รัสเซียซ้ำ! ประชาธิปไตยอเมริกันล่มสลายแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642174

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 19:00 น.รัสเซียซ้ำ! ประชาธิปไตยอเมริกันล่มสลายแล้วประธานคณะกรรมการการต่างประเทศของสภาสูงรัสเซียซ้ำเติมสหรัฐไม่มีประชาธิปไตยอีกต่อไป ย้ำเลิกก้าวก่ายประเทศอื่น

เหตุการณ์จลาจลครั้งใหญ่ในรัฐสภาสหรัฐในวันนี้ส่งผลให้หลายประเทศออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์มากมายรวมทั้งจีนและรัสเซียซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกับสหรัฐมายาวนาน

โดยคอนสแตนติน โคซาเชฟ (Konstantin Kosachev) ประธานคณะกรรมการการต่างประเทศของสภาสูงรัสเซียกล่าวว่า การประท้วงในครั้งนี้ทำให้ทั่วโลกประจักษ์ว่าประชาธิปไตยของสหรัฐล่มสลาย หมายความว่าสหรัฐไม่มีสิทธิก้าวก่ายประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับประชาธิปไตย

โคชาเชฟยังได้โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า “การเฉลิมฉลองประชาธิปไตยของสหรัฐจบลงแล้ว สหรัฐไม่มีประชาธิปไตยอีกต่อไป”

นอกจากนี้ยังกล่าวว่าฝ่ายที่พ่ายแพ้มีเหตุผลมากพอที่จะกล่าวโทษฝ่ายที่ชนะว่าทุจริต เป็นที่ชัดเจนว่าประชาธิปไตยอเมริกันกำลังแย่ทั้งสองข้าง

รวมถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามปฏิเสธผลการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนั้นยิ่งแสดงให้เห็นถึงความถดถอยของสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ รัสเซียต้องเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐมานานเกี่ยวกับประชาธิปไตยภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

นอกจากนี้รัสเซียยังถูกกล่าวหาจากสหรัฐว่าแทรกแซงและบิดเบือนข้อมูล รวมถึงพยายามขัดขวางการเลือกตั้งสหรัฐในปี 2016

Photo by Jon Cherry/Getty Images/AFP

คองเกรสรับรองชัยชนะไบเดนฉลุย ทรัมป์จำใจยอม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642177

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 16:45 น.คองเกรสรับรองชัยชนะไบเดนฉลุย ทรัมป์จำใจยอมสภาคองเกรสรับรองชัยชนะโจ ไบเดน เตรียมรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ 20 ม.ค. นี้

สภาคองเกรสรับรองชัยชนะของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย โดยไบเดนจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐในวันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้

โดยรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ประธานการประชุมในครั้งนี้ได้รับรองผลการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้งทั้งสิ้น 538 คน ซึ่งพรรคเดโมแครตของไบเดนคว้าคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งไป 306 เสียง ขณะที่พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับ 232 เสียง

เหตุการณ์พลิกผันสำคัญคือกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายที่บุกเข้าไปในสภาคองเกรส ทำให้สมาชิกสภาพรรครีพับลิกันที่เคยจะยกมือค้านการรับรองผลเพื่อที่จะช่วยทรัมป์ ต่างพากันเปลี่ยนจุดยืนยุติการคัดค้าน สมาชิกบางคนที่เป็นเพื่อนกับทรัมป์มานานยังแสดงความผิดหวังอย่างมากกับการที่ทรัมป์ปลุกระดมจลาจลจนถึงกับจะตัดไมตรีกัน

การที่สภารับรองผลอย่างท่วมท้น ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำใจยอมรับโดยกล่าวว่า “แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามจะมีการส่งมอบตำแหน่งประธานาธิบดีตามระเบียบในวันที่ 20 มกราคม”

“ผมย้ำเสมอว่าเราจะสู้ต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการนับคะแนนเสียงเฉพาะคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แม้ว่านี่จะเป็นการสิ้นสุดวาระแรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์ประธานาธิบดี แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อสร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง!”

