จิตรกรรมอุโบสถ์กับความรับผิดชอบของเจ้าอาวาส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/625396

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 09:09 น.

จิตรกรรมอุโบสถ์กับความรับผิดชอบของเจ้าอาวาส

โดย อุทัย มณี

*******************

ปกติทั่วไปภาพจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ แต่ก็มีบ้างที่บันทึกเหตุการณ์แปลก ๆ บันทึกพฤติกรรมของมนุษย์ตามจินตนาการของศิลปินนักวาดภาพ บางยุคบางสมัยก็บันทึกเหตุการณ์สถานการณ์บ้านเมือง บันทึกปรากฎการณ์ของผู้ที่ควรถูกจารึกไว้ให้..ลูกหลานได้รำลึกถึง

อย่างอุโบสถ์กลางน้ำของ วัดวัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีหนุมานถือปืน หนีมารเห็นอวัยเพศก็มี เพราะช่วงนั้นอาจเป็นช่วงวิกฤติการณ์การเมือง “เหลือง -แดง”

หรืออย่างที่วัดหนองเต่า ต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ปรากฎมีภาพของ คุณสิตางศุ์ บัวทอง เนตไอดอล ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่มีบางจุดที่จะต้องแก้ไขเนื่องจากถูกมองว่า เป็นภาพที่ปรากฎอยู่ในรูปกลุ่มคนที่มารอเฝ้าพระพุทธเจ้าตอนเสด็จลงมาจากดาวดึงส์

ต่อด้วยปรากฎภาพหน้าคล้ายหน้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ช่างเขียนได้สอดแทรกเป็นอรรถรสเล็กๆ ไปในฉาก ‘ผจญมาร’ พระแม่ธรณีบีบมวยผม

ทั้งสองกรณีนี้เป็นภาพจิตรกรรมภายใต้จินตนาการของศิลปินนักวาดภาพ

ภาพคุณสิตางศุ์ เธออาจชอบ แต่สองคนหลังนี่ร้อยทั้งร้อย..คงไม่ปลื้ม ซ้ำสวมนาฬิกาไว้อีกด้วย

คติความเชื่อ..เรื่องอุโบสถ์ของคนไทยเรา คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่พากุลบุตรให้พ้นจากวัฎฎสงสาร ยุคสมัยหนึ่งเป็นตำนานเล่ากันว่า..หากพระราชา เจ้าหน้าที่รัฐ จะจับโจร จะจับคนร้าย หากคนร้ายเข้ามายังเขตอุโบสถ ซึ่งถือว่าเป็นเขตอภัยทาน..ห้ามเข้ามาจับเด็ดขาด

ผมมีข้อเขียนจากพระคุณเจ้ารูปหนึ่งเรื่องท่านจั่วหัวว่า ทำไมโบสถ์ถึงศักดิ์สิทธิ์

ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนิกชนที่ดี โบสถ์ หรือ พระอุโบสถ (ในกรณีพระอารามหลวง) มีความสำคัญที่สุด ก่อนที่จะมาเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตามพระวินัย จะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่า ผูกสีมา หรือ ผูกพัทธสีมาก่อน โบสถ์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่า “วิสุงคามสีมา” เขตวิสุงคามสีมาอุโบสถจึงนับเป็นพุทธสถานที่แสดงถึงความเป็นวัดอย่างสมบูรณ์

แต่ในฐานะชาวพุทธก็อยากจะให้เว้น “โบสถ์”ไว้สักที่ในการแสดงผลงานทางศิลป์ เพราะโบสถ์เป็นที่ประกอบพิธีตามพระวินัย เป็น เขตพุทธาวาส เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทาน เป็นการเคารพต่อสถานที่ประกอบพิธีตามพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ เป็นการบูชาที่ประทับของพระพุทธเจ้า เป็นการเทอดทูนเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทาน

จิตรกรรมฝาผนังที่ไม่ใช่ตัวเอก ไม่ได้เป็นตัวดำเนินเรื่อง เป็นภาพบุคคลสามัญแบบชาวบ้านธรรมดาๆที่แสดงท่าทางอากัปกิริยาแปลกๆ เพื่อให้เป็นที่สนใจ ในทางศิลปะ เขาเรียกว่า “ภาพกาก” ภาพเหล่านี้จะมีแอบๆอยู่ทั่วไป โดยช่างเหล่านั้นจะแทรกไว้ตามเหลี่ยมตามมุมของภาพ

“ภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้น แต่โบราณนั้นถึงแม้จะมีการแฝงภาพปริศนาธรรมซ่อนไว้ในภาพจิตรกรรมฝาผนังก็เป็นการแฝงข้อคิดปัญหาธรรม ที่ชวนให้คิดในทางสร้างสรรค์ และเพื่อเป็นกุศโลบาย หรือเรียกในหนึ่งว่า อุบายอันแยบคาย เพื่อให้เกิดเป็นกุศล การแฝงภาพลักษณะนี้หากขาดความรู้ความเข้าใจในหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนา อย่างลึกซึ้ง ก็จะเป็นอันตรายต่อผู้เขียนเอง เรียกว่าประจานตัวเอง หากเขียนด้วยความเข้าใจที่หลักของคำสอนของพระพุทธศาสนาย่อมก่อให้เกิดปัญญา ถึงเป็นการแทรกภาพที่เป็นงานชั้นสูง ซึ่งช่างไทยจะเรียกว่างานชั้นครู ควรค่าแก่การเรียนรู้ และสืบสานเพื่อความเจริญงอกงาม ในสกุลช่างแห่งสยามชนสืบต่อไป”

การจะสร้างงานศิลป์อะไรก็ตาม ถ้ารักษาวัฒนธรรม ประเพณี ให้คงอยู่ยั่งยืนคู่กับพระศาสนา ย่อมเป็นการจรรโลงความดีอันทำให้เกิดความงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนให้พระศาสนายืนยาวไปอีก

จากข่าวที่ปรากฏในสื่อออนไลน์หลาย  ๆ ฉบับ “หน้าที่” ที่จะต้องช่วยสอดส่องดูแลนั้นหนึ่งนั้นคือ “เจ้าวัด”

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๗  บัญญัติหน้าที่ของเจ้าอาวาสหนึ่งในนั้นคือ การบำรุงรักษา คำว่า “บำรุงรักษา” นั้นก็หมายถึง การระวังรักษาเพื่อให้คงอยู่ รักษาให้อยู่ในสภาพดี “ทำให้งอกงาม ทำให้เจริญ” ดังนั้นการบำรุงรักษานอกจากดูแลรักษาวัดและสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในวัดไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงครัว ห้องน้ำ เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพดีแล้ว ยังจะต้องพัฒนา ปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย

พวกเราเองซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชน ควรทำหน้าที่ชาวพุทธที่ดี การเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับหลักธรรม และปฏิบัติตนตามคำสอนเท่านั้น แต่ต้องช่วยกัน เผยแผ่ความงามของพระพุทธศาสนา และปกป้องพระศาสนา

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาทำได้หลายทาง ถ้าเป็นศิลปิน สิ่งที่ต้องคำนึงคือความงามของศิลปะที่จะต้องสร้างให้ลูกหลานได้จดจำ ขออย่าให้ลูกหลานต้องจำจดกับความงามของศิลปะที่มีรอยด่างเลย ก็เท่ากับเป็นการเผยแผ่คุณความดีของพระพุทธศาสนา ให้แผ่กระจายออกไปได้ทางหนึ่ง

ปกป้องพระศาสนา ด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคง ซึ่งสามารถทำได้โดยมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างจริงใจ ปฏิบัติตามคำสอนอย่างสม่ำเสมอ ศึกษาให้รู้แก่นแท้ของศาสนาอยู่ตรงไหน

ในฐานะชาวพุทธก็อยากจะให้เว้น “โบสถ์”ไว้สักที่ ในการแสดงผลงานทางศิลป์ เพราะโบสถ์เป็นเขตแดนที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทาน ให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกได้ทำสังฆกรรมตามพระวินัย เพื่อเป็นการเทิดทูนพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงพระราชทานให้เป็นเขตแดน เพื่อเป็นการบูชาที่ประทับของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นการเคารพต่อสถานที่ทำสังฆกรรมตามพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้…

พระคุณเจ้าท่านขอบิณฑบาตไว้แบบนี้ ส่วนชาวพุทธหรือคนทั่วไปจะมองอย่างไรก็แล้วแต่จะคิด..แต่ที่แน่ ๆ  เจ้าอาวาสปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ยอมรับ ปรับตัวเร็ว โอกาสรอดเยอะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625573

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 11:55 น.

