อียิปต์เผยการค้นพบมัมมี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638072

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 20:10 น.อียิปต์เผยการค้นพบมัมมี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้ช่วงนี้อียิปต์ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าที่ผ่านๆ มา

สำนักข่าว AFP รายงานว่าทางอียิปต์ประกาศการค้นพบขุมทรัพย์โบราณที่มีโลงศพที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มากกว่า 100 ชิ้นซึ่งมีอายุย้อนกลับไปกว่า 2,500 ปีก่อนซึ่งเป็นการค้นพบที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้

โลงศพไม้ปิดผนึกเป็นของยุคปลายสมัยโบราณ (ราวๆ 664 – 332 ปีก่อนคริสตกาล) และยุคทอเลมี (305 – 30 ปีก่อนคริสตกาล) ถูกพบในหลุมฝังศพสามแห่งที่ความลึก 12 เมตรในสุสานโบราณซัคคาราที่กว้างใหญ่ไพศาลทางตอนใต้ของกรุงไคโร

นักโบราณคดีเปิดโลงศพเพื่อเผยให้เห็นมัมมี่ที่ห่อด้วยผ้าห่อศพประดับด้วยภาพอักษรอียิปต์โบราณที่มีสีสันสดใส

ซัคคาราซึ่งเป็นที่ตั้งของปิรามิด วัดโบราณและสถานที่ฝังศพสัตว์จำนวนมาก เป็นสุสานขนาดใหญ่ของเมืองหลวงของอียิปต์โบราณในเมืองเมมฟิสซึ่งเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

การค้นพบครั้งใหญ่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่นักโบราณคดีในพื้นที่พบโลงศพไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์และปิดผนึกอย่างดีอีก 59 โลงซึ่งมีอายุย้อนกลับไปกว่า 2,500 ปีก่อน

“ซัคคารายังไม่เปิดเผยสมบัติทั้งหมดของมัน” คาเล็ด อัล-อนานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวโบราณวัตถุและการท่องเที่ยวกล่าวในพิธีเผยสิ่งของที่ขุดค้นพบ “การขุดยังอยู่ระหว่างดำเนินการไปเรื่อยๆ เมื่อใดก็ตามที่เราขนสิ่งของจากโพรงที่ฝังศพของโลงศพ เราก็จะพบทางเข้าอีกแห่งหนึ่ง”

คาเล็ด อัล-อนานีกล่าวว่ามีการค้นพบรูปปั้นของเทพโบราณและหน้ากากศพมากกว่า 40 รูป และมีการพบรูปปั้นไม้อีกสองชิ้นในหลุมฝังศพของผู้พิพากษาในยุคโบราณแห่งราชวงศ์ที่ 6

โลงศพที่ค้นพบจะถูกแจกจ่ายไปจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในอียิปต์รวมถึงพิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum ที่ที่ราบสูงกิซา ซึ่งเปก็นพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่อลังการ

Photo by Ahmed HASAN / AFP

ดันกฎหมายห้ามแชร์ภาพใส่ร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638060

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 18:09 น.ดันกฎหมายห้ามแชร์ภาพใส่ร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ฝรั่งเศสผลักดันกฎหมายเอาผิดผู้ที่แพร่ภาพหรือคลิปที่ทำให้ตำรวจดูเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชน

สำนักข่าว France24 รายงานว่าฝรั่งเศสเสนอร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ โดยจะห้ามมิให้เผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีเจตนาจะป้ายสีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีภาพลักษณ์ที่เลวร้าย เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่จากการโจมตีที่มุ่งร้ายโดยใช้โซเชียลมีเดีย

มาตรา 24 ของร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฝรั่งเศสจะกำหนดความผิดทางอาญาใหม่ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปีและปรับ 45,000 ยูโร (ราว 1,6 ล้านบาท) หากผู้กระทำผิดเผยแพร่ภาพที่มีเป้าหมายซึ่ง “ทำร้ายให้ได้รับความกระทบกระเทือนทางร่างกายหรือจิตใจ” แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข้อนี้ถูกเสนอครั้งแรกโดยฌอง มิเชล-โฟแวร์เกอ ซึ่งเป็น ส.ส. ของพรรค LREM ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง หลังจากที่สหภาพตำรวจได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มานาน

อลิซ ตูโรต์ ส.ส. อีกคนของพรรค LREM กล่าวกับสถานีวิทยุ Inter radio ว่า จุดประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ก็คือเพื่อห้ามไม่ให้มีการเรียกร้องให้แก้แคนกับเจ้าหน้าที่และครอบครัวของพวกเขาด้วยวิธีการที่รุนแรง โดยผ่านทางการแพร่ภาพวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย

กฎหมายฉบับนี้ยังอนุญาตให้มีการแพร่ภาพบันทึกจากกล้องติดตัวตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ (body camera) เพื่อที่จะใช้เป็นการถ่วงดุลกับภาพที่มีผู็ถ่ายเอาไว้แล้วนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลทีเดีย เนื่องจากผู้สนับสนุนกฎหมายบอกว่าภาพคลิของตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียมักถูกตัดต่อจนหลายคัร้งทำให้ผู้คนเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจผิดไปจากบริบทของสถานการณ์แวดล้อม

