จำคุกนักเคลื่อนไหวสิงคโปร์ จัดม็อบเล็กๆ ประท้วงรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645611

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 14:30 น.จำคุกนักเคลื่อนไหวสิงคโปร์ จัดม็อบเล็กๆ ประท้วงรัฐบาลศาลสิงคโปร์ตัดสินจำคุกโจโลแวน แวม หลังจัดม็อบบนขบวนรถไฟใต้ดิน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมาศาลสิงคโปร์จำคุกโจโลแวน แวม วัย 40 ปี หลังรับสารภาพว่าจัดประท้วงเล็กๆ บนรถไฟใต้ดินเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่กลุ่มคน 22 คนที่ถูกจับกุมในปี 1987 ภายใต้กฎหมายโทษร้ายแรงซึ่งอนุญาตให้กักขังได้โดยไม่ต้องพิจารณาคดี

นอกจากนี้ประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วแวมยังถูกตั้งข้อหาทำลายทัพย์สินเนื่องจากการติดประกาศบนหน้าต่างรถไฟ และข้อหาปฏิเสธลงนามในแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง

แวมรับสารภาพผิดทั้ง 3 ข้อหา ซึ่งเขาจะถูกปรับเป็นเงิน 8,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 180,000 บาท หรือรับโทษจำคุก 32 วัน โดยแวมเลือกที่จะจ่ายค่าปรับส่วนหนึ่งและรับโทษจำคุก 22 วัน

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาระบุว่าแวมเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ เนื่องจากในปี 2016 เขาเคยถูกตัดสินโทษจำคุก 10 วันหลังจัดกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งมีโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชื่อดังร่วมสนทนาผ่านทางสไกป์ด้วย

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

จีนยันไม่เกี่ยวรัฐประหารเมียนมา ด้านกองทัพยังเดินหน้าออกหมายจับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645595

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 13:00 น.จีนยันไม่เกี่ยวรัฐประหารเมียนมา ด้านกองทัพยังเดินหน้าออกหมายจับเอกอัครราชทูตจีนยันไม่เห็นด้วยรัฐประหารเมียนมา ขณะที่กองทัพยังคงเดินหน้าออกหมายจับ

เฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนประจำเมืองย่างกุ้งออกมาปฏิเสธว่าการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาและความไม่สงบที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่จีนต้องการให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่ากองทัพเมียนมาจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังมีข่าวลือว่าจีนให้การสนับสนุนการรัฐประการของกองทัพเมียนมา

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายจัดการกับความขัดแย้งได้อย่างเหมาะสม เดินหน้าเจรจาโดยสันติวิธี เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม พร้อมยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาเป็นกิจการภายในประเทศ

ขณะที่กองทัพเมียนมายังคงเดินหน้าออกหมายจับนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมาสำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมารายงานว่ากองทัพเมียนมาออกหมายจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านรัฐบาลทหารทั้งสิ้น 17 คนฐานยั่วยุปลุกระดม

นอกจากนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากองทัพได้ออกหมายจับนักเคลื่อนไหว 7 คน ฐานยุยงปลุกปั่นรัฐบาล บั่นทอนสันติภาพและความเรียบร้อยของประเทศ

ล่าสุดยังมีรายงานว่ามีการตั้งข้อหาออง ซาน ซูจีเพิ่มอีก 1 ข้อหา ฐานละเมิดกฎหมายการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติสืบเนื่องจากการหาเสียงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 17 ก.พ. นี้

Photo by YE AUNG THU / AFP

เผยคลิปเจ้าหญิงดูไบขอความช่วยเหลือหลังถูกพระบิดาขังเดี่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645586

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 11:30 น.เผยคลิปเจ้าหญิงดูไบขอความช่วยเหลือหลังถูกพระบิดาขังเดี่ยวเจ้าหญิงลาติฟา แห่งนครดูไบส่งวิดีโอลับเผยถูกพระบิดาจับเป็นตัวประกัน

