สด สะอาด ปลอดภัย ช้อปเพลินเกินห้ามใจ @The Farm 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626938

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 18:10 น.สด สะอาด ปลอดภัย ช้อปเพลินเกินห้ามใจ @The Farm 2020ร่วมส่งความสุขผ่านความสด สะอาด ‘เซ็นทรัล’ ให้ทุกคนได้เลือกสรรสินค้าคุณภาพกับงาน The Farm 2020 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 13 สาขา ตั้งแต่วันนี้-18 ธ.ค. 2563

กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 4 สำหรับงาน The Farm 2020 โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด และบริษัท เจียไต๋โปรดิ๊วซ์ จำกัด จากแนวคิด The Greatest Farm For The Greatest Food “คัดสดจากฟาร์ม คัดสรรคุณภาพเพื่อทุกคน” ให้ทุกคนสามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างไร้กังวลภายใต้มาตรการเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย

พบกับฟาร์มโซนต่างๆ ที่ตั้งใจคัดสรรสิ่งดีๆ เพื่อมอบความสด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพให้กับผู้บริโภค อาทิ Greatest Fresh ผักผลไม้ปลอดสารพิษ ที่คัดสดส่งตรงจากฟาร์มถึงมือ ให้นักช้อปได้เลือกกินอาหารเป็นยาต้านโรค เสริมสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันได้ทุกวัน Greatest Food รังสรรค์เมนูอร่อยจากวัตถุดิบสดใหม่ รสชาติดีที่ต้องได้ลิ้มลอง Greatest Farmer ปลูกผักทานเองได้ง่ายแม้พื้นที่น้อย กับชุดปลูกผักหลากหลายชนิดที่คัดสรรมาโดยเกษตรกรตัวจริง พร้อมเปิดประสบการณ์ ลองลิ้มชิมรสไปกับ 6 ซิกเนเจอร์เมนูสุดพิเศษประจำงานนี้ อาทิ เมล่อนสดปั่น จากเจียไต๋ฟาร์ม ฟาร์มคุณภาพชั้นนำระดับประเทศ พิซซ่าเวียดนาม ไอศครีมน้ำอ้อย และน้ำอ้อย 9 สีคั้นสด จากโครงการ 1 ไร่ 1 แสน น้ำนมข้าวโพดไร่สุวรรณ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมูทตี้และไอศกรีมเคลจาก LED FARM

เจียไต๋ฟาร์ม คัดสรรผลไม้เกรดพรีเมี่ยมจากฝีมือเกษตรกรไทย ที่ไม่ใช่แค่บ่มเพราะผลผลิต แต่ช่วยบ่มเพาะธุรกิจชุมชนไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ กลายเป็นของขวัญสุดพิเศษที่สุขใจทั้งคนให้และคนรับ กับคุณภาพของพืชผลต่างๆ เช่น เมล่อนมรกต เมล่อนโกลเด้นสวีท ผลไม้ยอดนิยมขวัญใจผู้บริโภค มีประโยชน์ช่วงยับยั้งการสร้างสีเมลานิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ ช่วยชะลอความแก่และเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว แตงหอมเตยอโรมาติก เนื้อแน่น กรอบ กลิ่นหอมใบเตย ทั้งต้น ผล และดอก แตงโมทัมอัพ ฟักทองมินิบอล ข้าวโพดหวาน นานาพันธุ์ ข้าวโพดหวานม่วง อีกทั้งยังมีชุดปลูกผักโฮมการ์เด้น ปลูกง่ายแม้พื้นที่น้อย คัดเมล็ดพันธ์ที่ดีที่สุด ควบคุมการเพราะปลูกจากเกษตรกรไทย

โครงการ 1 ไร่ 1 แสน กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกร ในโครงการจากหอการค้าไทย มาพร้อมกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน พร้อมมีอาหารสดจากไร่ ส่งตรงจากเกษตกรถึงผู้บริโภค อาทิเช่น พิซซ่าเวียดนาม หน้าดอกไม้และสมุนไพร ที่มีส่วนผสมจากพืชผักสมุนไพรในโครงการ อุดมไปด้วยพืชผักมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มชื่นใจจาก น้ำตาลอ้อยออร์แกนิกสด และไอศครีมจากน้ำตาลอ้อยออร์แกนิก หลากหลายรสชาติ อาทิ ไอศครีมนมสดรักษ์โลก, ไอศครีมชาเขียว, ไอศครีมช็อคโกแลต, ไอศครีมชาไทย , อีกทั้งยังมี พันนธ์ไม้กระถาง อุปกรณ์ ปลูกผักในคอนโดให้เลือกมากมาย

Tops Supermarket นำผลไม้ตามฤดูกาลและผลไม้นำเข้าหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาจัดจำหน่ายภายในงาน อาทิเช่น แอบเปิ้ล กีวี่ ลูกพลับสด อโวคาโด้ จากนิวซีแลนด์ สตอเบอรี่ออสเตรเรีย สตอเบอรี่เกาหลี องุ่นอเมริกา เชอรี่แดง ส้มแมนดาริน ชัยโยฟาร์ม ผักออร์แกนิคสดจากฟาร์ม สมุนไพรต่างประเทศหลากหลายชนิด และไฮไลท์ต้นไฮเดรนเยียสายพันธุ์แท้จากฝรั่งเศส และสำหรับใครที่มีเวลาน้อย แต่อยากกินผักมาก