อย่างไรก็ตาม มีผู้ต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ เช่น สมาคมผู้สื่อข่าวฝรั่งเศสเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกประณามร่างกฎหมายนี้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการรายงานข่าว ส่วน ขณะเดียวกันแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) กล่าวว่าหากผ่านกฎหมายนี้รัฐบาลฝรั่งเศสจะละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศปี 1966 ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก

ภาพประกอบ – ผู้ประท้วงต่อต้านการล็อคดาวน์ถูกตำรวจควบคุมตัวระหว่างการเดินขบวนในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตอัมไมน์ทางตะวันตกของเยอรมนีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2020 (ภาพโดย Yann Schreiber / AFP)

หยุดยิงแต่ไม่ยอมยกให้ ชาวอาร์เมเนียเผาบ้านทิ้งไม่ให้ศัตรูได้ไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638049

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 16:07 น.หยุดยิงแต่ไม่ยอมยกให้ ชาวอาร์เมเนียเผาบ้านทิ้งไม่ให้ศัตรูได้ไปสุดสัปดาห์นี้ชาวอาร์เมเนียต้องรีบอพยพออกจากพื้นที่ขัดแย้งที่ต้องยกให้อาเซอร์ไบจาน พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ยอมยกบ้านให้ศัตรู

ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP เก็บภาพสะเทือนใจระหว่างที่ผู้อยู่อาศัยชาวอาร์เมเนียคนหนึ่งจุดไฟเผาบ้านของเขาในหมู่บ้านชาเรกตาร์ นอกเมืองคัลบาจาร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2020 ซึ่งเป็นพื้นที่ความขัดแย้งทางทหารระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานในพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาทของทั้งสองฝ่ายคือ แคว้นนากอร์โน-คาราบัค

ในเวลานี้ชาวบ้านที่เป็นชาวอาร์เมเนียในนากอร์โน-คาราบัคพากันจุดไฟเผาบ้านก่อนจะหนีไปยังประเทศอาร์เมเนียก่อนกำหนดสุดสัปดาห์ ซึ่งจะมีการส่งมอบดินแดนบางส่วนของนากอร์โน-คาราบัคให้กับอาเซอร์ไบจานเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ ทำให้ชาวอาร์เมเนียในพื้นที่หนีไปยังแผ่นดินใหญ่ของประเทศอาร์เมเนีย แทนที่จะเลือกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอาเซอร์ไบจาน

ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP

ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP
ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP
ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP
ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP

ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638062

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 15:31 น.

ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

Posttoday Podcast DeepTalk ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

Posttoday Podcast DeepTalk ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ 

https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/929583715&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

เอเชียผนึกกำลังเซ็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638059

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 14:10 น.เอเชียผนึกกำลังเซ็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกการเจรจาเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคนี้ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในการประชุมอาเซียนที่ประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 จนลงนามสำเร็จในปีนี้

ประเทศและเขตเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก 15 แห่งได้จัดตั้งกลุ่มการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน นั่นคือ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” (RCEP) โดยมีการลงนามในการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคในฮานอย

ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ผู้นำของประเทศ RCEP ต่างพากันยืนอยู่ข้างหลังรัฐมนตรีพาณิชย์ของตนเองซึ่งรับหน้าที่ลงนามในสำเนาข้อตกลงทีละคน จากนั้นก็แสดงสำเนาการลงนามให้กับกล้องให้ทุกคนได้เห็น

“RCEP จะได้รับการให้สัตยาบันโดยประเทศที่ลงนามในไม่ช้าและมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด” เหงียนซวนฟุกนายกรัฐมนตรีเวียดนามซึ่งเป็นเจ้าภาพในพิธีในฐานะประธานอาเซียนกล่าว

รัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า ขนาดเศรษฐกิจของ RCEP จะคิดเป็น 30% ของเศรษฐกิจโลก 30% ของประชากรทั่วโลกและเข้าถึงผู้บริโภค 2,200 ล้านคน (สมาชิกประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย พม่า นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ด้านกระทรวงการคลังของจีนกล่าวว่าคำมั่นสัญญาของกลุ่มใหม่นี้รวมถึงการยกเลิกภาษีบางส่วนภายในกลุ่มโดยบางส่วนจะยกเลิกในทันทีและกรณีอื่นๆ จะทยอยยกเลิกในช่วง 10 ปี (ทั้งนี้ ยังไม่มีรายละเอียดว่าผลิตภัณฑ์ใดและประเทศใดบ้างที่จะได้รับการลดภาษีทันที)

กระทรวงการคลังของจีนยังประกาศด้วยว่า “เป็นครั้งแรกที่จีนและญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงการลดภาษีทวิภาคีซึ่งเป็นความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์”

แต่ไม่เพียงแค่นั้น ข้อตกลงดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่คู่กรณีต่างๆ ในเอเชียตะวันออก คือจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พร้อมใจกันมาอยู่ในข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดียวกัน

ด้าน เหลื่อง ห่วง ไถ หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้าพหุภาคีของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามกล่าวว่า RCEP “จะช่วยลดหรือยกเลิกภาษีสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรและกำหนดกฎเกณฑ์ในการส่งดาต้า”

รัฐมนตรีพาณิชย์ของอินโดนีเซียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อประเทศที่เข้าร่วมจะให้สัตยาบันข้อตกลงภายภายในสองปีข้างหน้าในจำนวนที่เพียงพอที่จะมีผลบังคับใช้ได้