โดยคำแถลงการณ์ดังกล่าวโพสต์ลงบนทวิตเตอร์ของแดน สคาวิโน โฆษกประจำทำเนียบขาว

…fight to ensure that only legal votes were counted. While this represents the end of the greatest first term in presidential history, it’s only the beginning of our fight to Make America Great Again!”— Dan Scavino (@DanScavino) January 7, 2021

Photo by JIM WATSON / AFP

จีนเย้ยถึงเวลาสหรัฐรับผลกรรมหนุนม็อบประเทศอื่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642160

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 15:30 น.จีนเย้ยถึงเวลาสหรัฐรับผลกรรมหนุนม็อบประเทศอื่นสื่อจีนและชาวเน็ตจำนวนมากเย้ยสหรัฐลิ้มลองผลกรรมที่เคยก่อให้เกิดความโกลาหลทั่วโลกภายใต้ข้ออ้างเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย

บลูมเบิร์กและเอเอฟพีรายงานว่า สื่อจีนใช้ความโกลาหลของสหรัฐในวันนี้เป็นโอกาสในการสวนกลับการแทรกแซงของสหรัฐที่ผ่านมา โดยกล่าวว่านี่คือ “กรรม” (Karma) ของประเทศที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวประท้วงทั่วโลก

เหตุการณ์จลาจลในรัฐสภาสหรัฐในวันนี้มีสื่อจีนจำนวนมากที่ติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงในโซเชียลมีเดียของคณะกรรมการกลางด้านการเมืองและกฎหมายจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายชั้นนำของจีน และแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวถูกพูดถึงมากกว่า 100 ล้านครั้งบนเวยป๋อ

ชาวเน็ตจีนบางรายยังได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงเมื่อปี 2019 กับเหตุการณ์ในวันนี้ที่ผู้ประท้วงอเมริกันบุกเข้าไปในรัฐสภาสหรัฐ โดยอ้างถึงแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เคยยกย่องเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงว่าเป็นภาพที่สวยงาม ว่าวันนี้เธอจะได้สัมผัสกับภาพที่สวยงามนั้นด้วยตัวเอง

“ตอนนี้ผู้นำทุกประเทศในยุโรปแสดงความเป็นสองมาตรฐานและประณามเรื่องนี้ (การจลาจลในวอชิงตัน)” นี่คือหนึ่งในความคิดเห็น Weibo ซึ่งได้รับการกดไลค์มากกว่า 5,000 ครั้ง “ผมไม่รู้ว่าสื่อฮ่องกงหรือไต้หวันจะรายงานแบบสองมาตรฐานแบบไหนในครั้งนี้”

อีกความเห็นบอกว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในสภานิติบัญญัติฮ่องกงเมื่อปีที่แล้วกำลังเกิดขึ้นซ้ำในสภาของสหรัฐ” ผู้ใช้ Weibo อีกรายแสดงความคิดเห็นที่มีการกดไลค์กว่า 4,500 ครั้ง

นอกจากนี้รายงานหนึ่งจากสถานีโทรทัศน์สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีนยังได้ระบุว่าผู้ประท้วงจำนวนมากไม่สวมหน้ากากอนามัยแม้จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

รวมถึงหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ของจีนรายงานโดยอ้างความคิดเห็นจากชาวเน็ตชาวจีนรายหนึ่งซึ่งกล่าวว่าสหรัฐกำลังจะได้ลิ้มลองผลกรรมที่ตัวเองเคยก่อให้เกิดความโกลาหลทั่วโลกภายใต้ข้ออ้างเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย

โกลบอล ไทมส์ยังระบุว่าการที่เจ้าหน้าที่สหรัฐเคลื่อนไหวเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงนั้นเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองที่เคยสนับสนุนเหตุการณ์ประท้วงในลักษณะใกล้เคียงกันในประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม หูซีจิ้น หัวหน้าบรรณาธิการโกลบอล ไทมส์กล่าวว่ารัฐบาลจีนไม่ได้แสดงการสนับสนุนใดๆ สำหรับการจลาจลในสหรัฐ และหวังว่าชาวอเมริกันจะมองเห็นถึงความยับยั้งชั่งใจของจีนที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ามาโดยตลอด

Photo by ALEX EDELMAN / AFP

ลุ้นทรัมป์ตกเก้าอี้ก่อนกำหนด เหตุทำร้ายประชาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642144

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 14:03 น.ลุ้นทรัมป์ตกเก้าอี้ก่อนกำหนด เหตุทำร้ายประชาธิปไตยหลายฝ่ายเรียกร้องถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์จากตำแหน่งประธานาธิบดีเแม้เหลือเวลาอีกเพียง 14 วัน