LED FARM ได้นำเสนอผักสดที่สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องล้าง เพราะปลูกแบบระบบปิด ทำให้ผักที่ได้ทั้งสด สะอาด ปลอดภัยและปลอดสารพิษ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนในปัจจุบันได้ ซื้อแล้วรับประทานได้เลย อีกทั้งยังมี Smoothie DIY Kit ชุดสมูตตี้แบบสำเร็จ ที่ทำให้คุณทำสมูตตี้เองง่ายๆ ได้ที่บ้าน

KU Milk (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กับผลิตภัณฑ์มาตรฐาน สืบสานตำนานนมเกษตร และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่นำนมเกษตรแช่แข็งมาปั่นพร้อมผลไม้ เย็นสดชื่น โดยไม่ใส่น้ำแข็ง เพื่อให้ได้รสชาติเอกลักษณ์ของนมเกษตรที่ไม่เหมือนใครเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยผลไม้นานาชนิด ให้ลูกค้าได้ดื่มนมปั่นที่มีความเข้มข้นมากที่สุด หลากหลายรสชาติ อาทิเช่น Mix Berry Smoothie, Strawberry Delight, Honey Low fat milk และอีกมากมาย

Salad Factory หลากหลายเมนูสลัดและเมนูอาหารแสนอร่อย พร้อมเสิร์ฟแบบ on-the-go อร่อยสุขภาพดี ทำจากวัตถุดิบคุณภาพ ปริมาณเกินราคา อีกทั้งยังมี Healthy snack จากสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจ ชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่นำผลผลิตจากเกษตรกรในชุมชน มาทำเป็นสินค้าแปรรูป อาทิ Healthy snack เห็ดหอมกรอบปรุงรส บร็อกโคลี่กรอบ กระเจี๊ยบกรอบ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการต่อยอดทางธุรกิจ โดยผลักดันมาจากเกษตรกร มาเป็นวิสาหกิจชุมชม นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจำหน่ายอาหารออร์แกนิค ผัก ผลไม้ ต่างๆ อีกมากมาย

The Farm 2020 “คัดสดจากฟาร์ม คัดสรรคุณภาพเพื่อทุกคน” พร้อมส่งความสุขใกล้บ้านคุณ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 9 22 มิ.ย – 5 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 16-22 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 3 24-29 ก.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 6-19 ส.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศ 27 ส.ค. – 2 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว 10-21 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต 24-30 ก.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ 7- 14 ต.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา 27 ต.ค. – 1 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ 3 – 9 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย 11-17 พ.ย. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า 1-7 ธ.ค. 2563
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ระยอง 12-18 ธ.ค. 2563

พลังของคนไทยใจแฟชั่น #saveTHAIwearTHAI #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626932

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 17:15 น.พลังของคนไทยใจแฟชั่น #saveTHAIwearTHAI รวมพลังคนไทยใจแฟชั่น สยามเซ็นเตอร์หนุนแคมเปญ #saveTHAIwearTHAI แสดงพลังยิ่งใหญ่ปลุกกระแสอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยเรา ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ทุกภาคส่วนล้วนได้รับผลกระทบจากภัย Covid-19 รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เหล่าคนแฟชั่น ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง สยามเซ็นเตอร์ ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำมากที่สุดในเมืองไทย จึงขอรวมพลังลุกขึ้นปลุกกระแสให้คนไทยหันมาสนันสนุนสินค้าไทยพร้อมแสดงพลังยิ่งใหญ่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวต่อไป เพื่อสร้างอาชีพต่อยอดให้กองทัพทีมงานอีกหลายล้านชีวิตทั้งดีไซเนอร์ ช่างตัดเย็บ ช่างทอ ช่างย้อม ช่างพิมพ์ พนักงานขาย คนส่งของ นายแบบนางแบบ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า-ทำผม ตลอดจนพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศเจ้าของภูมิปัญญาผู้ผลิตผ้าไทยท้องถิ่นให้ยืนหยัดผ่านพ้นไปด้วยกัน

ดีไซเนอร์ไทยระดับตำนาน ศิริชัย ทหรานนท์ เจ้าของแบรนด์ THEATRE ผู้สร้างอาชีพให้คนเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการสร้างสรรค์ผลงานคอลเลคชั่นแฟชั่นที่สวยงามมายาวนานกว่า 30 ปี กล่าวว่า ในฐานะของดีไซเนอร์ที่ปลุกปั้น THEATRE มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแค่หน้าร้านเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยโรคระบาดในครั้งนี้ แต่ยังหมายรวมถึงผู้ผลิต แรงงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในภาคอุตสาหกรรมนี้ เริ่มต้นจากผู้ผลิตผ้า ซึ่ง THATRE เลือกใช้ผ้าไทยคุณภาพยอดเยี่ยม อย่างผ้าไหมจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตลอดจนผ้าฝ้ายผ้าขาวม้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวขอนแก่น ซึ่งเป็นการอุดหนุนและกระจายรายได้สู่ชาวบ้านทั่วทุกภูมิภาค สู่ช่างออกแบบและช่างตัดเย็บซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ที่อยู่คู่ THEATRE มาตลอด ก่อนจะออกมาเป็นผลงานคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ลูกค้าได้เห็น จะเห็นได้ว่าทุกกระบวนการครอบคลุมการสร้างอาชีพให้ผู้คนมากมาย จึงอยากให้คนไทยนึกถึงและช่วยสนับสนุนให้เราได้ผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เพิ่มบริการพิเศษ Custom Made โดยลูกค้าสามารถเลือกผืนผ้าและตัดเย็บในแบบที่ต้องการขึ้นมาเป็นพิเศษได้อีกด้วย