สำหรับจีนแล้ว การผลักดัน RCEP ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพราะสมาชิกของ RCEP หลายประเทศยังรวมถึงพันธมิตรของสหรัฐ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังถอนสหรัฐออกจาก “ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” (TPP) ทำให้จีนได้โอกาสในการฟอร์มข้อตกลงใหม่

ส่วนอินเดียถอนตัวจากการเจรจา RCEP เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ผู้นำอาเซียนกล่าวว่ายังพร้อมต้อนรับอินเดียมาเข้าร่วมเสมอ

Photo by Handout / VIETNAM HOST BROADCASTER / AFP

ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/638027

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาวอัพเดทเทรนด์ใหม่เอาใจสาวๆ ชี้เป้า 4 ลุคโดดเด่นสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว ในงาน ZAAP HARD SALE ครั้งที่ 4

ช่วงนี้สาวๆ คงจะรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมากระทบผิวกายในยามเช้ากันแล้วใช่ไหม แน่นอนว่าอากาศแบบนี้หลายคนคงถือโอกาสหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้มามิกซ์แอนด์แมตช์ แต่ถ้าหากว่าอยากได้ไอเดียเก๋ๆ ในการแต่งตัวแล้วละก็ มาดู 4 เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าคูลๆ ที่ใส่กันหนาวก็ได้ ใส่เดินสวยๆ ก็ดี ว่ามีสไตล์ไหนบ้าง

ลุคที่ 1 กระโปรงยีนส์คู่กับชุดสายเดี่ยวพร้อมเสื้อคลุมสั้นสีพาสเทล เป็นลุคคลาสสิกแบบชิลๆ กลิ่นอายวินเทจ แลดูเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยว โดยแมทช์กับเสื้อด้านในและเสื้อคลุมลายตาราง ช่วยขับผิวให้ขาวผ่องโอโม่มาก หรืออีกไอเดียสำหรับกระโปรงยีนส์คู่กับเสื้อแขนยาวสีสดใส พร้อมรองเท้าสีขาว ก็น่ารักแบบเท่ๆ อย่างลงตัว

ลุคที่ 2 เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุด อากาศเย็นทั้งที สาวๆ ที่อยากใส่แขนยาว ก็สามารถคว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ แล้วสวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุดได้ลุคสาวเกาเลย และสามารถนำเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาใส่คลุมทับเสื้อตัวใน ใส่คู่กับกางเกงผ้าลินิน สะพายถุงผ้า เฟี้ยวอินเทรนด์ อยากใส่ต้องได้ใส่ จัดมาเลยเสื้อกั๊กไหมพรมสีจี๊ด คู่กับกางเกงสีแนวเอิร์ธโทน หรือเป็นเสื้อไหมพรมเอวลอย ให้เปรี้ยวต้องปลดกระดุมเล็กน้อย ใส่คู่กับกางเกงเอวสูงหรือมินิสเกิร์ต

ลุคที่ 3 เสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต หนาวๆ สาวออฟฟิศยุคใหม่อย่างเราต้องมาคู่กับเสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต โชว์เข็มขัดหน่อย พร้อมใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดไปด้วย หรือหยิบเสื้อคลุมคาดิแกน สีสันสดใสมาใส่ทับ ให้อารมณ์สาวหวาน หรืออาจจะ ใส่เสื้อคลุมสีชมพูตัวใหญ่เนื้อผ้าบางๆ ทับด้านนอก ลุคนี้ก็ดูมุ้งมิ้งไปอีกแบบ จะจับคู่เดรสลายดอกสีเข้มกับเสื้อคลุมผ้าเนื้อบางตัวจิ๋ว ก็ช่วยพรางหุ่นให้ดูเพรียวได้อย่างดีเยี่ยม

ลุคที่ 4 การจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน สาวๆ ยังสามารถเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยการจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน หากท่านใดที่ชื่นชอบลุคที่ดูมินิมัลก็สามารถเลือกสีโทนอ่อนที่ดูสบายตา หรือสร้างลุคที่ดูเท่ยิ่งขึ้นด้วยไอเทมที่มาพร้อมกับเฉดสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

หากใครที่ยังมองหาเสื้อผ้าและไอเท็มเด็ดๆ เอาไว้มิกซ์แอนด์แมตช์กันอยู่ละก็ สามารถมาช้อปพร้อมกันได้ที่งาน ZAAP HARD SALE #4 ลดทะลุโลก ขนมาทั้งร้านเด็ดออนไลน์ไปถึงย่านรังสิต เสิร์ฟโปรโมชั่นแบบจุกๆ ลดสูงสุดถึง 90% ทั้งเสื้อผ้า ของแต่งบ้าน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง มีทุกอย่างครบจบที่เดียว โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ Zpell @Alive Park Hall ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ZAAP HARD SALE หรือคลิก www.facebook.com/zaaphardsale

How to ดูแลผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637799

วันที่ 12 พ.ย. 2563 เวลา 09:11 น.How to ดูแลผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวพญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม และ ธัญ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมแนะวิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปี

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว สภาพอากาศที่หนาวเย็นนั้นทำร้ายผิวและเส้นผมมากกว่าที่ทุกคนคิด แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีอากาศหนาวจัดก็ตาม แต่อากาศที่เย็นตัวลงมาพร้อมกับระดับความชื้นในอากาศที่ต่ำ หรือเรียกกันว่า “อากาศแห้ง” ย่อมทำให้ผิวและเส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไปอย่างง่ายดาย ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย เส้นผมและหนังศีรษะแห้ง ผมชี้ฟูจากไฟฟ้าสถิต และขาดความเงางาม

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ จัดกิจกรรมแนะนำ ‘วิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้มีสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปี’ กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม อาทิ Aromatherapy Shampoo, Aromatherapy Hair Conditioner, Hair Mask, Advance Protective Hair Serum, Body Butter และ Bath & Massage Oil โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมกิจกรรม อาทิ หฤทัย ไชยยันต์ ณ อยุธยา, มธุนาฏ ซอโซตถิกุล และณชา จึงกานต์กุล ที่ KBank Private Banking ชั้น 42 อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์

พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปีว่า อากาศเย็นในช่วงหน้าหนาวมาพร้อมกับความชื้นในอากาศที่ลดลง ซึ่งอากาศที่แห้งนั้นทำให้หลายคนมักพบกับปัญหาผิวและเส้นผม อาทิ ผิวและผมแห้ง แตกลาย อาการคันบริเวณผิวและหนังศีรษะ รวมถึงอาการระคายเคืองต่างๆ

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคผื่นแพ้ต่อมไขมัน หรือโรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis) ก็มีโอกาสที่อาการกำเริบได้ในช่วงที่มีอากาศแห้ง บริเวณที่พบบ่อย คือ ใบหน้า บริเวณหัวคิ้ว ข้างจมูก หลังใบหู หรือหนังศีรษะ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจะพบที่บริเวณหน้าอกหรือแผ่นหลังด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังช่วงหน้าหนาว คือ ฝุ่นละออง PM 2.5 หรือ Particulate Matters 2.5 เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นมากขึ้นในช่วงหน้าหนาว นอกจากจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผิวโดยตรงแล้ว ฝุ่นละออง PM 2.5 จะไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับชั้นฟิล์มไขมันเคลือบผิว (Sebum) ที่ทำหน้าที่เสมือนเกราะปกป้องผิว ทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ อุดตัน นำมาซึ่งปัญหาผิว อาทิ สิว ริ้วรอย ความหมองคล้ำ อักทั้งยังเป็นตัวการร้ายที่ทำให้เส้นผมเราหลุดร่วงได้ง่าย มลภาวะฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถเกาะติดเส้นผมได้ง่าย ก่อให้เกิดปัญหาผมแห้ง ขาดความเงางาม หากปล่อยไว้นานฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าเส้นผมและทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นผม ทำให้ผมแห้ง หลุดร่วงมากยิ่งขึ้น

การดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะในช่วงฤดูหนาวนี้ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของสารจำพวกซัลเฟต (SLS) เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และควรเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทฟื้นบำรุงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแฮร์คอนดิชั่นเนอร์ แฮร์มาส์ก และแฮร์เซรั่ม ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้เส้นผมแห้งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตซึ่งเป็นสาเหตุของผมชี้ฟู

ส่วนการการดูแลสุขภาพผิวช่วงหน้าหนาว แนะนำว่าไม่ควรอาบน้ำที่ร้อนจัดจนเกินไป เพราะน้ำร้อนจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวไปปริมาณมาก และไม่ควรสครับผิวในขณะที่ผิวแห้ง ไม่ควรขัดผิวแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง และยังทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายด้วย ดังนั้นควรทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพื่อเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

4 มิติการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637518

วันที่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 06:50 น.4 มิติการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจังโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจังหรือยัง?

เราตระหนักดีว่าโลกไม่เคยหยุดนิ่งและเราก็พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด แต่ท่านสงสัยไหมว่าทำไม ไม่ว่าเราจะพยายามอย่างไร ทั้งเวลาและการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ถ้าเช่นนั้น ท่านคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องก้าวข้ามกระบวนการพัฒนาแบบเดิมๆ หรือยัง แล้วแนวคิดดังกล่าวคืออะไร มีกระบวนการอย่างไร

เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนเดิม ทั้งอ่อนไหว ซับซ้อน คุลมเครือ ไม่แน่นอน อีกทั้งเทคโนโลยี หุ่นยนต์ เอไอ ก็พัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ลูกค้ามีความคาดหวังสูง ต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่างและคุ้มค่า การแข่งขันเพิ่มความรุนแรง การดำเนินธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นและเสี่ยงสูง หลายแห่งต้องล่มสลาย ไปต่อไม่ไหว องค์กรที่เหลืออยู่ก็คิดหนัก ต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

แต่การปรับตัวในปัจจุบันที่ไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนนั้นเป็นเพราะ

1. องค์กรส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับแนวคิดเดิมๆ รูปแบบเก่าๆ ยังคงเน้นแต่การปรับแต่งพฤติกรรมอย่างฉาบฉวย เพราะมันง่าย เห็นผลเร็ว แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ขาดความมุ่งมั่น ซักพักก็กลับไปเหมือนเดิม

