ส่องทักษะการต่อสู้ของปูติน ดวลตัวต่อตัวไหวไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678301

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 16:38 น.ส่องทักษะการต่อสู้ของปูติน ดวลตัวต่อตัวไหวไหม?

อีลอน มัสก์ จะสู้ได้ไหมเมื่อท้าดวลปูตินตัวต่อตัว แถมยังต่อให้ ใช้มือข้างที่ไม่ถนัด

ในขณะที่รัสเซียยังไม่ตอบรับคำท้าของ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลกเจ้าของ Tesla และ SpaceX ซึ่งได้ท้าดวลกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียแบบตัวต่อตัวเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมียูเครนเป็นเดิมพัน

I hereby challenge???????? ????? to single combatStakes are ???????

— Elona Musk (@elonmusk) March 14, 2022

รามซาน คาดีรอฟ ผู้นำเชเชนที่สวามิภักดิ์กับรัสเซีย และมือขวาคนสำคัญของปูติน ได้โพสต์ข้อความยาวเหยียดบน Telegram โดยเตือนอีลอน มัสก์ ซึ่งเขาเรียกว่าอีโลนา (Elona) ว่าอย่าท้าทายผู้นำรัสเซีย

“กระดูกมันคนละเบอร์ ไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะการต่อสู้หรือยูโด แต่มัสก์เป็นแค่นักธุรกิจและนักเลงคีย์บอร์ดบนทวิตเตอร์ แต่ปูตินเป็นนักการเมืองระดับโลก นักยุทธศาสตร์ และศัตรูตัวฉกาจของชาติตะวันตกและสหรัฐอเมริกา เขาจะดูไม่มีน้ำใจนักกีฬาไปหน่อยนะถ้าเอาชนะคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่า”

“คุณควรจะต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรงเพื่อเปลี่ยนตัวเองจาก “อีโลนา” ผู้บอบบาง เป็นอีลอนที่โหดเหี้ยม” คาดีรอฟกล่าว

Thank you for the offer, but such excellent training would give me too much of an advantage. If he is afraid to fight, I will agree to use only my left hand and I am not even left-handed.Elona— Elona Musk (@elonmusk) March 15, 2022

ขณะที่มัสก์เย้ยด้วยการเปลี่ยนชื่อบนทวิตเตอร์เป็น Elona Musk (อีโลนา มัสก์) พร้อมระบุว่า “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แต่การฝึกซ้อมอาจทำให้ผมได้เปรียบปูตินมากเกินไป ถ้าเขาไม่กล้าสู้กับผม ผมต่อให้ด้วยการใช้มือซ้ายมือเดียวเลย ทั้งที่ผมไม่ถนัดซ้ายด้วยซ้ำ”

He can even bring his bear— Elona Musk (@elonmusk) March 15, 2022

ก่อนหน้านี้มัสก์ยังแซวอีกว่า “ปูตินจะเอาหมีมาด้วยก็ได้นะ”

สู้ปูตินได้จริงหรือ?

แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากมากที่ทั้งสองจะเปิดศึกกันขึ้นมาจริงๆ แต่เรามาลองดูทักษะการต่อสู้ของปูตินว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมมัสก์ถึงไม่กลัวเลยสักนิด

อย่างที่หลายคนทราบ ปูตินเป็นนักยูโดสายดำ ชั้น 8 หรือ 8 ดั้ง ซึ่งถือเป็นชั้นระดับสูงสุดอันดับ 3 และยังเป็นชาวรัสเซียคนแรกที่ได้ระดับ 8 ดั้ง ในปี 2012 ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของสหพันธ์ยูโดนานาชาติ (IJF) แต่ล่าสุดปูตินถูกปลอดออกจากทุกตำแหน่งใน IJF แล้ว โดยให้เหตุผลเนื่องจากสงครามความขัดแย้งกับยูเครนที่ดำเนินอยู่

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ปูตินมีภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามในมุมมองของสาธารณชน ไม่ใช่แค่ในรัสเซียเท่านั้น แต่เป็นที่โจษจันในระดับโลก ปูตินมีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้หลายแขนง เช่น แซมโบ, ยูโด, คาราเต้ ซึ่งปูตินเคยเป็นแชมป์กีฬาแซมโบและยูโดของนครเลนินกราดด้วย