ยอมรับ ปรับตัวเร็ว โอกาสรอดเยอะ

เปิดใจ ‘อรวัสสา ศยามเศรณี’ ผู้หญิงเก่งที่ยอมรับ ปรับตัวเร็ว และหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ COVID-19

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิกฤตการณ์ COVID-19 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจทั้งโลก ผู้คนต่างต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal สำหรับใช้ชีวิตในแต่ละวัน ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน วิถีเดิมๆ อาจจะใช้ไม่ได้ในยุคที่ต้องใช้ความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจ Wakingbee (เวคกิ้งบี) แบรนด์ Sportswear ไทยที่เป้าหมายอยู่ไกลระดับโลก เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ แต่การยอมรับ ปรับตัวเร็ว และหาโอกาสใหม่ๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อีกครั้ง เป็นวิถีทางรอดที่แบรนด์เลือกใช้สำหรับการก้าวผ่านอุปสรรคนี้

เทรนด์สุขภาพ…ธุรกิจเนื้อหอม

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ว่า ยอดจำหน่ายชุดกีฬาในประเทศมีมูลค่า 12,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 15,000 ล้านบาทในปี 2563 แนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจนี้ ทำให้ อรวัสสา ศยามเศรณี กรรมการผู้จัดการแบรนด์ ‘เวคกิ้งบี’ (Wakingbee) กระโดดเข้าสู่สนามแข่งขันของชุดกีฬา หรือ Sportswear ซึ่งเป้าหมายไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ไกลไปถึงว่าแบรนด์จะต้องอยู่ในระดับ Global Brand ด้วย

“5 ปีที่แล้วเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงมาก ตลาดเสื้อผ้ากีฬาในระดับโลกนั้นแบ่งออกได้หลายเซกเม้นท์และแต่ละภูมิภาคก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ จึงเริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง เพราะเชื่อมั่นในกำลังซื้อของผู้หญิง (She-economy) ที่รักสุขภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงช่วงวัย 20-50 ปี เน้นการออกแบบจาก insight ของผู้หญิง ให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งาน และเพิ่มกิมมิคในดีไซน์ เช่น กางเกงขาสั้นสองชั้นกันโป๊ และสปอร์ต บราที่มีฟองน้ำแบบ push-up และมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพผ้าและการตัดเย็บด้วย จึงได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดีในตลาด และมีฐานลูกค้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ แบรนด์ยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาดีไซน์และรูปแบบของสินค้าให้เป็น Athleisure หรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งออกกำลังกายและในชรวิตประจำวันหรือเดินทางท่องเที่ยว เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มที่อาจจะไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำแต่ก็สนุกกับการเลือกเสื้อผ้าของแบรนด์ไปใส่ได้”

ปลุกพลังในแบบคุณ

สำหรับความหมายของแบรนด์ นั้นมีที่มาจากคำว่า Waking คือ ปลุกให้ตื่น Bee คือ ผึ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความขยัน จึงรวมกันเป็น Wakingbee เพราะอยากให้เสื้อผ้าของเราเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแอคทีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘พลังในแบบคุณ’ (Sensible Sweat) หรือการใช้ชีวิตแอคทีฟแบบสมดุล เพราะเป้าหมายในการออกกำลังกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนอาจต้องการดูแลสุขภาพของให้แข็งแรง บางคนออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด ในขณะที่บางคนต้องการสร้างกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง แต่ละคนรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เราเริ่มต้นออกกำลังกายและทำอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีความสุข พยายามในทางที่ถูกและพอดีกับตัวเอง

เป้าหมายที่มองไกลว่าในประเทศ

ตลาด Sportswear โลกนั้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% เคยมีผู้คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะมีมูลค่า 1.846 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบรนด์เวคกิ้งบีตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องพาแบรนด์ไปถึงระดับโลก จึงหาโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศมาตลอด จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ SME Pro-active ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้งบสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปออกงานแสดงสินค้า หรือ Trade Fair ในต่างประเทศ เพราะการไปออกเทรดแฟร์ใหญ่ๆ ค่าใช้จ่ายจะสูงมากเป็นโอกาสยากสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่จะไปร่วมงานได้เอง

ปัจจุบันนี้ สัดส่วนยอดขายของเวคกิ้งบีระหว่างในประเทศและต่างประเทศคือประมาณ 85:15 โดยมีเอเชียเป็นตลาดหลักอย่างฮ่องกงและไต้หวัน ซึ่งได้ดิสทริบิวเตอร์ในประเทศนั้นๆ ช่วยกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค สำหรับอนาคตก็วางแผนที่จะขยายไปประเทศจีนและฝั่งตะวันตกเพิ่มเติมด้วย

เทรดแฟร์…เครื่องมือการตลาดที่ดี

อรวัสสา เล่าถึงการไปออกงานเทรดแฟร์ในต่างประเทศว่า จุดมุ่งหมายไม่ได้ว่าเราไปหาลูกค้าเพื่อจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศอย่างเดียว แต่เป็นการเอาความรู้หรือประสบการณ์ที่เราได้มาต่อยอดธุรกิจได้ด้วย เวคกิ้งบีเริ่มไปออกเทรดแฟร์ตั้งแต่ปี 2559 ที่งาน Hong Kong Fashion Week ซึ่งถือเป็นงานที่ใหญ่มาก และต่อมาก็สมัครไปทุกปี เฉพาะฮ่องกงเองได้เข้าร่วมถึง 4 งาน ทำให้ขยายตลาดไปฮ่องกงได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากนั้นยังได้งบสำหรับเข้าร่วมงาน Japan Fashion Week ที่ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดไปงาน ISPO ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีต้นแบบมาจาก ISPO ที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในงานหลักที่ตั้งใจจะไปร่วมทุกปีเพราะประเทศจีนเป็นเป้าหมายหลักของการขยายตลาดต่างประเทศของแบรนด์ ซึ่งตามกำหนดการเดิมในเดือนกรกฎาคมนี้ก็วางแผนจะไปร่วมงาน ISPO 2020 แต่เมื่อมาเจอสถานการณ์โควิด-19 ก็คงต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายเสียก่อน

วิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ในร้ายมีดี

เมื่อรัฐบาลใช้นโยบายล็อคดาวน์ แรกๆ ก็ช็อค เพราะ 11 สาขาต้องหยุดให้บริการ แต่สิ่งสำคัญคือการปรับตัวรับกับสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานทุกคนเช็คสภาพคล่องของกระแสเงินสดของบริษัท ปริมาณ

สินค้าที่สต็อคไว้ และที่กำลังให้ซัพพลายเออร์ผลิตอยู่ การส่งสินค้าไปต่างประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างไร ฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร และจะสร้างฐานลูกค้าใหม่ในช่วงเวลาแบบนี้อย่างไร

ซึ่งพบว่าพฤติกรรมลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนไปแค่การใช้ชีวิตประจำวัน แต่หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ ทุกคนรู้ว่าร่างกายต้องแข็งแรง ต้องทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ต้องออกกำลังกาย ทำให้เสื้อผ้ากีฬามีโอกาสเข้ามาในใจผู้บริโภคมากขึ้น คนที่ไม่เคยออกกำลังกายจริงจัง ก็เริ่มหันมาศึกษา เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะเสื้อผ้าที่คุณภาพดี จะสร้างประสบการณ์ที่ดีในการออกกำลังกายด้วย

ออนไลน์ไม่ใช่ปัญหา

เมื่อหน้าร้านต้องหยุดให้บริการ แต่ Customer Journey ของลูกค้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ผู้คนพาตัวเองเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในแต่ละวันได้ การซื้อสินค้าออนไลน์จากเรื่องไกลตัวจึงเป็นเรื่องไกลตัว นอกจากอาหาร เครื่องสำอาง Sportwear ก็ทำได้เช่นกัน

“เราพบว่ายอดการสั่งซื้อทางออนไลน์ของเวคกิ้งบีเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ด้วยความที่เมื่อต้นปีเป็นช่วงที่แบรนด์ปรับเวบไซต์ใหม่พอดี ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน เหมาะต่อรูปแบบของอีคอมเมิร์ซ ลูกค้าเลือกสินค้าง่าย สะดวก และกระตุ้นการตัดสินใจได้เร็วขึ้น แบรนด์สร้างแพลทฟอร์มที่รองรับการขายสินค้าออนไลน์มาอยู่แล้ว มีภาพแคตตาล็อคสินค้าที่เลือกดูได้หลายมุม ลูกค้าสะดวกต่อการช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าร้านยังจำเป็นเพราะสินค้าเสื้อผ้า การได้ลอง หรือได้จับ สัมผัสเนื้อผ้ายังเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องการ”

