เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681292

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ที่ห้างเซ็นทรัล 7 วัน 7 สาขา 7 สีสัน

ห้างเซ็นทรัล ชวนเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์

กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสุดฮิตในช่วงหน้าร้อนนี้ เมื่อห้างเซ็นทรัล จัดแคมเปญสาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูลท้าลมร้อนกับ “Central Endless Summer” ในคอนเซ็ปต์สุดครีเอท “ความสนุกบนเส้นทางแห่งสีสันที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เปิดประตูต้อนรับซัมเมอร์ด้วยสินค้าแฟชั่นเทรนด์ใหม่ล่าสุด พร้อมเนรมิตไฮไลต์สุดปังของปี กับการตกแต่งห้างด้วยสีสันตามวัน “7 สาขา 7 สีสัน” ที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ไม่ว่าจะเป็น ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, พระราม 2, ชิดลม, เวสต์เกต, ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เพื่อให้ได้ไปเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง พร้อมระดมทัพเสิร์ฟสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอิ่มอร่อยไปกับเมนูคลายร้อนตลอดซัมเมอร์นี้ที่ห้างเซ็นทรัล ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด

Red Sunday ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์

เริ่มต้นความสนุกแรกกับจุดเช็กอินไฮไลต์สุดปัง วันอาทิตย์ “สีแดง” แลนด์มาร์กแห่งสีสันใจกลางกรุงเทพฯ ที่ห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ สะดุดทุกคู่สายตาด้วยด้วยสติ๊กเกอร์บอมม์สีแดงสุดชิคติดอยู่ทั่วทั้งหน้าห้างให้ได้แวะไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าไปในห้าง ก็ยังเต็มไปด้วยสีแดงแรงฤทธิ์ของโครงเสาสีแดง และพรมเรียกว่าเป็น ออลล์เรดดิสเพลย์ (All red display) จนต้องแวะโพสต์ถ่ายรูปลงโซเชียลอวดสีสันรับหน้าร้อน

Yellow Monday ห้างเซ็นทรัล บางนา

สดใสซาบซ่ากันต่อกับวันจันทร์ “สีเหลือง” ที่ห้างเซ็นทรัล บางนา กับการตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา เพิ่มความว้าวด้วยการตกแต่งบริเวณทางเดินยาวกลางห้างชั้น 1 ด้วย “Endless Long Dinner / Long Table” โต๊ะอาหารสุดเก๋ ชวนให้เพื่อนฝูงมาร่วมสังสรรค์ในวันพิเศษ และช้อปปิ้งไม่มีวันหยุด ด้วยสีเหลืองที่สื่อถึงแสงแดดสดใสในช่วงฤดูร้อน รอให้ทุกคนมาเช็คอิน

Pink Tuesday ห้างเซ็นทรัล พระราม 2

สายหวานห้ามพลาดกับ วันอังคาร “สีชมพู” ต้องมาเช็คอินที่ ห้างเซ็นทรัล พระราม 2 ที่มาในโทนสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง! ทั่วห้าง ติดตลกหักมุมไม่ให้เลี่ยนด้วยของตกแต่งที่ไม่เข้ากับความหวานแหวว แต่เป็นเอกลักษณ์ของถนนพระรามสอง ที่การจราจรแน่นขนัด แต่ซัมเมอร์นี้ห้างเซ็นทรัลจะขอเปลี่ยนบรรยากาศรถติด ให้กลายเป็นความสนุก ด้วยการยกสัญลักษณ์และสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น ป้ายจราจร รถบรรทุก แบริเออร์ กรวยยาง และสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น จับมาย้อมเป็นสีชมพู

Green Wednesday ห้างเซ็นทรัล ชิดลม

เข้าสู่กลางสัปดาห์กับ วันพุธ “สีเขียว” ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งต้นไม้นานาพันธุ์ ที่จะมอบความสดชื่นช่วงซัมเมอร์ กับการยกต้นไม้จริงมาประดับภายในห้างเซ็นทรัล ชิดลม ผสมเข้ากับงานหวาย งานไม้ ให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย พร้อมดื่มด่ำกับไฮไลต์บริเวณโถงกลางห้าง ที่ตกแต่งเต็มพื้นที่ไปด้วยไม้ใบและไม้ประดับ เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางห้างเขียวกลางใจเมือง ให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งอย่างอารมณ์ดี นอกจากนี้ บริเวณหน้าห้างกลางสี่แยกชิดลม ยังโดดเด่นมีเอกลักษณ์กับไลต์บ็อกซ์ภาพถ่ายคุณผู้หญิง

เปรี้ยวจี๊ดจัดจ้าน ที่ใครเห็นเป็นต้องยกมือถือเก็บภาพเก๋ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นสีเขียว (Green Looks) อีกหนึ่งสีที่ฮอตที่สุดของซัมเมอร์นี้!

Orange Thursday ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต

แซ่บกันต่อที่ ห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต กับ วันพฤหัสบดี “สีส้ม” สีแห่งความสนุกและการผจญภัย รวมถึงยังเป็นชื่อของผลไม้ “ส้ม” เพียงหนึ่งเดียวของสีในสัปดาห์ ต่อยอดกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์แสนเก๋ พร้อมขบวนพาเหรด “Orange Fruit Salad” ที่จับผลไม้นานาชนิดย้อมสีส้มสดใส ตกแต่งทั่วห้าง รวมทั้งยังมีเสาผลไม้สีส้ม เสมือนตัวแทนของซัมเมอร์และความสดใส

Blue Friday ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

สบายตาไปกับ วันศุกร์ “สีฟ้า” ฟิน..ไปกับบรรยากาศท้องฟ้าและท้องทะเล ที่ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยไฮไลต์เด็ด กับการยกเรือจำลอง อันเป็นซิกเนเจอร์ของ จ.สงขลา มาตั้งไว้ที่กลางโถงของห้างให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายแห่งเมืองใต้ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษรับลมร้อน ด้วยการให้ทุกคนได้ขึ้นไปถ่ายรูปบนเรือชิคๆ เสมือนล่องทริปบนท้องทะเลใต้แบบทิพย์!