Sputnik/Mikhael Klimentyev/Kremlin via REUTERS

ปูตินชื่นชอบกีฬาเอกซ์ตรีมและกิจกรรมที่อันตราย อย่างเช่น การขี่ม้า ล่องแก่ง ล่าสัตว์อย่างหมีขั้วโลก วาฬ และเสือ หรือการว่ายน้ำในแม่น้ำไซบีเรียที่เย็นยะเยือกโดยไม่สวมเสื้อก็ทำมาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปูตินมีความกล้าหาญและแข็งแรงมากจริงๆ

เป็นที่ทราบกันดีว่าปูตินเคยเป็นสายลับ KGB มาก่อน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหน่วยสุดโหด แม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับภารกิจที่ปูตินได้รับมอบหมายจาก KGB มากนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่เคยทำงานใน KGB มักไม่พูดถึงอดีตของพวกเขา เพราะพวกเขารู้ว่ามันจะทำให้ชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย

แต่สื่อต่างประเทศเปิดเผยว่าหน่วยสืบราชการลับ KGB ทำหน้าที่เหมือนกับหน่วยข่าวกรองหรือสายลับอื่นๆ ของโลก คือ การดูแลด้านข่าวกรอง การป้องกันประเทศ แฝงตัวเข้าไปในหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญ และจำกัดบุคคลที่เป็นภัยความมั่นคง พวกเขาถูกฝึกให้สอดแนม พรางตัว ต่อสู้ และลอบสังหาร

พวกเขาต้องเรียนรู้หลายภาษา รวมถึงทักษะด้านข่าวกรอง ทักษะการสืบสวน ยิงปืน ศิลปะการต่อสู้ การต่อสู้ระยะประชิด เรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีและทริคต่างๆ เพื่อเอาชนะศัตรู

นอกจากนี้นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกในปี 2013 ถึง 2015 โดยอธิบายว่าเขาเป็น “บุรุษเพียงไม่กี่คนบนโลกที่ทรงอิทธิพลพอจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ”

ส่วนมัสก์ก็เคยฝึกศิลปะการต่อสู้หลายแขนงตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็น เคียวคุชินคาราเต้ เทควันโด ยูโด และบราซิลเลี่ยนยูยิตสู

เว็บไซต์ HITC ระบุว่าหากการประลองเกิดขึ้นจริง (ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้) แม้ว่าปูตินจะมีประสบการณ์ด้านศิลปะการต่อสู้ถึงระดับสายดำ แต่มัสก์จะได้เปรียบเพราะส่วนสูงและน้ำหนักของเขา ซึ่งมัสก์สูง 188 ซม. และน้ำหนักมากกว่า 80 กก. ส่วนปูตินสูงประมาณ 168 ซม. และหนักราว 70 กก. ทั้งคู่ยังมีอายุห่างกันถึง 19 ปี ซึ่งปีนี้ปูตินย่างเข้า 70 ปีแล้ว

Photo by Sputnik/Mikhael Klimentyev/Kremlin via REUTERS

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า NFTs จะมาถึง Instagram

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678277

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า NFTs จะมาถึง Instagram

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เผย NFTs จะมาถึง Instagram เร็วๆ นี้

Bloomberg รายงานว่ามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอบริษัท Meta Platforms Inc. กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชัน Instagram โดยยืนยันว่าบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชันเพื่อให้ผู้ใช้สามารถแสดง NFTs ของตนบน Instagram ได้

“เรากำลังดำเนินการนำ NFTs มาสู่ Instagram ในระยะเวลาอันใกล้นี้” ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวในงานประชุม South by Southwest (SXSW) ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ซัคเคอร์เบิร์กปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะใช้งานได้เมื่อไรและอย่างไร กล่าวแต่เพียงว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราคงได้เห็นกัน

เมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว อดัม มอสเซรี หัวหน้าทีม Instagram ได้เปรยไว้ว่าบริษัทกำลังทำงานเกี่ยวกับ NFTs โดยมองว่าเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการช่วยบรรดาครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม และขยายฐานผู้ใช้งาน