รายการ BBC Panorama เผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าหญิงลาติฟา แห่งนครดูไบ พระธิดาของเชคโมฮัมเหม็ด บิน รอชิด อัลมักตูม นายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเจ้าผู้ครองนครดูไบ

เจ้าหญิงลาติฟาเผยว่าถูกพระบิดาจับเป็นตัวประกันในบ้านพักซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นเหมือนคุกเพื่อกักขังเธอ หน้าต่างทุกบานถูกปิดตาย มีตำรวจคุ้มกันตลอดเวลา และไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านการแพทย์และกฎหมาย

เจ้าหญิงลาติฟาเคยพยายามหลบหนีจากนครดูไบเมื่อปี 2018 แต่ถูกตามตัวกลับมาได้ขณะที่กำลังอยู่บนเรือนอกชายฝั่งประเทศอินเดียโดยกองกำลังความมั่นคงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พยายามฉุดเธอลงจากเรือและวางยาสลบก่อนนำตัวหลับมายังดูไบ

หลังจากนั้นเธอก็แอบบันทึกวิดีโอส่งให้เพื่อนของเธอมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่เธอจะหายไปอย่างเงียบๆ และไม่มีการส่งวิดีโอออกมาอีกเลย เพื่อนของเธอจึงตัดสินใจเผยแพร่คลิปวิดีโอเนื่องจากเป็นห่วงความปบอดภัยของเธอพร้อมเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติให้การช่วยเหลือ และรณรงค์แคมเปญ “Free Latifa” เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเจ้าหญิงลาติฟา

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 เจ้าหญิงฮายา บิน อัล ฮุสเซน พะชายาของเชคโมฮัมเหม็ด และพระมารดาเลี้ยงของเจ้าหญิงลาติฟา ทรงหลบหนีไปอาศัยอยู่ที่ลอนดอนหลังทราบข้อเท็จจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ที่เจ้าหญิงลาติฟาถูกนำตัวกลับดูไบ พร้อมต่อสู้ทางกฎหมายขณะที่ทนายความของเชคโมฮัมเหม็ดปฏิเสธข้อกล่าวหา

https://www.bbc.com/news/av-embeds/56085369/vpid/p0975bgt

สหรัฐเข้ามาช่วยหรือฉวยโอกาส? เมื่อแม่น้ำโขงต้องมีพันธมิตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645551

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 22:00 น.สหรัฐเข้ามาช่วยหรือฉวยโอกาส? เมื่อแม่น้ำโขงต้องมีพันธมิตร แม่น้ำโขงกลายเป็นสมรภูมิขยายอิทธิพลระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีน

หลังจากที่ชะล่าใจจนจีนเข้ามาขยายอิทธิพลในพื้นที่เขตลุ่มน้ำโขงอยู่นาน กระทั่งจีนสามารถสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนบนได้ถึง 11 เขื่อนจนแทบจะกลายเป็นผู้กุมชะตาน้ำของประเทศท้ายน้ำไปแล้ว ในที่สุดสหรัฐก็หันกลับมาให้ความสนใจภูมิภาคนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วเราจะเห็นว่าสหรัฐรุกหนักขึ้น

เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดศึกชิงลุ่มน้ำโขงกับจีนด้วยการนำข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Lower Mekong Initiative) ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา มาต่อยอดใหม่เป็นกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ (Mekong-US Partnership) กับประเทศท้ายน้ำโขง 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย โดยเพิ่มความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดการน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังขาดไปในสมัยโอบามาในความร่วมมือครั้งล่าสุดนี้

ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ สหรัฐมอบความช่วยเหลือรวมแล้วกว่า 52 ล้านเหรียญสหรัฐ ในด้านสาธารณสุข มนุษยธรรม เศรษฐกิจ และการพัฒนาในภาวะฉุกเฉิน เพื่อต่อสู้โรค Covid-19 ใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง และอีก 6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อกิจการต่างๆ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ช่วยให้ประเทศลุ่มน้ำโขงมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการตัดสินใจเกี่ยวกับปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง

ต่อมาในเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน สหรัฐรุกหนักด้วยการเปิดตัวโครงการดาวเทียม (Mekong Dam Monitor) สำหรับติดตามตรวจสอบระดับน้ำในเขื่อนของจีนในลุ่มน้ำโขง ซึ่งมาในช่วงเวลาที่ประเทศลุ่มน้ำโขงกำลังเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยและกักน้ำอย่างโปร่งใส

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างศูนย์สังเกตการณ์แม่น้ำโขง สติมสัน เซ็นเตอร์ (Stimson Center) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และอายส์ออนเอิร์ธ (Eyes On Earth) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านน้ำของสหรัฐ โดยจะจับตาเขื่อน 11 แห่งบนแม่น้ำโขงตอนบนที่จีนเรียกว่าแม่น้ำล้านช้าง และอีก 15 เขื่อนบนแม่น้ำสายย่อย

หลังจากก่อตั้ง โครงการนี้ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำจากเขื่อนที่ปล่อยออกมาจากเขื่อนจีน รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการน้ำของประเทศท้ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ในขณะที่จีนแม้จะแจ้งการปล่อยน้ำจากเขื่อนเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาตามที่รับปากไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เรียลไทม์พอให้ประเทศท้ายน้ำจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะระดับน้ำยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วชนิดตั้งรับไม่ทัน จนคณะกรรมาธิการต้องเรียกร้องให้จีนแบ่งปันข้อมูลน้ำอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ สหรัฐยังขยับไปร่วมมือกับเวียดนามจัดการประชุม Friends of the Mekong Policy Dialogue ครั้งแรกภายใต้กรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ โดยสหรัฐให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความเปิดกว้าง และความมั่งคั่งของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การประชุมครั้งนี้เป็นหลักฐานได้อย่างดีว่าสหรัฐลงเล่นในสนามรบในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างเต็มที่ และยังชี้ให้เห็นว่าเวียดนามหันไปซบสหรัฐเต็มตัว ในขณะที่ลาว เมียนมา และไทยยังสงวนท่าที ส่วนกัมพูชาเลือกฝั่งจีน

อย่างไรก็ดี หากเลือกได้ประเทศลุ่มน้ำโขงคงไม่มีใครต้องการพึ่งพาจีนมากเกินไป

ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ จากคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมองว่า ประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5 หวังว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงการพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนบนของจีนอาจทำให้แม่น้ำโขงตอนล่างแห้งแล้ง และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จีนใช้การปล่อยน้ำจากเขื่อนเป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจในอาเซียน

“สิ่งที่สหรัฐมีให้คืออำนาจในการถ่วงดุลและตอบโต้ ไม่มีประเทศไหนใน CLMTV ถูกจีนครอบงำ” ศ.ดร.ฐิตินันท์กล่าวถึงประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5

มาถึงตรงนี้อาจเกิดคำถามว่าอะไรทำให้สหรัฐกลับมาให้ความสนใจภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอีกครั้ง

คาร์ล เธเยอร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า สหรัฐมีแรงจูงใจ 3 ข้อในการก่อตั้งกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ ได้แก่ 1) จัดการปัญหาในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง อาทิ การรับมือโรคระบาด การบริหารจัดการน้ำข้ามแดน

2) เพิ่มความร่วมมือของสหรัฐกับ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับอาเซียน  และ 3) เพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลของจีนและเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแข่งกับโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative) ของจีน

ขณะที่มุมมองจากฝั่งจีนมองว่า สหรัฐเข้ามาเพื่อแทรกแซงความสัมพันธ์ของประเทศลุ่มน้ำโขงกับจีน

บทความเรื่อง US manipulation can’t divide Lancang-Mekong countries (การแทรกแซงของสหรัฐไม่สามารถสร้างความแตกแยกในประเทศล้านช้าง-แม่โขง) ของกัวเหยียนจวิน จากสถาบันเอเชียศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย China Foreign Affairs ระบุว่า จีนรับปากว่าจะแบ่งปันข้อมูลแม่น้ำโขงกับประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว แต่สหรัฐพยายามหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้งด้วยการขอให้จีนแบ่งปันข้อมูลน้ำ โดยกำหนดว่าต้องแบ่งปันผ่านคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เท่านั้น