2. มุมมองต่อการแก้ปัญหาก็ยังเน้นแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ยังยึดอยู่กับการหาคำตอบเดียวที่ดีที่สุด แต่ขาดความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างที่แปลกใหม่ และก็ยังขาดทักษะของการนำความรู้ไปใช้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

3. ทีมงานขาดความเป็นเอกภาพ ขาดความเข้มแข็ง ไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม

4. องค์กรขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถเหนี่ยวนำสร้างการมีส่วนร่วมให้ทีมงานเดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว องค์กรจึงไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักที่การพัฒนาไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง มันจึงเกิดคำถามว่า “เราจะยังคงพัฒนาคนและองค์กรด้วยแนวคิดและกระบวนการแบบเดิมๆ อยู่อีกหรือ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาพลิกตำราเพื่อสร้างองค์กรให้มั่นคงยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” ถ้าเช่นนั้น เราต้องปรับอะไร ปรับอย่างไรจึงจะยั่งยืน แล้วอะไรคือคำตอบ

จากการศึกษาวิจัยเชิงลึกด้านการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืนมากว่า 20 ปี เราพบว่าทางออกของความท้าทายดังกล่าวคือ เราต้องปรับยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างถอนรากถอนโคนด้วย กระบวนการพัฒนาเชิงองค์รวม (Holistic Development Approach) ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิตอย่างเชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียวอันประกอบไปด้วยจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ กล่าวคือ

1. มิติด้านจิตใจเมื่อพูดถึงจิตใจ

นั่นคือเรากำลังพูดถึงกรอบความคิด (Mindset) อันเป็นฐานรากชีวิต ปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคคลมักติดกรอบเดิมๆ ส่งผลให้บุคคลไม่เปลี่ยน มีทัศนติติดลบ ขาดแรงบันดาลใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนใดๆ จึงต้องเริ่มที่การปรับที่กรอบความคิดนี้ เพื่อปรับทัศนคติ ค่านิยม และความเชื่อ รวมทั้งแรงขับเคลื่อนภายใน ความมุ่งมั่น เพื่อระเบิดศักยภาพภายในที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่ด้วยตนเอง อีกทั้งการปรับการมองภาพเป้าหมายเดียวกัน เพื่อสร้างทีมงานให้มีความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ดังนั้น การพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในอนาคต เราจึงต้องเริ่มด้วยการเปลี่ยนตนเอง แต่ต้องปรับออกจากแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ที่เน้นแค่การปรับแต่งพฤติกรรมอย่างผิวเผิน มาเป็นแนวคิดใหม่ของการปรับที่ฐานรากชีวิต นั่นคือ กรอบความคิดตนเอง เพื่อระเบิดศักยภาพจากภายใน สร้างแรงขับเคลื่อนภายในอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุกเป็นทีมให้สอดคล้องกันอย่างเป็นเอกภาพ

2. มิติด้านปัญญาเมื่อพูดถึงปัญญา

ความท้าทายในประเด็นนี้คือ เมื่อมีปัญหาเข้ามา เราแก้ปัญหาไม่ตก เพราะองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ที่มีอยู่นั้น ไม่พอที่จะรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงมักข้ามขั้นตอนและหาทางลัดเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบสุดท้าย นั่นเป็นเพราะเราขาดมุมมองเชิงระบบ จึงไม่สามารถจับประเด็นสำคัญได้ และก็ไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ จึงไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้ อีกทั้งขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงไม่อาจสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างและทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งหมดนี้ทำให้กระบวนการแก้ปัญหาคับแคบ ตีบตัน แก้ปัญหาไม่ตก ไม่มีอะไรใหม่ องค์กรจึงไม่ยั่งยืน

ดังนั้น ในโลกปัจจุบันแห่งความไม่แน่นอน ซับซ้อน คุลมเครือ องค์กรจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน เราต้องแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมที่แตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ เราจำเป็นต้องก้าวข้ามจากการพัฒนาด้วยมุมมองเชิงเดี่ยวแบบเดิมๆ มาเป็นการพัฒนาด้วยแนวคิดใหม่ นั่นคือ แนวคิดเชิงระบบ และการมองภาพเชิงองค์รวม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงซ้อน ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

3. มิติด้านอารมณ์เมื่อพูดถึงอารมณ์

ความท้าทายในประเด็นนี้ เมื่อพิจารณาในระดับบุคคลคือ บุคลากรขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดความเชื่อมั่น หวั่นไหว ขาดความอดทน ขาดความมุ่งมั่น ไม่ยืนหยัด ขาดภูมิต้านทาน จึงไม่สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมาขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ก็เพราะตนไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

เมื่อพิจารณาในระดับองค์กร เราพบว่าความท้าทายคือ ทีมงานขาดศรัทธา จึงไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน การสื่อสารจึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง เอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง แต่มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง การทำงานจึงไม่เป็นทีม ต่างคนต่างไป คนละทิศคนละทาง จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม

ประเด็นทั้งการขาดความมั่นคงทางอารมณ์และขาดศรัทธา ทำให้ศักยภาพตนเองและทีมงานลดลงบุคลากรขาดการมีส่วนร่วม ทีมงานจึงขาดความเข้มแข็งและไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน ไม่เป็นหนึ่งเดียวองค์กรจึงไม่บรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็ถดถอย ไม่ยั่งยืน