Bloomberg ยังกล่าวอีกว่าซัคเคอร์เบิร์กใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดถึง Metaverse ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของเขาในการสร้างอินเทอร์เน็ตเวอร์ชันที่สมจริงยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอีกหลายรายที่ร่วมลงสนาม NFTs เช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ OnlyFans แพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงและเป็นที่รู้จักด้านคอนเทนต์ 18+ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้สามารถนำ NFTs มาตั้งเป็นภาพโปรไฟล์ รวมถึง Twitter และ Reddit ซึ่งได้ประกาศถึงฟีเจอร์ใหม่ในลักษณะเดียวกันนี้

ทั้งนี้ NFTs (Non-fungible tokens) สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้บล็อกเชนได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการซื้อขายในตลาดสูงขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว ขณะที่อีกด้านหนึ่งมองว่าเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมทางการเงินรวมถึงการฟอกเงิน

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ ประณามปูติน ‘อาชญากรสงคราม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678269

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 11:40 น.วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ ประณามปูติน 'อาชญากรสงคราม'

วุฒิสภาสหรัฐลงมติประณามปูตินเป็นอาชญากรสงคราม

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นวุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะประณามประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียว่าเป็น “อาชญากรสงคราม” ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากที่สภาคองเกรสจะมีมติเป็นเอกฉันท์เช่นนี้

ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันเป็นผู้ยืนข้อเสนอในสภา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งฝั่งรีพับลิกันและเดโมแครต สนับสนุนให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในกรุงเฮกและประเทศอื่นๆ กำหนดเป้าหมายไปยังกองทัพรัสเซียในการสืบสวนอาชญากรรมสงครามใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

“พวกเราทุกคนในที่ประชุมแห่งนี้ ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันขอกล่าวว่าวลาดิมีร์ ปูตินไม่สามารถหลบหนีความรับผิดชอบต่อความโหดร้ายที่ก่อขึ้นต่อประชาชนชาวยูเครน” ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตกล่าวก่อนการลงคะแนนเสียง

ทั้งนี้ รัสเซียเรียกการรุกรานยูเครนว่า “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” เพื่อขจัดระบอบนาซีในยูเครน โดยได้ทำการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่ปี 1945 ขณะที่ปูตินกล่าวว่ายูเครนเป็นเสมือนกับอาณานิคมของสหรัฐ ที่มีระบอบการปกครองแบบหุ่นเชิด

ขณะที่รอยเตอร์สประมาณความสูญเสียจากสงครามครั้งนี้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15,000 คน ผู้อพยพอย่างน้อย 3 ล้านคน และความเสียหายต่อทรัพย์สินประมาณ 119 พันล้านเหรียญสหรัฐ

photo by Sputnik/Mikhail Klimentyev/Kremlin via REUTERS

จับตาล็อกดาวน์เซินเจิ้น หวั่นสะเทือนซัพพลายเชนโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678265

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 10:30 น.จับตาล็อกดาวน์เซินเจิ้น หวั่นสะเทือนซัพพลายเชนโลก

จีนล็อกดาวน์เซินเจิ้น ศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของโลก หวั่นกระทบการผลิต-ขนส่ง

บลูมเบิร์กรายงานว่า เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ประกาศล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 สัปดาห์นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 60 ราย ส่งผลให้ประชาชน 17.5 ล้านคนได้รับคำสั่งให้ทำงานจากที่บ้าน ปิดบริการขนส่งสาธารณะและธุรกิจที่ไม่จำเป็นทั้งหมด ซึ่งจะกระทบต่อการผลิตและส่งออกทั่วโลก เนื่องจากเซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของบริษัทหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเทคโนโลยี

รายงานระบุว่าการล็อกดาวน์เซินเจิ้นยังจะส่งผลให้คำสั่งซื้อที่ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั่วโลก เช่น Amazon และ Walmart อาจล่าช้า

หวัง ซิน หัวหน้าสมาคมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเซินเจิ้นกล่าวว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้าที่ขายในตลาดออนไลน์หลักๆ รวมถึงที่ดำเนินการโดย Amazon.com Inc. และ Walmart Inc. ผู้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ

หวังกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ว่าการผลิตส่วนใหญ่ถูกระงับในเซินเจิ้นเนื่องจากการล็อกดาวน์ และการส่งมอบต้องหยุดชะงักเนื่องจากบริษัทขนส่งและคลังสินค้าไม่สามารถดำเนินการ

นอกจากเซินเจิ้นจะเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของผู้ส่งออกค้าปลีกออนไลน์ราวครึ่งหนึ่งในจีนด้วย

ก่อนหน้านี้ Foxconn ซัพพลายเออร์รายใหญ่ของ Apple และ Samsung ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเซินเจิ้น ประกาศปิดโรงงานในหลงหัวและกวนหลานเป็นการชั่วคราว รวมถึงระงับการผลิตของ GIS Holding บริษัทในเครือซึ่งผลิตชิ้นส่วนหน้าจอสัมผัสด้วย โดยจะกระจายไปผลิตในโรงงานที่ตั้งอยู่ในเมืองอื่นๆ แทน

ขณะที่ฉาง ชู นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics มองว่าการล็อกดาวน์เมืองเซินเจิ้นจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีและเครื่องจักร เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญที่จะป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้อาจกระทบต่อ GDP ของประเทศด้วย

Photo by REUTERS/Staff

ทูตรัสเซียยืนยัน สัมพันธ์ไทย-รัสเซียยังคงแน่นแฟ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678235

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 20:59 น.ทูตรัสเซียยืนยัน สัมพันธ์ไทย-รัสเซียยังคงแน่นแฟ้น

เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทย เผยรัสเซียเคารพต่อท่าทีไทย ที่กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 65 สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยืนยันว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทย ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และยังคงความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป

เอกอัครราชทูตรัสเซีย ยืนยันว่า ทางรัสเซียเคารพต่อท่าทีของไทย ที่กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้มีการหารือกันอย่างเปิดเผยและทางรัสเซียก็เข้าใจดีถึงความกดดันที่ทางสหรัฐฯ และชาติตะวันตกส่งมา โดยรัสเซีย ไม่ต้องการที่จะแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น

เอกอัครราชทูตรัสเซีย ยังชี้แจงถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยระบุว่า ชนวนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว จากการที่พลเรือนของดอนบาสถูกสังหารโดยรัฐบาลยูเครน ซึ่งหวังว่า สื่อไทยจะเข้าใจว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร ไม่เหมือนที่สื่อทางตะวันตกพยายามโฆษณาชวนเชื่อ

ภายหลังจากสงครามเย็น ปี 1991 รัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับนานาประเทศ แต่เมื่อเกิดการขยายตัวขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่เป็นผู้นำในการผลักดันและชักจูง ซึ่งความร่วมมือของนาโต้นั้น ทำให้รัสเซียกังวลถึงความปลอดภัยของประเทศ จึงต้องจัดการแก้ไขปัญหาด้วยปฏิบัติการพิเศษทางทหารโดยปราศจากทางเลือกซึ่งได้มีการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพื่อส่งพลเรือนข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย

รัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับเอกราชของภูมิภาคดอนบาสต์ ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนควบคุมอยู่ รวมถึงยอมรับเอกราชของแคว้นไครเมียร์ด้วยและต้องการปลดอาวุธทางทหารทั้งหมดของยูเครน เพื่อปราบปรามกลุ่มนาซีใหม่ โดยทางรัสเซียเน้นย้ำว่า พวกเขาจะโจมตีแค่ในพื้นที่ทางทหารเท่านั้นและผลลัพธ์สุดท้ายจะสามารถคลี่คลายลงได้ผ่านการเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน

ชาวรัสเซียพาสำรวจราคาอาหาร บางอย่างพุ่งถึง 63%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678209

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 17:00 น.ชาวรัสเซียพาสำรวจราคาอาหาร บางอย่างพุ่งถึง 63%

นักเศรษฐศาสตร์คาดเงินเฟ้อจะสูงเกินกว่า 20% ภายในสิ้นเดือน มี.ค.

หลังจากกองทัพรัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในรัสเซียก็พุ่งขึ้นเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 24 ปีในช่วงสัปดาห์แรกของการบุก

ข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจรัสเซียระบุว่า ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-4 มี.ค. เงินเฟ้อในรอบ 7 วันขยับขึ้น 2.2% เนื่องจากบรรดาร้านค้าปลีกปรับเพิ่มราคาสินค้าเพื่อตอบสนองต่อค่าเงินรูเบิลที่ลดลง โดยนับตั้งแต่วันแรกที่รัสเซียจู่โจม ค่าเงินรูเบิลร่วงไปแล้วกว่า 50%

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเงินเฟ้อจะสูงเกินกว่า 20% ภายในสิ้นเดือน มี.ค.

นิกกี โปรชิน ยูทูบเบอร์ชาวรัสเซียเจ้าของแชนเนล Niki Proshin พาสำรวจราคาสินค้าในห้างสรรพสินค้า PRISMA ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าระดับกลางๆ ไม่ถูกไม่แพงของรัสเซีย เปรียบเทียบราคาสินค้าวันที่ 2 มี.ค. กับราคาเมื่อ 4 เดือนก่อนหน้า

คอทเทจชีสของรัสเซียที่เรียกว่า Tvorog น้ำหนัก 1 กิโลกรัมราคา 299.90 รูเบิล เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ปัจจุบันราคา 355.90 รูเบิล (เพิ่มขึ้น 19%) นม 1 ขวด 72.90 รูเบิล เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ปัจจุบันเพิ่มขึ้น 45% มาอยู่ที่ 105.90 รูเบิล

ไข่ไก่ 10 ฟองเมื่อ 4 เดือนก่อนราคา 104.90 รูเบิล ปัจจุบันขยับมาอยู่ที่ 114.90 รูเบิล (เพิ่มขึ้น 10%) แซลมอนแพ็ค 300 กรัมขยับขึ้นจาก450 รูเบิลเป็น 734.90 รูเบิล (เพิ่มขึ้น 63%) เส้นสปาเก็ตตี้จาก 79.90 รูเบิลขยับเป็น 109.90 รูเบิล (เพิ่มขึ้น 37%) ส่วนเนื้อสัตว์ราคาไม่ต่างจากเดิม

อย่างไรก็ดี ยูทูบเบอร์รายนี้บอกว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าราคาสินค้าเหล่านี้อาจขยับขึ้นอีก เพราะค่าเงินรูเบิลร่วงลงเยอะมาก

อีกคลิปหนึ่งจากยูทูบเบอร์คนเดียวกันซึ่งถ่ายไว้เมื่อวันที่ 7 มี.ค. จะเห็นว่าร้านค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศเริ่มปิดร้าน บางร้านที่ยังเปิดอยู่ก็แทบไม่มีสต็อกสินค้าเหลืออยู่

เขายกตัวอย่างว่าราคาไอแพดมินิสูงขึ้นมาก และตอนนี้ไอแพดมินิไม่มีสต็อกแล้ว โดยก่อนหน้าการถ่ายคลิป 2 สัปดาห์ราคาไอแพดมินิอยู่ที่ 50,300 รูเบิล แต่ตอนนี้ขยับขึ้นเป็น 71,990 รูเบิล หรือสูงขึ้นกว่า 40%

โปรชินบอกว่าหลังจากนี้คนรัสเซียจะซื้อสินค้าได้ยากมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะราคาของขึ้นราว 30-50% แต่เงินเดือนไม่ได้ขยับขึ้นสูงเท่ากับราคาสินค้า

ส่วนอีกคนหนึ่งคือ แดน ชีคอซ พาทัวร์ห้างสรรพสินค้าสำหรับคนชั้นกลางในรัสเซียสำรวจราคาสินค้าต่างๆ อาทิ บลูเบอร์รี่แพ็คละ 10 เหรียญสหรัฐ สตรอเบอร์รี่ 5 เหรียญสหรัฐจากปกติช่วงสปริงอยู่ที่ 1 เหรียญสหรัฐ

แอปเปิลจาก 80 เซนต์เป็น 1 เหรียญสหรัฐ สับปะรดลูกละ 2 เหรียญสหรัฐ ลูกพลับกิโลกรัมละ 2 เหรียญสหรัฐ ขนมปังอยู่ระหว่าง 30 เซนต์-2 เหรียญสหรัฐ ไวน์จากอิตาลี 15 เหรียญ เบียร์ที่ผลิตในท้องถิ่น 1.10 เหรียญสหรัฐ