Purple Saturday ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์

ปิดท้ายกันที่ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ กับคอนเซ็ปต์ วันเสาร์ “สีม่วง” พบกับความโรแมนติกน่าค้นหาที่มาพร้อมลวดลายเรขาคณิตสุดโมเดิร์น โดยเนรมิต ให้กลายเป็นคาเฟ่แสนน่ารักรับช่วงซัมเมอร์ ที่บอกเลยว่าถูกใจคนรักสัตว์ เพราะสาขานี้ทุกท่านสามารถพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นกันแบบชิลล์ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบร้านกาแฟที่นั่งสบายๆ หยุดยาวนี้มาเที่ยวพร้อมเช็คอินเก๋ๆ

ปักหมุดเช็คอินถ่ายรูป 7 สาขา 7 สีสันกันไปแล้ว ห้ามพลาด! มาช้อปปิ้งแบบคัลเลอร์ฟูลเพิ่มความสนุกให้กับซัมเมอร์นี้กันต่อกับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ชวนไปสนุกกับการช้อปปิ้งรับลมร้อนที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย พร้อมชวนมาลิ้มลองเมนูอร่อยๆคลายร้อนที่ LOFTER (ลอฟท์เตอร์) ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม สุดยอดแหล่งรวมร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังอายุมากกว่า 30 ปี ทั่วไทย ที่ถูกปากฟู้ดเลิฟเวอร์กว่า 30 ร้าน ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการกินอาหารผ่านโซนต่างๆ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับ Local Legend ไปจนถึงอาหารจานเดียว ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารทอด ของว่าง ของหวานท้องถิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย และพิเศษสุดกับ “Yummy Summer” เสิร์ฟดีลรับซัมเมอร์กับเมนูของหวานคลายร้อนกว่า 20 เมนู ที่นำผลไม้ยอดฮิตหน้าร้อนอย่างมะยงชิด, มะม่วง และแตงโม มาครีเอทเป็นเมนูสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงทรีโอ้, มะยงชิดม้าฮ่อ, มะยงชิดมิลค์เชค, มะยงชิด – ยูซุ ซอร์เบท, กินรีซอร์เบท, ไอศกรีมกะทิอกร่องทวาย ที่รอให้คุณได้มาลิ้มลอง พร้อมโปรโมชั่นสุดว้าว เพียงรับประทานอาหารครบ 200 บาท รับ 1 แสตมป์ และสะสมแสตมป์ตามที่กำหนดเพื่อแลกของพรีเมี่ยมสุดแสนน่ารัก (จำนวนจำกัด) พร้อมกิจกรรมสุดปังถ่ายรูปฟรี ที่ Photo Booth เพียงลูกค้ารับประทานอาหารครบ 200 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 65 – 30 เม.ย. 65 ที่ LOFTER ชั้น 7 เซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2793 7070 หรือ LINE: @happylofter

ไปช้อปมันส์ เช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับ “7 สาขา 7 สีสัน” สาดความสุขสุดคัลเลอร์ฟูล พร้อมช้อป ชิม แบบฟินๆ ตลอดซัมเมอร์ กับ “CENTRAL ENDLESS SUMMER” ตั้งแต่วันนี้ – 28 เม.ย. 65 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central App, Central Chat & Shop, Call & Shop Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือที่ Facebook Fanpage หลักของห้างเซ็นทรัล ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/681168

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 07:40 น.ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก

เซ็นทรัล ชลบุรี ชูของดีเมืองชล มนต์เสน่ห์ตะวันออก ในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” เริ่ม 29 เม.ย. – 5 พ.ค.นี้

กินเที่ยวช้อปงานเดียวได้ครบ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา จัดงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” โปรโมทของดีประจำจังหวัด นำเสนอเสน่ห์แห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งผลิตผลทางการเกษตร สินค้าแปรรูป สินค้าหัตถกรรมของดีของจังหวัด พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัด มาดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินสะพัด กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สะท้อนบทบาทการเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย และเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริงภายใต้วิสัยทัศน์องค์กร Imagining better futures for all

เตรียมอิ่มอร่อยกับของดีของเด็ด และของใช้ต่างๆที่ขึ้นชื่อมากมายของจังหวัดชลบุรีที่รวมมาไว้ในที่เดียว ภายในงาน “เทศกาลชลบุรีขนมดี ซีฟู๊ดเด็ด Taste of CHONBURI 2022” ละลานตากับบูธจำหน่ายสินค้าและอาหารเลิศรสกว่า 30 บูธ อาทิ ร้านเกี๊ยวบางทราย อร่อยเน้นเต็มคำกับเกี๊ยวทรงเครื่อง ต้นตำรับบางทรายเจ้าแรกของจังหวัด, ร้านแกละไอศครีม เจ้าดังเมืองชล ไอศครีมรวมมิตรกะทิสดขึ้นชื่อ อัดแน่นด้วยลอดช่องตัวโต ขนุนเนื้อแน่น ในเนื้อไอศครีม หอมหวานอร่อย, ขนมกุยช่ายเจ๊ผ่อง (เกาะขนุน) ของดีเมืองชล แป้งบาง ไส้แน่น น้ำจิ้มรสเด็ด, ขนมจีนน้ำยาปูเนื้อแน่นสุดฟิน จากร้านเชฟ เอริน, เต้าหู้ฟูกับข้าวแช่ จากร้าน Down to The Earth

ต่อด้วยช้อปสินค้าของดีเมืองชลบุรี อาทิ จักสานชุมชนหลากหลายสไตล์จากพนัสนิคม และแฟชั่นฮิตช่วงซัมเมอร์อย่างสินค้าผ้ามัดย้อม จากร้านครามฮัก เป็นต้น เพลิดเพลินกับการตกแต่งงานอย่างสวยงามสไตล์ตุรกี สีสันสดใสเพิ่มอารมณ์ในการช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้น พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2565 ลานกิจกรรม ชั้น 1 (ทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ) และกิจกรรมสุดพิเศษ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2565 ร่วม Workshop เมนูเค้กข้าวหลาม กับเชฟบีม ภวินวัชร์ จาก Top Chef Thailand เจ้าชายขนมหวานคนแรกของประเทศไทย โดยได้เน้นย้ำคุมเข้มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยของทุกคนตลอดงาน

อัพเดทกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ที่เรานำมามอบให้คนชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้ที่ Facebook: Central Chonburi

ชวนสร้าง Summer inspiration เมื่อเซ็นทรัลเปลี่ยนศูนย์การค้าเป็น Art Exhibition

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680958

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.ชวนสร้าง Summer inspiration เมื่อเซ็นทรัลเปลี่ยนศูนย์การค้าเป็น Art Exhibition

‘Blooming Summer 2022’ ชวนสัมผัสงานศิลป์ในโลกแห่งจินตนาการของสวนดอกไม้หน้าร้อน ฝีมือ 3 อาร์ติสไทย นำโดย ปรางค์-วิภาลักษณ์, ปอม-ชาน ธัชมาพรรณ และ สกุล อินทกุล เปลี่ยนศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศให้เป็น Art Exhibition เริ่มแล้ววันนี้ – 31 พ.ค. 65

เข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ที่ร้อนระอุแล้ว หลายคนคงมองหาสถานที่สำหรับพักผ่อน เพื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศของความสดชื่นเบิกบานคลายร้อนได้อย่างเต็มที่ เซ็นทรัลพัฒนา ขอชวนคนไทยออกมาใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนนี้อย่างมีความสุข ด้วยการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็น Space แห่งการใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อน สร้าง Summer inspiration ด้วยไฮไลท์อีเว้นท์ที่สนุกครบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สร้างความสุขให้คนไทยทุกปี ด้วยการตกแต่งพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลผสานงานศิลปะจากฝีมือ 3 อาร์ติสดังของไทยที่มี Identity ที่แตกต่าง มาร่วมดีไซน์ให้พื้นที่ศูนย์การค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การออกมาใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อนของทุกคนที่ออกมาทานอาหารนอกบ้าน เดินช้อปปิ้ง และเช็คอินถ่ายรูปกับ Instagrammable spot ในบรรยากาศสวนดอกไม้สุดตระการตา สะท้อนวิสัยทัศน์องค์กรในการเป็น Imagining better futures for all ตอกย้ำความเป็น Place maker ที่ต้องการเป็นมากกว่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กซัมเมอร์ดีที่สุดของทุกคน