ประเด็นด้านอารมณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง ดังนั้น แนวคิดใหม่ของการสร้างทีมงานให้เข้มแข็ง จึงต้องให้ความสำคัญต่อความหมายของตัวตน โดยการเห็นคุณค่าทั้งต่อตนเองและเห็นคุณค่าในความแตกต่าง

4. มิติด้านภาวะผู้นำเมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ

ความท้าทายในประเด็นนี้คือ องค์กรขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จึงไม่สามารถสร้างทีมงานให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพราะผู้นำมักเน้นแต่ในด้านการพัฒนาความสามารถด้านเทคนิค ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของประสิทธิภาพของผลสัมฤทธิ์อย่างตกขอบซึ่งว่าไปแล้วมันสำคัญ แต่ไม่พอ เพราะละเลยความสำคัญต่อคุณค่าของความเป็นมนุษย์

ดังนั้น การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจึงต้องปรับกรอบแนวคิดใหม่ จากการให้น้ำหนักแต่เฉพาะความสามารถด้านการบริหารจัดการ มาเป็นการให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์ที่ต้องการคุณค่าและความหมายด้วย ด้วยเหตุนี้ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนจึงต้องตั้งอยู่บนความสมดุลของทั้งความสามารถด้านการจัดการและการเห็นคนเป็นมนุษย์ จึงจะสามารถนำองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างยั่งยืน

เพราะโลกเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัต องค์กรไม่อาจอยู่นิ่งได้ แต่ต้องปรับตาม แต่มิใช่แค่ให้ทัน แต่ต้องก้าวข้ามและล้ำหน้าด้วยแนวคิดเชิงรุก แต่นั่นจะเป็นจริงไม่ได้เลย หากเรายังยึดติดอยู่กับกรอบแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องพลิกตำรามาเป็นการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Development Approach) ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

How To เลือกชุดชั้นในให้เป๊ะปังง่ายๆ เตรียมช้อปออนไลน์ด้วยปลายนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637428

วันที่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.How To เลือกชุดชั้นในให้เป๊ะปังง่ายๆ  เตรียมช้อปออนไลน์ด้วยปลายนิ้วเลือกซื้อชุดชั้นในผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไรให้ไม่ให้พลาด!! วาโก้ (Wacoal) เผยทริคเอาใจสาวๆ เตรียมพร้อมช้อปง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว

ต้องยอมรับเลยว่าการช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่องทางอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มที่รวมเอาสารพัดสิ่งมาไว้ให้เลือกสรร หนึ่งในนั้นคือ ชุดชั้นใน เพื่อนคู่ใจของสาวๆ ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่ เชื่อว่าหลายคนยังมีข้อกังวลใจในการจะซื้อชุดชั้นในผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไรให้ไม่พลาด คุณสุปราณี อุ่ยยะเสถียร ผู้จัดการแผนกการตลาดและการขายดิจิทัล บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เผยว่า การเลือกซื้อชุดชั้นใน เป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถัน และจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกซื้อ เพราะชุดชั้นในจะมีไซส์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสรีระของผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการช้อปปิ้งชุดชั้นในผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ได้มีโอกาสทดลองของจริง ดังนั้นการวัดขนาดที่แม่นยำและถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ ทุกคนควรมีความรู้ติดตัวเอาไว้ อาทิ

วัดขนาดรอบอกและรอบใต้อกอยู่เสมอ

เพราะอายุ ฮอร์โมน รวมไปถึงการเพิ่มหรือลดของน้ำหนักมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสรีระ อย่ายึดติดกับคัพเดิมที่เคยใส่มาก่อน เพราะหากเราใส่ชุดชั้นในไม่พอดีตัว ไม่ว่าจะแน่นหรือหลวมเกินไป จะมีผลต่อรูปทรงและความหย่อนคล้อยของหน้าอกของเราได้ ยิ่งการซื้อชุดชั้นในออนไลน์ การวัดไซส์ต้องให้ชัวร์ โดยให้วัดเป็นหน่วยเซนติเมตร เพราะให้ความละเอียดได้ดีกว่าหน่วยการวัดแบบนิ้ว และที่สำคัญทุกครั้งที่วัดหาขนาดของชุดชั้นใน ควรถอดชุดชั้นในก่อนเพื่อให้ได้ขนาดแน่นอนที่ละเอียดมากขึ้น