ซีเอ็นเอ็นและเอบีซีรายงานว่าสมาชิกคณะรัฐมนตรีกำลังเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 (25th Amendment) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่มอบสิทธิให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีถอดถอนประธานาธิบดีที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้พ้นจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าเสียงของคณะรัฐมนตรีจะเพียงพอหรือไม่ในการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง และรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์จะสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวหรือไม่

นอกจากนี้รอยเตอร์สยังรายงานว่ากลุ่มองค์กรเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ถอดถอนทรัมป์เพื่อรักษาประชาธิปไตย โดยหัวหน้ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐซึ่งเป็นตัวแทนบริษัท 14,000 แห่งรวมถึง Exxon Mobil Corp, Pfizer Inc และ Toyota Motor Corp เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐพิจารณาถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่งหลังจากที่เขาปลุกระดมให้กลุ่มผู้สนับสนุนบุกเข้าไปสร้างความวุ่นวาย

โดยเจย์ ทิมมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมผู้ผลิตแห่งชาติกล่าวว่า “ทรัมป์ยุยงให้เกิดความรุนแรงเพื่อพยายามรักษาอำนาจ นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งคนใดที่กำลังปกป้องเขาอยู่ถือว่ากำลังละเมิดคำสาบานต่อรัฐธรรมนูญและปฏิเสธประชาธิปไตย”

พร้อมเรียกร้องให้ไมก์ เพนซ์ ทำงานร่วมกับคณะรัฐมนตรีอย่างจริงจิงในการใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25

ทั้งนี้ ทรัมป์มีเวลาเหลือเพียง 14 วันเท่านั้นในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่โจ ไบเดน จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.

Photo by MANDEL NGAN / AFP

ส.ว.อเมริกันเชื้อไทยชี้ไม่ใช่ประท้วงแต่เป็นรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642147

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 12:33 น.ส.ว.อเมริกันเชื้อไทยชี้ไม่ใช่ประท้วงแต่เป็นรัฐประหารแทมมี ดักเวิร์ธ ซึ่งเคยแสดงความห่วงใยการประท้วงในประเทศไทยเมื่อไม่กี่เดือนก่อนต้องประสบกับเหตุการณ์วุ่นวายในสหรัฐประเทศของเธอเอง

แทมมี ดักเวิร์ธ นักการเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายไทย สมาชิกวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาจากรัฐอิลลินอยส์จากพรรคเดโมแครต กล่าวถึงเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นในสภาคองเกรสในสุนทรพจน์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในห้องประชุมวุฒิสภาหลังสภาเปิดประชุมพิจารณารับรองผลการเลือกตั้งของโจ ไบเดนอีกครั้ง

“ฉันใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่มาตลอดเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของเรา แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจำเป็นต้องปกป้องมันจากการพยายามล้มล้างอย่างรุนแรงในอาคารรัฐสภาของประเทศเรา”

ดักเวิร์ธ ซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึกอิรักกล่าวว่า “ในปี 2004 ฉันเก็บกระเป๋าเป้สะพายหลังผูกเชือกรองเท้าและเดินทางไปอิรักโดยเต็มใจที่จะเสียสละทุกสิ่งที่ฉันร้องขอเพราะฉันรักประเทศนี้และเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของระบบการเลือกตั้งของเราซึ่งได้ประกาศให้จอร์จ ดับเบิลยู บุช เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ฉันสูญเสียขาของฉันไปต่อสู้อย่างภาคภูมิใจในสงครามที่ฉันไม่สนับสนุนตามคำสั่งของประธานาธิบดีที่ฉันไม่ได้ลงคะแนน เพราะฉันเชื่อในคุณค่าที่ประเทศของเราก่อตั้งขึ้น – เพราะฉันเชื่อในรัฐบาลเพื่อประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกใครเป็นผู้นำ ไม่ใช่การทำแบบอื่น”

ดักเวิร์ธ ยังกล่าวด้วยว่า “สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ไม่ใช่การประท้วง แต่เป็นการพยายามก่อรัฐประหาร ฉันปฏิเสธที่จะปล่อยให้ใครก็ตามที่มีเจตนายุยงให้เกิดความวุ่นวายหรือปลุกปั่นความรุนแรงขัดขวางไม่ให้ฉันปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ สภาคองเกรสต้องดำเนินการต่อไปเพื่อรับรองผลการเลือกตั้งและก้าวไปข้างหน้าต่อไปให้พ้นจากเรื่องน่าอับอายนี้ในประวัติศาสตร์ของเรา มันเป็นหนทางเดียวที่จะกระชับหนทางในการรักษาชาติของเรา”