เซ็นทรัลเวิลด์ ใน Concept “The Blooming House” โดย ปราง วิภาลักษณ์ ศิริพลานนท์ Graphic designer และ illustrator

ผู้หยิบรูปทรงเลขาคณิต และมาต่อเติมเป็นโครงสร้างสารพัดนึกที่ได้แรงบันดาลใจจากการคาแรคเตอร์ของเซ็นทรัลเวิลด์ที่เป็นเดสติเนชั่นใจกลางเมืองที่รวมไลฟ์สไตล์หลากหลายของผู้คนทุกรูปแบบ สะท้อนสีสันของการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างชัดเจน เปรียบเสมือน Greenhouse (กระจกโรงเรือน) โดยหยิบยกเอาดอกไม้มาเป็นองค์ประกอบในรูปทรงต่างๆ เพื่อให้ผู้คนสามารถสัมผัสบรรยากาศของสวนดอกไม้ที่เป็นโรงเรือนใหญ่ แบ่งเป็น 4 จุดแลนด์มาร์ค ที่จะมาสร้างความแปลกใหม่ อาทิ

· Sky walk โซน GROOVE ทางเข้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสกับดอกไม้นานาชนิดที่มีลูกเล่น ซึ่งส่วนตัวเป็นคนสนุกและชอบการจัดระบบเลเยอร์ในโปรแกรม เพราะมันช่วยให้เราเห็นมิติของภาพมากขึ้นและสามารถมองทะลุข้ามผ่านได้จริง

· Central court Inspired มาจากบาลานซ์ซิ่งโมบาย ที่ดูไม่สมดุล แต่เราสามารถทำให้สมดุลได้ ด้วยตำแหน่งการวางอาจไม่ตรงกัน แต่ถ้ามองรวมๆแล้วมันบาลานซ์กันได้ทุกมุม เช่น เดินขึ้นบันไดเลื่อนแล้วสามารถมองเห็นดอกไม้ที่บานแล้ว ถ้ามองจากข้างบน ก็จะเห็นความเปน Blooming summer ในห้องโถงกลาง Greenhouse

· Becon3 หยิบยกดอกไม้หลากหลายชนิดตามจินตนาการ มาผสมผสานกันในรูปแบบกราฟฟิก เช่น ดอกโคลัมไบน์ หมายถึง ความสำเร็จ , ดอกแองเจลิก้า จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ , ดอกโครคัส หมายถึง การปรับเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น , ดอกเยลโลทิวลิป เป็นตัวแทนของคนที่มีรอยยิ้มที่สดใส มาช่วยเพิ่มความสดใส เบ่งบาน ทำให้บรรยากาศของคนกรุงเทพนั้นกลับมาสีสันอีกครั้ง

· Window display บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการดีไซด์แบบให้มีขนาดใหญ่พิเศษกว่าปกติ จุดประสงค์เพื่อ ให้ผู้คนสามารถถ่ายรูปได้ให้เหมือนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศในสวนจริงอีกด้วย

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ใน Concept “FlowerVerse ” โดย ปอม-ชาน ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง Illustrator สาวอาร์ตคนเก่ง ที่ค้นพบตัวตนและความสุขจากการขีดเขียนวาดลายเส้นจนมีผลงานระดับโลกมากมาย ครั้งนี้เธอเชิญชวนให้ทุกคนมาหลบแดดคลายร้อนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ กับเมืองดอกไม้หน้าร้อนแห่งจินตนาการ เป็น Hybrid ที่เพิ่มความแปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจ โดยผสมผสานระหว่างดอกไม้หลากหลายชนิด กับโลกเสมือนจริง กลายเป็นดอกไม้พรรณใหม่ เปิดโลกซัมเมอร์ในจิตนาการที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ่ายทอดการเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่หากใครเข้ามาที่เมืองดอกไม้ยักษ์นี้ก็จะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส และสนุกไปกับเหล่าคาแร็คเตอร์สุดน่ารัก ตัวแทนแห่งความสุขในเมืองไม่ว่าจะคุณผีเสื้อแองเจลลิก้า ที่คอยผสมเกสรให้ดอกไม้แต่ละดอกออกมาน่ารัก, คุณแมลงเต่าทองโกลด์โทเทิล และ คุณโซเดียร์ ที่คอยดูและเอ็นเตอร์เทนเหล่าดอกไม้ สร้างเสียงเพลงให้เมืองสดใส รวมถึงคุณพิกซี่ แมวน้อยจอมซนที่ค่อยวิ่งเล่นจุดแสงให้เมืองสว่างสดใส และกับคุณมิยาซาว่า กระต่ายรักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลทุกคนในที่แห่งนี้

โดยผลงานดอกไม้ที่ออกแบบจะเป็น Oversize เหนือจริง และให้ผู้คนสามาถเข้าถึงและ interact โดยใช้รูปทรงของแจกัน ที่มีรูปทรงโมเดิร์น ให้คนสามารถเดินเข้าไป ถ่ายรูป นั่งพักผ่อนได้

เซ็นทรัลวิลเลจ และเซ็นทรัลภูเก็ต ใน ‘Concept The Vertical Lotus Ponds’ โดย สกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้ผู้มีชื่อเสียงระดับสากล ที่หลงใหลในศิลปะและความงามของดอกไม้ไทย ชวนทุกคนมาดื่มด่ำศิลปะอัตลักษณ์ร่วมสมัย โดยการนำดอกบัวที่เป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม ความบริสุทธิ์ และความเจริญทางสติปัญญา ซึ่งเป็นตัวแทนของการ Enlightenment (การตื่นรู้เบิกบาน) เป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาผสานในรูปแบบ Contemporary installation art ด้วยแรงบันดาลใจที่ผสมผสานความ Traditional ของดอกไม้ไทยเข้ากับความร่วมสมัย โดยนำเครื่องแขวนอุบะมาใช้เป็นองค์ประกอบในการดีไซน์ และได้ปรับมุมมองให้เป็นแบบ Vertical เพื่อเกิดทัศนวิสัยน์ใหม่ ไฮไลท์ในครั้งนี้คือ

· สายน้ำ เปรียบเสมือนสภาวะแวดล้อมที่สะพรั่ง น้ำ ดินอุดมสมบูรณ์ เพื่อเอื้อต่อการกินดีอยู่ดี ความสมบูรณ์ของแผ่นดิน

· ดอกบัว สระบัว ใบบัว สัญลักษณ์แทนความเจริญ เห็นพร้อมด้วยปัญญาและจิตวิญญาณ แห่งความมีปัญญา ทำให้สังคมไทยขับเคลื่อนได้อย่างมีความ เมตตาธรรม เอื้ออาธรต่อกัน วัฒนาสถาพรอย่างทุกวันนี้