มองตลาดต่างประเทศหลังโควิด-19

ช่วงที่ผ่านมายอดออเดอร์จากต่างประเทศก็ลดลงไปบ้าง แต่เป็นช่วงสั้นๆ เมื่อการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ก็ไม่มีปัญหา หลังจากนี้แนวโน้มคาดว่าจะเติบโตขึ้นเพราะเทรนด์สุขภาพเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดโลก ต่างประเทศเองก็เหมือนบ้านเราที่เมื่อทุกคนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นทั้งวิ่ง โยคะ เข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ ก็ทำให้ตลาดของเสื้อผ้ากีฬาเติบโต และแบรนด์เองมีสินค้ารองรับทุกกิจกรรม ขณะเดียวกันทางดิสทริบิวเตอร์ที่ฮ่องกงและไต้หวันก็เปิดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลักอยู่แล้ว ทำให้ยังมียอดสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นวิกฤตแต่ก็เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทุกธุรกิจได้คิดและพิจารณาถึงวิธีการทำธุรกิจของตัวเอง ทำให้เราต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้ยืดหยุ่นตลอดเวลา สามารถปรับตัวเพื่ออยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ได้ การยอมรับ ปรับตัว และลงมือทำทันที จะเป็นทางรอดสำคัญ เราไม่เสียเวลานั่งจมอยู่กับปัญหาแต่ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด และจากการปรับตัวของแบรนด์นั่นทำให้เรามั่นใจว่า Wakingbee ต้องได้ไปต่อ

นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่าเทรดแฟร์จะยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาดของแบรนด์ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศต่างๆ เปิดให้เดินทาง มีระบบการจัดการที่ปลอดภัย มั่นใจได้แล้ว ก็จะเข้าร่วมงานผ่านการสนับสนุนจากโครงการ SME Pro-active เหมือนเดิม เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้จริง”

Back to work กลับมาทำงานด้วยรูปร่างสวยเป๊ะ! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625555

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 09:45 น.

Back to work กลับมาทำงานด้วยรูปร่างสวยเป๊ะ!

Work from home กับสถานการณ์โควิด-19 กันมาสักพัก ถึงเวลาที่สาวออฟฟิศอย่างเราต้อง Back to work กันแล้ว แต่จะทำอย่างไรกับไขมันที่สะสมและปมน้ำหนักขึ้น หมอฐา-ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล มีวิธีการปฏิบัติในการดูแลรูปร่างมาฝาก

รักษาระยะห่างทางสังคมมาหลายเดือนจนเพื่อนทักว่า “น้ำหนักขึ้น” ใช่มั้ย เพราะ Work from home กับสถานการณ์โควิด-19 เป็นเหตุ  ตอนนี้ถึงเวลาที่สาวออฟฟิศอย่างเราต้อง Back to work กันแล้ว แต่จะทำอย่างไรกับไขมันสะสมให้รูปร่างกลับมาสวยเป๊ะ วันนี้ หมอฐา-ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้อำนวยการรมย์รวินท์ คลินิก มีวิธีการปฏิบัติในการดูแลรูปร่างมาฝากกัน

1) ปรับพฤติกรรมการทาน ควบคุมอาหารและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และจำกัดจำนวนแคลอรี่  หลีกเลี่ยงแป้ง  ของมัน ของหวาน และงดการทานจุกจิกที่สำคัญ ห้ามอดอาหารเด็ดขาด

2) ดื่มน้ำ 1-2 แก้วในแต่ละมื้อก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และอีกวิธีที่คุณหมออยากแนะนำ คือ การดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า ในมะนาวจะมีกรดซิตริค (Citric Asid) กรดมาลิค (Malic Acid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งกรดซิตริคนั้นจะช่วยในการขจัดแคลเซียมที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง ตับอ่อน และช่วยในการสลายนิ่วในไตได้ และยังช่วยในการขจัดล้างสารพิษโดยการกระตุ้นด้วยเอนไซม์ธรรมชาติ ซึ่งช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดีขึ้นและช่วยสลายไขมันด้วย รวมไปถึงเครื่องดื่มและอาหารบางประเภท สามารถช่วยในการสลายไขมันได้เช่นกัน

3) การออกกำลังกาย ถือเป็นหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่มสาวออฟฟิศมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยในเรื่องของรูปร่างให้กระชับสัดส่วน ซึ่งในปัจจุบันการออกกำลังกายนั้นก็มีอยู่หลายประเภท ดังนั้นคุณหมออยากจะฝากสิ่งสำคัญของเคล็ดลับนี้ คือ  เลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง อายุ  ความต้องการ และเลือกวิธีออกกำลังกายที่ชอบและสนุก เพราะจะทำให้ไม่เบื่อ นอกจากนี้พยายามทำกิจกรรมให้มากขึ้น เช่น การทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ ฯลฯ  รวมไปถึงยังสามารถออกกำลังกายในออฟฟิศได้  เช่น การใช้บันไดแทนลิฟท์,การสควอตกับเก้าอี้ , การยกแขน ยกขา บิดเอวไปมา   เป็นต้น  อีกหนึ่งวิธีที่คุณหมอแนะนำคือ การออกกำลังกายในสไตล์ของพีระมิด ทุกเช้าก็เป็นตัวช่วยที่ดี รับรองหุ่นเป๊ะปังไม่ไกลเกินเอื้อม

4) การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดนอน นอกจากจะส่งผลเสียแก่ร่างกายมากมายแล้ว  ยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน โดยปกติควรนอนหลับวันละ 6-8 ชม. แต่ถ้านอนไม่หลับ คุณหมอขอแนะนำลองดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนช่วยได้เช่นกัน

ทางด้าน หมอริว–อัครวินท์  ดำรงวัฒนโภคิน แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลรูปร่าง รมย์รวินท์ คลินิก ได้กล่าวเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังลดความอ้วนว่า การลดน้ำหนักไม่ใช่วันเดียวลดได้เลย เปรียบเทียบกับการวิ่งมาราธอน ต้องใช้ระยะเวลา สิ่งสำคัญเลยคือ ใจ และ การปรับไลฟ์สไตล์ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด แล้วค่อยๆ ไปทีละอย่าง โดยเริ่มจากการควบคุมอาหาร และหันมาออกกำลังกาย สิ่งสำคัญอยากฝากถึงคนอ้วนที่ถูกการบูลลี่ อยากให้กำลังใจ อย่าท้อแท้  อย่าเครียด และไม่ต้องเร่งรีบในการลดน้ำหนัก นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการดูแลรูปร่างแบบเร่งรัด คือการหาตัวช่วยอย่างโปรแกรม  Super Slim และโปรแกรม Fat Freezing ที่จะมอบรูปร่างดีๆ ให้กลับคืนมาได้ไม่ยากอีกด้วย

ยาสามัญประจำบ้าน : แอสไพริน..กินให้ปลอดภัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625551

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 09:11 น.

ยาสามัญประจำบ้าน : แอสไพริน..กินให้ปลอดภัย

หนึ่งในยาที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก “แอสไพริน (aspirin)” กินอย่างไรให้ปลอดภัย พร้อมรู้ประโยชน์ ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง

เชื่อเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก แอสไพริน (aspirin) ยาที่ต้องมีติดบ้าน ซึ่งมีการค้นพบและถูกใช้มาเป็นเวลานาน ด้วยประสิทธิภาพการรักษาที่ดีและฤทธิ์ในการรักษาที่ใช้กับหลายโรค ยานี้จึงมีวิธีการใช้และขนาดการใช้ของแต่ละข้อบ่งใช้ที่แตกต่างกัน รวมถึงผลข้างเคียงของยาที่มีตั้งแต่ไม่รุนแรง เช่น ระคายเคืองทางเดินอาหาร ไปจนถึงผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เลือดออกผิดปกติโดยเฉพาะที่พบบ่อยคือ เลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ ดังนั้น หากมีความเข้าใจในวิธีการใช้ยาที่ถูกต้องจะช่วยให้เกิดการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดและเกิดผลข้างเคียงหรือปัญหาจากการใช้ยาน้อยที่สุดได้

กำเนิดของแอสไพริน

ข้อมูลโดย อาจารย์เภสัชกรหญิง วิภารักษ์ บุญมาก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า จากบันทึกทางประวัติศาสตร์การแพทย์เผยว่าเมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อน ฮิปโปเครติส (Hippocrates) ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งการแพทย์” เคยให้คนไข้ที่มีอาการปวดตามตัวดื่มชาจากใบหลิว (willow) และเคี้ยวเปลือกต้นหลิว (willow bark) ในเวลาต่อมามีผู้ค้นพบว่าสารสกัดของต้นหลิว (salicin) มีสรรพคุณในการลดไข้และบรรเทาอาการอักเสบ จากนั้นประมาณ 500 ปี นักเคมีชาวเยอรมันที่มีชื่อว่า Felix Hoffmann ได้นำสาร salicin ที่สกัดจากต้นหลิวมาสังเคราะห์เป็นอะซีติลซาลิไซลิค (acetylsalicylic acid) ซึ่งนิยมเรียกว่าแอสไพริน (aspirin)1 โดยในยุคแรกๆ แอสไพรินถูกนำมาใช้ในการลดไข้และบรรเทาอาการอักเสบ