กัวเหยียนจวินระบุว่า ยุทธศาสตร์ของสหรัฐคือ การใช้ประเด็นเรื่องแม่น้ำโขงสร้างความวุ่นวายทางการเมือง เพาะสร้างความบาดหมางระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และบ่อนทำลายความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง

ศาสตราจารย์รายนี้ยังบอกอีกว่า สหรัฐยังทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนเป็นตัวร้ายและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยการสร้างภาพให้จีนเป็นประเทศมหาอำนาจควบคุมแม่น้ำโขง ทว่าความพยายามของสหรัฐกลับไร้ประโยชน์ ในขณะที่กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง มีความก้าวหน้าในหลายด้าน รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูลน้ำ

ส่วนคำถามว่าสหรัฐเข้ามาช่วยหรือฉวยโอกาสจากภูมิภาคนี้ หากมองจากเป้าหมายที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ Mekong-US Partnership ที่บอกว่า “เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ธรรมาภิบาล ความเชื่อมโยง และการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในภูมิภาค และ “เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทายสำคัญของภูมิภาค” ก็สามารถมองได้ว่าสหรัฐต้องการเข้ามาช่วยเหลือประเทศลุ่มน้ำโขงที่เดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนของจีน

แต่อีกมุมหนึ่ง เป้าหมายเหล่านี้ก็อาจตีความได้ว่า นอกจากช่วยเหลือประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว สหรัฐยังทำเพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่กลายเป็นสนามรบระหว่างทั้งสองมหาอำนาจไปแล้วด้วย

และดีไม่ดีเหตุผลนี้อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สหรัฐกลับมาให้ความสำคัญกับประเทศลุ่มน้ำโขงอีกครั้ง

Photo by Suchiwa PANYA / AFP

แจ็กเก็ตยันต์หลวงพ่อคูณ เมื่อของไทยๆ เป็นแรงบันดาลใจแฟชั่นระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645537

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 20:00 น.แจ็กเก็ตยันต์หลวงพ่อคูณ เมื่อของไทยๆ เป็นแรงบันดาลใจแฟชั่นระดับโลกล่าสุดแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันสกรีนยันต์หลวงพ่อคูณเป็นลายเสื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายแบรนด์ที่ชาวเน็ตจับตามองว่าดูคล้ายๆ วัฒนธรรมของไทยอยู่เหมือนกัน

หลังจากที่ Supreme แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันเปิดตัวเสื้อ “Supreme x หลวงพ่อคูณ” (Blessings Ripstop Shirt) ซึ่งเตรียมวางจำหน่ายในคอลเลกชันใหม่ Spring/Summer ประจำปี 2021 ก็ทำเอาชาวเน็ตไทยฮือฮากันเป็นแถว

แม้ว่าด้านหน้าจะดูเหมือนเสื้อแจ็กเก็ตแนวสตรีทธรรมดาตามสไตล์ Supreme แต่ด้านหลังมีการสกรีนเป็นลายยันต์ต่างๆ รวมถึงผ้ายันต์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ด้วย เห็นแบบนี้ชาวเน็ตก็อดแซวไม่ได้ว่าเสื้อตัวนี้ใส่แล้วเหนียวแน่ๆ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้แบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์ก็เคยออกคอลเลกชันใหม่ที่คนไทยหลายคนเห็นก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคุ้นๆ อย่างเช่นกระเป๋า Bazar bag จาก Balenciaga ใบนี้ที่ดูแว๊บแรกเหมือนถุงกระสอบสายรุ้งตามสำเพ็ง แต่ราคาเปิดตัวเหยียบ 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว

ต่อกันที่ Balenciaga เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้เปิดตัวสร้อยลูกปัดราคากว่า 2 หมื่นบาท แต่ถูกชาวเน็ตจับสังเกตว่าหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเครื่องประดับสุดฮิตหน้าโรงเรียนของไทยเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นบางคนก็ออกมาแย้งว่าแฟชั่นลูกปัดอันนี้ฮิตไกลในหลายประเทศไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้น

นอกจากนี้ Marni แบรนด์ดังจากอิตาลีก็เคยออกคอลเลกชันกระเป๋าช้อปปิ้งโดยจำหน่ายเพื่อการกุศลภายใต้ชื่อว่า MARNI CHARITY BASKET ที่หน้าตาคล้ายกระเป๋าสานพลาสติกของไทย สนนราคาอยู่ที่ 6-7 พันบาท รวมถึงแบรนด์ Kate Spade ก็เคยผลิตกระเป๋าหน้าตาคล้ายๆ กันนี้ด้วยเช่นกัน

Gucci แบรนด์เนมสุดหรูจากอิตาลีก็เคยถูกแซวเหมือนกันเมื่อเปิดตัวกระเป๋า Wicker ภายใต้คอลเลกชัน Pre Fall 2018 ว่าดีไซน์คล้ายๆ กระเป๋า OTOP ของไทย อย่างไรก็ดีกระเป๋าที่ว่านี้สนนราคาอยู่ที่ 6-7 หมื่นเลยทีเดียว

Gucci ยังถูกจับตามองอีกครั้งเมื่อเปิดตัวชุดเดรสผ้าไหมราคาเหยียบแสนเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ซึ่งชาวเน็ตไทยก็พากันแซวว่าดูคล้ายๆ ชุดงานบุญของไทยอยู่เหมือนกัน

แฟชั่นที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูอีกหนึ่งคงเป็นการที่ Kyrzayda Rodriguez บล็อกเกอร์แฟชั่นชื่อดังโพสต์ภาพคู่กับกระเป๋าคลัชงานแฮนด์เมดสุดเก๋จากกัวเตมาลา แต่ชาวเน็ตกลับบอกว่าดูๆ ไปแล้วเหมือนได้แรงบันดาลใจจากพรมเช็ดเท้าถักที่เราๆ ใช้กันตามบ้านเลย

เกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลวัคซีนบริษัท Pfizer #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645543

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 18:30 น.เกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลวัคซีนบริษัท Pfizer มีกระแสข่าวตั้งแต่ปีที่แล้วว่าเกาหลีเหนือส่งกองทัพแฮกเกอร์ล้วงความลับเรื่องวัคซีนจากบริษัทที่พัฒนาวิธีรักษาโควิด-19

หน่วยงานสายลับของเกาหลีใต้เปิดเผยว่าแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของ บริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ยักษ์ใหญ่ด้านเภสัชกรรมเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาและเทคโนโลยีการรักษาโควิด-19

ฮาแทกึง ส. ส. ของเกาหลีใต้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการรับฟังสรุปจากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของรัฐบาลเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือพยายามแสวงหาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิดและการรักษา โดยการใช้ปฏิบัติการสงครามไซเบอร์เพื่อเจาะเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ Pfizer

เป็นที่ทราบกันดีว่าเกาหลีเหนือมีกองทัพของแฮกเกอร์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีหลายพันคนที่โจมตีบริษัท, สถาบัน และนักวิจัยในเกาหลีใต้และที่อื่นๆ

เดรื่องนี้สอดคล้องกับการที่บริษัท Microsoft Corp. เปิดเผยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือและรัสเซียได้เล็งเป้าหมายไปที่บริษัทที่มีชื่อเสียง 7 แห่งที่ทำงานเกี่ยวกับวัคซีนโควิด -19 และการวิจัยการรักษาโรคนี้

ต่อมา Pfizer และ BioNTech SE หุ้นส่วนสัญชาติเยอรมันกล่าวในภายหลังว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัคซีนของพวกเขาถูกล็อคเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์