REUTERS/Alexey Malgavko

ทำไมฮ่องกงยอดตายพุ่ง? หรือว่า Zero-Covid หมดฤทธิ์แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678202

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 16:00 น.ทำไมฮ่องกงยอดตายพุ่ง? หรือว่า Zero-Covid หมดฤทธิ์แล้ว

ฮ่องกงป่วย-ตายจากโควิดพุ่ง ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 5

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเวลาราว 2 ปีแล้วที่ฮ่องกงรับมือกับการแพร่ระบาดด้วยนโยบาย Zero-Covid หรือโควิดเป็นศูนย์ตามนโยบายของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งในช่วงแรกนับว่าได้ผลดีทีเดียวเนื่องจากฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตวันละไม่ถึงร้อยคนจนถึงช่วงเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

ทว่า ในเดือนก.พ. ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในฮ่องกงค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนแตะหลักพันคนต่อวันท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 5 ซึ่งเป็นเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่ต้นปี 2020 ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมเกือบ 700,000 คน และผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 คน โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยช่วงต้นเดือนมี.ค. มีผู้ติดเชื้อรายวันกว่า 5 หมื่นคน ขณะที่ผู้เสียชีวิตอยู่ที่เกือบ 300 คนต่อวัน

จนทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาฮ่องกงมี อัตราผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ต่อประชากร 1 ล้านคนมากที่สุดในโลก ตามข้อมูลจาก Our World in Data

ทำไมยอดตายพุ่ง?

แม้ว่าฮ่องกงจะมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่เข้มงวด แต่ทว่าประชากรจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 80 ปีส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยโดยสาธารณสุขฮ่องกงก็พบว่าผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในฮ่องกงส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

ข้อมูลจาก Our World in Data อัพเดตเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ระบุว่าชาวฮ่องกงเกือบ 5.4 ล้านคนหรือกว่า 72% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ขณะที่เกือบ 30% ได้รับวัคซีนบูสเตอร์ แต่ในกลุ่มผู้สูงอายุมีอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำ

โดยข้อมูลจากทางการฮ่องกงระบุว่าประชาชนที่อายุมากกว่า 70 ปีได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วเพียง 61% ขณะที่ประชาชนที่อายุมากกว่า 80 ปี ตัวเลขดังกล่าวเหลือเพียง 32% เท่านั้น

นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนรัฐบาลฮ่องกงเปิดให้ประชาชนบันทึกสถานะการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองหลังการตรวจหาเชื้อแบบ Rapid Antigen Test Kit

ประกอบกับโควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2. ที่เริ่มแพร่ระบาดในฮ่องกงมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากฮ่องกงแล้ว เชื้อดังกล่าวยังพบในออสเตรเลียและไทยด้วย

แม้ว่าขณะนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในฮ่องกงจะค่อยๆ ลดลงมาจากจุดสูงสุดที่กว่า 5 หมื่นคนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เหลือประมาณ 12,000 คนเมื่อวันที่ 14 มี.ค. แต่ผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ที่ 286 คน ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยนางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงกล่าวว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในฮ่องกงยังคงไม่ถึงจุดพีก และยังไม่มีแผนที่จะยกระดับมาตรการควบคุมโรคเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและคำนึงถึงสุขภาพจิตของประชาชนด้วย

โดยขณะนี้รัฐบาลยังคงมาตรการคุมเข้มอย่างการห้ามชุมนุมเกิน 2 คน ปิดสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่รวมถึงโรงเรียน บังคับสวมหน้ากากอนามัยแม้ในขณะออกกำลังกายกลางแจ้ง

Photo by REUTERS/Lam Yik

ยูเครนอาจตกลงสันติภาพกับรัสเซียได้ใน 1-2 สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678199

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 15:32 น.ยูเครนอาจตกลงสันติภาพกับรัสเซียได้ใน 1-2 สัปดาห์

ที่ปรึกษาของเซนเลรสกี ประธานาธิบดียูเครนเผยว่าการพูดคุยกับฝ่ายรัสเซียออกมาใน “เชิงสร้างสรรค์” มากขึ้น