· งานประดิษฐวัฒนธรรมดอกไม้สดของไทย ตนเองได้นำดอกไม้มาดีไซน์แบบร่วมสมัย ซึ่งทำให้เห็นถึง วัฒนธรรมการประดิษฐ์ดอกไม้สด ที่มีความละเอียด ประณีตของชนชาติไทย อันมีเอกลักษณ์ในหนึ่งเดียวของโลก โดยสกุลได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับงานนี้ คืออยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับเยาวชน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของกับงานศิลปะร่วมสมัยชิ้นนี้

ตามมามาร่วมสัมผัสโลกแห่งจินตนาการของสวนดอกไม้หน้าร้อน “Blooming summer 2022” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 35 สาขา ทั่วประเทศ ตอกย้ำแลนด์มาร์กซัมเมอร์ที่ดีที่สุด ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 พ.ค. 2565

‘โรคต้อกระจก’ ดวงตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/681090

วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 10:10 น.'โรคต้อกระจก' ดวงตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ

ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร? ส่องอาการเบื้องต้นที่เป็นสัญญาณของโรค พร้อมอัพเดทวิธีการรักษาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา

ทำความรู้จักโรคต้อกระจก ตามัวในผู้สูงอายุ

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตามัว หรือเห็นแสงแตกกระจายในขณะขับรถ ถึงแม้จะใส่แว่นหรือคอนเทคเลนส์ก็ไม่หาย คุณอาจมีภาวะต้อกระจก ที่เกิดจากภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา พบมากในผู้สูงอายุ และยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิด ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดทำให้สายตากลับมาดีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม โรคต้อกระจก ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกคน ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดในรายที่เลนส์แก้วตาขุ่น มัว เป็นฝ้า บดบังการมองเห็น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เพราะฉะนั้นหากแพทย์แนะนำให้รับการผ่าตัดต้อกระจก ก็ควรรีบเข้ารับการรักษา เพราะหากปล่อยไว้นาน ตาจะมัวลงจนถึงขั้นมองไม่เห็น และต้อกระจกจะแข็งมาก ทำให้การผ่าตัดยากและต้องเปิดแผลใหญ่ขึ้น

พญ.ชุณหกาญจน์ เพ็ชรพันธ์ศรี จักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา ศูนย์ตา โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องประสบปัญหาโรคต้อกระจก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักมีสาเหตุมาจากการเสื่อมไปตามวัย ซึ่งพบได้มากในปัจจุบัน พร้อมอธิบายถึงวิธีการสังเกตความผิดปกติไปจนถึงขั้นตอนเข้ารับการรักษา

อาการเบื้องต้น

• ตามัว มองเห็นไม่ชัด แม้จะเปลี่ยนแว่นสายตาก็ไม่ชัด

• มองเห็นภาพเป็นเงาซ้อน

• มองเห็นแสงไฟกระจายแตกเป็นแฉก

• มองเห็นสีต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิม

• มีฝ้าขาว บริเวณกลางรูม่านตา

อาการเหล่านี้ คือสัญญาณของโรคต้อกระจก สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วเปลี่ยนใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน โดยเลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีวันหมดอายุ ดังนั้น เรามาทำความรู้จักโรคต้อกระจกกันเถอะ

ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร

“โรคต้อกระจก” คือ ภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนสูงอายุ เกิดจากการเสื่อมไปตามวัย โดยพบว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุ 60 ปี จะเป็นต้อกระจก

สาเหตุ

· เกิดจากภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตาที่เสื่อมไปตามวัย เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนสูงอายุ

· เกิดได้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิด สาเหตุอาจเกิดจากพันธุกรรม การติดเชื้อบางชนิด หรือบางรายเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ

· เกิดจากผลแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ และเบาหวาน

· เกิดจากการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์

· เกิดจากอุบัติเหตุ ที่ได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา

การรักษา

ในปัจจุบันยังไม่มียารับประทาน หรือยาหยอดตาที่ใช้ป้องกัน และรักษาต้อกระจกให้หายได้ แต่การรักษาต้อกระจกทำได้โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ โดยเลนส์แก้วตาเทียมเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้เป็นการถาวร ไม่มีวันหมดอายุ หรือไม่ต้องคอยเปลี่ยนใหม่เมื่อเวลาผ่านไป เลนส์แก้วตาเทียมมีหลายชนิดที่เหมาะสมในคนไข้แต่ละราย และมีความปลอดภัยสูง

การผ่าตัดต้อกระจกมี 2 ประเภท ได้แก่

1. การผ่าแผลเล็กหรือการสลายต้อกระจก (Phacoemulsification) การผ่าตัดวิธีนี้ จักษุแพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงมาทำให้เนื้อเลนส์แก้วตาสลายเป็นชิ้นเล็กและดูดออก จากนั้นใช้เครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กสอดผ่านแผลผ่าตัดเข้าไปในลูกตา ทำให้มีแผลผ่าตัดเพียง 3 มิลลิเมตร ผู้ป่วยจึงหายเร็วขึ้น สายตาชัดเร็วขึ้น ระยะพักฟื้นสั้นลง และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

2. การผ่าแผลใหญ่หรือการผ่าต้อกระจก (Extracapsular Cataract Extraction หรือ ECCE) การผ่าตัดวิธีนี้มีการเปิดแผลใหญ่กว่า 10 มิลลิเมตร เพื่อคีบเอาเลนส์ออกมาทั้งชิ้น ทำให้ดวงตามีการกระทบกระเทือนมากกว่า ต้องพักฟื้นนานกว่า แต่ทั้งสองวิธีสามารถใช้เลนส์เทียมเข้าทดแทนเลนส์เดิมที่ผ่าออกมาได้

หากไม่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจกจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อปล่อยให้ต้อกระจกสุกเต็มที่ (Mature Cataract) จะทำให้เลนส์ตาแข็งตัวมาก จนกระทั่งไม่สามารถใช้เทคนิคการผ่าแผลเล็กหรือการสลายต้อกระจกได้ จะต้องทำการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่แทน ถ้าต้อกระจกสุกเต็มที่จนกระทั่งถุงหุ้มเลนส์แตก อาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงของดวงตาได้ และถ้ารักษาไม่ทัน อาจทำให้ตาบอดได้เช่นกัน

การเลือกใช้เลนส์แก้วตาเทียม

1. เลนส์มาตรฐานระยะเดียว (Monofocal IOL) เป็นเลนส์ที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการมองไกล ทำให้ผู้ป่วยมองไกลได้ชัดขึ้น แต่ในเวลามองใกล้ เช่น อ่านหนังสือ อาจต้องใส่แว่นมองใกล้เพิ่ม

2. เลนส์หลายระยะ (Multifocal IOL) ใช้ดูได้ทั้งระยะใกล้ และระยะไกล

3. เลนส์แก้ไขสายตาเอียง (Toric IOL) ในผู้ป่วยที่มีสายตาเอียงอยู่แล้วก่อนผ่าตัด เพื่อทำให้สายตาเอียงลดน้อยลง

หรือว่าสุขภาพทรุด? จับตาท่านั่งคุยของปูตินทำไมต้องใช้มือเกาะขอบโต๊ะตลอดเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681286

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 14:20 น.หรือว่าสุขภาพทรุด? จับตาท่านั่งคุยของปูตินทำไมต้องใช้มือเกาะขอบโต๊ะตลอดเวลา