ทั้งนี้ มีเสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากที่ดักเวิร์ธกล่าวสุนทรพจน์เสร็จ

Photo by Chip Somodevilla/AFP

ตายแล้ว 4 ราย จลาจลคองเกรสนองเลือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642145

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 11:58 น.ตายแล้ว 4 ราย จลาจลคองเกรสนองเลือดการประท้วงที่เกิดขึ้นในรัฐสภาสหรัฐวันนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย

รอยเตอร์สรายงาน หลังเกิดเหตุการณ์ประท้วงจลาจลจากกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปในรัฐสภาและพยายามขัดขวางการประชุมนับคะแนนเพื่อรับรองชัยชนะของว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในวันนี้ (7 ม.ค.)

ล่าสุดโรเบิร์ต เจ. คอนตี เผยว่ามีผู้เสียชีวิต 4 รายในพื้นที่รัฐสภา และอีก 52 รายถูกจับกุม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนอีกหลายรายได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปในพื้นที่รัฐสภาของสหรัฐในเวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาของสหรัฐประมาณ 14.45 น. ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่รัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาจะเริ่มรับรองผลการเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้ง

โดยหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่บุกเข้าด้านในศาลากลางถูกยิงเสียชีวิต หลังจากนั้นมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย เป็นหญิง 1 ราย และชาย 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเป็นเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

Photo by Olivier DOULIERY / AFP

ทำเนียบขาวแห่ลาออกหลังทรัมป์ปลุกม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642133

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 10:30 น.ทำเนียบขาวแห่ลาออกหลังทรัมป์ปลุกม็อบ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายคนตัดสินใจลาออกหลังรับไม่ได้ที่ทรัมป์ปลุกระดมม็อบวันนี้

บลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสภาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาลาออกหลักจากที่ทรัมป์ปลุกระดมม็อบส่งผลให้มีผู้บุกรุกเข้าสภาคองเกรสในระหว่างการประชุมวันนี้ (7 ม.ค.)

โดยผู้ที่กำลังพิจารณาลาออก ได้แก่ โรเบิร์ต ซี. โอไบรเอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยแมตทิว พ็อตทิงเกอร์ รองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และคริส ลิดเดลล์ ผู้ช่วยประธานาธิบดีและรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานนโยบาย

แหล่งข่าวใกล้ชิดยังระบุว่า สเตฟานี กริแชม หัวหน้าเจ้าหน้าที่ของเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และแอนนา ลอยด์ เลขาธิการด้านสังคมของทำเนียบขาวลาออกเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวว่าไม่อนุญาตให้มาร์ก ชอร์ต เสนาธิการรองประธานาธิบดีสหรัฐของไมก์ เพนซ์เข้าทำเนียบขาว ขณะที่ด้านทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความเห็นแต่อย่างใด

แหล่งข่าวระบุว่าทรัมป์โกรธเพนซ์มากที่ไม่ยอมพยายามหยุดการรับรองชัยชนะของโจ ไบเดนในการประชุมครั้งนี้ และปลุกระดมให้ผู้คนออกมาประท้วง

Photo by Brendan Smialowski / AFP

เพนซ์ลั่นไม่ยอมม็อบเปิดสภาต่อ ทรัมป์ยัวะไม่ยอมช่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642130

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 09:45 น.เพนซ์ลั่นไม่ยอมม็อบเปิดสภาต่อ ทรัมป์ยัวะไม่ยอมช่วยทรัมป์ไม่พอใจเพนซ์ปฏิเสธไม่ช่วยพลิกคะแนนในการประชุมรับรองไบเดน ปลุกระดมม็อบป่วนสภา ด้านเพนซ์ออกประณาม

รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ในฐานะประธานวุฒิสภา แม้จะเป็นรองของทรัมป์แต่เขากลับประณามผู้สนับสนุนประธานาธิดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่บุกโจมตีสภาคองเกรสอย่างรุนแรง ระหว่างการประชุมรับรองผลการเลือกตั้งให้ว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนเป็นผู้ชนะ