ชัยชน สวันตรัจฉ์ อีกหนึ่งไทยดีไซเนอร์รุ่นใหญ่เจ้าของแบรนด์ชื่อดัง GOOD MIXER กล่าวว่า สำหรับแบรนด์ Good Mixer ที่ต้องเปิดใจให้พร้อมสำหรับการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในครั้งนี้นับว่าเป็นวิกฤตที่รุนแรงที่สุด เราจึงต้องพยายามค้นหาทุกโอกาสที่ซ่อนตัวอยู่ใต้วิกฤตครั้งนี้ เพราะ Good Mixer ยังมีทีมงานอีกเกือบร้อยชีวิตที่ได้รับผลกระทบไปด้วย ทุกครั้งที่มองเห็นโอกาสเราจึงช่วยกันลงมือทันที โดยร่วมสร้างสรรค์หน้ากากผ้าคอลเลคชั่นพิเศษในสไตล์งานคราฟท์ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างอย่างโดดเด่น ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและเติมสีสันชีวิตชีวามากขึ้น ตอกย้ำจุดแข็งและความยูนีคของแบรนด์ที่ลูกค้าเห็นแล้วจำได้ อย่างการเพิ่มลูกเล่นไปบนหน้ากากผ้าด้วยงานปักลายเสือ ลายผีเสื้อ ลายปลาทอง เน้นความความประณีตในการเย็บที่ลงรายละเอียด ตั้งแต่การเย็บเพื่อไม่ให้แผ่นใยสังเคราะห์ด้านในที่เป็นชั้นกรองลื่นไหลซึ่งเป็นเสน่ห์ของแบรนด์ไทยที่เน้นดีเทลรายละเอียดเสมอ พร้อมการเปิดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก เป็นอีกหนึ่งวิธีรับมืออย่างมีสติที่สุดเพื่อผลักดันให้ครอบครัว Good Mixer ก้าวข้ามไปได้ด้วยกัน

สไตลิสต์ระดับท้อปของวงการอย่าง อารยา อินทรา ผู้อยู่เบื้องหลังงานแฟชั่นไทยระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์มากมาย กล่าวว่า ถ้าคนไทยไม่ช่วยคนไทยด้วยกัน แล้ว ใครจะช่วยเรา อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยคนไทย ที่ทำงานกันเป็นกองทัพที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างสุดฝีมือในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ทั้งขั้นตอนการผลิต ความปราณีตงดงามเพื่อหวังให้ผู้สวมใส่มีความสุขอิ่มเอมกับงานแฟชั่นที่ดีเยี่ยม และเพื่อช่วยพยุงให้ธุรกิจ เศรษฐกิจไทย ก้าวหน้า จึงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนแฟชั่น และขอให้คนไทยเห็นคุณค่า สนับสนุนผลงานของคนไทยด้วยกัน

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำมากที่สุดในเมืองไทย เดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ และแบรนด์ไทย- ดีไซเนอร์ชั้นนำ เล็งเห็นทุกพลังสร้างสรรค์ของทุกแบรนด์ไทยจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ถ่ายทอดสู่งานออกแบบที่สวยงามให้กับวงการแฟชั่นของไทยโชว์ผลงานไปทั่วโลกผ่านหลายอาชีพของคนที่อยู่เบื้องหลัง สยามเซ็นตอร์ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจสนุบสนุนแคมเปญ #saveTHAIwearTHAI ขอปลุกไฟปลุกพลังให้ทุกแบรนด์แฟชั่นของไทยยืนหยัดก้าวต่อไปด้วยแรงสนันสนุนจากคนไทยด้วยกัน

สยามเซ็นเตอร์พร้อมเสิร์ฟหลากหลายดีไซน์ให้คนไทยหัวใจแฟชั่นได้อินสไปร์รับพลังบวกและอินเทรนด์ได้ในทุกสถานการณ์ ผู้สนใจร่วมให้กำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิเศษได้โดยใส่ชุดแบรนด์ไทยดีไซเนอร์สุดโปรดพร้อมโพสต์ภาพลง Instagram รับฟรี Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท โดยทุกการโพสต์ของคุณ สยามเซ็นเตอร์จะร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ 10 บาท ต่อ 1 โพสต์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2560

Be Inspired!! ร่วมเติมเต็มพลังใจและรับแรงบันดาลใจไปกับความคิดสร้างสรรค์ฝีมือคนไทยพร้อมสนับสนุนคนไทย “ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยเรา” ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

‘วิตามิน’ กับ ‘ยา’ ความเหมือนบนความต่าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626916

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 15:40 น.'วิตามิน' กับ 'ยา' ความเหมือนบนความต่างเภสัชกรชี้ “วิตามิน” ไม่ใช่ “ยา” ความคล้ายที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด พร้อมแนะใช้ให้ถูกวิธีเพื่อสุขภาพที่ดีและปลอดภัย