เกาหลีเหนือที่ยากจนแต่มีอาวุธนิวเคลียร์ ล็อคดาวน์โดยปิดพรมแดนเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้วเพื่อพยายามป้องกันตัวเองจากไวรัส โดยผู้นำคิมจองอึนยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประเทศนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกจะสงสัยในคำยืนยันเหล่านั้นก็ตาม

และการล็อคดาวน์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากการคว่ำบาตรของนานาชาติจากการที่เกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือต้องเร่งหาทางจัดการกับโรคนี้

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

Clubhouse คืออะไร ดียังไง ทำไมถึงฮิตกันจัง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645521

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 18:00 น.Clubhouse คืออะไร ดียังไง ทำไมถึงฮิตกันจัง? ทำความรู้จักแอปพลิเคชันใหม่สุดฮิต อีลอน มัสก์ถึงกับต้องชวนปูตินมาเล่นด้วย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลกอย่างอีลอน มัสก์ส่งคำเชิญถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียให้ร่วมเล่นแอป Clubhouse ด้วยกัน ด้านรัสเซียก็ออกมาเผยว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ได้ตอบรับใดๆ เพราะจำเป็นต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน

.@KremlinRussia_E would you like join me for a conversation on Clubhouse?

— Elon Musk (@elonmusk) February 13, 2021

นอกจากนี้ยังมีคนดังในหลากหลายแวดวงจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนักพูด นักพัฒนา เซเลบดารา และอื่นๆ อีกมากมายร่วมใช้แอปดังกล่าวและสร้างห้องแชทของตัวเองเช่นกัน

Clubhouse เปิดตัวตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Alpha Exploration Co. และยังมีบริษัท Andreessen Horowitz เข้าร่วมลงทุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และขอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐ จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการประเมินมูลค่าแอปดังกล่าวถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท

จุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้คือเป็นแอปแชทที่สื่อสารด้วย ‘เสียง’ เท่านั้น ไม่เห็นภาพ ไม่เห็นหน้า ไม่ต้องพิมพ์ข้อความ ลักษณะคล้ายพอดแคสท์ แต่ผู้พูดสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังในห้องแชทได้ แต่ไม่ใช่ว่าใครจะพูดขึ้นมาก็ได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องแชทก่อนเสมอ ซึ่งเจ้าของห้องจะเป็นผู้ดูแลควบคุมเปิดหรือปิดไมค์สมาชิกในห้องแชท

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Clubhouse คือเป็นการสนทนารูปแบบเรียลไทม์ ไม่สามารถย้อนกลับมาฟังซ้ำได้ และไม่มีการบันทึกเก็บไว้ และนี่อาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หลายๆ อยากเข้าร่วม Clubhouse เพราะไม่อยากพลาดอะไรไปนั่นเอง

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเล่นแอปนี้ได้ ตอนนี้ Clubhouse รับรองการใช้งานในระบบ iOS เท่านั้น สาวกแอนดรอยด์คงต้องไปก่อน ถึงกระนั้นสำหรับผู้ใช้ iOS เองก็ไม่ง่ายเช่นกันเพราะการจะเล่นแอปนี้ได้ต้องได้รับคำเชิญ (invited) จากผู้ใช้ Clubhouse คนอื่นๆ เสียก่อน หรือต้องต่อคิวรอให้ผู้ใช้ Clubhouse ชวนเราเข้าไปเล่นด้วยกันนั่นเอง ความยุ่งยากนี้ทำให้มีคนหัวหมอเกิดปิ๊งไอเดียขาย invited ในราคาหลักร้อยถึงหลักพันกันเลยทีเดียว

อาจจะดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่ก็ทำให้การเข้าร่วมวงสนทนาผ่าน Clubhouse ดูมีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย บนพื้นที่ที่ผู้คนจากหลากหลายแวดวงเข้ามาแลกเปลี่ยนกันในประเด็นที่หลากหลายและสามารถเลือกห้องแชทได้ตามที่ตนสนใจ