ฤทธิ์ของแอสไพริน

แอสไพรินเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดี มีฤทธิ์ในการรักษาอาการอักเสบ เช่น อาการปวด บวม แดง ร้อนต่างๆ และมีฤทธิ์ลดไข้ นอกจากนี้ ฤทธิ์ที่สำคัญของยานี้ที่ทำให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายมากจนกลายเป็นหนึ่งในยาที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดตัวหนึ่งของโลกคือ ฤทธิ์ในการต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด ทำให้ยานี้ถูกใช้ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด เช่น เส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองอุดตัน และเส้นเลือดที่ขาอุดตัน เป็นต้น

กลไกการออกฤทธิ์ของยาแอสไพริน คือการยับยั้งเอนไซม์ในร่างกายที่ทำให้เกิดสารอักเสบ ซึ่งมีชื่อว่า ไซโคลออกซิจีเนส หรือเรียกชื่อเอนไซม์นี้อย่างย่อๆ ว่า ค็อกซ์ (cyclooxygenase: COX) นอกจากนี้ เอนไซม์ค็อกซ์ (COX enzyme) ยังกระตุ้นการสร้างสารที่ทำให้เกิดการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ที่มีชื่อว่า ทร็อมบ็อกเซนเอทู thromboxane-A2 ดังนั้น ผลที่ได้จากการใช้ยาแอสไพริน นอกจากจะบรรเทาอาการอักเสบแล้ว ยังทำให้เกล็ดเลือดเกาะกลุ่มกันได้ยากมากขึ้น ซึ่งขนาดยาที่สูงของแอสไพริน (325-650 มิลลิกรัม ต่อครั้ง) จะได้ผลดีในการบรรเทาอาการปวดและอักเสบ ส่วนขนาดยาที่ต่ำของแอสไพริน (75-150 มิลลิกรัมต่อวัน) มีผลการรักษาที่ดีในแง่ฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด

ข้อบ่งใช้และขนาดยา

การใช้ยาแอสไพรินมี 2 ข้อบ่งใช้คือ ใช้ตามอาการเพื่อบรรเทาอาการอักเสบและลดไข้ และใช้เพื่อต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด โดยใช้ในช่วงแรกของการเกิดการอุดตันหลอดเลือด และการใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเกิดการอุดตันของหลอดเลือด

การใช้ยาแอสไพรินเพื่อบรรเทาอาการปวด อักเสบ และลดไข้

  • ขนาดยาแอสไพรินในข้อบ่งใช้นี้ควรเป็นขนาดยาที่สูง คือ 325-650 มิลลิกรัม (บางการศึกษาพบว่า ควรเริ่มด้วยขนาดยา 600-650 มิลลิกรัมขึ้นไปในการบรรเทาอาการปวดปานกลางถึงรุนแรง 2-3 และขนาด 500-1000 มิลลิกรัมเพื่อลดไข้)
  • รับประทานทุก 4-6 ชั่วโมง ลักษณะของเม็ดยาจะมีขนาดใหญ่และเป็นเม็ดยาที่ถูกเคลือบเพื่อควบคุมให้มีการปลดปล่อยยาที่ลำไส้เล็ก (enteric-coated tablet) ผู้ป่วยควรรับประทานยาทั้งเม็ดหลังอาหารทันทีเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารโดยใช้ตามอาการที่เป็น และหยุดใช้ยาเมื่ออาการหมดไป

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาแอสไพรินในเด็กหรือวัยรุ่นที่มีการติดเชื้อไวรัส เนื่องจากพบว่าสัมพันธ์กับความผิดปกติ ที่เรียกว่า Reye’s syndrome ที่ถึงแม้จะเป็นกลุ่มอาการที่พบได้ไม่บ่อยแต่มีความรุนแรงสูงจนอาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ โดยจะทำให้เกิดอาการของตับอักเสบ และสมองอักเสบ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในเด็กอายุน้อยกว่า 16-19 ปี  และสามารถเลือกใช้ยาลดไข้ที่เป็นตัวยาพาราเซตามอล (paracetamol) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดไข้ที่ใกล้เคียงกับแอสไพริน หรือยาชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน (เป็นยาต้านการอักเสบที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน ชื่อกลุ่มว่า เอ็นเสด: NSAIDs) เช่น ไอบูโปรเฟน (ibuprofen), นาพรอกเซน (naproxen) เป็นต้น

สิ่งที่ควรระวังอีกประการในการใช้ยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs คือ หากผู้ป่วยกำลังเป็นไข้เลือดออก ยาจะทำให้อาการเลือดออกผิดปกติเกิดได้ง่ายมากขึ้นเนื่องจากฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดของยากลุ่มนี้ จึงควรสังเกตอาการ (จุดจ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนัง) หลังการใช้ยาอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติดังกล่าว ควรรีบหยุดยาและพบแพทย์ทันทีการใช้ยาแอสไพรินเพื่อรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดสมอง  หรือหลอดเลือดหัวใจ หากผู้ป่วยไม่เคยได้รับยาแอสไพรินมาก่อน ในวันแรกที่มีอาการแพทย์ผู้ให้การรักษาจะแนะนำให้ผู้ป่วยเคี้ยวยาแอสไพรินขนาด 300-325 มิลลิกรัมเพื่อให้ระดับยาในเลือดมากพอและเกิดการยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดการอุดตันหลอดเลือดซ้ำอีก จากนั้นจะลดขนาดยาลงเป็นแอสไพรินขนาดต่ำ คือ 81 มิลลิกรัม และรับประทานตามปกติ (หลังอาหารทันทีและกลืนยาทั้งเม็ด) โดยผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาแอสไพรินขนาดต่ำต่อเนื่องไปตลอดเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของภาวะหลอดเลือดอุดตัน

ผลข้างเคียงและการป้องกัน/บรรเทา

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ยาแอสไพรินในข้อบ่งใช้เพื่อการต้านเกล็ดเลือดคือ ระคายเคืองทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถป้องกันหรือบรรเทาได้โดยการรับประทานหลังอาหารทันที หรือรับประทายาเม็ดที่มีการเคลือบด้วยสารที่ควบคุมให้เม็ดยาเกิดการปลดปล่อยตัวยาที่ลำไส้เล็ก (enteric-coated tablet) เพื่อลดการสัมผัสของยาและกระเพาะอาหารที่มีความเป็นกรดสูงมากอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังพบการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ค่อนข้างบ่อยและรุนแรงกว่า

จากการศึกษาพบว่า ผลข้างเคียงนี้พบบ่อยในผู้ใช้ยาที่มีอายุมาก ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการใช้ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารร่วมด้วย โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาสั่งจ่ายยาลดการหลั่งกรดนี้ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งใช้อยู่แล้ว โอกาสของการเกิดเลือดออกจะมีมากขึ้นในผู้ที่ใช้ยาอื่นๆ ที่เสริมฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดหรือต้านการแข็งตัวของเลือดหรือใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ (steroids) ร่วมด้วย

ดังนั้น ผู้ที่ใช้ยาแอสไพรินควรเพิ่มความระมัดระวังการใช้ยาชนิดอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยาบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบในกลุ่ม NSAIDs เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดและเพิ่มความระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาบรรเทาอาการปวด อาจพิจารณาเลี่ยงไปใช้ยากลุ่มอื่นๆ เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยาทรามาดอล (tramadol) เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียงดังกล่าว

หากกล่าวโดยสรุป ยาแอสไพรินเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดี แต่ก็มีรายละเอียดในวิธีการใช้ยาทั้งขนาดยาที่ใช้และวิธีการรับประทานยาที่แตกต่างกัน รวมถึงข้อควรระวังในการใช้ยา หากผู้ใช้ยามีความเข้าใจในการใช้ยาแอสไพริน จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในขณะเดียวกันก็จะช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาลงด้วย

.

ที่มา : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วัคซีนสำหรับผู้หญิง เรื่องจริงที่ไม่ควรละเลย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625472

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.