ร่างกายของคนเรามีสารต่างๆ ประกอบอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน น้ำตาล วิตามิน และแร่ธาตุ การได้รับ “วิตามิน” ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะวิตามินสามารถช่วยบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับและไต แตกต่างกับ “ยา” ซึ่งหากใช้ติดต่อกันเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อตับและไตได้ ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิตามินและยา จากทีมเภสัชกรไบโอฟาร์ม แนะนำเรื่องนี้เอาไว้ว่า

ความแตกต่างของ “วิตามิน” กับ “ยา”

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ยา กับ วิตามิน เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยา คือสิ่งที่ร่างกายไม่มี ร่างกายเราไม่สามารถผลิตยาเองได้ ดังนั้น ยาจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในภาวะร่างกายปกติ ในทางกลับกัน ยามีไว้ใช้รักษาอาการผิดปกติของร่างกายที่มีอาการรุนแรง เช่น อาการปวดหัว ต้องได้รับยาพาราเซตามอลที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ซึ่งยามีการออกฤทธิ์ที่เร็ว สามารถระงับอาการต่าง ๆ ได้ แตกต่างจากการรับประทานอาหารเสริมที่จะเข้าไปช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกาย

หลักการใช้ยาที่ถูกต้อง

เมื่อเรารับประทานยาจนหายป่วยแล้ว ต้องหยุดใช้ยา หากหายแล้วยังรับประทานยาต่อไปเรื่อยๆอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะยาส่วนใหญ่ผลิตจากสารเคมี หากใช้เป็นประจำและเกินความจำเป็น ท้ายที่สุดอาจเกิดการสะสมในร่างกาย และส่งผลเสียต่อตับและไตได้

“วิตามิน” สิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้

วิตามิน คือสารที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราอยู่แล้ว และเป็นสิ่งจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้ หากขาดวิตามินแล้ว ร่างกายจะแสดงความผิดปกติออกมาให้เห็นทันที และเมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติต่างๆเกิดขึ้น สามารถตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุของการขาดวิตามินได้ และรับประทานวิตามินเสริมเข้าไป

วิตามินแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  • วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 7 บี 9 บี 12 และวิตามินซี โดยวิตามินชนิดนี้จะสามารถอยู่ในร่างกายได้ 2-4 ชั่วโมง ส่วนที่เหลือจากการดูดซึมไปใช้งานก็จะถูกขับออกทางไต โดยการปัสสาวะนั่นเอง ดังนั้น วิตามินชนิดที่ละลายในน้ำ จะมีโอกาสสะสมในร่างกายน้อยมาก จึงไม่ค่อยมีผลข้างเคียง
  • วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งจะละลายได้ในไขมันเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่สามารถขับออกทางปัสสาวะได้ หากได้รับวิตามินเหล่านี้มากเกินไป อาจเก็บสะสมไว้ในร่างกายได้ ผูที่รับประทานวิตามินชนิดนี้จึงควรมีช่วงที่หยุดรับประทานบ้าง เพื่อไม้ให้เกิดการสะสมในร่างกายมากจนเกินไป

วิตามินเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก

แม้ว่าการได้รับวิตามินอย่างเพียงพอและเหมาะสมจะสามารถช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกายได้ ช่วยเสริมในส่วนที่ร่างกายขาดได้ หากเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม แต่การรับประทานวิตามินก็ไม่สามารถมอบสารอาหารอันหลากหลายได้เหมือนอาหารจานหลัก

สำหรับวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายและควรได้รับทุกวัน ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำ หลังจากดูดซึมไปใช้งานแล้วจะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ ไม่สะสมในร่างกาย จึงสามารถรับประทานเป็นประจำทุกวันได้อย่างปลอดภัย

ถึงแม้ว่าวิตามินจะไม่สามารถทดแทนอาหารจานหลักได้ แต่วิตามินและแร่ธาตุเสริม 1 เม็ด มักจะอัดแน่นด้วยปริมาณแร่ธาตุและสารอาหารที่คนปกติอาจไม่สามารถรับได้จากการรับประทานอาหารเพียง 1 มื้อหรือ 1 วันเพื่อให้ได้สารอาหารเหล่านั้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่น ต้องกินฟักทอง 1 ผลเพื่อให้ได้เบตาแคโรทีน 2 มิลลิกรัม เท่ากับการรับประทานเบตาแคโรทีน 1 เม็ด ซึ่งคนปกติอาจไม่สามารถรับประทานฟักทองได้ถึง 1 ผล

วิตามินเกราะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ

สารอนุมูลอิสระ เปรียบเสมือนยาพิษ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม เช่น นอนดึก นอนไม่พอ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือ เจอกับมลภาวะ เช่น ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งความน่ากลัวของอนุมูลอิสระคือ แม้จะไม่ทำให้เกิดโรคในทันที แต่ทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อม ทำลายเม็ดเลือด ทำลายอวัยวะต่างๆ และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้วการเสริมวิตามินและเกลือแร่ จะเป็นเกราะป้องกันอนุมูลอิสระชั้นดีให้กับร่างกาย แต่สิ่งที่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทำลายสุขภาพ ก็จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง

เช็กอิน Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626881

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 11:30 น.เช็กอิน Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศเปิดแล้ว!! Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในไทย ตื่นใจกับ Nike By You ให้ Customize ใส่ความเป็นคุณลงบนไอเท็มโปรด

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ จุใจในแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Nike ที่ย่านใจกลางกรุงเทพฯ กับ Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ Innovative Sport จัดใหญ่ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 9,000 ตารางฟุต จัดเต็มกับสินค้า Nike พร้อมนวัตกรรมสุดล้ำทุกรูปแบบ หลากหลาย และครบครันมากที่สุดเท่าที่เคยมี