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่าผู้นำรัสเซียป่วยมานาน บ้างบอกว่าเป็นโรคมะเร็ง บ้างบอกว่าเป็นโรคพาร์กินสัน

สื่อแท็บลอยด์ของอังกฤษอย่าง The Metro และ The Sun พากันตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาสุขภาพของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หลังจากสถานีโทรทัศน์รัสเซียเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพที่ปูตินนั่งหารือเรื่องการปลดปล่อยเมืองมารีอูปอลของยูเครนกับ เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

ในคลิปจะเห็นว่าปูตินนั่งตัวงออยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าดูบวม ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรง และใช้มือข้างขวาเกาะขอบมุมโต๊ะในลักษณะนิ้วโป้งอยู่บนโต๊ะส่วนอีก 4 นิ้วที่เหลืออยู่ใต้โต๊ะแน่นตลอดการพูดคุย 12 นาที ดูเหมือนจะพยายามใช้โต๊ะเป็นหลักยึดให้ตัวเองดูมั่นคง ไม่ค่อยองอาจเหมือนที่ผ่านมา

ท่าที่เหล่านี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสงสัยถึงสุขภาพของปูติน

ขณะที่ชอยกูซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาเช่นกันว่าอาจมีปัญหาสุขภาพหรืออาจมีปัญหาจากความเห็นไม่ลงรอยเรื่องสงครามในยูเครน นั่งอ่านรายงานสั้นๆ จากแผ่นกระดาษ

The Metro รายงานว่า อันเดอร์ส อัสลุนด์ นักเศรษฐศาสตร์และอดีตที่ปรึกษาของรัสเซียและยูเครนชาวสวีเดนเผยว่า ปูตินและชอยกูดูไม่ดีทั้งคู่ ดูเหมือนห่อเหี่ยวและดูเหมือนสุขภาพไม่ดี

อัสลุนด์บอกว่า ชอยกูต้องอ่านความเห็นของตัวเองให้ปูตินฟังและพูดไม่ชัดเอามากๆ บ่งบอกว่าข่าวลือที่ว่าเขามีอาการหัวใจล้มเหลวอาจจะจริง

Russian Presidential Press Service/Kremlin/Handout via REUTERS

ศาสตราจารย์ เอริค บิวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากายจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเทกซัสเผยกับ The Sun ว่า “ปูตินดูอ่อนแออย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับผู้ชายที่เราเคยเห็นเมื่อ 2-3 ปีก่อน”

บิวซีเผยอีกว่า “ประธานาธิบดีที่แข็งแรงจะไม่ต้องคอยพยุงตัวเองด้วยมือที่ยื่นออกมายึดจับ และไม่กังวลกับการวางเท้าทั้งสองไว้บนพื้น นี่ไม่ใช่ภาพของปูตินที่แข็งแรง แต่เป็นคนที่ดูอ่อนแอมากขึ้นๆ และแทบจะไม่สามารถยืนตรงที่โต๊ะประชุมเล็กๆ เท้าของปูตินค่อนข้างผอม ราวกับว่าน้ำหนักหรือกล้ามเนื้อของเขาเพิ่งหายไปจากความเจ็บป่วยที่ไม่เป็นที่เปิดเผย”

บิวซีเผยว่า “อาการบวมที่ใบหน้าตอกย้ำความไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับภาพถ่ายและวิดีโอของผู้นำรัสเซียเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา”

รายงานข่าวชิ้นหนึ่งระบุว่า ผู้นำรัสเซียต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตของผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเกือบจะตลอดเวลา ส่วนใบหน้าที่ดูบวมอย่างเห็นได้ชัดนั้นอาจบ่งบอกว่าเขาอยู่ระหว่างการใช้สเตียรอยด์รักษาโรค

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปูตินใช้มือยึดจับโต๊ะ เมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมาก็มีภาพที่ปูตินเกาะขอบโต๊ะระหว่างหารือกับ นิโคไล โตกาเยฟ ประธานบริษัทท่อส่งน้ำมัน Transneft

ทั้งนี้ ปัญหาสุขภาพของผู้นำรัสเซียเป็นที่จับตามองหลายครั้ง รายงานของ Proekt สื่อเชิงสืบสวนสอบสวนซึ่งถูกบล็อกในรัสเซียระบุว่า ศัลยแพทย์ เยฟเกนี เซลิวานอฟ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งไทรอยด์จากโรงพยาบาลเซ็นทรัลคลินิคัลในกรุงมอสโก ต้องบินไปหาปูตินที่เมืองโซชิในทะเลดำไม่ต่ำกว่า 35 ครั้ง

ขณะที่เครมลินปฏิเสธมาตลอดว่าปูตินไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ

Russian Presidential Press Service/Kremlin/Handout via REUTERS

รัสเซียเตรียมยึดทั้งดอนบัสและตอนใต้ของยูเครน คุมพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681293

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 16:00 น.รัสเซียเตรียมยึดทั้งดอนบัสและตอนใต้ของยูเครน คุมพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์

รัสเซียเผยแผนสงครามเฟส 2 เดินหน้ายึดทั้งฝั่งตะวันออกและตอนใต้ของยูเครนเชื่อมดินแดนที่รัสเซียยึดเข้าด้วยกัน

สำนักข่าว reuters รายงานโดยอ้างสื่อรัสเซียว่า รุสตัม มินเนกาเยฟ รองผู้บัญชาการกองทัพภาคกลางของรัสเซียประกาศว่า รัสเซียมีแผนยึดดอนบัสและพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จในการทำสงครามในยูเครนระยะที่ 2

คำพูดของมินเนกาเยฟเป็นการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการในยูเครนของรัสเซียที่ชัดเจนมากที่สุดครั้งหนึ่ง และยังบ่งบอกว่ารัสเซียจะไม่ยุติการโจมตียูเครนในเร็วๆ นี้

สำนักข่าว Interfax และ TASS ของรัสเซียรายงานว่า มินเนกาเยฟเผยว่า การเข้าควบคุมทางตอนใต้ของยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นการเชื่อมคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งของดินอดนเมื่อปี 2014 กับภูมิภาคดอนบัส จะช่วยให้รัสเซียเข้าถึงภูมิภาคทรานส์นีสเตรียในมอลโดวาที่รัสเซียอ้างว่ามีหลักฐานว่าประชาชนที่พูดภาษารัสเซียกำลังถูกกดขี่ (ปูตินเคยใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้ก่อนที่จะบุกยูเครน)

ทั้งนี้ ภูมิภาคทรานส์นีสเตรียเป็นภูมิภาคเล็กๆ ที่มีพรมแดนติดกับยูเครนทางตะวันตก ได้ประกาศแยกตัวจากมอลโดวาหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่ในทางการแล้วถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของมอลโดวา โดยมอลโดวาประกาศสถานะให้เป็นเขตปกครองตนเอง และมีทหารรัสเซียราว 1,500 นายประจำการอยู่ในภูมิภาคตั้งแต่ปี 1995 ตามข้อตกลงสงบศึก