สำนักข่าว RT รายงานว่า อเล็กเซย์ อาเรสโตวิช (Alexey Arestovich) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนกล่าวว่า รัฐบาลมอสโกและรัฐบาลเคียฟสามารถลงนามในข้อตกลงสันติภาพในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

“ผมเชื่อว่า เป็นไปได้มากว่าเราจะมีข้อตกลงสันติภาพภายในเดือนพฤษภาคม ต้นเดือนพฤษภาคม หรืออาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ เราจะมาดูกันว่ามันจะเป็นอย่างไร” อาเรสโตวิช กล่าวเมื่อวันจันทร์ขณะปรากฏตัวในช่อง YouTube ของ Mark Feygin ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

อาเรสโตวิชเสริมว่าในกรณีที่ดีที่สุด ข้อตกลงเกี่ยวกับการถอนทหารรัสเซียสามารถทำได้ภายใน ” 1 – 2 สัปดาห์”

ที่ปรึกษาของประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่าการเจรจารอบที่ 4 ซึ่งดำเนินการในวันจันทร์ผ่านลิงก์วิดีโอนั้นค่อนข้าง “สร้างสรรค์” มากขึ้น

ก่อนหน้านี้คณะผู้เจรจาตกลงกันเกี่ยวกับเส้นทางอพยพพลเรือนจากเมืองที่มีการต่อสู้ เช่น มาริอูปอล เมืองท่าชายฝั่งทะเลอาซอฟที่ล้อมรอบด้วยกองทหารรัสเซียและกองกำลังของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ อย่างสมบูรณ์

Photo – Yulia Vigrinyak จากเมือง Mykolaiv ร้องไห้ขณะที่เธออุ้มสุนัขของเธอหลังจากที่พวกเขามาถึงโดยเรือข้ามฟากหลังจากหนีจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียที่จุดผ่านแดน Isaccea-Orlivka ประเทศโรมาเนีย 14 มีนาคม 2022 REUTERS / Stoyan Nenov 

จีนต้องการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678186

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 14:02 น.จีนต้องการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

ทางการจีนไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐกรณีสงครามยูเครน

Bloomberg รายงานว่า หวังอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า จีนต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจากการทำสงครามของรัสเซีย นับเป็นหนึ่งในถ้อยแถลงที่ชัดเจนที่สุดของปักกิ่งเกี่ยวกับบทลงโทษของสหรัฐที่ทำให้เกิดการเทขายในตลาดครั้งประวัติศาสตร์

“จีนไม่ใช่คู่กรณีในวิกฤตนี้ และไม่ต้องการให้การคว่ำบาตรกระทบจีน” หวังเผยระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ โฮเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสเปนเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามยูเครน “จีนมีสิทธิที่จะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของตัวเอง”

Bloomberg ระบุว่า บรรดานักลงทุนพากันกังวลว่าบริษัทสัญชาติจีนจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่ารัสเซียขอความช่วยเหลือด้านการทหารและการเงินจากจีน โดยบุคคลที่ทราบเรื่องเผยว่า สหรัฐเตือนพันธมิตรในยุโรปว่ารัสเซียร้องขอโดรนติดอาวุธจากจีนเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ.

จีนโต้กลับรายงานที่บอกว่ารัสเซียขออาวุธว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูล ส่วนรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน ทว่าทั้งสองประเทศยังไม่มีปฏิกิริยากับเรื่องโดรนติดอาวุธซึ่งจีนขายให้กับหลายประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

China Daily via REUTERS

บก.รัสเซียแฉกลางรายการสด สื่อของรัฐโกหกประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678168

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.บก.รัสเซียแฉกลางรายการสด สื่อของรัฐโกหกประชาชน

“อย่าไปเชื่อ พวกเขากำลังโกหก” บก.ชูป้ายประท้วงต่อต้านสงครามกลางรายการข่าวรัสเซีย

The Guardian รายงานว่ามารินา ออฟไซยานิโควา (Marina Ovsyannikova) บรรณาธิการข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Channel One ของรัฐบาลรัสเซียเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลกหลังจากที่เธอบุกเข้าไปในฉากขณะที่กำลังมีการถ่ายทอดสดรายการข่าวในช่วงเย็นวันจันทร์ (14 มี.ค.) ที่ผ่านมา และชูป้ายข้อความ “อย่าไปเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขากำลังโกหกคุณอยู่” “ชาวรัสเซียไม่เอาสงคราม”