อย่างไรก็ตามแอปดังกล่าวก็ยังมีช่องโหว่และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการในการควบคุมห้องแชท เนื่องจากการเปิดกว้างในการสนทนาอาจทำให้กระทบประเด็นอ่อนไหว อย่างเช่นห้องสนทนา “Is there a concentration camp in Xinjiang?” (มีค่ายกักกันในซินเจียงหรือเปล่า?) จนถูกบล็อกในประเทศจีน

Photo by Odd ANDERSEN / AFP

มันกลับมาแล้ว ตั๊กแตนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าในแอฟริกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645529

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 16:33 น.มันกลับมาแล้ว ตั๊กแตนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าในแอฟริกา ภาพข่าวสถานการณ์การระบาดของตั๊กแตนในแอฟริกาที่หวนกลับมาระบาดีอครั้งหลังจากที่ปีที่แล้วถล่มพื้นภาคตะวันออกของแอฟริกาจนเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะอดอยากในวงกว้าง

ภาพข่าวจากสำนักข่าว AFP ที่ถ่ายเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2020 แสดงให้เห็นฝูงตั๊กแตนในทะเลทรายที่เข้าโจมตีกัดกินพืชผักตามเส้นทางของพวกมัน ซึ่งในภาพจะเห็นว่าพวกมันเข้ามถล่มไร่ข้าวโพด จนต้องมีการส่งเครื่องบินฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อกวาดล้างพวกมันในเมืองเมรู ประเทศเคนยา

ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทำงานร่วมกับบริษัทรักษาความปลอดภัย, บริษัทโลจิสติกส์และบริษัทเครื่องบินเช่าเหมาลำของเคนยาซึ่งตอนนี้บริษัทเหล่านี้หันมาเพิ่มบริการช่วยติดตามฝูงตั๊กแตนในแอฟริกาตะวันออกอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะส่งทีมไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อฉีดพ่นแมลงด้วยสารกำจัดศัตรูพืชเพื่อป้องกันความเสียหายในพื้นที่เพาะปลูกและทุ่งเลี้ยงสัตว์

ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP

เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่การระบาดของตั๊กแตนในทะเลทรายที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีเข้าโจมตีภูมิภาคนี้และในขณะที่แมลงอีกระลอกหนึ่งกำลังแพร่กระจายไปทั่วโซมาเลีย เอธิโอเปียและเคนยา การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการพัฒนาร่วมกันกำลังเป็นทางออกในการช่วยบดขยี้ฝูงตั๊กแตนที่กินไม่ยั้งและปกป้องการวิถีชีวิตของชาวนาหลายพันคนจากการทำลายล้างครั้งนี้

ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP

กองทัพเมียนมาลั่นมันไม่ใช่รัฐประหาร โบ้ยผู้ประท้วงก่อเหตุรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645520

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 15:12 น.

กองทัพเมียนมาลั่นมันไม่ใช่รัฐประหาร โบ้ยผู้ประท้วงก่อเหตุรุนแรง

เป็นอีกครั้งที่กองทัพเมียนมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำรัฐประหารและการไล่รัฐบาลมีความชอบธรรมแล้ว

กองทัพของเมียนมาแถลงเมื่อวันอังคารว่าการขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่การทำรัฐประหารโดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวมีความชอบธรรมเนื่องจากมีการทุจริตในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนและไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะคืนอำนาจหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่

“วัตถุประสงค์ของเราคือจัดการเลือกตั้งและส่งมอบอำนาจให้กับพรรคที่ชนะ” นายพลจัตวา ซอ มิน ตุน โฆษกสภาปกครองกล่าวในการแถลงข่าวครั้งแรกของกองทัพนับตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์

กองทัพไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ แต่ได้กำหนดภาวะฉุกเฉินเป็นเวลาหนึ่งปี และยืนยันว่าจะยึดมั่นในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2008

นอกจากนี้ นายพลจัตวา ซอ มิน ตุนโฆษกทหารเมียนมายังกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสียชีวิตลงแล้วหลังได้รับบาดเจ็บจาก ‘การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย’ ของผู้ชุมนุมประท้วง