ตั้งแต่รองเท้าสปอร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์รุ่นฮิต รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น อาทิ รองเท้าวิ่งตระกูล Vaporfly NEXT% รองเท้าบาสเกตบอล Air Jordan และ Nike Icon Clash คอลเลคชั่นล่าสุดปี 2020 ตลอดจนชุดออกกำลังกายของทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ รวมถึงเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์แฟชั่น เสื้อยืด กระเป๋า แอคเซสซอรี่ และไอเท็มคูลๆ อีกเพียบ

ตื่นตาตื่นใจไปกับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Nike By You ครั้งแรกในประเทศไทยที่ให้ Customize ไอเท็มโปรดคู่กายแบบยูนีคไม่ซ้ำใคร  เรียกได้ว่าใส่สไตล์ความเป็นตัวเราลงในผลิตภัณฑ์ของ Nike ที่อาจมีแค่หนึ่งเดียวในโลก

พิเศษสำหรับช่วงเปิดร้านใหม่ Nike ยังมีคอลเลกชั่น Nike By You x Jirayu Koo ที่ Nike ได้นำเสนอผลงานของอิลลัสเตรเตอร์ไทย “จิรายุ คูอมรพัฒนะ” กับลวดลายกราฟิกสีสันสดใสพร้อมใส่ความสนุกสนานแบบไทยๆ ในชื่อ Bangkok Jam โดดเด่นด้วยฟอนต์ภาษาไทย อาทิ คำว่า “สยาม” “บางกอก” ที่หายากแน่นอนในอนาคต

สำหรับ Nike Bangkok at Siam Center ยังมีบริการพิเศษสำหรับลูกค้าอีกมากมาย เช่น บริการทดลองฟิตติ้งเสื้อผ้าจากไนกี้แบบหัวจรดเท้า รวมไปถึงการทดลองวิ่งหรือออกกำลังกายขณะสวมใส่รองเท้ารุ่นต่างๆ ของไนกี้ ซึ่งบริการเหล่านี้จะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ไนกี้ และเพื่อช่วยให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง ผู้มาใช้บริการทุกท่านยังสามารถจองช่วงเวลาสำหรับการรับบริการสไตลิ่งหรือบริการการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งแบบตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าวิ่ง หรือสไตลิสต์ซึ่งประจำอยู่ที่ร้านได้ล่วงหน้าอีกด้วย 

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับไนกี้เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจและไม่เหมือนใคร เพื่อยกระดับแนวคิดของการค้าปลีกไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมให้ลูกค้าของเรามีปฎิสัมพันธ์กับไนกี้ในรูปแบบใหม่ๆ” คุณอาชวิน วาลิรัม ผู้อำนวยการบริหารของวาลิรัม กล่าว

ใครไม่อยากเอ้าท์แนะนำให้ไปสัมผัสความล้ำสมัยในคอนเซ็ปต์ Innovative Sport แล้วเลือกช้อปจุใจแบบจัดเต็มกันได้แล้ววันนี้ ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G เปิดบริการทุกวัน เวลา 10:00-21:00 น. หรือรับชมข่าวสารจากไนกี้ประเทศไทยได้ทาง LINE OFFICIAL :  @nikethailand

.

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

New Normal : ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.New Normal : ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่ายคนทำงานต้องรู้!! กูรูด้านที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ เผย “ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย” หัวใจของงานพีอาร์ยุค New Normal

ในยุคที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ต้องยอมรับว่าผลพวงหนึ่งที่ทุกคนต้องประสบพบเจอและต้องยอมรับ นั่นคือ พฤติกรรมในการใช้ชีวิตของทุกคนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ และการดำเนินชีวิต หรือที่เราพูดถึงสถานการณ์ยามนี้ด้วยคำยอดฮิตติดปากว่า “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานแล้ว คนในทุกๆ สาขาอาชีพล้วนต้องปรับตัวเพื่อให้วิถีทางในการทำงานตอบรับและสอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมถึงอาชีพนักประชาสัมพันธ์ ซึ่ง ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด กูรูด้านที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

ภาพรวมของธุรกิจที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

วงการประชาสัมพันธ์ถือว่าเป็นวงการที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจาก ช่วงการแพร่ระบาด แต่กระนั้น หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ยังเดินหน้าในการสื่อสารต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเรื่อง มาตรการขององค์กรในการให้ความช่วยเหลือ ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรต่างๆ หรือ การสื่อสารเรื่อง ผลกระทบที่ได้รับก็ตามแต่ การสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับสังคม ยังคงจำเป็นต่อทุกสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะที่มีความเปราะบางสูงอย่างนี้ ดังนั้น ความต้องการคำปรึกษาประชาสัมพันธ์จึง ยังมีความสำคัญ แต่ว่าจะในสเกลที่เล็กลง