พิจารณารูปทรงของหน้าอก

เพื่อให้ชุดชั้นในตัวเก่งสร้างความมั่นใจให้สาวๆ ได้มากยิ่งขึ้น อย่างสาวอกไก่ หรือ อกทรงเชอร์รี่ ที่ทรงหน้าอกค่อนข้างเล็กและแบนราบ ฐานเต้าไม่ชัด ความพุ่งชันของหน้าอกมีน้อย ควรเลือกบราแบบยกทรงเสริมฟองน้ำ จะช่วยให้ดูมีหน้าอกมากขึ้น แต่หากเป็นสาวอกเล็กและห่าง ไม่ค่อยมีไขมันที่หน้าอก ก็ควรเลือกบราแบบมีโครงและมีตะขอหน้า เพื่อพยุงหน้าอกให้สูงขึ้น บางคนหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน โดยที่เต้าข้างใดข้างหนึ่งมันใหญ่กว่าอีกข้างอย่างชัดเจน ควรเลือกชุดชั้นในที่สามารถปรับเปลี่ยนแผ่นฟองน้ำหรือซิลิโคนที่เสริมได้ เพื่อที่จะได้สามารถจัดขนาดและรูปทรงของหน้าอกให้สมมาตรได้ บางคนเป็นสาวหน้าอกใหญ่และมีความหย่อนคล้อย ควรเลือกใส่บราที่มีโครง เพื่อประคองทรงเต้าไม่ให้หย่อน โดยโครงจะต้องกว้างเพื่อรับกับฐานทรงด้วย และควรจะเลือกรูปแบบที่เก็บเนื้อด้านข้างได้หมด เป็นต้น

นอกเหนือจากเรื่องไซส์หรือคัพหน้าอกแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำคัญ คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ในแต่ละวันของสาวๆ อีกด้วย เพราะวาโก้อยากให้สาวๆ สวยให้สุด ใครก็หยุดไม่ได้ โค้งสุดท้ายปลายปี ทางวาโก้จึงเตรียมสินค้าชิ้นเลิศหลากสไตล์ แมทช์ได้กับทุกรูปแบบการใช้งาน มาให้สาวๆ ได้ช้อปกันให้จุใจในราคาสุดพิเศษกับมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ สุดยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ก็ต่างรอคอยอย่าง Shopee 11.11 Big Sale ที่ครั้งนี้ วาโก้จัดเต็มกับชุดชั้นในรุ่นไฮไลท์ที่ให้สาวๆ ได้เลือกเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Wacoal Wireless Bra ไร้โครงเหล็ก สำหรับสาวๆ ที่ต้องการความคล่องตัว สามารถปรับอกให้เป๊ะ! กระชับสวย จะชุดรัดรูปหรือชุดทำงานที่ต้องการความคล่องตัว เอาอยู่ทุกชุด!!! หรือจะเก็บกระชับอัพความมั่นใจให้กับสาวคัพใหญ่ กับชุดชั้นใน Wacoal Curve Diva บราที่รู้ใจและเข้าใจสาวคัพใหญ่และสาวไซส์ใหญ่ดีที่สุด Wacoal Travel Bra Spacer ชุดชั้นในที่พร้อมจะเดินทางไปทุกที่ ไม่มีโครง ม้วนได้ ไม่เสียทรง  ส่วนสาวๆ ที่สวยเริ่ดกว่าใคร มั่นใจกับทุกไลฟ์สไตล์ ต้องบราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Wacoal Mood New Travel Bra x Shogi บราม้วนได้คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ วาโก้ ได้จับมือกับ ช้อปปี้ มอบความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า 

นอกจากชุดชั้นในที่จะช่วยเสริมความมั่นให้กับสาวๆ ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์แล้ว วาโก้ยังมีสินค้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงในอนามัยสำหรับกลางคืน Wacoal Hygieni Night Panty ที่ช่วยป้องกันการซึมเปื้อนได้ดี และไม่มีกลิ่นอับ มาพร้อมความกระชับเรียบเนียน ให้สาวๆ หลับสบาย มั่นใจได้ในทุกการเคลื่อนไหว ให้สาวๆ ได้ช้อปออนไลน์กันแบบเพลินๆ ตลอดทั้งแคมเปญอีกด้วย 

เมื่อได้เทคนิคการวัดชุดชั้นในอันแสนโปร กับสไตล์ชุดชั้นในทรงสวยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของสาวๆ กันแล้ว ก็เตรียมตัวไปช้อปออนไลน์ได้ที่ ได้ที่ https://shopee.co.th/wacoal กันได้เลย

11.11 วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637200

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.11.11 วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ส่องไอเท็มเด็ด “11.11” วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ กับมหกรรมช้อปแห่งปี Central Retail 11.11 Double Mega Sale

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปี 2020 นี้ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊ปเดียวก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เชื่อเลยว่าขาช้อปตัวจริงนั้นจะต้องตั้งตารอวันที่ 11 เดือน 11 อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็น “วันคนโสด” Singles’ Day แล้ว ก็ยังเป็นวันที่แบรนด์เอาสินค้ามาลดราคากันกระหน่ำ เรียกได้ว่าให้ทุกคนได้เซอร์ไพรส์แบบจัดเต็มอย่างแน่นอน วันที่ 11 เดือน 11 ทั้งที เลยอยากชวนทั้งคนโสดและคนมีคู่มาช้อปปิ้งให้จิตใจหายว้าเหว่ กลับมาสดใสอีกครั้ง กับแคมเปญ “Central Retail 11.11 Double Mega Sale” (เซ็นทรัล รีเทล 11.11 ดับเบิ้ล เมกา เซล) ที่จัดระหว่างวันนี้-12 พฤศจิกายน 2563 มาส่องดูกันว่าสินค้าแบรนด์ใดที่น่าจับตามองและจะต้องซื้อให้ได้ในช่วง 11.11 นี้