วัคซีนสำหรับผู้หญิง เรื่องจริงที่ไม่ควรละเลย

นอกจากการรับวัคซีนตามช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัคซีนทั่วไปที่แนะนำในวัยผู้ใหญ่ เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทานโรค ผู้หญิงถือเป็นอีกกลุ่มที่ควรได้รับวัคซีนตามความเหมาะสม เนื่องจากเพศหญิงมีการทำงานของอวัยวะในร่างกายที่ซับซ้อน โดยเฉพาะช่วงการตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่อาจส่งผลถึงทารกในครรภ์อีกด้วย

ข้อมูลโดย นต.พญ.ณัฐยา รัชตะวรรณ สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ระบุว่า แม้ผู้หญิงมากกว่า 50% จะตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า แต่ตามหลักการแล้วผู้หญิงทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนที่จำเป็นก่อนที่จะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรมีการฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบ โดยมีวัคซีน ดังนี้

  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงและความรุนแรงของโรค โดยควรฉีดปีละ 1 ครั้งทุกปี
  • วัคซีนป้องกันโรคไอกรน คอตีบ และบาดทะยัก ผู้หญิงที่ไม่เคยได้รับวัคซีนทั้ง 3 ชนิดนี้มาก่อน ควรได้รับวัคซีนเหล่านี้ทุกสิบปี
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (HAV)  โดยฉีดวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป แนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อเช็คภูมิคุ้มกันก่อน หากไม่มีภูมิ ให้ฉีดวัคซีน 1 เข็ม หลังจากนั้น 2 เดือนให้ทำการตรวจภูมิคุ้มกันอีกครั้ง ถ้าพบภูมิคุ้มกัน ไม่จำเป็นต้องฉีดเข็มที่ 2 แต่ให้ทำการฉีดกระตุ้นภูมิทุกๆ 10 ปี ในกรณีที่ตรวจแล้วไม่พบภูมิคุ้มกัน ให้ทำการฉีดจนครบ 3 เข็ม แล้วทำการเจาะเลือดเพื่อดูภูมิคุ้มกัน กรณีที่ภูมิคุ้มกันขึ้นหลังได้รับวัคซีนเพียง 1 เข็ม แสดงว่าในตอนเด็กเคยได้รับวัคซีนชนิดนี้มาก่อน  แต่หากตรวจแล้วภูมิคุ้มกันไม่ขึ้นแม้ว่าจะฉีดจนครบ 3 เข็มแล้วก็ตาม แสดงว่าเป็นกลุ่ม Poor Responder คือไม่ตอบสนองต่อการฉีดวัคซีน แนะนำให้ระวังตัวเองเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
  • วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ในผู้หญิงที่มีอายุ 9-14 ปี แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม (แต่ถ้าหากเคยมีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจภายในก่อน หากไม่พบความผิดปกติ หรือไม่พบมะเร็งจึงรับวัคซีนได้) ส่วนในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 14 ปี แนะนำให้ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ฉีดขณะตั้งครรภ์  เพราะยังขาดข้อมูลยืนยันถึงความปลอดภัยสำหรับทารกในครรภ์
  • วัคซีนป้องกันโรคคางทูมและหัดเยอรมัน ผู้หญิงที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนมาก่อน หรือไม่มีภูมิคุ้มกันโรคหัดเยอรมันควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 ครั้ง นอกจากจะช่วยป้องกันโรคในคุณแม่แล้ว ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคหัดเยอรมันแต่กำเนิดในทารกหลังคลอด ซึ่งหากมีการติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์จะทำให้ทารกมีความผิดปกติ เช่น ตาบอด หูหนวกได้  ที่สำคัญควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือน หลังได้รับวัคซีน (หรือแพทย์บางท่านอาจแนะนำที่ 3 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับยี่ห้อของวัคซีน สามารถสอบถามรายละเอียดได้จากแพทย์)  เนื่องจากเป็นวัคซีนไวรัสที่มีชีวิต อาจส่งผลให้ทารกในครรภ์การความพิการจากวัคซีนได้
  • วัคซีนป้องกันโรคสุกใส เนื่องจากยังไม่มีรายงานยืนยันความปลอดภัย และมีความเสี่ยงทำให้ทารกพิการแต่กำเนิด ติดเชื้ออย่างรุนแรง และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้น หากกำลังวางแผนจะมีบุตรควรทิ้งระยะเวลาการตั้งครรภ์หลังการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1-3 เดือน  อย่างไรก็ตามคุณแม่หลังคลอดสามารถฉีดวัคซีนป้องกันสุกใสเข็มแรกก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล  และเข็มที่ 2 หลังคลอดแล้ว 6-8 สัปดาห์
  • วัคซีนป้องกันงูสวัด ควรฉีดสำหรับผู้ที่มีอายุ มากกว่า 50 ปี
  • วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือกำลังจะเดินทางไปในทวีปแอฟริกา รวมถึงผู้ที่จะไปเรียนต่อในต่างประเทศที่ยังมีไข้กาฬหลังแอ่นอยู่ และผู้แสวงบุญยังประเทศซาอุดิอาระเบีย  จะมีโอกาสติดเชื้อได้ ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีนก่อนเดินทาง
  • วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ ผู้หญิงที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคปอดบวม รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นโรคปอดเรื้อรัง (รวมถึงโรคหอบหืด) โรคหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรัง เบาหวาน หรือผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ในผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงแนะนำให้ฉีดเมื่ออายุ มากกว่า 50 ปี
  • วัคซีนสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ วัคซีนหลายชนิดไม่ได้ห้ามฉีดในระหว่างตั้งครรภ์ ตรงกันข้ามยังแนะนำอย่างยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในช่วงก่อนคลอด เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ถ้าภายใน 1 ปี คุณแม่ตั้งครรภ์ยังไม่ได้รับวัคซีนชนิดนี้ แพทย์จะแนะนำให้ทำการฉีดเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ เมื่อพ้นการตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 ไปแล้ว
  • วัคซีนป้องกันโรคไอกรน คอตีบ และบาดทะยัก แนะนำให้ฉีด 1 เข็ม ในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน  เพื่อป้องกันการเกิดโรคในทารกแรกเกิด

นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนที่ห้ามฉีดระหว่างตั้งครรภ์  เนื่องจากวัคซีนอาจส่งผลให้ทารกในครรภ์ติดเชื้อ ทำให้เกิดอวัยวะต่างๆ พิการ ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคสุกใส   วัคซีนป้องกันงูสวัด รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคคางทูมและหัดเยอรมัน

ดังนั้น หากต้องการวางแผนตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและฉีดวัคซีนตามความเหมาะสมในระยะการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์

ข้อสังเกตชวนสงสัยว่าอาจเกิดการแพ้ยารุนแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625464

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 08:15 น.

ข้อสังเกตชวนสงสัยว่าอาจเกิดการแพ้ยารุนแรง

แพทย์เตือนอันตรายจากการแพ้ยารุนแรง เสี่ยงพิการ อาจถึงขั้นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ รู้ทันปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้มีโอกาสแพ้ยาได้มากขึ้น และวิธีการสังเกตอาการแพ้ยาด้วยตัวเอง

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เตือนอันตรายจากการแพ้ยา มีได้หลายแบบทั้งชนิดที่ไม่รุนแรงที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต และชนิดที่รุนแรงก่อให้เกิดความพิการ หรือถ้ารุนแรงมากอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ พร้อมแนะนำข้อสังเกตที่ทำให้สงสัยว่าอาจเกิดการแพ้ยาที่รุนแรง

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์  เผยกรณีการเสนอข่าวจากเฟซบุ๊กสาวเตือนอุทาหรณ์ปวดฟันคุด ซื้อยาไอบูโพรเฟนมากินเองจนเกิดอาการแพ้หนัก ผิวหนังไหม้ลอก นอนไอซียู พร้อมโพสต์ภาพผิวหนังลอกทั่วตัวนั้น ข้อมูลดังกล่าวพบว่าเป็นอาการของการแพ้ยา  โดยการแพ้ยาส่วนมากมักเกิดภายหลังการรับประทานยาในช่วง 7-21 วันหลังเริ่มทานยาครั้งแรก แต่ถ้าเคยได้รับยาชนิดนั้นๆ ที่แพ้มาก่อนแล้วอาจมีอาการได้รวดเร็วในเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังทานยาได้ สำหรับกลุ่มลมพิษหรือมีปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลัน (Anaphylaxis) อาการจะแสดงได้อย่างรวดเร็วหลังทานยาในเวลาเป็นนาทีถึงชั่วโมง

ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสแพ้ยาได้มากขึ้น ได้แก่ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เพศ ซึ่งมักพบการแพ้ยาในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คนไข้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และคนที่มีประวัติเคยแพ้ยามาก่อน

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสทำให้เกิดการแพ้ยาได้สูง ได้แก่ ยากันชัก ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs : Nonsteroidal anti-inflammatory drugs) ยา allopurinol ยา dapsone ยาต้านรีโทรไวรัส (antiretroviral drugs) ยากลุ่มแก้อักเสบฆ่าเชื้อ เช่น กลุ่ม penicillin, cephalosporin, sulfonamides, β-lactam antibiotic, trimethoprim-sulfamethoxazole, minocycline เป็นต้น

ข้อสังเกตที่ทำให้สงสัยว่าอาจเกิดการแพ้ยาที่รุนแรงที่ต้องรีบมาพบแพทย์ ได้แก่

อาการแสดงทางผิวหนัง กรณีหลังรับประทานยาแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ คือ