ในเวลาต่อมากระทรวงการต่างประเทศมอลโดวาเรียกทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อคำกล่าวของมินเนกาเยฟ และแถลงผ่านเว็บไซต์ว่า “แถลงการณ์เหล่านั้นไม่มีมูลและขัดกับจุดยืนของรัสเซียที่สนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพทางดินแดนของมอลโดวา ระหว่างการเข้าพบมีการย้ำว่าสาธารณรัฐมอลโดวา…เป็นรัฐที่เป็นกลางและทุกฝ่ายรวมทั้งสหพันธรัฐรัสเซีย”

ก่อนหน้านี้ยูเครนระบุว่า สนามบินในภูมิภาคทรานส์นีสเตรียถูกเตรียมพร้อมเพื่อรองรับเครื่องบินและจะถูกรัสเซียใช้เป็นสถานที่ขนส่งทหารที่จะมุ่งหน้าไปยูเครน ซึ่งกระทรวงกลาโหมมอลโดวาและเจ้าหน้าที่ของทรานส์นีสเตรียปฏิเสธ

พื้นที่ที่ถูกรัสเซียควบคุม ณ วันที่ 22 เม.ย. ภาพ: Institute for the Study of War

REUTERS/Alexander Ermochenko

การบินรัสเซียย้อนกลับไปยุคหิน นักบินเตรียมปิดระบบ GPS ของสหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681276

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 12:32 น.การบินรัสเซียย้อนกลับไปยุคหิน นักบินเตรียมปิดระบบ GPS ของสหรัฐ

รัสเซียเล็งเลิกใช้ระบบ GPS นำทางในการบินเตรียมหวนกลับไปใช้ระบบของตัวเองแทน

สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า ดมิทรี โรโกซิน ผู้บริหารองค์กรอวกาศรัสเซีย (Roscosmos) จะส่งข้อเสนอทางเทคนิคไปยังกระทรวงคมนาคมของรัสเซียและ Rosaviatsia หน่วยงานด้านการบินของรัสเซีย เกี่ยวกับการนำ อุปกรณ์ Glonass ของรัสเซียที่สามารถรับสัญญาณจากระบบนำทางของจีนได้ มาใช้แทนระบบจีพีเอส (GPS) ของสหรัฐ

“วันนี้เราจะส่งข้อเสนอทางเทคนิคไปยังกระทรวงคมนาคมของรัสเซียและ Rosaviatsia ให้ยกเลิกระบบจีพีเอสแล้วแทนที่ด้วยอุปกรณ์ Glonass ที่สามารถรับสัญญาณจากระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว (Beidou) ของจีนซึ่งเราทำงานร่วมกันอย่างประสบความสำเร็จมา 8 ปีแล้ว” โรโกซินเผยผ่านเทเลแกรม

“ตอนนี้พวกเขาต้องรีบเร่งหาทางออก ทางแก้เพียงหนึ่งเดียวคือ ติดตั้งสถานี Glonass ในทุกสนามบินเพื่อส่งสัญญาณนำทางความแม่นยำสูง และติดตั้งตัวรับสัญญาณ Glonass ไว้ในเครื่องบินทุกลำที่ให้บริการในประเทศของเรา” ผู้บริหาร Roscosmos เผย

ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์รายวัน Izvestia ของรัสเซียรายงานโดยอ้างหนังสือของ ดมิทรี ยาดรอฟ รองผู้อำนวยการ Rosaviatsia ที่มีถึง อิกอร์ มอยเซเยนโก ซีอีโอองค์กรบริหารการจราจรทางอากาศที่ระบุว่า องค์กรด้านการบินแนะนำให้สายการบินเตรียมทำการบินโดยไม่ใช้อุปกรณ์จีพีเอสของสหรัฐ โดยอ้างว่าระบบจีพีเอสอาจถูกตัดหรือถูกรบกวนระหว่างบินอยู่เหนือน่านฟ้าภูมิภาคคาลินินกราด ทะเลดำ ใกล้กับฟินแลนด์ และเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก อิสราเอล ไซปรัส เลบานอน ซีเรีย ตุรกี และอิรัก

ด้านตัวแทนจากอุตสาหกรรมการบินให้สัมภาษณ์กับ Izvestia ว่า ระบบจีพีเอสเคยผิดพลาดมาก่อน ทว่าแม้ว่ารัสเซียจะตัดการเชื่อมต่อจากระบบก็ไม่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการบิน นักบินสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีนี้ และเครื่องบินก็มีระบบทางเลือกอื่น

REUTERS/Soe Zeya Tun

ตะวันตกยอมรับรัสเซียมีโอกาสชนะสงครามยูเครนมากกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681272

วันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 11:09 น.ตะวันตกยอมรับรัสเซียมีโอกาสชนะสงครามยูเครนมากกว่า

ขณะที่รัสเซียหันไปโจมตีทางตะวันออกในภูมิภาคดอนบัส ตะวันตกเริ่มหวั่นๆ ว่ารัสเซียมีโอกาสชนะสงครามมากกว่ายูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตะวันตกหลายคนและการประเมินด้านข่าวกรองของตะวันตกมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า รัสเซียมีโอกาสชนะสงครามในยูเครนซึ่งอาจลากยาวไปจนถึงปลายปีนี้มากกว่า และอาจควบคุมภูมิภาคดอนบัสได้อย่างเบ็ดเสร็จ แม้ว่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายและต้องเผชิญอุปสรรคในช่วงแรกก็ตาม

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ยุทธวิธีของรัสเซียในการบุกฝั่งตะวันออกของยูเครนได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นซึ่งอาจนำมาสู่การหวนกลับมาโจมตีเคียฟและโอเดสซาครั้งใหม่

“ปูตินล้มเหลวอย่างชัดเจนในการบรรลุวัตถุประสงค์แรกของเขา แต่ยังอยู่ในตำแหน่งที่จะชนะ” เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผย

เจ้าหน้าที่อีกรายหนึ่งเผยว่า “นั่นนำไปสู่การปรับปรุงการปฏิบัติการ แต่รัสเซียไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด พวกเขายังคงปฏิบัติการแบบเป็นขบวนยาวๆ บนถนนเส้นเดียวและทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยง ดังนั้นแม้เราเห็นการปรับปรุงบางอย่าง แต่ก็ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องทั้งหมด”

The National รายงานว่า เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยว่า ตะวันตกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่ยาวนานซึ่งอาจลากยาวไปถึงปีหน้า “ตอนนี้เรากำลังเตรียมพร้อมที่จะสนับสนุนยูเครนให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ อย่างน้อยก็เกือบจะทั้งช่วงที่เหลือของปีนี้ ดังนั้นเราต้องวางแผนเตรียมรับมือสิ่งที่อาจเกิดขึ้น”

The National รายงานต่อว่า เมื่อถูกถามให้อธิบายถึงโอกาสชนะของรัสเซีย เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยกับ The National ว่า หากรัสเซียใช้กำลังพลอย่างชาญฉลาดก็สามารถเอาชนะยูเครนได้ “พวกเขาอาจปิดล้อมหรือทำลายกองกำลังที่ดีที่สุดของยูเครนได้มากมาย และยึดพื้นที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะยากต่อการยึดกลับคืนในภายหลัง”

เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวอีกว่า “ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาอาจหันกลับมามองอีกครั้งว่าจะกลับไปโจมตีเคียฟหรือยึดเมืองโอเดสซาเพื่อไม่ให้ยูเครนเข้าออกทะเลหรือไม่ ผมคิดว่าเป็นไปได้หากรัสเซียประสบความสำเร็จในดอนบัส…เป็นไปได้มากๆ”

ในเวลาต่อมาประธานาธิบดี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเผยถึงการประเมินชัยชนะของรัสเซียนี้ระหว่างเดินทางเยือนอินเดียว่า เห็นด้วยกับการประเมินดังกล่าว

“ปูตินมีกองทัพใหญ่ เขาตกที่นั่งลำบากทางการมืองเพราะทำพลาดอย่างร้ายแรง ทางเลือกเดียวที่เขามีอยู่ในตอนนี้คือ พยายามโจมตีอย่างหนักด้วยปืนใหญ่ พยายามบดขยี้ยูเครน เขาเกือบจะเชื่อมสองแผ่นดินเข้ากันสำเร็จที่มารีอูปอล สถานการณ์ตอนนี้คาดเดาไม่ได้ แต่เราต้องยอมรับความเป็นจริง”

จอห์นสันกล่าวอีกว่า “แต่เราได้เห็นความกล้าหาญอันน่าทึ่งของชาวยูเครนและความเต็มใจที่จะต่อสู้ และจะบอกคุณว่าผมคิดว่าไม่ว่า วลาดิมีร์ ปูติน จะมีความเหนือกว่าทางทหารแบบใดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และผมเห็นด้วยว่ามันอาจจะนาน เขาจะไม่สามารถพิชิตจิตวิญญาณของชาวยูเครนได้ นั่นคือความจริง”

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี เดนีส ชไมฮาล ของยูเครนเผยกับ CNN ว่า ยูเครนจะได้รับชัยชนะในการทำสงครามกับรัสเซียในไม่ช้านี้ “เรามั่นใจอย่างยิ่งว่ายูเครนจะชนะในสงครามนี้ และจะชนะในอีกไม่นานนี้”

REUTERS/Zohra Bensemra

สวีเดนเป็นกลางมาได้นับร้อยปี แต่จะเลิกเป็นเพราะรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681236

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 19:00 น.สวีเดนเป็นกลางมาได้นับร้อยปี แต่จะเลิกเป็นเพราะรัสเซีย

การรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้สวีเดนซึ่งเป็นกลางมากว่า 200 ปีเปลี่ยนท่าทีมาพิจารณาว่าจะเป็นสมาชิกนาโตหรือไม่

1.ในช่วงศตวรรษที่ 17 และต้นศตวรรษที่ 18 สวีเดนเป็นมหาอำนาจและมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามรวมทั้งการล่าอาณานิคมหลายครั้ง โดยเฉพาะกับรัสเซีย แต่หลังจากสงทหารเข้าไปร่วมรบในสงครามนโปเลียนในปี 1813-1814 จนกระทั่งมีการลงนามในสนธิสัญญามอสเพื่อยุติสงครามกับนอร์เวย์เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 1814 นับตั้งแต่นั้นมาสวีเดนก็ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามอีกเลย (ยกเว้นเพื่อการรักษาสันติภาพ)

2.เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น สวีเดนยังรักษาสถานะความเป็นกลางไว้ได้ แม้บรรยากาศขณะนั้นชนชั้นสูงและคนในแวดวงการเมืองของสวีเดนจะเอนเอียงไปทางเยอรมนีก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าและความสัมพันธ์ส่วนตัวกับอังกฤษและฝรั่งเศสก็เข้มข้นไม่แพ้กัน สวีเดนจึงตัดสินใจไม่ได้เข้าร่วมกับฝั่งเยอรมนี และยังคงค้าขายกับทั้งสองฝั่งต่อไป

3.ช่วงทศวรรษ 1930 เป็นช่วงที่นโยบายความเป็นกลางของสวีเดนถูกทดสอบอย่างหนักในหลายโอกาส ซึ่งส่วนใหญ่มาจากนาซีเยอรมัน สวีเดนพยายามรวมกลุ่มประเทศที่เป็นกลางในยุโรปเหนือ อาทิ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และประเทศบอลติก ซึ่งในกลุ่มนี้มีเพียงสวีเดนประเทศเดียวที่ไม่ถูกโจมตีในสงครามโลกครั้งที่ 2

4.แม้ว่าสวีเดนจะไม่เลือกข้างในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับถูกนานาชาติวิจารณ์หนักและเกิดคำถามถึงความเป็นกลาง เพราะสวีเดนยอมให้นาซีใช้รางรถไฟเดินทางไปมาระหว่างเยอรมนีและฟินแลนด์เพื่อเข้าไปรุกรานนอร์เวย์ ทว่านักประวัติศาสตร์บางคนมองว่า สวีเดนไม่ได้เลือกเยอรมนี แต่เลือกแสดงจุดยืนที่ไม่ขัดแย้งกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

5.สวีเดนยังคงดำเนินนโยบายประเทศเป็นกลางหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าจะมีความร่วมมือกับตะวันตกอย่างเหนียวแน่นด้วย โดยในช่วงต้นของสงครามเย็น สวีเดนยังรักษาความเป็นกลางไว้แม้ว่าบรรดาผู้นำจะเข้าใจดีว่าความเป็นกลางอาจล้มเหลวในสงครามครั้งที่ 3 นี้ เป้าหมายของนโยบายนี้คือ หลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะนำมาสู่สงครามนิวเคลียร์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ

6.ช่วงแรกๆ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สวีเดนดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์เชิงรุกอย่างเงียบๆ ด้วยการผลิตพลูโตเนียม จนกระทั่งถูกยกเลิกในทศวรรษ 1960 เพราะค่าใช้จ่ายสูง

7.ต่อหน้าสาธารณะ สวีเดนรักษาความเป็นกลางไว้ได้อย่างดี แต่ในทางที่ไม่เป็นทางการนั้นก็ยังรักษาความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นอย่างไม่เป็นทางการกับสหรัฐควบคู่ไปด้วย อาทิ การร่วมมือด้านข่าวกรองกับสหรัฐ หนังสือเรื่อง The Swedish Kings of Cyberwar ของ ฮิวจ์ อีกิน ระบุว่า “แม้ว่าจะเป็นกลางอย่างเป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สวีเดนได้สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทั้งนาโต และหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐในช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 และต้นทศวรรษ 1950 และมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการปฏิบัติการสอดแนมในสงครามเย็น”

8.ช่วงต้นทศวรรษ 1960 เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ของสหรัฐที่ติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางชั้น Polaris A-1 เข้ามาประจำการนอกชายฝั่งตะวันตกของสวีเดน ซึ่งเป็นจุดที่สหรัฐสามารถยิงตอบโต้รัสเซียได้ โดยเรือดำน้ำต้องอยู่ใกล้ชายฝั่งสวีเดนให้มากที่สุดเพื่อให้โจมตีถูกเป้าหมายที่ต้องการ