พร้อมตะโกนว่า “หยุดสงคราม ไม่เอาสงคราม”

แม้ว่าผู้ประกาศข่าวจะพยายามอ่านข่าวต่อไปให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงของออฟไซยานิโควา แต่การประท้วงของเธอออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นเวลาหลายวินาที ก่อนที่ทางช่องจะตัดภาพออกไป

ออฟไซยานิโควายังได้เปิดเผยผ่านกลุ่มสิทธิมนุษยชน OVD-Info โดยระบุว่าเธอละอายใจที่ต้องทำงานให้กับ Channel One และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย

“มันช่างน่าเศร้า เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ฉันทำงานให้กับ Channel One และโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย ตอนนี้ฉันรู้สึกละอายใจมาก ละอายใจที่ต้องบอกเล่าเรื่องโกหกผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ละอายใจที่ยอมให้คนรัสเซียกลายเป็นซอมบี้ เมื่อความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปี 2014 เราก็เงียบ เมื่อนาวัลนี (แกนนำฝ่ายค้าน) ถูกรัฐบาลวางยาพิษเราก็ไม่ได้ออกมาพูด”

“เรากำลังเฝ้าดูระบอบการปกครองที่ต่อต้านมนุษย์อย่างเงียบๆ และตอนนี้โลกได้หันหลังให้กับเรา อีก 10 รุ่นต่อไปก็ยังไม่สามารถชำระล้างความอัปยศของสงครามนี้ได้” “สิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนคืออาชญากรรม และรัสเซียคือผู้รุกราน ความรับผิดชอบของการรุกรานครั้งนี้อยู่บนบ่าของคนคนเดียวคือ วลาดิมีร์ ปูติน”

ในแถลงการณ์ทางวิดีโอ ออฟไซยานิสวมสร้อยคอสีน้ำเงิน-เหลือง สีธงชาติยูเครนโดยกล่าวว่าพ่อของเธอเป็นชาวยูเครน และแม่ของเธอเป็นชาวรัสเซีย

เธอเรียกร้องให้เพื่อนชาวรัสเซียเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านสงครามเพื่อยุติความขัดแย้ง “มีเราเพียงเท่านั้นที่จะหยุดความบ้าคลั่งทั้งหมดนี้ ไปประท้วง อย่าไปกลัว พวกเขาไม่สามารถขังเราทุกคนได้หรอก”

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวเมื่อคืนวันจันทร์ว่า “ขอบคุณชาวรัสเซียที่ไม่หยุดความพยายามที่จะเปิดเผยความจริง และต่อสู้กับการบิดเบือนข้อมูล” โดยกล่าวถึงออฟไซยานิโควาที่บุกเข้าไปในสตูดิโอถ่ายทอดสดพร้อมชูป้ายต่อต้านสงครามด้วย

อย่างไรก็ตาม OVD-Info กล่าวว่าออฟไซยานิโควาถูกจับกุมไม่นานหลังจากที่เธอออกมาประท้วงกลางรายการสด โดยรายงานระบุว่าเธออาจต้องรับโทษจำคุกฐานเผยแพร่ “ข่าวปลอม” เกี่ยวกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และอาจมีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ จากการปลุกระดมให้ชาวรัสเซียออกมาประท้วง หรือความผิดฐานกระทำในที่สาธารณะเพื่อทำลายชื่อเสียงของกองกำลังติดอาวุธของรัสเซีย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัสเซียได้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง สำนักข่าวอิสระ และเครือข่ายโซเชียลมีเดียต่างประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยรายงานระบุว่าประชาชนเกือบ 15,000 คนรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุถูกควบคุมตัวเนื่องจากการประท้วงต่อต้านสงคราม

ขณะที่โทรทัศน์ของรัฐยังคงเป็นแหล่งข่าวหลักสำหรับชาวรัสเซียหลายล้านคน ท่ามกลางข้อครหาว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนและโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล

Photo by Channel One/via REUTERS