โฆษกทหารเมียนมาร์ยังกล่าวว่าการประท้วงกำลังก่อให้เกิดความรุนแรงและมีการกดดันข้าราชการอย่างผิดกฎหมาย ไม่ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมกับการทำอารยะขัดขืนต่อต้านกองทัพ

Photo by STR / AFP

สตาร์ทอัพอินโดไปไกล Traveloka ระดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645506

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 14:46 น.สตาร์ทอัพอินโดไปไกล Traveloka ระดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐบริษัทสตาร์ทอัพของอินโดนีเซียรายอื่นๆ ก็กำลังไปได้สวยและกำลังมองหาทางระดมทุนเพิ่มเช่นกัน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Traveloka บริษัทสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากประเทศอินโดนีเซีน กำลังวางแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในสหรัฐในปีนี้เพื่อระดมทุนโดยใช้บริษัท รับซื้อกิจการเปก็นการพิเศษ หรือการทำ SPAC

“SPAC มีประสิทธิภาพมาก” เฟอร์รี อูรนาร์ดี (Ferry Unardi) ซีอีโอของบริษัทกล่าวให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television เมื่อวันอังคาร “ถ้าเราทำได้เร็วขึ้นเราก็สามารถมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการและการเติบโตของบริษัทได้” เขากล่าวเสริม Traveloka อาจพิจารณาจดทะเบียนในอินโดนีเซียในภายหลัง

Traveloka เป็นสตาร์ทอัพอินโดนีเซียรายล่าสุดที่กำลังมองหาโอกาสจดทะเบียนในสหรัฐผ่านวิธี SPAC ซึ่งช่วยให้พวกเขาใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นเพื่อซื้อบริษัทเอกชนแล้วครอบครองบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งนั้น โดยสรุปก็คือการนำ Traveloka เข้าตลาดหุ้นสหรัฐโดยไม่ต้องจดทะเบียนโดยตรงนั่นเอง

สตาร์ทอัพอินโดนีเซียยักษ์ใหญ่อย่าง Gojek และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ PT Tokopedia กำลังสรุปเงื่อนไขการควบรวมกิจการก่อนที่จะจดทะเบียนนิติบุคคลที่รวมกันในกรุงจาการ์ตาและสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ อินโดนีเซียพิจารณาอนุญาตให้ถือหุ้นแบบ Dual-Class สำหรับหุ้น IPO ของยูนิคอร์น

นักลงทุนใหญ่ๆ รวมถึง Expedia Group Inc. , Rocket Internet SE, กองทุนความมั่งคั่งของสิงคโปร์ GIC Pte และ JD.com ของจีน ได้ช่วยเพิ่มมูลค่าของ Traveloka ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทมีมูลค่าถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 ตามข้อมูลของ CB Insights

มีรายงานว่า Traveloka ได้ว่าจ้าง JPMorgan Chase & Co. สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐเพื่อใช้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาด IPO ในสหรัฐ อูนาร์ดีกล่าวว่า บริษัทจะพิจารณาตัวเลือกสำหรับการควบรวมกิจการหรือการซื้อกิจการหลังจากเสร็จสิ้นการเสนอขายหุ้น IPO แล้ว

จากผลกระทบของการระบาดของโรคระบาดต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก จึงมีรายงานว่า Traveloka เกือบจะระดมทุนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยมีมูลค่าต่ำกว่าการระดมทุนรอบก่อน นอกจากนี้ยังได้ลดตำแหน่งงานลงนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดซึ่งรวมถึงงานประมาณ 80 ตำแหน่งในสิงคโปร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่อูนาร์ดีกล่าวว่า Traveloka วางแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อดึงดูดนักเดินทางมากขึ้น ขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยวของบริษัทกลับมามีกำไรหลังจากการคลายล็อคดาวน์ลงแล้วแต่ยังไม่มากนัก

Photo by Angela Weiss / AFP