9.จากเหตุการณ์ด้านบนทำให้สหรัฐต้องให้การรับรองความปลอดภัยทางทหารแก่สวีเดน โดยสหรัฐสัญญาว่าจะจัดหากำลังทหารเพื่อช่วยเหลือสวีเดนในกรณีที่โซเวียตรุกราน ข้อตกลงนี้ไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชนชาวสวีเดนจนกระทั่งปี 1994 เมื่อคณะกรรมการวิจัยของสวีเดนพบหลักฐานยืนยัน จากความร่วมมือทางทหารนี้ สหรัฐได้ให้ความช่วยเหลืออย่างมากในการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ Saab 37 Viggen ของสวีเดน

10.หลังจากสงครามเย็นสิ้นสุดลงและการล่มสลายของสหภาพโซเวียต สวีเดนยกเลิกนโยบายความเป็นกลางทางทหาร แต่ยังคงวางตัวเป็นกลางและเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต่อมาในปี 1995 สวีเดนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และร่วมมืออย่างลึกซึ้งกับนาโต ซึ่งถือว่าเป็นการยุติความเป็นกลางในทางหลักการ

11.นับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990 สวีเดนเริ่มเข้าร่วมภารกิจระหว่างประเทศมากขึ้น อาทิ ในบอสเนีย อัฟกานิสถาน ปี 2009 สวีเดนเข้าร่วมสนธิสัญญาป้องกันตัวเองกับสหภาพยุโรปและประเทศนอร์ดิกอื่นๆ นับเป็นการสิ้นสุดสถานะความเป็นกลางทางการทหารอย่างเป็นทางการที่ยาวนานเกือบ 200 ปี

12.บันทึกลับทางการทูตของสหรัฐที่หลุดออกมาเมื่อปี 2010 ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐบรรยายถึง “นโยบายความมั่นคงอย่างเป็นทางการ” ของสวีเดนไว้ว่า “ไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารในยามสงบ และเป็นกลางในยามสงคราม” แต่ถึงอย่างนั้นสวีเดนก็มีส่วนร่วมในนาโตและกลุ่มความร่วมมือด้านกองทัพของสหภาพยุโรป รวมทั้งมีส่วนร่วมในองค์กรระหว่างประเทศ โดยตั้งแต่เดือน มี.ค.-ต.ค. 2011 สวีเดนเข้าร่วมกองกำลังระหว่างประเทศที่นำโดยนาโตในสงครามลิเบีย

13.การรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้สวีเดนเปลี่ยนท่าทีเดิมที่จะไม่จัดหาอาวุธให้ประเทศที่กำลังทำสงครามด้วยการส่งปืนไรเฟิลและอาวุธต่อต้านรถถังไปยังกรุงเคียฟ นับเป็นครั้งแรกที่สวีเดนให้ความช่วยเหลือทางการทหารนับตั้งแต่ปี 1939 เมื่อครั้งที่ช่วยฟินแลนด์รบกับสหภาพโซเวียต

14.เช่นเดียวกับการเปลี่ยนท่าทีมาพิจารณาการเป็นสมาชิกนาโตของรัฐบาล ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวสวีเดนล่าสุดโดยสำนักโพลล์ Demoskop ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Aftonbladet ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาพบว่า ชาวสวีเดน 57% เห็นด้วยกับการเข้าเป็นสมาชิกนาโต เพิ่มขึ้นจาก 51% ในเดือน มี.ค. ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยลดลงเหลือ 21% จาก 24% กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจลดลงเหลือ 22% จาก 25% โดยผลการสำรวจเมื่อเดือนที่แล้วถือเป็นครั้งแรกที่ส่วนสวีเดนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมนาโต

Paul Wennerholm/TT News Agency/via REUTERS

Phoenix Ghost โดรนนกปีศาจจากสหรัฐ อาวุธสำคัญใหม่ในสมรภูมิดอนบัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/681235

วันที่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 18:00 น.Phoenix Ghost โดรนนกปีศาจจากสหรัฐ อาวุธสำคัญใหม่ในสมรภูมิดอนบัส

สหรัฐงัดอาวุธใหม่ให้ยูเครน เผยเหมาะอย่างยิ่งกับสงครามในดอนบัสที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากรัสเซีย

ตามรายงานของ Fortune ระบุว่านับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา สหรัฐใช้งบประมาณไปแล้ว 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน และล่าสุดจะมีการส่งมอบ Phoenix Ghost โดรนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้ในสมรภูมิรบใดมาก่อน ซึ่งรวมอยู่ในแพ็คเกจมูลค่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐที่สหรัฐจะมอบให้แก่ยูเครน

จอห์น เคอร์บี โฆษกเพนตากอนยังเผยว่า Phoenix Ghost ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องและมีความเหมาะสมกับการใช้งานในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งมีภูมิประเทศที่ราบเรียบและเปิดโล่ง ซึ่งกำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากกองทัพรัสเซีย ตามรายงานของ Aljazeera

อย่างไรก็ตาม เคอร์บีปฏิเสธว่า Phoenix Ghost ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสงครามในยูเครนโดยเฉพาะ เนื่องจากเริ่มวางแผนพัฒนาโดรนมานานก่อนที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จะสั่งการให้กองทัพรัสเซียบุกรุกยูเครน พร้อมเสริมว่าจะไม่มีทางสร้างโดรนได้ถึง 121 ลำอย่างแน่นอนหากเพิ่งเริ่มสร้างในวันที่ 24 ก.พ. (นั่นหมายถึงจำนวนโดรนที่สหรัฐจะส่งไปยังยูเครนด้วย)

รู้จัก Phoenix Ghost

โดรนดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยบริษัท AEVEX Aerospace ในแคลิฟอร์เนีย โดยเคอร์บีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่อนี้มาได้อย่างไร ทั้งที่มันไม่ได้เป็นอมตะเหมือนนก Phoenix (ฟีนิกซ์) ในเทพนิยาย หากแต่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้เพียงครั้งเดียว

Phoenix Ghost คล้ายกับโดรน Switchblade ของ AeroVironment ซึ่งถูกออกแบบให้เป็น “โดรนกามิกาเซ” (kamikaze drone) เป็นอาวุธแบบใช้ครั้งเดียวที่มีการติดตั้งกล้องในตัว

US will deliver these loitering suicide drones to Ukraine . Switchblade 300:Operational range: 10 kmFlight ceiling: 15.000 ft Maximum speed: 160 km/h@Ninja998998 @sfrantzman pic.twitter.com/JIe7NXqpPE— Felix Woessner (@FeWoessner) March 16, 2022

Phoenix Ghost ไม่ได้ถูกออกแบบให้ยิงใส่ศัตรูจากระยะไกล แต่จะลอยอยู่ในอากาศก่อนที่จะพุ่งชนเป้าหมายและจุดชนวนหัวรบเพื่อทำลายเป้าหมาย โดยเคอร์บีกล่าวว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อ “ส่งหมัด” สำหรับพิสัยการโจมตีและความแม่นยำยังไม่มีการระบุอย่างแน่ชัด

ทั้งนี้ โดรน Bayraktar TB2 จากตุรกีและ Switchblade จากสหรัฐมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการป้องกันกองกำลังยูเครนจากการรุกรานของรัสเซีย

Photo by REUTERS/Gleb Garanich