เพนซ์ กล่าวในขณะที่เขาเป็นประธานในการประชุมว่า “เราขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่นี่ ผู้ที่สร้างความหายนะในหน่วยงานของเราในวันนี้ คุณไม่ชนะหรอก ความรุนแรงไม่มีวันชนะ เสรีภาพต่างหากที่จะชนะ และนี่ยังคงเป็นบ้านของประชาชน” จากนั้นเขาก็บอกกับสมาชิกสภาให้ทำงานกันต่อไปเพื่อรับรองผลเลือกตั้งของโจ ไบเดน

การบุกคองเกรสส่วนหนึ่งเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไมก์ เพนซ์ยืนกรานปฏิเสธทรัมป์ไปแล้วว่าไม่สามารถช่วยพลิกผลคะแนนในการประชุมครั้งนี้ได้แม้จะเป็นประธานวุฒิสภาก็ตาม

The New York Times รายงานว่าการยืนยันของเพนซ์ส่งผลให้ทรัมป์ไม่พอใจและปลุกระดมให้กลุ่มผู้สนับสนุนไปรวมตัวกันเพื่อประท้วงผลการเลือกตั้งที่เขาอ้างว่า “ทุจริต”

“เราจะต้องสู้อย่างหนักมากขึ้นและเพนซ์ต้องเจอกับเรา หากเขาทำไม่ได้นั่นจะเป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับประเทศของเรา” ทรัมป์กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ไมเคิล ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐซึ่งสนองนโยบายของทรัมป์อย่างดีมาตลอดยังกล่าวว่า “การบุกรัฐสภาสหรัฐ วันนี้เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ การทำผิดกฎหมายและการก่อความไม่สงบเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้เลย ผมเดินทางไปมาหลายประเทศและสนับสนุนสิทธิของทุกคนในการประท้วงโดยสันติตามความเชื่อและเหตุผลของพวกเขาแต่ความรุนแรงที่ทำให้คนอื่น

รวมถึงผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของพวกเราทุกคน ไม่ปลอดภัยนั้น เป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้ทั้งที่สหรัฐและในต่างประเทศ เราจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดที่มีส่วนในการก่อความไม่สงบครั้งนี้อเมริกาเป็นที่ที่ดีกว่าสิ่งที่เราเห็นวันนี้ในรัฐสภาที่ซึ่งผมเคยเป็นสมาชิกและได้เห็นประจักษ์ว่าประชาธิปไตยที่รุ่งโรจน์ที่สุดแท้จริงเป็นอย่างไร”

ทั้งนี้ นอกจากวุฒิสภาจะเดินหน้าต่อไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็เริ่มการประชุมอีกครั้งโดยประธานสภา แนนซี เปโลซี บอกกับฝ่ายนิติบัญญัติว่าพวกเขาจะต้องอยู่ประชุมไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม เพื่อให้การรับรองคะแนนเสียงเลือกตั้งขั้นตอนสุดท้ายอย่างเป็นทางการที่ยืนยันการชนะของโจ ไบเดน

“เราต้องทำและเราจะแสดงให้ประเทศและทั่วโลกเห็นว่าเราจะไม่ถูกเบี่ยงเบนจากหน้าที่ของเรา เราจะเคารพความรับผิดชอบของเราต่อรัฐธรรมนูญและต่อประชาชนอเมริกัน” เปโลซี กล่าว

Photo by SAUL LOEB / POOL / AFP

วันนี้ก็มีจนได้ ผู้นำโลกประณามม็อบทำร้ายประชาธิปไตยอเมริกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

posttoday.com/world/642128

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 09:15 น.วันนี้ก็มีจนได้ ผู้นำโลกประณามม็อบทำร้ายประชาธิปไตยอเมริกันผู้นำโลกประณามการ ‘ทำร้ายประชาธิปไตย’ ที่สภาคองเกรสของสหรัฐ

ผู้นำและรัฐบาลระดับโลกแสดงความตกใจและโกรธเคืองต่อการบุกโจมตีสภาคองเกรสของสหรัฐในวอชิงตัน ดีซี. โดยผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์

– สหราชอาณาจักร – บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวบนทวิตเตอร์ประณาม “ฉากที่น่าอัปยศอดสูในรัฐสภาคองเกรสของสหรัฐ สหรัฐยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยทั่วโลก และตอนนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการถ่ายโอนอำนาจอย่างสงบและเป็นระเบียบ”