นักประชาสัมพันธ์จะต้องปรับตัวอย่างไรในยุค New Normal

สมัยก่อนถ้าเรามองดูพีอาร์ในยุคก่อนก็จะพบว่า มีนักประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน มีผู้รับข่าวสาร พอโลกดิจิตอลมา สื่อดั้งเดิม (Conventional Media) ก็ยังคงอยู่ แต่ขณะเดียวกันจะมีการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ ๆ มากมาย สื่อภาคประชาชนก็ดี หรือว่าสื่อดั้งเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ที่อพยพจากแพลตฟอร์มเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงสำคัญตลอดและต่อเนื่องคือการจัดการเนื้อหา ไม่ว่าการสื่อสารจะเป็นช่องทางใด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเนื้อหา ยุคนี้พอคนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น คนมีส่วนร่วมกับการบริโภคข่าวสารมากขึ้นซึ่งต่างจากเดิม อาจจะมีข่าวเรื่องของมาตรการเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เดิมคนอาจสนใจเฉพาะกลุ่ม แต่ตอนนี้มันกระทบกับทุกคนเลยคนบริโภคข่าวสารก็จะมีจำนวนมากขึ้น การบริหารจัดการเนื้อหาให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้รับจึงมีความสำคัญเหมือนเดิม เพียงแต่รูปแบบจะต้องเร้าใจมากขึ้น ดึงดูดคนมากขึ้น เข้าใจง่ายมากขึ้น และเป็นทางการน้อยลงแบบนี้เป็นต้น

เทคนิคพร้อมแนวทางที่จำเป็นสำหรับแนวทางพีอาร์

การสื่อสารในภาวะที่การสื่อสารหลั่งไหลมาจากทุกภาคส่วน  แหล่งข่าว องค์กรต่างๆ รวมถึงการตีความของภาคประชาสังคมจนกระทั่งยากจะแยกแยะ สิ่งใด ถูกต้อง ที่มามาจากแหล่งใด เชื่อถือได้เพียงใด ทำให้ การสื่อสารที่ “ชัดเจน” เปิดช่องให้มีการตีความน้อยที่สุด มีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือได้ จึงสำคัญกว่า ภาวะใดๆ  การสื่อสารแบบ “ทำเรื่องยากให้ง่าย”  “จัดลำดับความสำคัญของเนื้อหา”  สำคัญที่สุด มาก่อนเพื่อน หรือเรียกว่า “เอาใจความบรรทัดที่ 9 มาไว้เป็นบรรทัดแรก” เพราะส่วนใหญ่คนอ่านแค่ 8 บรรทัด แต่ใจความสำคัญมักอยู่บรรทัดที่ 9 และ 10 หรือ นอกจากนี้ การสื่อสารด้วย กราฟฟิก สื่อสารด้วยภาพ แผนภาพ ที่ง่ายต่อความเข้าใจ และ ถูกจริต คนไทยจะถูกนำมาใช้มากขึ้น  รวมถึงการสื่อสาร ผ่าน ระบบออนไลน์ ทีไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปมาจะได้รับการยอมรับมากขึ้น ในฐานะที่เป็น New Normal

ทิศทางของธุรกิจด้านการสื่อสารและงานประชาสัมพันธ์หลังโควิด-19

หลังจากที่สถานการณ์ถูกควบคุมเอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง จนทุกคนสามารถจะกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเป็นปกติ กิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นสำหรับภาคเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอย่างมโหฬารและมีจำนวนมากจนงานด้านการตลาด งานด้านสื่อสารการประชาสัมพันธ์จะมีจำนวนมาก  การวางแผนสำหรับอนาคตอันใกล้สำหรับการแย่งพื้นที่ข่าวกันอย่างดุเดือด จะทำให้บริษัทด้านประชาสัมพันธ์ที่ยังคงเหลือรอดและแข็งแรงเพียงพอมีแต้มต่อในการเดินหน้าต่อไป

หากใครเป็นนักประชาสัมพันธ์ ยามนี้คงต้องถามตัวเองว่าพร้อมไหม?? กับการปรับตัว ปรับใจ กับการทำงานในรูปแบบใหม่ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

น้ำท่วมวิกฤตหนัก จีนระเบิดเขื่อนระบายมวลน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628842

วันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 19:25 น.น้ำท่วมวิกฤตหนัก จีนระเบิดเขื่อนระบายมวลน้ำจีนระเบิดเขื่อนในมณฑลภาคตะวันออกเพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่ของจีนได้ระเบิดเขื่อนในมณฑลอานฮุย ทางภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อบรรเทาแรงกดดันจากอุทกภัย ขณะที่ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำไหลเอ่อท้นในแม่น้ำหลายสายของจีน

ตามรายงานของกระทรวงจัดการเหตุฉุกเฉินระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นในภาคกลางและภาคตะวันออกของจีนทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ และมีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายมากกว่า 140 คน ส่งผลกระทบเกือบ 24 ล้านคนตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม

เจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการต่าง ๆ เช่นการผันกระแสไปยังอ่างเก็บน้ำเพื่อรักษาระดับให้สามารถจัดการได้ เพราะแม่น้ำสายสำคัญและทะเลสาบใหญ่ๆ มีระดับน้ำสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ในมณฑลอานฮุยจึงทำลายเขื่อนกั้นแม่น้ำฉู (ฉูเหอ) ในวันอาทิตย์เนื่องจากระดับน้ำอยู่ใกล้กับจุดสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกกันมา

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่าการระเบิดเขื่อนมีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อวันจันทร์รายงานว่า ผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำฉูซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำแยงซี ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย

Global Times สื่อของทางการจีนรายงานว่าการระเบิดของเขื่อนคาดว่าจะลดระดับของแม่น้ำฉูลงประมาณ 70 เซนติเมตร และน้ำที่ปล่อยออกมาจะถูกผันไปยังแก้มลิงเก็บน้ำสองแห่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าแม่น้ำและทะเลสาบ 35 แห่งในมณฑลอานฮุยเอ่อท้นขึ้นมาเกินระดับที่น่าเป็นห่วงแล้ว รวมถึงแม่น้ำหลักอย่างแยงซีและแม่น้ำไหวเหอ

ในช่วงสุดสัปดาห์เขื่อนสามผาที่กั้นแม่น้ำแยงซีต้องเปิดประตูระบายน้ำสามแห่งหลังจากที่น้ำสูงมากขึ้น

ภาพประกอบ – ภาพนี้ไม่ใช่เขื่อนกั้นแม่น้ำฉู แต่เป็นภาพเขื่อนในจิ่วเจียง มณฑลเจียงซี ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม (Photo by STR / AFP)

ญี่ปุ่นเริ่มแล้ว เลิกพึ่งจีนย้ายฐานผลิตมาไทยและอาเซียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628826

วันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 18:25 น.ญี่ปุ่นเริ่มแล้ว เลิกพึ่งจีนย้ายฐานผลิตมาไทยและอาเซียนญี่ปุ่นเริ่มจ่ายเงินให้บริษัทต่างๆ เพื่อช่วยเหลือในการย้ายฐานผลิตและลดการพึ่งพาโรงงานในจีน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเริ่มให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทบางแห่งเพื่อลงทุนในโรงงานในญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดการพึ่งพาการผลิตในประเทศจีน

กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (METI) กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า บริษัท 57 แห่งรวมถึงผู้ผลิตหน้ากากอนามัย เช่น Iris Ohyama Inc. และ Sharp Corp จะได้รับเงินอุดหนุนรวม 57,400 ล้านเยนจากรัฐบาลเพื่อลงทุนในการผลิตในญี่ปุ่น

บริษัทอีก 30 แห่งจะได้รับเงินสำหรับการลงทุนในไทย, เวียดนาม, เมียนมา และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงิน

แม้ว่าในแถลงการณ์ของ METI ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการช่วยเหลือทางการเงินคือการช่วยย้ายการผลิตออกจากประเทศจีน แต่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะกล่าวในเดือนมีนาคมว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องนำภาคการผลิตกลับบ้านหรือกระจายไปยังประเทศอาเซียน แทนที่จะพึ่งพาประเทศเดียวเช่นจีน

หนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินรวม 70,000 ล้านเยนในรอบนี้ โดยงบประมาณส่วนนี้มาจากจากงบประมาณ 243,5000 ล้านเยนที่รัฐบาลจัดสรรในเดือนเมษายนเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้บริษัทย้ายโรงงานกลับบ้านหรือไปยังประเทศอื่น ๆ

เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนเลวร้ายลงและสงครามการค้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ในสหรัฐและประเทศอื่นๆ เริ่มพูดถึงการลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจกับจีน และการตัดสินใจของญี่ปุ่นคล้ายกับนโยบายของไต้หวันในปี 2562 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำการลงทุนย้ายจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังไต้หวัน

แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดที่มีนโยบายที่ชัดเจนในการย้ายฐานการผลิตออกมาจากจีน

Photo by Akio KON / POOL / AFP

ศาลเจ้าแม่กวนอิมกลางแม่น้ำแยงซีอายุ700ปี เจอฤทธิ์น้ำท่วมใหญ่ในจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628805

วันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 16:27 น.ศาลเจ้าแม่กวนอิมกลางแม่น้ำแยงซีอายุ700ปี เจอฤทธิ์น้ำท่วมใหญ่ในจีนโบราณสถานหลายแห่งในจีนกำลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี

กวนอินเก๋อ หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม ในเมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ใกล้กับเมืองอู่ฮั่น เป็นโบราณสถานอายุ 700 ปี ตั้งอยู่บนเกาะหินกลางแม่น้ำแยงซี ในเวลาน้ำลดจะตั้งตระหง่านบนเกาะ แต่ในเวลานี้ศาลเจ้าแม่กวนอิมถูกน้ำท่วมอย่างหนักจนน่าเป็นห่วง เนื่องจากพื้นที่ภาคกลางของจีนประสบกับอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

ตามปกติแล้วกวนอินเก๋อจะต้องจมน้ำบางส่วนในฤดูมรสุมเมื่อแม่น้ำแยงซีเกียงเพิ่มระดับขึ้นมา แต่ในปีนี้เนื่องจากเกิดน้ำท่วมรุนแรงครั้งประวัติสาสตร์ ทำให้ระดับน้ำท่วมศาลเจ้าแม่ในระดับสูงกว่าปกติโดยท่วมถึงชั้นที่ 2 เกือบจะเท่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 1954 ซึ่งศาลเจ้าถูกท่วมในระดับสูงสุดและถูกทำลายเสียหาย

กวนอินเก๋อ หรือที่จริงคือวัดหลงผานจี สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หยวนเมื่อปีค.ศ. 1345 มีความสูงเหรือระดับน้ำ 14 เมตร และเป็นสถาปัตยกรรมแห่งเดียวที่สร้างขึ้นกลางแม่น้ำแยงซีเกียง ด้านหน้ามีแนวกำแพงโค้งซึ่งเชื่อกันว่าช่วยลดความแรงของกระแสน้ำได้เวลาเกิดน้ำท่วมแต่ตอนนี้แนวกำแพงยังจมน้ำไปเรียบร้อยแล้ว 

