกนิค ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ มีทั้งบลัชออน ลิปสติก Maria TintedVegan มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นบำรุงริมฝีปาก, สบู่ก้อน Wavertree & London นำเข้าจากออสเตรเลีย มีให้เลือกถึง 35 ผลิตจากวัตถุดิบชั้นดีจากธรรมชาติ และมีครีมกันแดด ยาสระผม ครีมนวดผมออร์แกนิคอีกมากมาย

ตอกย้ำการให้ความสำคัญในวันคุ้มครองโลก “ECOTOPIA” จัดแคมเปญมอบโปรโมชั่นพิเศษกับ “ECOTOPIA EARTH DAY SALE PLANET WARRIORS” เอาใจสายรักษ์โลก ไม่ช้อป ไม่ได้แล้ว ลดสูงสุด 50% พร้อมรับคูปองท้ายบิลสูงสุด 200 บาท พิเศษ ช้อปครบ 2,500 บาท รับฟรี Disinfect&Shield มูลค่า 990 บาท และสำหรับลูกค้า VIZ Member ช้อปครบ 1,500 บาท รับ Coins X5 (รับสูงสุด 30 coins) ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2565

ECOTOPIA มอบความสะดวกสบาย ช้อปออนไลน์ง่ายๆ หลากหลายช่องทาง ผ่าน OneSiam SuperAPP, Shopee, Lazada หรือสามารถช้อปได้ที่ ECOTOPIA ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Ecotopia Thailand