  • มีผื่นแดงทั้งตัว (Erythroderma)
  • มีหน้าบวมปากบวม
  • มีผื่นหรือแผลที่ปาก หรือเยื่อบุที่อื่นๆ
  • มีอาการแสบ กดเจ็บที่ผิวหนัง
  • มีตุ่มน้ำมีผิวหนังลอกหลุด
  • มีจุดจ้ำเลือดใต้ผิวหนัง
  • มีตุ่มหนองตามตัวอย่างรวดเร็ว

สำหรับอาการทางร่างกายอื่นๆ ที่มักพบร่วมด้วยในคนที่แพ้ยารุนแรง ได้แก่

  • มีไข้
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • ปวดเมื่อยตามตัวปวด ข้อ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต

ดังนั้น ในกรณีที่คนไข้ได้รับประทานยาแล้วมีอาการดังกล่าวข้างต้นที่ทำให้สงสัยว่าอาจจะเป็นการแพ้ยาที่รุนแรงควรหยุดยาในทันทีรีบมาพบแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาอย่างรวดเร็วและควรนำยาที่สงสัยว่าจะแพ้มาให้แพทย์ดูร่วมด้วยซึ่งโดยส่วนมากถ้าอาการเข้าได้กับการแพ้ยาที่รุนแรงมักจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องจนกว่าอาการจะดีขึ้นต่อไป

สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมที่สำคัญคือ ในกรณีคนไข้เคยแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วนั้นจะแพ้ยาชนิดดังกล่าวไปตลอดชีวิต รวมถึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะแพ้ยาตัวอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันหรือกลุ่มที่ใกล้เคียงกับยาตัวเดิมที่แพ้ได้ และการได้รับยาที่เคยแพ้อยู่แล้วในครั้งถัดไป อาการที่เกิดจากการแพ้ยาในครั้งใหม่จะเกิดได้อย่างรวดเร็วขึ้นและอาจรุนแรงมากขึ้นด้วย ดังนั้น คนไข้ควรจดจำข้อมูลการแพ้ยาของตนเอง หรือเก็บบัตรแพ้ยาไว้กับตัวเสมอ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนการรักษาในครั้งถัดๆ ไป และระมัดระวังเรื่องการซื้อยาเพื่อรับประทานเอง เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้นใหม่ได้

ปัญหาภาวะซึมเศร้า เมื่อเครียด กดดัน และทางออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625463

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 07:40 น.

ปัญหาภาวะซึมเศร้า เมื่อเครียด กดดัน และทางออก

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : การตีทะลุผ่านภาวะกดดัน เครียด ซึมเศร้า

อาการของปัญหาภาวะซึมเศร้าและผลกระทบในยุคปัจจุบัน ปัญหาสังคม ไม่ว่าจะ Gen ไหน ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร Baby Boom, Gen X Y Z หรือ C หรือ Millennial ล้วนมีปัญหาเรื่อง ความซึมเศร้า ภายในหวั่นไหว ขาดความมั่นคง ภูมิต้านทานต่ำ พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงขาดความยับยั้งชั่งใจ การตัดสินใจที่ขาดการไตร่ตรองมีโลกส่วนตัวสูง แปลกแยก ไม่แคร์อะไร ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเชิงสร้างสรรค์

ปัญหาเหล่านี้มีผลทำให้บุคคลไม่สามารถพัฒนาและดึงศักยภาพภายในออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สังคมอ่อนแอลง ขาดความเข้มแข็ง  ขาดความสามารถในการแข่งขัน อนาคตของชาติจึงน่าเป็นห่วง

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า รากของปัญหาภาวะซึมเศร้าภาวะนี้เกิดที่ตนเอง โดยตนเอง โดยมีแรงกดดันจากสังคมภายนอก เปรียบเทียบแข่งขัน รวมทั้งบริบทของการดำเนินชีวิตทุกวันนี้ที่สังคมได้เปลี่ยนเป็นโลกโซเชียลที่ไม่อาจหวนกลับคืนได้แล้ว มันเป็นโลกของวัตถุที่ขาดความสมดุล เน้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากเกินพอดี และเพราะการสื่อสารที่ทันสมัยทำให้มนุษย์ห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริง แต่กลับอยู่ในโลกเสมือนจริงที่หลอกตนเองให้ติดกับโลกของวัตถุ เปรียบเสมือนกับดักให้หลงทางและลุ่มหลงอยู่ในวังวนของมายาอย่างต่อเนื่อง

โลกที่ยึดเอาสิ่งภายนอกเป็นที่ยึดเหนี่ยว มันต้องเนี๊ยบทั้งเสื้อผ้าหน้าผม แฟชั่น เน็ตไอดอล การเลียนแบบดาราที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง โลกที่ฉาบฉวย จอมปลอม มนุษย์จึงพยายามทุกทางแม้ต้องเสียศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับเงินทอง และการยอมรับทำให้เกิดการยึดติด หลงทาง สังคมเดินไปในทางเสื่อมลงยากที่จะสลัดออก เพราะมันเหมือนสิ่งเสพติดที่ร้ายยิ่งกว่ายาเสพติดใดๆ ที่เรารู้จักหลงไปว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่าและความหมาย แต่ทั้งหมดนี้ที่แท้แล้วทำไปเพื่อมาเสริมคุณค่าตนเองให้ดูดี เพื่อต้องการให้คนยอมรับ ให้เท่าเทียมคนอื่น

แล้วทำไมถึงต้องการการยอมรับจากโลกภายนอก?

ก็เพราะโลกภายในตนเองมันขาด ข้างในมันพร่องไป แล้วอะไรพร่องไป ก็คุณค่าตนเองไงเมื่อภายในมันขาด ก็ต้องหามาเติม แต่เป็นการเติมจากโลกภายนอกเพื่อมาให้ค่าตนเองแต่ยิ่งเติม ยิ่งแสวงหาวัตถุภายนอกมาเพิ่ม ภายในตนเองก็ยิ่งขาดเมื่อยังขาด ก็ต้องหามาเพิ่มอีก ยิ่งหาก็ยิ่งขาด โลกภายในก็ยิ่งพร่องหนัก

มันเป็นภาวะหลงทางที่หาตัวเองไม่เจอ มันว่างเปล่า ข้างในมันกลวงมัน เป็นภาวะที่ไม่เห็นค่าตนเอง ไม่เคารพตนเอง แต่กลับเห็นตนเองมีความบกพร่อง ไม่เข้าใจตนเอง ยอมรับไม่ได้ แต่เพราะแรงกดดันทางสังคมและบริบทครอบครัว ทำให้อาการของปัญหายิ่งหนักมันก็เลยเป็นทุกข์ ซึมเศร้า โลกภายในหวั่นไหว ขาดความมั่นคง ก็เลยยิ่งแสวงหาคุณค่าจากโลกภายนอกมาเติมแล้วก็กลับมาวังวนเดิม หาทางออกไม่ได้ หาตัวตนไม่เจอ เลยยิ่งเศร้าหมอง

“ซึมเศร้า” ว่าไปแล้วมันคือการแพ้ตัวเอง ไม่สามารถนำตนเองได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองเป็น แต่หาทางออกไม่เจอไม่รู้ว่าภาวะนี้คืออะไร จัดการชีวิตตนเองไม่ได้ แก้ไม่เป็น มันแพ้ คิดว่าอยู่ไปก็ไร้ค่า

ทางออกของปัญหาภาวะซึมเศร้าเราคงต้องมองย้อนกลับไปว่า อะไรคือเหตุมันไม่ใช่โลกโซเชียล?