กวนอินเก๋อ เป็นศาสนสถานที่ผสมผสานความเชื่อในศาสนาพุทธ ศาสนาเต๋า และลัทธิขงจื๊อ ภายในประดิษฐานรูปเจ้าแม่กวนอิมและแปดเซียน เป็นสถานที่เชิดหน้าชูตาที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเอ้อโจวและมณฑลหูเป่ย

ภาพจาก Photo by STR / AFP

ทรัมป์ไม่น่ารอด? ผลโพลชี้โจ ไบเดนกวาดคะแนนเสียงทุบสถิติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628798

วันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 14:23 น.ทรัมป์ไม่น่ารอด? ผลโพลชี้โจ ไบเดนกวาดคะแนนเสียงทุบสถิติไบเดนกวาดคะแนนเสียงอย่างถล่มทลายจากกลุ่มคนที่เคยเลือกพรรคเดโมแครตในช่วงเลือกตั้งกลางเทอม

ผลสำรวจความเห็นบรรดาชาวอเมริกันที่ลงทะเบียนเลือกตั้งแล้ว ที่จัดทำโดย ABC News/Washington Post พบว่าโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนิยมนโดนรัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันถึง 55% ต่อ 40%

ผลโพลล่าสุดถือว่าคะแนนนิยมของไบเดินทิ้งห่างทรัมป์ค่อนข้างมาก และใกล้เคียงกับโพลของสำนักอื่นๆ เช่น โพลของสำนักข่าว NBC News/Wall Street Journal และแม้แต่ของสำนักข่าว Fox News ที่สนับสนุนทรัมป์อย่างชัดเจน

กลุ่มที่สนับสนุนไบเดนที่ชัดเจนที่สุดมาจากแถบชานเมืองซึ่งเป็นย่านของชนชั้นกลางที่มีหน้าที่การงานมั่นคง ในกลุ่มนี้ไบเดนได้รับการสนับสนุนมากที่สุดอย่างที่ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนไหนๆ ไม่เคยได้รับมาก่อนโดยมีคะแนนนิยมมากว่าทรัมป์ถึง 52% ต่อ 43%

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ทรัมป์ได้คะแนนนิยมนำฮิลลารี คลินตันในกลุ่มแถบชานเมืองถึง 45% ต่อ 35% จากการสำรวจโดย ABC/Washington Post แต่ในคราวนี้สถานการณ์ตรงบกันข้ามแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

สำนักข่าว CNN ชี้ว่า ผู้ออกเสียงจากย่านชานเมืองเป็นปัญหาสำหรับทรัมป์และพรรครีพับลิกัน เพราะกลุ่มนี้แสดงท่าทีไม่นิยมทรัมป์อย่างมากในระหว่างที่เขาเป็นประธานาธิบดี เห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งกลางเทอมซึ่งคนกลุ่มนี้เลือกพรรคเดโมแครตให้เป็นส่วนใหญ่ในสภาพผู้แทนราษฎรเมื่อปี 2018 และที่นั่งในสภาถึง 40 ที่นั่งขกงเดโมแครตก็ได้มาจากเขตชานเมือง

Photos by Robyn BECK and SAUL LOEB / AF

เกาหลีใต้เล็งทำ travel bubbles กับประเทศไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628792

วันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 12:12 น.เกาหลีใต้เล็งทำ travel bubbles กับประเทศไทยเป้าหมายคือช่วยกันกระตุ้นการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศที่ซบเซาลง

สำนักข่าว Pulse ในเกาหลีใต้รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะทำ travel bubbles กับเพื่อนบ้านในเอเชียเช่น ไต้หวัน เวียดนาม และไทยซึ่งสามารถควบคุมการแพร่กระจายของโควิด-19 ได้แล้ว เพื่อช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ

สำนักข่าว Pulse อ้างแหล่งอุตสาหกรรมหลายแห่งในเกาหลีใต้ที่ระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงวัฒนธรรมการกีฬาและการท่องเที่ยวได้จัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ซบเซา ในระหว่างการประชุมได้มีการทบทวนแผน travel bubbles กับประเทศอื่นๆ ที่คัดสรรมาแล้ว

ประเทศที่อยู่ในข่ายการพิจารณาคือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เวียดนาม และไทย ประเทศเหล่านี้ได้ทำการทดสอบการทำ travel bubbles ในระดับหนึ่ง หรือเปิดประเทศรับการเข้ามาของคนต่างชาติจากประเทศที่เห็นว่าปลอดภัยแล้ว

ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวตามแผนการนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีหนังสือเดินทางรับรองภูมิคุ้มกัน (immunity passport) ซึ่งจะได้รับการรับยกเว้นจากการกักกัน 14 วันเมื่อเข้าประเทศภายใต้ข้อตกลง

ทั้งนี้ ไต้หวันจะเป็นประเทศแรกที่เกาหลีใต้ทำ travel bubbles ด้วยในขณะที่เวียดนามและไทยจะเป็นตัวเลือกรองลงมา ทั้งสองประเทศในการเป็นหุ้นส่วนในการออกหนังสือเดินทางรับรองภูมิคุ้มกันเพื่อพิสูจน์ว่านักท่องเที่ยวปลอดภัยจากโควิด-19

Photo by Jung Yeon-je / AFP