เติมอากาศสดชื่นให้บ้านน่าอยู่ขึ้น

ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีค่ามลภาวะทางอากาศสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก สร้างผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจของผู้คนจำนวนมาก ประเด็นนี้เราจะมองข้ามไม่ได้เลยเพราะอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพของเราในระยะยาว เพราะฉะนั้นจะโสดไม่โสดก็มาเตรียมรับมือกับฝุ่นควันที่มองไม่เห็น ด้วยเครื่องฟอกอากาศที่จะมาช่วยเปลี่ยนทุกอากาศเสียในบ้านให้สดชื่นขึ้น ให้คุณใช้ช่วงเวลาคุณภาพกับคนที่คุณรักที่บ้านอย่างเต็มที่ ยิ่งตอนนี้มีการจัดโปรโมชั่นกับแคมเปญ “Central Retail 11.11 Double Mega Sale” ด้วยส่วนลดหน้าร้านสูงสุดถึง 90% เครื่องฟอกอากาศ SHARP สีชมพูสุดเก๋รุ่น FP-J30TA-P ลดเหลือ 2,990 บาท ทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ อีกมากมาย ช้อปสินค้าคุณภาพทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งาน รับประกันของแท้ 100% ในราคาโดนใจ ได้ที่ Power Buy

ดูแลร่างกายให้ฟิตตลอดเวลา เผื่อนัดเดตรอบหน้า 

เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง หลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอกเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจจะได้ไม่พลาดทุกโอกาสสำคัญในชีวิต เพราะเราไม่รู้ว่าเดตครั้งหน้าจะมาเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าแค่ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้านหรือไปเข้ายิม อาจจะได้พบกับคนที่ใช่แบบไม่รู้ตัวก็ได้ มาเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้ร่างกายฟิตอยู่เสมอกับอุปกรณ์กีฬาและชุดออกกำลังกายคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดอย่างรองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Air Zoom Tempo NEXT% และสินค้าอีกหลากหลายจากแบรนด์ดังยอดนิยม เช่น Adidas, Skechers, New Balance และ Crocs ที่ Supersports ยกขบวนมาลดราคา หน้าร้านสูงสุด 60% พบกับสินค้าราคาเดียว 511 บาท 1,111 บาท 1,511 บาท และ 2,111 บาท ออนไลน์ลด on-top 35% สินค้าราคาเดียว 911 และ 1,111 บาท

จะโสดหรือมีคู่ มาใช้เวลาว่าง สร้างสรรค์งานคราฟต์เก๋ๆ

ชวนคนโสดหรือคนมีคู่มาใช้วันว่างให้เป็นประโยชน์ กับกิจกรรมสุดครีเอทีฟที่จะมาเปลี่ยนวันที่จำเจให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ด้วยการทำงานคราฟต์หรืองานแฮนด์เมด DIY ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร แถมยังเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารักได้ อาทิ สมุดโน้ตลายน่ารัก ๆ หรือการจัดสวนในขวด เพียงแค่มาช้อปที่ B2S ทุกสาขา คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมเครื่องเขียนต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน ตามที่จะนำไปประดิษฐ์และรังสรรค์งานอาร์ตสุดเก๋แนวใหม่แบบที่ต้องการอย่าง ดินสอสีไม้แท่งยาว Master Art S-Series 72 สี ในราคาเพียง 229 บาท และ ชุดอุปกรณ์ศิลปะ Ultimate Art Studio (215 ชิ้น) ราคา 299 บาท พิเศษสุดกับช่วงนี้ โปรโมชั่นลดสูงสุด 70% ทุกรายการสินค้า ให้มาช้อปแบบจุใจทั้งหน้าร้านและออนไลน์

ตามเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ให้สดใสข้ามปี

ใกล้จะปลายปี ถึงเวลาบอกลาเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของปีนี้ที่อาจจะไม่อินเทรนด์แล้ว พร้อมมาทำให้ตัวเองดูดีขึ้นอีก ด้วยการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นใหม่ ๆ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน มีไอเท็มให้คุณได้เลือกช้อปแบบครบ โดนใจทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่กำลังฮอตฮิตติดเทรนด์จากแบรนด์ G2OOO, GUESS และ MARK & SPENCER เครื่องสำอางจากแบรนด์ดังต่าง ๆ อย่าง LA MER The Treatment Lotion 150 ลดพิเศษเหลือเพียง 5,130 บาท รวมไปถึงยี่ห้ออื่น ๆ อาทิ Three, MAC, Clarins และ Shiseido ที่ยกทัพมาลดแบบเกินคุ้ม หน้าร้านลดกว่า 70% และออนไลน์ลดให้มากกว่า 90% พิเศษสุด! ช้อปรับความคุ้มแบบดับเบิ้ล ซื้อสินค้าหน้าร้าน รับคูปองช้อปต่อหน้าเว็บ สูงสุด 5,500 บาท พร้อมบริการส่งสินค้าฟรีโดยไม่มียอดสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำและรับของรางวัลพิเศษทุกการสั่งซื้อ

ลดเยอะขนาดนี้แล้ว จะโสดหรือไม่โสดก็อดใจไม่ไหวแน่ ๆ ต้องออกมาช้อปให้หายเหงาที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล หรือช้อปออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 12 พฤศจิกายน 2563 นี้ ติดตามรายละเอียดแคมเปญ Central Retail 11.11 Double Mega Sale เพิ่มเติมได้ที่ www.centralretail.com/1111doublemegasale