มันไม่ใช่ตัวเครื่องมือสื่อสาร มันมิใช่ตัวดารา หรือโลกของความบันเทิงแต่มันคือ ภาวะของการไม่เห็นคุณค่าตนเองที่สะท้อนออกมาด้วยการเสพสื่อเหล่านั้นอย่างขาดความเข้าใจต่างหาก

เมื่อการไม่เห็นคุณค่าตนเองเป็นประเด็นหลักการจัดการกับประเด็นนี้จึงต้องมุ่งไปที่ตัวตนของตนเอง แล้วตัวตนมาจากไหน ก็มาจากกรอบความคิดไง กรอบความคิดมีธรรมชาติคือภาพ แต่มันเป็นภาพตนเองเชิงลบ ณ จุดนี้เองคือรากของปัญหา มันคือกรอบความคิดที่ไม่เห็นคุณค่าตนเองเรียกอีกอย่างว่า “ปมด้อย”

ปมด้อยมาจากไหน ก็มาจากเรื่องราวในอดีตของตนเองที่ตนยังรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ผ่านมา บางครั้งก็ทำเองกับมือ บางเรื่องก็ถูกกระทำจากใครบางคนมันเป็นภาพลบที่ฝังใจ มันจึงเกาะกัดกินใจถึงความรู้สึกผิด รบกวนจิตใจมาตลอด นึกถึงทีไรก็เจ็บปวด อยากลบ อยากลืม อยากย้อนเวลากลับไปแก้ตัวแต่มันทำไม่ได้ เคยพยายามแต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งอยากลืม กลับจำ นำไปสู่ความซึมเศร้า

ทางออกจึงมิใช่ไปลบหรือไปลืมมัน เพราะนั่นขัดกับความเป็นจริง ที่ถูกแล้วต้องเรียกตัวเองในอดีตขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจกับมัน

ลองจินตนาการว่าถ้าตัวเองในอดีตพูดได้ คุณคิดว่าเขาจะพูดว่าอะไร คุณคิดว่าเขาอยากเล่าอะไรให้ฟัง และหากคุณฟังเขาอยากเข้าอกเข้าใจ คุณคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร มันคือการชำระล้างภายใน การยอมรับตนเอง การให้อภัยตนเอง เข้าใจตนเองอย่างถึงที่สุด

ในทางกลับกัน ตัวคุณในปัจจุบันอยากให้อดีตคุณพูดถึงคุณว่ายังไงคุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากทั้งสองเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

การทำความเข้าใจกับตนเองในอดีตเป็นการปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเชิงบวก มันคือการปรับทัศนคติต่อตนเองอย่างเห็นคุณค่า ศรัทธาในตนเอง ภายในก็จะเข้มแข็ง เกิดความเชื่อมั่น มันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เกิดภูมิต้านทานภายใน ภายในมั่นค งเมื่อภายในมั่นคง อะไรเข้ามากระทบก็ไม่สะเทือน การชำระล้างภายในตนเองด้วยตนเองนี้เท่านั้นที่จะทลายภาวะซึมเศร้าลงได้

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 ข่าวบันเทิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent

“นิวเคลียร์” เปลี่ยนลุค “น้องไทก้า” ให้ไว้ผมาวเป็นเด็กผู้หญิง เห็นแล้วเอ็นดูหนัก

“นิวเคลียร์” เปลี่ยนลุค “น้องไทก้า” ให้ไว้ผมาวเป็นเด็กผู้หญิง เห็นแล้วเอ็นดูหนัก

ละมุนหนักมาก “นิวเคลียร์” เปลี่ยนลุคลูกชาย “น้องไทก้า” ให้ไว้ผมาวเป็นเด็กผู้หญิงวันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 19:11 น. | ข่าวบันเทิง

 “อแมนด้า” ภรรยา “บอย พิษณุ” อวดหุ่นแซ่บใส่บิกินี่เล่นน้ำอยู่ที่บ้าน

“อแมนด้า” ภรรยา “บอย พิษณุ” อวดหุ่นแซ่บใส่บิกินี่เล่นน้ำอยู่ที่บ้าน

สะดุดทุกสายตา! “อแมนด้า” ภรรยา “บอย พิษณุ” อวดหุ่นแซ่บใส่บิกินี่เล่นน้ำอยู่บ้านวันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 18:59 น. | ข่าวบันเทิง

"นุ๊กซี่" แท็กทีมครอบครัว ยกเค้กฉลองวันเกิด "ปู แบล็คเฮด" อายุ 50 ปี
“นุ๊กซี่” แท็กทีมครอบครัว ยกเค้กฉลองวันเกิด “ปู แบล็คเฮด” อายุ 50 ปี

โมเมนต์อบอุ่น “นุ๊กซี่” ยกเค้กฉลองวันเกิด “ปู แบล็คเฮด” อายุ 50 ปี พร้อมหน้าครอบครัว

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 18:20 น. | ข่าวบันเทิง
“ทับทิม มัลลิกา" รีวิวชุดว่ายน้ำสุดแซ่บ งานนี้แม่กำไม้เรียวรอแล้ว
“ทับทิม มัลลิกา” รีวิวชุดว่ายน้ำสุดแซ่บ งานนี้แม่กำไม้เรียวรอแล้ว

แม่กำไม้เรียวแล้ว! “ทับทิม มัลลิกา” รีวิวชุดว่ายน้ำอยู่บ้านแบบแซ่บๆ

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 18:04 น. | ข่าวบันเทิง
“ดีเจแมน” ห่วง “ใบเตย” เจอดราม่าขายกระเป๋าแบรนด์เนม ท้อง 7 เดือน น้ำหนัก 50 กก.
“ดีเจแมน” ห่วง “ใบเตย” เจอดราม่าขายกระเป๋าแบรนด์เนม ท้อง 7 เดือน น้ำหนัก 50 กก.

“ดีเจแมน” เปิดใจ “ใบเตย” เครียดจัด! ดราม่าขายกระเป๋าแบรนด์ ท้อง 7 เดือน แต่น้ำหนัก 50 กก.

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 17:19 น. | ข่าวบันเทิง
"หนุ่ม กรรชัย" แปลงโฉมเป็นสาว เหมือน "เมย์" กับ "น้องมายู" หนักมาก
“หนุ่ม กรรชัย” แปลงโฉมเป็นสาว เหมือน “เมย์” กับ “น้องมายู” หนักมาก

“หนุ่ม กรรชัย” แต่งภาพเป็นสาว เหมือน “เมย์” กับ “น้องมายู” แบบแฝดสามไปเลย

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 17:02 น. | ข่าวบันเทิง
“ตั๊ก บงกช” ฝันถึงแม่จนนอนร้องไห้ ด้าน “เจ้าสัวบุญชัย” น่ารักมาก ลงไปดูแลสวนให้
“ตั๊ก บงกช” ฝันถึงแม่จนนอนร้องไห้ ด้าน “เจ้าสัวบุญชัย” น่ารักมาก ลงไปดูแลสวนให้

“ตั๊ก บงกช” นอนร้องไห้ฝันถึงแม่ ด้านสามี “เจ้าสัวบุญชัย” น่ารักมาก ลงไปดูสวนแทน

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 16:00 น. | ข่าวบันเทิง
ดูให้เลี่ยนไปเลย! บี น้ำทิพย์ ลงภาพชุดว่ายน้ำอวดความแซ่บรัวๆ
ดูให้เลี่ยนไปเลย! บี น้ำทิพย์ ลงภาพชุดว่ายน้ำอวดความแซ่บรัวๆ

บี น้ำทิพย์ สวมชุดบิกินี่เล่นน้ำดับร้อน อวดหุ่นสวยๆแบบรัวๆ บอกจะโพสทุกวันดูกันให้เลี่ยนไปเลย

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 15:42 น. | ข่าวบันเทิง
เริ่ดมากลูก! น้องปีใหม่ โพสรีวิวกล้องจัดเต็มทุกท่า นางแบบมืออาชีพมาเอง
เริ่ดมากลูก! น้องปีใหม่ โพสรีวิวกล้องจัดเต็มทุกท่า นางแบบมืออาชีพมาเอง

แอฟ ทักษอร ปล่อยภาพเซ็ต น้องปีใหม่ โพสท่ารีวิวกล้อง จัดเต็มอินเนอร์ฉายแววนางแบบมืออาชีพ

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 15:05 น. | ข่าวบันเทิง
วาววา ณิชารีย์ โชว์หวานควงแฟนฝรั่งเต้นรำ อวดสเต็ปสุดพริ้ว (คลิป)
วาววา ณิชารีย์ โชว์หวานควงแฟนฝรั่งเต้นรำ อวดสเต็ปสุดพริ้ว (คลิป)

รักนี้หวานจัดหนัก! วาววา ณิชารีย์ ควงแฟนฝรั่งเต้นรำ อวดสเต็ปสุดพริ้วท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดิน

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 14:04 น. | ข่าวบันเทิง
ญาญ่า โพสท่าตากผ้ายังสวยเป๊ะ อวดความเซ็กซี่เบาๆในชุดซีทรู
ญาญ่า โพสท่าตากผ้ายังสวยเป๊ะ อวดความเซ็กซี่เบาๆในชุดซีทรู

ญาญ่า อุรัสยา สวยเซ็กซี่เบาๆในชุดซีทรูช่วงเอว ขนาดโพสท่าตากผ้ายังเป๊ะสุดๆ

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 13:01 น. | ข่าวบันเทิง
ป๋อ ณัฐวุฒิ หยอดหวาน เอ๋ พรทิพย์ อยากจีบ..สวยเหมือนได้เมียใหม่
ป๋อ ณัฐวุฒิ หยอดหวาน เอ๋ พรทิพย์ อยากจีบ..สวยเหมือนได้เมียใหม่

ป๋อ ณัฐวุฒิ หยอดหวาน เอ๋ พรทิพย์ อยากจีบ..มีเบอร์ไหม หลังภรรยาแต่งสวยปังเหมือนได้เมียใหม่