โดมินิก ราอาบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษกล่าวเสริมในทวีตของตัวเองว่า “สหรัฐมีความภาคภูมิใจในระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและไม่มีเหตุผลใดๆ สำหรับความพยายามที่รุนแรงเหล่านี้ที่จะทำลายการเปลี่ยนแปลงอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมายและเหมาะสม”

– สหภาพยุโรป – โจเซป บอร์เรล หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปประณามการ “ทำร้ายประชาธิปไตยของสหรัฐ” และว่า “ในสายตาของโลกคืนนี้ประชาธิปไตยแบบอเมริกันอยู่ภายใต้การปิดล้อม” เขากล่าวเสริมว่า “นี่ไม่ใช่อเมริกา ผลการเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายนจะต้องได้รับการเคารพอย่างเต็มที่”

– ฝรั่งเศส – ฌอง อีฟ เลอ ดริยง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสประณาม “การโจมตีอย่างรุนแรงต่อประชาธิปไตย” และว่า “ความรุนแรงต่อสถาบันของอเมริกาเป็นการโจมตีระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ผม ขอประณาม … เจตจำนงและคะแนนเสียงของคนอเมริกันจะต้องได้รับการเคารพ”

– เยอรมนี – ไฮโก มาส  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนทรัมป์ “หยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย” และว่า “ทรัมป์และผู้สนับสนุนควรยอมรับการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันและหยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย … ศัตรูของประชาธิปไตยจะยินดีที่ได้เห็นภาพอันน่าทึ่งเหล่านี้จากวอชิงตัน ดี.ซี. ”  เขากล่าวเสริม “คำพูดที่ทำให้รุนแรงกลายเป็นการกระทำที่รุนแรง”

– แคนาดา – นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดทวีตว่าฉากที่สภาคองเกรสสหรัฐเป็นการ “โจมตีประชาธิปไตย” และว่า “ชาวแคนาดารู้สึกกระวนกระวายใจและเสียใจอย่างยิ่งกับการโจมตีประชาธิปไตยในสหรัฐพันธมิตรและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดของเรา” 

– ออสเตรเลีย – สก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียประณาม “ฉากที่น่าวิตก” ในสหรัฐ “เราขอประณามการกระทำที่รุนแรงเหล่านี้และหวังว่าจะมีการถ่ายโอนรัฐบาลอย่างสันติไปสู่การบริหารที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ตามประเพณีประชาธิปไตยอันยิ่งใหญ่ของอเมริกัน” 

– นิวซีแลนด์ – นายกรับมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ทวีตว่า: “ประชาธิปไตย คือสิทธิของประชาชนในการลงคะแนนเสียงรับฟังเสียงของพวกเขาจากนั้นให้มีการตัดสินใจอย่างสันติ ไม่ควรถูกยกเลิกโดยฝูงชน”

– นาโต้ – เจนส์ สโตลเทนเบิร์กหัวหน้านาโตทวีตว่า “ฉากที่น่าตกใจในวอชิงตันดีซี … ผลของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยนี้ต้องได้รับการเคารพ”

– ยูเอ็น – อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติและประธานสมัชชาที่ประชุมคือ โวลคาน โบซกีร์ ต่างประณามความรุนแรงที่สภคองเกรส โดยโฆษกของกูเตอร์เรสแถลงว่าเขา”เศร้าใจ” กับการบุกอาคารรัฐสภาของสหรัฐโดยผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และว่า “ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้นำทางการเมืองจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามของตนว่า ต้องละเว้นจากความรุนแรงรวมทั้งเคารพกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม” 

คองเกรสวินาศสันตะโร สาวกทรัมป์บุกถล่มยับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642122

วันที่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 07:50 น.คองเกรสวินาศสันตะโร สาวกทรัมป์บุกถล่มยับภาพชุดเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐ เมื่อผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปขวางการรับรองว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ (Photo by SAUL LOEB / AFP)

Photo by Drew Angerer / AFP
Photo by SAUL LOEB / AFP
Photo by Joseph Prezioso / AFP
Photo by WIN MCNAMEE / AFP
Photo by WIN MCNAMEE / AFP
Photo by Drew Angerer / AFP
Photo by Drew Angerer / AFP
Photo by SAUL LOEB / AFP
Photo by SAUL LOEB / AFP
Photo by Drew Angerer / AFP
Photo by SAUL LOEB / AFP
Photo by ALEX EDELMAN / AFP