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 12:19 น. | ข่าวบันเทิง
มาร์กี้-มารีน่า จัดให้ตามใจแม่! โพสท่าถ่ายภาพย้อนวัย..น่ารักไม่เปลี่ยน
มาร์กี้-มารีน่า จัดให้ตามใจแม่! โพสท่าถ่ายภาพย้อนวัย..น่ารักไม่เปลี่ยน

มาร์กี้ ราศรี-มารีน่า ศดานันท์ จัดให้ตามใจแม่ โพสท่าถ่ายภาพย้อนวัยน่ารักๆ พร้อมคลิปเบื้องหลังที่ลำบากมาก

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 11:20 น. | ข่าวบันเทิง
เปิดคลังกระเป๋าหรูของ อั้ม พัชราภา แต่ละใบไม่ธรรมดา
เปิดคลังกระเป๋าหรูของ อั้ม พัชราภา แต่ละใบไม่ธรรมดา

อั้ม พัชราภา เปิดคลังกระเป๋าหรูเรียงรายเต็มห้อง นำออกมาทำความสะอาดในรอบปี

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 10:50 น. | ข่าวบันเทิง

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 ข่าวบันเทิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent

"ซี-เอมี่" ควงกันดินเนอร์หวาน! ครบรอบแต่งงาน 6 ปี ให้แหวนเพชรแทนใจ
“ซี-เอมี่” ควงกันดินเนอร์หวาน! ครบรอบแต่งงาน 6 ปี ให้แหวนเพชรแทนใจ

“ซี” ทำเซอร์ไพรส์ “เอมี่” มอบแหวนเพชรเม็ดใหญ่ ฉลองครบรอบแต่งงาน 6 ปี

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 18:54 น. | ข่าวบันเทิง
ผอมก็โดนต่อว่า! “ลาล่า อาร์สยาม” ถูกด่าหยิ่ง เนื่องจากไม่ตอบวิธีการลดน้ำหนัก
ผอมก็โดนต่อว่า! “ลาล่า อาร์สยาม” ถูกด่าหยิ่ง เนื่องจากไม่ตอบวิธีการลดน้ำหนัก

“ลาล่า อาร์สยาม” พอผอมก็งานเข้า! โดนว่าหยิ่ง เนื่องจากไม่ตอบเรื่องการลดน้ำหนัก

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 18:39 น. | ข่าวบันเทิง
"มิว นิษฐา" ลั้นลาริมทะเล! ขอเซ็กซี่เบาๆ กับชุดแหวกหลังโชว์แผ่นหลังสวยๆ
“มิว นิษฐา” ลั้นลาริมทะเล! ขอเซ็กซี่เบาๆ กับชุดแหวกหลังโชว์แผ่นหลังสวยๆ

“มิว นิษฐา” โชว์แผ่นหลังเนียนๆ ท้าแสงแดด หลังสามารถออกไปเที่ยวทะเลได้แล้ว

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 16:22 น. | ข่าวบันเทิง
“มารีญา” โพสต์ไอจีสตอรี่แซ่บชัดๆ ตรงๆ #SaveWanchalerm
“มารีญา” โพสต์ไอจีสตอรี่แซ่บชัดๆ ตรงๆ #SaveWanchalerm

เราอยู่ในประเทศแบบไหนกัน!? “มารีญา” ฟาดรัฐบาลแรง #SaveWanchalerm

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 14:35 น. | ข่าวบันเทิง
ที่สุดของที่สุด! ”กระแต อาร์สยาม" อวดหุ่นแซ่บสะโพกดินระเบิดสะดุดทุกสายตา
ที่สุดของที่สุด! ”กระแต อาร์สยาม” อวดหุ่นแซ่บสะโพกดินระเบิดสะดุดทุกสายตา

ช็อตเดียวสะท้านหัวใจ “กระแต อาร์สยาม” โชว์หุ่นเป๊ะไม่พอ สะโพกผายสะดุดตาหนักมาก

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 13:01 น. | ข่าวบันเทิง
“บุ๋ม” ก้มลงกราบเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดคลอง ที่ส่งกำลังใจมาให้
“บุ๋ม” ก้มลงกราบเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดคลอง ที่ส่งกำลังใจมาให้

นางฟ้าตัวจริง! “บุ๋ม” ก้มลงกราบขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่ส่งกำลังใจมาให้

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 12:15 น. | ข่าวบันเทิง
"นิวเคลียร์ หรรษา" ขอจัดเต็มชุดว่ายน้ำ ให้สมการรอคอยได้เจอทะเลในรอบ 3 เดือน
“นิวเคลียร์ หรรษา” ขอจัดเต็มชุดว่ายน้ำ ให้สมการรอคอยได้เจอทะเลในรอบ 3 เดือน

อินเนอร์มาเต็ม “นิวเคลียร์ หรรษา” โพสท่าเบาๆ ในชุดว่ายน้ำ หลังได้เจอทะเลรอบ 3 เดือน

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น. | ข่าวบันเทิง

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 ข่าวบันเทิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent

“อ้วน รังสิต" เป่าเค้กวันเกิดให้ภรรยารูปถ่าย นับวันรอบินไปหา
“อ้วน รังสิต” เป่าเค้กวันเกิดให้ภรรยารูปถ่าย นับวันรอบินไปหา

ซึ้งปนเศร้า! “อ้วน รังสิต” เป่าเค้กวันเกิดให้ภรรยาท้องแก่กับรูปถ่าย

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 17:42 น. | ข่าวบันเทิง
ชาวเน็ตแต่งภาพ "ญาญ่า" ขณะกำลังเช็ดใบไม้ ให้ช่วยดันราคายางพารา
ชาวเน็ตแต่งภาพ “ญาญ่า” ขณะกำลังเช็ดใบไม้ ให้ช่วยดันราคายางพารา

กรีดยางยังไงให้หรู! ชาวเน็ตแต่งภาพ “ญาญ่า” เผื่อช่วยดันราคายางพาราได้

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 17:21 น. | ข่าวบันเทิง
"ปิ่น เก็จมณี" ทำทะเลหัวหินเดือดหนัก อวดหุ่นสุดเป๊ะในชุดว่ายน้ำสีขาว
“ปิ่น เก็จมณี” ทำทะเลหัวหินเดือดหนัก อวดหุ่นสุดเป๊ะในชุดว่ายน้ำสีขาว

กราบหุ่นแม่ลูกสาม! “ปิ่น เก็จมณี” ทำทะเลหัวหินเดือดกับชุดว่ายน้ำสีขาว

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 16:34 น. | ข่าวบันเทิง
"ปู ไปรยา" ถูกชาวเน็ตจวกยับ หลังแสดงจุดยืนไม่ยุ่ง #saveวันเฉลิม
“ปู ไปรยา” ถูกชาวเน็ตจวกยับ หลังแสดงจุดยืนไม่ยุ่ง #saveวันเฉลิม

“ปู ไปรยา” โดนวิจารณ์หนัก หลังแสดงจุดยืนไม่ยุ่ง #saveวันเฉลิม เพราะเป็นเรื่องการเมือง

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 16:05 น. | ข่าวบันเทิง
“เมย์ ปทิดา” เทียบให้ดูชัดๆ ภาพคู่ “อั้ม พัชราภา” หลังหลายคนทักหน้าเหมือนกันมาก
“เมย์ ปทิดา” เทียบให้ดูชัดๆ ภาพคู่ “อั้ม พัชราภา” หลังหลายคนทักหน้าเหมือนกันมาก

ต่างกันที่ไซด์? “เมย์ ปทิดา” โพสต์ภาพคู่ “อั้ม พัชราภา” หลังหลายคนทักหน้าเหมือนกันมาก

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 14:33 น. | ข่าวบันเทิง
”ก้อย รัชวิน” ย้ำรักยังคงมั่นคงแข็งแรง ถ้าไม่มีโควิด คงได้ใช้ชีวิตคู่แล้ว
”ก้อย รัชวิน” ย้ำรักยังคงมั่นคงแข็งแรง ถ้าไม่มีโควิด คงได้ใช้ชีวิตคู่แล้ว

”ก้อย รัชวิน” เผยฤกษ์แต่งงาน 6 เดือน 6 ถ้าไม่มีโควิด..คงได้ใช้ชีวิตคู่แล้ว!

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 13:47 น. | ข่าวบันเทิง
"ต๊ะ บอยสเก๊าท์" เผยภาพอัลตร้าซาวด์ลูกคนแรก บอกชัดลูกพ่อชัวร์!
“ต๊ะ บอยสเก๊าท์” เผยภาพอัลตร้าซาวด์ลูกคนแรก บอกชัดลูกพ่อชัวร์!

“ต๊ะ บอยสเก๊าท์” อวดภาพอัลตร้าซาวด์ลูกคนแรกวัย 13 สัปดาห์ คอนเฟิร์มลูกพ่อชัวร์!

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 13:32 น. | ข่าวบันเทิง